ทรูมูฟซื้อฮัทช์ ต่ออายุสู่ 3G

“ทรูมูฟ” ต้องออกแรงอย่างหนักตลอด 8 ปีที่ผ่านมา เพื่อแข่งขันกับเอไอเอสและดีแทค ยักษ์ใหญ่ 2 รายในธุรกิจโทรศัพท์มือถือ แต่ดูเหมือนยังไม่มีวี่แววชนะ หรือแม้แต่จะเบียดดีแทคเพื่อขึ้นเป็นที่ 2 ของตลาด วันนี้ “ทรูมูฟ” พยายามอีกครั้ง รับปีกระต่ายทองในการเร่งปิดดีล ”เทกโอเวอร์ฮัทช์” ที่แม้จะยังไม่อาจทำให้ทรูมูฟชนะอย่างเบ็ดเสร็จ แต่ ”ทรูมูฟ” ก็หวังยึดที่ยืนในตลาดมือถือนี้ให้นานและเข้าใกล้ 3Gมากที่สุด

ที่ผ่านมา ทรูมูฟไม่เพียงเผชิญกับคู่แข่งที่มีเงินทุนเข้มแข็ง แต่ในแง่กลยุทธ์การตลาดทั้งเอไอเอสและดีแทคต่างทุ่มเต็มที่ และยังได้เปรียบในแง่สัญญากับรัฐที่นานกว่า โดยดีแทคเหลือ 8 ปี เอไอเอส 5 ปี แต่ทรูมูฟเหลือแค่ 3 ปี

ทรูมูฟเคยหวังว่าการประมูล 3Gเมื่อกลางปี 2553 จะเป็นจุดเปลี่ยน ทำให้ทรูมูฟแข่งกับคู่แข่งได้มากขึ้น แต่การประมูลก็ล้มลง ปลายปีที่ผ่านมาทรูมูฟจึงเร่งแผนเทกโอเวอร์กลุ่มฮัทช์ด้วยเงินซื้อกิจการเพียง 4.5 ล้านบาท ถึงจะรับหนี้ 6.3 พันล้านบาท แต่ก็ถือว่าคุ้ม ถึงขั้นที่คู่แข่งเริ่มกังวล เพราะแผนต่อไป กสท โทรคมนาคม ตั้งบริษัทใหม่พื่อลงทุนเครือข่าย 3G หรือเทคโนโลยีอนาคตอย่าง 4G โดยที่ทรูมูฟจะได้สิทธิใช้เครือข่ายไปให้บริการ

ปฏิบัติการของทรูมูฟ ร่วมกับ กสท โทรคมนาคม ครั้งนี้ คือการประสานกันอย่างเหนียวแน่น เพื่อทำให้ทรูมูฟถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้ง โดยสามารถลบจุดอ่อนเรื่องสัญญาสัมปทานที่จะหมดภายใน 3 ปีได้ เพราะหากได้เป็น Reseller หรือรับเหมาเครือข่ายเทคโนโลยีอนาคตซึ่งอย่างน้อยคือ 3Gไปให้บริการ ก็จะต่อลมหายใจในธุรกิจนี้ได้นาน 14 ปีตามสิทธิที่ กสท โทรคมนาคมได้สิทธิจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)

“จริง ๆ เรามีแผนซื้อฮัทช์มาตั้งนานแล้ว” ศุภชัย เจียรวนนท์ ซีอีโอ ทรูมูฟ บอกถึงยุทธศาสตร์ทางธุรกิจที่ทรูมูฟคิดมานานเพื่อเก็บคู่แข่ง เพราะแม้ฮัทช์คือรายที่ 4 ในตลาด แต่แรงในช่วงเปิดตัวด้วยกลยุทธ์ราคา ที่กระหน่ำแจกเครื่องฟรีแลกกับให้ลูกค้าผูกสัญญาใช้บริการอย่างน้อย 2 ปี แย่งลูกค้าทรูมูฟไปได้ส่วนหนึ่ง จนถึงปัจจุบันอัดโปรโมชั่นค่าโทรราคาถูก กว่า 5 ปี ฮัทช์มีฐานลูกค้าแล้ว 9 แสนราย

แต่การเทกโอเวอร์ครั้งนี้เหตุผลมากกว่านั้น เพราะนอกจากได้ฐานลูกค้าทรูมูฟ และรายได้เพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติแล้ว ยังเป็นการลบจุดอ่อนเรื่องอายุสัญญา และสร้างจุดแข็งใหม่ที่เข้าใกล้ 3Gมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ความเข้มแข็งของแบรนด์ทรูมูฟจะเพิ่มขึ้น เพราะแผนการตลาดคือการเลิกแบรนด์ฮัทช์ และใช้แบรนด์ทรูมูฟ โดย กสท โทรคมนาคมแทน (True Move By CAT Telecom)

ลูกค้าโพสต์เพดของทรูมูฟจะเพิ่มจาก 1.2 ล้านราย เป็น 2.1 ล้านราย มีรายได้แน่นอนเฉลี่ยเลขหมายละ 400 บาท รายได้รวมเพิ่มขึ้น 4,500 ล้านบาท หรือคิดเป็น 17% ซึ่ง ”ศุภชัย” ยอมรับว่าที่ผ่านมารายได้ของทรูมูฟเริ่มชะลอตัว เติบโตเพียงปีละ 1-2% เท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นคือการโรมมิ่งเครือข่ายที่ลูกค้าทั้งสองเครือข่ายสามารถใช้เครือข่ายร่วมกันได้ในจุดอับสัญญาณ

แม้จะไม่ใช่ทางเลือกที่ ”ศุภชัย” บอกว่าดีที่สุด เพราะต้องเสี่ยงกับคุณภาพเครือข่าย และบริการที่รัฐลงทุน และหากเลือกได้ทรูมูฟก็ยังหวังประมูลใบอนุญาตลงทุน 3G จากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) หรือ กทช.เดิม โดยตรง ที่จะทำให้ทรูมูฟมั่นคงในธุรกิจมากกว่านี้ แต่สถานการณ์นี้ อะไรที่พอจะทำให้ทรูมูฟมีทียืน และรอดได้ ก็ต้องคว้าไว้ก่อน

Why ทำไมต้องทรูมูฟต้องเทกโอเวอร์ฮัทช์
เหลืออายุสัญญาสัมปทานให้บริการโทรศัพท์มือถือเพียง3ปี และแผนเร่งให้บริการ 3Gก่อนคู่แข่ง

How วิธีการเทกโอเวอร์
ตั้ง 2 บริษัทลูก ”เรียลมูฟ” และ ”เรียลฟิวเจอร์” ซื้อกิจการ ”ฮัทช์” ด้วย 4.3 ล้านบาท และรับหนี้ 6.3 พันล้านบาท หลังจาก กสท มีแผนจะเลิกสัญญากับ ”ฮัทช์” และตั้งบริษัทลูกเพื่อลงทุนเครือข่าย 3G หรือ 4Gในอนาคต และเปิดให้บริการรับช่วงต่อไปให้บริการ

    Result ทรูมูฟได้กับได้
  1. ฐานลูกค้าโพสต์เพดใกล้เคียงกับเอไอเอส และดีแทค คือเพิ่มจาก 1.2 ล้านเป็น 2.1 ล้านราย (จากฮัทช์ 9 แสนราย) และ.รายได้เพิ่มขึ้นเป็นเติบโต 17% หรืออีก 4,500 ล้านบาท
  2. เสริมจุดบอดเครือข่ายทรูมูฟ 2G และเครือข่ายเดิมของฮัทช์ (CDMA) และเครือข่ายกสทในอนาคต เช่น HSPA หรือ 3G จะโรมมิ่งกัน
  3. โอกาสในการได้สัญญาให้บริการนานถึง 14 ปี ตามสิทธิของ กสท ทำให้มีสัญญานานกว่าคู่แข่ง
  4. โอกาสได้ให้บริการ 3G หรือ 4G ก่อนคู่แข่ง

ความเสี่ยง
Risk ขั้นตอนของกฎหมายทั้ง พ.ร.บ.ร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ และ พ.ร.บ.การจัดสรรคลื่นความถี่ ที่อาจทำให้ทรูมูฟไม่สามารถบรรลุเป้าหมายตกลงกับ กสท โทรคมนาคม ได้

Consumer Insight

บริษัท นีลเส็น ได้รายงานผลการซื้อสื่อโฆษณาระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2557 พบว่า ยอดซื้อสื่อทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ แมกกาซีน โรงภาพยนตร์ สื่อนอกบ้าน สื่อในห้างสรรพสินค้า รวมทั้งสื่ออินเทอร์เน็ต มีมูลค่ารวม 49.738 ล้านบาท โดยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2556 พบว่า ติดลบ 9.38%

บริษัท PwC Consulting (ประเทศไทย) คาดการใช้จ่ายผ่านสื่อและบันเทิงของไทยในปี 2561 จะมีสูงกว่า 4.3 แสนล้านบาท ขณะที่อุตสาหกรรมสื่อและบันเทิง 5 ปีข้างหน้าเติบโตเฉลี่ย 7.3% ต่อปี แซงหน้าตลาดสหรัฐ-ยุโรปและอัตราการเติบโตเฉลี่ยทั่วโลก ผลมาจากการขยายตัวของธุรกิจโฆษณาออนไลน์ การใช้งานเคเบิ้ลทีวี และการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตที่เพิ่มสูงขึ้น

ที่ กรุงเทพฯ วันที่ 25 มิถุนายน 2557 ไอดีซีได้เปิดเผยรายงานสถานการณ์ตลาดโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยล่าสุด ซึ่งพบว่าระดับราคาของสมาร์ทโฟนที่ลดต่ำลงประกอบกับแรงผลักจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ได้กระตุ้นความนิยมในสินค้าสมาร์ทโฟนจนมียอดจัดส่งสูงกว่าฟีเจอร์โฟนเป็นครั้งแรก

Insight

นอกจาก “สติกเกอร์” ที่ถือเป็นหนึ่ง “อาวุธ” ให้กับ “ไลน์” กลายเป็นแชตแอปพลิเคชั่นที่สามารถครองความนิยมในตลาดไทยได้แล้ว “เกม” ถือเป็นอีกหนึ่งใน “เกมกลยุทธ์” ทางธุรกิจของไลน์ที่ต้องจับตา

รู้หรือไม่ว่า โลโก้ของแบรนด์ที่พบเห็นในปัจจุบันนั้น มีนัยยะอะไรซ่อนอยู่บ้าง โดยสิ่งที่ปรากฏในโลโก้นั้นเป็นได้ทั้งที่มาของแบรนด์ หรือเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ของแบรนด์เลยก็ได้ มาดู 12 โลโก้ ที่มีใจความอะไรแฝงอยู่

ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง น้องหมา และแมว ใครว่าเล่นๆ ตัวเลขทะลุ “หมื่นล้านบาท” ไปแล้ว และยังเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี ไม่น้อยกว่า 10-20%

Strategic Move

โฆษณาประเภทบีบคั้นอารมณ์ เรียกน้ำตาจากคนดูยังเป็นที่นิยมเสมอ คราวนี้เป็นทีวีซีล่าสุดของ แลนด์ แอนด์เฮาส์ ที่ออกทีวีซีชุดล่าสุด ใช้ชื่อว่า “ปาก…ไม่ตรงกับใจ by Land and Houses": เวอร์ชั่น "เพราะรัก"

หลังจากที่แบรนด์รังนก เลือกใช้ “แนวคู่รัก” มาเป็น “แบรนด์ เลิฟ แอมบาสเดอร์” ต่อเนื่องมาหลายปี เริ่มตั้งแต่ปี 2542 แพท-สุธาสินี พุทธินันท์ และสามี มาร์ค-แกรี่ โรดดิเกส อ้อม-พิยะดา และ จนมาถึงคู่ของ แอ๊ฟ และสงกรานต์ เตชะณรงค์

ต้องนับเป็นการปรับตัวของแบรนด์กาแฟชื่อดัง ที่ต้องรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เมื่อผู้บริโภคยุคนี้หันมาดื่มกาแฟสดกันมากขึ้น จนกลายเป็นยุคบูมร้านกาแฟสดที่เปิดสาขากันทั่วเมือง ทั้งแบรนด์ดังระดับพรีเมียม ไปจนถึงร้านกาแฟสดริมทางที่มีให้เลือกดื่มหลากหลายได้ตลอดเวลา ส่งผลมูลค่าของตลาดกาแฟสดเพิ่มขึ้นทุกปี

Social Media Club

เทศกาลประกวดโฆษณา Cannes Lions International Festival of Creativity 2014 ที่นอกจากคัดเลือกงานโฆษณาที่โดดเด่นในรอบปี คานส์ ไลอ้อนส์ยังเป็นเวทีที่ชี้นำเทรนด์ของงานโฆษณาและการตลาดในช่วงนั้นๆ

วาตานาเบ นาโอโตโม และ แดซอก คิม สองดีไซน์เนอร์ จากบริษัทเนเวอร์ไลน์ ประเทศญีปุ่น ให้คำแนะนำแก่นักออกแบบชาวไทย ในการออกแบบ "สติ๊กเกอร์ไลน์" "ว่า" สติ๊กเกอร์ของคนไทยพยายามทำเป็น Global มากเกินไป ทำให้ไม่มีเอกลักษณ์ เพราะในตลาดใหญ่มีคาแร็คเตอร์ดังๆ อยู่แล้ว ทำให้สู้คาแร็คเตอร์เหล่านั้นยาก

ไลน์ ประเทศไทย อัพเดทตัวเลขรายได้ และจำนวนสติกเกอร์ จากการขายบน ครีเอเตอร์มาร์เก็ต (Creators Market) แพลตฟอร์มที่ไลน์ให้ผู้ใช้สามารถขายสติกเกอร์ ที่ผ่านการคัดเลือกจากไลน์วางขายใน LINE Store (เว็บขายสติกเกอร์และไอเทมเกม) ซึ่งผู้ขายจะได้รับส่วนแบ่ง 50%

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

วันนี้เราเคยสังเกตไหมว่า รายการโทรทัศน์ที่ดังๆ และมีคนดูติดตามมาก มี 2 กลุ่ม คือ ละครไทยกับรายการโชว์ต่างประเทศ ซึ่งเป็นรายบันเทิงที่สะท้อนว่า คนสื่อไทยอาจรวบรัดตัดตอนซื้อรายการต่างประเทศเข้ามาทำเองจะดีกว่า เพราะมีความเสี่ยงต่ำ ไม่ต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องการควบคุมคุณภาพ และที่สำคัญ รับประกันได้แน่ๆ ว่ามันจะฮิต

สำหรับนักการตลาดแล้ว กระแสฟีเวอร์ของฟุตบอลโลกปีนี้ ไม่ได้อยู่ที่การรอลุ้นว่าใครจะเป็นแชมป์โลก แต่หมายถึงการ “วัดมูลค่าผลตอบแทน” ที่ได้รับจากทำการตลาดเกาะเทรนด์นี้ต่างหาก

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488