นิตยสารดิฉัน แนะวิธีชะลอวัย ในงาน “ดิฉัน สกิน แฟร์ 2006”

นิตยสารดิฉัน นิตยสารสำหรับผู้หญิง ชั้นนำของเมืองไทย ชวนสาวไทยร่วมอัพเดทความรู้ด้านผิวพรรณอย่างเจาะลึกทุกแง่มุมกับนวัตกรรมใหม่ล่าสุด โดยได้รับความร่วมมือจากสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านชะลอวัย มาแนะนำวิธีการชะลอวัยอย่างเจาะลึก พร้อมด้วยเคล็ดลับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว, ความแตกต่างของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด, การปรนนิบัติรักษาผิวด้วยนวัตกรรมล่าสุดเกี่ยวกับผิวพรรณ ทั้งในรูปแบบของผลิตภัณฑ์และวิธีการอันทันสมัยเพื่อการชะลอวัย ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ถูกรวบรวมเป็นหนังสือ “เคล็ดลับชะลอวัย” คู่มือเพื่อหญิงสาวทุกคนโดยเฉพาะ ในงาน “ดิฉัน สกิน แฟร์ 2006” ณ เดอะ เรสซิเดนซ์ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ

งาน “ดิฉัน สกิน แฟร์ 2006” ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่จะได้พบกับนวัตกรรมใหม่ด้านผิวพรรณ ทั้งในรูปแบบผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและวิธีการอันทันสมัยเพื่อการลดเลือนริ้วรอยให้ดูอ่อนกว่าวัย ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ การสาธิตวิธีการนวดหน้าเผยผิวให้ดูอ่อนเยาว์, การวิเคราะห์สภาพผิวด้วยเครื่องมืออันทันสมัย, เทคนิคการแต่งหน้าอำพรางริ้วรอย และการเลือกผลิตภัณฑ์ถนอมผิวหรือบริการความงามที่เหมาะสม จากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณโดยเฉพาะ

สำหรับการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ จากสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยเริ่มจาก รองศาสตราจารย์นายแพทย์นพดล นพคุณ หัวหน้าสาขาจิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ และเลขาธิการสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย มาพูดคุยถึง เรื่องของสภาพผิวและปัญหา ว่า “ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกวิธีที่จะชะลอวัย เราควรทำความรู้จักกับผิวพรรณและการทำงานของมันก่อน ทั้งในเรื่องของสภาพผิว, ปัญหาของผิวพรรณ และประเภทของริ้วรอย เพื่อเป็นข้อมูลที่ถูกต้องในการเลือกหาแนวทางการชะลอวัย”

และเมื่อเทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน จึงก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยแห่งวัยขึ้นมามากมาย ดั่งเช่นที่ นายแพทย์ภูมิศักดิ์ ศักดิ์ศรี กรรมการกลางสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย มาแนะเรื่อง การฉีดสารเติมเต็ม ว่า“การฉีดสารเติมเต็ม นั้นเป็นหนึ่งในวิธีจัดการกับร่องผิว โดยฉีดสารที่ทางการแพทย์รู้จักกันดีในชื่อของสารเติมเต็ม หรือ ฟิลเลอร์ (Filler) เข้าไปในร่างกาย เพื่อทำหน้าที่ทดแทนเนื้อเยื่อบริเวณผิวชั้นในที่ขาดหายไป ซึ่งจะเหมาะกับริ้วรอยที่มีลักษณะเป็นร่อง เส้น และรอยบุบ เพื่อเพิ่มบริเวณนั้นให้เด่นหรือให้เป็นปกติ สำหรับริ้วรอยที่เป็นร่อง แนะนำว่าควรจะฉีดฟิลเลอร์ร่วมกับโบท็อกซ์จะได้ผลดีสุด”

จากนั้น นายแพทย์ศรัณย์ วรรณจำรัส หัวหน้างานศัลยกรรมตกแต่ง กลุ่มงานศัลยกรรม โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ สังกัดสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร มาแนะนำถึง การฉีดสารโบท็อกซ์ ว่า “การฉีดสารโบท็อกซ์เป็นวิธีการจัดการกับรอยย่นต่างๆบนใบหน้าแบบชั่วคราว ได้จากการค้นพบพิษ Toxin เชื้อโรคชนิดหนึ่งจากอาหารกระป๋อง ที่สามารถยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อได้ โดยนำเชื้อโรคมาสกัดให้เป็นผงมาผสมกับน้ำ แล้วฉีดไปที่ตำแหน่งของกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดรอยย่น เชื้อโรคจะไปเกาะตรงบริเวณกล้ามเนื้อส่วนที่เราต้องการให้หยุดทำงาน ทำให้ริ้วรอยจางหายไป ซึ่งอยู่ได้ประมาณแค่ 6 เดือน เท่านั้น เพราะพิษที่ใส่เข้าไปนั้นจะค่อยๆหมดฤทธิ์ แต่เราสามารถฉีดสารโบท็อกซ์ได้บ่อยโดยไม่มีอันตราย นอกจากรายที่มีอาการแพ้เท่านั้น”

สำหรับวิธี การทำเลเซอร์ ได้ แพทย์หญิงฐานิสร ธรรมลิขิตกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมเลเซอร์ผิวหนัง มาพูดคุยถึงการชะลอวัยด้วยเครื่องเลเซอร์ต่างๆ ว่า “ปัญหาและสภาพผิวของผู้หญิงแต่ละคนไม่เหมือนกัน ริ้วรอยของบางคนอาจช่วยได้ด้วยสารเติมเต็ม แต่บางคนนั้นพบว่าริ้วรอยได้ถูกบ่มมาน จึงต้องแก้ให้ลึกถึงราก นั่นหมายถึงต้องแก้ที่ผิวชั้นในสุดที่เป็นที่อยู่ของ คอลลาเจน โดยใช้พลังงานความร้อนจากคอมพิวเตอร์เข้าไปช่วย เลเซอร์นั้นเป็นพลังงานในรูปแบบคลื่นแสง ซึ่งมีมากมายหลายชนิด แต่เทคโนโลยีล่าสุดที่กำลังเป็นที่นิยมนั้นคือ เลเซอร์เย็น ทำงานโดยใช้พลังงานแสงที่มีความเข้มข้นสูงในการยิงทะลุผิวหนังชั้นบนผ่านลงไปถึงชั้นล่างสุดของผิว โดยไม่ทำให้ผิวเกิดแผลเป็นในภายหลัง”

สำหรับวิธีการรักษาผิวพรรณแบบดั้งเดิม พันโทนายแพทย์วิภู กำเหนิดดี แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ผู้เชี่ยวชาญการฝังเข็ม และอาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู วิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ พระมงกุฏเกล้า และ พันตรีนายแพทย์อุกฤษณ์ จีรภัทรสุนทร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขา เวชศาสตร์ครอบครัว, อาจารย์หน่วยวิทยาภูมิคุ้มกันและโรคภูมิแพ้ ภาควิชาจุลวิทยา วิทยาลัยแพทย์ศาสตร์พระมงกุฏเกล้า และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการฝังเข็ม มหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนเซี่ยงไฮ้ ในความร่วมมือกับ กระทรวงสาธารณสุข มาแนะวิธี การฝังเข็ม ว่า “สามารถช่วยแก้ปัญหาผิวที่หย่อนยานได้ โดยแพทย์จะสอดเข็มไปที่กล้ามเนื้อบนหน้า และใช้ไฟฟ้าเป็นตัวกระตุ้น ทำให้กล้ามเนื้อได้ออกกำลังและแข็งแรงขึ้น ใบหน้าจึงกลับมากระชับอีกครั้งหนึ่ง”

และสุดท้ายสำหรับ การทำศัลยกรรมตกแต่ง นายแพทย์ปรีชา เตียวตรานนท์ อดีตนายกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย แนะนำว่า “การทำศัลยกรรมดึงหน้านั้นเหมาะกับผู้ที่มีใบหน้าและลำคอเริ่มหย่อนยาน แต่ผิวหนังยังพอมีความยืดหยุ่นบ้าง วัยที่เหมาะคือวัยระหว่างสี่สิบถึงหกสิบปี ซึ่งก่อนทำควรปรึกษาแพทย์และศึกษาหาข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อน”

นอกจากนี้ยังมี การแนะนำผลิตภัณฑ์ ที่เด่นแปลกใหม่, แจกตัวอย่างสินค้า และลุ้นรับรางวัลผลิตภัณฑ์สกินแคร์ชั้นนำมากมาย โดยได้รับความอนุเคราะห์จากหลากหลายบริษัทในแวดวงความสวยความงาม รวมทั้งการสาธิตทำเครื่องดื่มเพื่อการมีสุขภาพและผิวพรรณที่ดีอีกด้วย

สำหรับงาน ‘ดิฉัน สกินแฟร์ 2006’ ครั้งนี้ ได้รับเกียรติเหล่าคนดังในแวดวงสังคมมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ โดย รุ่งทิพย์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ให้ความเห็นว่า “สนใจ ฟังบรรยายเรื่องของสภาพผิวและปัญหาค่ะ เพราะการที่เราเข้าใจเรื่องของสภาพผิว ทำให้เรารู้ว่าอะไรที่เหมาะกับตัวเรา เพราะบางครั้งเราคิดว่าผลิตภัณฑ์ที่เค้าว่าดีกันในท้องตลาดนั้นจะดีกับเรา แต่ในความจริงต้องรู้ก่อนว่าสภาพผิวเราเป็นแบบไหน ถึงจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมได้ค่ะ”

ส่วน ศรุชา วานิชอังกูร พูดถึงความประทับใจในงานนี้ว่า “ดีใจมากค่ะที่ ‘ดิฉัน’ จัดงานนี้ขึ้นมา เพราะเป็นเสมือน one stop shop ที่รวมทุกอย่างในเรื่องความสวยความงาม และการชะลอวัยมาไว้ในสถานที่เดียวกัน และข้อมูลที่ได้รับก็เป็นข้อมูลที่ถูกต้องจากแพทย์ผิวหนังโดยตรง”

ชรภาส โอภาสพันธ์ เมคอัพ อาร์ทิส ชื่อดัง เล่าว่า “ดีเลยทีเดียวครับ ที่ไม่ต้องไปเดินเข้าไปถามพนักงานขายตามห้างสรรพสินค้า ดูน่าเชื่อถือ เพราะไม่มีการขายสินค้าใดๆทั้งสิ้น อยากให้ ‘ดิฉัน’ จัดงานแบบนี้ขึ้นมาบ่อยๆ เพราะได้อัพเดทความรู้มากมาย ทั้งในเรื่องผลิตภัณฑ์ วิวัฒนาการทางการแพทย์ และความรู้จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาโดยเฉพาะ”

สำหรับ สุจิมา วีระไวทยะ เล่าว่า “มางานนี้สนุกดีค่ะ ได้ความรู้หลายอย่าง ชอบที่ทุกคนเต็มที่กับการให้ความรู้ ไม่เน้นขายของเหมือนเวลาไปเดินห้าง ส่วนตัวก็เคยพบคุณหมออยู่แล้ว เลยพอเข้าใจว่าควรดูแลสภาพผิวอย่างไรไม่ให้แก่ตามวัย”

ส่วน ทญ. อตินุช มาลากุล ณ อยุธยา กล่าวว่า “สนใจการทำเลเซอร์และฝังเข็มค่ะ เคยลองทำเลเซอร์แก้รอยแดงและแผลเป็นมาก่อน แต่ยังไม่เคยลองฝังเข็มเลย คิดว่าน่าสนใจดี ดูเป็นวิธีการรักษาที่เป็นธรรมชาติ และงานวันนี้ก็สนุกมาก”

การจัดงานครั้งนี้เป็นการแนะนำและให้ความรู้ ตามแบบฉบับผู้หญิงให้ผู้หญิง โดย คุณหญิงทิพยวดี ปราโมช ณ อยุธยา บรรณาธิการอำนวยการ นิตยสารดิฉัน กล่าวว่า “ด้วยความที่นิตยสารดิฉัน อยู่เคียงข้างสาวไทยมากว่า 29 ปี เราจึงอยากตอบแทนสิ่งดีๆคืนให้กับผู้อ่านทุกท่านที่ได้มอบความไว้วางใจให้กับเราเสมอมา และในครั้งนี้เราภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการจัดงานที่เป็นประโยชน์ต่อผู้หญิงทุกท่าน โดยไม่มีการขอสปอนเซอร์จากผู้ผลิตรายใด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการโฆษณาในหนังสือ เคล็ดลับชะลอวัย หรือในงานที่จัดขึ้นก็ตาม เรียกได้เลยว่า เราเป็นสื่อกลางจริงๆ ซึ่งผู้ผลิตแต่ละรายที่มาร่วมงานก็โดยการเชิญเข้าร่วมในฐานะผู้คุ้นเคยกัน”

“กว่าจะมาเป็นหนังสือ ‘เคล็ดลับชะลอวัย’ เราต้องใช้เวลาอย่างมากในการทดสอบผลิตภัณฑ์มากมายหลากหลายรูปแบบ เพื่อเป็นข้อสรุปในเบื้องต้นสำหรับผู้หญิงที่สนใจ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่ไม่แน่ใจว่าควรจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อะไร บางคนอาจคิดว่าราคายิ่งแพงยิ่งดี แต่ความจริงแล้วอาจจะไม่เหมาะกับเราก็ได้ ซึ่งจากประสบการณ์ที่เราได้ลองใช้ผลิตภัณท์จริงๆนั้นมีราคาตั้งแต่ไม่กี่ร้อยบาทจนถึงหลายๆหมื่นบาท ดังนั้นหนังสือเล่มนี้จึงเปรียบเสมือนทางลัดของหญิงสาวในการเลือกหาผลิตภัณฑ์และที่เหมาะสมกับตัวเองค่ะ” คุณหญิงทิพยวดี กล่าวเพิ่มเติม

หนังสือคู่มือ “เคล็ดลับชะลอวัย” เป็นคู่มือที่อิสระ ปราศจากการชวนเชื่อใดๆทั้งสิ้น จัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้หญิงไทยสามารถตัดสินใจเลือกวิธีการใดชะลอความแก่ได้ด้วยวิธีที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด ได้แก่ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับผิวพรรณ, สาเหตุที่ผิวจะถูกทำลาย, ริ้วรอยของความร่วงโรย, ทำไมต้องชะลอวัย, ส่วนผสมที่ว่าดีมีอะไรบ้าง, ความเหมือนที่แตกต่าง และผลิตภัณฑ์ชะลอวัยที่น่าสนใจ โดยได้รับความร่วมมือจากแพทย์ผู้มีชื่อเสียงและผู้เชี่ยวชาญด้านสกินแคร์หลายท่านด้วยกัน

ติดตามหนังสือ เคล็ดลับชะลอวัย ได้ฟรีในนิตยสารดิฉัน ฉบับ ปักษ์หลัง มีนาคมนี้

Consumer Insight

ยอดจำหน่ายพีซีในประเทศไทยในปี 2556 มีการหดตัวในระดับตัวเลขสองหลัก นับเป็นครั้งแรกในตลอดช่วงระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา โดยลดลงทั้งในส่วนของตลาดโน๊ตบุ๊คและเดสท๊อปอย่างมาก

ในยุคดิจิตอลที่สมาร์ทโฟนกำลังครอบคลุมพื้นที่การใช้งานอยู่ทั่วทุกมุมโลก แต่เชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอีกต่อไปแล้ว ภาพของพ

เด็กวัยรุ่นยุคนี้ ติดหนึบออนไลน์ ดูหนังฟังเพลงบนยูทิวบ์ แชร์และส่งคลิป เล่นโซเชียลมีเดีย หาข้อมูลสินค้า ตามเซเลบบนอินสตราแกรม มาดูกันว่า แบรนด์ จะต้องทำอย่างไรจึงจะโดนใจ

Insight

จากหนังสือการ์ตูน สู่สติกเกอร์ไลน์ การเดินทางของการ์ตูนไทยที่ผันตัวจากโลกใบเก่ามาสู่โลกดิจิตอล เป็นกรณีศึกษาให้กับคนไทยที่อยากขาย “สติกเกอร์ผ่านไลน์” ควรทำอย่างไร

ปั้นยังไงให้กลายเป็น “ฟีเวอร์” เกม “คุกกี้รัน” ที่ไลน์ยอมทุ่มงบอัดฉีดการตลาดทุกกระบวนท่า ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ออกแคมเปญชิงรถ จับมือพันธมิตรสร้างยอดขยายฐานลูกค้า ปูทางพลิกจากแชตแอปพลิเคชั่น ไปสู่การเป็นผู้สร้างแพลตฟอร์มบนมือถือ

หลายครั้งที่ อาจารย์ ได้ยิน คำว่า ปฏิรูป การศึกษา ไทยพูดกัน บ่อย พูดกันจนชิน พูดกันมานาน และไม่ ทราบ ว่า ปฏิรูปแบบไหน ที่เรียก ว่า ปฏิรูป และต้อ ปฏิรูปมากน้อยแค่ไหน

Strategic Move

เชื่อว่าการทานข้าวนอกบ้านในสมัยนี้ ไม่มีใครไม่แชร์รูปลงโซเชียลเน็ตเวิร์กอีกต่อไป อย่างน้อยต้องมีการเช็กอิน ถ่ายรูปอาหาร หรือถ่ายรูปตอนทานอาหารแล้วแชร์ลงในโซเชียลมีเดียของตนเอง การทำการตลาดผ่านช่องทางนี้จึงเป็นช่องทางใหม่ที่นักการตลาดให้ความสำคัญมากในตอนนี้ เพราะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

ท่ามกลางกระแสของดิจิตอลทีวีที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างเริ่มเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกันแล้วไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสถานี ผู้ผลิตรายการ มีเดียเอเยนซี่ ในฟากของผู้เก็บข้อมูลของผู้ชมรายการอย่างนีลเส็น ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในการวัดความนิยมในรายการหรือเรตติ้งเช่นเดียวกัน

ใกล้คลอดเต็มที่ “เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่” โครงการระดับ “ลักชัวรี่ รีเทล ของกลุ่มเซ็นทรัล มีกำหนดเปิดในวันที่ 8 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ชาติ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ โครงการเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลจิราธิวัฒน์ วัย 39 ปี ที่รับงานระดับบิ๊กโปรเจค จึงต้องนัดแถลงข่าวเล่าความคืบหน้าให้สื่อมวลชนได้ฟังกัน

Global Trend

การทำโฆษณาบนป้ายบิลบอร์ดอันแสนแพง โดยแบบที่มีแค่โปรดักส์ กับชื่อแบรนด์อย่างเดียว ดูท่าจะหมดยุคไปแล้ว สมัยนี้ต้องเน้นไอเดีย และความแตกต่างเข้าว่า ถึงจะโดนใจผู้บริโภค

Snicker เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขยันทำแคมเปญไวรัลบนโลกออนไลน์อย่างมาก ซึ่งบางแคมเปญก็ได้ผล แต่บางแคมเปญก็ได้รับผลวิพากย์วิจารณ์ในด้านลบมากเช่นกัน

เมื่อปีที่ผ่านมาคงได้เห็นแบรนด์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่าง Burger King สร้างความประหลาดใจแก่ผู้บริโภคไม่น้อย โดยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Fries King พร้อมทั้งเปลี่ยนโลโก้ รวมทั้งป้ายหน้าร้าน เพียงเพื่อจะโปรโมทโปรดักส์เฟรนช์ฟรายส์สูตรใหม่ของทางร้าน

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Social Media Club

หลังจากค่ายการ์ตูนไทย “บรรลือสาส์น ทำสติ๊กเกอร์“ขายหัวเราะ” วางขายใน “ไลน์”จนมียอดโหลดทะลุ 150,000 ไปแล้ว ล่าสุด ไลน์ได้เปิดตัว สติ๊กเกอร์การ์ตูนบ่นบ่น หรือ “Bonbonmonja’s Daaily Life

สาวกไลน์เตรียมเฮ เมื่อไลน์เปิดตัว LINE Creators Market เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปครีเอตสติ๊กเกอร์เป็นของตัวเอง แล้วนำมาขายใน LINE Store ได้แล้ว!

ชื่อของ “โต้วป้าน (Douban, 豆瓣) ”ที่แฟนประจำคอลัมน์นี้คงคุ้นหูอยู่บ้าง เพราะปีก่อนเราเคยเขียนถึงในหัวข้อ “Douban เต็งหนึ่งอาณาจักรบันเทิงไฮเทค แห่งแดนมังกร”

People

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ผ่าโมเดล 2 รายการในโลกออนไลน์ “เสือร้องไห้” กับคลิปเด็ด ประวัติศาสตร์การแดนซ์ของไทย แชร์กระจายด้วยยอด 4 แสนวิว และคลิปสไตล์ “มัน ฮา เกรียน” แบบ “เฟ็ดเฟ่” ที่กำลังฝ่าคลื่นดิจิตอล แจ้งเกิดคลิปที่โดนใจวัยรุ่นไปเต็มๆ

ดังได้ใจ “เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข” กับบทบาทคุณชายพุฒิภัทร แห่งวังจุฑาเทพ ละครดังที่ผลักดันหนุ่มน้อยคนนี้โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน จนกลายเป็นกระแส “เจมส์ จิ” ถูกนำไปเทียบกับซุปตาร์ดังอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” แถมแบรนด์ดังยังรุมตอมคว้าไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วยค่าตัวหลัก 10 ล้านอัพ

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488