น้ำยาปรับผ้านุ่ม...ปรับตัวเอง

หากจะมีใครพูดถึงผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม หรือที่ผู้บริโภคอย่างเราๆ ท่านๆ เรียกกันติดปากว่า “น้ำยาปรับผ้านุ่ม” นั้น ถ้าเดินไปเคาะประตูตามบ้านเรือนหรือแม้แต่คอนโดมิเนียมซึ่งกำลังผุดขึ้นอย่างกับดอกเห็ดในปัจจุบัน โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร รับรองว่าร้อยทั้งร้อยต้องเจอบ้านหรือครัวเรือนที่ใช้สินค้าดังกล่าว แถมยังอาจจะได้พบเจออีกว่าผู้บริโภคมีการใช้สินค้าดังกล่าวในหลากหลายลักษณะ เช่น มีการซื้อใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มมากกว่าหนึ่งกลิ่น โดยอาจจะเป็นยี่ห้อเดียวกันหรือต่างยี่ห้อ ซึ่งก็แตกต่างกันไปตามความชอบของแต่ละท่าน

ยิ่งในยุคสมัยนี้ที่เป็นยุคของเทรนด์เกี่ยวกับสินค้าประเภท DIY (Do-It-Yourself) กำลังเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ประกอบกับการที่ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยมีแนวโน้มที่จะประหยัดค่าใช้จ่ายในหลายๆ ทาง ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะนิ่งงันขณะนี้ ดังนั้น จึงไม่แปลกที่จะมีผู้ที่นำสูตรผลิตภัณฑ์หลายๆ ชนิดออกมาเผยแผ่ ไม่ว่าจะเป็นสบู่ น้ำยาล้างจาน เจลทำความสะอาดมือ หรือแม้กระทั่งน้ำยาปรับผ้านุ่มเอง เพื่อให้ผู้ที่สนใจนำไปผลิตขึ้นเพื่อใช้เองในครัวเรือน จนกระทั่งบางท่านที่หัวใสหรือมีหัวการค้าก็อาจจะนำไปประกอบเป็นวิชาชีพหรือเป็นอาชีพเสริมเพื่อช่วยในการหารายได้เพิ่มเติมอีกทางหนึ่ง

แล้วผู้ผลิตสินค้าน้ำยาปรับผ้านุ่มที่มีตรายี่ห้อหรือเจ้าของแบรนด์จะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เป็นการมองข้ามสิ่งเหล่านี้ที่ทางการตลาดเราอาจจะเรียกได้ว่าเป็นอุปสรรคทางธุรกิจที่เกิดจากปัจจัยภายนอก (Possible Threat) ในอนาคต

คำตอบหนึ่งสำหรับคำถามข้างต้นคงจะหนีไม่พ้นเรื่องของการทำความเข้าใจผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายของสินค้าประเภทดังกล่าว ซึ่งทีมงานวิจัยของบริษัท ฟาร์อีสท์ ดีดีบี ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นกับผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นกลุ่มตัวอย่างเพศหญิงล้วน ที่มีอายุระหว่าง 20 - 40 ปี จำนวนทั้งหมด 200 คน ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยเป็นการทำการศึกษาผ่านทาง Insights Springboard ซึ่งเป็นเครื่องมือการศึกษาเบื้องลึกของผู้บริโภคที่สามารถทำให้เข้าใจเกี่ยวกับทัศนคติ และความต้องการของผู้บริโภคและสังคมแวดล้อมได้อย่างลึกซึ้ง

พร้อมเปลี่ยนแบรนด์ ลอยัลตี้ไม่สูง
- ใช้เพียงทีละยี่ห้อในช่วงเวลาหนึ่งๆ แต่จะเปลี่ยนยี่ห้อไปเรื่อยๆ 62%
- ใช้ยี่ห้อเดียวประจำโดยไม่คิดจะเปลี่ยนยี่ห้อ 24%
- ใช้หลายยี่ห้อสลับไปมาในช่วงเวลาเดียวกัน 8%
- ไม่ค่อยคำนึงถึงยี่ห้อ จะเป็นยี่ห้อไหนก็ได้ 6%

ผลจากการสำรวจในครั้งนี้พบว่า มีบางประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับสินค้าประเภทดังกล่าว นั่นก็คือ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ (62%) ไม่ค่อยมีความจงรักภักดีต่อตราสินค้าและมีแนวโน้มสูงเกี่ยวกับการเปลี่ยนยี่ห้อน้ำยาปรับผ้านุ่มไปเรื่อยๆ เมื่อใช้ยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งหมด ซึ่งในตอนแรกทีมงานวิจัยมองว่าอาจจะเป็นเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี อย่างไรก็ตาม เมื่อนำข้อมูลสถิติมาวิเคราะห์เพิ่มเติมก็พบว่า ในกลุ่มผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 31-40 ปีของการศึกษาในครั้งนี้ ก็มีพฤติกรรมค่อนข้างจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับกลุ่มผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 20-30 ปี หรืออาจจะเรียกว่าไม่แตกต่างกันเลยก็ว่าได้ ซึ่งมองดูแล้วคงไม่ใช่งานที่ง่ายนักสำหรับนักการตลาดที่จะทำให้ผู้บริโภคจงรักภักดีเลือกใช้ยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งเป็นประจำโดยไม่เปลี่ยนใจเลย บางทีต่อไปนี้การออกผลิตภัณฑ์น้ำยาปรับผ้านุ่มสูตร/กลิ่นใหม่ เพื่อดึงดูดให้ลูกค้ายังคงอยากจะใช้ยี่ห้อนั้นๆ ต่อไป อาจจะไม่ใช่คำตอบเดียวทั้งหมดของการเป็นแบรนด์หรือยี่ห้อที่เข้าใจผู้บริโภค

กลิ่นหอมจางเร็ว ปัญหาอันดับหนึ่ง

จากการสำรวจครั้งนี้พบว่า 73% ของผู้ให้สัมภาษณ์ให้ความเห็นว่าไม่ค่อยมีปัญหาใดที่เกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์น้ำยาปรับผ้านุ่ม แต่สำหรับผู้ที่ตอบว่ามีปัญหาจากการใช้ผลิตภัณฑ์น้ำยาปรับผ้านุ่มนั้นพบว่า ปัญหาหลักๆจะเป็นเรื่องของ “กลิ่นติดไม่นาน/กลิ่นหอมจางเร็ว” นอกจากนั้นยังมีปัญหาย่อยอื่นๆ ที่เกิดจากการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มอีก ยกตัวอย่างเช่น รู้สึกเหนียวตัวเวลาเหงื่อออก (เวลาใส่เสื้อที่ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม), ไม่รู้สึกว่าผ้านุ่มหลังการใช้ (น้ำยาปรับผ้านุ่ม) หรือการที่ต้องแช่น้ำยาปรับผ้านุ่มเป็นเวลานานๆ จึงจะมีกลิ่นหอมติดผ้า เป็นต้น

ปัญหาที่พบจากการใช้ผลิตภัณฑ์น้ำยาปรับผ้านุ่ม
- กลิ่นติดไำม่นาน (กลิ่นหอมจางเร็ว) 50%
- มีคราบติดเสื้อผ้า หลังจากใช้น้ำยาปรับผ้่านุ่ม 15%
- มีกลิ่นอับชื้นเมือซักตอนกลางคืน 11%
- บรรจุภัณฑ์ (แบบซอง) จับไม่ถนัดมือ 9%
- ใช้แล้วแพ้เป็นผื่น/ ระคายผิว 7%
- มีความเข้มข้นเกินไป ละลายน้ำไม่ดี 6%
- อื่นๆ 16%

n=200

เทรนด์ความเชื่อ ค่านิยมแรง

ในวันนี้ ถ้าเราลองค้นหาข้อมูลตามเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับน้ำยาปรับผ้านุ่ม เราจะพบว่ามีบางเว็บไซต์ที่เสนอขายน้ำยาปรับผ้านุ่มที่แบ่งประเภทของกลิ่นตามวันเกิด เช่น กลิ่นประจำวันจันทร์ หรือกลิ่นประจำวันศุกร์ เป็นต้น ซึ่งในแง่การตลาดแล้ว น่าจะเป็นไอเดียทางการตลาดหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามไป เพราะแนวคิดสินค้าดังกล่าวน่าจะมีที่มารวมถึงความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ (Belief) ค่านิยม (Value) และลักษณะวิถีชีวิตของคนไทย (Lifestyle) ณ ระดับหนึ่ง ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ นักการตลาดหรือผู้ประกอบการอาจจะนำแนวคิดเหล่านี้ไปพัฒนาต่อยอดเพื่อที่จะสร้างจุดขายหรือสิ่งที่แตกต่างจากคู่แข่ง โดยเฉพาะในแง่ของการสื่อสารทางการตลาดที่จะสะกิดใจและทำให้กลุ่มเป้าหมายหันมาสนใจผลิตภัณฑ์ของเรา และทำให้ผู้บริโภคมีความรู้สึกร่วมกับแบรนด์ของเราดังกล่าวโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว

น้ำยาปรับผ้านุ่มในอุดมคติ

ทีนี้ลองย้อนกลับมามองที่ตัวผลิตภัณฑ์น้ำยาปรับผ้านุ่มเองว่าคุณสมบัติใดของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวที่ผู้บริโภคมองหาบ้าง โดยหลักๆ แล้วก็คงไม่พ้นเรื่องของการที่น้ำยาปรับผ้านุ่มนั้นต้องให้กลิ่นหอมที่ติดทนนานและประสิทธิภาพในเรื่องของการป้องกันกลิ่นอับชื้นที่อาจจะเกิดกับเสื้อผ้าได้ทุกขณะ

กระนั้นก็ดี ข้อมูลในส่วนต่อไปนี้ น่าจะช่วยให้นักการตลาดเห็นภาพในมุมอื่นๆ ที่ผู้บริโภคมองและคิดเกี่ยวกับคุณสมบัติของน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ตนเองอยากจะเลือกใช้ต่อไปในอนาคตได้ ณ ระดับหนึ่ง ตัวอย่างเช่น ในประเด็นของการที่น้ำยาปรับผ้านุ่มนั้นต้อง ‘ไม่ทำให้เกิดไฟฟ้าสถิต ป้องกันผ้าลีบติดตัว” เป็นต้น ซึ่งสำหรับผู้บริโภคบางท่านแล้ว นี่อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่แปลกใหม่เลยเกี่ยวกับที่มาของผ้าลีบติดตัว แต่จะมีสักกี่คนที่รู้และเข้าใจว่า สาเหตุหนึ่งมาจากการที่เกิดไฟฟ้าสถิต การบ้านหรือโจทย์ที่นักการตลาดจะต้องนำไปทำงานต่อก็คือการหาวิธีการที่จะทำให้สิ่งที่ค้นพบเหล่านี้กลายเป็น “เหตุผล” ใหม่ที่ผู้บริโภคจะเชื่อถือและรักในแบรนด์ของเรา

คุณสมบัติผลิตภัณฑ์น้ำยาปรับผ้านุ่มที่ต้องการ
- มีกลิ่นหอมติดทนนาน 97%
- ป้องกันกลิ่นอับชื้นสำหรับซักตอนกลางคืน 74%
- ปกป้องจากเชื้อแบคทีเรีย 69%
- ไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองผิว 64%
- ถนอมเส้นใย ยืดอายุผ้าให้ใช้งานได้นานยิ่งขึ้น 64%
- ละลายน้ำได้อย่างรวดเร็ว และไม่เป็นไข หรือทิ้งคราบในเครื่องซักผ้า 36%
- มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์ ที่ช่วยให้ผิว มือนุ่ม 21%
- ไม่ทำให้เกิดไฟฟ้าสถิต ป้องกันผ้าลีบติดตัว 20%

กลยุทธ์ที่โดนใจ

นอกจากนั้น ทางทีมงานวิจัยยังได้แทรกเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการประเมินทัศนคติของกลุ่มตัวอย่างในหลายๆ ด้าน รวมทั้งกลยุทธ์การตลาดที่กลุ่มเป้าหมายเห็นด้วย เกี่ยวกับการตัดสินใจซื้อหรือไม่ซื้อ ดังนี้

% ของกลุ่มตัวอย่างที่ "เห็นด้วย" กับประเด็นต่างๆเกี่ยวกับน้ำยาปรับผ้านุ่ม
- การมีบรรจุภัณฑ์หลากหลายขนาดให้เลือก ทำให้ดูเป็นยี่ห้อ/แยรนด์ที่เข้าใจผู้บริโภค 87%
- การใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มสูตรเข้มข้น ทำให้ฉันประหยัดเงินมากขึ้น 71%
- ผงซักฟอกที่มีส่วนผสมของน้ำยาปรับผ้านุ่ม จะมีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดน้อยลง 39%
- พรีเซนเตอร์ที่มีชื่อเสียงจะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ 67%
- โฆษณาน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ออกแนวตลก เป็นสิ่งน่าสนใจ 59%

ในหนังสือ “Ten Deadly Marketing Sins” ของฟิลิป คอตเลอร์ ซึ่งเป็นปรมาจารย์ด้านการตลาดของโลก ได้กล่าวถึงบาปร้ายแรงด้านการตลาดไว้ถึง 10 ประการ ซึ่งบาปทางการตลาดลำดับที่ 3 ที่ได้กล่าวไว้ในหนังสือเล่มนี้ก็คือ “การที่บริษัทไม่กำหนดว่าใครคือคู่แข่งและไม่คอยติดตามตรวจสอบคู่แข่งของตน” และตัวอย่างหนึ่งของบาปลักษณะนี้ก็คือการที่บริษัทให้ความสำคัญกับคู่แข่งบางรายมากเกินจำเป็น ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับคู่แข่งบางรายน้อยเกินไปหรือมองคู่แข่งไม่กว้างมากพอ

และเช่นเดียวกัน ทีมงานวิจัยเชื่อและหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้อมูลในการศึกษาครั้งนี้น่าจะให้ประโยชน์แก่ผู้อ่าน โดยเฉพาะผู้ประกอบการ นักการตลาดและนักโฆษณาประชาสัมพันธ์ ในการที่จะช่วยให้ฉุกคิดและตระหนักถึงสิ่งที่อาจจะเคยเข้าใจว่าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อย หรือไม่สำคัญและไม่มีความหมาย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเทรนด์ของสินค้าประเภท DIY หรือแม้แต่กลยุทธ์ทางการตลาดที่สินค้าคู่แข่งประเภทนี้พยายามนำเสนออย่างแตกต่างและแหวกแนว ซึ่งวันหนึ่งในอนาคตอันใกล้ ใครเลยจะรู้ว่า สิ่งต่างๆ เหล่านี้อาจจะกลับกลายเป็นหอกข้างแคร่ (และอาจจะพัฒนาเป็นคู่แข่งสำคัญ) ให้กับผู้ผลิตสินค้าน้ำยาปรับผ้านุ่มที่มีตรายี่ห้อหรือเจ้าของแบรนด์ในภายหลังก็ได้

Digital TV & Media

กสทช.เพิ่มเงื่อนไขคูปองทีวีดิจิตอลเอื้อแลกกล่องแบบไฮบริดดูผ่านดาวเทียมได้ หวังแก้ปัญหาสัญญาณระบบดิจิตอลไม่ครอบคลุม คาด พ.ค.เริ่มใช้คูปองได้ พร้อมเตรียมขยายวันหมดอายุคูปองออกไปอีก 2 เดือน ทุกล็อต

หลังจาก “ดิจิทัลทีวี” ผ่านครึ่งปีแรกของการดำเนินธุรกิจ คือเริ่มออกอากาศตั้งแต่เดือนพฤษภาคม มาด้วยความทะลักทุเล

สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) ร่วมกับ ทีเอ็นเอส เผยผลสำรวจมูลค่าเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลในปี 2557 และคาดการณ์ในปี 2558

Consumer Insight

“ดันน์ฮัมบี้” บริษัทที่ทำการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค ได้เผยผลวิจัยว่าภาคไหนในประเทศไทยนิยมซื้อสินค้าในช่วงเทศกาลสงกรานต์มากที่สุด พบว่าคนไทยใน “ภาคใต้” มีแนวโน้มสูงที่ไปจับจ่ายใช้สอยสินค้าในช่วงสงกรานต์มากกว่าภาคอื่นๆ โดยที่ดันน์ฮัมบี้ได้ใช้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อ จากจำนวนผู้บริโภคจำนวน 8.2 ล้านคนที่ซื้อสินค้าในเทสโก้ โลตัส

จากผลสำรวจการให้ความสำคัญในการใช้จ่ายของผู้บริโภค ในปี 2557 ซึ่งจัดทำโดยมาสเตอร์การ์ด (MasterCard Consumer Purchasing Priorities 2014) พบว่าประมาณ 3 ใน 4 ของผู้บริโภคชาวไทยที่อยู่ในการสำรวจ วางแผนท่องเที่ยวพักผ่อนทั้งในประเทศและต่างประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเชียงใหม่และภูเก็ตยังครองแชมป์จุดหมายปลายทางในประเทศที่ได้รับความนิยมสูงสุด

ReadyPlanet ผู้ให้บริการระบบเว็บไซต์สำเร็จรูปบริการด้านการตลาดดิจิตอล ได้เผยกลยุทธ์ในการทำการตลาดออนไลน์ในช่วงวันหยุดยาวเพื่อต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ที่มาถึง เพื่อไม่ให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์สูญเสียโอกาสในการกอบโกยรายได้

Insight

เจาะลึก...สงครามบริการด้านการเงิน เมื่อ 3 ค่ายโอเปอเรเตอร์มือถือ เอไอเอส ดีแทค และทรู แปลงกายเป็น “ธนาคารบนมือถือ” หรือ “โมบายแบงกิ้ง” เพื่อเป็นช่องทางหารายได้ใหม่ ในยุคที่มือถือกำลังเบ่งบานสุดขีด

“แกร็บแท็กซี่” เป็นอีกหนึ่งรายที่เข้ามาบุกตลาดแท็กซี่ในประเทศไทย ได้เข้ามาทำตลาดได้ 2 ปีแล้ว ในรูปแบบของการเรียกแท็กซี่ผ่านแอพพลิเคชั่น ท่ามกลางผู้เล่นในตลาดอีกทั้งหมด 3 ราย ด้วยกัน ได้แก่ อูเบอร์, อีซี่แท็กซี่ และน้องใหม่จากนครชัยแอร์

บริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือ WPP มุ่งเน้นงานวิจัยพฤติกรรมการจับของผู้บริโภคเชิงลึก เชี่ยวชาญเป็นพิเศษในกลุ่มสินค้า FMCG เปิดเผยถึงทิศทางเศรษฐกิจไทย และการเปลี่ยนแปลงผู้บริโภค

Strategic Move

เทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง นอกจากจะเป็นเวลาแห่งความสนุกสนานของการเล่นสาดน้ำแล้ว ยังเป็นช่วงเวลา “น้ำขึ้นให้รีบตัก” หลายๆ สินค้าจะขายดีเป็นพิเศษในช่วงนี้ หรือบางสินค้าจะขายได้เฉพาะในเทศกาลสงกรานต์เท่านั้น ทีมงานหน้า “SME ผู้จัดการ” ได้รวบรวม สินค้าที่คาดว่าจะสุดฮอต ลองดูกันว่าจะตรงใจหรือเปล่า

หลังจากที่ "อาเจกรุ๊ป” จากประเทศเปรู ได้ส่ง บิ๊กโคล่า” ออกมาสร้างความคักคักให้กับตลาดน้ำอัดลมมาแล้ว และได้ทยอยออกวางตลาดแบรนด์เครื่องดื่มชนิดต่างๆในพอร์ตสินค้า ไม่ว่า น้ำดื่มเซียโล่ เครื่องดื่มเกลือแร่สปอเรต คราวนี้มาถึงคิว ของ "น้ำอัดลมผสมน้ำผลไม้"ภายใต้แบรนด์ “บิ๊กเฟรช” ที่จะเป็นอีกหนึ่งในอาวุธสำคัญของ อาเจกรุ๊ปในปีนี้

ชัวร์ ไลฟ์ ประเดิมจำหน่าย Gold Elite นำสมาร์ทโฟนไฮเอนด์ชื่อดังไปชุบทอง สร้างความแตกต่างให้แก่ผู้ใช้ ตั้งเป้าวางจำหน่าย 200 เครื่องภายในปีนี้ ชูจุดเด่นในแง่ของบริการหลังการขายที่พร้อมรับส่งเครื่องถึงที่ ราคาเริ่มต้น 159,000 บาท

Social Media Club

สงกรานต์เมืองไทยว่าร้อนแล้ว แต่ประเด็นร้อนจากเครือข่ายสังคมยักษ์ใหญ่อย่างเฟซบุ๊ก (Facebook) กลับเพิ่มดีกรีองศาเดือดไม่แพ้กัน เพราะอนาคต 3 ทิศทางที่เฟซบุ๊กกำลังบอกโลกว่าพร้อมเติบโตในช่วง 10 ปีนับจากนี้กลับดูแหวกแนวจากบริการปัจจุบันของเฟซบุ๊ก ทั้งการมุ่งพัฒนาสินค้าเทคโนโลยีภาพเสมือนจริงหรือวีอาร์ (Virtual reality) การเตรียมลู่ทางไว้สำหรับบริการอินเทอร์เน็ตผ่านหุ่นยนต์เครื่องร่อนหรือโดรน (drone) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

หลังจากที่แอปเปิลได้ปล่อยให้มีการอัพเดตเวอร์ชั่น iOS 8.3 ได้พร้อมกันทั่วโลกเมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา นอกจากจะมีฟีเจอร์อะไรใหม่ๆ โดนในสาวกแอปเปิลแล้ว ยังสามารถเรียกเสียงฮาได้ทั่วโซเชียลเช่นกัน เมื่อ Siri อีกหนึ่งโปรแกรมตัวช่วยของแอปเปิลนั้นมาพร้อมด้วยเวอร์ชั่นภาษาไทยแล้ว

เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการสำหรับเว็บไซต์ Messenger.com บริการแชตจากเฟซบุ๊ก (Facebook) โซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ คาดเป็นการกรุยทางสู่ Messenger Business ที่บริษัทเตรียมไว้เป็นเครื่องมือสำหรับการใช้ในเชิงพาณิชย์นั่นเอง

Columnist

เป็นข่าวคราวที่สร้างกระแสและสะเทือนวงการแท็กซี่ได้พอสมควร เมื่อ “แท็กซี่” นครชัยแอร์เปิดตัวและพร้อมเริ่มให้บริการ 1 พ.ค. 2558 โดยใช้ชื่อว่า “All Thai Taxi” ใช้งบประมาณเกือบ 700 ล้าน

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Wrap

คำสั่งขององค์การการบินระหว่างประเทศ (ICAO) ที่ทำให้ทางการญี่ปุ่นระงับการเพิ่มเที่ยวบินจากประเทศไทย เหมือนดั่งสายฟ้าฟาด สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่วางแผนไปเยือนแดนอาทิตย์อุทัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งหากกรมการบินพลเรือนของไทยยังไม่สามารถแก้ปัญหาเพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยได้ ก็อาจมีความเสี่ยงที่ประเทศอื่นๆจะระงับการขยายเส้นทางการบินเหมือนกับญี่ปุ่น

ปฏิเสธไม่ได้ว่า บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จำนวนมากต่างเฝ้ามองตลาดของจีนแผ่นดินใหญ่กันตาเป็นมัน และคาดหวังว่าจะได้มีส่วนแบ่งตลาดในจีนแผ่นดินใหญ่กันทั้งสิ้น แต่สำหรับบริษัทเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกา ตลาดจีนดูจะยากแก่การเข้าถึงเกินไปเสียแล้ว

เปิดเผยดรามาภายในองค์กรก้องโลก “แอปเปิล” หลังมีข้อมูลเผยว่า ทิม คุก (Tim Cook) ซีอีโอแอปเปิลคนปัจจุบันเคยเสนอตัวขอบริจาค “ตับ” ให้สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) อดีตซีอีโอเพื่อยื้อชีวิต

Global Trend

ญี่ปุ่นได้พัฒนาอย่างรวดเร็วกลายเป็นประเทศมีความทันสมัยมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก หากแต่กาลเวลาได้ทำให้สถานที่บางแห่งกำลังจะเลือนหายไป สถานที่เหล่านี้ทรงคุณค่าทั้งในด้านประวัติศาสตร์ และสะท้อนวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นได้อย่างดี

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ - ผลการศึกษาเผย แม้เศรษฐกิจจีนอาจกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่ขรุขระ แต่ก็สามารถครองอันดับชาติ ที่มีอภิมหาเศรษฐีจำนวนมากที่สุดในโลก

หลังผ่านพ้นฤดูกาลของดอกซากุระ ผู้ผลิตอาหารและขนมในญี่ปุ่นก็เตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งส่วน

ใหญ่มีส่วนผสมของมัทฉะหรือชาเขียว

People

นางคือเจ้าแม่แห่งวงการแต่งหน้าที่แม้แต่ดาราชื่อดังอย่าง แอฟ ทักษอร, พลอย เฌอมาลย์ ฯลฯ ก็ผ่านการเนรมิตให้ดูสวยสง่าเพราะฝีมือการผัดแป้งแต่งหน้าของเธอกันมานักต่อนัก และล่าสุด เหล่าพริตตี้หลากหลายค่ายในงานมอเตอร์โชว์ครั้งล่าสุด เธอก็เสริมความสวยบนใบหน้าให้แก่เหล่านางฟ้ามอเตอร์โชว์แทบจะหมดทั้งฮอลล์

25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาคือวันที่กูเกิลประเทศไทยประกาศต้อนรับหัวหน้าฝ่ายการตลาดคนใหม่นามว่า “ภีท นุชนาฏนนท์” สิ่งที่น่าจับตาจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าภีทเป็นใคร แต่อยู่ที่ประสบการณ์ของภีทอาจจะบอกใบ้แนวทางของกูเกิลประเทศไทยในอนาคต

พลิกปูมธุรกิจ “บี เตชะอุบล” ทายาทคนโตแห่งตระกูลเตชะอุบล เจ้าของอาณาจักรคันทรี่ กรุ๊ป ผู้หาญกล้าควักเงินหมื่นล้าน ซื้อปีศาจแดง-ดำ เอซี มิลาน สโมสรฟุตบอลระดับโลกแห่งลีกอิตาลี พบเป็นและเคยเป็นผู้บริหารบริษัทไทยอยู่ 15 บริษัท โดย 5 บริษัทดำเนินกิจการอยู่ ส่วนอีก 10 เลิกกิจการไปแล้ว

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348