น้ำยาปรับผ้านุ่ม...ปรับตัวเอง

หากจะมีใครพูดถึงผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม หรือที่ผู้บริโภคอย่างเราๆ ท่านๆ เรียกกันติดปากว่า “น้ำยาปรับผ้านุ่ม” นั้น ถ้าเดินไปเคาะประตูตามบ้านเรือนหรือแม้แต่คอนโดมิเนียมซึ่งกำลังผุดขึ้นอย่างกับดอกเห็ดในปัจจุบัน โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร รับรองว่าร้อยทั้งร้อยต้องเจอบ้านหรือครัวเรือนที่ใช้สินค้าดังกล่าว แถมยังอาจจะได้พบเจออีกว่าผู้บริโภคมีการใช้สินค้าดังกล่าวในหลากหลายลักษณะ เช่น มีการซื้อใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มมากกว่าหนึ่งกลิ่น โดยอาจจะเป็นยี่ห้อเดียวกันหรือต่างยี่ห้อ ซึ่งก็แตกต่างกันไปตามความชอบของแต่ละท่าน

ยิ่งในยุคสมัยนี้ที่เป็นยุคของเทรนด์เกี่ยวกับสินค้าประเภท DIY (Do-It-Yourself) กำลังเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ประกอบกับการที่ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยมีแนวโน้มที่จะประหยัดค่าใช้จ่ายในหลายๆ ทาง ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะนิ่งงันขณะนี้ ดังนั้น จึงไม่แปลกที่จะมีผู้ที่นำสูตรผลิตภัณฑ์หลายๆ ชนิดออกมาเผยแผ่ ไม่ว่าจะเป็นสบู่ น้ำยาล้างจาน เจลทำความสะอาดมือ หรือแม้กระทั่งน้ำยาปรับผ้านุ่มเอง เพื่อให้ผู้ที่สนใจนำไปผลิตขึ้นเพื่อใช้เองในครัวเรือน จนกระทั่งบางท่านที่หัวใสหรือมีหัวการค้าก็อาจจะนำไปประกอบเป็นวิชาชีพหรือเป็นอาชีพเสริมเพื่อช่วยในการหารายได้เพิ่มเติมอีกทางหนึ่ง

แล้วผู้ผลิตสินค้าน้ำยาปรับผ้านุ่มที่มีตรายี่ห้อหรือเจ้าของแบรนด์จะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เป็นการมองข้ามสิ่งเหล่านี้ที่ทางการตลาดเราอาจจะเรียกได้ว่าเป็นอุปสรรคทางธุรกิจที่เกิดจากปัจจัยภายนอก (Possible Threat) ในอนาคต

คำตอบหนึ่งสำหรับคำถามข้างต้นคงจะหนีไม่พ้นเรื่องของการทำความเข้าใจผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายของสินค้าประเภทดังกล่าว ซึ่งทีมงานวิจัยของบริษัท ฟาร์อีสท์ ดีดีบี ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นกับผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นกลุ่มตัวอย่างเพศหญิงล้วน ที่มีอายุระหว่าง 20 - 40 ปี จำนวนทั้งหมด 200 คน ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยเป็นการทำการศึกษาผ่านทาง Insights Springboard ซึ่งเป็นเครื่องมือการศึกษาเบื้องลึกของผู้บริโภคที่สามารถทำให้เข้าใจเกี่ยวกับทัศนคติ และความต้องการของผู้บริโภคและสังคมแวดล้อมได้อย่างลึกซึ้ง

พร้อมเปลี่ยนแบรนด์ ลอยัลตี้ไม่สูง
- ใช้เพียงทีละยี่ห้อในช่วงเวลาหนึ่งๆ แต่จะเปลี่ยนยี่ห้อไปเรื่อยๆ 62%
- ใช้ยี่ห้อเดียวประจำโดยไม่คิดจะเปลี่ยนยี่ห้อ 24%
- ใช้หลายยี่ห้อสลับไปมาในช่วงเวลาเดียวกัน 8%
- ไม่ค่อยคำนึงถึงยี่ห้อ จะเป็นยี่ห้อไหนก็ได้ 6%

ผลจากการสำรวจในครั้งนี้พบว่า มีบางประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับสินค้าประเภทดังกล่าว นั่นก็คือ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ (62%) ไม่ค่อยมีความจงรักภักดีต่อตราสินค้าและมีแนวโน้มสูงเกี่ยวกับการเปลี่ยนยี่ห้อน้ำยาปรับผ้านุ่มไปเรื่อยๆ เมื่อใช้ยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งหมด ซึ่งในตอนแรกทีมงานวิจัยมองว่าอาจจะเป็นเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี อย่างไรก็ตาม เมื่อนำข้อมูลสถิติมาวิเคราะห์เพิ่มเติมก็พบว่า ในกลุ่มผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 31-40 ปีของการศึกษาในครั้งนี้ ก็มีพฤติกรรมค่อนข้างจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับกลุ่มผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 20-30 ปี หรืออาจจะเรียกว่าไม่แตกต่างกันเลยก็ว่าได้ ซึ่งมองดูแล้วคงไม่ใช่งานที่ง่ายนักสำหรับนักการตลาดที่จะทำให้ผู้บริโภคจงรักภักดีเลือกใช้ยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งเป็นประจำโดยไม่เปลี่ยนใจเลย บางทีต่อไปนี้การออกผลิตภัณฑ์น้ำยาปรับผ้านุ่มสูตร/กลิ่นใหม่ เพื่อดึงดูดให้ลูกค้ายังคงอยากจะใช้ยี่ห้อนั้นๆ ต่อไป อาจจะไม่ใช่คำตอบเดียวทั้งหมดของการเป็นแบรนด์หรือยี่ห้อที่เข้าใจผู้บริโภค

กลิ่นหอมจางเร็ว ปัญหาอันดับหนึ่ง

จากการสำรวจครั้งนี้พบว่า 73% ของผู้ให้สัมภาษณ์ให้ความเห็นว่าไม่ค่อยมีปัญหาใดที่เกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์น้ำยาปรับผ้านุ่ม แต่สำหรับผู้ที่ตอบว่ามีปัญหาจากการใช้ผลิตภัณฑ์น้ำยาปรับผ้านุ่มนั้นพบว่า ปัญหาหลักๆจะเป็นเรื่องของ “กลิ่นติดไม่นาน/กลิ่นหอมจางเร็ว” นอกจากนั้นยังมีปัญหาย่อยอื่นๆ ที่เกิดจากการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มอีก ยกตัวอย่างเช่น รู้สึกเหนียวตัวเวลาเหงื่อออก (เวลาใส่เสื้อที่ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม), ไม่รู้สึกว่าผ้านุ่มหลังการใช้ (น้ำยาปรับผ้านุ่ม) หรือการที่ต้องแช่น้ำยาปรับผ้านุ่มเป็นเวลานานๆ จึงจะมีกลิ่นหอมติดผ้า เป็นต้น

ปัญหาที่พบจากการใช้ผลิตภัณฑ์น้ำยาปรับผ้านุ่ม
- กลิ่นติดไำม่นาน (กลิ่นหอมจางเร็ว) 50%
- มีคราบติดเสื้อผ้า หลังจากใช้น้ำยาปรับผ้่านุ่ม 15%
- มีกลิ่นอับชื้นเมือซักตอนกลางคืน 11%
- บรรจุภัณฑ์ (แบบซอง) จับไม่ถนัดมือ 9%
- ใช้แล้วแพ้เป็นผื่น/ ระคายผิว 7%
- มีความเข้มข้นเกินไป ละลายน้ำไม่ดี 6%
- อื่นๆ 16%

n=200

เทรนด์ความเชื่อ ค่านิยมแรง

ในวันนี้ ถ้าเราลองค้นหาข้อมูลตามเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับน้ำยาปรับผ้านุ่ม เราจะพบว่ามีบางเว็บไซต์ที่เสนอขายน้ำยาปรับผ้านุ่มที่แบ่งประเภทของกลิ่นตามวันเกิด เช่น กลิ่นประจำวันจันทร์ หรือกลิ่นประจำวันศุกร์ เป็นต้น ซึ่งในแง่การตลาดแล้ว น่าจะเป็นไอเดียทางการตลาดหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามไป เพราะแนวคิดสินค้าดังกล่าวน่าจะมีที่มารวมถึงความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ (Belief) ค่านิยม (Value) และลักษณะวิถีชีวิตของคนไทย (Lifestyle) ณ ระดับหนึ่ง ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ นักการตลาดหรือผู้ประกอบการอาจจะนำแนวคิดเหล่านี้ไปพัฒนาต่อยอดเพื่อที่จะสร้างจุดขายหรือสิ่งที่แตกต่างจากคู่แข่ง โดยเฉพาะในแง่ของการสื่อสารทางการตลาดที่จะสะกิดใจและทำให้กลุ่มเป้าหมายหันมาสนใจผลิตภัณฑ์ของเรา และทำให้ผู้บริโภคมีความรู้สึกร่วมกับแบรนด์ของเราดังกล่าวโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว

น้ำยาปรับผ้านุ่มในอุดมคติ

ทีนี้ลองย้อนกลับมามองที่ตัวผลิตภัณฑ์น้ำยาปรับผ้านุ่มเองว่าคุณสมบัติใดของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวที่ผู้บริโภคมองหาบ้าง โดยหลักๆ แล้วก็คงไม่พ้นเรื่องของการที่น้ำยาปรับผ้านุ่มนั้นต้องให้กลิ่นหอมที่ติดทนนานและประสิทธิภาพในเรื่องของการป้องกันกลิ่นอับชื้นที่อาจจะเกิดกับเสื้อผ้าได้ทุกขณะ

กระนั้นก็ดี ข้อมูลในส่วนต่อไปนี้ น่าจะช่วยให้นักการตลาดเห็นภาพในมุมอื่นๆ ที่ผู้บริโภคมองและคิดเกี่ยวกับคุณสมบัติของน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ตนเองอยากจะเลือกใช้ต่อไปในอนาคตได้ ณ ระดับหนึ่ง ตัวอย่างเช่น ในประเด็นของการที่น้ำยาปรับผ้านุ่มนั้นต้อง ‘ไม่ทำให้เกิดไฟฟ้าสถิต ป้องกันผ้าลีบติดตัว” เป็นต้น ซึ่งสำหรับผู้บริโภคบางท่านแล้ว นี่อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่แปลกใหม่เลยเกี่ยวกับที่มาของผ้าลีบติดตัว แต่จะมีสักกี่คนที่รู้และเข้าใจว่า สาเหตุหนึ่งมาจากการที่เกิดไฟฟ้าสถิต การบ้านหรือโจทย์ที่นักการตลาดจะต้องนำไปทำงานต่อก็คือการหาวิธีการที่จะทำให้สิ่งที่ค้นพบเหล่านี้กลายเป็น “เหตุผล” ใหม่ที่ผู้บริโภคจะเชื่อถือและรักในแบรนด์ของเรา

คุณสมบัติผลิตภัณฑ์น้ำยาปรับผ้านุ่มที่ต้องการ
- มีกลิ่นหอมติดทนนาน 97%
- ป้องกันกลิ่นอับชื้นสำหรับซักตอนกลางคืน 74%
- ปกป้องจากเชื้อแบคทีเรีย 69%
- ไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองผิว 64%
- ถนอมเส้นใย ยืดอายุผ้าให้ใช้งานได้นานยิ่งขึ้น 64%
- ละลายน้ำได้อย่างรวดเร็ว และไม่เป็นไข หรือทิ้งคราบในเครื่องซักผ้า 36%
- มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์ ที่ช่วยให้ผิว มือนุ่ม 21%
- ไม่ทำให้เกิดไฟฟ้าสถิต ป้องกันผ้าลีบติดตัว 20%

กลยุทธ์ที่โดนใจ

นอกจากนั้น ทางทีมงานวิจัยยังได้แทรกเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการประเมินทัศนคติของกลุ่มตัวอย่างในหลายๆ ด้าน รวมทั้งกลยุทธ์การตลาดที่กลุ่มเป้าหมายเห็นด้วย เกี่ยวกับการตัดสินใจซื้อหรือไม่ซื้อ ดังนี้

% ของกลุ่มตัวอย่างที่ "เห็นด้วย" กับประเด็นต่างๆเกี่ยวกับน้ำยาปรับผ้านุ่ม
- การมีบรรจุภัณฑ์หลากหลายขนาดให้เลือก ทำให้ดูเป็นยี่ห้อ/แยรนด์ที่เข้าใจผู้บริโภค 87%
- การใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มสูตรเข้มข้น ทำให้ฉันประหยัดเงินมากขึ้น 71%
- ผงซักฟอกที่มีส่วนผสมของน้ำยาปรับผ้านุ่ม จะมีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดน้อยลง 39%
- พรีเซนเตอร์ที่มีชื่อเสียงจะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ 67%
- โฆษณาน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ออกแนวตลก เป็นสิ่งน่าสนใจ 59%

ในหนังสือ “Ten Deadly Marketing Sins” ของฟิลิป คอตเลอร์ ซึ่งเป็นปรมาจารย์ด้านการตลาดของโลก ได้กล่าวถึงบาปร้ายแรงด้านการตลาดไว้ถึง 10 ประการ ซึ่งบาปทางการตลาดลำดับที่ 3 ที่ได้กล่าวไว้ในหนังสือเล่มนี้ก็คือ “การที่บริษัทไม่กำหนดว่าใครคือคู่แข่งและไม่คอยติดตามตรวจสอบคู่แข่งของตน” และตัวอย่างหนึ่งของบาปลักษณะนี้ก็คือการที่บริษัทให้ความสำคัญกับคู่แข่งบางรายมากเกินจำเป็น ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับคู่แข่งบางรายน้อยเกินไปหรือมองคู่แข่งไม่กว้างมากพอ

และเช่นเดียวกัน ทีมงานวิจัยเชื่อและหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้อมูลในการศึกษาครั้งนี้น่าจะให้ประโยชน์แก่ผู้อ่าน โดยเฉพาะผู้ประกอบการ นักการตลาดและนักโฆษณาประชาสัมพันธ์ ในการที่จะช่วยให้ฉุกคิดและตระหนักถึงสิ่งที่อาจจะเคยเข้าใจว่าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อย หรือไม่สำคัญและไม่มีความหมาย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเทรนด์ของสินค้าประเภท DIY หรือแม้แต่กลยุทธ์ทางการตลาดที่สินค้าคู่แข่งประเภทนี้พยายามนำเสนออย่างแตกต่างและแหวกแนว ซึ่งวันหนึ่งในอนาคตอันใกล้ ใครเลยจะรู้ว่า สิ่งต่างๆ เหล่านี้อาจจะกลับกลายเป็นหอกข้างแคร่ (และอาจจะพัฒนาเป็นคู่แข่งสำคัญ) ให้กับผู้ผลิตสินค้าน้ำยาปรับผ้านุ่มที่มีตรายี่ห้อหรือเจ้าของแบรนด์ในภายหลังก็ได้

Digital TV & Media

หลังจาก “ดิจิทัลทีวี” ผ่านครึ่งปีแรกของการดำเนินธุรกิจ คือเริ่มออกอากาศตั้งแต่เดือนพฤษภาคม มาด้วยความทะลักทุเล

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) ร่วมกับ ทีเอ็นเอส เผยผลสำรวจมูลค่าเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลในปี 2557 และคาดการณ์ในปี 2558

Consumer Insight

อาจเป็นเพราะรูปแบบของสื่อทีเปลี่ยนแปลงไป จากเด็กในอดีตที่มีเพียงแค่ทีวี หนังสือ และนิตยสารอยู่รอบตัว มาสู่เด็กในวันนี้ที่มีทั้งแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน นาฬิกาอัจฉริยะ แว่นตาอัจฉริยะ เกม ยูทิวบ์ ทีวีที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ฯลฯ ส่งผลให้เด็กทุกวันนี้อยู่กับหน้าจอต่างๆ มากกว่าวันละ 6 ชั่วโมงแล้ว

ThaiCERT (ไทยเซิร์ต) ออกประกาศเตือนผู้ใช้งานระบบธนาคารออนไลน์ (Online Banking) ให้ระวังเว็บไซต์ธนาคารปลอม หลังได้รับแจ้งว่ามีลูกค้าธนาคารแห่งหนึ่ง พบหน้าเว็บไซต์หลอกหลวง หวังขโมยรหัสผู้ใช้และรหัสผ่าน

เอคเซนเชอร์ เผยเศรษฐกิจยุคใหม่กำลังจะก้าวไปสู่เศรษฐกิจแบบผนึกกำลัง หรือ We Economy เหตุดิจิตอลเข้ามามีบทบาทในทุกด้าน แนะธุรกิจต้องปรับตัว และต่อยอดสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยเฉพาะในตลาดอาเซียนที่คาดว่าในปี 2020 จะมีมูลค่าตลาดสูงถึง 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

Insight

ก้าวเข้าสู่ยกที่สองของ สมรภูมิดิจิตอลทีวี แต่กลับย้อนรอยเข้าสู่โหมด อนาล็อกแบบเดิมๆ เมื่อบรรดาเหล่าดิจิตอลทีวีต่างขน “ละคร” ออนแอร์กันแบบจัดเต็ม หวังชิงคนดู และเรตติ้งช่วงไพร์มไทม์จากช่องอนาล็อกขึ้นสู่ท็อปไฟว์ จนทำให้สภาพทีวีของไทยเวลานี้ต้องเข้าสู่ภาวะ “ละครล้นจอ”

ดีเดย์วันนี้ 12 มีนาคม เฟซบุ๊ก ล้างบาง “ไลค์ปลอม” ประกาศลบบัญชีแฟนเพจที่ไม่เคลื่อนไหวทิ้ง นักการตลาดขานรับ คาดยอดไลค์ลด 5-10% แต่ได้แฟนตัวจริง ธุรกิจปั่นไลค์กระเทือน ส่วนเฟซบุ๊กทำเงินเข้ากระเป๋าเพิ่ม

หลังจากที่ตลาดน้ำอัดลมของไทยมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเป๊ปซี่ ยุติความสัมพันธ์ที่เคยมีกับ “เสริมสุข” ผู้ผลิต บรรจุขวด และทำตลาดเป๊ปซี่มายาวนานถึง 58 ปี ต้องสิ้นสุดลง เป๊ปซี่ตั้งโรงงานผลิตและจัดจำหน่ายเอง ยกเลิกขวดแก้ว หันมาเน้นผลิตแต่ขวด PET

Strategic Move

เมเจอร์ปิดจองตั๋ว Fast and furious 7 ผ่านเวบไซต์ ส่วน SF ยังเปิดอยู่ เผย "จา พนม" บินไปอเมริกาเดินสายโปรโมตหนังแล้ว

“สหมงคลฟิล์ม” เผยเดินหน้าระงับฉาย “Fast and Furious 7” เรียกค่าเสียหาย 1,600 ล้านบาท ยื่นสามทางเลือกให้ผู้สร้าง ผู้จัดจำหน่ายเข้ามาเจรจาพร้อม “จา

กระแสแอนตี้ “สหมงคลฟิล์ม” ถล่มเน็ต!! คอหนังขอรวมตัวแบนค่ายหนังอย่างเป็นทางการ ทันทีที่ศาลสั่งระงับการฉายภาพยนตร์เรื่อง “Fast & Furious 7” จากคดีการละเมิดสัญญาของ “จา พนม” นักแสดงในสังกัด เสี่ยเจียงในฐานะเจ้าของค่ายขอความเห็นใจเพราะจำต้องทำ แม้ฟีดแบ็กจะน่ากลัวขนาดไหน แง้มทางออกเอาไว้ให้ คนไทยอาจมีสิทธิได้ดูหนังเรื่องนี้พร้อมทั่วโลกถ้าอีกฝ่ายติดต่อขอเจรจา ไม่เช่นนั้น จะขอตามฟ้องหนังทุกเรื่องที่มีชื่อ “จา พนม”!! โดยครั้งนี้เรียกค่าเสียหายเอาไว้กว่า 1,600 ล้านบาท!!

Social Media Club

หลังจากซื้อกิจการในเดือนมกราคมและเปิดให้ชาวออนไลน์ทดลองใช้งานมาระยะหนึ่ง “ทวิตเตอร์ (Twitter)” เครือข่ายสังคมข้อความสั้นยอดฮิตตัดสินใจเปิดให้บริการแอปพลิเคชัน “แพริสโคป (Periscope)” อย่างเป็นทางการ ชูความสามารถถ่ายทอดสดทั้งภาพวิดีโอและเสียงสุดลื่นไหล แถมให้บริการฟรีบนความหวังเพิ่มฐานผู้ใช้งานก้าวกระโดด

เฟซบุ๊ก (Facebook) เครือข่ายสังคมยักษ์ใหญ่ประกาศให้นักพัฒนาจากภายนอกร่วมเพิ่มฟังก์ชันบนแพลตฟอร์ม “Messenger” ได้ตามใจปรารถนา พร้อมโชว์ตัวเลขผู้ใช้กว่า 600 ล้านคน เป็นสิ่งยั่วใจ ไม่เท่านั้นยังเผยแผนบริการใหม่ “Businesses on Messenger” ที่เชื่อว่าจะทำให้ธุรกิจกับผู้บริโภค “ใกล้ชิด” กันมากขึ้น

Columnist

เป็นข่าวคราวที่สร้างกระแสและสะเทือนวงการแท็กซี่ได้พอสมควร เมื่อ “แท็กซี่” นครชัยแอร์เปิดตัวและพร้อมเริ่มให้บริการ 1 พ.ค. 2558 โดยใช้ชื่อว่า “All Thai Taxi” ใช้งบประมาณเกือบ 700 ล้าน

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Wrap

คำสั่งขององค์การการบินระหว่างประเทศ (ICAO) ที่ทำให้ทางการญี่ปุ่นระงับการเพิ่มเที่ยวบินจากประเทศไทย เหมือนดั่งสายฟ้าฟาด สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่วางแผนไปเยือนแดนอาทิตย์อุทัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งหากกรมการบินพลเรือนของไทยยังไม่สามารถแก้ปัญหาเพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยได้ ก็อาจมีความเสี่ยงที่ประเทศอื่นๆจะระงับการขยายเส้นทางการบินเหมือนกับญี่ปุ่น

ปฏิเสธไม่ได้ว่า บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จำนวนมากต่างเฝ้ามองตลาดของจีนแผ่นดินใหญ่กันตาเป็นมัน และคาดหวังว่าจะได้มีส่วนแบ่งตลาดในจีนแผ่นดินใหญ่กันทั้งสิ้น แต่สำหรับบริษัทเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกา ตลาดจีนดูจะยากแก่การเข้าถึงเกินไปเสียแล้ว

เปิดเผยดรามาภายในองค์กรก้องโลก “แอปเปิล” หลังมีข้อมูลเผยว่า ทิม คุก (Tim Cook) ซีอีโอแอปเปิลคนปัจจุบันเคยเสนอตัวขอบริจาค “ตับ” ให้สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) อดีตซีอีโอเพื่อยื้อชีวิต

Global Trend

สายการบินและนักท่องเที่ยวต่างตกอยู่ภาวะปั่นป่วน หลังจากกรมการบินพลเรือนของญี่ปุ่นสั่งระงับการขยายเที่ยวบินจากไทยไปญี่ปุ่น โดยเฉพาะเส้นทางเปิดใหม่

รถยนต์ไฟฟ้าคันเล็กที่ร้านสะดวกซื้อ 7-11 ในญี่ปุ่นใช้ คือ รถยนต์ Toyota COMS ซึ่งเป็นรถยนต์ขนาด 1 ที่นั่ง ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า การชาร์ตไฟหนึ่งครั้งจะสามารถใช้งานได้นาน 6 ชั่วโมง และขับได้ไกลประมาณ 50 กิโลเมตร

การรถไฟพม่า กำลังจะเปลี่ยนตู้โดยสารของรถไฟสายรอบเมืองในนครย่างกุ้ง จาก “รถร้อน” ให้เป็น “รถเย็น” ทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้ เป็นการปรับปรุงการให้บริการ โดยซื้อตู้โดยสารรุ่นใหม่จากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ความร่วมมือช่วยเหลือจากรัฐบาลญี่ปุ่น การทดลองวิ่งรับส่งผู้โดยสารที่เริ่มเมื่อปีที่แล้ว ทำให้รถไฟปรับอากาศกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

People

25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาคือวันที่กูเกิลประเทศไทยประกาศต้อนรับหัวหน้าฝ่ายการตลาดคนใหม่นามว่า “ภีท นุชนาฏนนท์” สิ่งที่น่าจับตาจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าภีทเป็นใคร แต่อยู่ที่ประสบการณ์ของภีทอาจจะบอกใบ้แนวทางของกูเกิลประเทศไทยในอนาคต

พลิกปูมธุรกิจ “บี เตชะอุบล” ทายาทคนโตแห่งตระกูลเตชะอุบล เจ้าของอาณาจักรคันทรี่ กรุ๊ป ผู้หาญกล้าควักเงินหมื่นล้าน ซื้อปีศาจแดง-ดำ เอซี มิลาน สโมสรฟุตบอลระดับโลกแห่งลีกอิตาลี พบเป็นและเคยเป็นผู้บริหารบริษัทไทยอยู่ 15 บริษัท โดย 5 บริษัทดำเนินกิจการอยู่ ส่วนอีก 10 เลิกกิจการไปแล้ว

บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของแบรนด์ร้านอาหาร พิซซ่า ฮัท เปิดตัวแม่ทัพหญิง นางซาบีน่า ริกซ์วี่ รับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป พิซซ่า ฮัท ประจำประเทศไทย มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348