พระมหาสมปอง ธรรมะเดลิเวอรี่ แมนเนจเมนต์

“พระมหาสมปอง” เจ้าของแบรนด์ “ธรรมะเดลิเวอรี่” ที่ถูกใจทุกกลุ่มทุกวัย โดยนำ “ธรรมะ” เชื่อมโยงคนยุคใหม่ด้วยการฉีกแนวการเทศน์แบบเดิมๆ ไม่ใช้ใบลาน ไม่ต้องนั่งธรรมาสน์ ไม่ใช้น้ำเสียงเรียบเย็น แต่มีโน้ตบุ๊ก พรีเซนเตชั่นทั้งพาวเวอร์พอยต์และภาพเคลื่อนไหว พร้อมยิงมุกให้ได้ฮาเป็นระยะ ด้วยคอนเซ็ปต์ สนุก สาระ แต่จบแบบซาบซึ้ง เพื่อให้ผู้ฟังเข้าถึงความสงบตามแก่นของธรรมะ ทั้งหมดได้จัดการอย่างเป็นระบบ เป็นกุศโลบาย เพื่อให้การส่งธรรมะถึงผู้รับได้อย่างสะดวกและทั่วถึงมากที่สุด นี่คือเป้าหมายการเผยแผ่พุทธศาสนาในแบบฉบับของ “พระมหาสมปอง”

“วันนี้อาตมาไปบรรยายที่บริษัทหนึ่งมา ก็ถามไปว่าจุดยืนคืออะไร” พระมหาสมปองเงียบสักพักก่อนจะบอกกับทีม POSITIONING ว่า ”ก็ที่เรายืนนั่นเอง”

ฮาแรกสาดมาแบบไม่ทันตั้งตัวจากพระมหาสมปอง ที่ทำให้ทีม POSITIONING คอนเฟิร์มได้ว่า ”หลวงพี่มาแล้ว”

“มุกฮา” เพื่อให้ธรรมะไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ เกิดจากสิ่งที่พระมหาสมปองบอกว่า ”อาตมาเริ่มต้นจากความชอบ” จากที่เห็นพระรุ่นใหญ่หลายท่านเทศน์ได้เข้าถึงผู้คนแบบไม่ต้องนั่งธรรมาสน์ อย่าง ท่านหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ พระครูอุดมธรรมวาที ท่าน ว.วชิรเมธี หลวงพ่อพยอม กัลยาโณ ที่กรุยทางการเทศน์แบบยิงมุกมาก่อน เมื่อมีชื่อเสียง ก็มีโอกาสเผยแผ่ธรรมะได้มากขึ้น

การเทศน์ด้วยการยิงมุกเต็มที่ และร่วมสมัย ทำให้พระมหาสมปองมีชื่อเสียงตามตั้งใจ โดยเริ่มต้นจากการบอกปากต่อปากในช่วงเริ่มต้นที่ติดต่อเทศน์ตามโรงเรียน สถาบันการศึกษา จนได้ออกรายการทีวี โดยเฉพาะรายการ ”มันแปลกดีนะ” จนมาถึงรายการ “เจาะใจ” จากนั้นเริ่มมีรายการ ”ธรรมะเดลิเวอรี่” ที่ออนแอร์ในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ ที่ผลิตรายการโดยค่ายแกรมมี่ จึงทำให้พระมหาสมปอง บอกว่าได้สังกัดค่ายแกรมมี่ไปโดยปริยาย (ฮา) มีการออกอัลบั้ม (ซีดี) ธรรมะเดลิเวอรี่ตามมา และมีรายการหลวงพี่มาแล้ว ออนแอร์ช่อง 3 ในค่ายของกันตนา

พระมหาสมปองจึงเป็นที่รู้จักโดยผ่านสื่อแมสอย่างทีวีมาก่อน จากนั้นจึงเริ่มมีพ็อกเกตบุ๊ก จากการที่นักเรียน วัยรุ่นได้รับฟังการเทศน์จากพระมหาสมปองในโรงเรียนมาก่อน พ็อกเกตบุ๊กในยุคแรกๆ จึงเน้นไปที่กลุ่มวัยรุ่น อย่างธรรมะเดลิเวอรี่ (วัยรุ่น) จากนั้นจึงมาที่กลุ่มคู่รัก ครอบครัว วัยทำงาน และวัยเกษียณ กับการออกรายการทีวีต่างๆ เป็นระยะ ตั้งแต่ ตีท้ายครัว วีไอพี จนถึง เอเอฟ 6-7 เข้าถึงแมสอย่างไม่ต้องสงสัย

พลังของพ็อกเกตบุ๊ก และสื่อต่างๆ ที่ทำให้มีชื่อเสียง ทำให้พระมหาสมปองมีแผนต้องออกพ็อกเกตบุ๊กอย่างต่อเนื่อง 2-3 เล่มต่อปี ในทุกงานนิทรรศการหนังสือที่จัดปีละ 2 ครั้ง ซึ่ง 3 ปีที่ผ่านมาออกไปแล้วหลายสิบเล่ม ยอดขายเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าหมื่นต่อเล่ม จากหลายสำนักพิมพ์ โดยมีตั้งแต่ธรรมะทั่วไปจนถึงฉบับการ์ตูน แต่ที่มีจุดเชื่อมโยงคือพระมหาสมปองได้ให้คอนเซ็ปต์มีรูปของท่านอยู่เพราะคนจดจำได้แล้วจากการออกทีวีบ่อยครั้ง และการตั้งชื่อหนังสือให้ทันตามกระแสและเข้าใจง่าย จากนั้นก็เป็นหน้าที่ของสำนักพิมพ์ดำเนินการต่อ อย่างเช่น ขอเป็นพระเอกในหัวใจโยม หรือล่าสุด เทศน์ทั่วไทย ที่พ้องกับคำว่าเที่ยวทั่วไทย โดยไม่ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แต่ต้องการนำมาชื่อที่คุ้นหูมาเป็นจุดขาย

ส่วนการบรรยายธรรม ในปี 2554-2555 จะเน้นไปที่บริษัทองค์กร และยังกำลังพิจารณาบทหนังของค่ายหนังแห่งหนึ่งว่าจะร่วมแสดงตามคำเชิญหรือไม่ และจะเป็นรูปแบบไหนจึงจะเหมาะสำหรับความเป็นพระสงฆ์

ปัจจุบันพระมหาสมปองมีงานบรรยายธรรมเดือนละกว่า 100 งานในช่วงเวลาเพียงประมาณ 3 ปี ด้วยความรู้สึกคุ้นเคยในการเทศน์ต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก รู้จังหวะการเทศน์ว่าจะต้องโยนมุกออกไปอย่างไร ตอนไหน ซึ่งต่างจากการเทศน์ในวันแรกเมื่อครั้งยังเป็นเณรวัย 13 ปี ที่เพิ่งบวชไม่ถึงปี แต่ต้องเทศน์ให้ชาวบ้านในต่างจังหวัดฟัง ด้วยเนื้อหาศีล 5 เท่านั้น แต่ได้รับคำชมจากชาวบ้านด้วยมุกให้เลิกบุหรี่ที่ว่า เพียงแค่อ้าปาก บุหรี่ก็หลุดจากปากแล้ว เพียงแค่นั้นพระมหาสมปองก็บอกว่า ”เป็นสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ากำลังใจ” (ย้ำว่าไม่ใช่ชื่อหนัง “สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก”) โอกาสการเทศน์มากขึ้น โอกาสปล่อยมุกก็มากขึ้น งานใหม่ก็ตามมา

วิธีการส่งธรรมะเดลิเวอรี่นั้น พระมหาสมปองสรุปว่าต้องทำตามหลัก 5 ส. คือ1.สนุก ที่เปรียบเสมือนแพ็กเกจที่สวยงาม ดึงให้คนมาสนใจ เปิดใจรับฟัง อยู่ในกรอบสนุกที่ไม่ผิด เหมาะสมไม่ถูกติเตียน แล้วใส่ธรรมะคือ2.สาระ ได้ 3.ความสงบ มี4.สติ สมาธิและ5.สำนึกจากความซาบซึ้งที่ต้องปิดท้ายการเทศน์ทุกครั้ง เพื่อให้เกิดความสมดุลแบบไม่ใช่ฮาอย่างเดียวแต่ไม่ได้อะไร

การเทศน์ได้สนุกและได้สาระที่สำคัญคือการมีความรู้นอกจากการศึกษาพระธรรมแล้ว ยังต้องรู้เรื่องราวรอบตัวข่าวสารบ้านเมือง ข่าวทั่วไปตั้งแต่บันเทิงจนถึงกีฬา ทุกวันนี้พระมหาสมปองบอกว่าอ่านหนังสือพิมพ์รายวันทุกเช้าอย่างน้อยวันละ 5 ฉบับหลักๆ อ่านข่าวจากเว็บไซต์ ดูทีวีได้ข้อคิด แม้แต่การดูโฆษณาทุกวันนี้ก็นำมาพูดได้ ทุกอย่างเพื่อให้ร่วมยุคสมัยโยงกระแสปัจจุบันไปสู่การสอนธรรมะได้ไม่น่าเบื่อ

พระมหาสมปองบอกว่า ตามหลักอิทธิบาท 4 เมื่อมีฉันทะ ความชอบ ความรักแล้ว จะมีวิระยะ จิตตัง วิมังสา จึงทำได้นาน จะมีผลตอบแทนหรือไม่ก็ตาม แม้ปัจจุบันจะมีค่าบรรยายครั้งหนึ่งในหลักหมื่น แต่ก็นำเงินส่วนหนึ่งไปช่วยเหลือต่อในอีกหลายแห่งที่ขาดแคลน แต่ที่สุดแล้ว คือได้ผลตอบแทนทางใจ คือมีความสุขที่ได้เผยแผ่ธรรมะมากกว่า ในหลักที่ยึดว่า ”การให้ธรรมะชนะการให้ทั้งปวง” นี่คือสิ่งที่พระมหาสมปองบอกว่าอยู่ในวิสัยที่ทำได้ง่ายกว่าการหาเงินสร้างตึก และเห็นว่าความรู้และการพัฒนาคนด้วยคุณธรรม จริยธรรม เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะสามารถพัฒนาประเทศไทยได้ในอนาคต

Marketing Terms: 

Consumer Insight

ยอดจำหน่ายพีซีในประเทศไทยในปี 2556 มีการหดตัวในระดับตัวเลขสองหลัก นับเป็นครั้งแรกในตลอดช่วงระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา โดยลดลงทั้งในส่วนของตลาดโน๊ตบุ๊คและเดสท๊อปอย่างมาก

ในยุคดิจิตอลที่สมาร์ทโฟนกำลังครอบคลุมพื้นที่การใช้งานอยู่ทั่วทุกมุมโลก แต่เชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอีกต่อไปแล้ว ภาพของพ

เด็กวัยรุ่นยุคนี้ ติดหนึบออนไลน์ ดูหนังฟังเพลงบนยูทิวบ์ แชร์และส่งคลิป เล่นโซเชียลมีเดีย หาข้อมูลสินค้า ตามเซเลบบนอินสตราแกรม มาดูกันว่า แบรนด์ จะต้องทำอย่างไรจึงจะโดนใจ

Insight

สงครามน้ำดำรอบใหม่ในปี 2557 กำลังถึงจุดที่ท้าทายของ “เอส” ต้องฝ่าวงล้อมคู่แข่ง หลังจากโดน “เป๊ปซี่” ช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดจนหล่นมาเป็นเบอร์ 3 ทำให้เอสต้องเดินตามรอยบิ๊กโคล่า ใช้กลยุทธ์ “ราคา” และปริมาณเข้าสู้ ควบคู่ไปกับการให้ส่วนแบ่งตลาดร้านค้าแบบเต็มเหนี่ยว เพื่อรักษาเครือข่ายช่องทางจำหน่ายที่เป็นป้อมปราการที่สุด

จากหนังสือการ์ตูน สู่สติกเกอร์ไลน์ การเดินทางของการ์ตูนไทยที่ผันตัวจากโลกใบเก่ามาสู่โลกดิจิตอล เป็นกรณีศึกษาให้กับคนไทยที่อยากขาย “สติกเกอร์ผ่านไลน์” ควรทำอย่างไร

ปั้นยังไงให้กลายเป็น “ฟีเวอร์” เกม “คุกกี้รัน” ที่ไลน์ยอมทุ่มงบอัดฉีดการตลาดทุกกระบวนท่า ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ออกแคมเปญชิงรถ จับมือพันธมิตรสร้างยอดขยายฐานลูกค้า ปูทางพลิกจากแชตแอปพลิเคชั่น ไปสู่การเป็นผู้สร้างแพลตฟอร์มบนมือถือ

Strategic Move

ในปีก่อนคงได้เห็น Dove แบรนด์ผลิตภัณฑ์บำรุงผมได้สื่อสารแก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับความสวยจากภายใน พร้อมช่วยสร้างความมั่นใจให้สาวๆ เพิ่มมากขึ้น พร้อมทำแคมเปญ Dove Real Beauty Sketches ที่เป็นกระแสโด่งดังไปทั่วโลก

เชื่อว่าการทานข้าวนอกบ้านในสมัยนี้ ไม่มีใครไม่แชร์รูปลงโซเชียลเน็ตเวิร์กอีกต่อไป อย่างน้อยต้องมีการเช็กอิน ถ่ายรูปอาหาร หรือถ่ายรูปตอนทานอาหารแล้วแชร์ลงในโซเชียลมีเดียของตนเอง การทำการตลาดผ่านช่องทางนี้จึงเป็นช่องทางใหม่ที่นักการตลาดให้ความสำคัญมากในตอนนี้ เพราะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

ท่ามกลางกระแสของดิจิตอลทีวีที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างเริ่มเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกันแล้วไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสถานี ผู้ผลิตรายการ มีเดียเอเยนซี่ ในฟากของผู้เก็บข้อมูลของผู้ชมรายการอย่างนีลเส็น ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในการวัดความนิยมในรายการหรือเรตติ้งเช่นเดียวกัน

Global Trend

การทำโฆษณาบนป้ายบิลบอร์ดอันแสนแพง โดยแบบที่มีแค่โปรดักส์ กับชื่อแบรนด์อย่างเดียว ดูท่าจะหมดยุคไปแล้ว สมัยนี้ต้องเน้นไอเดีย และความแตกต่างเข้าว่า ถึงจะโดนใจผู้บริโภค

Snicker เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขยันทำแคมเปญไวรัลบนโลกออนไลน์อย่างมาก ซึ่งบางแคมเปญก็ได้ผล แต่บางแคมเปญก็ได้รับผลวิพากย์วิจารณ์ในด้านลบมากเช่นกัน

เมื่อปีที่ผ่านมาคงได้เห็นแบรนด์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่าง Burger King สร้างความประหลาดใจแก่ผู้บริโภคไม่น้อย โดยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Fries King พร้อมทั้งเปลี่ยนโลโก้ รวมทั้งป้ายหน้าร้าน เพียงเพื่อจะโปรโมทโปรดักส์เฟรนช์ฟรายส์สูตรใหม่ของทางร้าน

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Social Media Club

หลังจากค่ายการ์ตูนไทย “บรรลือสาส์น ทำสติ๊กเกอร์“ขายหัวเราะ” วางขายใน “ไลน์”จนมียอดโหลดทะลุ 150,000 ไปแล้ว ล่าสุด ไลน์ได้เปิดตัว สติ๊กเกอร์การ์ตูนบ่นบ่น หรือ “Bonbonmonja’s Daaily Life

สาวกไลน์เตรียมเฮ เมื่อไลน์เปิดตัว LINE Creators Market เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปครีเอตสติ๊กเกอร์เป็นของตัวเอง แล้วนำมาขายใน LINE Store ได้แล้ว!

ชื่อของ “โต้วป้าน (Douban, 豆瓣) ”ที่แฟนประจำคอลัมน์นี้คงคุ้นหูอยู่บ้าง เพราะปีก่อนเราเคยเขียนถึงในหัวข้อ “Douban เต็งหนึ่งอาณาจักรบันเทิงไฮเทค แห่งแดนมังกร”

People

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ผ่าโมเดล 2 รายการในโลกออนไลน์ “เสือร้องไห้” กับคลิปเด็ด ประวัติศาสตร์การแดนซ์ของไทย แชร์กระจายด้วยยอด 4 แสนวิว และคลิปสไตล์ “มัน ฮา เกรียน” แบบ “เฟ็ดเฟ่” ที่กำลังฝ่าคลื่นดิจิตอล แจ้งเกิดคลิปที่โดนใจวัยรุ่นไปเต็มๆ

ดังได้ใจ “เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข” กับบทบาทคุณชายพุฒิภัทร แห่งวังจุฑาเทพ ละครดังที่ผลักดันหนุ่มน้อยคนนี้โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน จนกลายเป็นกระแส “เจมส์ จิ” ถูกนำไปเทียบกับซุปตาร์ดังอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” แถมแบรนด์ดังยังรุมตอมคว้าไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วยค่าตัวหลัก 10 ล้านอัพ

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488