ร.ร.กวดวิชา-ลมหายใจสยามฯ

เด็กนักเรียนในชุดเครื่องแบบทั้งแขนยาว แขนสั้น กางเกงขาสั้น จากรั้วคอนแวนต์ และโรงเรียนของรัฐ เดินกันเป็นกลุ่มๆ พูดคุยหยอกล้อ เฮฮาสนุกสนาน ภาพเหล่านี้คือภาพที่คุ้นตาในย่านสยามสแควร์ และถือเป็นลมหายใจที่หล่อเลี้ยงให้ทำเลทองแห่งนี้คึกคัก มีชีวิตชีวา ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

แสนคนติวเข้มพาช้อปคึก

สภาพของนักเรียนที่ต้องแข่งขันเข้าเรียนโรงเรียนดัง และมหาวิทยาลัยชั้นนำ กลายเป็นปัจจัยผลักดันทำให้เด็กนักเรียนจำนวนมากมาที่สยามสแควร์เพื่อนั่งเรียนในโรงเรียนกวดวิชา ที่มีอยู่กว่า 30 โรงเรียน หลายคนเรียนเพียง 1 รอบ 1 วิชา แต่หลายคนเรียนหลายวิชาจนต้องใช้เวลาอยู่ที่สยามสแควร์ทั้งวัน

“อนุสรณ์ ศิวะกุล” ประธานบริหารกลุ่มโรงเรียนกวดวิชาในเครือวรรณสรณ์ และบริษัท วรรณสรณ์ธุรกิจ จำกัด หรือที่รู้จักกันดีว่า โรงเรียนเคมี อาจารย์อุ๊ บอกว่า เฉพาะโรงเรียนเคมี อ.อุ๊ ในวันจันทร์-ศุกร์ ซึ่งนักเรียนจะมาติวตอนเย็น เปิดสอนได้รอบเดียวเช่นเดียวกับโรงเรียนอื่นรับนักเรียนได้รอบละ 700-750 คน หากรวมโรงเรียนในสยามสแควร์ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่รวมประมาณ 30 โรงเรียนในขณะนี้เฉลี่ยวันธรรมดามีนักเรียนมาติวประมาณ 10,000-20,000 คน หากเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ จะเปิดวันละ 4 รอบ นักเรียนก็เพิ่มขึ้น 4 เท่า

นับได้โดยเฉลี่ยสัปดาห์ละเกือบ 1 แสนคนที่หมุนเวียนมากวดวิชา ซึ่งจำนวนนี้มีไม่มากนักที่รีบเรียนแล้วรีบกลับบ้าน เพราะกว่า 80% ที่เลิกเรียนแล้วต้องขอเดินเล่นในสยาม ช้อปปิ้ง กินขนมก่อนกลับ

“จากความหลากหลายของโรงเรียนกวดวิชา และโรงเรียนสอนพิเศษ ทั้งร้องเล่น เต้นรำ ที่มาตั้งอยู่ในสยามสแควร์ ทำให้เด็กจำนวนมากมารวมกันอยู่ที่นี่ ก็ต้องถือว่าโรงเรียนกวดวิชาเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้สยามสแควร์คึกคัก”

นี่คือบทสรุปที่ผู้ประกอบการร้านค้าในสยามสแควร์เห็นตรงกัน

ขณะเดียวกัน ด้วยสถานที่ตั้งของสยามสแควร์ ที่สะดวกสบายในการเข้าถึง และมีรถไฟฟ้ามาถึง ก็ยิ่งทำให้โรงเรียนกวดวิชามีมากขึ้นและหลากหลายประเภท ตั้งแต่การสอนวิชาพื้นฐาน สังคม ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ไปจนถึงวิชาที่ต้องติวเข้มอย่างหนัก อย่างเคมี ฟิสิกส์

“อนุสรณ์” บอกด้วยว่าโรงเรียนกวดวิชาไม่เพียงสร้างความคึกคักให้สยามสแควร์ แต่สยามสแควร์ก็เอื้อให้เกิดติวเตอร์ หรือโรงเรียนกวดวิชาใหม่ๆ ด้วย เพราะเด็กนักเรียนบางส่วนมักมาเดินหาโรงเรียนและตัดสินใจสมัครทันที ดังนั้น เมื่อโรงเรียนอยู่ในพื้นที่เดียวกันทุกโรงเรียนจึงมีโอกาสเหมือนๆ กัน

ขณะเดียวกัน แนวโน้มของเด็กที่มากวดวิชามีอายุลดลง ซึ่ง “อนุสรณ์” บอกว่า สามารถแบ่งได้เป็น Teen คือกลุ่มมัธยมต้น และมัธยมปลายที่เตรียมสอบเข้า ม.4 และมหาวิทยาลัย และกลุ่ม Pre-teen คือเด็กที่เตรียมสอบเข้า ม.1 ซึ่งเด็กที่มาติวอายุน้อย จะต้องมีพ่อแม่ ผู้ปกครอง ญาติ พี่น้อง มาส่งด้วย

“สิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าไม่เพียงเด็กมากขึ้น แต่ก็มีผู้ปกครองมากขึ้นด้วย คือร้านค้าต่างๆ ที่เกิดขึ้นเพื่อรองรับผู้ปกครองที่มารอรับเด็กนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นร้านทำผม ร้านวดเท้า ร้านอาหาร ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ใหญ่ด้วย”

พลังของโรงเรียนกวดวิชาที่สร้างให้ร้านค้าต่างๆ ในสยามสแควร์คึกคัก ยังเห็นได้จากร้านอาหารบางแห่ง มักต้องมาถามเจ้าหน้าที่โรงเรียนว่าจะหยุดสอนช่วงไหนบ้าง เพราะจะได้เตรียมอาหารให้เพียงพอกับลูกค้า

วิกฤตต้มยำกุ้งดึงติวเตอร์ยึดสยามฯ

ย้อนหลังไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เป็นจุดเปลี่ยนที่กลุ่มโรงเรียนกวดวิชาเริ่มเข้ามาสร้างความคึกคักให้กับสยามสแควร์ ซึ่ง “อนุสรณ์” บอกว่า สยามสแควร์ก็มีความคึกคักในระดับหนึ่งอยู่แล้ว เพราะสถานที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง แต่ปี 2540 ซึ่งเศรษฐกิจไทยกำลังซบเซาอย่างหนัก

ขณะเดียวกัน บริเวณหน้าสยามสแควร์ก็รกรุงรังด้วยสิ่งก่อสร้างของโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอส ร้านค้าต่างๆ ในสยามสแควร์จึงปิดตัว เพราะธุรกิจไปไม่รอด เมื่อห้องแถวในพื้นที่ทำเลทองว่างลง ขณะที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็พร้อมลดค่าเช่าให้ผู้สนใจมาเปิดร้านค้า โดยเฉพาะในซอยที่เงียบเหงา ไม่ค่อยมีคนเดิน อย่างซอย 5-6-7 กลุ่มโรงเรียนกวดวิชาที่เดิมมักอยู่ใกล้กับห้างสรรพสินค้า ชุมชน และใกล้โรงเรียนดังๆ จึงเริ่มเข้ามามากขึ้น

แม้ “เคมี อ.อุ๊” มีสาขาแรกที่สะพานควาย และมีนักเรียนจำนวนมากอยู่แล้ว แต่ก็ตัดสินใจมาเปิดที่สยามสแควร์ในช่วงประมาณปี 2541 เพราะเห็นถึงความเหมาะสมเรื่องทำเล และระบบของโรงเรียนกวดวิชา หากอยู่ใกล้กัน จะเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับเด็กนักเรียนในการเลือกเรียนและสับหลีกเวลาลงเรียนได้ ที่สยามสแควร์ช่วงนั้นก็มีโรงเรียนบางแห่งอยู่แล้ว เช่น แอพพลาย ฟิสิกส์ ของ อ.ช่วง ทมทิตชงค์

ขึ้นค่าเช่า กวดวิชาหนีซบ อ.อุ๊

แผนการพัฒนาพื้นที่สยามสแควร์เริ่มเปลี่ยนรูปแบบ โดยจุฬาฯ เตรียมแผนเปลี่ยนแปลงหลายจุดในสยามสแควร์จากห้องแถว เป็นคอมเพล็กซ์บ้าง อาคารจอดรถบ้าง ซึ่งแม้แผนบางส่วนยังไม่แน่นอน แต่จุฬาฯ ก็ยังคงเดินหน้าขึ้นค่าเช่า และต่อสัญญาเพียงสั้นๆ ให้กับร้านค้า และโรงเรียนกวดวิชา ต่างจากการต่อสัญญาในอดีต ที่มักต่อคราวละ 10 ปี

มีกรณีของโรงเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่งที่เคยทำสัญญา 7 ปี ค่าเซ้งคูหาละประมาณ 3-4 ล้านบาท และจ่ายค่าเช่าอีกเดือนละประมาณ 2 หมื่นบาท หลังจากหมดสัญญาจุฬาฯ ให้ต่อสัญญาอีก 2-3 ปี ค่าเซ้งประมาณ 3-4 ล้านบาท แต่มีการต่อรองจนได้ลดราคามาระดับหนึ่ง ขณะที่มีโรงเรียนกวดวิชาบางแห่งที่จุฬาฯ ให้ต่อสัญญา 5 ปี แต่ให้จ่ายเงินก้อนแรกในช่วงปีแรกสูงมาก เพราะเกรงว่าหากโรงเรียนกวดวิชาออกจากพื้นที่สยามสแควร์ไปหมดจะทำให้พื้นที่แห่งนี้เงียบเหงา

จากความไม่แน่นอน และการขึ้นค่าเช่าอย่างต่อเนื่อง ทำให้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว “อนุสรณ์” ซึ่งเป็นสามีของ อ.อุไรวรรณ หรือ อ.อุ๊ ตัดสินใจประมูลซื้อที่ดินจากกรมบังคับคดี หัวมุมแยกศรีอยุธยา ใกล้สถานีรถไฟฟ้าพญาไท ขนาดประมาณ 935 ตารางวา มูลค่าประมาณ 250 ล้านบาท เพื่อสร้างศูนย์การเรียนการสอนนอกระบบ ณ อาคารวรรณสรณ์ ย่านสี่แยกพญาไท สูง 18 ชั้น มูลค่าก่อสร้าง 300 ล้านบาท

จากลักษณะการบริหารพื้นที่ของจุฬาฯ ที่ทำให้โรงเรียนกวดวิชามีอนาคตที่ไม่แน่นอน บางโรงเรียนอยู่มานานถึง 17 ปี จ่ายค่าเซ้งให้จุฬาฯ ไปแล้ว 30-40 ล้านบาท แต่ก็ยังไม่มีความแน่นอนในการอยู่ในพื้นที่ “อนุสรณ์” จึงคุยกันในกลุ่มโรงเรียนกวดวิชาว่า หากมีอาคารเป็นศูนย์ของโรงเรียนกวดวิชาโดยเฉพาะ จะสนใจมาอยู่ร่วมกันหรือไม่ ปรากฏว่าได้รับการตอบรับอย่างดี และขณะนี้มีเกือบ 20 โรงเรียน และร้านค้าปลีกบางแห่งจากสยามฯ จะมาร่วมอยู่ในอาคารแห่งนี้ด้วย

แม้ค่าเช่าที่อาคารวรรณสรณ์ จะไม่ต่างจากสยามสแควร์มากนัก แต่สิ่งที่ “อนุสรณ์” ตอกย้ำ คือความแน่นอนในอนาคตของโรงเรียนกวดวิชา เพราะไม่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงแผนการพัฒนาพื้นที่ตลอดเวลา และการขึ้นค่าเช่าอย่างไม่เป็นธรรม หรือแม้กระทั่งปัญหาไฟดับ เหมือนอย่างที่เกิดที่สยามสแควร์บ่อยครั้ง ซึ่งในทางธุรกิจแล้ว อาคารนี้ ไม่ได้หวังผลกำไร เพราะแผนธุรกิจของอาคารแห่งนี้ ได้ผลตอบแทนเพียง 6-7% และกว่าจะคืนทุนต้องใช้เวลาถึง 12-15 ปี มีกำหนดเปิดทำการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2551 ซึ่ง “อนุสรณ์” คาดว่าจะมีเด็กมาที่ศูนย์แห่งนี้วันละประมาณ 13,000 -14,000 คนในวันธรรมดา และเสาร์-อาทิตย์กว่า 40,000 คน

บทสรุปของกลุ่มโรงเรียนกวดวิชาที่กำลังย้ายฐานไปยังแยกพญาไท กำลังเป็นสิ่งท้าทายให้กับสยามสแควร์ ว่าจะแก้เกมอย่างไร เพราะหากเด็กๆ นับหมื่นคนต่อวันหายไปจากที่แห่งนี้ “สยามสแควร์” อาจค่อยๆ หมดเสน่ห์ให้น่าค้นหาอีกต่อไป

Consumer Insight

ในยุคดิจิตอลที่สมาร์ทโฟนกำลังครอบคลุมพื้นที่การใช้งานอยู่ทั่วทุกมุมโลก แต่เชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอีกต่อไปแล้ว ภาพของพ

เด็กวัยรุ่นยุคนี้ ติดหนึบออนไลน์ ดูหนังฟังเพลงบนยูทิวบ์ แชร์และส่งคลิป เล่นโซเชียลมีเดีย หาข้อมูลสินค้า ตามเซเลบบนอินสตราแกรม มาดูกันว่า แบรนด์ จะต้องทำอย่างไรจึงจะโดนใจ

มาสเตอร์การ์ด เวิลด์วายด์ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ได้เปิดเผยถึงสำรวจตัวชี้วัดแนวโน้มของผู้บริโภคด้านการช้อปปิ้งออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยได้ทำการสำรวจใน 25 ตลาด ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2556 ประกอบไปด้วยการสัมภาษณ์ผู้เข้าร่วมจำนวน 7,010 คนจาก 14 ตลาด เกี่ยวกับพฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์

Insight

จากหนังสือการ์ตูน สู่สติกเกอร์ไลน์ การเดินทางของการ์ตูนไทยที่ผันตัวจากโลกใบเก่ามาสู่โลกดิจิตอล เป็นกรณีศึกษาให้กับคนไทยที่อยากขาย “สติกเกอร์ผ่านไลน์” ควรทำอย่างไร

ปั้นยังไงให้กลายเป็น “ฟีเวอร์” เกม “คุกกี้รัน” ที่ไลน์ยอมทุ่มงบอัดฉีดการตลาดทุกกระบวนท่า ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ออกแคมเปญชิงรถ จับมือพันธมิตรสร้างยอดขยายฐานลูกค้า ปูทางพลิกจากแชตแอปพลิเคชั่น ไปสู่การเป็นผู้สร้างแพลตฟอร์มบนมือถือ

หลายครั้งที่ อาจารย์ ได้ยิน คำว่า ปฏิรูป การศึกษา ไทยพูดกัน บ่อย พูดกันจนชิน พูดกันมานาน และไม่ ทราบ ว่า ปฏิรูปแบบไหน ที่เรียก ว่า ปฏิรูป และต้อ ปฏิรูปมากน้อยแค่ไหน

Strategic Move

เชื่อว่าการทานข้าวนอกบ้านในสมัยนี้ ไม่มีใครไม่แชร์รูปลงโซเชียลเน็ตเวิร์กอีกต่อไป อย่างน้อยต้องมีการเช็กอิน ถ่ายรูปอาหาร หรือถ่ายรูปตอนทานอาหารแล้วแชร์ลงในโซเชียลมีเดียของตนเอง การทำการตลาดผ่านช่องทางนี้จึงเป็นช่องทางใหม่ที่นักการตลาดให้ความสำคัญมากในตอนนี้ เพราะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

ท่ามกลางกระแสของดิจิตอลทีวีที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างเริ่มเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกันแล้วไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสถานี ผู้ผลิตรายการ มีเดียเอเยนซี่ ในฟากของผู้เก็บข้อมูลของผู้ชมรายการอย่างนีลเส็น ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในการวัดความนิยมในรายการหรือเรตติ้งเช่นเดียวกัน

ใกล้คลอดเต็มที่ “เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่” โครงการระดับ “ลักชัวรี่ รีเทล ของกลุ่มเซ็นทรัล มีกำหนดเปิดในวันที่ 8 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ชาติ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ โครงการเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลจิราธิวัฒน์ วัย 39 ปี ที่รับงานระดับบิ๊กโปรเจค จึงต้องนัดแถลงข่าวเล่าความคืบหน้าให้สื่อมวลชนได้ฟังกัน

Global Trend

Snicker เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขยันทำแคมเปญไวรัลบนโลกออนไลน์อย่างมาก ซึ่งบางแคมเปญก็ได้ผล แต่บางแคมเปญก็ได้รับผลวิพากย์วิจารณ์ในด้านลบมากเช่นกัน

เมื่อปีที่ผ่านมาคงได้เห็นแบรนด์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่าง Burger King สร้างความประหลาดใจแก่ผู้บริโภคไม่น้อย โดยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Fries King พร้อมทั้งเปลี่ยนโลโก้ รวมทั้งป้ายหน้าร้าน เพียงเพื่อจะโปรโมทโปรดักส์เฟรนช์ฟรายส์สูตรใหม่ของทางร้าน

หลังจากที่กำลังจะมีแคมเปญใหญ่ระดับโลก Earth Hour 2014 ปิดไฟช่วยโลก ในวันเสาร์ที่ 29 มีนาคมนี้ แน่นอนว่าหลายคนอาจจะลังเลในการปิดสวิตช์ไฟ เพราะอาจจะพลาดกิจกรรมอะไรบางอย่าง หรือโปรแกรมทีวีรายการโปรดไปได้

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Social Media Club

หลังจากค่ายการ์ตูนไทย “บรรลือสาส์น ทำสติ๊กเกอร์“ขายหัวเราะ” วางขายใน “ไลน์”จนมียอดโหลดทะลุ 150,000 ไปแล้ว ล่าสุด ไลน์ได้เปิดตัว สติ๊กเกอร์การ์ตูนบ่นบ่น หรือ “Bonbonmonja’s Daaily Life

สาวกไลน์เตรียมเฮ เมื่อไลน์เปิดตัว LINE Creators Market เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปครีเอตสติ๊กเกอร์เป็นของตัวเอง แล้วนำมาขายใน LINE Store ได้แล้ว!

ชื่อของ “โต้วป้าน (Douban, 豆瓣) ”ที่แฟนประจำคอลัมน์นี้คงคุ้นหูอยู่บ้าง เพราะปีก่อนเราเคยเขียนถึงในหัวข้อ “Douban เต็งหนึ่งอาณาจักรบันเทิงไฮเทค แห่งแดนมังกร”

People

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ผ่าโมเดล 2 รายการในโลกออนไลน์ “เสือร้องไห้” กับคลิปเด็ด ประวัติศาสตร์การแดนซ์ของไทย แชร์กระจายด้วยยอด 4 แสนวิว และคลิปสไตล์ “มัน ฮา เกรียน” แบบ “เฟ็ดเฟ่” ที่กำลังฝ่าคลื่นดิจิตอล แจ้งเกิดคลิปที่โดนใจวัยรุ่นไปเต็มๆ

ดังได้ใจ “เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข” กับบทบาทคุณชายพุฒิภัทร แห่งวังจุฑาเทพ ละครดังที่ผลักดันหนุ่มน้อยคนนี้โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน จนกลายเป็นกระแส “เจมส์ จิ” ถูกนำไปเทียบกับซุปตาร์ดังอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” แถมแบรนด์ดังยังรุมตอมคว้าไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วยค่าตัวหลัก 10 ล้านอัพ

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488