สิงห์-ช้าง-เนสท์เล่ เปิดศึกชิงน้ำดื่มในบ้าน

น้ำดื่มในบ้านกำลังเป็นตลาดใหม่ ดื่ม “สิงห์ ช้าง และเนสท์เล่” หงายไพ่เปิดศึกชิงตลาดน้ำดื่มที่มาพร้อมกับการเติบโตของครอบครัวยุคใหม่ ที่อยู่อาศัย คอนโดมิเนียม เป็น “บลูโอเชี่ยน” ที่ 3 บิ๊กทรี หวังพิชิตศึกแบบเบ็ดเสร็จในตลาดน้ำดื่มมูลค่า 18,000 ล้านบาท แม้ตลาดใหม่นี้จะต้องทุ่มสรรพกำลังที่ต้องอัดฉีกกันเต็มพิกัด ทั้งเงินทุน เทคโนโลยี เพื่อหวังซื้อใจลูกค้าระยะยาว

สิงห์กับช้างเริ่มเห็นศักยภาพของตลาดนี้มาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว โดยต่างฝ่ายก็เริ่มทดลองตลาดเงียบๆ ใช้กลยุทธ์เคาะประตูบ้านขาย ผสานกับฐานลูกค้าเดิมที่มีอยู่

ขณะที่เนสท์เล่ผู้มาทีหลัง กลับขอสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าอย่างชัดเจนด้วยนวัตกรรมฝาปิดแบบใหม่ และงบการตลาดที่พร้อมสนับสนุนเพิ่มเติมอีก 50 ล้านในปีนี้

ตลาดน้ำดื่มในบ้านที่แบรนด์ต่างละเลยมานาน กำลังจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า ใครจะเป็นผู้นำตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดมูลค่า 18,000 ล้านบาท ตัวจริง

แบรนด์ใหญ่เคาะประตูบ้านขาย

นอกเหนือจาก “สปริงเคิล” แบรนด์เจ้าตลาดขนาดห้าแกลลอน หรือ 18.9 ลิตร ที่จับจองพื้นที่ภายในบ้านมาอย่างยาวนาน และยังมีขวดขาวขุ่นขนาดใหญ่ที่ครอบครองส่วนแบ่งตลาดในแง่ปริมาณ (Volume) ถึง 50% แต่กลับสร้างรายได้ในแง่มูลค่าเพียง 5% ของตลาดรวมเท่านั้น

ในช่วงรอบปีที่ผ่านมา มีแบรนด์น้ำดื่มอันดับต้นของประเทศ ได้แก่ สิงห์ ช้าง และเนสท์เล่ ซึ่งสามแบรนด์นี้มีทั้งกำลังเงิน และช่องทางจัดจำหน่ายที่แข็งแรง ได้ขยับตัวเจาะตลาดน้ำดื่มในบ้านกันอย่างคึกคัก

นอกจากการตื่นตัวในเรื่องความสะอาด ปลอดภัยของน้ำดื่มในปัจจุบันแล้ว จำนวนครอบครัวที่ขยายขึ้นอย่างรวดเร็ว จากแต่ก่อนที่เคยอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ มีสมาชิกในบ้านประมาณ 8 – 10 คน ปัจจุบันได้แตกออกมาเป็นครอบครัวขนาดย่อยที่มีสมาชิกครอบครัวเหลือเพียงไม่เกิน 5 คน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในเมืองที่มีทั้งกำลังทรัพย์ และความรู้

ในทางกลับกัน การแข่งขันในตลาดน้ำดื่มที่รุนแรงขึ้นจากการขยับตัวของผู้เล่นรายใหญ่ และการเกิดใหม่ของแบรนด์ย่อย ทำให้แบรนด์ใหญ่ต้องการครอบครองตลาดให้เบ็ดเสร็จ ซึ่งที่ผ่านมาพวกเขามีผลิตภัณฑ์สำหรับช่องทาง Traditional Trade, Modern Trade และร้านอาหาร ขาดแต่เพียงช่องทางการบริโภคในบ้าน ที่ไม่ได้มีผลิตภัณฑ์ใดรองรับความต้องการนี้ได้เหมาะสม แม้กระทั่งขวดแก้ว ที่สิงห์ได้จัดส่งตามบ้านมาเป็นระยะเวลานาน แต่ตอนนี้ผู้บริโภคบางส่วนเริ่มมีความคิดว่า น้ำบรรจุในขวดแก้วดูไม่สะอาด และปลอดภัยเท่าที่ควรน้ำดื่มขนาด 18.9 ลิตร จึงกลายเป็นทางเลือกใหม่ของการบริโภคน้ำดื่มในบ้าน

ขณะที่น้ำดื่มบรรจุขวดแข่งกันเรื่อง Branding แต่สำหรับน้ำดื่มขนาดห้าแกลลอนที่บริการส่งถึงบ้าน ปัจจัยในการเลือกของผู้บริโภคขึ้นอยู่กับการบริการเป็นสำคัญ

มารุต บูรณะเศรษฐกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่รับผิดชอบเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ของบริษัทฯ บอกว่า เริ่มแรกผู้บริโภคอาจตัดสินใจเลือกจากแบรนด์ที่พวกเขามั่นใจเป็นหลัก แต่หลังจากนั้น บริการจะเป็นตัวตัดสินอีกทีว่า แบรนด์จะสร้างให้ลูกค้ามีความจงรักภักดีต่อไปได้หรือไม่

อย่างเช่น หากลูกค้าแจ้งว่า ต้องการให้มาส่งสินค้าทุกวันเสาร์ตอน 10 โมงเช้า แบรนด์ต้องตอบความต้องการและความคาดหวังที่ลูกค้ามีต่อบริการที่ได้รับให้ได้มากที่สุด ถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว ลูกค้าพร้อมเปลี่ยนไปหาแบรนด์อื่นได้ตลอดเวลา เนื่องจากทั้งหมดล้วนเป็นแบรนด์ใหญ่ และมีราคาจำหน่ายที่ใกล้เคียงกัน

สิงห์จากขวดแก้วสู่ห้าแกลลอน

เริ่มจาก “สิงห์” ที่แต่ก่อนได้มีบริการน้ำดื่มส่งถึงบ้านอยู่แล้ว ในรูปแบบขวดแก้ว โดยใช้เอเย่นต์ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศเป็นศูนย์กลางในการจัดส่ง แต่เมื่อปีที่แล้ว สิงห์ได้เริ่มผลิตน้ำในรูปแบบแกลลอนขนาด 18.9 ลิตร ออกมาจัดจำหน่ายพร้อมกับสินค้าอื่นๆ ในเครือ โดยที่ยังไม่ได้ทำตลาดอย่างจริงจัง

จนกระทั่งเมื่อประมาณเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ขวดแกลลอนปรากฏอยู่ในโฆษณาน้ำดื่มของสิงห์ในชื่อชุด Melody ที่ปกติมักมีแค่ขวดแก้ว และขวด PET เท่านั้น

ขณะเดียวกัน บรรยากาศของโฆษณาที่ทุกคนในครอบครัวกำลังนั่งทานอาหารอย่างมีความสุข ก็แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของแบรนด์ที่ต้องการสื่อสารว่า น้ำดื่มสิงห์เหมาะกับการบริโภคภายในบ้าน โดยไม่ว่าต้องการขนาดไหนก็พร้อมจัดส่งให้ถึงที่

ช้างลุยถึงบ้าน

ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน “ช้าง” ก็เห็นเทรนด์และโอกาสของการบริโภคน้ำดื่มภายในบ้านเช่นกัน จึงได้ลงทุน 100 ล้านบาท ในการจัดส่งน้ำดื่มให้ครอบคลุมพื้นที่ในทุกเขตของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หลังจากที่ก่อนหน้านี้เริ่มทดลองตลาดการจัดส่งถึงบ้าน แล้วได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยมีสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเริ่มเป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้า ซึ่งในปัจจุบันหลังทำตลาดมาได้ประมาณปีกว่า มีสมาชิกอยู่ในระดับหลักพัน

มารุต บูรณะเศรษฐกุล ให้เหตุผลของการทุ่มงบประมาณสูงไปกับการจัดระบบส่งถึงบ้านที่มีขวดขนาด 18.9 ลิตร เป็นผลิตภัณฑ์หลักว่า เพราะน้ำดื่มช้างต้องการเป็น Total Drinking Water Solution ที่มีผลิตภัณฑ์ตอบทุกความต้องการ

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความต้องการน้ำดื่มที่สะอาดสำหรับการบริโภคที่บ้านกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่องในกลุ่มของครอบครัวรุ่นใหม่ ที่การจ่ายค่าน้ำ 60 บาท ต่อขวด 18.9 ลิตร ไม่ใช่ปัญหาสำหรับพวกเขา

ไทยเบฟไม่ใช่แค่แตกไลน์ผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังได้จัดตั้งบริษัทใหม่ ที่ชื่อว่า “ไทยดริ้งค์” สำหรับดูแลระบบโลจิสติกส์ในการจัดส่งผลิตภัณฑ์ไร้แอลกอฮอล์ทั้งหมด รวมถึงการจัดส่งน้ำดื่มตามบ้าน ซึ่งตอนนี้ครอบคลุมแค่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น ด้วยรถจัดส่งทั้งหมด 70 คัน เนื่องจากในตลาดต่างจังหวัดยังคงคำนึงถึงราคาเป็นลำดับแรก ทางเลือกของพวกเขาจึงเป็นขวดขาวขุ่น ที่มีราคาขายเพียง 30 บาท

อย่างไรก็ตาม มารุตก็เตรียมพร้อมที่จะขยายไปตลาดต่างจังหวัด แต่จำกัดอยู่แค่ในหัวเมืองใหญ่ๆ อย่างเช่น เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานีเท่านั้น เพราะพฤติกรรมของคนที่อาศัยในหัวเมืองเหล่านี้ ไม่แตกต่างจากคนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯมากเท่าไร

อีกเรื่องที่สำคัญ คือ การพัฒนาระบบจัดส่งให้ได้ประสิทธิภาพยังต้องใช้เวลาอีกพอสมควร โดยตอนนี้ระบบจัดส่งของช้างสมบูรณ์แบบแค่ 80% เท่านั้น ซึ่งการกระจายสินค้าไปต่างจังหวัดสำหรับน้ำดื่มขนาดห้าแกลลอนนี้ ไม่สามารถใช้เอเย่นต์ที่มีอยู่แล้วได้ในทันที ทางทีมไทยดริ้งค์ที่รับผิดชอบต้องไปเซตอัพระบบซึ่งกว่าจะนิ่งต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 1 – 2 ปี ดังนั้น การขยับในแต่ละก้าวจึงต้องทำอย่างระมัดระวัง
เพราะสำหรับน้ำดื่มห้าแกลลอน การบริการเป็นหัวใจในการตัดสินใจของผู้บริโภค

เนสท์เล่ มาทีหลังดังกว่า

“เนสท์เล่” แบรนด์ล่าสุด ที่กระโดดเข้ามาในตลาดน้ำดื่มขนาด 18.9 ลิตร และออกตัวแรงกว่าแบรนด์อื่นด้วยการจัดแถลงข่าว ปล่อยคาราวานรถส่งสินค้า พร้อมกับงบสำหรับการทำตลาดโดยเฉพาะในปีนี้อีก 50 ล้านบาท ไม่รวมงบลงทุนในการเพิ่มไลน์ผลิต ฝึกอบรมพนักงาน และจัดตั้งรถส่งสินค้า

ประหยัด อนุชิราชีวะ ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจน้ำดื่ม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) บอกว่า ประเด็นสำคัญหนึ่งที่ประกอบการตัดสินใจในการลงทุนในไลน์สินค้าใหม่ของน้ำดื่มเนสท์เล่ เพราะผู้เล่นหลักในเซ็กเมนต์นี้ปัจจุบันไม่แข็งแกร่งเท่ากับประเภทขวด PET

ตอนนี้มีผู้เล่นในผลิตภัณฑ์แบบแกลลอนที่ครองตลาดมีเพียง 3 – 4 ราย และทั้งหมดล้วนเป็น Local Brand เนสท์เล่จะเป็นแบรนด์อินเตอร์แรกที่เข้าไปตะลุมบอนแย่งส่วนแบ่งในตลาดนี้ ซึ่งเนสท์เล่มั่นใจมากว่าจะสามารถเป็นผู้นำตลาดได้ภายใน 3 – 5 ปี

ข้อได้เปรียบของเนสท์เล่ที่ทำให้ประหยัดมั่นใจว่าจะเอาชนะแบรนด์ที่มีอยู่ในตลาดดั้งเดิมได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปีนั้น คือ ความแข็งแกร่งของ Corporate Brand และการสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นที่ผ่านมากับน้ำดื่มเพียวไลฟ์

“แบรนด์เนสท์เล่มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน คือ Good Food, Good Life ที่เน้นในเรื่องของสุขภาพและการเป็นอยู่ที่ดีอยู่แล้ว ซึ่งสอดคล้องกับผลิตภัณฑ์น้ำดื่มเพียวไลฟ์ของเรา ที่เน้นสร้างความมั่นใจในเรื่องของคุณภาพให้กับกลุ่มผู้บริโภคมาโดยตลอด”

และเมื่อยิ่งได้ศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างจริงจัง เนสท์เล่ก็ค้นพบ Consumer Insight ที่สำคัญมาก คือ จำนวนผู้บริโภคปัจจุบันมักซื้อน้ำดื่มประเภทขวด PET ไว้สำหรับการบริโภคที่บ้านมีมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการคำนึงถึงความสะดวกสบาย และความต้องการน้ำดื่มที่สะอาดและปลอดภัย

แม้ว่าจะมั่นใจในแบรนด์มากแค่ไหน แต่การเป็นผู้มาทีหลัง และไม่ได้ใช้กลยุทธ์ราคามาดึงผู้บริโภคให้หันมาทดลองในช่วงเปิดตัวสินค้า เนสท์เล่จึงพยายามสร้างความแตกต่าง และเหนือชั้นให้สมกับภาพลักษณ์อินเตอร์แบรนด์ โดยใช้นวัตกรรมในการสร้างแรงจูงใจ ด้วยฝาปิดรูปแบบใหม่ ที่เรียกว่า Smart Cap ที่ช่วยป้องกันน้ำหกออกจากคูลเลอร์ และป้องกันสิ่งสกปรกจากภายนอกเข้าสู่แกลลอนได้ พ่วงด้วยการจำหน่ายคูลเลอร์ที่ผลิตขึ้นมาให้เหมาะกับฝาปิดอัจฉริยะ และการบริการล้างทำความสะดอาคูลเลอร์ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 2 ครั้งในระยะเวลา 1 ปีแรก

ขณะที่ผู้เล่นรายอื่นในตลาด ยังใช้รูปแบบฝาเกลียว หรือจุกเปิดปิดธรรมดา ที่กระฉอกเวลาเทน้ำ หรือไม่สามารถป้องกันสิ่งสกปรกได้มีประสิทธิภาพเพียงพอ

ในช่วงแรก เนสท์เล่ให้บริการในพื้นที่การให้บริการไว้ที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลก่อน เนื่องจากข้อจำกัดทางด้านการขนส่ง โดยวางเป้าหมายไว้ที่ทั้งออฟฟิศ และบ้านพักอาศัย ก่อนจะขยายฐานครอบคลุมทั่วประเทศภายในระยะเวลา 5 ปี

อย่างไรก็ตาม เนสท์เล่ดูจะเสียเปรียบมากที่สุดในเรื่องของช่องทางจัดจำหน่าย เพราะต้องลงทุนระบบใหม่ทั้งหมด และในช่วงเริ่มต้นก็ส่งได้แค่พื้นที่ใน กรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น

แต่ประหยัด ไม่ได้มองว่า นี่เป็นปัญหาแต่อย่างใด เพราะถ้าหากเนสท์เล่ทำได้ดีในตลาดกรุงเทพฯ แล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องยากในการขยาย Fleet และตัวแทนจำหน่ายสินค้าให้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ แลยังแสดงความมั่นใจว่า ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี การเคาะประตูบ้านขายจะช่วยให้เนสท์เล่จะสามารถครองอันดับหนึ่งของตลาด 18.9 ลิตรนี้ได้ด้วยส่วนแบ่ง 20% ขึ้นไป

Marketing Terms: 

Consumer Insight

ในยุคดิจิตอลที่สมาร์ทโฟนกำลังครอบคลุมพื้นที่การใช้งานอยู่ทั่วทุกมุมโลก แต่เชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอีกต่อไปแล้ว ภาพของพ

เด็กวัยรุ่นยุคนี้ ติดหนึบออนไลน์ ดูหนังฟังเพลงบนยูทิวบ์ แชร์และส่งคลิป เล่นโซเชียลมีเดีย หาข้อมูลสินค้า ตามเซเลบบนอินสตราแกรม มาดูกันว่า แบรนด์ จะต้องทำอย่างไรจึงจะโดนใจ

มาสเตอร์การ์ด เวิลด์วายด์ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ได้เปิดเผยถึงสำรวจตัวชี้วัดแนวโน้มของผู้บริโภคด้านการช้อปปิ้งออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยได้ทำการสำรวจใน 25 ตลาด ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2556 ประกอบไปด้วยการสัมภาษณ์ผู้เข้าร่วมจำนวน 7,010 คนจาก 14 ตลาด เกี่ยวกับพฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์

Insight

จากหนังสือการ์ตูน สู่สติกเกอร์ไลน์ การเดินทางของการ์ตูนไทยที่ผันตัวจากโลกใบเก่ามาสู่โลกดิจิตอล เป็นกรณีศึกษาให้กับคนไทยที่อยากขาย “สติกเกอร์ผ่านไลน์” ควรทำอย่างไร

ปั้นยังไงให้กลายเป็น “ฟีเวอร์” เกม “คุกกี้รัน” ที่ไลน์ยอมทุ่มงบอัดฉีดการตลาดทุกกระบวนท่า ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ออกแคมเปญชิงรถ จับมือพันธมิตรสร้างยอดขยายฐานลูกค้า ปูทางพลิกจากแชตแอปพลิเคชั่น ไปสู่การเป็นผู้สร้างแพลตฟอร์มบนมือถือ

หลายครั้งที่ อาจารย์ ได้ยิน คำว่า ปฏิรูป การศึกษา ไทยพูดกัน บ่อย พูดกันจนชิน พูดกันมานาน และไม่ ทราบ ว่า ปฏิรูปแบบไหน ที่เรียก ว่า ปฏิรูป และต้อ ปฏิรูปมากน้อยแค่ไหน

Strategic Move

เชื่อว่าการทานข้าวนอกบ้านในสมัยนี้ ไม่มีใครไม่แชร์รูปลงโซเชียลเน็ตเวิร์กอีกต่อไป อย่างน้อยต้องมีการเช็กอิน ถ่ายรูปอาหาร หรือถ่ายรูปตอนทานอาหารแล้วแชร์ลงในโซเชียลมีเดียของตนเอง การทำการตลาดผ่านช่องทางนี้จึงเป็นช่องทางใหม่ที่นักการตลาดให้ความสำคัญมากในตอนนี้ เพราะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

ท่ามกลางกระแสของดิจิตอลทีวีที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างเริ่มเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกันแล้วไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสถานี ผู้ผลิตรายการ มีเดียเอเยนซี่ ในฟากของผู้เก็บข้อมูลของผู้ชมรายการอย่างนีลเส็น ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในการวัดความนิยมในรายการหรือเรตติ้งเช่นเดียวกัน

ใกล้คลอดเต็มที่ “เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่” โครงการระดับ “ลักชัวรี่ รีเทล ของกลุ่มเซ็นทรัล มีกำหนดเปิดในวันที่ 8 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ชาติ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ โครงการเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลจิราธิวัฒน์ วัย 39 ปี ที่รับงานระดับบิ๊กโปรเจค จึงต้องนัดแถลงข่าวเล่าความคืบหน้าให้สื่อมวลชนได้ฟังกัน

Global Trend

Snicker เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขยันทำแคมเปญไวรัลบนโลกออนไลน์อย่างมาก ซึ่งบางแคมเปญก็ได้ผล แต่บางแคมเปญก็ได้รับผลวิพากย์วิจารณ์ในด้านลบมากเช่นกัน

เมื่อปีที่ผ่านมาคงได้เห็นแบรนด์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่าง Burger King สร้างความประหลาดใจแก่ผู้บริโภคไม่น้อย โดยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Fries King พร้อมทั้งเปลี่ยนโลโก้ รวมทั้งป้ายหน้าร้าน เพียงเพื่อจะโปรโมทโปรดักส์เฟรนช์ฟรายส์สูตรใหม่ของทางร้าน

หลังจากที่กำลังจะมีแคมเปญใหญ่ระดับโลก Earth Hour 2014 ปิดไฟช่วยโลก ในวันเสาร์ที่ 29 มีนาคมนี้ แน่นอนว่าหลายคนอาจจะลังเลในการปิดสวิตช์ไฟ เพราะอาจจะพลาดกิจกรรมอะไรบางอย่าง หรือโปรแกรมทีวีรายการโปรดไปได้

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Social Media Club

หลังจากค่ายการ์ตูนไทย “บรรลือสาส์น ทำสติ๊กเกอร์“ขายหัวเราะ” วางขายใน “ไลน์”จนมียอดโหลดทะลุ 150,000 ไปแล้ว ล่าสุด ไลน์ได้เปิดตัว สติ๊กเกอร์การ์ตูนบ่นบ่น หรือ “Bonbonmonja’s Daaily Life

สาวกไลน์เตรียมเฮ เมื่อไลน์เปิดตัว LINE Creators Market เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปครีเอตสติ๊กเกอร์เป็นของตัวเอง แล้วนำมาขายใน LINE Store ได้แล้ว!

ชื่อของ “โต้วป้าน (Douban, 豆瓣) ”ที่แฟนประจำคอลัมน์นี้คงคุ้นหูอยู่บ้าง เพราะปีก่อนเราเคยเขียนถึงในหัวข้อ “Douban เต็งหนึ่งอาณาจักรบันเทิงไฮเทค แห่งแดนมังกร”

People

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ผ่าโมเดล 2 รายการในโลกออนไลน์ “เสือร้องไห้” กับคลิปเด็ด ประวัติศาสตร์การแดนซ์ของไทย แชร์กระจายด้วยยอด 4 แสนวิว และคลิปสไตล์ “มัน ฮา เกรียน” แบบ “เฟ็ดเฟ่” ที่กำลังฝ่าคลื่นดิจิตอล แจ้งเกิดคลิปที่โดนใจวัยรุ่นไปเต็มๆ

ดังได้ใจ “เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข” กับบทบาทคุณชายพุฒิภัทร แห่งวังจุฑาเทพ ละครดังที่ผลักดันหนุ่มน้อยคนนี้โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน จนกลายเป็นกระแส “เจมส์ จิ” ถูกนำไปเทียบกับซุปตาร์ดังอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” แถมแบรนด์ดังยังรุมตอมคว้าไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วยค่าตัวหลัก 10 ล้านอัพ

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488