เกมชิงคลื่น 3G

เกมชิงคลื่นความถี่ 3G ในเวลานี้ มีความเข้มข้นที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เพราะผู้เล่นในธุรกิจโทรศัพท์มือถือต่างต้องการบุกตลาด 3G เพื่อสร้างรายได้ และ 3G คือเมกะโปรเจกต์ของธุรกิจโทรคมนาคม ที่ต้องใช้เงินลงทุนรวมกันเป็นหลักแสนล้านบาท ยิ่งมูลค่าสูง ผลตอบแทนยิ่งสูง การ “ล็อบบี้” จึงต้องใช้ “พลัง” มาก โดยเฉพาะในยุคนี้ที่ไม่ง่ายเหมือนในอดีต เพราะโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมของไทยซับซ้อนกว่าเดิม

โทรศัพท์มือถือ 3G เป็นข่าว และถูกพูดถึงอย่างหนาหูตั้งแต่กลางปี 2550 เพราะการเดินเกมของ “เอกชน” ที่ไม่ต้องการ “รอ” อีกต่อไป และต้องการผลักดันให้ได้คลื่นความถี่มาขยายบริการโทรศัพท์มือถือด้วยเทคโนโลยีใหม่ในยุค 3G เพื่อให้การสื่อสารข้อมูลผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือทำได้เร็วติดไฮสปีดมากกว่าเดิมหลายร้อยเท่า โดยเอกชนที่ออกแรงเต็มที่ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาคือ เอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ 3 ผู้เล่นในตลาดโทรศัพท์มือถือ ที่มีส่วนแบ่งตลาดรวมกันแล้วเกือบ 100%

4 องค์กรทรงอิทธิพล

จากโทรศัพท์มือถือยุค 1G มาถึง 3G ในไทยใช้เวลาเกือบ 20 ปี เพราะลักษณะพิเศษ ที่โครงการเมกะโปรเจกต์ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาล และการวิ่งใต้โต๊ะเพื่อแย่งชิงโครงการ จากข้อดีของ 3G ทำให้ต่างประเทศมี 3G ใช้มานานเกือบ 10 ปี และบางประเทศกำลังจะข้ามขั้นไปยัง 4G และเพราะข้อดีที่สามารถสร้างรายได้และผลประโยชน์ให้กับเอกชนผู้ให้บริการได้มหาศาล ทำให้ 3G ในไทยเจออุปสรรคจากอำนาจทางการเมืองยื้อยุด ขัดขวาง และการวิ่งเต้นตลอดช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา และเพราะข้อดีของ 3G นี่เองที่ทำให้ “การเมือง” ในยุคนี้ออกแรงดันเต็มที่ จนทำให้ 3Gในไทยเกิดขึ้น

ในธุรกิจสื่อสารของไทย เอกชนต้องวิ่งเต้นกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับกิจการสื่อสารของไทยในปัจจุบัน 4 แห่ง คือ

1. คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระตั้งขึ้นตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2540 คณะกรรมการ กทช. มี 7 คน มาจากการสรรหา และผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา ชุดปัจจุบันทำหน้าที่มาตั้งแต่ปลายปี 2548 โดยเฉลี่ยอายุของ กทช. อยู่ที่ประมาณ 60-65 ปี และส่วนใหญ่เป็นข้าราชการที่เกษียณอายุราชการ หน้าที่หลักคือการพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ซึ่งที่ผ่านมาให้ใบอนุญาตกิจการที่ไม่ใช้คลื่น เพราะยังไม่สามารถจัดสรรคลื่นความถี่ โดยต้องรอการเปลี่ยนโครงสร้างกฎหมาย ที่รวมการกำกับดูแลกิจการด้านโทรคมนาคม กับวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์เข้าด้วยกัน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2552

2. บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) รัฐวิสาหกิจที่เป็นผู้ให้สัมปทานโทรศัพท์มือถือแก่เอไอเอส

3. บริษัท แคท เทเลคอม จำกัด (มหาชน) รัฐวิสาหกิจที่ให้สัมปทานแก่ดีแทค ทรูมูฟ และฮัทช์

4. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร หรือไอซีที ซึ่งกำกับดูแลทีโอที และแคท เทเลคอม โดยมีอำนาจหน้าที่ในการมอบนโยบาย และแต่งตั้งบอร์ดของรัฐวิสาหกิจทั้ง 2 แห่ง

นี่คือจุดเริ่มต้นที่หากใคร “เส้นสาย” ดีกว่า ย่อมมีโอกาสเหนือคู่แข่ง

คลื่น 800 -900 นำร่องรอ 2.1 GHz
ขณะที่ กทช. ยังไม่สามารถอนุมัติคลื่นความถี่ใหม่สำหรับบริการ 3G ในย่าน 2.1 GHz ที่นิยมใช้กันทั่วโลกได้เพราะต้องรอกฎหมายการจัดตั้งองค์กรบริหารกิจการวิทยุโทรทัศน์ โดยรวมกิจการโทรคมนาคมเข้าไว้ด้วยกัน ทางออกในเวลานี้สำหรับไทย คือการพัฒนาเทคโนโลยีบนคลื่นความถี่เดิมที่เอกชนแต่ละรายได้สิทธิดำเนินการอยู่ คือคลื่นความถี่ในย่าน 800 900 และ 1900 เพราะปัจจุบันมีหลายประเทศ เช่น อเมริกา ออสเตรเลีย และยุโรปบางประเทศ ได้พัฒนาเทคโนโลยี HSPA หรือ HSPDA สำหรับใช้ความถี่ย่าน 800 ให้บริการ 3G หรือความเร็วพัฒนาไปถึงขึ้น 3.5G ได้ พร้อมกับมีโทรศัพท์มือถือหลายแบรนด์ที่เริ่มตอบสนอง รวมทั้งไอโฟน

“เอไอเอส” แรง
กลางปี 2550 เอไอเอสสามารถลงนามข้อตกลงกับทีโอทีเพื่อร่วมมือพัฒนาโครงข่ายโทรศัพท์มือถือ และในเวลาต่อมาในนามของทีโอทีก็ได้รับอนุมัติจาก กทช. ให้นำเข้าอุปกรณ์สำหรับบริการ 3G ในคลื่นความถี่ที่ให้บริการโทรศัพท์มือถือในปัจจุบันคือย่านความถี่ 900 MHz ที่เอไอเอสรับสัมปทานอยู่ ทำให้เอไอเอสสามารถเปิดตัวบริการ 3G ก่อนคู่แข่ง เมื่อเดือนพฤษภาคม 2551 นอกจากนี้ เอไอเอสยังเดินเรื่องขอใช้คลื่น 1900 ประมาณ 5 MHz มาสำรองไว้เช่นกัน

แต่การขอครั้งล่าสุดนี้เอไอเอสได้เสนอผ่าน “มั่น พัธโนทัย” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที ซึ่งอยู่คนละพรรค คนละพวกกับ “ธีรวุฒิ บุญยโสภณ” อธิบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ในฐานะประธานบอร์ดทีโอทีคนปัจจุบัน จึงทำให้ “มั่น” ออกมาให้สัมภาษณ์เองหลายครั้งว่าเอไอเอสเสนอขอมา และกำลังให้ทีโอทีกำลังพิจารณา ยิ่งเสถียรภาพรัฐบาลสั่นคลอน ยิ่งออกมาย้ำบ่อยครั้ง ขณะที่ทีโอทีได้แต่บอกว่า ยังไม่เคยเห็นเรื่องที่เอไอเอสขอมา จนมีข่าวลือการปลดประธานบอร์ดออกจากตำแหน่ง และยื้อเรื่องการแต่งตั้งซีอีโอใหม่ของทีโอทีไว้นานพอสมควร

ในเวลาเดียวกันนั้น ดีแทคพยายามประสานงานเพื่อขออนุมัติจากแคท เทเลคอมเช่นกัน แต่เรื่องค้างการพิจารณาที่บอร์ดแคท เทเลคอมเกือบ 1 ปี เพราะแคท เทเลคอม ยังมีทรูมูฟ และดีพีซี ในเครือเอไอเอส ที่ต้องจัดสรรให้เท่าเทียมกัน

ดีแทค-คลื่นแลกสิทธิ
ดีแทคโชคดีกว่าทรูมูฟ และดีพีซี เพราะดีแทคมีคลื่นความถี่ย่าน 800 ที่เคยให้บริการในระบบอนาล็อกเดิมอยู่ ขนาด (Bandwidth) 12.5 MHz ขณะที่ทรูมูฟและดีพีซีมีคลื่นในย่าน 1800 ที่ยังไม่มีเทคโนโลยีในโลกพร้อมให้บริการ 3G ทรูมูฟ และดีพีซีจึงต้องพยายามอย่างหนักจนทำให้ความต้องการของ “ดีแทค” ไม่ง่ายนัก

ในที่สุดการเจรจาก็บรรลุผล ท่ามกลางดินเนอร์บนโต๊ะอาหารสไตล์อิตาเลียน ย่านปากเกร็ด ดีแทคได้รับอนุมัติจากบอร์ด แคท เทเลคอม ให้พัฒนาเทคโนโลยี 3G บนคลื่นย่าน 800 MHz ขนาดความกว้าง 10 MHz โดยต้องแบ่งคลื่นจำนวน 2.5 MHz ให้กับทรูมูฟ เมื่อรวมกับของแคท เทเลคอมอีก 2.5 MHz ทรูมูฟได้ 5 MHz

ไม่มีรายงานตัวเลข “ต้นทุน” ที่ทำให้ทรูมูฟได้รับอนุมัติจากแคท เทเลคอม แต่เสียงที่เล่าต่อกันมาในวงการโทรคมนาคม คือเป็นหลักหลายสิบล้านบาท

สำหรับดีพีซีนั้น บอร์ดแคท เทเลคอม ไม่อนุมัติ โดยให้เหตุผลว่า เพราะดีพีซีผลประกอบการไม่ดี เมื่อเทียบกับดีแทค และทรูมูฟ

นี่คือด่านแรกที่ดีแทค และทรูมูฟต้องผ่านก่อนที่แคท เทเลคอมจะเสนอให้ กทช. พิจารณาอนุมัติ และไม่กี่เดือนต่อมา กทช. ก็อนุมัติ พร้อมกับแผนของเอไอเอส ที่ขอขยายการลงทุนเพิ่ม

สำหรับดีแทคแล้วคือการได้ฝ่าด่านสำคัญ และตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนให้กับดีแทคในการแข่งขันกับเอไอเอส แต่สำหรับทรูมูฟแล้ว ยังต้องตีความต่ออีกว่าจะสามารถลงทุนได้ทันทีหรือไม่ เพราะเป็นคลื่นใหม่ ที่ทรูมูฟไม่เคยได้สิทธิมาก่อน ต้องพิจารณาว่าต้องทำสัญญาเป็นโครงการใหม่ และเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีหรือไม่

นี่คือขั้นแรกของ 3G บนคลื่นความถี่เดิมที่มีอยู่ ที่แข่งขันกันอย่างเข้มข้น ทั้งที่แต่ละบริษัทยังมีข้อจำกัดการลงทุนว่าจะคุ้มค่าหรือไม่ เพราะอายุสัมปทานของแต่ละบริษัทต่างเหลือกันไม่ถึง 10 ปี และที่สำคัญต้นทุนธุรกิจยังสูง เพราะมีสัญญาต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้ทั้งทีโอที และแคท เทเลคอม ปีหนึ่ง 20-25%

แต่การเริ่มต้นแนะนำตัวเองให้กับผู้ใช้บริการในตลาดก่อนทำให้ได้เปรียบ เพราะจะทำให้รู้จักผู้ใช้บริการก่อน และแบรนด์เป็นที่จดจำ เพื่อที่ว่าเมื่อคลื่นใหม่ในย่าน 2.1 GHz ได้รับอนุมัติให้ปีหน้า “อนาคตใหม่” สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจสื่อสารก็จะสดใสกว่าเดิม เพราะแนวโน้มของเกณฑ์ใหม่ อายุใบอนุญาตจะนานกว่า 20 ปี ค่าใบอนุญาตที่ถูกกว่าค่าสัมปทานที่ต้องจ่ายให้รัฐ

ทีโอที-แคท เทเลคอม รักษาที่ยืน
ไม่เพียงเอกชนที่เดินหน้า ในฟากของทีโอทีเอง ก็สามารถเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติโอนกิจการบริษัทไทยโมบาย จำกัด ให้ทีโอทีแต่เพียงผู้เดียว จากเดิมที่มีแคท เทเลคอม ถือหุ้นอยู่ด้วย ซึ่งหมายความว่าทีโอที ได้สิทธิในคลื่นย่าน 1900 MHz ของไทยโมบายทั้งหมด เป็นความเปลี่ยนแปลงสำคัญของทีโอที เพราะความถี่ 1900 คือย่านใกล้เคียงกับ 2.1 GHz โดยทีโอทีมีแผนลงทุนมูลค่า 29,000 ล้านบาท เป็น Network Provider ให้เอกชนมาเช่าใช้เครือข่ายไปให้บริการต่อ

สำหรับแคท เทเลคอมเอง ที่มี “ฮัทช์” รับทำตลาดในเครือข่ายย่าน 800 CDMA มานาน ใน 25 จังหวัด และถูกแช่โครงการขยายไปต่างจังหวัดมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เพิ่งปลดล็อกและสามารถวางเครือข่าย 3G เทคโนโลยี CDMA 1xEV-DO ใน 51 จังหวัดเมื่อกลางปี 2551 ที่ผ่านมา ก็กำลังลุยเต็มที่ภายใต้แบรนด์ CAT CDMA พร้อมกับเล็งซื้อกิจการจาก “ฮัทช์” ที่มีฐานลูกค้าอยู่แล้ว 1.1 ล้านราย

นี่คือสถานการณ์ของเกมชิงคลื่นที่คึกคัก ต้องใช้พลังและเงินสะพัดมากอย่างยิ่งในรอบหลายปีสำหรับวงการโทรคมนาคมของไทย

Sections: 
Sectors: 

Digital TV & Media

หลังจาก เจ๊ติ๋ม หรือ พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย ใช้มาตรการปิดสวิทช์ทีวีดิจิตอล "ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย" โดยไม่จ่ายค่าประมูลใบอนุญาตออกอากาศทีวีดิจิตอล 2 ช่องของกลุ่มทีวีพูล คือ ช่อง ไทยทีวี และช่องโลก้า งวด 2 ให้กับทาง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ซึ่งครบกำหนดไปเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ในที่สุดกระแสข่าวที่ว่าช่อง 3 เตรียมถอดรายการ “ชิงร้อย ชิงล้าน Sunshine Day ผลิตโดย บริษัทเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด ที่เคยออกอากาศในช่วงบ่ายของวันอาทิตย์ ก็เป็นจริง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2558

PwC (PricewaterhouseCoopers) หนึ่งในเครือข่ายบริษัทผู้ให้บริการด้านการตรวจสอบบัญชี บริการให้คำปรึกษาด้านภาษี และบริการให้คำปรึกษาทางธุรกิจ เปิดเผยถึงผลสำรวจทิศทางอุตสาหกรรมสื่อ และบันเทิงทั่วโลกระหว่างปี 2558-2562คาดการณ์ค่าใช้จ่ายผ่านอุตสาหกรรมสื่อ และบันเทิงของไทยในปี 2562 จะอยู่ที่ 4.3 แสนล้านบาท

Insight

ดาราดังระดับ "ซุปตาร์" แบบมาเดี่ยว อาจไม่เพียงพอในการเรียกความสนใจจากผู้บริโภคยุคนี้ จึงทำให้บรรดาเจ้าของ "แบรนด์" ต้องอาศัยพลังจากโลกออนไลน์และคนดังในกระแส มาประกบคู่ "ฟีเจอริ่ง" ปั้นให้เป็น "พรีเซ็นเตอร์ดูโอ" ดึงความสนใจให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย

ปฏิบัติการชิงไหวชิงพริบระหว่างช่องแอนะล็อกเดิม และช่องทีวีดิจิตอลเกิดใหม่ กับการปรับผังรายการเพื่อชิงเรตติ้ง และฐานคนดู ในสงครามทีวีดิจิตอล

เอเยนซีโฆษณา เตือน ใช้พรีเซ็นเตอร์เปลือง อาจสะเทือนถึงแบรนด์ได้ เมื่อพรีเซ็นเตอร์อาจดังกว่าแบรนด์ แนะใช้ให้ถูกวิธี สตอรีและคอนเทนต์สำคัญกว่า

Consumer Insight

สมาคมแฟรนไชส์ แนะข้อมูลเตือนใจ ก่อนเลือกซื้อแฟรนไชส์ควรพิจารณาจากสิ่งใดบ้าง ไม่ให้ผิดหวัง

ในช่วงปี 2556 - 2557 มีแบรนด์ใหม่ๆ เกิดขึ้นในแวดวงการตลาดกว่า 20,000 แบรนด์ (ที่มา: กรมทรัพย์สินทางปัญญา, 2558) ถึงแม้ว่าจำนวนแบรนด์เกิดใหม่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ผลที่ตามมาคือ ผู้บริโภคส่วนใหญ่มองเห็นการพัฒนาตื่นตัวของแบรนด์ต่างๆ ลดลง แบรนด์ที่เคยเป็นผู้นำ เริ่มเดินบนเส้นทางความสำเร็จเดิมๆ ทำให้แบรนด์มีความหลากหลายแต่ไร้ซึ่งความแปลกใหม่

ในชีวิตประจำวันเรามีการพบเจอแบรนด์ต่างๆ หลายร้อยแบรนด์ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับอีกหลายหมื่นแบรนด์ในตลาด ยังมีแบรนด์ที่เป็นหนึ่งในใจผู้บริโภคได้เสมอ โดยที่เป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคคุ้นเคยอยู่เป็นประจำ

Strategic Move

ข่าวในประเทศ - ยอดขายรถยนต์สะสม 5 เดือนแรกของปี ทำได้ 3.08 แสนคัน ลดลง 15.9% ขณะที่ตลาดปิกอัพยังไม่ฟื้น แต่อีซูซุอาศัยช่วงปลายโมเดลของวีโก้และฟอร์จูนเนอร์ ทำยอดขายแซงโตโยต้าแล้ว

ได้ฤกษ์ดีเดย์ในการขึ้นบ้านใหม่ไปแล้วสำหรับ “ยูนิลีเวอร์” ที่ได้ทำการย้ายสำนักงานจาก SCB Park มาที่ “ยูนิลีเวอร์ เฮ้าส์” ย่านสี่แยกพระรามเก้า โดยเป็นสำนักงานแหล่งที่ 5 นับตั้งแต่ที่ยูนิลีเวอร์เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยมา 83 ปี 4 ที่ก่อนหน้านั้นได้แก่ ถ.ตก, เพลินจิต, ศรีนครินทร์ และล่าสุดที่ SCB Park

ในช่วงปีที่ผ่านมา เรียกได้ว่า “อากู๋ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม” หัวเรือใหญ่แห่ง จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่มีดีลให้สะท้านวงการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการ “ขาย” ธุรกิจ และการสวอปหุ้นระหว่างบริษัททั้งสิ้น ตั้งแต่การขายธุรกิจเพย์ทีวีให้กับ CTH รวมทั้งการขายหุ้นจำนวนหนึ่งใน บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน)

Columnist

การตลาด ฤดูร้อน ต้อง Speed Advantage “ใคร ไว กว่าได้ เปรียบ” ในสมรภูมิ การแข่ง กำลัง ร้อน แรง เหมือนฤดูร้อน

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Trend

ช่วงนี้อาจตกเป็นรองเฟซบุ๊ก (Facebook) และแอปเปิล (Apple) อยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในการเปิดตัวเทคโนโลยีหรือบริการใหม่ๆ ล่าสุด กูเกิลไม่ยอมแพ้ส่งบริการสตรีมมิงเพลงแบบไม่มีค่าใช้จ่ายให้ผู้ใช้บริการแล้วทั่วสหรัฐอเมริกา โดยบริการดังกล่าวจะมีโฆษณาสนับสนุนแทน

และแล้วก็มาถึงสำหรับงานใหญ่ในอุตสาหกรรมสื่อ และการตลาด เป็นที่รู้จักในงาน "คานส์ ไลอ้อน 2015" ในปีนี้ได้จัดขึ้นแล้วในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นงานที่จัดต่อเนื่องกว่า 60 ปีแล้ว เพื่อประกาศรางวัลแก่ผลงานโฆษณายอดเยี่ยมแห่งปี

“ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์” แจ้งระงับบินกรุงเทพฯ-ซัปโปโรชั่วคราว ตั้งแต่ 1 ส.ค.นี้ อ้างเหตุ บพ.ไทยยังสอบไม่ผ่านมาตรฐาน ICAO เปิดโอกาสผู้โดยสารเปลี่ยนเส้นทางบินหรือขอคืนเงินได้ ส่วนเส้นทางโตเกียว, โอซากาของญี่ปุ่น เเละกรุงโซล เกาหลีใต้ ยังให้บริการตามปกติ

Global Wrap

บริษัทที่ปรึกษาสินทรัพย์ เผยราศีเกิดของ 10 มหาเศรษฐีพันล้านจีน ที่สร้างฐานะด้วยลำแข้งของตนเอง ไม่มีใครเลยที่เกิดในปี แพะ ซึ่งเป็นจักรราศีของปีนี้

เมืองมินามิ อาวาจิ ในจังหวัดเฮียวโกะของญี่ปุ่น เปิดตัวเครื่องเล่นชนิดใหม่ ซี่งกำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวและเด็กๆ

หลังจากที่ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ทำให้หลายคนสับสนว่า โครจะมีสิทธิได้รับการอัปเกรดระบบปฏิบัติการเป็นวินโดวส์รุ่นใหม่ Windows ได้ฟรี ล่าสุด เจ้าพ่อซอฟต์แวร์อเมริกันประกาศแล้วว่า ผู้ที่ทดสอบ Windows 10 ทุกคนจะได้รับการอัปเกรดฟรี แต่ยังมีเงื่อนไขเล็กน้อยที่เป็นข้อยกเว้นไว้

People

ต้องยอมรับว่า ยิ่งแก่ ยิ่งเนื้อหอม สำหรับพระเอกมาดอบอุ่น “ก้อง สหรัถ สังคปรีชา” ที่ปีนี้มีอายุ 47 ปีแล้ว แต่งานพรีเซนเตอร์ยังคงแน่นเอี้ยดไม่น้อยหน้าพระเอกรุ่นใหม่ไฟแรงคนไหน เพราะด้วยลุคที่ หล่อ เท่ส์ สมาร์ท ดูอบอุ่น และชื่อเสียงไม่เสียหาย จึงทำให้ก้อง สหรัถ กลายเป็นที่ถูกตาต้องใจของแบรนด์สินค้าหลายๆแบรนด์

เปิดใจ “อีเจี๊ยบ เลียบด่วน” เจ้าของเพจมาแรงแห่งปี ผ่านการ“โฟนอิน”แบบเจาะลึก เป็นครั้งแรก ในงานสัมมนา ฝ่าวิกฤตพิชิตดราม่าในโลกโซเชียลมีเดีย ซึ่งจัดโดย Position Magazine Online ถึงที่มาของ เพจเล่าข่าว ด้วยสำนวนแสบๆ คันๆ มันๆ จนสร้างยอดไลค์ ทะลุล้านแล้ว

จากบทบาทนักธุรกิจ “วัยรุ่นพันล้าน” เจ้าของอาณาจักร “เถ้าแก่น้อย” แบรนด์ที่ทำให้หลายคนรู้จัก “อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์” หรือ “ต๊อบ เถ้าแก่น้อย” แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเขาได้เพิ่มบทบาทของตนเองด้วยการเป็น “ผู้ลงทุน”

Social Media Club

ครบรอบ 1 ปี เป็นที่เรียบร้อยสำหรับโครงการ “ไลน์ ครีเอเตอร์ มาร์เก็ต” ที่ให้ศิลปิน นักวาดภาพได้ส่งผลงานสติ๊กเกอร์เข้าไปขายในไลน์ได้ โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ไลน์ ครีเอเตอร์ มาร์เก็ตได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการออแบบไม่น้อย ทำให้คาแรคเตอร์ ดีไซน์เป็นที่นิยมมากขึ้น

เป็นความจริงที่ว่ามนุษย์ทุกคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และนั่นทำให้คนรอบข้างคาดเดาได้ถูกว่า คุณคือใคร แม้จะไม่เห็นใบหน้าของคุณชัดๆ โดยอาจสังเกตจากท่าทางการเดิน การยืน การแต่งกาย ฯลฯ แต่ต่อจากนี้ความสามารถดังกล่าวจะไม่จำกัดเฉพาะคนอีกต่อไป เพราะ “ระบบคอมพิวเตอร์” ก็สามารถ “คาดเดา” เหมือนมนุษย์ได้แล้วเช่นกัน

การประกาศลาออกของดิค คอสโทโล (Dick Costolo) ซีอีโอทวิตเตอร์ (Twitter) กลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งของสื่อในแวดวงเทคโนโลยีแทบทุกหัว และด้วยข่าวนี้ได้ทำให้หุ้นของบริษัทที่ซบเซามานานพุ่งขึ้นถึง 7% สะท้อนให้เห็นถึงบางสิ่งในการตัดสินใจครั้งนี้ได้ดี โดยเฉพาะในฟากนักลงทุนที่อาจมองว่านี่เป็นข่าวที่พวกเขาเฝ้ารอมานาน ซึ่งเบื้องหลังการลาออกครั้งนี้ มีความเป็นไปได้ว่าเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการควบรวมกิจการ

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348