เวยป๋อ ผู้เซตเทรนด์ใหม่ให้โซเชี่ยลมีเดียจีน

ถึงแม้ประชากรเน็ตนับร้อยล้านคนในจีนจะไม่เคยได้เข้าถึงเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ยูทูบ โฟร์สแควร์ ฯลฯ แต่พวกเขาก็เข้าใจคอนเซ็ปต์ของ "เว็บไซต์สื่อสังคม (Social Media Sites)" ได้อย่างถ่องแท้ นั่นก็เพราะมีผู้ทำเว็บไซต์ที่มีฟีเจอร์เดียวกันทั้งหมดนี้ในเวอร์ชั่นภาษาจีน อาทิ kaixin001.com (เฟซบุ๊กจีน) tudou.com (ยูทูบจีน) และเทรนด์ใหม่ที่ฮิตสุดๆ ในนาทีนี้เห็นจะเป็น weibo.com (ทวิตเตอร์จีน)

แต่ความจริงแล้ว weibo.com นั้นมีแค่ส่วนเดียวที่เหมือนกับทวิตเตอร์ นั่นคือ การโพสข้อความได้ 140 ตัวอักษร แต่ที่เหลือ…มันเหนือความคาดหมายมากกว่านั้น ซึ่งก็คือประเด็นสำคัญที่เราจะมาวิเคราะห์กันในบทความนี้

เวยป๋อ : บล็อกสั้นๆ แต่ทรงพลัง
คำว่า "เวยป๋อ" ภาษาจีนแปลว่า "บล็อกสั้นๆ (Micro blogging)" ซึ่งในจีนมีเว็บไซต์ที่เรียกตัวเองว่าเป็น "เวยป๋อ" ถึงเกือบ 30 เว็บไซต์ แต่หนึ่งเดียวที่มาแรง ถึงขั้นปั้นมือจะวิ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์แนสแดคในเร็ววันนี้คือ "เวยป๋อของบริษัทซีน่า" (บริษัทอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ในจีนที่มีรายได้จากการโฆษณาปีที่แล้ว 12,000 ล้านบาท) พร้อมๆ กับเพื่อนๆ เว็บไซต์ในวงการเน็ตจีนอย่าง "เถาเป่า (taobao.com) เว็บไซต์ขายของออนไลน์, แวงเคิล (Vancl.com) เว็บแบรนด์เสื้อผ้า และถูโต้ว (Tudou.com) เว็บยูทูบจีน

นอกจากนี้ซีน่ายังได้ครอบครองชื่อสามัญนามอย่าง "เวยป๋อ" ไปเป็นแบรนด์เนมของตนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น คำว่า "เวยป๋อ" ต่อจากนี้จะหมายถึง "ชิงลั่งเวยป๋อ (新浪微博) " ของซีน่า (ชื่อภาษาจีนคือชิงลั่ง) เท่านั้น

140 ตัวอักษรแต่ความหมายคูณ 3
เพราะภาษาจีนไม่ได้เป็นภาษาที่ใช้การผสมตัวสะกดเหมือนอังกฤษและไทย ในทางกลับกัน 1 ตัวอักษรกลับมีความหมายของมันเอง ดังนั้นการกำหนดให้พิมพ์ข้อความขึ้นเวยป๋อได้ 140 ตัวอักษรนั้น ทำให้แต่ละคนสามารถเสนอแง่มุมความคิด คำคม ได้อย่างลึกถึงแก่นบนเวยป๋อได้สบายๆ

และนี่เองที่เป็นเหตุผลให้ช่วงแรกๆ ที่เวยป๋อฮิต รัฐบาลจีนถึงกับสั่นสะเทือนเพราะหลายคนเขียนข้อความที่โจมตีการทำงานของพรรคคอมมิวนิสต์แบบเรียลไทม์ แต่ตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าจะมีทางออกดีๆ กับปัญหานี้แล้ว ซึ่งก็อยู่ในย่อหน้าถัดไป

เปิดหน้าคุย : ตัวจริง เสียงจริง
เหตุผลสำคัญที่ทำให้เวยป๋อเติบโตแบบก้าวกระโดดด้วยสถิติที่สวยงามมากมาย อาทิ 1 ปีกว่ามียอดสมาชิกทะลุ 50 ล้านคน (ทวิตเตอร์ที่คนใช้ทั่วโลกต้องรอตั้ง 5 ปี) มีเพจวิว 212 ล้านเพจวิว/เดือน ทั้งยังมียอดสมาชิกใหม่ 10 ล้านคน/เดือน พอถึงสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีสมาชิกถึง 150 ล้านคน นั่นก็เพราะใช้กลยุทธ์เซเลบฯ มาดัน ไมต่างจากเส้นทางเดินของทวิตเตอร์ในช่วงแรก

กล่าวคือ ขณะนี้เวยป๋อมีคนดังที่มีการยืนยันตัวตนเพื่อเปิดหน้าเพจเวยป๋อแล้วกว่า 60,000 ราย ยังไม่รวมอีก 5,000 บริษัท 2,700 องค์กรสื่อ และเจ้าหน้าที่รัฐอีกยกโขยง

เมื่อทั้งดารา บริษัท มาร่วมกันเปิดเผยตัวจริงบนโลกออนไลน์แบบนี้ จึงเป็นการสร้างระบบนิเวศน์ใหม่ให้กับโลกไซเบอร์จีนอย่างแท้จริง ทำให้ผู้ใช้หน้าใหม่ก็เห็นว่าการใช้ชื่อนิรนามในโลกออนไลน์เป็นเรื่องที่ "เอาท์" ไปแล้ว

ซึ่งแน่นอนเมื่อผู้ใช้เปิดเผยตัวจริง ทำให้การตามล่าผู้ที่เห็นต่างและเตรียมสร้างความป่วนในสังคมก็จะโดดเด่นให้รัฐบาลตระคลุบตัวได้ง่ายด้วยเช่นกัน ด้วยหลักการง่ายๆ นี้เองจึงทำให้ "เวยป๋อ" ในจีนถึงได้ไฟเขียวให้อยู่ยงคงกระพันได้จนถึงชั่วโมงนี้

"ยำใหญ่โซเชี่ยลมีเดีย" เว็บเดียวสนุกครบ
เหตุผลสำคัญประการต่อมาที่ทำให้ "เวยป๋อ" เป็นเทรนด์ในปัจจุบันก็คือ ความสั้นและล้ำฟีเจอร์ ที่เวยป๋อ คุณสามารถทำกิจกรรมทุกอย่างที่เว็บสื่อสังคมสมัยใหม่ทำได้ ไม่ว่าจะเป็น โพสรูป/ภาพ/เสียง/วิดีโอ ทำโพล เช็กอิน แชต หรือแม้แต่ซื้อคูปองส่วนลด และออเดอร์สินค้าออนไลน์

ดังนั้น เราจึงสามารถเขียนสมการอธิบายเวยป๋อแบบชัดเจนได้ดังนี้

Twitter + Facebook + Foursquare + Ensogo +…+…++++ = weibo

ที่เห็นว่ามีการเขียนเครื่องหมายบวกเผื่อเอาไว้ก็เพราะเว็บนี้เพิ่งเปิดมาได้ 2 ปีแต่ฟีเจอร์ล้ำขนาดนี้ ปีต่อๆ ไปต้องมีอะไรให้ทึ่งอีกเยอะ!

ดังนั้น ถึงตอนนี้หากคุณจะเรียกว่าเวยป๋อเป็นเว็บก๊อบปี้ทวิตเตอร์ที่ผสมเฟซบุ๊กอาจจะผิดถนัด และขณะเดียวกันยังมีความเป็นไปได้ว่าซีน่าเองก็ยังไม่รู้ที่จะนิยามบริการสุดเจ๋งของตัวเองนี้ว่าอย่างไร?

เมื่อมียอดผู้ใช้ (มหาศาล) ยังไงก็หาเงินได้
นอกเหนือจากการมีเงินถุงเงินถังจากผู้สนับสนุนเว็บเวยป๋อกว่า 1 พันล้านบาทแล้ว การหารายได้ด้วยตัวเองเพื่อการเติบโตระยะยาวก็เป็นสิ่งที่อยู่ในแผนตั้งแต่ต้น

นักวิเคราะห์คาดว่าเวยป๋อ จะมีรูปแบบการหารายได้ 4 ทางใหญ่ๆ ด้วยกันซึ่งเป็นทั้งจากทาง B2C และ B2B ได้แก่
- แบนเนอร์ (แถบใหญ่ที่อยู่ด้านล่างกล่องโพสข้อความบนเว็บ)
- ผลการค้นหา (ในรูปแบบของ Text linked Ad)
- การเปิดหน้าเพจเวยป๋อของร้านค้า (ซึ่งจะต้องอาศัยการยืนยันตัวตนด้วยสัญลักษณ์ V ด้านท้ายชื่อผู้ใช้ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ) พร้อมระบบวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งาน (Analytics)
- แบ่งรายได้จากแอพฯ ที่เอาข้อมูลของเวยป๋อในไปใช้เชิงการค้า (เพราะทางเวยป๋อได้ให้ API สำหรับให้นักพัฒนาไปสร้างแอปฯต่อยอดได้)

กล่าวโดยสรุป
หลายคนอาจจะมองว่า สถานการณ์ความร้อนแรงของเวยป๋อในจีนวันนี้ ไม่ต่างอะไรไปจากเหล้าเก่าในขวดใหม่ ที่อาศัยเทคนิคเดิมๆ คือ รวมฟีเจอร์ของทุกเว็บเอาไว้ด้วยกัน แต่ผู้เขียนเห็นอีกแบบว่า "เวยป๋อ" วันนี้คือการรวมกันต่อจิ๊กซอว์ของเว็บไซต์สำคัญๆ ของซีน่าที่อยู่กระจัดกระจาย ให้มาจัดอยู่ในโครงสร้างเดียวกัน ทำงานเชื่อมโยงกัน ภายใต้แนวคิด "ผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง" ซึ่งผู้ใช้คนนั้นคือคนจริงๆ และเป็นคนเดียวกับที่เดินอยู่บนท้องถนน และมี "เวยป๋อ" เป็นหน้าต่างเดียวแต่กลับมีเครื่องมือทุกอย่างที่จะใช้สำหรับสื่อสารกับคนที่ตนรู้จัก ดังนั้นจะมีเหตุผลอะไรที่จะไปเลือกใช้เว็บไซต์อื่นอีก ดังนั้นโอกาสขายสินค้าและบริการในที่เดียวแบบเบ็ดเสร็จก็จะมากองอยู่ตรงหน้า

ที่จีน อาจกล่าวได้ว่าวงการอินเทอร์เน็ตอาจนับเป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่และเกี่ยวกับผู้คนมากที่สุดเพียงอุตสาหกรรมเดียวที่ "รัฐ" ไม่ได้เป็นเจ้าของ และ ณ ชั่วโมงต่อจากนี้ โลกไซเบอร์จีน จะมีไมโครบล็อกอย่างเวยป๋อเป็นตัวนำในโซเชี่ยลมีเดียอย่างแน่นอน ดังนั้นความตื่นเต้นและเม็ดเงินที่เพิ่มพูนในวันข้างหน้า บอกได้เลยว่ายากจะคาดเดา!

รู้จักชิงลั่งเวยป๋อ (บล็อกสั้นของซีน่า)
วันที่ 7 เมษายน 2554 ถือเป็นฤกษ์ดีที่ "ชิงลั่งเวยป๋อ (新浪微博)" บริการบล็อกสั้น (Microblogging) ของซีน่า (Sina.com) ได้ฤกษ์แยกตัวออกมาเป็นเอกเทศ พร้อมโดเมนชื่อตรงตัวว่า www.weibo.com เพื่อตั้งตนเป็นบล็อกกระแสใหม่ในสังคมจีนอย่างภาคภูมิ เหตุผลที่ทำให้เวยป๋อของซีน่าแรงแซงหน้าเวยป๋อค่ายอื่นๆ ก็คือ คุณภาพของคนเล่นและข้อมูลที่โพส รวมถึงระบบที่เสถียร, ฟีเจอร์ที่พัฒนาล้ำหน้า) และรองรับกับการใช้งานบนมือถือทุกระบบปฏิบัติการ ซึ่งปัจจุบันมีผู้โพสข้อมูลบนเวยป๋อผ่านมือถือเกือบ 50%

ฟีเจอร์เด่นของเว็บเวยป๋อ เคล็ดลับความดังของเวยป๋อ
โพสได้ทุกสื่อ (ข้อความ, ภาพ, เสียง, วิดีโอ) คนดัง (ดารา นักร้อง นักการเมืองคนดังของจีนล้วนเป็นสมาชิกเวยป๋อ)
ตั้ง-ตอบข้อความของทุกคนได้ ยอด Retweet ข้อความที่เยอะมาก (ที่นิยมคือ คำคม เรื่องตลก และข่าว)
สร้างโพล มีการทำระบบคะแนนเพื่อให้รางวัลกับผู้โพสบ่อยๆ ในรูปแบบไอค่อน ทั้งโพสข้อความใหม่และตอบความเห็นคนอื่น
สร้างงานอีเวนต์ ตอบรับการเข้าร่วมงานได้ ข่าวส่วนลด โปรโมชั่นแรง เพราะแบรนด์ดังๆ ให้ที่นี่เป็นแหล่งทำกิจกรรมและแจกของ
สร้างกลุ่มที่สนใจเรื่องเฉพาะเองได้
แชตกับเพื่อนที่ออนไลน์ในหน้าเพจเวยป๋อ
เช็กอินพร้อมพิกัด
ซื้อคูปองส่วนลด พร้อมรับแต้มพิเศษ ถ้าโปรโมตต่อคูปองได้หนึ่งแต้ม แต่ถ้ามีคนคลิกซื้อได้ 5 แต้ม เอามาซื้อของลดราคาพิเศษในเว็บ
Marketing Terms: 

Consumer Insight

ยอดจำหน่ายพีซีในประเทศไทยในปี 2556 มีการหดตัวในระดับตัวเลขสองหลัก นับเป็นครั้งแรกในตลอดช่วงระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา โดยลดลงทั้งในส่วนของตลาดโน๊ตบุ๊คและเดสท๊อปอย่างมาก

ในยุคดิจิตอลที่สมาร์ทโฟนกำลังครอบคลุมพื้นที่การใช้งานอยู่ทั่วทุกมุมโลก แต่เชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอีกต่อไปแล้ว ภาพของพ

เด็กวัยรุ่นยุคนี้ ติดหนึบออนไลน์ ดูหนังฟังเพลงบนยูทิวบ์ แชร์และส่งคลิป เล่นโซเชียลมีเดีย หาข้อมูลสินค้า ตามเซเลบบนอินสตราแกรม มาดูกันว่า แบรนด์ จะต้องทำอย่างไรจึงจะโดนใจ

Insight

จากหนังสือการ์ตูน สู่สติกเกอร์ไลน์ การเดินทางของการ์ตูนไทยที่ผันตัวจากโลกใบเก่ามาสู่โลกดิจิตอล เป็นกรณีศึกษาให้กับคนไทยที่อยากขาย “สติกเกอร์ผ่านไลน์” ควรทำอย่างไร

ปั้นยังไงให้กลายเป็น “ฟีเวอร์” เกม “คุกกี้รัน” ที่ไลน์ยอมทุ่มงบอัดฉีดการตลาดทุกกระบวนท่า ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ออกแคมเปญชิงรถ จับมือพันธมิตรสร้างยอดขยายฐานลูกค้า ปูทางพลิกจากแชตแอปพลิเคชั่น ไปสู่การเป็นผู้สร้างแพลตฟอร์มบนมือถือ

หลายครั้งที่ อาจารย์ ได้ยิน คำว่า ปฏิรูป การศึกษา ไทยพูดกัน บ่อย พูดกันจนชิน พูดกันมานาน และไม่ ทราบ ว่า ปฏิรูปแบบไหน ที่เรียก ว่า ปฏิรูป และต้อ ปฏิรูปมากน้อยแค่ไหน

Strategic Move

เชื่อว่าการทานข้าวนอกบ้านในสมัยนี้ ไม่มีใครไม่แชร์รูปลงโซเชียลเน็ตเวิร์กอีกต่อไป อย่างน้อยต้องมีการเช็กอิน ถ่ายรูปอาหาร หรือถ่ายรูปตอนทานอาหารแล้วแชร์ลงในโซเชียลมีเดียของตนเอง การทำการตลาดผ่านช่องทางนี้จึงเป็นช่องทางใหม่ที่นักการตลาดให้ความสำคัญมากในตอนนี้ เพราะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

ท่ามกลางกระแสของดิจิตอลทีวีที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างเริ่มเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกันแล้วไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสถานี ผู้ผลิตรายการ มีเดียเอเยนซี่ ในฟากของผู้เก็บข้อมูลของผู้ชมรายการอย่างนีลเส็น ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในการวัดความนิยมในรายการหรือเรตติ้งเช่นเดียวกัน

ใกล้คลอดเต็มที่ “เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่” โครงการระดับ “ลักชัวรี่ รีเทล ของกลุ่มเซ็นทรัล มีกำหนดเปิดในวันที่ 8 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ชาติ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ โครงการเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลจิราธิวัฒน์ วัย 39 ปี ที่รับงานระดับบิ๊กโปรเจค จึงต้องนัดแถลงข่าวเล่าความคืบหน้าให้สื่อมวลชนได้ฟังกัน

Global Trend

การทำโฆษณาบนป้ายบิลบอร์ดอันแสนแพง โดยแบบที่มีแค่โปรดักส์ กับชื่อแบรนด์อย่างเดียว ดูท่าจะหมดยุคไปแล้ว สมัยนี้ต้องเน้นไอเดีย และความแตกต่างเข้าว่า ถึงจะโดนใจผู้บริโภค

Snicker เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขยันทำแคมเปญไวรัลบนโลกออนไลน์อย่างมาก ซึ่งบางแคมเปญก็ได้ผล แต่บางแคมเปญก็ได้รับผลวิพากย์วิจารณ์ในด้านลบมากเช่นกัน

เมื่อปีที่ผ่านมาคงได้เห็นแบรนด์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่าง Burger King สร้างความประหลาดใจแก่ผู้บริโภคไม่น้อย โดยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Fries King พร้อมทั้งเปลี่ยนโลโก้ รวมทั้งป้ายหน้าร้าน เพียงเพื่อจะโปรโมทโปรดักส์เฟรนช์ฟรายส์สูตรใหม่ของทางร้าน

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Social Media Club

หลังจากค่ายการ์ตูนไทย “บรรลือสาส์น ทำสติ๊กเกอร์“ขายหัวเราะ” วางขายใน “ไลน์”จนมียอดโหลดทะลุ 150,000 ไปแล้ว ล่าสุด ไลน์ได้เปิดตัว สติ๊กเกอร์การ์ตูนบ่นบ่น หรือ “Bonbonmonja’s Daaily Life

สาวกไลน์เตรียมเฮ เมื่อไลน์เปิดตัว LINE Creators Market เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปครีเอตสติ๊กเกอร์เป็นของตัวเอง แล้วนำมาขายใน LINE Store ได้แล้ว!

ชื่อของ “โต้วป้าน (Douban, 豆瓣) ”ที่แฟนประจำคอลัมน์นี้คงคุ้นหูอยู่บ้าง เพราะปีก่อนเราเคยเขียนถึงในหัวข้อ “Douban เต็งหนึ่งอาณาจักรบันเทิงไฮเทค แห่งแดนมังกร”

People

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ผ่าโมเดล 2 รายการในโลกออนไลน์ “เสือร้องไห้” กับคลิปเด็ด ประวัติศาสตร์การแดนซ์ของไทย แชร์กระจายด้วยยอด 4 แสนวิว และคลิปสไตล์ “มัน ฮา เกรียน” แบบ “เฟ็ดเฟ่” ที่กำลังฝ่าคลื่นดิจิตอล แจ้งเกิดคลิปที่โดนใจวัยรุ่นไปเต็มๆ

ดังได้ใจ “เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข” กับบทบาทคุณชายพุฒิภัทร แห่งวังจุฑาเทพ ละครดังที่ผลักดันหนุ่มน้อยคนนี้โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน จนกลายเป็นกระแส “เจมส์ จิ” ถูกนำไปเทียบกับซุปตาร์ดังอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” แถมแบรนด์ดังยังรุมตอมคว้าไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วยค่าตัวหลัก 10 ล้านอัพ

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488