Refresh for Future "ไอ-โมบาย" แชตด่วนขบวนสุดท้าย

ขนาดยักษ์ใหญ่ในธุรกิจโทรศัพท์มือถืออย่าง “โนเกีย” ยังมายืนอยู่ในจุดนับถอยหลังได้ แล้วประสาอะไรกับ “ไอ-โมบาย” (i-mobile) มือถือเฮาส์แบรนด์ของไทย ที่แม้จะใหญ่ในบ้านแต่คู่แข่งแบรนด์อินเตอร์ก็พร้อมโจมตีตลอดเวลา ล่าสุด ไอ-โมบาย จึงต้องเริ่มเล่นเกมอีกครั้งหลังเงียบหายไปนานเป็นปี เป็นกรณีศึกษาที่ส่งสัญญาณให้เห็นว่า หากไม่ปรับตัว นาทีของ Game Over อาจเข้ามาถึง และแพ้โดยไม่รู้ตัว

มาร์เก็ตแชร์หาย รายได้วูบ "ไอ-โมบาย" ในเครือบริษัทสามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เริ่มธุรกิจขายเครื่องโทรศัพท์มือถือมาตั้งแต่ปี 2547 ด้วยกลยุทธ์ราคาถูก จนเมื่อปี 2550 เริ่มมีส่วนแบ่งตลาดใกล้ชนกับโนเกียที่ครองความเป็น 1 มาโดยตลอด แต่ไอ-โมบายก็หมดพลังเสียก่อน เมื่อเริ่มมีเฮาส์แบรนด์อื่นๆ เข้ามาในตลาด โดยเฉพาะจีเนท ที่มีจุดแข็งเรื่อง 2 ซิม ดูทีวีได้ และปี 2552 ซัมซุงมาแรงอัดโปรโมชั่นทุกเซ็กเมนต์ ไม่เว้นแม้แต่ตลาดล่างที่เป็นครีมก้อนใหญ่ของไอ-โมบาย จนซัมซุงไม่เพียงแซงหน้าไอ-โมบาย แต่ยังกลายเป็นเบอร์ 1 ในตลาดมือถือ ขณะที่รายได้รวมของ "ไอ-โมบาย" ลดลงเรื่อยๆ จากที่เคยอยู่ในระดับมากกว่าหมื่นล้านบาท เหลือเพียง 8 พันล้านบาทเท่านั้น ในปี 2553 และส่วนแบ่งตลาดกว่า 30% เหลือเพียง 20% ต้นๆ เท่านั้น

รายได้รวม ไอ-โมบาย ลดลง
ปี 2551 11,407
ปี 2552 9,039
ปี 2553 8,125

เกือบตกขบวนแชต&แชร์

อาการที่ไอ-โมบายถูกซ้ำเติมคือ ไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้ ทั้งในกลุ่มที่อยากได้ทัชโฟน และกลุ่มที่มีมือถือไว้แชตด้วยแป้น QWERTY เพื่อใช้งานแชตและแชร์ ตลาดบนกลุ่มทัชโฟนนำกระแสด้วยไอโฟน ส่วนแป้นพิมพ์โดยแบล็คเบอร์รี่ หรือ บีบี สำหรับตลาดล่างเฮาส์แบรนด์คู่แข่งของไอ-โมบายปรับตัวได้เร็วกว่า เพราะโรงงานที่เมืองจีนมีสินค้าให้เลือกจำนวนมากที่ก๊อบปี้ไอโฟน และบีบีมาอย่างดี หรือแม้แต่อินเตอร์แบรนด์ก็ปรับตัวลดราคาลงและกระโดดเข้ามาในกระแสนี้ในปี 2553 อย่างซัมซุงแคนดี้ และโนเกีย C3 ที่จับมือกับค่ายมือถือนำเสนอแพ็กเกจราคาที่วัยรุ่นรับได้สำหรับแชตและแชร์อย่างเต็มที่

ไอ-โมบายในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาจึงโตด้วยเครื่องระดับไม่เกิน 1,000 บาท ซึ่งเป็นระดับราคาที่มาร์จิ้นกำไรน้อย ขณะที่คู่แข่งเฮาส์แบรนด์ที่ไม่ใช่มีแค่จีเนท เวลคอม เท่านั้น แต่มีหน้าใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่องที่เป็นแบรนด์เล็กๆ และคล่องตัวกว่า สามารถเจาะกลุ่มตลาดเฉพาะได้ ตัวอย่างที่ดีอย่างเช่น infinity ที่สร้างชื่อได้จากรุ่น "อาม่า" (Rma) มือถือสำหรับผู้สูงอายุ หรือแบรนด์ OPPO ที่ได้ลูกค้าสไตล์เกาหลี ขณะที่เฮาส์แบรนด์ที่ราคาสูงขึ้นอย่าง Spriing ก็พยายามเจาะกลุ่มแชตให้ได้

ขณะที่ไอ-โมบายเงียบ หาทิศทางใหม่ที่จะไปไม่เจอ และผู้บริหารของไอ-โมบายเองก็กำลังโฟกัสกับโปรเจกต์การลงทุนเครือข่าย 3G มากกว่า

    คาดการณ์เครื่องมือถือในปี 2554
  • 30% โทรศัพท์พื้นฐาน
  • 20% เป็น QWERTY
  • 50% เป็นหน้าจอสัมผัส
  • ที่มา : GFK

รีเฟรชแบรนด์ก่อนเดินไปข้างหน้า

ก่อนที่สถานการณ์จะไหลไปไกลกว่านี้ สำหรับไอ-โมบาย หลังจากที่ "วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์" ประธานกรรมการบริหาร บริษัทสามารถไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) เคลียร์โปรเจกต์ขายอุปกรณ์ติดตั้งเครือข่าย 3G ได้สำเร็จ จึงตัดสินใจเคาะงบลงทุนถึง 100 ล้านบาท เพื่อ "รีเฟรชแบรนด์" ไอ-โมบาย หลังจากนิ่งและใช้ Tagline เดิมมานานกว่า 2 ปีว่า "ครบจริง ได้จริง ต้องไอ-โมบาย"

"ต่อไปนี้เราจะไม่ใช่แค่คนขายเครื่องมือถือธรรมดาอย่างเดียว หรือเครื่องราคาถูกที่มาร์จิ้นน้อย แต่ต้องสร้างแบรนด์ให้คนรู้จักว่าเราคือคนขายคอนเทนต์ด้วย ซึ่งนำไปสู่การรุกตลาดฟีเจอร์โฟนและสมาร์ทโฟนในอนาคต นำมาสู่การเป็นลูกค้าใช้เครือข่าย 3G ที่ไอ-โมบายได้สิทธิเป็นผู้ให้บริการจากทีโอที ภายใต้แบรนด์ 3GX ซึ่งจะเป็นรายได้ที่ยั่งยืนสำหรับกลุ่มสามารถฯในอนาคต และไม่ต้องเหนื่อยกับงานประมูลที่มีความไม่แน่นอนเหมือนที่ผ่านมา"

เขาหวังว่าในปี 2556 จะมีลูกค้าใช้บริการ 3GX 2 ล้านเลขหมาย มีรายได้ต่อเลขหมาย 300 บาท ขณะที่คาดหวังยอดขายเครื่องไอ-โมบายในปี 2554 นี้ที่เกือบ 4.2 ล้านเครื่อง จากในประเทศ 3.5 ล้านเครื่อง และต่างประเทศ 7 แสนเครื่อง

เป้าหมายจำนวนลูกค้า 3GX
ปี จำนวนลูกค้า (เลขหมาย) รายได้ต่อเลขหมายต่อเดือน
2553 12.5 แสน 180 บาท
2556 2 ล้าน 300

มือถือแบบ Lifestyle Marketing

เมื่อทิศทางชัดแล้วแผนการรีเฟรชแบรนด์จึงเดินหน้าซึ่ง "พรรณี ถวิลหวัง" ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ไอ-โมบาย บอกว่า การรีเฟรชแบรนด์ครั้งนี้ใช้กลยุทธ์ Lifestyle Marketing เพราะลูกค้าปัจจุบันมีความหลากหลาย และชอบต่างกัน เหมือนตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค อย่างเช่นแชมพูสระผมที่มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกจำนวนมาก บวกกับจุดแข็งของไอ-โมบาย คือมีการวิจัยความต้องการของผู้บริโภคและพัฒนาสินค้าให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะคนไทยได้ จึงกลายเป็นที่มาของ Tagline ใหม่ "ไอ-โมบาย เพราะเราเข้าใจ" ที่สะท้อนให้เห็นว่าสินค้าแต่ละรุ่นสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ เป็นการเสริม Emotional Marketing เพื่อให้แบรนด์สื่อสารถึงความรู้สึกผู้บริโภคมากขึ้น

กลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์ไอ-โมบาย คือกลุ่มรายได้ระดับกลางหรือ B- ลงมา โดยแบ่งเป็น 3 เซ็กเมนต์ คือกลุ่มฮิตส์ ซีรี่ส์ ดูหนัง ฟังเพล ถ่ายรูป ราคาไม่เกิน 1,000 บาท กลุ่มแชตซีรี่ส์ เป็นฟีเจอร์โฟน ราคาตั้งแต่พันบาทต้นๆ ใช้ฟีเจอร์อย่างแชต โซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค และกลุ่มสมาร์ทซีรี่ส์ หรือสมาร์ทโฟนสำหรับเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ผ่าน 3GX

ในการเริ่มต้นเพื่อให้แบรนด์ไอ-โมบายสดชื่นครั้งนี้ ได้เริ่มเน้นทำตลาดในกลุ่มแชตซีรี่ส์ เพราะเป็นตลาดใหญ่ และเป็นบริการที่เข้าถึงวัยรุ่นที่มีพฤติกรรมแชตมากที่สุด หลังจากเข้าถึงวัยรุ่นแล้วก็จะสปริงบอร์ดไปยังลูกค้ากลุ่มอื่นๆ ได้ไม่ยาก

แม้จะหวังยอดขายเปรี้ยงปร้างไม่ได้หลังการรีเฟรชแบรนด์ และออกสินค้าใหม่อีกอย่างน้อย 40 รุ่นในปีนี้ แต่สิ่งที่ทีมผู้บริหารไอ-โมบายหวังคือ อยากสัมผัสความเป็นที่ 1 ของตลาด ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับ "วัฒน์ชัย" ยังหวังว่าไอ-โมบายจะเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่อีกรายหนึ่งในตลาดนี้ ซึ่งมีทั้งเครื่องที่เหมาะกับลูกค้าทุกกลุ่ม มีเครือข่าย 3G และคอนเทนต์ แอพพลิเคชั่นที่หลากหลาย เพื่อขยับมาแข่งในสนามเดียวกับเอไอเอส ดีแทค และทรูในอนาคตให้ได้ในอนาคต

แผนการจำหน่ายเครื่องใน 3 เซ็กเมนต์
กลุ่มฮิตซ์ซีรี่ส์

ราคาต่ำกว่า 1,000 บาท 45 รุ่น
กลุ่มแชตซีรี่ส์ สำหรับแชต โซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค ต่ำสุดพันกว่าบาท 40 รุ่น
กลุ่มสมาร์ทซีรี่ส์ รองรับแอพฯ ใช้ 3G 15 รุ่น
เหตุผลที่ผู้บริโภคเลือกไอ-โมบาย
64% ราคาไม่แพง (ฟีเจอร์โฟนราคาเริ่มต้น 1,790 บาท ก็แชตได้)
61% ฟังก์ชันหลากหลาย
23% รูปลักษณ์ตัวเครื่อง
ที่มา : ไอ-โมบาย
ส่วนแบ่งตลาดในระดับราคาเครื่อง 1,750 บาท
จีเนท 25.3%
ไอ-โมบาย 28.5%
โนเกีย 21.9%
ซัมซุง 12%
เวลคอม 6%
อื่นๆ 6.3%
ที่มา : GFK (พ.ย.2553)
แผนการ "รีเฟรชแบรนด์"
เป้าหมาย ร้างรับรู้แบรนด์ว่าเป็นเครื่องที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ เพื่อสู่การเป็นเบอร์ 1 ในตลาดมือถือ
Tagline ไอ-โมบาย เพราะเราเข้าใจ
งบประมาณทั้งหมด 100 ล้านบาท
สภาพตลาดและผู้บริโภค • พฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มมองหาโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่แล้วยังเริ่มใช้มากกว่า 1 เครื่อง
• แนวโน้มคนเลือกซื้อเครื่องถูกลงเรื่อยๆ แต่อยากได้รูปลักษณ์ดูแพง พรีเมียมกว่าเดิม
• ฟังก์ชันของเครื่อง ดูทีวี 2 ซิม กล้องที่เคยเป็นจุดแข็งของเฮาส์แบรนด์กลายเป็นเรื่องธรรมดา
• ผู้บริโภคต้องการแชต และโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คมากขึ้นเรื่อยๆ
คู่แข่งหลัก ซัมซุง ประเทศไทย
คู่แข่งหลัก ซัมซุง ประเทศไทย
ที่ปรึกษา เอเจนซี่ CJ Worx ของอดีตผู้บริหาร MRM "จิณณ์ เผ่าประไพ"

Digital TV & Media

3 ข้อเสนอช่อง 3 ยื้อจอดำ ข้อเสนอที่ช่อง 3 ได้ยื่นเสนอต่อประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)  เพื่อขอทบทวนมติของ บอร์ด กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท.

เมื่อเวลา 13.00 น. ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์จำกัด เดินทางมาถึงสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) แจ้งว่า ประวิทย์ มาลีนนท์ ตัวแทน บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด (ช่อง 3) จะเข้ายื่นหนังสือกับ ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เพื่อขอให้ทบทวนมติ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.)

Consumer Insight

เมื่อยุคที่การ “รีวิวสินค้า” กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดออนไลน์ยอดนิยม ที่หลายสินค้านำมาใช้ เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ที่มักจะเชื่อคำแนะนำจากเพื่อนฝูง และการบอกต่อในโลกออนไลน์มากกว่า “โฆษณา”

อัพเดทล่าสุด ยอดผู้ใช้เฟซบุ้คในไทย 27 ล้านยูสเซอร์ เป็นประเทศที่มีการใช้มากเป็นอันดับ 3 ในกลุ่มอาเซียน รองจากฟิลิปปินส์ 36 ล้านยูสเซอร์ และอินโดนีเซีย 64 ล้านยูสเซอร์

Insight

มาดูกันว่า การมาของ “ไอโฟน 6” ในไทย ที่เผยโฉมในวันที่ 9 กันยายน จะสร้างกระแสความร้อนแรงให้กับตลาดสมาร์ทโฟน รวมทั้งการนำไปทำโปรโมชั่นให้กับสินค้าต่างๆ ได้แค่ไหน

ทำตลาดยุคนี้จะมุ่งขายสินค้าอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องสร้างแบรนด์เลิฟ มัดใจ “คู่ค้า” อย่างแคมเปญล่าสุดของ “โค้ก” มุ่งไปเจาะใจ “ร้านโชว์ห่วย” 250,000 ร้านค้า ที่มีผู้หญิงเป็นเจ้าของ 60%

สำหรับตลาดน้ำอัดลม แพ็คเกจจิ้งถือเป็นปัจจัยสำคัญอีกส่วนหนึ่ง เพราะพฤติกรรมการดื่มน้ำอัดลมของแต่ละคนค่อนข้างแตกต่างกัน ผู้ประกอบการจึงหันมาเล่นกลยุทธ์ไซส์ซิ่งกันมากขึ้น เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคทุกรูปแบบ

Strategic Move

ค่ายทรูนั้น ถือเป็น "บิ๊กทรี" ของผู้ประกอบธุรกิจโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของไทย แต่การมาเป็นที่ 3 ในตลาดมือถือ ทำให้ทรูต้องเร่งขยายลงทุนเครือข่าย เพื่อวิ่งให้ทันคู่แข่งอีก 2 ราย ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก

ถ้าเคเอฟซี มี “ลุงเคน”หรือ “ผู้พันแซนเดอร์ส” เป็นสัญลักษณ์แล้ว ร้านไก่ทอด “เคียวโซน” ก็มี “ลีมินโฮ” เป็นจุดขาย เพื่อให้คนไทยจดจำร้านไก่ทอดจากเกาหลีแห่งนี้ ที่จะใช้ความเป็นเอเชีย บวกกับเค-ป๊อป ท้าชนเจ้าตลาดใหญ่อย่าง “เคเอฟซี”

บริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม เป็นชื่อค่ายหนังน้องใหม่ ที่เกิดจากการร่วมตัวของ 4 กลุ่มธุรกิจ เพื่อผลิตภาพยนตร์ไทยป้อนทั้งตลาดไทย และต่างประเทศ ทุนจดทะเบียน 175 ล้านบาท

Social Media Club

เมื่อ “เฟซบุ๊ค” ยังเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คครองความนิยมมาเป็นอันดับแรก บรรดาแบรนด์ต่างๆ จึงต้องมุ่งเน้นทำการสื่อสารบนเฟซบุ๊ค แต่การสื่อสารบนเฟซุบุ๊คไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย "บริษัทแอดยิ้ม ออนไลน์ เอเยนซี่" ได้นำเสนอ แนวทางการ การสร้างคอนเทนต์ที่ดีในเฟซบุ๊ค มีจุดร่วมที่ต้องให้ความใส่ใจ ควรคำนึงถึงในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทางเฟซบุ๊ค

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

Columnist

กระแสการทำตลาดย้อนยุค Retro Marketing / Retro Brand / Retro-Nova Marketing ในปัจจุบันเห็นการทำตลาดย้อนยุค ซึ่งการตลาดเรียกว่า Retro Marketing แต่อาจารย์ขอใช้คำว่า “Marketing Memory” คือการทำการตลาดกับความรู้สึก กับ ความทรงจำ

ALS ย่อมาจาก Amyotrophic Lateral Sclerosis คือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และหลายๆ คนรู้จักโรคนี้ผ่านกิจกรรม “ยอมเปียกเพื่อการกุศล” หรอ “IceBucketChallange” ซึ่งเป็นโครงการรณรงค์ทางสังคมเพื่อระดมเงินบริจาคสมทบมูลนิธิ `Amyotrophic Lateral Aclerosos’ (ALS) หรือ ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อโรค Lou Gehrig’s

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

หนึ่งในฟีเจอร์ที่เป็นไฮไลท์ของ “ไอโฟน 6 ไอโฟน 6 พลัส และ Apple Watch “คือ “Apple Pay” ระบบการชำระเงินเมื่อไปซื้อสินค้าตามร้านค้าต่างๆ โดยใช้ไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัส แตะบนเครื่องในร้านค้านที่เข้าร่วมก็สามารถ “รูดปรื้ด”ซื้อสินค้าได้อย่างง่ายดาย

ตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศจีน มีแนวโน้มในการเพิ่มขึ้นของการใช้สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ขึ้น หรือหน้าจอขนาด 5-7 นิ้ว ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 20% ของจำนวนสมาร์ทโฟนทั้งหมดในปี 2013 และคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

People

คณะกรรมการธนาคารกสิกรไทย ประกาศแต่งตั้ง ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ เป็นรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย ดูแลสายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริกา

หลังจากซีอีโอคนเดิม กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ประกาศแต่งตั้ง กนิษฐ เมืองกระจ่าง รับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร แทน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ. ศ. 2557 เป็นต้นไป

รายงานข่าวจากบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีทค ได้แจ้งว่า “จอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ”ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีผลตั้งแต่วันนี้ (2 กันยายน 2557) เป็นต้นไป

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348