The Year of “Pad”

ไอแพดมากกว่า 3 หมื่นเครื่องที่อยู่ในกลุ่ม Early Adopter ในเมืองไทยแล้ว และอีกหลายหมื่น หรืออาจถึงแสนเครื่องที่คาดว่าจะตามมาในกลุ่ม MainStream และยังไม่นับรวมแท็บเล็ตแบรนด์อื่น ๆ ที่กำลังพาเหรดตาม”ไอแพด”กันมาจำนวนมาก ทำให้”แท็บเล็ต”กลายเป็นโปรดักส์สุดเทรนด์ เท่ห์ คนอยากได้ จนผู้เล่นต้องงัดกลยุทธ์การตลาดมาแข่งกันอย่างร้อนแรงในปี 2554 แต่หากวัดอุณหภูมิของไอแพดแล้ว ดูเหมือนว่าตลาดนี้ยังไม่มีใครแข็งแรงเท่าไอแพด

5 สัญญาณกระตุ้นตลาดแท็บเล็ต
1.นับตั้งแต่แอปเปิลเปิดจำหน่ายไอแพดที่อเมริกาและวางขายทั่วโลกเมื่อเดือนเมษายน 2553 ณ สิ้นเดือนกันยายนขายไปได้ 4.2 ล้านเครื่อง และสิ้นปีน่าจะทำยอดได้ 11-12 ล้านเครื่อง ในปี 2554 คาดว่ายอดขายจะกระโดดขายได้ถึง 45 ล้านเครื่อง โดยเฉพาะจากการเปิดตัวไอแพดรุ่นที่ 2 ที่ลือว่าจะเข้ามาทำตลาดในเดือนเมษายน 2554 ด้วยสเป๊กที่เหมือนไอโฟน 4 หรือเป็นไอโฟน 4 ยักษ์ ขนาด 7 นิ้ว ที่มี Facetime โทรคุยเห็นหน้า และจอแบบเรติน่าสวยกว่าไอแพดรุ่นแรก ยิ่งทำให้คนอยากได้ไอแพดมากขึ้น

2.”คนอยากได้” ถือเป็นความสำเร็จอีกครั้งของแอปเปิลในการสร้างความต้องการให้ตลาด โดยไม่รอให้ตลาดต้องการแล้วค่อยออกสินค้า ตามคอนเซปต์ที่”สตีฟ จ๊อบส์” ยึดถือในการทำธุรกิจ และความอยากได้นี้แผ่ไปถึงตลาดที่กว้างขึ้น กลายเป็นความอยากได้สินค้าที่หน้าตาเหมือนไอแพด แต่เป็นแบรนด์อื่นก็ได้ ถ้าสเป๊กถูกใจกว่าและราคาย่อมเยาว์กว่า เหมือนอย่างที่ไอโฟนเคยสร้างปรากฎการณ์ให้กับทัชโฟน จนทำให้แบรนด์มือถืออื่น ๆ มีโอกาสมากขึ้นในตลาดสมาร์ทโฟน

3.ผู้เล่นในตลาดนี้มีมากขึ้น เพราะความต้องการมากขึ้น ตลาดแท็บเล็ตจึงถูกกระตุ้นจากทั้งแบรนด์ ดีไซน์หลายรูปแบบ และกลยุทธ์การตลาด จากค่ายผู้ผลิตทั้งโน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ และผู้ผลิตสมาร์ทโฟน โดยมีระบบปฎิบัติการหลัก ๆ อย่างแอนดรอย์ด แบล็กเบอรี่ วินโดวส์ โมบายล์ 7 ให้เลือก

4.ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องตื่นตัวเร็ว และแรง เพราะมองเห็นช่องทางเก็บเกี่ยวรายได้จากหน้าจอนี้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเกมส์ นิตยสาร หนังสือ และคอนเทนท์บันเทิงอื่น ๆ เมื่อมีคอนเทนท์ให้คนถือแท็บเล็ตได้เล่นมากขึ้น ทำให้จากสินค้าไอที ก็กลายเป็น Gadget ที่คนขาดไม่ได้และติดหนึบอยู่ด้วยตลอดวัน

5.ความเท่ห์ของผู้ถือ มีผู้ซื้อแท็บเล็ต โดยเฉพาะไอแพดจำนวนมากที่ต้องการเป็น Trend Setter ยอมจ่ายสูงเพื่อเครื่องหิ้ว หรือในเกรย์มาร์เก็ต เพื่อใช้เป็นกลุ่มแรก ๆ และความเท่ห์นี้เริ่มกระจายลงมาในกลุ่มอื่นๆ ที่อยากเท่ห์ตาม ตราบเท่าที่แท็บเล็ตยังเป็น Gadget ที่ใหม่ล่าสุดในตลาดเวลานี้

ไอแพดจะชนะอีกรอบด้วย MainStream
หากพูดถึงว่าแบรนด์ใดจะเป็นผู้ชนะในตลาดแท็บเล็ตไม่เพียงแค่ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของแอปเปิลอย่าง “ปรเมศร์ เหรียญเจริญสุข” ประธานบริษัท คอปเปอร์ไวร์ด จำกัด เท่านั้น ในแวดวงสินค้าไอทีต่างบอกว่าแน่นอนต้องเป็นไอแพด เพราะเป็นผู้สร้างตลาดนี้ จากที่ไม่เคยมีสินค้านี้อยู่ในตลาดมาก่อน ส่วนแบรนด์อื่น ๆ คือผู้ที่ตามมา และดูเหมือนจะล่าช้ากว่าไอแพดมาก

เมืองไทยเปิดตัวไอแพดช้ากว่าตลาดโลกประมาณ 6 เดือน แต่จนขณะนี้แบรนด์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นซัมซุง โตชิบา และเดลล์ ที่ประกาศทำตลาดในเมืองไทยมาก่อนหน้านี้ 2 เดือน ก็ยังเงียบอยู่

สำหรับไอแพดแล้วเมื่อถึงเวลาขายอย่างเป็นทางการในเมืองไทยเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2553 แม้กลุ่ม Early Adopter มีเครื่องใช้กันหมดแล้ว ทั้งซื้อจากต่างประเทศ และซื้อจากเกรย์มาร์เก็ต แต่ความต้องการของลูกค้าทั่วไปในกลุ่ม MainStream ก็มีอยู่ แม้แถวไม่ยาว เพราะร้าน iStudio 44 สาขาเปิดจำหน่ายพร้อมกัน แต่ความต้องการก็มีมาตลอดวัน ด้วยจำนวนที่”ปรเมศร์” บอกว่าในวันแรกของการจำหน่ายมั่นใจว่ายอดขายได้เป็นหลักพันเครื่องแน่นอน

ยอดขายที่ยังคงมีอยู่สำหรับไอแพด เพราะ Positioning ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า คือเป็นอุปกรณ์ที่อยู่ระหว่างเน็ตบุ๊กและสมาร์ทโฟน ช่วยให้ลูกค้าสะดวกในการพกพา และเชื่อมต่อโลกอินเทอร์เน็ต และการบริโภคข้อมูลข่าวสารอย่างการอ่านนิตยสาร สิ่งพิมพ์ต่างๆ รวมไปถึงดูหนังฟังเพลง เล่นเกม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อราคาถูกกว่าเกรย์มาร์เก็ต ด้วยราคาเครื่องสเป๊กต่ำสุด(16 GB WiFi ที่ราคา 15,900 บาท) จึงทำให้ลูกค้าเดินเข้ามาได้ง่ายขึ้น

“ราคานี้หมื่นกว่า ไม่ถึง 2 หมื่นสำหรับสินค้า ITGadget แล้ว ลูกค้าตัดสินใจได้ง่าย” นั่นคือเหตุผลที่”ปรเมศร์” มั่นใจว่าไอแพดจะทำยอดขายให้คอปเปอร์ไวร์ดสูง รองจากไอพอด และอาจสูงกว่าไอโฟน

ตลาดใหม่ที่”ปรเมศร์” จะต้องบุกต่อไปคือกลุ่มลูกค้าองค์กร และกลุ่มสถาบันการศึกษา ที่เคยใช้เน็ตบุ๊กหรือโน้ตบุ๊ก เพราะไอแพดสามารถตอบโจทย์ทั้งไลฟ์สไตล์ส่วนตัวและทำงานได้ กลุ่มนี้หากถือไอแพดกันมากขึ้น นั่นหมายถึงความแน่นอนในการเป็นผู้ชนะในตลาดนี้

คอนเทนท์สิ่งพิมพ์ บันเทิงพร้อมหนุน
หากประเมินกองทัพหนุนแล้ว ต้องบอกว่ไอแพดมีกองกำลังสนับสนุนมากที่สุด จากคอนเทนท์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในตลาด รวมไปถึงนักพัฒนาแอพพลิเคชั่น ต่างเทกำลังไปบนจอไอแพด เพราะต่างมั่นใจว่าไอแพดคือตลาดใหญ่ที่สุดในแท็บเล็ต ขณะที่แท็บเล็ตแบรนด์อื่น ๆ บนโอเอสแอนดรอยด์ยังต้องรอเวลาว่าจะทำตลาดได้ลูกค้ามากเพียงใด เพราะจนบัดนี้แบรนด์อื่นๆ หวังยอดขายกันแค่เดือนหนึ่งในหลักไม่กี่ร้อยเครื่องเท่านั้น

นิตยสาร Mars ทำแอพฯขึ้นไอแพด 2 เล่มที่ผ่านมา มีคนโหลดแอพฯแล้วในหลักหมื่น ค่ายเดอะเนชั่น มีแอพฯรายการทำอาหารมีคนโหลดบนไอแพดแล้ว 4 หมื่น นสพ.เดอะเนชั่นมีคนโหลดในหลักพัน นอกจากนี้ค่ายนิตยสารอย่างอมรินท์ ค่ายจีเอ็ม แม้จะยังไม่เป็นแม็กกาซีนดิจิตอลเต็มตัว เป็นแค่ Pdf file แต่ก็กระโดดเข้ามาเป็นแอพฯหนึ่งบนชั้นแม็กกาซีนไอแพดแล้ว

ผู้ตามอีกเพียบช่วยนับถอยหลังเน็ตบุ๊ก
ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2553 คู่แข่งไอแพดเริ่มเปิดตัวแท็บเล็ตในตลาดโลกรวมประมาณ 20 แบรนด์ แต่สำหรับเมืองไทยแล้วแบรนด์ไทยอย่างเวลคอมเปิดตัวก่อน เป็นแท็บเล็ตบนระบบปฎิบัติการแอนดรอย์ด แต่มาเร็วเงียบเร็ว จากนั้นจึงมีแบรนด์อื่นๆ ตามมา โดยเฉพาะแบรนด์ในย่านเอเชีย

ซัมซุงเปิดตัวแกแลกซี่ แท็บ ขนาดหน้าจอ 7 นิ้ว ที่โปรโมทลดจุดอ่อนของไอแพดทั้งขนาดพกพาสะดวกกว่าไอแพดที่ใหญ่กว่าที่ 9.7 นิ้ว มีกล้องและโทรศัพท์ได้ แต่การติดขัดจากการนำเข้า ทำให้แกแลกซี่ แท็บ ยังคงเป็นแค่ใบจอง มีคนถือเล่นให้เห็นดูเท่ห์ไม่มากนัก ทำให้การโปรโมทก่อนหน้านี้กลายเป็นการกระตุ้นตลาดแท็บเล็ตโดยรวมมากกว่า

นอกจากซัมซุงแล้ว ค่ายอื่น ๆ ที่เริ่มโปรโมท ก็ชูเรื่องไซส์จอเป็นหลักก่อนที่จะพูดถึงสเป๊กเพราะส่วนใหญ่ต่างทำงานบนแอนดรอยด์เช่นเดียวกับซัมซุง อย่างโตชิบามาด้วยไซส์ 10.1 นิ้ว จอกว้าง เพื่อเน้นอรรถรสชัดเจนสำหรับเจ้าของว่าเหมาะสำหรับความบันเทิง โดยเฉพาะการดูหนัง และเดลล์กับขนาด 5 นิ้ว ที่หวังให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อด้วยความรู้สึกว่าอยากได้สมาร์ทโฟนบวกกับแท็บเลต ส่วนค่ายเอเซอร์มาด้วย 2 ขนาด คือ 7 นิ้ว และ 10.1 นิ้ว มีให้เลือกทั้งแอนดรอยด์ และวินโตวส์โมบายล์ 7 และที่รอกันมากคือเพลย์บุ๊กของค่าย RIM โดยเฉพาะสาวกบีบีที่จะได้ใช้จอสัมผัสเสียที หลังจากกด QWERTY แช้ตกันมานาน

นี่คือการขยับของสินค้า Gadget ที่ทุกค่ายต่างเห็นตรงกันว่าตลาดมีความต้องการ โดยไม่ได้มีไว้เป็นเครื่องแรก หรือเครื่องเดียวของลูกค้า แต่จะเป็นเครื่องที่สองที่ผู้บริโภคมีไว้ใช้งานง่าย ๆ โดยมีหลากหลายเซกเมนต์ ซึ่งสุดท้ายสินค้าที่จะได้รับผลกระทบและรอวันนับถอยหลังปิดฉากคือเน็ตบุ๊ก ที่วันหนึ่งเคยเป็นดาวรุ่งที่พุ่งแรง ส่วนแท็บเล็ตจะเหมือนเน็ตบุ๊กหรือไม่นั้น จากเทรนด์วันนี้กับความเชื่อมั่นที่หลายคนยังมีต่อแอปเปิล และการเดินตามอย่างมาเต็มที่ของแท็บเล็ตแบรนด์อื่น ๆ อย่างที่เห็น ในปีหน้าจึงเป็นเพียงการเริ่มต้นของตลาดแท็บเล็ต ที่ยังจะมีเรื่องสนุกและสีสันการตลาดรอให้ติดตามอีกมากอย่างแน่นอน

แบรนด์แท็บเล็ตที่ผู้ถูกสำรวจต้องการซื้อ
แอปเปิล (ไอแพด) 52%
เดลล์ 11%
RIM แบล็กเบอร์รี่ 10%
ซัมซุง 9%
ไมโครซอฟท์ 8%
เอชพี 6%
แอลจี 4%
ที่มา : ผลสำรวจจากอังกฤษ 3,000 คน โดย Onepoll
Marketing Terms: 
Brands: 

Consumer Insight

ในยุคดิจิตอลที่สมาร์ทโฟนกำลังครอบคลุมพื้นที่การใช้งานอยู่ทั่วทุกมุมโลก แต่เชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอีกต่อไปแล้ว ภาพของพ

เด็กวัยรุ่นยุคนี้ ติดหนึบออนไลน์ ดูหนังฟังเพลงบนยูทิวบ์ แชร์และส่งคลิป เล่นโซเชียลมีเดีย หาข้อมูลสินค้า ตามเซเลบบนอินสตราแกรม มาดูกันว่า แบรนด์ จะต้องทำอย่างไรจึงจะโดนใจ

มาสเตอร์การ์ด เวิลด์วายด์ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ได้เปิดเผยถึงสำรวจตัวชี้วัดแนวโน้มของผู้บริโภคด้านการช้อปปิ้งออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยได้ทำการสำรวจใน 25 ตลาด ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2556 ประกอบไปด้วยการสัมภาษณ์ผู้เข้าร่วมจำนวน 7,010 คนจาก 14 ตลาด เกี่ยวกับพฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์

Insight

จากหนังสือการ์ตูน สู่สติกเกอร์ไลน์ การเดินทางของการ์ตูนไทยที่ผันตัวจากโลกใบเก่ามาสู่โลกดิจิตอล เป็นกรณีศึกษาให้กับคนไทยที่อยากขาย “สติกเกอร์ผ่านไลน์” ควรทำอย่างไร

ปั้นยังไงให้กลายเป็น “ฟีเวอร์” เกม “คุกกี้รัน” ที่ไลน์ยอมทุ่มงบอัดฉีดการตลาดทุกกระบวนท่า ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ออกแคมเปญชิงรถ จับมือพันธมิตรสร้างยอดขยายฐานลูกค้า ปูทางพลิกจากแชตแอปพลิเคชั่น ไปสู่การเป็นผู้สร้างแพลตฟอร์มบนมือถือ

หลายครั้งที่ อาจารย์ ได้ยิน คำว่า ปฏิรูป การศึกษา ไทยพูดกัน บ่อย พูดกันจนชิน พูดกันมานาน และไม่ ทราบ ว่า ปฏิรูปแบบไหน ที่เรียก ว่า ปฏิรูป และต้อ ปฏิรูปมากน้อยแค่ไหน

Strategic Move

เชื่อว่าการทานข้าวนอกบ้านในสมัยนี้ ไม่มีใครไม่แชร์รูปลงโซเชียลเน็ตเวิร์กอีกต่อไป อย่างน้อยต้องมีการเช็กอิน ถ่ายรูปอาหาร หรือถ่ายรูปตอนทานอาหารแล้วแชร์ลงในโซเชียลมีเดียของตนเอง การทำการตลาดผ่านช่องทางนี้จึงเป็นช่องทางใหม่ที่นักการตลาดให้ความสำคัญมากในตอนนี้ เพราะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

ท่ามกลางกระแสของดิจิตอลทีวีที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างเริ่มเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกันแล้วไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสถานี ผู้ผลิตรายการ มีเดียเอเยนซี่ ในฟากของผู้เก็บข้อมูลของผู้ชมรายการอย่างนีลเส็น ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในการวัดความนิยมในรายการหรือเรตติ้งเช่นเดียวกัน

ใกล้คลอดเต็มที่ “เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่” โครงการระดับ “ลักชัวรี่ รีเทล ของกลุ่มเซ็นทรัล มีกำหนดเปิดในวันที่ 8 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ชาติ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ โครงการเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลจิราธิวัฒน์ วัย 39 ปี ที่รับงานระดับบิ๊กโปรเจค จึงต้องนัดแถลงข่าวเล่าความคืบหน้าให้สื่อมวลชนได้ฟังกัน

Global Trend

Snicker เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขยันทำแคมเปญไวรัลบนโลกออนไลน์อย่างมาก ซึ่งบางแคมเปญก็ได้ผล แต่บางแคมเปญก็ได้รับผลวิพากย์วิจารณ์ในด้านลบมากเช่นกัน

เมื่อปีที่ผ่านมาคงได้เห็นแบรนด์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่าง Burger King สร้างความประหลาดใจแก่ผู้บริโภคไม่น้อย โดยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Fries King พร้อมทั้งเปลี่ยนโลโก้ รวมทั้งป้ายหน้าร้าน เพียงเพื่อจะโปรโมทโปรดักส์เฟรนช์ฟรายส์สูตรใหม่ของทางร้าน

หลังจากที่กำลังจะมีแคมเปญใหญ่ระดับโลก Earth Hour 2014 ปิดไฟช่วยโลก ในวันเสาร์ที่ 29 มีนาคมนี้ แน่นอนว่าหลายคนอาจจะลังเลในการปิดสวิตช์ไฟ เพราะอาจจะพลาดกิจกรรมอะไรบางอย่าง หรือโปรแกรมทีวีรายการโปรดไปได้

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Social Media Club

หลังจากค่ายการ์ตูนไทย “บรรลือสาส์น ทำสติ๊กเกอร์“ขายหัวเราะ” วางขายใน “ไลน์”จนมียอดโหลดทะลุ 150,000 ไปแล้ว ล่าสุด ไลน์ได้เปิดตัว สติ๊กเกอร์การ์ตูนบ่นบ่น หรือ “Bonbonmonja’s Daaily Life

สาวกไลน์เตรียมเฮ เมื่อไลน์เปิดตัว LINE Creators Market เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปครีเอตสติ๊กเกอร์เป็นของตัวเอง แล้วนำมาขายใน LINE Store ได้แล้ว!

ชื่อของ “โต้วป้าน (Douban, 豆瓣) ”ที่แฟนประจำคอลัมน์นี้คงคุ้นหูอยู่บ้าง เพราะปีก่อนเราเคยเขียนถึงในหัวข้อ “Douban เต็งหนึ่งอาณาจักรบันเทิงไฮเทค แห่งแดนมังกร”

People

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ผ่าโมเดล 2 รายการในโลกออนไลน์ “เสือร้องไห้” กับคลิปเด็ด ประวัติศาสตร์การแดนซ์ของไทย แชร์กระจายด้วยยอด 4 แสนวิว และคลิปสไตล์ “มัน ฮา เกรียน” แบบ “เฟ็ดเฟ่” ที่กำลังฝ่าคลื่นดิจิตอล แจ้งเกิดคลิปที่โดนใจวัยรุ่นไปเต็มๆ

ดังได้ใจ “เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข” กับบทบาทคุณชายพุฒิภัทร แห่งวังจุฑาเทพ ละครดังที่ผลักดันหนุ่มน้อยคนนี้โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน จนกลายเป็นกระแส “เจมส์ จิ” ถูกนำไปเทียบกับซุปตาร์ดังอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” แถมแบรนด์ดังยังรุมตอมคว้าไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วยค่าตัวหลัก 10 ล้านอัพ

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488