subscribe สมัครสมาชิก/ต่ออายุ สารบัญ/Magazine Content Index Cover Latest
Welcome to Positioning Magazine : Submit PR Newssubmit PR News RSSRSS Advertisingadvertise Contactcontact
Search

Photoes
พลังเด็ก 15 วิกฤต หรือ โอกาส เอเอฟ7 ถ้าไม่สร้างสรรค์ คิดอะไรใหม่ ก็อาจกลายเป็น Dead Program จุดนี้ทำให้ AF7 ต้องสร้างความต่างหามุมที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน คือเลือกนักล่าฝันเด็กลงจากอายุ 18 ปี เหลือ 15 ปี ซึ่งเป็นวัยจี๊ด กล้า บ้าบิ่น มันส์ จนเกิดผลพวงป่วนทะลุโชว์ของ “มาร์ค V11” ขึ้นหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับ ข่าวหลายรายการพูดถึง read more

สูตรปั้น Functional Drink Functional Drink ขึ้นชื่อว่าเป็นตลาดเครื่องดื่มปราบเซียน ที่แบรนด์ใหญ่เงินหนาทั้งหลาย ต่างพ่ายแพ้ในสมรภูมินี้กันอย่างไม่เป็นท่า แต่ด้วยกระแสสุขภาพที่ยังคงแรงต่อเนื่อง ได้สร้างความเย้ายวนใจให้กับแบรนด์สินค้า ราวกับต้องมนต์ให้ออกสินค้าในหมวดหมู่ Functional Drink กันอย่างถ้วนหน้า read more

ชีวิต 3 มิติ อภิชัย เรืองศิริปิยะกุล ความสำเร็จของบางคนอาจวัดกันที่ระยะเวลา แต่สำหรับ อภิชัย เรืองศิริปิยะกุล นักพัฒนาโปรแกรมวัย 40 ปีผู้นี้มองว่า “การรอคอยและการแสวงหาโอกาส” ที่เหมาะสมกับตัวเองบนเส้นทางนี้คือ “ความสำเร็จ” ที่น่ารื่นรมย์ที่สุด read more
Exclusive
ผ่ามิติ 3D? TV
Positioning Magazine กรกฎาคม 2553 Comments   Print
Added on: 21/7/2553
ลูกฟุตบอลที่ลอยละลิ่วทะลุนอกจอทีวี รถแข่งวิ่งพุ่งตรงมาข้างหน้าเสมือนนั่งอยู่ในสถานที่จริง กำลังเป็นอรรถรสใหม่ของทีวียุคนี้ เมื่อเทคโนโลยี 3D กำลังเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของความบันเทิงในบ้าน ได้นำมาซึ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับตลาดทีวีเมืองไทยในหลายมิติ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะคว้าโอกาสจากเทคโนโลยีล่าสุดได้ก่อนกัน

ไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ หลังจากที่คนดูได้ให้การต้อนรับภาพยนตร์ “อวาตาร์” ในระบบ 3 มิติ จนสร้างรายได้ถล่มทลายไปทั่วโลก เมืองไทยเองก็ไม่น้อยหน้า เจ้าของธุรกิจโรงภาพยนตร์อย่างเมเจอร์ ประกาศเพิ่มการลงทุนในโรงหนังไอแมกซ์ 3 มิติ แล้วถึง 5 โรง

ผู้ผลิตภาพยนตร์ค่ายยักษ์ก็ออกมาขานรับกับเทคโนโลยี 3 มิติ โดยประกาศผลิตหนังแบบ 3D ในอัตราส่วนที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งเกม โน้ตบุ๊ก จอมอนิเตอร์ ที่กำลังเพิ่มฟังก์ชัน 3D ออกมาให้ผู้บริโภคได้สัมผัส ล้วนแล้วแต่เป็นแรงบวกที่ทำให้เทคโนโลยี 3 มิติ กลายเป็นเทรนด์เทคโนโลยีที่กำลังมาแรงที่สุดในปีนี้

แนวโน้มเหล่านี้เอง ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ผลิตทีวีจากค่ายใหญ่ จากญี่ปุ่น และเกาหลี อาทิโซนี่ และพานาโซนิค ซัมซุง แอลจี ได้ขนทัพทีวี 3 มิติรุ่นใหม่ที่เคยออกโชว์ในงาน CES ที่สหรัฐอเมริกา นำมาแสดงในงานเปิดตัวทีวีซีรี่ส์ใหม่ในไทย เพื่อต้องการบอกว่าถึงเวลาที่ทีวี 3 มิติจะกลายเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของความบันเทิงภายในบ้านของบริโภคชาวไทย หลังจากที่ได้สัมผัสในโรงภาพยนตร์มาแล้ว

สิ่งที่ผู้ผลิตทีวีต่างคาดหวังจากทำตลาดทีวี 3 มิติไม่ต่างกัน คือ

1.ภาพลักษณ์ของแบรนด์ ทีวี 3 มิติจะช่วยให้แบรนด์ผู้ผลิตดูดีมี Innovation ล้ำสมัย มีพัฒนาการต่อเนื่องในสายตาผู้บริโภค 2.เทคโนโลยี 3D เป็นที่รับรู้ของผู้บริโภคดีอยู่แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะสร้างการรับรู้ให้กับตลาด
3.ต้องการสามารถตอบสนองกลุ่มลูกค้าคนไทยที่ชื่นชอบและติดตามเทคโนโลยี
4. คนไทยจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้ชื่นชอบเทคโนโลยีมากนัก แต่ต้องการมีทีวีเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เพื่อแสดงออกถึงฐานะทางสังคม

ความตื่นตาตืนใจของการรับชมแบบ 3 มิติ ทำให้ทีวี 3 มิติ ถูกจับตาว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่เป็นจุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมทีวี ตั้งแต่ตัวเทคโนโลยี ไปจนถึงรูปแบบการขายแบบใหม่ที่ต้องขายเป็น “โซลูชั่น” เพราะการดูทีวี 3 มิติ จำเป็นต้องพึ่งพาอุปกรณ์เสริม แว่น 3 มิติ เครื่องเล่นบลูเรย์ และโฮมเธียเตอร์ และแผ่นหนัง 3 มิติ จึงจะทำให้อรรถรสความรับชมแบบ 3 มิติสมบูรณ์แบบ

อุปกรณ์เหล่านี้ล้วนแต่มีผลต่อการตัดสินใจทั้งสิ้น ยิ่งในระยะแรกอุปกรณ์เหล่านี้ไม่สามารถใช้ต่างยี่ห้อกันได้ เพราะเทคโนโลยีทีวี 3 มิติแบบใหม่ ได้ถูกออกแบบให้การเชื่อมโยงระหว่างจอทีวี และแว่นตาต้องใช้คลื่นความถี่ ซึ่งแต่ละรายจะใช้คลื่นความถี่ต่างกัน การขายแบบยกเซต หรือเป็นโซลูชั่น จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ผู้ผลิตทุกค่ายต้องมีความพร้อมในเรื่องเหล่านี้

ผู้ผลิตทุกค่ายเห็นตรงกันว่า การตัดสินใจของผู้บริโภคในทีวี 3D เทคโนโลยีจะสำคัญมาเป็นอันดับแรก ซึ่งลูกค้ามักจะเช็คข้อมูล เปรียบเทียบสเปก ราคา โปรโมชั่น ส่วนเรื่องของแบรนด์จะมีผู้บริโภคพียงแค่ 10% เท่านั้นที่ยึดติดกับแบรนด์ ที่เหลือพร้อมจะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา หากเจอแบรนด์ไหนที่ดีกว่า

พนักงานตัวแทนขายในบริเวณร้านค้า จะมีบทบาทเพิ่มขึ้นมา และเป็นส่วนที่ผู้ผลิตทุกค่ายต้องให้ความสำคัญ รวมถึงช่องทางขายทั้งแบบเก่า ต้องวางจัดดิสเพลย์ให้สวยงามมากขึ้น และต้องมีพื้นที่เฉพาะสำหรับโชว์ทีวี 3 มิติ เพราะอยู่ในช่วง Educate ลูกค้า

การมีส่วนร่วมกับผลิตเนื้อหาหรือ Content เป็นอีกภารกิจของผู้ผลิตทีวี ที่ต้องจับมือกับผู้ผลิตภาพยนต์ระดับโลก รวมถึงผู้ผลิตในประเทศ ซึ่งมีผู้ผลิตภาพยนตร์หลายรายทั้งเก่าและใหม่ได้ให้ความสนใจกับหนัง 3 มิติ รวมถึงร้านจัดจำหน่ายแผ่นหนัง ซึ่งเป็นที่นิยมแฟนหนังประจำ เพื่อสร้างเครือข่ายการทำตลาด นอกโซนพื้นที่เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปยังโซนของเนื้อหา เพราะจะเป็นพื้นที่จะทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง

อย่างไรก็ตาม แม้ทีวี 3D จะเข้ามามีบทบาทสร้างสีสันใหม่ของความบันเทิงภายในบ้าน ไม่ต่างไปจากการรับชมจากโรงภาพยนตร์ แต่ผู้ผลิตบางรายยังกังวลว่า ยังไม่ถึงเวลาสุกงอมของตลาดทีวี 3D

สาเหตุมาจาก

1.ข้อจำกัดเรื่องของซอฟต์แวร์รายการที่ถ่ายทำด้วยระบบ 3 มิติยังมีน้อย
2.ความไม่สะดวกจากการที่ต้องใส่แว่นดูทีวี 3 มิติ และหลายรายเกิดอาการเวียนหัวในการรับชม
3.ราคาที่ลูกค้าต้องจ่ายเพิ่ม กับอุปกรณ์เสริมอย่าง เครื่องเล่นบลูเรย์ แผ่นหนัง 3 มิติ เพื่อให้ได้รับความบันเทิงของทีวี 3 มิติสมบูรณ์แบบ

ทั้งหมดนี้เป็นข้อจำกัด ทำให้ผู้ผลิตทีวีหลายค่ายยังรีรอที่จะทำตลาดไปจนถึงปลายปี และอาจเลยไปจนถึงปีหน้า เพราะหวังว่าเมื่อถึงเวลานั้นซอฟต์แวร์รายการที่ถ่ายทำด้วยระบบ 3D จะมีเพิ่มมากขึ้น และราคาของเครื่องลดลง

“การเป็น Fist Mover ในตลาดเป็นเรื่องที่ดี แต่บางครั้งก็ไม่จำเป็น ขึ้นอยู่กับยุทธศาสตร์ของแต่ละแบรนด์ สำหรับโตชิบา เรายังทำการบ้านอีกเยอะ เพราะซอฟต์แวร์รายการ 3 มิติยังมีน้อย ใครที่ซื้อวันนี้เป็นการซื้ออนาคต แว่นตาก็ยังเป็นข้อจำกัดคนส่วนใหญ่ยังไม่ถนัดที่ต้องสวมแว่นดูทีวี และจะดูทีวี 3 มิติได้ต้องมีอุปกรณ์เสริม ต้องใช้เงินเพิ่ม” รัชนีวรรณ สิงห์ประเสริฐ ผู้จัดการแผนกการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์ AV และ Digital Home Appliances บอกกับ POSITIONING

โตชิบาจะเป็นหนึ่งใน 4 ผู้ผลิตที่มีทีวี 3 มิติ ออกแสดงในงาน CES ทั้งที่ลาสเวกัส และในญี่ปุ่น แต่สำหรับตลาดในไทย ทีวี 3D อาจยังเป็นแค่ “สีสัน” สร้าง Talk of the town เรียกความสนใจจากผู้บริโภคบางกลุ่มที่ชื่นชอบเทคโนโลยีใหม่ๆ ยังไม่ใช่ตัวที่จะทำรายได้

กำหนดการวางตลาดของทีวี 3D จึงเป็นตามขั้นตอนที่วางไว้ โดยจะเริ่มจาก LED TV ก่อนในเดือนกันยายน จากนั้นจึงจะถึงคิวของทีวี 3 มิติ ซึ่งอาจจะเป็นต้นปีหน้า และจะเลือกทำตลาดเฉพาะรุ่นในระดับท็อป เพื่อตอบสนองตอบลูกค้าชื่นชอบเทคโนโลยีเท่านั้นก่อน

“ยิ่งคู่แข่งเขาทำตัวเป็นป๋าใจกว้าง เราก็ยิ่งต้องกลั่นกรองมากขึ้น รอให้ออกมาทีเดียว แล้วเจ๋ง หรือสมบูรณ์ไปเลยดีกว่า เวลานั้นก็ยังไม่สาย” รัชนีวรรณ บอก

แนวคิดนี้ไม่ต่างไปจากค่าย พานาโซนิค ที่มองข้อจำกัดของตลาดทีวี 3D จากปัญหาซอฟต์แวร์รายการ 3 มิติที่ยังมีน้อย และความล้าหลังของการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์เมืองไทยยังย่ำอยู่กับที่ พานาโซนิคจึงไม่รีบร้อนทำตลาด รอจนถึงปลายปีนี้ก็ยังไม่สายเกินไป เวลานี้ขอทำตลาดทีวีพลาสม่า รุ่นใหม่จอใหญ่ รองรับกับฟุตบอลโลกไปก่อน ส่วนกำหนดขายจริงของ 3D จะมีขึ้นอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง

แต่ไม่ใช่สำหรับค่ายผู้ผลิตจากเกาหลีอย่าง ซัมซุง หรือแม้แต่แอลจี ที่ขอเกาะไปกับกระแส 3D รายแรก ที่จะเป็นสีสันแรกของตลาดทีวี 3 มิติในปีนี้

พฤติกรรมลูกค้าทีวี
5-15% ลูกค้าชื่นชอบเทคโนโลยี ต้องการครอบครองสินค้าก่อนใคร
10% ซื้อเพราะต้องการแสดงฐานะทางสังคม
15% เป็นลูกค้า Wait & See รอได้ ขอเวลาศึกษาตลาดอีกหน่อย
50-60% ไม่จำเป็นต้องมี ดูราคา และคุณภาพเป็นหลัก

จุดเปลี่ยนตลาดทีวี 3D
1. ผู้ผลิตต้องเปลี่ยนมาขายเป็นโซลูชั่น แว่นตา โฮมเธียเตอร์ เนื้อหา
2. ในช่วงเริ่มต้นตลาด ปริมาณของเนื้อหาจะบอกว่าตลาดจะเติบโตแค่ไหน
3. ต้องเพิ่มความรู้ให้พนักงานขาย
4. ต้องร่วมมือกับผู้ผลิตเนื้อหาในระบบ3 มิติ มากขึ้น

รู้จักทีวี 3D
ทีวี 3D แบบเก่า จะใช้แว่นตาสองสีในการแยกภาพให้เห็นด้วยตาคนละข้าง มองเห็นภาพซ้อนสีน้ำเงินแดง ผ่านแว่นตาที่มีสีน้ำเงินแดงเช่นเดียวกัน ทำให้มองเห็นมิติของภาพก็คือ ภาพที่เกิดจากสีทั้งสองจะตกถึงจอตาที่ใช้ภาพในระยะไม่เท่ากัน สีแดงจะให้ความรู้สึกใกล้ตัวเรามากกว่าสีน้ำเงิน เมื่อถูกนำมาซ้อนกัน สมองจึงเล่นกลให้มองเห็นเป็นภาพลอยขึ้นมาได้นั่นเองค่ะ

ทีวี 3Dแบบใหม่ วางตลาดเวลานี้ เป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่เรียกว่า “เลนส์ชัตเตอร์” โดยจะรับสัญญาณจากีวี และสร้างภาพ 3 มิติ ใช้ระบบกะพริบสองภาพอย่างรวดเร็ว ด้วยการปิดกั้นเลนส์หนึ่ง จากนั้นกั้นอีกเลนส์หนึ่ง เพื่อให้ภาพเข้ากันกับอัตราการสะท้อนแสงบนจอภาพทีวี อยู่ระหว่าง 240 และ 480 ครั้งต่อวินาที จึงไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าโดยใช้แว่นตาอิเล็กทรอนิกส์แยกภาพให้มองเห็นดวยตาคนละข้าง หากไม่ใส่แว่นตาภาพจะเบลอ

ข้อดีของ เทคโนโลยีสำหรับเลนส์ชัตเตอร์ทำให้เกิดภาพสามมิติที่ชัดเจน โดยไม่ต้องลดความละเอียดหรือแสงของภาพ แต่จำเป็นต้องต่อเชื่อมสัญญาณกับทีวี จึงทำให้ราคาในการผลิตและขายปลีกสูงกว่า เมื่อเทียบกับเลนส์โพลาไรส์

จุดอ่อน ดูแล้วรู้สึกเวียนหัว ทุกค่ายจึงพยายามแก้ปัญหานี้ ด้วยการลดระยะเวลาตอบสนองในการแสดงผล (Response Time) ให้ต่ำลง พัฒนาเทคโนโลยี Clear Motion Rate ที่ทำให้ระบบสามารถเล่นเฟรมของภาพที่ความเร็วสูงสุด 960 เฟรมต่อวินาที เมื่อสอดรับกับเทคโนโลยี Blacklight ทำให้ภาพเคลื่อนไหว 3D บนทีวีมีความคมชัด นุ่มนวล และสมจริงมากยิ่งขึ้น

แว่น 3 มิติ
แว่นตาที่ใช้ร่วมกับเทคโนโลยีของจอภาพ เรียกว่า Active Shutter Glasses จะทำหน้าที่เหมือนชัตเตอร์ที่คอยปิดหน้าเลนส์สลับไปมาอย่างรวดเร็ว การเปิด-ปิดของแว่นตาแต่ละข้างจะสอคคล้องกับภาพที่สลับบนหน้าจอ เพื่อให้ผู้ชมได้มองเห็นภาพสำหรับตาซ้าย และตาขวาในเวลาใกล้เคียงกันมาก ผู้ชมเห็นภาพที่ปรากฏบนหน้าจอเป็น 3 มิติขึ้นมา

อุปสรรคอย่างหนึ่งของแว่น 3 มิติ คือ ความไม่สะดวกในการสวมใส่ และความรู้สึกวิงเวียน จึงเกิดมีแนวคิดในการพัฒนาให้สามารถดูทีวี 3 มิติไม่ต้องสวมใส่แว่น โดยใช้แล้วกับจอมอนิเตอร์ของบางยี่ห้อ แต่ทีวียังอยู่ระหว่างการพัฒนา เพราะต้องรอเรื่องของราคาที่เหมาะสมด้วย

Related Info

    Positioningmag.com Resource

  • TV

    Gotomanager.com Resources

  • TV