กรอบรูปไม้ไทย : ยังเป็นที่นิยม…ยึดครองส่วนแบ่งอันดับสองโลก

กรอบรูปไม้ของไทยนับเป็นสินค้าเครื่องประดับตกแต่งบ้านของไทยที่มีศักยภาพในการผลิตและการส่งออกโดยสามารถทำรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศได้ปีละหลายพันล้านบาทหรือใกล้เคียง 100 ล้านเหรียญสหรัฐ และถึงแม้ว่าสินค้ากลุ่มนี้จะมีสัดส่วนในการส่งออกไม่ถึงร้อยละ 1 ของมูลค่ารวมส่งออกทั้งประเทศก็ตาม แต่มีบทบาทต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไม่น้อยเนื่องจากการผลิตส่วนใหญ่เป็นลักษณะครัวเรือน หรือผลิตตามหมู่บ้านที่กระจัดกระจายอยู่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งแหล่งผลิตที่ใกล้วัตถุดิบและแรงงานฝีมืออย่างภาคเหนือและภาคกลาง ดังนั้นการผลิตกรอบรูปไม้จึงเกี่ยวข้องกับแรงงานเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะชุมชนในท้องถิ่น อีกทั้งยังเป็นสินค้าที่ใช้วัตถุดิบภายในประเทศถึงร้อยละ 95 และพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น

โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พบว่าสินค้ากรอบรูปไม้ของไทยได้รับการยอมรับในระดับสากลด้วยความโดดเด่นด้านความหลากหลายของสินค้า และฝีมือการผลิตที่ประณีต จนส่งผลให้สินค้ากรอบรูปไม้ของไทยมีศักยภาพและลู่ทางการส่งออกในเกณฑ์ดีและสามารถครองส่วนแบ่งตลาดติดอันดับ 1 ใน 2 ของผู้ส่งออกรายสำคัญในตลาดโลกมาโดยตลอด โดยในช่วงปี 2541-2542 ผู้ครองตลาดอันดับหนึ่งคือเม็กซิโก และไทยเป็นอันดับสอง ต่อมาในปี 2543 กรอบรูปไม้ไทยสามารถครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่งด้วยสัดส่วนร้อยละ 13.14 ตามมาด้วยจีน(สัดส่วนร้อยละ 13.09) และเม็กซิโก(สัดส่วนร้อยละ 13.0) และนับตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมาตำแหน่งผู้ส่งออกกรอบรูปไม้รายสำคัญอันดับหนึ่งของโลกคือจีนโดยอาศัยความได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิตโดยรวมเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขัน

โดยจีนครองส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 16.66 ในปี 2544 และสัดส่วนร้อยละ 18.23 ในปี 2545 ขณะที่ไทยครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 2 ในตลาดโลกด้วยสัดส่วนร้อยละ 11.88 ในปี 2544 และสัดส่วนร้อยละ 12.03 ในปี 2545 สำหรับปี 2546 พบว่าไทยยังคงครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับสองด้วยสัดส่วนร้อยละ 11.11 ของมูลค่าการส่งออกโดยรวมในตลาดโลก โดยจีนสามารถครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด(สัดส่วนร้อยละ 22.61) ขณะที่บราซิลเป็นผู้ส่งออกรายสำคัญอับดับสาม(สัดส่วนร้อยละ 9.65) ตามมาด้วยฮ่องกง(สัดส่วนร้อยละ 9.23) อิตาลี(สัดส่วนร้อยละ 8.32) เม็กซิโก(ร้อยละ 7.82) อินโดนีเซีย(ร้อยละ 7.51) เบลเยี่ยม(ร้อยละ 4.11) มาเลเซีย(ร้อยละ 3.23) และสหรัฐอเมริกา(ร้อยละ 2.45) ตามรายงานของ Global Trade Atlas

ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าแม้ปัจจุบันสินค้ากรอบรูปไม้ของไทยจะสามารถครองตำแหน่งผู้ส่งออกรายสำคัญอันดับสองของโลกตามรายงานของ Global Trade Atlas แต่ส่วนแบ่งตลาดของกรอบรูปไม้ไทยกลับมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องจากสัดส่วนร้อยละ 15.65 ในปี 2541 เหลือร้อยละ 11.11 ในปี 2546 ในขณะที่จีนกลับสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้อย่างต่อเนื่องจากสัดส่วนร้อยละ 10.06 ในปี 2541 เพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนร้อยละ 22.61 ในปี 2546 นอกจากนี้ในปี 2546 ยังพบด้วยว่ามูลค่าการส่งออกกรอบรูปไทยมีอัตราขยายตัวต่ำกว่าอัตราการขยายตัวของตลาดโลกมากด้วย

โดยตลาดโลกมีอัตราการขยายตัวของการส่งออกกรอบรูปไม้ลดลงร้อยละ 0.46 ขณะที่ไทยมีอัตราขยายตัวลดลงร้อยละ 8.06 แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นพบว่าเกือบทุกประเทศใน 10 อันดับผู้ส่งออกรายสำคัญของโลกต่างก็มีอัตราขยายตัวลดลงเช่นกันในปี 2546 ยกเว้นเบลเยี่ยม มาเลเซีย และจีน โดยเฉพาะจีนซึ่งนอกจากจะมีส่วนแบ่งตลาดสูงที่สุดแล้ว จีนยังเป็นประเทศที่มีอัตราขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นด้วยระดับร้อยละ 23.48 จึงมีความเป็นไปได้ว่าจีนจะยังคงสามารถครองความเป็นผู้นำในตลาดกรอบรูปไม้อีกต่อไปในอนาคต

ขณะที่ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2547 ตามรายงานของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ พบว่าไทยส่งออกกรอบรูปไม้เป็นมูลค่า 76.8 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราการขยายตัวร้อยละ 12.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยตลาดส่งออกหลัก 10 ประเทศซึ่งคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 97 ของตลาดส่งออกกรอบรูปไม้ทั้งหมดของไทย ประกอบด้วยสหรัฐอเมริกา(สัดส่วนร้อยละ 74.48) ญี่ปุ่น(สัดส่วนร้อยละ 7.94) สหราชอาณาจักร(สัดส่วนร้อยละ 5.99 ) แคนาดา(สัดส่วนร้อยละ 3.39 ) สเปน(สัดส่วนร้อยละ 1.56) อิตาลี(สัดส่วนร้อยละ 1.56) ออสเตรเลีย(สัดส่วนร้อยละ 0.65) เบลเยี่ยม(สัดส่วนร้อยละ 0.52) ฝรั่งเศส(สัดส่วนร้อยละ 0.52) และโปรตุเกส(สัดส่วนร้อยละ 0.39) โดยมูลค่าการส่งออกกรอบรูปไม้ไทยไปยังตลาดหลักทั้ง 10 ตลาดมีอัตราขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.36 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน นอกจากนี้ยังเป็นที่น่าสังเกตว่าการส่งออกกรอบรูปไม้ของไทยไปยังตลาดสหภาพยุโรปเติบโตสูงมากด้วยอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 59.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2546

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เห็นว่าสถานการณ์อุตสาหกรรมกรอบรูปไม้ของไทยในตลาดโลกโดยภาพรวมน่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นในปี 2547 เมื่อเทียบกับปี 2546 อันเนื่องมาจากปัจจัยสนับสนุนสำคัญหลายประการ ได้แก่ข้อตกลงระหว่างประเทศ เช่น ข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ที่ประเทศไทยได้ทำไว้กับนานาประเทศ ซึ่งเป็นการลดกำแพงภาษี และการเปิดกว้างระบบการค้าเสรีตามมติขององค์การการค้าของโลก (WTO) และเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่สำคัญของไทยในปี 2547 ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา หรือสหภาพยุโรปที่ขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2546 ทำให้สถานการณ์ส่งออกสินค้ากรอบรูปไม้ไทยในปี 2547 ได้รับผลพวงดังกล่าวด้วย โดยการส่งออกกรอบรูปไม้ของไทยในปี 2547 มีแนวโน้มเติบโตประมาณร้อยละ 12-14 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2546 ที่มีอัตราการขยายตัวลดลงร้อยละ 8.43 แต่ส่วนแบ่งตลาดของกรอบรูปไม้ไทยน่าจะใกล้เคียงกับปี 2546 ที่ระดับประมาณร้อยละ 11-13

นอกจากนี้คาดว่าตลาดที่มีศักยภาพสูงที่ทั้งมูลค่าการส่งออกและสัดส่วนการส่งออกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ได้แก่ สหราชอาณาจักร สเปน อิตาลี ออสเตรเลีย เบลเยี่ยม โปรตุเกส และฝรั่งเศส ซึ่งในส่วนของตลาดสหภาพยุโรปคาดว่าน่าจะนำเข้าสินค้าประเภทนี้จากไทยเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 ส่วนตลาดสหรัฐอเมริกาที่ครองสัดส่วนการส่งออกมากที่สุดนั้นมีศักยภาพปานกลางที่มีอัตราการเติบโตของมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นแต่สัดส่วนตลาดลดลง สำหรับตลาดอื่นที่นอกเหนือจากตลาดหลัก 10 ประเทศที่มีการนำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้นแต่ยังมีสัดส่วนตลาดไม่มากนักได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นิวซีแลนด์ ตุรกี รัสเซีย แอฟริกาใต้และบราซิล เป็นต้น ในขณะที่ตลาดหลักที่น่าจะมีศักยภาพลดลงทั้งในส่วนของมูลค่าการส่งออกและสัดส่วนตลาดส่งออกได้แก่ ญี่ปุ่น และแคนาดา

สำหรับในปี 2548 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าการส่งออกกรอบรูปไม้ของไทยน่าจะมีทิศทางชะลอตัวลงจากปี 2547 ที่มีอัตราการเติบโตประมาณร้อยละ 12-14 โดยประเมินว่าในปี 2548 มูลค่าการส่งออกกรอบรูปไม้ไทยน่าจะมีอัตราการเติบโตต่ำกว่าร้อยละ 10 ทั้งนี้เพราะผู้ประกอบการกรอบรูปไม้ไทยมีแนวโน้มเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงหลายด้านด้วยกัน อันประกอบด้วย
ปัจจัยภายนอก

- แนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ยังทรงตัวในระดับสูง ประกอบกับการปรับตัวเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยที่จะส่งผลต่อภาระด้านต้นทุนการผลิตและการชำระหนี้ของผู้ประกอบการ

- ภาวะเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าหลักที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงจากปี 2547 โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักของไทยคิดเป็นสัดส่วนถึงกว่าร้อยละ 70 ของมูลค่าการส่งออกกรอบรูปไม้ไทยในแต่ละปีที่คาดว่าจะต้องเผชิญกับภาวะขาดดุลทั้งดุลบัญชีเดินสะพัดและดุลการค้า ทำให้กำลังซื้อมีแนวโน้มลดลง

- ปัญหาภาวะการแข่งขัน นับวันสถานการณ์การแข่งขันของกรอบรูปไม้ในตลาดโลกทวีความเข้มข้นเพิ่มมากขึ้นทุกขณะไม่ว่าจะเป็นในด้านผลิตภัณฑ์ที่มีการลอกเลียนแบบ หรือราคาที่มีการตัดราคาขายกันทั้งระหว่างผู้ค้าไทยกับคู่แข่งในต่างประเทศ หรือระหว่างผู้ค้าไทยด้วยกันเอง

- ปัญหาการกีดกันทางการค้าทั้งรูปแบบภาษีและไม่ใช่ภาษีทำให้สินค้าไทยมีราคาแพงขึ้นและยากในการเข้าเจาะตลาด โดยเฉพาะด้านมาตรฐานการผลิต สุขอนามัย และการให้สิทธิพิเศษกับบางประเทศทำให้เกิดความเลื่อมล้ำด้านภาษีนำเข้าซึ่งมีผลต่อการแข่งขันในแต่ละตลาด

ปัจจัยภายใน

- ต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวโน้มภาวะการทรงตัวในระดับสูงของราคาน้ำมัน เพราะนอกเหนือจากผลกระทบต่อค่าระวางขนส่งระหว่างประเทศแล้ว ยังส่งผลต่อบรรดาผู้ประกอบการที่มีการกระจายการผลิตสู่ชุมชนต่างๆทั่วประเทศที่จะมีต้นทุนการจัดส่งสินค้าสูงขึ้นด้วย นอกจากนี้แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในประเทศที่คาดว่าจะสูงขึ้นก็จะส่งผลต่อต้นทุนการผลิตเช่นกัน

- แรงงาน ซึ่งปัจจุบันนี้ความได้เปรียบด้านค่าจ้างแรงงานของไทยลดลงเมื่อเทียบกับประเทศจีน เวียดนามและอินเดีย ซึ่งมีค่าจ้างแรงงานถูกกว่าไทย อีกทั้งจีน เวียดนาม และอินเดียต่างมีการพัฒนาฝีมือแรงงานสูงขึ้นทุกขณะและมีจำนวนผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้นจึงมีแนวโน้มว่านักลงทุนจะหันไปลงทุนในจีน เวียดนาม และอินเดียมากขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ไทยยังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานทั้งช่างเทคนิค ช่างที่มีฝีมือ และนักออกแบบเป็นจำนวนมาก

- การพัฒนาการออกแบบ การพัฒนาด้านการออกแบบเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์กรอบรูปไม้ไทยเพื่อการส่งออกยังมีข้อจำกัดในด้านบุคลากร โดยเฉพาะนักออกแบบที่จะสามารถพัฒนารูปแบบสินค้าตามความต้องการของตลาดในวงกว้าง ส่วนผู้ผลิตพบว่ายังมีผู้ผลิตจำนวนไม่น้อยที่ยังต้องพัฒนาด้านการผลิตที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การควบคุมมาตรฐานสินค้า และความต่อเนื่องของการผลิต

- เทคโนโลยีการผลิต จากการที่เทคโนโลยีในการผลิตเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ขณะที่การผลิตกรอบรูปไม้ของไทยจำนวนไม่น้อยยังใช้เครื่องจักรเก่า ทำให้ทำให้ล้าหลังกว่าเทคโนโลยีของประเทศที่พัฒนาแล้ว อีกทั้งยังยากต่อการพัฒนารูปแบบและคุณภาพสินค้าด้วย และปัจจุบันพบว่าประเทศที่กำลังพัฒนาและเป็นคู่แข่งของกรอบรูปไม้ไทยในตลาดโลกได้หันไปใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตที่ทันสมัยกว่าไทย ทำให้สามารถพัฒนาการผลิตให้เติบโตรวดเร็วยิ่งขึ้น

- ด้านเงินทุน การดำเนินธุรกิจของบรรดาผู้ประกอบการกรอบไม้ไทยโดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็กมักจะประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน อีกทั้งในการสร้างแบรนด์เนมไทยให้เป็นที่ยอมรับในเวทีระดับโลกที่ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรนั้น ผู้ประกอบการยิ่งจะต้องมีความเข้มแข็งทางการเงินมากขึ้น ในขณะที่สถาบันการเงินมีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อแก่อุตสาหกรรมนี้ค่อนข้างสูง เพราะเล็งเห็นว่าอุตสาหกรรมการผลิตกรอบรูปไม้ส่วนใหญ่มีความเสี่ยงสูงและมีระยะคืนทุนนาน ทำให้สถานการณ์ด้านเงินทุนของผู้ประกอบการโดยเฉพาะรายย่อยขาดสภาพคล่อง

- การขนส่งและด้านการบรรจุหีบห่อ โดยในด้านของการขนส่งพบว่าบางครั้งสินค้าส่งไปยังตลาดคู่ค้าช้ากว่ากำหนดที่ได้ทำการตกลงไว้ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความล่าช้าของการผลิตที่ไม่สามารถผลิตได้ตามวันเวลาที่กำหนด ส่วนในด้านบรรจุหีบห่อนั้นส่วนใหญ่ประสบปัญหาจากการบรรจุหีบห่อที่ไม่ได้มาตราฐาน โดยผู้ประกอบการบางรายต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายจึงหันไปใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ห่อเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความชำรุดเสียหายของสินค้าแทนที่จะใช้แผ่นพลาสติกหรือโฟมในการกันกระแทก

- การตลาด เนื่องจากผู้ผลิตส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตรายย่อยทำให้ขาดอำนาจการต่อรอง และมักมีการตัดราคากันเอง รวมถึงข้อมูลการเปลี่ยนแปลงในด้านกฎระเบียบต่างๆ และข้อจำกัดด้านข้อมูลข่าวสารโดยเฉพาะข้อมูลข่าวสารการผลิตและการตลาดของทั้งประเทศคู่ค้าและคู่แข่งที่เป็นตัวบ่งชี้สำคัญถึงการเปลี่ยนแปลงหรือแนวโน้มความต้องการของตลาดในอนาคต ขณะเดียวกันจากการที่พฤติกรรมการจับจ่ายของผู้บริโภคในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน ทำให้ช่องทางการจัดจำหน่ายที่เหมาะสมย่อมแตกต่างกันด้วย ซึ่งหากผู้ผลิตและผู้ส่งออกไม่ศึกษาตลาดของสินค้ากรอบรูปไม้อย่างละเอียดถี่ถ้วน อาจจะทำให้การวางสินค้าไม่ถูกต้องกับตำแหน่งการขายหรือกลุ่มผู้บริโภค นอกจากนี้ผู้ผลิต/ผู้ส่งออกขนาดกลางและเล็กของไทยยังไม่มีความพร้อมในด้านการจัดการด้านการตลาดที่เป็นระบบ ส่งผลให้ความสามารถในการเจาะตลาดทั้งเก่าและใหม่เป็นไปไม่ง่ายนัก

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงเห็นว่าในการเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของผู้ผลิตและผู้ส่งออกกรอบรูปไม้ไทยในปี 2548 นั้น ผู้ผลิตควรให้ความสนใจในการควบคุมคุณภาพสินค้าให้ได้มาตราฐานที่ตกลงกับลูกค้าเพิ่มขึ้น และควรปรับปรุงด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย โดดเด่น และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น หรือนำเสนอสินค้ากรอบรูปไม้ในรูปทรงต่างๆเพื่อการสะสมเป็นชุดสำหรับเฉพาะกลุ่มบุคคล เช่นกรอบไม้รูปสัตว์ประเภทต่างๆสำหรับกลุ่มผู้รักสัตว์ และกรอบรูปไม้รูปสัญญลักษณ์ดวงดาวประจำราศี เป็นต้น อีกทั้งควรนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในขบวนการผลิตเพื่อให้สินค้ามีคุณภาพมากยิ่งขึ้น และควรสร้างมูลค่าเพิ่มด้านประโยชน์ใช้สอยเช่นเพิ่มเนื้อที่สำหรับเก็บของเล็กๆน้อยๆ หรือสำหรับปักดอกไม้ขนาดเล็ก เป็นต้น

นอกจากนี้ในด้านของการบรรจุหีบห่อควรจะมีการตรวจเช็คให้เรียบร้อยก่อนจะทำการขนส่ง และควรใช้วัสดุในการบรรจุหีบห่อที่ได้มาตราฐาน นอกจากนี้ควรหันมาให้ความสำคัญต่อการบริการหลังการขายมากขึ้นโดยผู้ส่งออกกรอบรูปไม้ไทยควรมีการสอบถามติดตามผลภายหลังจากเสร็จขั้นตอนในการขายกับผู้ซื้อด้วยว่าสินค้ามีคุณภาพดีได้ตามมาตราฐานตามที่ต้องการมากน้อยเพียงใด เพื่อสร้างความประทับใจและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทผู้ส่งออก พร้อมกันนี้ผู้ประกอบการควรเร่งศึกษาข้อมูลความได้เปรียบเสียเปรียบของคู่แข่งขัน และความต้องการของลูกค้าในลักษณะที่เจาะลึกถึงวิถีการดำเนินชีวิตของกลุ่มเป้าหมายเพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มมากที่สุด

ขณะเดียวกันผู้ประกอบการควรเร่งปรับแนวทางการดำเนินงานใหม่จากเดิมที่เคยจำหน่ายผ่านตัวแทนการขายที่มีแต่ตลาดเดิมๆ ก็ควรหันมาติดต่อกับลูกค้าโดยตรงมากขึ้นเพื่อแนะนำสินค้าด้วยตนเองทั้งตลาดเดิมโดยเฉพาะห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียง เช่นในสหรัฐอเมริกา ญี่ป่น อังกฤษ และฝรั่งเศส เป็นต้น และบุกเบิกตลาดใหม่ๆที่มีศักยภาพเพื่อสร้างโอกาสในการขยายตัวในอนาคต ซึ่งการที่ภาครัฐมีนโยบายจัดหาสถานที่ตั้งไทยแลนด์ มาร์เก็ต เพลส (Thailand Market Place : TMP) ในต่างประเทศโดยเน้นแหล่งช้อปปิ้งชั้นนำของนักธุรกิจ และนักท่องเที่ยว ย่อมเป็นการเปิดโอกาสให้สินค้าไทยหลายประเภทรวมถึงกรอบรูปไม้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันทั้งภาครัฐและเอกชนควรให้ความสำคัญต่อการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องด้วยการเผยแพร่หรือเข้าร่วมงานแสดงสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อจูงใจลูกค้าและกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายมากขึ้น และยังเป็นการเปิดเกมรุกให้สินค้ากรอบรูปไม้ไทยเป็นที่รู้จักของตลาดตลาดหลักและตลาดที่มีศักยภาพในวงกว้างมากยิ่งขึ้นด้วย

ซึ่ง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าแม้อุตสาหกรรมกรอบรูปไม้ของไทยจะต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงหลายประการในปี 2548 แต่ด้วยความต้องการของตลาดโลกที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี จึงมีความเป็นไปได้ว่าสินค้ากรอบรูปไม้ของไทยน่าจะมีโอกาสที่ดีและสามารถครองส่วนแบ่งตลาดติดอันดับต้นๆ ของผู้ส่งออกรายสำคัญในตลาดโลกต่อไปได้

Sectors: 

Digital TV & Media

เจ๊ ติ๋ม ฝันสลาย “ทีวีดิจิตอล” ขาดทุน 300 ล้านบาท วิ่งหาพาร์ทเนอร์ใหม่ “เอ็มวี เทเลวิชั่น” เจ้าพ่อ ช่องทีวีดาวเทียม ซีรีส์หนังจีน มาช่วยกอบกู้ธุรกิจ ได้อดีตผอ.ช่อง 5 นั่งเก้าอี้ ผู้อำนวยการช่องไทยทีวีคนใหม่

มีแนวโน้มผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล 24 ช่อง อาจได้รับผ่อนผันเลื่อนการจ่ายเงินค่าใบอนุญาตที่ได้ประมูลมาใน ปีที่สอง จำนวน 8,124.20 ล้านบาท ออกไปอีก 1 ปี

เดอะ นีลเส็น คอมปะนี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงการใช้งบโฆษณาผ่านสื่อของ เดือนเมษายน 2558 มีมูลค่ารวม 11,905 ล้านบาท

Consumer Insight

คนไทย Gen X และ Gen Y ยอม “ลดเงินเดือน” เพื่อแลกกับความยืดหยุ่นในการทำงาน เผยชีวิต ติด“สมาร์ทโฟน” จำเป็นทั้งเรื่องทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัว

“ดันน์ฮัมบี้” บริษัทที่ทำการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค ได้เผยผลวิจัยว่าภาคไหนในประเทศไทยนิยมซื้อสินค้าในช่วงเทศกาลสงกรานต์มากที่สุด พบว่าคนไทยใน “ภาคใต้” มีแนวโน้มสูงที่ไปจับจ่ายใช้สอยสินค้าในช่วงสงกรานต์มากกว่าภาคอื่นๆ โดยที่ดันน์ฮัมบี้ได้ใช้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อ จากจำนวนผู้บริโภคจำนวน 8.2 ล้านคนที่ซื้อสินค้าในเทสโก้ โลตัส

จากผลสำรวจการให้ความสำคัญในการใช้จ่ายของผู้บริโภค ในปี 2557 ซึ่งจัดทำโดยมาสเตอร์การ์ด (MasterCard Consumer Purchasing Priorities 2014) พบว่าประมาณ 3 ใน 4 ของผู้บริโภคชาวไทยที่อยู่ในการสำรวจ วางแผนท่องเที่ยวพักผ่อนทั้งในประเทศและต่างประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเชียงใหม่และภูเก็ตยังครองแชมป์จุดหมายปลายทางในประเทศที่ได้รับความนิยมสูงสุด

Insight

แน่นอนว่าวัยเรียนที่ต้องการเป็นผู้ประกอบการหรือต้องการมีธุรกิจเป็นของตัวเองมักสนใจวิธีที่ทำให้ประสบความสำเร็จมากกว่าจะดึงศักยภาพและทักษะของตัวเองออกมาใช้กับธุรกิจ ดังนั้นสำหรับน้องๆ คนไหนที่อยากเริ่มต้นทำธุรกิจเป็นของตัวเองตั้งแต่ยังเรียนอยู่ ตามทีมงาน Life on Campus มาดูขั้นตอนดีๆ สู่การเป็นเศรษฐีวัยเรียนกันได้เลย..

การวิจัยจึงชี้ให้เห็นว่าค่าเฉลี่ยของการว่าจ้างตำแหน่งผู้จัดการใช้เวลาน้อยกว่าหนึ่งนาทีในการอ่านเรซูเม่เสียอีก ดังนั้นสิ่งที่เหล่า HR มองหาคืออะไร? และสิ่งที่ผู้สมัครควรหลีกเลี่ยงคืออะไร?

"รู้แล้วต้องช็อก"
"อุทาหรณ์ ที่คุณต้องซึ้งเมื่อรู้ว่า..."
"เตือนภัย xxx ที่คุณต้องทึ่งว่าทำได้ไง"
"ชายคนนี้นอกใจเมีย แต่เมื่อคุณรู้เหตุผลแล้วต้องให้อภัย"
"เมื่อรู้ว่าสามีมีชู้ นี่คือสิ่งที่ผู้หญิงคนนี้ทำ"

Strategic Move

การนำเสนอรถกระบะเชฟโรเลตที่หลากหลายรุ่นขึ้นเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากการเปิดตัวโคโลราโด ไฮ คันทรี่ และสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นล่าสุดของเชฟโรเลตที่ให้ความสำคัญกับรถกระบะและรถเอสยูวีในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยโคโลราโดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความสำคัญสูงสุดของเชฟโรเลตในประเทศไทย และเป็นรถที่จัดจำหน่ายในตลาดรถที่มีความต้องการในการซื้อมากที่สุดในประเทศไทย

แน่นอนว่าการประกาศเข้ามาทำตลาดบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตของลูกพี่ใหญ่ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมอย่างเอไอเอส ย่อมทำให้ถูกจับตามองอย่างแน่นอนว่า จะสามารถเข้ามาเบียดผู้เล่นรายเดิม และกลายเป็นผู้นำในตลาดนี้ได้หรือไม่

คร่ำหวอดอยู่ในตลาดนมข้นหวานและนมสเตอริไลซ์มานาน ได้เวลาเอฟแอนด์เอ็น ภายใต้ร่มเงาของไทยเบฟฯ ก็ได้เวลาแตกขยายสู่ตลาดนม “ยูเอชที เพื่อมาเสริมพอร์ตผลิตภัณฑ์นมให้ครบเครื่องยิ่งขึ้น จึงได้เปิดตัว “แมกโนเลีย กิงโกะ พลัส” ออกมาสู้ศึกในตลาดนมยูเอชที

Social Media Club

เปิดตัวครบ 1 ปีเป็นที่เรียบร้อย สำหรับโครงการ "ไลน์ ครีเอเทอร์ มาร์เก็ต" (LINE Creators Market) แพลตฟอร์มที่ให้ผู้ใช้ได้ส่งสคิ๊กเกอร์ของตนเองเข้ามาขายในไลน์ได้ หลังจากที่เปิดตัวเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา

เฟซบุ๊ก (Facebook) ประกาศรับ "Head of Thailand" ขอคนมีประสบการณ์ด้านมาร์เก็ตติ้ง 10 ปีขึ้นไป บวกต้องมีความรู้ความเข้าใจในโซเชียลมีเดียสูง

“Beauty Blogger” กลายเป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มของ สาวๆ ที่ชื่นชอบการหาความรู้ก่อนตัดสินซื้อผลิตภัณฑ์ด้านความงาม และรวมไปถึง ก่อนตัดสินใจไปเสริมสวยเสริมหล่อ ผ่านสถาบันความงามต่างๆ ด้วย และจากความนิยมของนักชอปทางโซเชียลเน็ตเวิร์กผ่านการแนะนำของ Beauty Blogger นี่เอง จึงได้เป็นที่มาอย่างน่าสนใจของอาชีพใหม่อย่าง Blogger

Columnist

การตลาด ฤดูร้อน ต้อง Speed Advantage “ใคร ไว กว่าได้ เปรียบ” ในสมรภูมิ การแข่ง กำลัง ร้อน แรง เหมือนฤดูร้อน

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Trend

ชาวเมืองไซตามะของญี่ปุ่น ร่วมกันโพสต์ภาพประกอบท่า “โซดะ ไซตามะ” เพื่อรณรงค์ส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมือง ซึ่งได้ชื่อว่ามีสาวงามมากที่สุดในญี่ปุ่น

มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ค เปิดใจยอมรับตนคงไม่สามารถประสบความสำเร็จและมาไกลได้ถึงเพียงนี้ หากว่าสมัยเด็กไม่ได้สัมผัสวิดีโอเกมส์

ร้านอาหารในกรุงโตเกียวเอาใจลูกค้าสาว ด้วยการจัดพนักงานบริการเป็นชายหนุ่มล่ำสันกล้ามโต จนได้รับความนิยมอย่างมากจากสาวๆญี่ปุ่น

Global Wrap

ในฐานะของผู้นำตลาดปิกอัพ การเปิดตัว “โตโยต้า ไฮลักซ์” ใหม่ ที่จะมีขึ้นครั้งแรกในโลก วันที่ 21 พฤษภาคมนี้ จึงได้รับความสนใจเป็นพิเศษ แต่มากกว่านั้นนี่คือการปรับโฉมใหม่หมดทั้งคัน รวมถึงซับเนม “REVO”

โรงแรมฮิลตัน โอดาวารา รีสอร์ต แอนด์ สปา ที่จังหวัดคานากาวะของญี่ปุ่น จัดโปรโมชั่นพิเศษ สอนวิชานินจา สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กที่เข้าพักในโรงแรม

เมื่อเร็วๆนี้ ผู้แทนจากกลุ่มผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือจากแดนภารตะ ได้แก่ กลุ่มซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัท 14 คน ตบเท้าเข้าร่วมการประชุมไชน่า บิสซิเนส ฟอรัม (China Business Forum) ในนครเซี่ยงไฮ้

People

เปิดใจ “อีเจี๊ยบ เลียบด่วน” เจ้าของเพจมาแรงแห่งปี ผ่านการ“โฟนอิน”แบบเจาะลึก เป็นครั้งแรก ในงานสัมมนา ฝ่าวิกฤตพิชิตดราม่าในโลกโซเชียลมีเดีย ซึ่งจัดโดย Position Magazine Online ถึงที่มาของ เพจเล่าข่าว ด้วยสำนวนแสบๆ คันๆ มันๆ จนสร้างยอดไลค์ ทะลุล้านแล้ว

จากบทบาทนักธุรกิจ “วัยรุ่นพันล้าน” เจ้าของอาณาจักร “เถ้าแก่น้อย” แบรนด์ที่ทำให้หลายคนรู้จัก “อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์” หรือ “ต๊อบ เถ้าแก่น้อย” แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเขาได้เพิ่มบทบาทของตนเองด้วยการเป็น “ผู้ลงทุน”

นางคือเจ้าแม่แห่งวงการแต่งหน้าที่แม้แต่ดาราชื่อดังอย่าง แอฟ ทักษอร, พลอย เฌอมาลย์ ฯลฯ ก็ผ่านการเนรมิตให้ดูสวยสง่าเพราะฝีมือการผัดแป้งแต่งหน้าของเธอกันมานักต่อนัก และล่าสุด เหล่าพริตตี้หลากหลายค่ายในงานมอเตอร์โชว์ครั้งล่าสุด เธอก็เสริมความสวยบนใบหน้าให้แก่เหล่านางฟ้ามอเตอร์โชว์แทบจะหมดทั้งฮอลล์

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348