กระดาษไหว้เจ้า : ธุรกิจ 200 ล้านบาท...ในเทศกาลตรุษจีน

ในช่วงเทศกาลตรุษจีนสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในการเซ่นไหว้ คือ กระดาษไหว้เจ้า ซึ่งจะขายดิบขายดีมากในช่วงเทศกาลนี้ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด คาดว่าปริมาณเงินที่สะพัดอยู่ในธุรกิจกระดาษไหว้เจ้าเฉลี่ยประมาณปีละ 200 ล้านบาท ทั้งนี้เป็นการประเมินรวมทั้งปีทั้งในกรณีการใช้กระดาษไหว้เจ้าในเทศกาลที่สำคัญต่างๆของชาวไทยเชื้อสายจีน โดยคำนวณจากการสำรวจค่าใช้จ่ายในการซื้อกระดาษไหว้เจ้าของครัวเรือนชาวไทยเชื้อสายจีนในช่วงเทศกาลต่างๆ

กระดาษไหว้เจ้าของไทยยังมีชื่อเสียงโด่งดังทั้งในด้านคุณภาพและรูปแบบสามารถส่งออกไปตีตลาดต่างประเทศ โดยการส่งออกกระดาษไหว้เจ้าปี 2548 มีปริมาณ 11.02 ล้านตัน มูลค่า 126.18 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับปี 2547 แล้วทั้งปริมาณและมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 6.6 และร้อยละ 17.7 ตามลำดับ คาดว่าแนวโน้มการส่งออกกระดาษไหว้เจ้าในปี 2549 ก็ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามประเด็นที่น่าสนใจคือ ไทยยังคงมีการนำเข้ากระดาษไหว้เจ้า โดยในปี 2548 มีปริมาณนำเข้า 575 ตัน มูลค่า 13.19 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2547 แล้วทั้งปริมาณและมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 44.8 และ 63.6 ซึ่งตลาดที่นำเข้าร้อยละ 85.0 มาจากจีน เนื่องจากกระดาษไหว้เจ้าเหล่านี้มีราคาถูกกว่าไทย และมีรูปแบบที่แปลกตาจึงเป็นที่นิยมของชาวไทยเชื้อสายจีน โดยการนำเข้ากระดาษไหว้เจ้าจากจีนนั้นมีแนวโน้มเติบโตอย่างมาก น่าจะมีการรณรงค์ให้คนกลุ่มนี้หันมานิยมใช้กระดาษไหว้เจ้าที่ผลิตในประเทศไทย ทั้งนี้เพื่อเป็นการประหยัดเงินตราต่างประเทศ และเป็นการช่วยส่งเสริมและสนับสนุนผู้ผลิตกระดาษไหว้เจ้าในประเทศอีกด้วย

กระดาษไหว้เจ้าเป็นการสร้างคุณค่าของวัสดุที่มีค่าน้อยให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย เนื่องจากเป็นการนำเอาไม้หรือเศษไม้ไผ่มาเป็นวัตถุดิบในการผลิต ประเภทของกระดาษไหว้เจ้าแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ ชนิดที่ฉาบด้วยตะกั่ว ชนิดทาสีคล้ายตะกั่ว และชนิดพิมพ์ระบบออฟเซ็ท โดยชนิดที่ฉาบด้วยตะกั่วจะได้รับความนิยมและจำหน่ายได้มากที่สุด ซึ่งปัจจุบันกระดาษไหว้เจ้ามีการพัฒนารูปแบบและสีสันให้มีความหลากหลายมากขึ้น เช่น แผ่นคำอวยพร ทองแท่ง แบงค์ห้าร้อย แบงค์แสน แบงค์สิบล้าน เสื้อผ้า อุปกรณ์และเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ เหรียญเงิน เหรียญทอง เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ
ปัจจุบันไทยมีโรงงานผลิตกระดาษไหว้เจ้าที่จดทะเบียนไว้กับกระทรวงอุตสาหกรรมจำนวน 8 โรงงาน ซึ่งโรงงานส่วนใหญ่ตั้งอยู่ทางภาคเหนือเนื่องจากเป็นแหล่งปลูกไม้ไผ่ ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิต โรงงานผลิตกระดาษไหว้เจ้ากระจายตัวอยู่ในจังหวัดพิษณุโลก แพร่ เชียงราย อุตรดิตถ์ ลำปางและพะเยา และมีเพียง 1 โรงงานที่ตั้งอยู่ในจังหวัดปราจีนบุรี อย่างไรก็ตามในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลมีโรงงานตัดและแปรรูปกระดาษไหว้เจ้าอยู่อีก 8 โรงงาน ซึ่งทั้งโรงงานผลิตและแปรรูปกระดาษไหว้เจ้านั้นเป็นโรงงานขนาดกลางและเล็ก ซึ่งไม่ได้มีการแจ้งกำลังการผลิตไว้อย่างชัดเจน ทำให้เป็นการยากที่จะคาดการณ์ถึงกำลังการผลิตกระดาษไหว้เจ้าของไทย

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด คาดว่ามูลค่าของกระดาษไหว้เจ้าในประเทศสูงถึง 200 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นปริมาณกระดาษไหว้เจ้า 2,000 ตัน ทั้งนี้เป็นการประเมินรวมทั้งปี ทั้งในกรณีไหว้เจ้าในช่วงตรุษจีน เช็งเม้ง และสารทจีน ซึ่งเป็นเทศกาลสำคัญของชาวไทยเชื้อสายจีนโดยกระดาษไหว้เจ้าจะขายดิบขายดีในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งจะเผาส่งไปให้บรรพบุรุษ และมีการจัดเป็นชุดไว้ตามศาลเจ้าต่างๆเพื่อให้คนที่เข้าไปไหว้เจ้าซื้อเพื่อนำไปเผาเพื่อเป็นการแสดงความเคารพเทพเจ้าต่างๆ นอกจากนี้ยังมีการเผากระดาษไหว้เจ้านี้เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์โดยเฉพาะในช่วงตรุษจีนซึ่งถือว่าเป็นช่วงขึ้นปีใหม่ของชาวจีนอีกด้วย โดยที่ซินแสจะมีการตรวจดวงชะตาในแต่ละปีว่าปีนี้ผู้ที่อยู่ในราศรีใดบ้างที่ต้องทำการสะเดาะเคราะห์และจะติดประกาศไว้ตามศาลเจ้า ซึ่งผู้ที่มีความเชื่อถือก็จะซื้อกระดาษไหว้เจ้าที่มีจำหน่ายเป็นชุดๆ โดยเลือกได้ว่าจะซื้อชุดเล็กหรือชุดใหญ่เพื่อเขียนชื่อ และวันเดือนปีเกิดของตนเองลงไปแล้วทำการเผาในศาลเจ้า นับว่าเทศกาลที่สำคัญต่างๆของชาวไทยเชื้อสายจีนก่อให้เกิดเม็ดเงินสะพัดในธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระดาษไหว้เจ้าอย่างเป็นกอบเป็นกำในแต่ละปี ส่วนแหล่งซื้อกระดาษไหว้เจ้าสำหรับการไหว้เจ้าของแต่ละครัวเรือนส่วนใหญ่จะซื้อจากตลาดสดใกล้บ้าน แต่ถ้าต้องการรูปแบบกระดาษไหว้เจ้าที่แตกต่างเป็นพิเศษต้องไปซื้อจากตลาดเยาวราช อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่าราคาของกระดาษไหว้เจ้ามีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บรรดาชาวไทยเชื้อสายจีนลดรายจ่ายในส่วนกระดาษไหว้เจ้าลงเหลือเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

ปัจจุบันกระดาษไหว้เจ้าที่ผลิตในไทยยังสามารถส่งออกไปต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศที่มีคนจีนอาศัยอยู่เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ปี 2548 มีปริมาณ 11.02 ล้านตัน มูลค่า 126.18 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับปี 2547 ที่มีปริมาณส่งออก 10.34 ล้านตัน มูลค่า 107.25 ล้านบาทแล้วทั้งปริมาณและมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 6.6 และร้อยละ 17.7 ตามลำดับ นับว่ากระดาษไหว้เจ้าของไทยได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศ ประเทศที่นำเข้ากระดาษไหว้เจ้าที่สำคัญของไทยได้แก่ไต้หวันที่มีสัดส่วนเฉลี่ยร้อยละ 90 ของมูลค่าการส่งออกในแต่ละปี ทั้งนี้นอกจากจะนำเข้าเพื่อนำไปใช้เองแล้ว ไต้หวันยังนำเข้าเพื่อที่จะส่งออกต่อไปยังต่างประเทศที่มีคนจีนอาศัยอยู่อีกด้วย ประเทศที่นำเข้ากระดาษไหว้เจ้าของไทยที่มีความสำคัญรองลงมาคือ สหรัฐฯ มาเลเซีย สิงคโปร์และฮ่องกง ซึ่งการนำเข้าของประเทศเหล่านี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ตลาดที่น่าสนใจ ซึ่งปัจจุบันมีการนำเข้ากระดาษไหว้เจ้าจากไทยบ้างแล้วแต่ยังมีปริมาณและมูลค่าการนำเข้าที่ไม่มากนัก คือ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น ประเทศในสหภาพยุโรปโดยเฉพาะฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และสเปน ส่วนตลาดประเทศเพื่อนบ้านที่น่าสนใจคือ กัมพูชาและพม่า

ส่วนประเทศคู่แข่งสำคัญของไทยที่ผลิตกระดาษไหว้เจ้าส่งออกไปยังตลาดเดียวกันก็ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม และจีน ซึ่งคู่แข่งที่น่ากลัวคือ จีน เนื่องจากจีนมีความอุดมสมบูรณ์ของวัตถุดิบมากกว่า ในขณะที่ไทยเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ และวัตถุดิบมีราคาแพง แต่ในปัจจุบันกระดาษไหว้เจ้าของไทยยังคงได้เปรียบในเรื่องคุณภาพและรูปแบบ ซึ่งในอนาคตผู้ส่งออกไทยคงต้องพยายามรักษาชื่อเสียงไว้ รวมทั้งยังต้องพยายามเจาะขยายตลาดไปยังประเทศต่างๆที่มีคนจีนเข้าไปอาศัยอยู่เพื่อจะได้ไม่ต้องพึ่งพิงเฉพาะเพียงตลาดไม่กี่ประเทศ การส่งออกตลาดสินค้ากระดาษไหว้เจ้ายังคงมีแนวโน้มที่สดใส ตราบใดที่ยังมีคนจีนอาศัยกระจายอยู่ทั่วโลก เนื่องจากคนจีนมีความยึดมั่นในคำสอน วัฒนธรรมประเพณี ที่สืบทอดกันมาอย่างเหนียวแน่น

แม้ว่าไทยจะเป็นประเทศที่ส่งออกกระดาษไหว้เจ้าแต่ไทยก็ยังมีการนำเข้ากระดาษไหว้เจ้าเช่นกัน เนื่องจากกระดาษไหว้เจ้าเหล่านี้มีราคาถูกกว่ากระดาษไหว้เจ้าที่ผลิตในไทย มีรูปแบบที่แปลกตา และคุณภาพระดับพรีเมี่ยม จึงเป็นที่นิยมของชาวไทยเชื้อสายจีน ซึ่งน่าจะมีการรณรงค์ให้บรรดาชาวไทยเชื้อสายจีนหันมาใช้กระดาษไหว้เจ้าที่ผลิตในประเทศ ทั้งนี้จะเป็นการส่งเสริมการประหยัดเงินตราต่างประเทศ และส่งเสริมกิจการการผลิตกระดาษไหว้เจ้าในประเทศอีกด้วย ในปี 2548 มีปริมาณนำเข้า 575 ตัน มูลค่า 13.19 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2547 ซึ่งมีปริมาณการนำเข้า 397 ตัน มูลค่า 8.06 ล้านบาทแล้วทั้งปริมาณและมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 44.8 และ 63.6 ซึ่งทั้งปริมาณและมูลค่าการนำเข้ากระดาษไหว้เจ้านั้นมีการขยายตัวอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากในช่วงระยะ 3 ปีที่ผ่านมาการนำเข้ากระดาษไหว้เจ้าของไทยนั้นมีแนวโน้มลดลงมาโดยตลอด ตลาดที่นำเข้าร้อยละ 85.0 มาจากจีน ส่วนแหล่งนำเข้าที่มีความสำคัญรองลงมาคือ ไต้หวัน มาเลเซีย และญี่ปุ่น

ปัจจัยหนุนสำคัญที่ทำให้การนำเข้ากระดาษไหว้เจ้าขยายตัวอย่างก้าวกระโดดในปี 2548 นอกจากความนิยมกระดาษไหว้เจ้านำเข้าที่ทำให้การนำเข้าจากจีนและไต้หวันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแล้ว อัตราภาษีนำเข้าที่ลดลงจากข้อผูกพันขององค์การการค้าโลกและเขตการค้าเสรีอาเซียนก็ทำให้ราคากระดาษไหว้เจ้าที่นำเข้าถูกลงด้วย ประเทศที่ได้อานิสงส์จากมาตรการลดภาษีนำเข้าคือ มาเลเซีย โดยจะเห็นได้ว่าในปี 2548 การนำเข้ากระดาษไหว้เจ้าจากมาเลเซียขยายตัวอย่างมาก เดิมนั้นอัตราภาษีนำเข้ากระดาษไหว้เจ้าเท่ากับร้อยละ 60 หรือกิโลกรัมละ 30 บาท แต่อัตราภาษีภายใต้ข้อผูกพันกับองค์การการค้าโลกเหลือเพียงร้อยละ 30 หรือกิโลกรัมละ 15 บาท และอัตราภาษีภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียนเหลือเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น

อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่ต้องใช้กระดาษไหว้เจ้าในช่วงเทศกาลสำคัญควรจะระมัดระวังในเรื่องของสารตะกั่วที่มีอยู่ในกระดาษไหว้เจ้า ซึ่งจากการตรวจของกรมวิทยาศาสตร์บริการพบว่ากระดาษไหว้เจ้าชนิดที่ฉาบด้วยตะกั่วจะมีปริมาณตะกั่วค่อนข้างสูงประมาณ 20.8-85.6 มิลลิกรัมต่อแผ่น ส่วนชนิดที่ทาสีจะมีปริมาณตะกั่วประมาณ 0.55 มิลิกรัมต่อแผ่น ซึ่งในการเผากระดาษไหว้เจ้านั้นมักจะใช้ในปริมาณมาก ดังนั้นหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรมีข้อระวังคือ เมื่อใช้มือพับหรือสัมผัสกระดาษไหว้เจ้า ไม่ควรหยิบอาหารเข้าปากก่อนที่จะมีการล้างมือ และในขณะที่เผากระดาษควรเผาในภาชนะที่มิดชิด เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของเถ้าและควัน ซึ่งจะสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับเพื่อนบ้านใกล้เคียง หรือควรเผาในบริเวณที่เป็นที่โล่งแจ้ง ควรยืนอยู่เหนือลม ทั้งนี้เพื่อป้องกันการหายใจเอาสารตะกั่วเข้าสู่ร่างกาย นอกจากนี้ควรนำเอาเถ้ากระดาษที่เผาแล้วทิ้งหรือฝังในที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของสารตะกั่วสู่สิ่งแวดล้อม รวมทั้งต้องระมัดระวังปัญหาอัคคีภัยที่จะตามมาโดยการเฝ้าดูระหว่างการเผา และรอให้ไฟดับสนิทก่อนทุกครั้ง ซึ่งประเด็นในเรื่องปริมาณสารตะกั่วในกระดาษไหว้เจ้านั้นได้สร้างช่องทางธุรกิจใหม่ โดยมีการคิดค้นกระดาษไหว้เจ้าที่ปลอดสารตะกั่ว ซึ่งคาดว่าน่าจะได้รับความนิยมในไม่ช้านี้ เนื่องจากเป็นการผลิตสินค้าโดยคำนึงถึงการอนุรักษ์สภาพแวดล้อม

ธุรกิจการผลิตและจำหน่ายกระดาษไหว้เจ้าของไทยนับว่าเป็นธุรกิจที่จะยังคงอยู่คู่กับประเพณีต่างๆของคนไทยเชื้อสายจีน เนื่องจากเป็นหนึ่งในเครื่องเซ่นไหว้ที่ขาดไม่ได้ ทำให้ความต้องการกระดาษไหว้เจ้ายังคงมีอย่างต่อเนื่อง สำหรับตลาดส่งออกกระดาษไหว้เจ้าของไทยนั้นคาดว่าจะยังคงขยายตัว โดยผู้ส่งออกต้องรักษาคุณภาพทั้งด้านราคาและมาตรฐานการผลิต รวมทั้งการคิดประดิษฐ์ลวดลายใหม่ๆเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค ซึ่งตลาดที่น่าสนใจ คือ กระดาษไหว้เจ้าปลอดสารตะกั่ว อย่างไรก็ตามสิ่งต้องจับตามองคือ กระดาษไหว้เจ้านำเข้า โดยเฉพาะการนำเข้าจากจีนที่เริ่มเข้ามาตีตลาดกระดาษไหว้เจ้าที่ผลิตในประเทศ อีกทั้งจีนยังเป็นคู่แข่งสำคัญในการส่งออกกระดาษไหว้เจ้าในตลาดโลกอีกด้วย

Consumer Insight

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

บริษัท นีลเส็น ได้รายงานผลการซื้อสื่อโฆษณาระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2557 พบว่า ยอดซื้อสื่อทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ แมกกาซีน โรงภาพยนตร์ สื่อนอกบ้าน สื่อในห้างสรรพสินค้า รวมทั้งสื่ออินเทอร์เน็ต มีมูลค่ารวม 49.738 ล้านบาท โดยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2556 พบว่า ติดลบ 9.38%

Insight

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

นอกจากจำนวนสาขาต้องมากแล้ว การมี “ไซส์” ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายก็เป็นเรื่องสำคัญ ด้วยเหตุนี้เอง บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด จึงได้แตกฟอร์แมตร้านค้าใหม่ “ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์” เป็นโมเดลขนาดใหญ่สุด จากที่ท็อปส์เคยเปิดมา

“เพย์ทีวี” ธุรกิจที่ได้ชื่อว่า “ผันผวน” ที่สุด เมื่อ “ซีทีเอช” ควบกิจการ “จีเอ็มเอ็ม แซท” ซ้ำรอย “ไอบีซี” และ “ยูทีวี” ในอดีต 20 ปีที่แล้ว หวังปักหลักสู้ศึก “ทรูวิชั่นส์” ในสังเวียนการแข่งขันที่กำลังพลิกโฉมหน้าไปอีกครั้ง

Strategic Move

สินค้าหรือบริการยุคนี้ หากต้องการสร้างการรับรู้ให้ถึงกลุ่มคนได้รวดเร็ว การเลือกใช้ ดารา หรือ คนดังมาเป็น “แบรนด์แอมบาสเดอร์” หรือ พรีเซนเตอร์ มาเป็นตัวแทนให้กับแบรนด์ยังเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดยอดนิยมเสมอมา

กลายเป็นประเด็นร้อนไปแล้ว หลังจากการที่ ฐากร ตันฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ให้ข้อมูลผ่าน ทวิตเตอร์ @TakornNBTC ว่า “สำนักงาน กสทช.ผ่านรับรองมาตรฐานไอโฟน 6 (iPhone 6) เพื่ออนุญาตให้จำหน่ายในไทยแล้วครับ”

เห็นตัวเลขยอดเติบโตสมาร์ทโฟนในไทยที่ GFK คาดการณ์ไว้ว่า ภายในปี 2557 จะมีมูลค่ารวม 100,000 ล้านบาท หรือมียอดขายรวมอยู่ที่ 11 ล้านเครื่อง หัวเหว่ย เทคโนโลยี ประเทศไทย แบรนด์ผู้ผลิตอุปกรณ์ไอทีและสื่อสารจากจีน เลยไม่รอช้า รีบส่งสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ท อย่างละ 2 รุ่น ออกลงสู่ตลาด ท่ามกลางคู่แข่งที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดในช่วงปลายปี

Social Media Club

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

ไลน์ เป็นแชทแอพพลิเคชั่น ที่มักจะมีฟีเจอร์ และฟังก์ชั่นอะไรใหม่ๆ แก่ผู้เสมอ ๆ และไลน์เองก็ได้ทุ่มทำการตลาดอย่างหนักหน่วงเพื่อกระตุ้นยอด Usage และเพิ่มจำนวน User

เทศกาลประกวดโฆษณา Cannes Lions International Festival of Creativity 2014 ที่นอกจากคัดเลือกงานโฆษณาที่โดดเด่นในรอบปี คานส์ ไลอ้อนส์ยังเป็นเวทีที่ชี้นำเทรนด์ของงานโฆษณาและการตลาดในช่วงนั้นๆ

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ภูมิทัศน์สื่อ (media landscape) วันนี้เปลี่ยนไปมาก เพราะการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ (new media) อย่างอินเทอร์เน็ต หรือ สื่อสังคมออนไลน์ (social media) ทำให้สื่อมวลชน หรือสื่อยุคเก่าต้องปรับตัวในการทำงานและการสื่อสารเพื่อเข้าถึงมวลชนในลักษณะที่ต้องเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

ปัญหาโลกแตกที่คนส่วนใหญ่ที่ไม่เลือกซื้อของออนไลน์คือ “ไม่ได้ลอง” (โดยเฉพาะกับสินค้าเสื้อผ้า รองเท้า) ได้ถูกแก้ไขแล้วด้วยฟีเจอร์ใหม่อย่าง “ลองก่อน(ผ่อน)จ่ายทีหลัง” โดยเว็บอี-คอมเมิร์ซอันดับหนึ่งของจีนอย่าง “เถาเป่า (Taobao)” และ “เทียนเมา (Tmall)” ในเครืออลีบาบา กรุ๊ป ที่ต่างก็รับเอาไอเดียนี้ไปปรับใช้ในแบบที่ถูกกับสารบบของตัวเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488