กระดาษไหว้เจ้า : ธุรกิจ 200 ล้านบาท...ในเทศกาลตรุษจีน

ในช่วงเทศกาลตรุษจีนสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในการเซ่นไหว้ คือ กระดาษไหว้เจ้า ซึ่งจะขายดิบขายดีมากในช่วงเทศกาลนี้ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด คาดว่าปริมาณเงินที่สะพัดอยู่ในธุรกิจกระดาษไหว้เจ้าเฉลี่ยประมาณปีละ 200 ล้านบาท ทั้งนี้เป็นการประเมินรวมทั้งปีทั้งในกรณีการใช้กระดาษไหว้เจ้าในเทศกาลที่สำคัญต่างๆของชาวไทยเชื้อสายจีน โดยคำนวณจากการสำรวจค่าใช้จ่ายในการซื้อกระดาษไหว้เจ้าของครัวเรือนชาวไทยเชื้อสายจีนในช่วงเทศกาลต่างๆ

กระดาษไหว้เจ้าของไทยยังมีชื่อเสียงโด่งดังทั้งในด้านคุณภาพและรูปแบบสามารถส่งออกไปตีตลาดต่างประเทศ โดยการส่งออกกระดาษไหว้เจ้าปี 2548 มีปริมาณ 11.02 ล้านตัน มูลค่า 126.18 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับปี 2547 แล้วทั้งปริมาณและมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 6.6 และร้อยละ 17.7 ตามลำดับ คาดว่าแนวโน้มการส่งออกกระดาษไหว้เจ้าในปี 2549 ก็ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามประเด็นที่น่าสนใจคือ ไทยยังคงมีการนำเข้ากระดาษไหว้เจ้า โดยในปี 2548 มีปริมาณนำเข้า 575 ตัน มูลค่า 13.19 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2547 แล้วทั้งปริมาณและมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 44.8 และ 63.6 ซึ่งตลาดที่นำเข้าร้อยละ 85.0 มาจากจีน เนื่องจากกระดาษไหว้เจ้าเหล่านี้มีราคาถูกกว่าไทย และมีรูปแบบที่แปลกตาจึงเป็นที่นิยมของชาวไทยเชื้อสายจีน โดยการนำเข้ากระดาษไหว้เจ้าจากจีนนั้นมีแนวโน้มเติบโตอย่างมาก น่าจะมีการรณรงค์ให้คนกลุ่มนี้หันมานิยมใช้กระดาษไหว้เจ้าที่ผลิตในประเทศไทย ทั้งนี้เพื่อเป็นการประหยัดเงินตราต่างประเทศ และเป็นการช่วยส่งเสริมและสนับสนุนผู้ผลิตกระดาษไหว้เจ้าในประเทศอีกด้วย

กระดาษไหว้เจ้าเป็นการสร้างคุณค่าของวัสดุที่มีค่าน้อยให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย เนื่องจากเป็นการนำเอาไม้หรือเศษไม้ไผ่มาเป็นวัตถุดิบในการผลิต ประเภทของกระดาษไหว้เจ้าแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ ชนิดที่ฉาบด้วยตะกั่ว ชนิดทาสีคล้ายตะกั่ว และชนิดพิมพ์ระบบออฟเซ็ท โดยชนิดที่ฉาบด้วยตะกั่วจะได้รับความนิยมและจำหน่ายได้มากที่สุด ซึ่งปัจจุบันกระดาษไหว้เจ้ามีการพัฒนารูปแบบและสีสันให้มีความหลากหลายมากขึ้น เช่น แผ่นคำอวยพร ทองแท่ง แบงค์ห้าร้อย แบงค์แสน แบงค์สิบล้าน เสื้อผ้า อุปกรณ์และเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ เหรียญเงิน เหรียญทอง เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ
ปัจจุบันไทยมีโรงงานผลิตกระดาษไหว้เจ้าที่จดทะเบียนไว้กับกระทรวงอุตสาหกรรมจำนวน 8 โรงงาน ซึ่งโรงงานส่วนใหญ่ตั้งอยู่ทางภาคเหนือเนื่องจากเป็นแหล่งปลูกไม้ไผ่ ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิต โรงงานผลิตกระดาษไหว้เจ้ากระจายตัวอยู่ในจังหวัดพิษณุโลก แพร่ เชียงราย อุตรดิตถ์ ลำปางและพะเยา และมีเพียง 1 โรงงานที่ตั้งอยู่ในจังหวัดปราจีนบุรี อย่างไรก็ตามในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลมีโรงงานตัดและแปรรูปกระดาษไหว้เจ้าอยู่อีก 8 โรงงาน ซึ่งทั้งโรงงานผลิตและแปรรูปกระดาษไหว้เจ้านั้นเป็นโรงงานขนาดกลางและเล็ก ซึ่งไม่ได้มีการแจ้งกำลังการผลิตไว้อย่างชัดเจน ทำให้เป็นการยากที่จะคาดการณ์ถึงกำลังการผลิตกระดาษไหว้เจ้าของไทย

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด คาดว่ามูลค่าของกระดาษไหว้เจ้าในประเทศสูงถึง 200 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นปริมาณกระดาษไหว้เจ้า 2,000 ตัน ทั้งนี้เป็นการประเมินรวมทั้งปี ทั้งในกรณีไหว้เจ้าในช่วงตรุษจีน เช็งเม้ง และสารทจีน ซึ่งเป็นเทศกาลสำคัญของชาวไทยเชื้อสายจีนโดยกระดาษไหว้เจ้าจะขายดิบขายดีในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งจะเผาส่งไปให้บรรพบุรุษ และมีการจัดเป็นชุดไว้ตามศาลเจ้าต่างๆเพื่อให้คนที่เข้าไปไหว้เจ้าซื้อเพื่อนำไปเผาเพื่อเป็นการแสดงความเคารพเทพเจ้าต่างๆ นอกจากนี้ยังมีการเผากระดาษไหว้เจ้านี้เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์โดยเฉพาะในช่วงตรุษจีนซึ่งถือว่าเป็นช่วงขึ้นปีใหม่ของชาวจีนอีกด้วย โดยที่ซินแสจะมีการตรวจดวงชะตาในแต่ละปีว่าปีนี้ผู้ที่อยู่ในราศรีใดบ้างที่ต้องทำการสะเดาะเคราะห์และจะติดประกาศไว้ตามศาลเจ้า ซึ่งผู้ที่มีความเชื่อถือก็จะซื้อกระดาษไหว้เจ้าที่มีจำหน่ายเป็นชุดๆ โดยเลือกได้ว่าจะซื้อชุดเล็กหรือชุดใหญ่เพื่อเขียนชื่อ และวันเดือนปีเกิดของตนเองลงไปแล้วทำการเผาในศาลเจ้า นับว่าเทศกาลที่สำคัญต่างๆของชาวไทยเชื้อสายจีนก่อให้เกิดเม็ดเงินสะพัดในธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระดาษไหว้เจ้าอย่างเป็นกอบเป็นกำในแต่ละปี ส่วนแหล่งซื้อกระดาษไหว้เจ้าสำหรับการไหว้เจ้าของแต่ละครัวเรือนส่วนใหญ่จะซื้อจากตลาดสดใกล้บ้าน แต่ถ้าต้องการรูปแบบกระดาษไหว้เจ้าที่แตกต่างเป็นพิเศษต้องไปซื้อจากตลาดเยาวราช อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่าราคาของกระดาษไหว้เจ้ามีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บรรดาชาวไทยเชื้อสายจีนลดรายจ่ายในส่วนกระดาษไหว้เจ้าลงเหลือเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

ปัจจุบันกระดาษไหว้เจ้าที่ผลิตในไทยยังสามารถส่งออกไปต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศที่มีคนจีนอาศัยอยู่เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ปี 2548 มีปริมาณ 11.02 ล้านตัน มูลค่า 126.18 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับปี 2547 ที่มีปริมาณส่งออก 10.34 ล้านตัน มูลค่า 107.25 ล้านบาทแล้วทั้งปริมาณและมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 6.6 และร้อยละ 17.7 ตามลำดับ นับว่ากระดาษไหว้เจ้าของไทยได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศ ประเทศที่นำเข้ากระดาษไหว้เจ้าที่สำคัญของไทยได้แก่ไต้หวันที่มีสัดส่วนเฉลี่ยร้อยละ 90 ของมูลค่าการส่งออกในแต่ละปี ทั้งนี้นอกจากจะนำเข้าเพื่อนำไปใช้เองแล้ว ไต้หวันยังนำเข้าเพื่อที่จะส่งออกต่อไปยังต่างประเทศที่มีคนจีนอาศัยอยู่อีกด้วย ประเทศที่นำเข้ากระดาษไหว้เจ้าของไทยที่มีความสำคัญรองลงมาคือ สหรัฐฯ มาเลเซีย สิงคโปร์และฮ่องกง ซึ่งการนำเข้าของประเทศเหล่านี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ตลาดที่น่าสนใจ ซึ่งปัจจุบันมีการนำเข้ากระดาษไหว้เจ้าจากไทยบ้างแล้วแต่ยังมีปริมาณและมูลค่าการนำเข้าที่ไม่มากนัก คือ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น ประเทศในสหภาพยุโรปโดยเฉพาะฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และสเปน ส่วนตลาดประเทศเพื่อนบ้านที่น่าสนใจคือ กัมพูชาและพม่า

ส่วนประเทศคู่แข่งสำคัญของไทยที่ผลิตกระดาษไหว้เจ้าส่งออกไปยังตลาดเดียวกันก็ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม และจีน ซึ่งคู่แข่งที่น่ากลัวคือ จีน เนื่องจากจีนมีความอุดมสมบูรณ์ของวัตถุดิบมากกว่า ในขณะที่ไทยเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ และวัตถุดิบมีราคาแพง แต่ในปัจจุบันกระดาษไหว้เจ้าของไทยยังคงได้เปรียบในเรื่องคุณภาพและรูปแบบ ซึ่งในอนาคตผู้ส่งออกไทยคงต้องพยายามรักษาชื่อเสียงไว้ รวมทั้งยังต้องพยายามเจาะขยายตลาดไปยังประเทศต่างๆที่มีคนจีนเข้าไปอาศัยอยู่เพื่อจะได้ไม่ต้องพึ่งพิงเฉพาะเพียงตลาดไม่กี่ประเทศ การส่งออกตลาดสินค้ากระดาษไหว้เจ้ายังคงมีแนวโน้มที่สดใส ตราบใดที่ยังมีคนจีนอาศัยกระจายอยู่ทั่วโลก เนื่องจากคนจีนมีความยึดมั่นในคำสอน วัฒนธรรมประเพณี ที่สืบทอดกันมาอย่างเหนียวแน่น

แม้ว่าไทยจะเป็นประเทศที่ส่งออกกระดาษไหว้เจ้าแต่ไทยก็ยังมีการนำเข้ากระดาษไหว้เจ้าเช่นกัน เนื่องจากกระดาษไหว้เจ้าเหล่านี้มีราคาถูกกว่ากระดาษไหว้เจ้าที่ผลิตในไทย มีรูปแบบที่แปลกตา และคุณภาพระดับพรีเมี่ยม จึงเป็นที่นิยมของชาวไทยเชื้อสายจีน ซึ่งน่าจะมีการรณรงค์ให้บรรดาชาวไทยเชื้อสายจีนหันมาใช้กระดาษไหว้เจ้าที่ผลิตในประเทศ ทั้งนี้จะเป็นการส่งเสริมการประหยัดเงินตราต่างประเทศ และส่งเสริมกิจการการผลิตกระดาษไหว้เจ้าในประเทศอีกด้วย ในปี 2548 มีปริมาณนำเข้า 575 ตัน มูลค่า 13.19 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2547 ซึ่งมีปริมาณการนำเข้า 397 ตัน มูลค่า 8.06 ล้านบาทแล้วทั้งปริมาณและมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 44.8 และ 63.6 ซึ่งทั้งปริมาณและมูลค่าการนำเข้ากระดาษไหว้เจ้านั้นมีการขยายตัวอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากในช่วงระยะ 3 ปีที่ผ่านมาการนำเข้ากระดาษไหว้เจ้าของไทยนั้นมีแนวโน้มลดลงมาโดยตลอด ตลาดที่นำเข้าร้อยละ 85.0 มาจากจีน ส่วนแหล่งนำเข้าที่มีความสำคัญรองลงมาคือ ไต้หวัน มาเลเซีย และญี่ปุ่น

ปัจจัยหนุนสำคัญที่ทำให้การนำเข้ากระดาษไหว้เจ้าขยายตัวอย่างก้าวกระโดดในปี 2548 นอกจากความนิยมกระดาษไหว้เจ้านำเข้าที่ทำให้การนำเข้าจากจีนและไต้หวันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแล้ว อัตราภาษีนำเข้าที่ลดลงจากข้อผูกพันขององค์การการค้าโลกและเขตการค้าเสรีอาเซียนก็ทำให้ราคากระดาษไหว้เจ้าที่นำเข้าถูกลงด้วย ประเทศที่ได้อานิสงส์จากมาตรการลดภาษีนำเข้าคือ มาเลเซีย โดยจะเห็นได้ว่าในปี 2548 การนำเข้ากระดาษไหว้เจ้าจากมาเลเซียขยายตัวอย่างมาก เดิมนั้นอัตราภาษีนำเข้ากระดาษไหว้เจ้าเท่ากับร้อยละ 60 หรือกิโลกรัมละ 30 บาท แต่อัตราภาษีภายใต้ข้อผูกพันกับองค์การการค้าโลกเหลือเพียงร้อยละ 30 หรือกิโลกรัมละ 15 บาท และอัตราภาษีภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียนเหลือเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น

อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่ต้องใช้กระดาษไหว้เจ้าในช่วงเทศกาลสำคัญควรจะระมัดระวังในเรื่องของสารตะกั่วที่มีอยู่ในกระดาษไหว้เจ้า ซึ่งจากการตรวจของกรมวิทยาศาสตร์บริการพบว่ากระดาษไหว้เจ้าชนิดที่ฉาบด้วยตะกั่วจะมีปริมาณตะกั่วค่อนข้างสูงประมาณ 20.8-85.6 มิลลิกรัมต่อแผ่น ส่วนชนิดที่ทาสีจะมีปริมาณตะกั่วประมาณ 0.55 มิลิกรัมต่อแผ่น ซึ่งในการเผากระดาษไหว้เจ้านั้นมักจะใช้ในปริมาณมาก ดังนั้นหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรมีข้อระวังคือ เมื่อใช้มือพับหรือสัมผัสกระดาษไหว้เจ้า ไม่ควรหยิบอาหารเข้าปากก่อนที่จะมีการล้างมือ และในขณะที่เผากระดาษควรเผาในภาชนะที่มิดชิด เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของเถ้าและควัน ซึ่งจะสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับเพื่อนบ้านใกล้เคียง หรือควรเผาในบริเวณที่เป็นที่โล่งแจ้ง ควรยืนอยู่เหนือลม ทั้งนี้เพื่อป้องกันการหายใจเอาสารตะกั่วเข้าสู่ร่างกาย นอกจากนี้ควรนำเอาเถ้ากระดาษที่เผาแล้วทิ้งหรือฝังในที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของสารตะกั่วสู่สิ่งแวดล้อม รวมทั้งต้องระมัดระวังปัญหาอัคคีภัยที่จะตามมาโดยการเฝ้าดูระหว่างการเผา และรอให้ไฟดับสนิทก่อนทุกครั้ง ซึ่งประเด็นในเรื่องปริมาณสารตะกั่วในกระดาษไหว้เจ้านั้นได้สร้างช่องทางธุรกิจใหม่ โดยมีการคิดค้นกระดาษไหว้เจ้าที่ปลอดสารตะกั่ว ซึ่งคาดว่าน่าจะได้รับความนิยมในไม่ช้านี้ เนื่องจากเป็นการผลิตสินค้าโดยคำนึงถึงการอนุรักษ์สภาพแวดล้อม

ธุรกิจการผลิตและจำหน่ายกระดาษไหว้เจ้าของไทยนับว่าเป็นธุรกิจที่จะยังคงอยู่คู่กับประเพณีต่างๆของคนไทยเชื้อสายจีน เนื่องจากเป็นหนึ่งในเครื่องเซ่นไหว้ที่ขาดไม่ได้ ทำให้ความต้องการกระดาษไหว้เจ้ายังคงมีอย่างต่อเนื่อง สำหรับตลาดส่งออกกระดาษไหว้เจ้าของไทยนั้นคาดว่าจะยังคงขยายตัว โดยผู้ส่งออกต้องรักษาคุณภาพทั้งด้านราคาและมาตรฐานการผลิต รวมทั้งการคิดประดิษฐ์ลวดลายใหม่ๆเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค ซึ่งตลาดที่น่าสนใจ คือ กระดาษไหว้เจ้าปลอดสารตะกั่ว อย่างไรก็ตามสิ่งต้องจับตามองคือ กระดาษไหว้เจ้านำเข้า โดยเฉพาะการนำเข้าจากจีนที่เริ่มเข้ามาตีตลาดกระดาษไหว้เจ้าที่ผลิตในประเทศ อีกทั้งจีนยังเป็นคู่แข่งสำคัญในการส่งออกกระดาษไหว้เจ้าในตลาดโลกอีกด้วย

Sectors: 

Digital TV & Media

จากการเปิดเผยตัวเลขรายได้ของผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล ปี 2557 ที่แจ้งมายังคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช)

เปิดโผรายได้ 24 ช่อง ทีวีดิจิตอล ปี 2557 ทำเงิน 3,633,230,983.30 บาท จ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาตไป 72,114,619.69 บาท ระบุช่องที่มีฐานธุรกิจเดิมได้เปรียบ ช่องเกิดใหม่ ลงทุนไม่ต่ำกว่าปีละ 2 พันล้าน รายได้หลักสิบล้าน

สำหรับ 10 อันดับ Advertisers หรือ องค์กรที่ใช้งบซื้อสื่อโฆษณาสูงสุดของเดือนกรกฎาคม 2558  นีลเส็น ประเทศไทย ราย

Insight

เมื่อต้องต่อกรกับคู่แข่งในตลาด แชทแอปพลิเคชันอย่าง “ไลน์” ที่ครองตลาดเมืองไทยไว้ชนิดที่แทบไม่เหลือพื้นที่ให้แชทแอปพลิเคชันรายอื่น ด้วยยอดผู้ใช้ทะลุไปมากกว่า 30 ล้านราย การไทอิน (Tie-in) ในซีรีส์และละครดัง ได้กลายเป็นหนึ่งในทางเลือกของ “วีแชท” และ “กาเกา ทอล์ก” ใช้ห้ำหั่นเพื่อแย่งชิงกลุ่มวัยรุ่นมาเป็นฐานผู้ใช้หลัก

การที่ ดารา นักร้อง คนดัง หันมาทำธุรกิจในยุคนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องแปลกใหม่ เหมือนอย่างที่ เสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ “เสก โลโซ” ได้หันมาทำ น้ำดื่ม เครื่องดื่มชูกำลัง เบียร์ และล่าสุดการทำสมาร์ทโฟนออกจำหน่าย
ยิ่งมีสื่อออนไลน์ โซเชียลมีเดียด้วยแล้ว เรื่องการโปรโมทให้แฟนคลับ ได้รับรู้ก็ยิ่งง่าย ไม่ต้องพึ่งพาสื่อเทรดดิชั่นแนลเหมือนในอดีต ยิ่งพอลงโปรโมทในเฟซบุ้ค อินสตราแกรม สื่อหลักก็นำไปเสนอเป็นข่าว ก็กลายเป็นว่าได้ประชาสัมพันธ์

ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอันหลากหลายของคนเมือง นำพาเอา “ค้าปลีก”รูปแบบใหม่ๆ สไตล์เท่ๆ ตั้งแต่ Truck food จนมาถึง Art Box ตลาดนัดตู้คอนเทนเนอร์ กำลังกลายเป็นกระแสใหม่ของการช้อปปิ้ง และสถานที่แฮงเอาท์ของคนเมือง

Consumer Insight

บริษัทมายรัม (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลโซลูชั่นส์ ได้สำรวจพฤติกรรมคนกรุงกับการใช้งานสมาร์ทโฟน ผ

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศการสื่อสาร ได้เผยผลสำรวจพฤติกรรมคนไทยกับการซื้อสินค้าและบริการทางออนไลน์

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศการสื่อสาร ได้เผยผลสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อิเทอร์เน็ตในปี 2558

Strategic Move

บรรยากาศของ “สถานที่” ได้กลายเป็นหนึ่งใน “ยุทธศาสตร์”การขับเคลื่อนองค์กรไปแล้ว ออฟฟิศยุคนี้ จึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่สถานที่ทำงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ให้พนักงานได้ Happy Work Place ได้ ที่สร้างความฮือฮามากที่สุดก็คือมีการเปิดบ้านหลังใหม่ของ “กูเกิล”

หลังจากในช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา เวลาประมาณ 18.00 น. ได้เกิดกระแสอย่างหนักบนทวิตเตอร์ เมื่อมีผู้ใช้นามว่า ‏@BoyOfHeaven ได้แชร์ภาพบุคคลที่แต่งกายคล้าย "มือระเบิดราชประสงค์" บริเวณแยกแยกราชประสงค์ พร้อมข้อความระบุว่า "18.10 ทีมรายการอะไรไม่รู้เล่นพิเรน แต่งตัวเหมือนผู้ต้องสงสัย เข้ามาในศาลพระพรหม ตำรวจต้องเชิญออกไป คนตะโกนด่า แย่มากๆ"

ด้วยกระแสของธุรกิจร้านกาแฟยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะคนรุ่นใหม่มีความนิยมอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองมากขึ้น ทำให้ "อโรม่า กรุ๊ป" ผู้ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับกาแฟคั่วบด และอุปกรณ์เครื่องชงกาแฟพลอยได้รับอานิสงส์ตามไปด้วย

Social Media Club

จากเหตุการณ์ที่ลูกค้าได้เข้ารับประทานอาหารที่ร้านอาหารญี่ปุ่นโอโตยะ สาขาเดอะมอลล์ บางแค เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2558 พบสิ่งผิดปกติในเนื้อหมู จนเกิดข้อร้องเรียนในกระแสโซเชียลมีเดียนั้น

ใครที่ชื่นชอบการบันทึกเรื่องราวต่างๆ ของตัวเองลงบนโซเชียลมีเดียอาจได้เฮ เพราะมีรายงานว่าทางเฟซบุ๊ก (Facebook) กำลังปรับปรุงฟีเจอร์ “โน้ต” (Notes) ของตัวเองให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากขึ้น
       

Columnist

ในตลาดปัจจุบัน เราจะเห็นการแข่งขันที่ดุเดือด เพื่อจะอยากเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภค ลูกค้า หรือ Consumer behavior

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Trend

ตลาดมือถือจีนเริ่มเข้าสู่ภาวะถดถอย หลังบริษัทวิจัยตลาด “การ์ทเนอร์” (Gartner) พบข้อมูลว่า ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ยอดขายสมาร์ทโฟนในจีนลดลง 4 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี ค.ศ.2014

บริษัทโซนี่ หาเรื่องให้แฟนคลับเมตัลเกียร์แดนซามุไรเสียตังค์กันอีกครั้ง กับทัพสมาร์ทโฟน แท็บเลต และเครื่องเล่น MP3 ที่มาในตีมเกมสายลับสเนคภาคล่าสุด

ร้านกาแฟสตาร์บัคส์เมืองฮิโรซากิ จังหวัดอาโอะโมริ เป็นสาขาของร้านกาแฟชื่อดังที่ได้รับทั้งเสียงชื่นชมว่าสวยที่สุดในญี่ปุ่น ขณะเดียวกันก็เป็นสาขาที่อื้อฉาวที่สุด เนื่องจากตั้งขึ้นในโบราณสถานสำคัญในช่วงสงครามโลก

Global Wrap

โรงเรียนกวดวิชา “วาเซดะ” ในญี่ปุ่น เผยแพร่โฆษณาที่เรียกน้ำตาจากบรรดาพ่อแม่ โดยเตือนสติว่า พฤติกรรมแปลกๆของลูกน้อยอาจคือความฝันอันยิ่งใหญ่ของเขา

เอเอฟพี/รอยเตอร์ - ไฮเนเก้น บริษัทผู้ผลิตเบียร์ยักษ์ใหญ่จากเนเธอร์แลนด์ ประกาศเมื่อวันจันทร์ (13) ว่า บริษัทได้เปิดโรงงานผลิตมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ในพม่า ในความมุ่งหวังที่จะเข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่งในตลาดที่เติบโตสูงแห่งหนึ่งของภูมิภาคเอเชีย

บริษัทนินเทนโดออกแถลงการณ์แจ้งข่าวว่าประธานคนปัจจุบัน "ซาโตรุ อิวาตะ" ได้เสียชีวิตลงแล้วในวัย 55 ปี สาเหตุจากเนื้องอกบริเวณท่อน้ำดี

People

แมคแคน เวิลด์กรุ๊ป ประเทศไทย ประกาศแต่งตั้ง ยุพิน สุวรรณโสภณ มินซิ่ง เข้าดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer) โดยมีผลตั้งแต่ 1 กันยายน 2558

คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับ “วิชัย ทองแตง” มาอย่างดี จากทนายความที่ผันตัว มาสู่การเป็น นักลงทุน จนได้ฉายา พ่อมดตลาดหุ้น หลังจากที่เขาได้ทำการเข้าไปลงทุนในหลายบริษัท และหลากหลายธุรกิจ สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ทำให้ชื่อของวิชัย ทองแตงขึ้นไปอยู่บนทำเนียบมหาเศรษฐีไทยที่ในอันดับที่ 13 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จัดอันดับโดยนิตยสารฟอบส์

ต้องยอมรับว่า ยิ่งแก่ ยิ่งเนื้อหอม สำหรับพระเอกมาดอบอุ่น “ก้อง สหรัถ สังคปรีชา” ที่ปีนี้มีอายุ 47 ปีแล้ว แต่งานพรีเซนเตอร์ยังคงแน่นเอี้ยดไม่น้อยหน้าพระเอกรุ่นใหม่ไฟแรงคนไหน เพราะด้วยลุคที่ หล่อ เท่ส์ สมาร์ท ดูอบอุ่น และชื่อเสียงไม่เสียหาย จึงทำให้ก้อง สหรัถ กลายเป็นที่ถูกตาต้องใจของแบรนด์สินค้าหลายๆแบรนด์

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร
ตรีทิพ จันทร์โต

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
เฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348