กระบะ-อีโค่คาร์ ขับกินเลน รถ B-Car

ตลาดรถนั่งขนาดเล็ก เครื่องยนต์ 1500 ซีซี หรือรถประเภท B-Car เป็นอีกตลาดหนึ่งที่มีการเติบโต และแข่งขันกันสูงรองลงมาจากตลาดรถกระบะ เนื่องจากตลาดรถขนาดนี้เป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มีกำลังซื้อจำกัด และต้องการใช้รถขนาดเล็กเพื่อความประหยัดทั้งด้านการซื้อ และค่าใช้จ่ายเรื่องเชื้อเพลิง

รถ B-Car เริงร่า และเก็บลูกค้าไปมากมายและต่อเนื่อง แม้จะมีผู้ผลิตรถหลายรายเข้ามาร่วม แต่ตลาดก็ยังเติบโต และน่าพึงพอใจสำหรับผู้ผลิตทุกราย

ตลาดรถ B-Car ขณะนี้มีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 65% ในตลาดรวมรถเก๋ง สะท้อนให้เห็นทิศทางตลาดและความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี และคาดว่าปีนี้ยอดขานรถ B-Car จะอยู่ที่ประมาณ 2.5-2.6 แสนคัน ส่วนปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 2.2 แสนคัน

Eco Car - คืน 1 แสนบาท ทุบ B-Car

จนเมื่อการมาถึงรถอีโค่คาร์ การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับโครงสร้างตลาดรถทันที เพราะรถอีโค่คาร์ไล่กินส่วนแบ่งตลาดรถกระบะ รถ B-Car อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากความได้เปรียบเรื่องราคา และการประหยัดน้ำมัน ทำให้รถอีโค่คาร์ที่หลายค่ายประเมินว่าเกิดยาก และไม่น่าจะรอด

ทุกวันนี้ อีโค่คาร์อย่างนิสสัน มาร์ช ก็ต่ออายุและช่วยชีวิตนิสสันไว้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ พร้อมๆ กับการเข้ามาของฮอนด้า บรีโอ้ ก็เขย่าตลาดมากพอสมควร และปลายปีนี้ มิตซูบิชิ รายที่ 3 ของอีโค่คาร์ก็จะตามมา

รถ B-Car กำลังถูกแย่งชิงตลาด และถูกท้าทายอย่างหนัก ถ้าบอกว่าผู้เล่นในตลาดนี้ไม่หวั่นรถอีโค่คาร์ก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะตลาดของรถ 2 กลุ่มนี้ทับซ้อนกันอยู่ ผู้บริโภคสามารถเปลี่ยนใจได้ตลอดเวลา

พร้อมกับแรงบวกของนโยบายคืนเงิน 1 แสนบาทสำหรับรถคันแรกของรัฐบาลชุดใหม่ ทำให้ตลาดรถโดยรวมปั่นป่วนเพิ่มขึ้น เพราะความจูงใจในเรื่องของราคารถที่ถูกลงมาถึง 1 แสนบาทค่ายรถยนต์ทุกรายต่างก็หวังว่านโยบายนี้จะทำให้ยอดขายรถพุ่งถึงขีดสุดอีกครั้ง

แต่เมื่อมาตรการของรัฐบาลให้สิทธิ์นี้กับรถกระบะและรถอีโคค่าร์ ทำให้ตลาดรถ B-Car ที่กำลังมีทีท่าว่าจะได้รับผลดีจากมาตรการนี้ก็กลายเป็นฝันค้าง และส่วนแบ่งในตลาดก็กำลังจะถูกแย่งด้วยรถกระบะและรถอีโค่คาร์แบบไม่ทันตั้งตัว

Mazda 2 เปลี่ยนกลยุทธ์การตลาดรับมือ

ต้องบอกว่า มาสด้า 2 มองตลาดรถ B–Sagment อย่างจริงจัง และเกาะติดไม่ยอดให้หลุดกระแสไปแม้วินาทีเดียว ตั้งแต่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2552 พร้อมกับได้รับความสนใจจากผู้บริโภคในระดับที่มาสด้าคาดไม่ถึงเช่นกัน

มาสด้า 2 เมื่อเทียบชั้น ชื่อเสียงกับคู่แข่งในตลาดระดับเดียวกันแล้ว ต้องยอมรับว่าไล่ตามแชมป์อย่างโตโยต้า วีออส ฮอนด้า ซิตี้ อย่างเหน็ดเหนื่อยทีเดียว แต่สิ่งที่มาสด้า 2 ทำ ไม่ใช่การวิ่งเข้าไปหาเบอร์หนึ่ง แต่วิ่งห่างออกมา พร้อมกับดึงผู้บริโภคส่วนหนึ่งออกมา และวิ่งในถนนที่มาสด้าสร้างขึ้นมาเอง

มาสด้า 2 สร้างลูกค้าของตัวสินค้าขึ้นมาเองอย่างชัดเจน สุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี
ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ยิ่งขายมานาน ความชัดเจนของแบรนด์มาสด้า 2 กับผู้บริโภคชัดเจนขึ้น ไม่คลุมเครือเหมือนช่วงเปิดตัว ขณะนี้รู้แล้วว่าสินค้าอยู่ตรงไหน ผู้บริโภคคือใคร

สุรีทิพย์ใช้วิธีการเปลี่ยนระบุชื่อรุ่น เพื่อทำการตลาดใหม่อีกครั้งหลังจากทำตลาดมาได้เกือบ 2 ปี เธอบอกว่า “มาสด้า 2 รุ่น 5 ประตู ใช้ชื่อ New Mazda 2 Sports และรุ่น 4 ประตู ใช้ชื่อ News Mazda 2 Elegance เพื่อสร้างการรับรู้ในแบรนด์และความใหม่ของรถยนต์แต่ละรุ่นผ่านการสื่อสารการตลาดแบบครบวงจร”

การปรับเปลี่ยนให้มีชื่อรุ่นที่ชัดเจน แตกต่างจากการทำการตลาดแบบเดิม เป็นไปตามแนวคิดของมาสด้า ที่เริ่มมาจากการใช้พรีเซ็นเตอร์มาเป็นตัวแทนของผู้ใช้รถ ไม่ใช่เป็นตัวแทนของรถ

เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ ถูกกำหนดให้เป็นตัวแทนของผู้ใช้ที่ต้องการความโฉบเฉี่ยว ทันสมัยในมาสด้า 2 รุ่น 5 ประตู ส่วน ณเดชน์ คูกิมิยะ ถูกกำหนดให้เป็นตัวแทนของคนทำงาน ต้องการความมั่นคงทั้งการทำงาน และการใช้ชีวิต ในมาสด้า 2 รุ่น 4 ประตู

ทั้ง 2 คนถูกสร้างขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกที่เป็นพรีเซ็นเตอร์ที่ยังไม่มีการระบุชื่อรุ่น จนมาถึงขณะนี้ทั้ง 2 คนเป็นตัวแทนของรถที่มีชื่อรุ่นเรียกหาอย่างชัดเจน ไม่ใช่มาสด้า 2 รุ่น 4 ประตู หรือ 5 ประตู

การทำเช่นนี้หมายความว่าทั้งตัวสินค้าและตัวพรีเซ็นเตอร์ ต้องได้รับการยอมรับจากลูกค้า และตลาดมากทีเดียว ซึ่งก็น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะยอดขายของมาสด้า 2 ยังคงเป็นสินค้าหลักของมาสด้าในประเทศไทยอยู่เช่นเดิม

แต่ถึงจะมีชื่อรุ่นเรียกหาชัดเจน แต่เชื่อเถอะว่าผู้ซื้อรถก็ยังคงเรียกมาสด้า 2 ว่าเป็นรุ่น เป้ หรือ ณเดชน์ อยู่ต่อไป จนกว่าจะเปลี่ยนพรีเซ็นเตอร์นั่นแหละ

สิ่งที่มาสด้าปรับตัวอย่างชัดเจนในการแข่งขันตลาดรถ B–Car ก็คือ การปรับตัวสินค้า จากเดิมที่การขายรถเก๋งจะเริ่มต้นจากรุ่นล่าง รุ่นกลาง และรุ่นสูงสุด เป็นแนวทางนี้มานาน

รถรุ่นล่างจะไม่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เป็นรถแบบพึ่งพาตัวเองมากที่สุด แต่มีราคาถูกที่สุด มาสด้า 2 ช่วงแรกก็ทำการตลาดแบบนี้ แต่ครั้งนี้มาสด้า 2 ตัดรุ่นล่างสุดทิ้งไป เพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และอุปกรณ์พื้นฐาน เช่น ล้อแม็ก ถุงลมนิรภัย เบรก ABS เข้าไปในรถทุกรุ่น พร้อมกับปรับราคาขึ้น 10,000 – 20,000 บาท

“การใส่อุปกรณ์มาตรฐานสูงขึ้นในรถทุกรุ่น มีมูลค่ามากกว่าราคาขายที่ปรับขึ้น” สุรีทิพย์ให้รายละเอียด

การปรับวิธีการขายแบบนี้ทางมาสด้าบอกว่ามาจากการสอบถามผู้ซื้อ ที่ส่วนใหญ่ตั้งใจมาดูรถรุ่นล่าง แต่สุดท้ายตัดสินใจซื้อรุ่นที่มีอุปกรณ์มาตรฐานครบถ้วนกว่า

วิธีการนี้ทำให้มาสด้ากำหนดกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน และกำหนดเป้าหมายในการแข่งขันกับคู่แข่งให้แคบลง มาสด้าไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าเป็นรถที่มีราคาต่ำกว่าคู่แข่ง แต่ขายความครบถ้วนของตัวรถ เช่น สมรรถนะ อุปกรณ์มาตรฐาน

มาสด้าสร้างตลาดของตัวเองขึ้นมา หากคู่แข่งจะเข้ามาก็ต้องทำตามกฎเกณฑ์ที่มาสด้าเขียนไว้ พร้อมๆ กับให้รถสร้างความเชื่อถือให้กับผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อยๆ

อย่างน้อยมาตรการคืนเงิน 100,000 บาทสำหรับรถยนต์คันแรก ก็ทำให้มาสด้า 2 ลงมือเปลี่ยนแปลงตัวเองหลายประการ เพื่อชิงลูกค้าให้ได้มากที่สุด

TOYOTA Vios สินค้าเก่า โปรโมชั่นใหม่

ถ้าตลาดรถ B-Car แล้ว ก็ต้องให้โตโยต้า วีออส เป็นตัวละครหลัก เพราะตลาดนี้โตโยต้าขายเป็นหนึ่งมาอย่างต่อเนื่อง

วิเชียร เอมประเสริฐสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด บอกว่า Vios เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2540 จนถึงขณะนี้เป็นรุ่นที่ 3 มียอดจำหน่ายรวมกว่า 500,000 คัน

โตโยต้ามีความภูมิใจในรถรุ่นนี้ไม่น้อยทีเดียว แม้ว่าจะมีเสียงบ่นจากผู้บริโภคมาตลอดว่าใช้เทคโนโลยีที่ล้าสมัย และออกแบบไม่สวยก็ตาม การทำตลาดของโตโยต้าก็ยังคงเป็นแนวทางเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ในขณะที่คู่แข่งทั้งอีโค่คาร์และ B-Car ต่างปรับตัวสินค้ากันอย่างมากมาย เพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานที่สูงขึ้น เพื่อดึงลูกค้าให้มากที่สุด

แต่ โตโยต้า วีออส เลือกการเปลี่ยนโปรโมชั่นและพรีเซ็นเตอร์ ด้วยกิจกรรมการตลาด “VIOS We Love” ให้ช้อปปิ้งฟรีที่ห้างบิ๊กซี สำหรับลูกค้าซื้อรถวีออส เสริมด้วยกิจกรรม VIOS We Love photo contest ประกวดภาพถ่ายคู่กับรถวีออสคู่ใจ และส่งท้ายปีกับคอนเสิร์ต

พร้อมกับเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ เต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ ซึ่งเข้ามาเสริมภาพลักษณ์ร่วมกับ โจ-ภานุพล เอกเพชร และ ว่าน-ธนกฤต พานิชวิทย์

โตโยต้าเลือกใช้แคมเปญทางการเงินมาเป็นตัวดึงลูกค้า ด้วยการใช้ดอกเบี้ย 1.49% และแคมเปญ Triple Zero คือ ดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน ผ่อน 0 บาท ในเดือนแรก และไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน

ความเคลื่อนไหวของโตโยต้าในการปรับเปลี่ยนรูปโฉมของวีออส ยังจะไม่เกิดขึ้นจนถึงกลางปีหน้า เพราะยอดขายของรถรุ่นนี้ยังคงอยู่ในระดับที่น่าพอใจ อีกทั้งคู่แข่งที่ไล่ตามหลังอย่างฮอนด้าก็ไม่ได้แรงหรือมีความฮือฮามากเท่าใดนัก

โตโยต้าเลือกวิ่งอยู่ข้างหน้า แบบประคับประคองตำแหน่ง ไม่ให้ยอดขายตกลงมามากนัก พร้อมกับจับตาดูคู่แข่งอยู่ห่างๆ แต่ไม่แน่ว่าหากนโยบายรถคันแรกลด 100,000 บาท ออกมาอย่างจริงจัง โตโยต้าอาจมีการปรับเปลี่ยนแผนการตลาดบ้าง

แต่เมื่อย้อนกลับไปดูการเลือกใช้แคมเปญทางการเงินของโตโยต้าสำหรับรถวีออสแล้ว คือการอิงกับนโยบายรถคันแรกเช่นกัน

เมื่อลูกค้าซื้อรถคันแลรกแล้วได้ลดราคา 100,000 บาท เมื่อผนึกรวมกับดอกเบี้ย 0% ราคาของรถรุ่นนี้ก็ถือว่าถูกลงมาก และผู้ซื้อสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น

Brand ที่แข็งแกร่ง ราคาถูกลง ดอกเบี้ยต่ำ วีออสก็คงเป็นทางเลือกแรกๆ ของคนซื้อรถ B-Car อยู่ต่อไป

HONDA City ปรับโฉมแต่งหน้า แต่งตาใหม่

ผู้เล่นหลักอีก Brand หนึ่งในตลาดรถ B-Car ก็คือ ฮอนด้า ที่ไล่ตามหลังโยโยต้ามาตลอด ฮอนด้า ซิตี้ คือรุ่นที่ออกมาประกบกับวีออสตั้งแต่ต้น ซิตี้รุ่นปัจจุบันมีอายุกว่า 3 ปีแล้ว ก็ถึงเวลาปรับแต่งหน้าตากันบ้าง

อาซึชิ ฟูจิโมโตะ ประธานบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า ความต้องการรถยนต์นั่งทั้งในประเภทซับคอมแพค และคอมแพคทำให้มียอดขายรถยนต์คิดเป็น 79% ของยอดขายรถยนต์นั่งทั้งหมดในปี 2553 และมีแนวโน้มว่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันในปี 2554 และ 2555 รถขนาดซับคอมแพคจะมีส่วนแบ่งประมาณ 50% ของยอดขายรถยนต์นั่งในประเทศไทย

รถซับคอมแพคที่ประธานออนด้ากล่าวถึงก็คือ รถกลุ่ม B-Car นั่นเอง และในรถกลุ่มนี้ฮอนด้า ซิตี้มียอดขายเป็นอันดับหนึ่งของค่ายฮอนด้า ในขณะที่ฮอนด้า แจ๊ซอยู่ในอันดับที่สาม

ในเดือนกันยายนนี้ ฮอนด้า ซิตี้ รุ่นปรับโฉมจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ความใหม่ของรถรุ่นนี้คือการเปลี่ยนกระจังหน้า และกันชนท้าย เพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกตามแบบรถรุ่นใหม่ อุปกรณ์มาตรฐานยังเหมือนเดิม ในส่วนของราคาคงเป็นไปตามธรรมเนียมของฮอนด้าที่อาจจะเพิ่มขึ้น 20,000 บาท

การปรับโฉมย่อยของฮอนด้าครั้งนี้ เป็นแนวทางที่คล้ายกับมาสด้า 2 โดยมุ่งไปที่ตัวสินค้า ปรับอุปกรณ์มาตรฐานติดรถให้สูงขึ้น ใช้ความหรูหราเข้ามาเป็นจุดขายมากขึ้น อย่างน้อยก็เพื่อเปิดทางให้กับฮอนด้า บริโอ้ ให้มีโอกาสในการขยายตลาดได้มากขึ้น ไม่ต้องมาแย่งตลาดกันเอง จึงต้องมีการวางตำแหน่งสินค้า และราคาที่ชัดเจนขึ้น

ฮอนด้า ซิตี้ ก็คงไม่ปล่อยให้วีออสสิ่งหนีไปไกลเท่าไหร่นัก ต้องวิ่งตามอย่างกระชั้นชิดเช่นเดิม

ค่ายอื่นก็ขาย B-Car

ไม่ใช่แค่จะมีเพียงสาม Brand นี้ที่ทำตลาดรถ B-Car ค่ายอื่นก็มีความเคลื่อนไหวเช่นกัน จากนี้ไปจนถึงสิ้นปี ค่ายรถต่างทั้งญี่ปุ่น เกาหลี อเมริกัน ก็จะมีรถกลุ่ม B-Car ออกมาเป็นระยะ

หลายค่ายที่เคยขายรถเก๋งขนาดเล็กแล้วล้มเลิกไป ก็จะกลับคืนตลาดอีกครั้งเช่นฮุนไดและเกียจากเกาหลี ส่วนค่ายอเมริกัน ฟอร์ด เฟียสต้า ก็ยังคงแทรกตลาดอยู่เป็นระยะ เช่นเดียวกับเชฟโรเลต อาวีโอ ที่ใช้พลังงานทางเลือก NGV มาเป็นจุดขาย ซีกรถอีโค่คาร์ จะได้เห็นมิตซูบิชิ โกลบอล สมอล และนิสสัน มาร์ช 4 ประตู

ทั้งหมดนี้คือเกมขายรถที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้

ประมาณการยอดขายรถยนต์ปี 2554
ปริมาณการขายรวม 900,000 คัน เพิ่มขึ้น 12.4%
รถยนต์นั่ง 410,000 คัน เพิ่มขึ้น 18.3%
ยอดขายรถยนต์ ม.ค. - มิ.ย. ปี 2554
ปริมาณการขายรวม 432,012 คัน เพิ่มขึ้น 21.1%
รถยนต์นั่ง 193,510 คัน เพิ่มขึ้น 26.3%
เปรียบเทียบยอดขายรถยนต์นั่ง
อันดับ มิ.ย. 54 มิ.ย. 53 ม.ค. - มิ.ย. 54 ม.ค. - มิ.ย. 53
1.โตโยต้า 14,013 12,018 76,747 62,532
2.ฮอนด้า 4,776 11,175 42,979 47,462
3.นิสสัน 4,324 3,576 23,851 11,339
4.มาสด้า 3,162 2,886 15,400 14,457
5.มิตซูบิชิ 862 709 4,218 3,781
รวมทั้งหมด 27,137 30,364 193,491 153,274
หน่วย : คัน
ยอดขายรถ Eco Car และรถขนาดเล็ก
อันดับ มิ.ย. 54 ม.ค.  -  มิ.ย. 54
1.นิสสัน มาร์ช 3,329 18,426
2.ฮอนด้า บริโอ้ 794 972
3.โปรตอน เซฟวี 121 387
4.เฌอรี่ คิวคิว 16 477
5.เฌอรี่ เอ1 6 329
รวมทั้งหมด 4,319 21,449
หน่วย : คัน
ยอดขายรถนั่ง B-Car
อันดับ มิ.ย. 54 ม.ค. - มิ.ย. 54
1.โตโยต้า วีออส 6,336 32,807
2.ฮอนด้า ซิตี้  1,663 17,008
3.มาสด้า 2 1,186 6,646
4.ฮอนด้า แจ๊ซ 1,140 9,837
5.โตโยต้า ยาริส 588 5,134
รวมทั้งหมด 15,246 92,734
หน่วย : คัน
ความเคลื่อนไหวของค่ายรถยนต์กลุ่ม B-Car
รถ กลยุทธ์ รูปแบบ ความเปลี่ยนแปลง
โตโยต้า วีออส ออกโปรโมชั่นใหม่, เพิ่มพรีเซ็นเตอร์, กิจกรรมดนตรี ดอกเบี้ยต่ำ, ดอกเบี้ย 0% รถรุ่นเดิมไม่มีการปรับเปลี่ยน
มาสด้า 2 ปรับโฉมย่อย, ตั้งชื่อรุ่น Sports และ Elegance เพิ่มอุปกรณ์มาตรฐาน, ไม่มีรุ่นล่าง ราคาเพิ่ม 10,000- 25,000 บาท มี 6 รุ่นย่อย
ฮอนด้า ซิตี้ ปรับโฉมย่อยเปลี่ยนกระจังหน้า, กันชนท้าย เพิ่มอุปกรณ์มาตรฐาน, ใช้พลังงาน NGV เปิดตัวกันยายน, ปรับราคาเพิ่ม
ฮุนได นำเข้าฮุนได แอคเซนต์ รถเก๋งขนาดเล็ก เปิดตัวมอเตอร์โชว์ปลายปี
เกีย นำเข้า เกีย ริโอ รถเก๋งขนาดเล็ก เปิดตัวมอเตอร์โชว์ปลายปี

Consumer Insight

เทเลนอร์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นคนหนุ่มสาวในไทยและมาเลเซีย นิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยเปิดรับและใช้บริการใหม่ๆ บนโทรศัพท์มือถือเร็วกว่ากลุ่มคนรุ่นเดียวกันในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

Insight

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

นอกจากจำนวนสาขาต้องมากแล้ว การมี “ไซส์” ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายก็เป็นเรื่องสำคัญ ด้วยเหตุนี้เอง บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด จึงได้แตกฟอร์แมตร้านค้าใหม่ “ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์” เป็นโมเดลขนาดใหญ่สุด จากที่ท็อปส์เคยเปิดมา

“เพย์ทีวี” ธุรกิจที่ได้ชื่อว่า “ผันผวน” ที่สุด เมื่อ “ซีทีเอช” ควบกิจการ “จีเอ็มเอ็ม แซท” ซ้ำรอย “ไอบีซี” และ “ยูทีวี” ในอดีต 20 ปีที่แล้ว หวังปักหลักสู้ศึก “ทรูวิชั่นส์” ในสังเวียนการแข่งขันที่กำลังพลิกโฉมหน้าไปอีกครั้ง

Strategic Move

นอกจากจะต้องเร่งมือพัฒนา“คอนเท้นท์” เพื่อดึงดูดคนดูแล้ว เรื่องของโฆษณาและประชาสัมพันธ์สำหรับดิจิตอลทีวีก็เป็นเรื่องจำเป็น ล่าสุด “นิวทีวี” ดิจิตอลทีวีของค่ายเดลินิวส์ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด จึงเปิดตัว สติกเกอร์ไลน์ New Boyz (นิวบอยซ์)

แคมเปญชวนบริจาคเงินสุดไวรัลบนโลกออนไลน์ #IceBucketChallengeTH แพร่ขยายเข้าไทยแล้ว โดย 2 ซีอีโอค่ายมือถือของไทย John Eddy Abdullah CEO dtac ตามติดๆ มาด้วยสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO AIS ก็รับคำท้าเช่นกัน

สินค้าหรือบริการยุคนี้ หากต้องการสร้างการรับรู้ให้ถึงกลุ่มคนได้รวดเร็ว การเลือกใช้ ดารา หรือ คนดังมาเป็น “แบรนด์แอมบาสเดอร์” หรือ พรีเซนเตอร์ มาเป็นตัวแทนให้กับแบรนด์ยังเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดยอดนิยมเสมอมา

Social Media Club

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ภูมิทัศน์สื่อ (media landscape) วันนี้เปลี่ยนไปมาก เพราะการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ (new media) อย่างอินเทอร์เน็ต หรือ สื่อสังคมออนไลน์ (social media) ทำให้สื่อมวลชน หรือสื่อยุคเก่าต้องปรับตัวในการทำงานและการสื่อสารเพื่อเข้าถึงมวลชนในลักษณะที่ต้องเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488