การตลาดเชิงรุก ”สุวรรณภูมิ”

หากทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมาย หลังวันที่ 28 กันยายน 2549 เมื่อสนามบินสุวรรณภูมิ เปิดให้บริการแล้ว จะเป็นเวลาเริ่มต้นอีกครั้งสำหรับคนทำงานของสนามบินสุวรรณภูมิ ท่ามกลางเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างมากมาย ทั้งการเพิ่มรายได้ และการสร้างภาพลักษณ์ของ ”สุวรรณภูมิ” ให้สายการบินต่างๆ มั่นใจที่จะมาใช้บริการ และที่สำคัญคือเป็นสนามบินที่คนไทยภาคภูมิใจ

เสื้อยืดโปโลสีเหลืองสด ที่ “สมชัย สวัสดีผล” ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด สวมใส่ในวันที่ทีมงาน POSITIONING ไปสัมภาษณ์เขาถึงที่ สำนักงานของ ทอท. ซึ่งตั้งอยู่ในสนามบินสุวรรณภูมิ อาจไม่แตกต่างไปจากข้าราชการ หรือประชาชนทั่วไปในเวลานี้นัก

แต่ถ้าสังเกตให้ดี ตัวอักษรคำว่า “Can do team” บนหน้าอกเสื้อของเขาในวันนั้น นอกจากจะสร้างความแตกต่างไปจากเสื้อเหลืองทั่วไปแล้ว ประโยคสั้นๆ นี้ เป็นเสมือนเครื่องย้ำเตือนให้กับชาวการท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. ว่า พวกเขาสามารถทำมันได้ หลังจากที่โครงการนี้ใช้เวลาไม่แล้ว 40 ปี ผ่านมาแล้วเกือบทุกรัฐบาล ภารกิจที่พวกเขาต้องทำต่อไป คือ การวาง Positioning ของสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อแข่งขันกับสนามบินในภูมิภาคนี้

“สมชัย สวัสดีผล” เป็นผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) คนล่าสุด ซึ่งผ่านการทำงานกับรัฐมนตรีมาเกือบทุกชุด เปิดฉากเล่าถึงการดำเนินงานของสนามบินสุวรรณภูมิในอนาคตว่าจากการคาดการณ์จำนวนผู้โดยสารในปีงบประมาณ 2550 (ตุลาคม 2549 –กันยายน 2550) หรือปีแรกของการเปิดใช้งานสนามบินสุวรรณภูมิ จะมีผู้โดยสาร 45.6 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นจากสนามบินดอนเมือง ในปีงบประมาณ 2549 จำนวน 6.6 % จึงเชื่อมั่นว่าสนามบินสุวรรณภูมิจะเป็นสนามบินที่มีรายได้ และมีอนาคตที่ดีในเชิงธุรกิจ แต่ก็ยังต้องแข่งขันกับสนามบินอื่นๆ ในภูมิภาคนี้

หน้าที่ของการบริหารสนามบิน นอกจากก่อสร้างเสร็จแล้ว ยังต้องดำเนินการจัดการให้กิจการมีรายได้ เพราะฉะนั้นการสร้างจุดขายเพื่อดึงทั้งผู้โดยสารและสายการบินมาใช้บริการจึงเป็นหน้าที่ที่ต้องดำเนินการต่อ

“สมชัย” ระบุว่า นอกจากสนามบินสุวรรณภูมิจะได้เปรียบจากที่ตั้งที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเชื่อมโยงสู่ประเทศอื่นในภูมิภาคนี้แล้ว บริษัทยังได้สร้างระบบการเก็บ ขนถ่าย และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า โดยวิธีการจัดการแบบ Free Zone อยู่ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ มีพื้นที่รวม 549,416 ตารางเมตร ที่เชื่อมโยงด้วยระบบไอที บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้วางแผนบริหารการขนส่ง การเคลื่อนย้ายสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การอำนวยความสะดวกสำหรับเครื่องบินด้วยรันเวย์ 2 เส้นทาง ความยาว 3,700 -4,000 เมตร ระยะห่าง 2,200 เมตร ทำให้เครื่องบินขึ้นลงได้พร้อมกัน ชั่วโมงละ 76 เที่ยวบิน ทำให้สายการบินประหยัดเวลาไม่ต้องรอขึ้น-ลงนาม ที่สำคัญคือประหยัดน้ำมัน

นอกจากนี้ การจัดเก็บค่าธรรมเนียมการใช้สนามบินจากเครื่องบิน (Airport Charge) เช่น ค่าลงจอด (Landing) ค่านำร่องเข้าที่จอด (Parking Navigation) และค่าธรรมเนียมอื่นๆ ยังต่ำกว่าสนามบินอื่นๆ เช่น เครื่องบินโบอิ้ง 747-400 โดยรวมต้องเสียค่าธรรมเนียมการใช้สนามบิน ที่สุวรรณภูมิ รวม 220,948 บาท ที่ชางฮี สิงคโปร์ ประมาณ 330,156 บาท ที่เชค แลป กอก ฮ่องกง 531,196 บาท นาริตะ ญี่ปุ่น 857,586 บาท

ในแง่ของการอำนวยความสะดวกสำหรับผู้โดยสารนั้น นอกจากพื้นที่ใช้งานที่กว้างขวางภายในอาคารผู้โดยสารแล้ว “สมชัย” บอกว่าการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ ยังสร้างความเพลิดเพลินให้กับผู้โดยสาร ด้วยคอนเซ็ปต์การออกแบบร้านค้าในส่วนของดิวตี้ฟรี และร้านค้าปลีก ของคิงเพาเวอร์ ที่จูงใจให้ผู้บริโภคจับจ่ายซื้อสินค้า เกิดความสุขในการช้อปปิ้ง เช่นดียวกับที่ดูไบ ที่หลายคนนิยมเดินทางไปเพื่อสินค้าปลอดภาษี

จุดสำคัญ คือ การติดตั้งระบบภายในสนามบินที่เกี่ยวกับเชิงพาณิชย์ การจำหน่ายสินค้า และบริการจะติดตั้งระบบ POS (Point of Sales) ที่ทำให้ ทอท.ได้ข้อมูลทันทีแบบเรียลไทม์ เมื่อมีการจำหน่ายสินค้า ซึ่งจะนำไปสู่การแบ่งรายได้ และผลประโยชน์ตามสัญญา ที่บริษัท King Power ได้รับสิทธิ์ไป รวมไปถึงยังสร้างบริการบันเทิงอื่นๆ อีกหลายรูปแบบสำหรับผู้โดยสาร ทั้งมินิเธียเตอร์ สปา

ไม่ใช่แค่ผู้โดยสารเท่านั้น ที่จะหิ้วโน้ตบุ๊ก ส่งอีเมล ค้นหาข้อมูล เล่น MSN ระหว่างรอขึ้นเครื่องในสนามบินสุวรรณภูมิเท่านั้น หากแต่พนักงานของ ทอท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังสามารถรับส่งข้อมูล ประสานงานกันด้วยเทคโนโลยีสื่อสารที่ทันสมัย ผ่านเครื่องพีดีเอ (PDA) เพราะนี่เป็นอีกจุดเด่นหนึ่งของสนามบินสุวรรณภูมิ ที่ต้องมีระบบ Wi-Fi ติดตั้งเพื่อให้บริการแก่ผู้โดยสาร โดยได้บริษัทดาต้าคราฟท์ มารับเหมาผู้ติดตั้งระบบภายในสนามบิน ส่วนการให้บริการ Wi-Fi แก่ลูกค้า จะผ่านบริษัท ทศท. คอร์ปอเรชั่น และทรู คอร์ปอเรชั่น

เมื่อมีของดีเป็นจุดเด่นมากมายเช่นนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่สนามบินสุวรรณภูมิต้องเร่งโปรโมตให้เป็นที่รับรู้ ช่วงเวลาที่เหลืออยู่อีกไม่กี่วันนับจากนี้ คือโค้งสุดท้ายที่ ทอท. ต้องเร่งโหมโฆษณาประชาสัมพันธ์ อย่างเห็นตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม 2549 จะปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับสนามบินสุวรรณภูมิผ่านสื่อต่างๆ อย่างมากมาย

“สมชัย” ระบุว่าการทำตลาดของสนามบินสุวรรณภูมิจะเป็นการทำตลาดในเชิงรุก นอกจากการใช้กลยุทธ์การลดค่าธรรมเนียมการใช้สนามบินให้กับสายการบิน การสร้างอาคารผู้โดยสารสำหรับสายการบินต้นทุนต่ำ (Low Cost Terminal) มูลค่า 600 ล้านบาท แล้ว ยังต้องสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสนามบิน และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าในรูปแบบเดียวกับที่เอกชนได้ทำ ที่เรียกว่า CRM (Customer Relation Management) เพราะสายการบินเป็นลูกค้าหลัก การทำ CRM จะช่วยให้ทราบความต้องการของลูกค้า และตอบสนองได้อย่างถูกต้อง รวมไปถึงการพัฒนาพื้นที่ทั้งในและนอกอาคารผู้โดยสาร เพื่อตอบสนองการเป็น ”นครสุวรรณภูมิ” ที่ในที่สุด จะส่งผลให้มีเที่ยวบินมาใช้บริการมากขึ้น

ไม่ต้องมีโลโก้

แม้ชื่อจะเป็นที่รู้จักกันดี แต่สนามบินสุวรรณภูมิกลับไม่มีทั้งป้ายชื่อ และโลโก้ ให้เห็นในสนามบินแม้แต่แห่งเดียว สมชัยบอกว่าเป็นเรื่องปกติของสนามบินที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ๆ ไม่จำเป็นต้องมีป้ายชื่อหรือโลโก้ ให้เห็น แต่จะใช้วิธีจดจำรูปลักษณ์ของตัวอาคารสนามบิน
“มองเห็นตัวอาคารของสนามบินเป็นรูปคลื่น ก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นสนามบิน สุวรรณภูมิ ในต่างประเทศเขาก็ไม่มีชื่อ หรือโลโก้ ให้เห็น”

คาดการณ์รายได้ของสนามบินสุวรรณภูมิในปีงบประมาณ 2550
(ตุลาคม 2549-กันยายน 2550) จากจำนวนผู้โดยสาร 45.6 ล้านคน
------------------------------------------------------------
รายการ รายได้ (ล้านบาท)
-----------------------------------------------------------
ค่าธรรมเนียมสนามบิน 3,481.87
ค่าธรรมเนียมการใช้สนามบิน 6,388.41
ค่าเครื่องอำนวยความสะดวก 303.91
ค่าเช่าสำนักงาน และพื้นที่ 1,377.49
รายได้เกี่ยวกับบริการ 2,612.68
รายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ 5,397.70

ที่มา : บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)

โครงการที่เอกชนมีส่วนเข้าลงทุนในสนามบินสุวรรณภูมิ
---------------------------------------------------------------------------------------------
โครงการ ผู้ประกอบการ
---------------------------------------------------------------------------------------------
อาคารคลังสินค้า (Cargo) -การบินไทย และบางกอกแอร์เวย์

ครัวการบิน (Catering) -การบินไทย, ครัวการบินกรุงเทพ และLSG Sky Chef

อุปกรณ์บริการภาคพื้น และ -การบินไทย

สิ่งอำนวยความสะดวก -บางกอกแอร์เวย์

ด้านการซ่อมบำรุงเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน -บาฟส์ และASIG

ระบบส่งน้ำมันเชื้อเพลงทางท่อ -ทาร์โก

ผลิตไฟฟ้าและน้ำเย็น -DCAP (ความร่วมมือระหว่างปตท. กฟผ. และ กฟน.)

ร้านค้าปลอดอากรภายใน -คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี

อาคารผู้โดยสาร พื้นที่ร้านค้าปลีกในอาคารผู้โดยสาร -คิงเพาเวอร์ สุวรรณภูมิ

งานป้ายโฆษณาในอาคาร ผู้โดยสาร และภายใน/ภายนอกอาคารเพียงเครื่องบิน -คิงเพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล

โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ -ร่วมทุนระหว่าง ทอท. การบินไทย และธนาคารกรุงไทย

ระบบสื่อสารโทรคมนาคมภายใน -ทีโอที กสท. และทรู คอร์ปอเรชั่น

สถานีบริการน้ำมัน -ปั้มน้ำมัน ปตท. และเชลล์

สถานีบริการก๊าซธรรมชาติ NGV -ปตท.

ระบบไฟฟ้า 400 Hz -Airport Facility

Consumer Insight

บริษัท นีลเส็น ได้รายงานผลการซื้อสื่อโฆษณาระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2557 พบว่า ยอดซื้อสื่อทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ แมกกาซีน โรงภาพยนตร์ สื่อนอกบ้าน สื่อในห้างสรรพสินค้า รวมทั้งสื่ออินเทอร์เน็ต มีมูลค่ารวม 49.738 ล้านบาท โดยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2556 พบว่า ติดลบ 9.38%

บริษัท PwC Consulting (ประเทศไทย) คาดการใช้จ่ายผ่านสื่อและบันเทิงของไทยในปี 2561 จะมีสูงกว่า 4.3 แสนล้านบาท ขณะที่อุตสาหกรรมสื่อและบันเทิง 5 ปีข้างหน้าเติบโตเฉลี่ย 7.3% ต่อปี แซงหน้าตลาดสหรัฐ-ยุโรปและอัตราการเติบโตเฉลี่ยทั่วโลก ผลมาจากการขยายตัวของธุรกิจโฆษณาออนไลน์ การใช้งานเคเบิ้ลทีวี และการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตที่เพิ่มสูงขึ้น

ที่ กรุงเทพฯ วันที่ 25 มิถุนายน 2557 ไอดีซีได้เปิดเผยรายงานสถานการณ์ตลาดโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยล่าสุด ซึ่งพบว่าระดับราคาของสมาร์ทโฟนที่ลดต่ำลงประกอบกับแรงผลักจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ได้กระตุ้นความนิยมในสินค้าสมาร์ทโฟนจนมียอดจัดส่งสูงกว่าฟีเจอร์โฟนเป็นครั้งแรก

Insight

รู้หรือไม่ว่า โลโก้ของแบรนด์ที่พบเห็นในปัจจุบันนั้น มีนัยยะอะไรซ่อนอยู่บ้าง โดยสิ่งที่ปรากฏในโลโก้นั้นเป็นได้ทั้งที่มาของแบรนด์ หรือเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ของแบรนด์เลยก็ได้ มาดู 12 โลโก้ ที่มีใจความอะไรแฝงอยู่

ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง น้องหมา และแมว ใครว่าเล่นๆ ตัวเลขทะลุ “หมื่นล้านบาท” ไปแล้ว และยังเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี ไม่น้อยกว่า 10-20%

เมื่อ “เฮาส์แบรนด์” กลายเป็นตลาดอันหอมหวานของวงการค้าปลีก...เฮาส์แบรนด์วันนี้ ไม่ใช่แค่สินค้าเพื่อตอบสนองผู้บริโภคระดับแมสที่ชื่นชอบ “ราคาถูก” เท่านั้น แต่กำลังผลักดันขึ้นชั้นสินค้าระดับ “พรีเมียม” เพื่อต่อกรกับ “แบรนด์ดัง”

Strategic Move

ต้องนับเป็นการปรับตัวของแบรนด์กาแฟชื่อดัง ที่ต้องรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เมื่อผู้บริโภคยุคนี้หันมาดื่มกาแฟสดกันมากขึ้น จนกลายเป็นยุคบูมร้านกาแฟสดที่เปิดสาขากันทั่วเมือง ทั้งแบรนด์ดังระดับพรีเมียม ไปจนถึงร้านกาแฟสดริมทางที่มีให้เลือกดื่มหลากหลายได้ตลอดเวลา ส่งผลมูลค่าของตลาดกาแฟสดเพิ่มขึ้นทุกปี

นอกจากสมาร์ทโฟน ที่ “ซัมซุง”เปิดเกมรุก ด้วยการทำตลาดตั้งแต่รุ่นไฮเอ็นท์ จนถึงรุ่นราคาถูกอย่าง ซัมซุง“ฮีโร่” เช่นเดียวกับในตลาดแท็บเล็ต ที่ซัมซุง มีสินค้าครอบคลุมทั้งตลาดแมส ระดับกลางและระดับพรีเมี่ยม

หลังจากเปิดสาขาในไทยมาได้ 3 ปี “ยูนิโคล่” แบรนด์ฟาสท์แฟชั่นจากญี่ปุ่น เปิดตัว “แบรนด์แอมบาสเดอร์” คู่ใหม่ “เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข” และ “เบลล่า-ราณี แคมเปน”

Social Media Club

วาตานาเบ นาโอโตโม และ แดซอก คิม สองดีไซน์เนอร์ จากบริษัทเนเวอร์ไลน์ ประเทศญีปุ่น ให้คำแนะนำแก่นักออกแบบชาวไทย ในการออกแบบ "สติ๊กเกอร์ไลน์" "ว่า" สติ๊กเกอร์ของคนไทยพยายามทำเป็น Global มากเกินไป ทำให้ไม่มีเอกลักษณ์ เพราะในตลาดใหญ่มีคาแร็คเตอร์ดังๆ อยู่แล้ว ทำให้สู้คาแร็คเตอร์เหล่านั้นยาก

ไลน์ ประเทศไทย อัพเดทตัวเลขรายได้ และจำนวนสติกเกอร์ จากการขายบน ครีเอเตอร์มาร์เก็ต (Creators Market) แพลตฟอร์มที่ไลน์ให้ผู้ใช้สามารถขายสติกเกอร์ ที่ผ่านการคัดเลือกจากไลน์วางขายใน LINE Store (เว็บขายสติกเกอร์และไอเทมเกม) ซึ่งผู้ขายจะได้รับส่วนแบ่ง 50%

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการแชร์เนื้อหาของแฟนเพจในเฟซบุ้คของแบรนด์ๆ หนึ่งบนโลกออนไลน์กันอย่างสนั่น ซึ่งเนื้อหาที่ว่านั้นทำให้ใครหลายคนอมยิ้มไปตามๆ กัน

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

กฎ 7 ข้อ ในการเล่าเรื่องข้ามสื่อ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสร้าง 3 อย่างนั้นได้, ต่อไปนี้ "กฎ 7 ข้อ ในการเล่าเรื่องข้ามสื่อ" ที่จะช่วยทำให้เนื้อหาสื่อกลายเป็นพระราชา หรือ "Content is the king."

สำหรับนักการตลาดแล้ว กระแสฟีเวอร์ของฟุตบอลโลกปีนี้ ไม่ได้อยู่ที่การรอลุ้นว่าใครจะเป็นแชมป์โลก แต่หมายถึงการ “วัดมูลค่าผลตอบแทน” ที่ได้รับจากทำการตลาดเกาะเทรนด์นี้ต่างหาก

Global Wrap

เค้กทิรามิสุชิ้นละ 50 หาได้ที่ไหนในกรุงเทพฯ? คำถามธรรมดาๆ ที่แทบจะกลายมาเป็นปัญหาเชาว์สำหรับวันที่ค่าครองชีพในเมืองหลวงมีแต่ถีบตัวขึ้นทุกวัน แต่ที่ “ไต้หวัน” ร้านแฟรนชายส์กาแฟ 85c (85 องศา) ยังขายเค้กหลายสิบรสในราคานี้อยู่ แถมวันนี้ได้ขยายไปเกือบ 800 สาขาทั้งในเอเชียและอเมริกา เขาทำได้อย่างไร? และใครอยู่เบื้องหลัง? วันนี้เราจะพามารู้จักกรณีศึกษาที่น่าสนใจจากเถ้าแก่ไต้หวันกัน!

ในวันสุดท้ายของปี 2013 รัฐบาลจีนประกาศอย่างเป็นทางการว่าอนุญาตให้หนุ่มสาวที่เป็นลูกคนเดียวทั้งสองฝ่าย เมื่อแต่งงานกันแล้วสามารถมีลูกได้ 2 คน! เท่ากับเป็นการสิ้นสุดนโยบายลูกคนเดียวที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 35 ปีก่อน! แบรนด์สินค้าอาหาร-เครื่องใช้ สำหรับเด็กต่างพากันตื่นเต้นอย่างสุดขีด เพราะโอกาสเพิ่มยอดขายเป็นสองเท่าได้เริ่มขึ้นแล้ว!

เน็ตเซเล็บ, ดารายูทูบ หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Internet celebrity เป็นหน้าต่างใหม่ของการเสพความบันเทิงแบบไร้ขีดจำกัดในโลกออนไลน์ คำว่า “ใครๆ ก็เป็นดาราได้” ก็กลายเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นในทุกที่ทั่วโลก

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488