การตลาดเชิงรุก ”สุวรรณภูมิ”

หากทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมาย หลังวันที่ 28 กันยายน 2549 เมื่อสนามบินสุวรรณภูมิ เปิดให้บริการแล้ว จะเป็นเวลาเริ่มต้นอีกครั้งสำหรับคนทำงานของสนามบินสุวรรณภูมิ ท่ามกลางเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างมากมาย ทั้งการเพิ่มรายได้ และการสร้างภาพลักษณ์ของ ”สุวรรณภูมิ” ให้สายการบินต่างๆ มั่นใจที่จะมาใช้บริการ และที่สำคัญคือเป็นสนามบินที่คนไทยภาคภูมิใจ

เสื้อยืดโปโลสีเหลืองสด ที่ “สมชัย สวัสดีผล” ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด สวมใส่ในวันที่ทีมงาน POSITIONING ไปสัมภาษณ์เขาถึงที่ สำนักงานของ ทอท. ซึ่งตั้งอยู่ในสนามบินสุวรรณภูมิ อาจไม่แตกต่างไปจากข้าราชการ หรือประชาชนทั่วไปในเวลานี้นัก

แต่ถ้าสังเกตให้ดี ตัวอักษรคำว่า “Can do team” บนหน้าอกเสื้อของเขาในวันนั้น นอกจากจะสร้างความแตกต่างไปจากเสื้อเหลืองทั่วไปแล้ว ประโยคสั้นๆ นี้ เป็นเสมือนเครื่องย้ำเตือนให้กับชาวการท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. ว่า พวกเขาสามารถทำมันได้ หลังจากที่โครงการนี้ใช้เวลาไม่แล้ว 40 ปี ผ่านมาแล้วเกือบทุกรัฐบาล ภารกิจที่พวกเขาต้องทำต่อไป คือ การวาง Positioning ของสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อแข่งขันกับสนามบินในภูมิภาคนี้

“สมชัย สวัสดีผล” เป็นผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) คนล่าสุด ซึ่งผ่านการทำงานกับรัฐมนตรีมาเกือบทุกชุด เปิดฉากเล่าถึงการดำเนินงานของสนามบินสุวรรณภูมิในอนาคตว่าจากการคาดการณ์จำนวนผู้โดยสารในปีงบประมาณ 2550 (ตุลาคม 2549 –กันยายน 2550) หรือปีแรกของการเปิดใช้งานสนามบินสุวรรณภูมิ จะมีผู้โดยสาร 45.6 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นจากสนามบินดอนเมือง ในปีงบประมาณ 2549 จำนวน 6.6 % จึงเชื่อมั่นว่าสนามบินสุวรรณภูมิจะเป็นสนามบินที่มีรายได้ และมีอนาคตที่ดีในเชิงธุรกิจ แต่ก็ยังต้องแข่งขันกับสนามบินอื่นๆ ในภูมิภาคนี้

หน้าที่ของการบริหารสนามบิน นอกจากก่อสร้างเสร็จแล้ว ยังต้องดำเนินการจัดการให้กิจการมีรายได้ เพราะฉะนั้นการสร้างจุดขายเพื่อดึงทั้งผู้โดยสารและสายการบินมาใช้บริการจึงเป็นหน้าที่ที่ต้องดำเนินการต่อ

“สมชัย” ระบุว่า นอกจากสนามบินสุวรรณภูมิจะได้เปรียบจากที่ตั้งที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเชื่อมโยงสู่ประเทศอื่นในภูมิภาคนี้แล้ว บริษัทยังได้สร้างระบบการเก็บ ขนถ่าย และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า โดยวิธีการจัดการแบบ Free Zone อยู่ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ มีพื้นที่รวม 549,416 ตารางเมตร ที่เชื่อมโยงด้วยระบบไอที บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้วางแผนบริหารการขนส่ง การเคลื่อนย้ายสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การอำนวยความสะดวกสำหรับเครื่องบินด้วยรันเวย์ 2 เส้นทาง ความยาว 3,700 -4,000 เมตร ระยะห่าง 2,200 เมตร ทำให้เครื่องบินขึ้นลงได้พร้อมกัน ชั่วโมงละ 76 เที่ยวบิน ทำให้สายการบินประหยัดเวลาไม่ต้องรอขึ้น-ลงนาม ที่สำคัญคือประหยัดน้ำมัน

นอกจากนี้ การจัดเก็บค่าธรรมเนียมการใช้สนามบินจากเครื่องบิน (Airport Charge) เช่น ค่าลงจอด (Landing) ค่านำร่องเข้าที่จอด (Parking Navigation) และค่าธรรมเนียมอื่นๆ ยังต่ำกว่าสนามบินอื่นๆ เช่น เครื่องบินโบอิ้ง 747-400 โดยรวมต้องเสียค่าธรรมเนียมการใช้สนามบิน ที่สุวรรณภูมิ รวม 220,948 บาท ที่ชางฮี สิงคโปร์ ประมาณ 330,156 บาท ที่เชค แลป กอก ฮ่องกง 531,196 บาท นาริตะ ญี่ปุ่น 857,586 บาท

ในแง่ของการอำนวยความสะดวกสำหรับผู้โดยสารนั้น นอกจากพื้นที่ใช้งานที่กว้างขวางภายในอาคารผู้โดยสารแล้ว “สมชัย” บอกว่าการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ ยังสร้างความเพลิดเพลินให้กับผู้โดยสาร ด้วยคอนเซ็ปต์การออกแบบร้านค้าในส่วนของดิวตี้ฟรี และร้านค้าปลีก ของคิงเพาเวอร์ ที่จูงใจให้ผู้บริโภคจับจ่ายซื้อสินค้า เกิดความสุขในการช้อปปิ้ง เช่นดียวกับที่ดูไบ ที่หลายคนนิยมเดินทางไปเพื่อสินค้าปลอดภาษี

จุดสำคัญ คือ การติดตั้งระบบภายในสนามบินที่เกี่ยวกับเชิงพาณิชย์ การจำหน่ายสินค้า และบริการจะติดตั้งระบบ POS (Point of Sales) ที่ทำให้ ทอท.ได้ข้อมูลทันทีแบบเรียลไทม์ เมื่อมีการจำหน่ายสินค้า ซึ่งจะนำไปสู่การแบ่งรายได้ และผลประโยชน์ตามสัญญา ที่บริษัท King Power ได้รับสิทธิ์ไป รวมไปถึงยังสร้างบริการบันเทิงอื่นๆ อีกหลายรูปแบบสำหรับผู้โดยสาร ทั้งมินิเธียเตอร์ สปา

ไม่ใช่แค่ผู้โดยสารเท่านั้น ที่จะหิ้วโน้ตบุ๊ก ส่งอีเมล ค้นหาข้อมูล เล่น MSN ระหว่างรอขึ้นเครื่องในสนามบินสุวรรณภูมิเท่านั้น หากแต่พนักงานของ ทอท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังสามารถรับส่งข้อมูล ประสานงานกันด้วยเทคโนโลยีสื่อสารที่ทันสมัย ผ่านเครื่องพีดีเอ (PDA) เพราะนี่เป็นอีกจุดเด่นหนึ่งของสนามบินสุวรรณภูมิ ที่ต้องมีระบบ Wi-Fi ติดตั้งเพื่อให้บริการแก่ผู้โดยสาร โดยได้บริษัทดาต้าคราฟท์ มารับเหมาผู้ติดตั้งระบบภายในสนามบิน ส่วนการให้บริการ Wi-Fi แก่ลูกค้า จะผ่านบริษัท ทศท. คอร์ปอเรชั่น และทรู คอร์ปอเรชั่น

เมื่อมีของดีเป็นจุดเด่นมากมายเช่นนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่สนามบินสุวรรณภูมิต้องเร่งโปรโมตให้เป็นที่รับรู้ ช่วงเวลาที่เหลืออยู่อีกไม่กี่วันนับจากนี้ คือโค้งสุดท้ายที่ ทอท. ต้องเร่งโหมโฆษณาประชาสัมพันธ์ อย่างเห็นตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม 2549 จะปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับสนามบินสุวรรณภูมิผ่านสื่อต่างๆ อย่างมากมาย

“สมชัย” ระบุว่าการทำตลาดของสนามบินสุวรรณภูมิจะเป็นการทำตลาดในเชิงรุก นอกจากการใช้กลยุทธ์การลดค่าธรรมเนียมการใช้สนามบินให้กับสายการบิน การสร้างอาคารผู้โดยสารสำหรับสายการบินต้นทุนต่ำ (Low Cost Terminal) มูลค่า 600 ล้านบาท แล้ว ยังต้องสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสนามบิน และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าในรูปแบบเดียวกับที่เอกชนได้ทำ ที่เรียกว่า CRM (Customer Relation Management) เพราะสายการบินเป็นลูกค้าหลัก การทำ CRM จะช่วยให้ทราบความต้องการของลูกค้า และตอบสนองได้อย่างถูกต้อง รวมไปถึงการพัฒนาพื้นที่ทั้งในและนอกอาคารผู้โดยสาร เพื่อตอบสนองการเป็น ”นครสุวรรณภูมิ” ที่ในที่สุด จะส่งผลให้มีเที่ยวบินมาใช้บริการมากขึ้น

ไม่ต้องมีโลโก้

แม้ชื่อจะเป็นที่รู้จักกันดี แต่สนามบินสุวรรณภูมิกลับไม่มีทั้งป้ายชื่อ และโลโก้ ให้เห็นในสนามบินแม้แต่แห่งเดียว สมชัยบอกว่าเป็นเรื่องปกติของสนามบินที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ๆ ไม่จำเป็นต้องมีป้ายชื่อหรือโลโก้ ให้เห็น แต่จะใช้วิธีจดจำรูปลักษณ์ของตัวอาคารสนามบิน
“มองเห็นตัวอาคารของสนามบินเป็นรูปคลื่น ก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นสนามบิน สุวรรณภูมิ ในต่างประเทศเขาก็ไม่มีชื่อ หรือโลโก้ ให้เห็น”

คาดการณ์รายได้ของสนามบินสุวรรณภูมิในปีงบประมาณ 2550
(ตุลาคม 2549-กันยายน 2550) จากจำนวนผู้โดยสาร 45.6 ล้านคน
------------------------------------------------------------
รายการ รายได้ (ล้านบาท)
-----------------------------------------------------------
ค่าธรรมเนียมสนามบิน 3,481.87
ค่าธรรมเนียมการใช้สนามบิน 6,388.41
ค่าเครื่องอำนวยความสะดวก 303.91
ค่าเช่าสำนักงาน และพื้นที่ 1,377.49
รายได้เกี่ยวกับบริการ 2,612.68
รายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ 5,397.70

ที่มา : บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)

โครงการที่เอกชนมีส่วนเข้าลงทุนในสนามบินสุวรรณภูมิ
---------------------------------------------------------------------------------------------
โครงการ ผู้ประกอบการ
---------------------------------------------------------------------------------------------
อาคารคลังสินค้า (Cargo) -การบินไทย และบางกอกแอร์เวย์

ครัวการบิน (Catering) -การบินไทย, ครัวการบินกรุงเทพ และLSG Sky Chef

อุปกรณ์บริการภาคพื้น และ -การบินไทย

สิ่งอำนวยความสะดวก -บางกอกแอร์เวย์

ด้านการซ่อมบำรุงเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน -บาฟส์ และASIG

ระบบส่งน้ำมันเชื้อเพลงทางท่อ -ทาร์โก

ผลิตไฟฟ้าและน้ำเย็น -DCAP (ความร่วมมือระหว่างปตท. กฟผ. และ กฟน.)

ร้านค้าปลอดอากรภายใน -คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี

อาคารผู้โดยสาร พื้นที่ร้านค้าปลีกในอาคารผู้โดยสาร -คิงเพาเวอร์ สุวรรณภูมิ

งานป้ายโฆษณาในอาคาร ผู้โดยสาร และภายใน/ภายนอกอาคารเพียงเครื่องบิน -คิงเพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล

โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ -ร่วมทุนระหว่าง ทอท. การบินไทย และธนาคารกรุงไทย

ระบบสื่อสารโทรคมนาคมภายใน -ทีโอที กสท. และทรู คอร์ปอเรชั่น

สถานีบริการน้ำมัน -ปั้มน้ำมัน ปตท. และเชลล์

สถานีบริการก๊าซธรรมชาติ NGV -ปตท.

ระบบไฟฟ้า 400 Hz -Airport Facility

Digital TV & Media

ทีประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) มีมติ “ไม่ทบทวน” ตามที่ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอทบทวนมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดให้โครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ภายใน 15 วัน

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

บริษัทเอซี นีลเส็น ได้รายงานยอดซื้อสื่อโฆษณาในเดือนกันยายน 2557 พบว่า ยอดยอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 8,651 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกันยายน 2556 มียอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 9,697ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.79%

Consumer Insight

หญิงสาว อายุระหว่าง 18-25 ปี ถือว่าเป็น “กลุ่มผู้บริโภคเนื้อหอม” ของนักการตลาดที่ต้องการเจาะตลาดมากเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์สินค้าต่างๆ แล้ว ยังเป็นวัยที่มีอำนาจในการตัดสินใจซื้อสูง และมีอิมแพ็คในการแชร์ข่าวสารของแบรนด์จากการติดโซเชียลมีเดีย แต่สาวๆเหล่านี้ พฤติกรรมที่ยากจะเข้าใจ

เมื่อพฤติกรรมการใช้สื่อหลากหลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน บริษัท ทีเอ็นเอส บริษัทวิจัยการตลาดข้ามชาติ ได้สำรวจพฤติกรรมของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต Connected Life ของไทย พบว่า คนไทยใช้เวลาบนโทรศัพท์มือถือ เข้าอินเทอร์เน็ต ดูทีวี เล่นแท็บเล็ท แต่ให้เวลากับหนังสือพิมพ์ วิทยุ ไม่กี่นาทีต่อวัน

เมื่อยุคที่การ “รีวิวสินค้า” กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดออนไลน์ยอดนิยม ที่หลายสินค้านำมาใช้ เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ที่มักจะเชื่อคำแนะนำจากเพื่อนฝูง และการบอกต่อในโลกออนไลน์มากกว่า “โฆษณา”

Insight

ต้องถือเป็น “จุดเปลี่ยน” ครั้งสำคัญของบริษัทยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย กับการแต่งตั้ง “สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ ขึ้นนั่งในตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร ของบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคข้ามชาติรายใหญ่ ที่มียอดขาย 40,000 ล้านบาทต่อปี ภายใต้ผลิตภัณฑ์ 30 กว่าแบรนด์ที่ทำตลาด เข้าถึงคนไทยทุกครัวเรือน คิดเฉลี่ยแล้วจะมีคนไทยใช้สินค้าของยูนิลีเวอร์อย่างน้อย 3 ครั้งในหนึ่งวัน

แม้ที่ผ่านมาสหพัฒน์ได้เคยออกฟังก์ชั่นนอลดริ้งก์ในแบรนด์ “i-Healti” มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ดูเหมือนว่าตลาดจะไม่หวือหวา มีส่วนแบ่งการตลาดไปได้ไม่ถึง 5% เท่านั้น จากมูลค่าตลาดรวม 7,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง 10% ต่อปี

ในศึกดิจิตอลทีวีอาร์เอสได้ส่งช่อง 8 ลงสมรภูมิไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย ถึงคราวที่อาร์เอสจะต้องลุยศึกในตลาดทีวีเคเบิ้ลและแซทเทิลไลท์ ที่ปัจจุบันครองตลาดถึง 70% จากภาพรวมธุรกิจทีวีทั้งหมดในประเทศไทย โดยอาร์เอสดัน “ช่อง 2” เป็นหัวหอกหลักในการทำตลาด ยังคงใช้จุดแข็งด้านรายการวาไรตี้บันเทิงเรื่องดารา โดยใช้พิธีกรที่มีชื่อเสียงเป็นตัวชูโรงรายการ

Strategic Move

หลังจากค่ายทรูมูฟ ประกาศเปิดจองไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัส ล่วงหน้าวันที่ 24 ตุลาคม ได้ไม่นาน ถัดมาไม่กี่ชั่วโมง ค่ายเอไอเอส ตามมาด้วยดีแทค ได่ประกาศ จำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2557 นี้

หลังจากแชร์ชื่อเล่นคนไทย ในแคมเปญ Share a Coke จนประสบความสำเร็จกันไปแล้ว โค้กยังคงเดินหน้าต่อยอดแคมเปญนี้ต่อไป ด้วยการออกแพ็คเกจจิ้งออกมาต่อเนื่อง อย่างเช่น แคมเปญฟุตบอลโลก และแฟนต้าชิคกี้แพ็ค

หลังจากแอปเปิลได้ประกาศ กำหนดการวางจำหน่ายไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัส ในไทย วันที่ 31 ตุลาคม 2557 ล่าสุด ค่ายทรูมูฟ เอช ประกาศวางจำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus อย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ตุลาคม 2557

Social Media Club

เชื่อว่าหลายคนคงจำคุณลุงฝรั่งคนหนึ่งพร้อมกับเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่พบในกรุงเทพฯ กับคลิปวิดีโอ “BKK 1st Time : ตอนโดนคนไทยด่าครั้งแรก” ด้วยสำนวนที่เป็นกันเองและมีถ้อยคำทะลึ่งเล็กน้อย แต่ทำให้คนดูรู้สึกสนุกและทำให้เกิดการแชร์ต่อไปมากมายบนโลกออนไลน์

Facebook เปิดตัว FBIQ แหล่งข้อมูลแห่งใหม่ที่ช่วยให้นักการตลาดเข้าใจผู้คนที่มีความแตกต่างในแง่ของเจเนอเรชั่น สถานที่อยู่ อุปกรณ์ที่ใช้ และเวลาที่เข้าใช้ ผ่านข้อมูลเชิงลึกและบทวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ

เมื่อ “เฟซบุ๊ค” ยังเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คครองความนิยมมาเป็นอันดับแรก บรรดาแบรนด์ต่างๆ จึงต้องมุ่งเน้นทำการสื่อสารบนเฟซบุ๊ค แต่การสื่อสารบนเฟซุบุ๊คไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย "บริษัทแอดยิ้ม ออนไลน์ เอเยนซี่" ได้นำเสนอ แนวทางการ การสร้างคอนเทนต์ที่ดีในเฟซบุ๊ค มีจุดร่วมที่ต้องให้ความใส่ใจ ควรคำนึงถึงในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทางเฟซบุ๊ค

Columnist

กระแสการทำตลาดย้อนยุค Retro Marketing / Retro Brand / Retro-Nova Marketing ในปัจจุบันเห็นการทำตลาดย้อนยุค ซึ่งการตลาดเรียกว่า Retro Marketing แต่อาจารย์ขอใช้คำว่า “Marketing Memory” คือการทำการตลาดกับความรู้สึก กับ ความทรงจำ

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

7 ปีก่อน เมื่อผู้เขียนกลับจากเมืองจีน หลายคนสงสัยว่าของแปลกๆ อย่างโต๊ะคอมที่แม้นอนบนเตียงก็ยังพิมพ์งานได้ รวมถึงรองเท้าไนกี้รุ่นที่ไม่เคยเห็นในท้องตลาดนั้นข้าพเจ้าได้มาอย่างไร ผู้เขียนจึงตอบไปแค่สั้นๆ ว่า “ช้อปจากเถาเป่า”

การทำอีเว้นท์แจก Sampling สินค้าตัวอย่างคงจะธรรมดาไปแล้วเรียบร้อย ยุคนี้ต้องไฮเทคกว่านั้น ออฟไลน์ หรือออนไลน์ต้องมีครบ

People

การขึ้นนั้งเก้าอี้ใหญ่ของ “สุพัตรา” จึงไม่ธรรมดา เธอเข้าทำงานในยูนิลีเวอร์มา 21 ปี ผ่านทั้งงาน “บู๊ และบุ๋น” ทั้งในไทย และในระดับภูมิภาค

คณะกรรมการธนาคารกสิกรไทย ประกาศแต่งตั้ง ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ เป็นรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย ดูแลสายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริกา

หลังจากซีอีโอคนเดิม กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ประกาศแต่งตั้ง กนิษฐ เมืองกระจ่าง รับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร แทน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ. ศ. 2557 เป็นต้นไป

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348