การเติบโตทางการค้าระหว่างไทยกับอาเซียน กับแนวโน้มของ AFTA

การส่งออกของไทยไปยังอาเซียนมีการเติบโตสูงนับตั้งแต่ปีที่ผ่านมา หลังจากการที่เขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ AFTA ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนมกราคมของปี 2546 ส่งผลให้สัดส่วนการส่งออกของไทยไปยังอาเซียนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นที่น่าจับตามองถึงผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อแนวโน้มการค้าของไทยจากการรวมกลุ่มเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค

ในปี 2546 ไทยมีการส่งออกไปยังอาเซียนคิดเป็นมูลค่า 16,537 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 22 และในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2547 การส่งออกไปยังอาเซียนยังคงขยายตัวในอัตราที่เร่งขึ้นที่ร้อยละ 38 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นตลาดที่มีการส่งออกขยายตัวสูงสุดในปีนี้ แซงหน้าตลาดจีนที่ 2 เดือนแรกการส่งออกขยายตัวร้อยละ 29 ชะลอลงจากร้อยละ 60 ในปี 2546

ในด้านการนำเข้าสินค้าจากกลุ่มอาเซียนในปี 2546 มีมูลค่า 12,490 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 15 และในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2547 การนำเข้าสินค้าจากอาเซียนยังคงขยายตัวต่อเนื่องในอัตราร้อยละ 24 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในปี 2546 ไทยมีการค้าเกินดุลกับกลุ่มอาเซียนคิดเป็นมูลค่า 4,047 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 47 จากปี 2545

การส่งออกไปยังอาเซียนที่เติบโตสูงกว่าตลาดหลักอื่นๆ ส่งผลให้สัดส่วนของการส่งออกของไทยไปอาเซียนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 19.7 ต่อมูลค่าการส่งออกโดยรวมในปี 2545 มาเป็นร้อยละ 20.6 ในปี 2546 และร้อยละ 22.4 ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2547 ขณะที่สัดส่วนการนำเข้าสินค้าจากอาเซียนไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก คืออยู่ที่ร้อยละ 16-17

และถ้าเปรียบเทียบกับประเทศอาเซียนอื่นๆ พบว่า ในปี 2546 ไทยมีอัตราการขยายตัวของการส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียนโดยรวมสูงกว่าประเทศอื่นๆ โดยมีอัตราขยายตัวร้อยละ 22 ขณะที่ฟิลิปปินส์ขยายตัวร้อยละ 14 มาเลเซียและอินโดนีเซียขยายตัวประมาณร้อยละ 7 และสิงคโปร์ขยายตัวร้อยละ 5

ประเด็นที่น่าสนใจคือ เขตการค้าเสรีอาเซียนจะนำไปสู่การขยายโอกาสทางการค้าระหว่างไทยกับอาเซียน ตลอดจนการขยายการค้าระหว่างกันภายในภูมิภาค (Intra-Regional Trade) อย่างยั่งยืนได้มากน้อยเพียงใด ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้วิเคราะห์ถึงแนวโน้มการส่งออกของไทยในภูมิภาคอาเซียน และปัจจัยที่จะมีผลต่ออนาคตของการค้าภายในภูมิภาคอาเซียนดังต่อไปนี้

จากการวิเคราะห์แนวโน้มการค้าระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศอาเซียน หลังจาก AFTA เริ่มต้นเดินหน้าอย่างเป็นทางการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีความเห็นว่า ไทยมีโอกาสที่จะขยายตลาดสินค้าในภูมิภาคอาเซียนได้เพิ่มขึ้น โดยปัจจัยเกื้อหนุนที่สำคัญคือ

- ไทยมีศักยภาพที่ในการส่งออกสินค้าที่อาเซียนมีความต้องการนำเข้าได้หลายรายการ ซึ่งการลดอุปสรรคทางภาษีน่าจะกระตุ้นให้การส่งออกมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น

- การลงทุนจากต่างประเทศ ที่เข้ามาใช้ไทยเป็นฐานการผลิตจะช่วยขยายฐานตลาดสินค้าโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมใหม่เพิ่มเติมจากโครงสร้างสินค้าที่อาเซียนมีการผลิตอยู่แต่ดั้งเดิม ซึ่งผลในทางอ้อมของการลดอุปสรรคทางภาษีผ่านการดึงดูดการลงทุนที่จะไปมีผลต่อการขยายการค้าภายในภูมิภาคนั้น อาจมีมากยิ่งกว่าผลในทางตรงของการลดอุปสรรคทางภาษีที่จะช่วยขยายการค้าในสินค้าที่มีการผลิตอยู่ดั้งเดิม

- ความได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ผสานกับแนวทางของรัฐบาลในการกำหนดเป้าหมายอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่ต้องการให้ไทยเป็นศูนย์กลาง หรือ ฮับของภูมิภาค คาดว่าจะเป็นแรงผลักดันสำคัญอีกประการหนึ่งที่จะให้ไทยขยายตลาดในอาเซียนได้มากขึ้น ซึ่งไทยมีข้อได้เปรียบสำคัญที่รายล้อมด้วยกลุ่มประเทศอินโดจีน และมีเส้นทางคมนาคมเชื่อมต่อไปยังภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน

อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าอาเซียนไม่สามารถยืนอยู่ได้ด้วยการพึ่งตัวเองเพียงอย่างเดียว การขยายการพึ่งพาการค้าภายในภูมิภาคคงจะดำเนินไปภายใต้ขอบเขตที่จำกัด เนื่องจากสาเหตุสำคัญคือ อาเซียนเป็นการรวมกลุ่มของประเทศกำลังพัฒนา ตลาดสำหรับสินค้าที่ผลิตในอาเซียนก็ยังคงต้องพึ่งพาอุปสงค์จากประเทศภายนอกกลุ่ม โดยเฉพาะตลาดสหรัฐ ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป ขณะที่ความต้องการสินค้าของประเทศอาเซียนเอง ส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทชิ้นส่วนและปัจจัยผลิตขั้นพื้นฐาน เพื่อนำไปผลิตหรือประกอบแล้วส่งออกไปอีกต่อหนึ่ง

นอกจากนี้ ประเทศในอาเซียนหลายประเทศมีโครงสร้างการผลิตสินค้าที่ใกล้เคียงกัน จึงมีการแข่งขันกันเองในตลาดสินค้าหลายรายการ ขณะเดียวกันก็แข่งขันเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งแต่ละประเทศมีความได้เปรียบที่จะทำให้ได้ประโยชน์จาก AFTA ในระดับที่แตกต่างกัน การกระจายผลประโยชน์สู่ประเทศต่างๆในระดับที่แตกต่างกันอาจมีผลต่อเสถียรภาพและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของการรวมกลุ่มอาเซียน

สำหรับกระแสของการที่ประเทศสมาชิกอาเซียนต่างเดินหน้าเปิดเจรจาเขตการค้าเสรีทวิภาคี (Bilateral FTA) อย่างแข็งขันนั้น ในด้านหนึ่งอาจมีข้อดีคือต้นทุนของการผลิตสินค้าที่ต่ำลงจากการลดอุปสรรคทางภาษีศุลกากรนำเข้าลงนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจและผู้บริโภคในอาเซียนโดยรวม รวมทั้งการที่ประเทศที่มีความพร้อมได้เริ่มทำข้อตกลงไปก่อน ข้อตกลงที่ทำไว้อาจนำมาใช้เป็นแม่แบบการเจรจากับประเทศอาเซียนอื่นตามมา ซึ่งจะลดระยะเวลาการเจรจาสำหรับสมาชิกอาเซียนอื่นได้

ขณะเดียวกัน การเจรจาทวิภาคีภายใต้กรอบใหญ่ของการเจรจาความร่วมมือในระดับอาเซียนกับประเทศพันธมิตร เช่น จีน อินเดีย ญี่ปุ่น น่าจะเป็นการปูทางไปสู่ข้อตกลงการค้าเสรีในกรอบของอาเซียนที่มีเป้าหมายจะจัดตั้งเป็นเขตการค้าเสรีเอเชียตะวันออก (EAFTA) ในที่สุด อย่างไรก็ตาม การที่แต่ละประเทศแยกทำข้อตกลงกับพันธมิตรนอกกลุ่มก็อาจทำให้เกิดการเบี่ยงเบนการค้าจากภายในภูมิภาคอาเซียนไปสู่การค้ากับประเทศนอกกลุ่มได้ ถ้าสินค้าจากประเทศคู่เจรจาทวิภาคีเป็นสินค้าที่แข่งขันกันกับสินค้าที่ผลิตได้ในอาเซียน รวมทั้งยังอาจสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ไม่เท่าเทียมกันระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของสมาชิกอาเซียน

ประเด็นในเชิงนโยบายที่ประเทศอาเซียนอาจต้องเผชิญต่อไปคือ การดำเนินนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของอาเซียนในระดับประเทศกับการรักษาเป้าหมายร่วมกันของอาเซียน ปัจจุบัน รัฐบาลของประเทศอาเซียนต่างก็มีความพยายามกำหนดมาตรการที่จะดำเนินการในเชิงยุทธศาสตร์เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และมาตรการที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการในประเทศ

ซึ่งในความเป็นจริงบางประเทศอาจกำหนดมาตรการอื่นๆเข้ามาใช้แทนภาษีศุลกากรที่ปรับลดลง ซึ่งยังคงเป็นอุปสรรคทางการค้า ประเทศสมาชิกอาเซียนต้องแสดงความตั้งใจที่จะขจัดอุปสรรคทางการค้าในทุกรูปแบบลง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการค้าเสรีและเป็นธรรม ก่อนที่จะก้าวไปสู่ขั้นตอนการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC (Asean Economic Community) ภายในปี 2563 ตามที่ได้มีการลงนาม ในปฏิญญาบาหลี (Bali Concord II) ในการประชุมสุดยอดผู้นำ (Asean Summit) ครั้งที่ 9 เมื่อเดือนตุลาคม 2546 ที่ผ่านมา

Digital TV & Media

จากการเปิดเผยตัวเลขรายได้ของผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล ปี 2557 ที่แจ้งมายังคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช)

เปิดโผรายได้ 24 ช่อง ทีวีดิจิตอล ปี 2557 ทำเงิน 3,633,230,983.30 บาท จ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาตไป 72,114,619.69 บาท ระบุช่องที่มีฐานธุรกิจเดิมได้เปรียบ ช่องเกิดใหม่ ลงทุนไม่ต่ำกว่าปีละ 2 พันล้าน รายได้หลักสิบล้าน

นีลเส็น ประเทศไทย เปิดเผย 10 อันดับของแบรนด์ที่ใช้งบซื้อสื่อโฆษณาสูงสุดของเดือนกรกฎาคม 2558 ผลปรากฎว่า บริษัทไทยประกันชีวิต เป็นแบรนด์อันดับ 1 ที่ใช้งบโฆษณาสูงสุด 140 ล้านบาท เป็นผลมาจากการออกโฆษณาชุดใหม่ Follow The Father ตั้งคำถาม…คุณจะแค่รักในหลวง หรืออยากเดินตามรอยเท้าพ่อ ? เป็นแคมเปญโฆษณาอีกชุดหนึ่ง ที่มีคนติดตามดู กดไลค์ กดแชร์กัน ไม่แพ้โฆษณาแนวเรียกน้ำตาที่ผ่านมาของไทยประกันชีวิต

Insight

เมื่อต้องต่อกรกับคู่แข่งในตลาด แชทแอปพลิเคชันอย่าง “ไลน์” ที่ครองตลาดเมืองไทยไว้ชนิดที่แทบไม่เหลือพื้นที่ให้แชทแอปพลิเคชันรายอื่น ด้วยยอดผู้ใช้ทะลุไปมากกว่า 30 ล้านราย การไทอิน (Tie-in) ในซีรีส์และละครดัง ได้กลายเป็นหนึ่งในทางเลือกของ “วีแชท” และ “กาเกา ทอล์ก” ใช้ห้ำหั่นเพื่อแย่งชิงกลุ่มวัยรุ่นมาเป็นฐานผู้ใช้หลัก

การที่ ดารา นักร้อง คนดัง หันมาทำธุรกิจในยุคนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องแปลกใหม่ เหมือนอย่างที่ เสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ “เสก โลโซ” ได้หันมาทำ น้ำดื่ม เครื่องดื่มชูกำลัง เบียร์ และล่าสุดการทำสมาร์ทโฟนออกจำหน่าย
ยิ่งมีสื่อออนไลน์ โซเชียลมีเดียด้วยแล้ว เรื่องการโปรโมทให้แฟนคลับ ได้รับรู้ก็ยิ่งง่าย ไม่ต้องพึ่งพาสื่อเทรดดิชั่นแนลเหมือนในอดีต ยิ่งพอลงโปรโมทในเฟซบุ้ค อินสตราแกรม สื่อหลักก็นำไปเสนอเป็นข่าว ก็กลายเป็นว่าได้ประชาสัมพันธ์

ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอันหลากหลายของคนเมือง นำพาเอา “ค้าปลีก”รูปแบบใหม่ๆ สไตล์เท่ๆ ตั้งแต่ Truck food จนมาถึง Art Box ตลาดนัดตู้คอนเทนเนอร์ กำลังกลายเป็นกระแสใหม่ของการช้อปปิ้ง และสถานที่แฮงเอาท์ของคนเมือง

Consumer Insight

ในยุคปัจจุบันที่สามารถเรียกกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างเต็มปากว่า อยู่ในยุค The Transforming Consumer เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ถึงแม้จะมีสินค้าและบริการใหม่ๆ ออกมาในตลาด ก็พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนได้ทันที ซึ่ง “นวัตกรรม” เป็นส่วนสำคัญของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างแท้จริง

บริษัทมายรัม (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลโซลูชั่นส์ ได้สำรวจพฤติกรรมคนกรุงกับการใช้งานสมาร์ทโฟน ผ

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศการสื่อสาร ได้เผยผลสำรวจพฤติกรรมคนไทยกับการซื้อสินค้าและบริการทางออนไลน์

Strategic Move

บทความโดย : ธาม เชื้อสถาปนศิริ นักวิชาการสื่อสาธารณะ
 

ต้องบอกว่าการแข่งขันในตลาด "QSR" หรืออาหารฟาสต์ฟู๊ด กำลังดุเดือดมากที่เดียว เพราะไม่ใช่แค่แข่งขันกับแบรนด์เดิมท

บรรยากาศของ “สถานที่” ได้กลายเป็นหนึ่งใน “ยุทธศาสตร์”การขับเคลื่อนองค์กรไปแล้ว ออฟฟิศยุคนี้ จึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่สถานที่ทำงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ให้พนักงานได้ Happy Work Place ได้ ที่สร้างความฮือฮามากที่สุดก็คือมีการเปิดบ้านหลังใหม่ของ “กูเกิล”

Social Media Club

ธนาคารกรุงเทพ ร่อนจดหมายเตือนผูัใช้บริการ “บัวหลวงไอแบงกิ้ง” ให้ระวังแอปพลิเคชันปลอมจากกลุ่มมิจฉาชีพที่ส่งผ่าน SMS MMS อีเมล หรือหน้าจอหลอกลวง โดยแอบแฝงติดตั้งไวรัสเพื่อขโมยรหัสประจำตัวในการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านธนาคารอินเทอร์เน็ต พร้อมแนะ 4 ข้อควรปฏิบัติทันที

หลังจากที่หลายเดือนก่อน "เฟซบุ๊ก" ได้มีการประกาศรับสมัครตำแหน่ง

แม้ว่ากูเกิลจะเป็นเว็บไซต์ที่มีผู้เข้าเยี่ยมชมมากที่สุดในโลก แต่ตำแหน่งดังกล่าวก็ไม่อาจต้านทานความแรงของ “เฟซบุ๊ก” (Facebook) โซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ได้อีกต่อไป หลังมีข้อมูลพบว่า เฟซบุ๊กกำลังผงาดขึ้นเป็นผู้มีอิทธิพลต่อวงการสื่อทั่วโลก ด้วยการครองส่วนแบ่งทราฟฟิกของเว็บไซต์สื่อไว้ถึง 43 เปอร์เซ็นต์

Columnist

ในตลาดปัจจุบัน เราจะเห็นการแข่งขันที่ดุเดือด เพื่อจะอยากเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภค ลูกค้า หรือ Consumer behavior

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Trend

บริษัท docomo Healthcare ของญี่ปุ่น ได้เชิญประชาชนกลุ่มหนึ่งมาร่วมชมภาพยนตร์สยองขวัญที่ทางบริษัทสร้างขึ้น โดยจะมีการตรวจวัดการเผาผลาญพลังงานของร่างกายไปพร้อมๆกัน

ตลาดมือถือจีนเริ่มเข้าสู่ภาวะถดถอย หลังบริษัทวิจัยตลาด “การ์ทเนอร์” (Gartner) พบข้อมูลว่า ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ยอดขายสมาร์ทโฟนในจีนลดลง 4 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี ค.ศ.2014

บริษัทโซนี่ หาเรื่องให้แฟนคลับเมตัลเกียร์แดนซามุไรเสียตังค์กันอีกครั้ง กับทัพสมาร์ทโฟน แท็บเลต และเครื่องเล่น MP3 ที่มาในตีมเกมสายลับสเนคภาคล่าสุด

Global Wrap

โรงเรียนกวดวิชา “วาเซดะ” ในญี่ปุ่น เผยแพร่โฆษณาที่เรียกน้ำตาจากบรรดาพ่อแม่ โดยเตือนสติว่า พฤติกรรมแปลกๆของลูกน้อยอาจคือความฝันอันยิ่งใหญ่ของเขา

เอเอฟพี/รอยเตอร์ - ไฮเนเก้น บริษัทผู้ผลิตเบียร์ยักษ์ใหญ่จากเนเธอร์แลนด์ ประกาศเมื่อวันจันทร์ (13) ว่า บริษัทได้เปิดโรงงานผลิตมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ในพม่า ในความมุ่งหวังที่จะเข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่งในตลาดที่เติบโตสูงแห่งหนึ่งของภูมิภาคเอเชีย

บริษัทนินเทนโดออกแถลงการณ์แจ้งข่าวว่าประธานคนปัจจุบัน "ซาโตรุ อิวาตะ" ได้เสียชีวิตลงแล้วในวัย 55 ปี สาเหตุจากเนื้องอกบริเวณท่อน้ำดี

People

แมคแคน เวิลด์กรุ๊ป ประเทศไทย ประกาศแต่งตั้ง ยุพิน สุวรรณโสภณ มินซิ่ง เข้าดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer) โดยมีผลตั้งแต่ 1 กันยายน 2558

คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับ “วิชัย ทองแตง” มาอย่างดี จากทนายความที่ผันตัว มาสู่การเป็น นักลงทุน จนได้ฉายา พ่อมดตลาดหุ้น หลังจากที่เขาได้ทำการเข้าไปลงทุนในหลายบริษัท และหลากหลายธุรกิจ สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ทำให้ชื่อของวิชัย ทองแตงขึ้นไปอยู่บนทำเนียบมหาเศรษฐีไทยที่ในอันดับที่ 13 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จัดอันดับโดยนิตยสารฟอบส์

ต้องยอมรับว่า ยิ่งแก่ ยิ่งเนื้อหอม สำหรับพระเอกมาดอบอุ่น “ก้อง สหรัถ สังคปรีชา” ที่ปีนี้มีอายุ 47 ปีแล้ว แต่งานพรีเซนเตอร์ยังคงแน่นเอี้ยดไม่น้อยหน้าพระเอกรุ่นใหม่ไฟแรงคนไหน เพราะด้วยลุคที่ หล่อ เท่ส์ สมาร์ท ดูอบอุ่น และชื่อเสียงไม่เสียหาย จึงทำให้ก้อง สหรัถ กลายเป็นที่ถูกตาต้องใจของแบรนด์สินค้าหลายๆแบรนด์

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร
ตรีทิพ จันทร์โต

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
เฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348