การเติบโตทางการค้าระหว่างไทยกับอาเซียน กับแนวโน้มของ AFTA

การส่งออกของไทยไปยังอาเซียนมีการเติบโตสูงนับตั้งแต่ปีที่ผ่านมา หลังจากการที่เขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ AFTA ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนมกราคมของปี 2546 ส่งผลให้สัดส่วนการส่งออกของไทยไปยังอาเซียนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นที่น่าจับตามองถึงผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อแนวโน้มการค้าของไทยจากการรวมกลุ่มเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค

ในปี 2546 ไทยมีการส่งออกไปยังอาเซียนคิดเป็นมูลค่า 16,537 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 22 และในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2547 การส่งออกไปยังอาเซียนยังคงขยายตัวในอัตราที่เร่งขึ้นที่ร้อยละ 38 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นตลาดที่มีการส่งออกขยายตัวสูงสุดในปีนี้ แซงหน้าตลาดจีนที่ 2 เดือนแรกการส่งออกขยายตัวร้อยละ 29 ชะลอลงจากร้อยละ 60 ในปี 2546

ในด้านการนำเข้าสินค้าจากกลุ่มอาเซียนในปี 2546 มีมูลค่า 12,490 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 15 และในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2547 การนำเข้าสินค้าจากอาเซียนยังคงขยายตัวต่อเนื่องในอัตราร้อยละ 24 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในปี 2546 ไทยมีการค้าเกินดุลกับกลุ่มอาเซียนคิดเป็นมูลค่า 4,047 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 47 จากปี 2545

การส่งออกไปยังอาเซียนที่เติบโตสูงกว่าตลาดหลักอื่นๆ ส่งผลให้สัดส่วนของการส่งออกของไทยไปอาเซียนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 19.7 ต่อมูลค่าการส่งออกโดยรวมในปี 2545 มาเป็นร้อยละ 20.6 ในปี 2546 และร้อยละ 22.4 ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2547 ขณะที่สัดส่วนการนำเข้าสินค้าจากอาเซียนไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก คืออยู่ที่ร้อยละ 16-17

และถ้าเปรียบเทียบกับประเทศอาเซียนอื่นๆ พบว่า ในปี 2546 ไทยมีอัตราการขยายตัวของการส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียนโดยรวมสูงกว่าประเทศอื่นๆ โดยมีอัตราขยายตัวร้อยละ 22 ขณะที่ฟิลิปปินส์ขยายตัวร้อยละ 14 มาเลเซียและอินโดนีเซียขยายตัวประมาณร้อยละ 7 และสิงคโปร์ขยายตัวร้อยละ 5

ประเด็นที่น่าสนใจคือ เขตการค้าเสรีอาเซียนจะนำไปสู่การขยายโอกาสทางการค้าระหว่างไทยกับอาเซียน ตลอดจนการขยายการค้าระหว่างกันภายในภูมิภาค (Intra-Regional Trade) อย่างยั่งยืนได้มากน้อยเพียงใด ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้วิเคราะห์ถึงแนวโน้มการส่งออกของไทยในภูมิภาคอาเซียน และปัจจัยที่จะมีผลต่ออนาคตของการค้าภายในภูมิภาคอาเซียนดังต่อไปนี้

จากการวิเคราะห์แนวโน้มการค้าระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศอาเซียน หลังจาก AFTA เริ่มต้นเดินหน้าอย่างเป็นทางการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีความเห็นว่า ไทยมีโอกาสที่จะขยายตลาดสินค้าในภูมิภาคอาเซียนได้เพิ่มขึ้น โดยปัจจัยเกื้อหนุนที่สำคัญคือ

- ไทยมีศักยภาพที่ในการส่งออกสินค้าที่อาเซียนมีความต้องการนำเข้าได้หลายรายการ ซึ่งการลดอุปสรรคทางภาษีน่าจะกระตุ้นให้การส่งออกมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น

- การลงทุนจากต่างประเทศ ที่เข้ามาใช้ไทยเป็นฐานการผลิตจะช่วยขยายฐานตลาดสินค้าโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมใหม่เพิ่มเติมจากโครงสร้างสินค้าที่อาเซียนมีการผลิตอยู่แต่ดั้งเดิม ซึ่งผลในทางอ้อมของการลดอุปสรรคทางภาษีผ่านการดึงดูดการลงทุนที่จะไปมีผลต่อการขยายการค้าภายในภูมิภาคนั้น อาจมีมากยิ่งกว่าผลในทางตรงของการลดอุปสรรคทางภาษีที่จะช่วยขยายการค้าในสินค้าที่มีการผลิตอยู่ดั้งเดิม

- ความได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ผสานกับแนวทางของรัฐบาลในการกำหนดเป้าหมายอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่ต้องการให้ไทยเป็นศูนย์กลาง หรือ ฮับของภูมิภาค คาดว่าจะเป็นแรงผลักดันสำคัญอีกประการหนึ่งที่จะให้ไทยขยายตลาดในอาเซียนได้มากขึ้น ซึ่งไทยมีข้อได้เปรียบสำคัญที่รายล้อมด้วยกลุ่มประเทศอินโดจีน และมีเส้นทางคมนาคมเชื่อมต่อไปยังภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน

อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าอาเซียนไม่สามารถยืนอยู่ได้ด้วยการพึ่งตัวเองเพียงอย่างเดียว การขยายการพึ่งพาการค้าภายในภูมิภาคคงจะดำเนินไปภายใต้ขอบเขตที่จำกัด เนื่องจากสาเหตุสำคัญคือ อาเซียนเป็นการรวมกลุ่มของประเทศกำลังพัฒนา ตลาดสำหรับสินค้าที่ผลิตในอาเซียนก็ยังคงต้องพึ่งพาอุปสงค์จากประเทศภายนอกกลุ่ม โดยเฉพาะตลาดสหรัฐ ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป ขณะที่ความต้องการสินค้าของประเทศอาเซียนเอง ส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทชิ้นส่วนและปัจจัยผลิตขั้นพื้นฐาน เพื่อนำไปผลิตหรือประกอบแล้วส่งออกไปอีกต่อหนึ่ง

นอกจากนี้ ประเทศในอาเซียนหลายประเทศมีโครงสร้างการผลิตสินค้าที่ใกล้เคียงกัน จึงมีการแข่งขันกันเองในตลาดสินค้าหลายรายการ ขณะเดียวกันก็แข่งขันเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งแต่ละประเทศมีความได้เปรียบที่จะทำให้ได้ประโยชน์จาก AFTA ในระดับที่แตกต่างกัน การกระจายผลประโยชน์สู่ประเทศต่างๆในระดับที่แตกต่างกันอาจมีผลต่อเสถียรภาพและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของการรวมกลุ่มอาเซียน

สำหรับกระแสของการที่ประเทศสมาชิกอาเซียนต่างเดินหน้าเปิดเจรจาเขตการค้าเสรีทวิภาคี (Bilateral FTA) อย่างแข็งขันนั้น ในด้านหนึ่งอาจมีข้อดีคือต้นทุนของการผลิตสินค้าที่ต่ำลงจากการลดอุปสรรคทางภาษีศุลกากรนำเข้าลงนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจและผู้บริโภคในอาเซียนโดยรวม รวมทั้งการที่ประเทศที่มีความพร้อมได้เริ่มทำข้อตกลงไปก่อน ข้อตกลงที่ทำไว้อาจนำมาใช้เป็นแม่แบบการเจรจากับประเทศอาเซียนอื่นตามมา ซึ่งจะลดระยะเวลาการเจรจาสำหรับสมาชิกอาเซียนอื่นได้

ขณะเดียวกัน การเจรจาทวิภาคีภายใต้กรอบใหญ่ของการเจรจาความร่วมมือในระดับอาเซียนกับประเทศพันธมิตร เช่น จีน อินเดีย ญี่ปุ่น น่าจะเป็นการปูทางไปสู่ข้อตกลงการค้าเสรีในกรอบของอาเซียนที่มีเป้าหมายจะจัดตั้งเป็นเขตการค้าเสรีเอเชียตะวันออก (EAFTA) ในที่สุด อย่างไรก็ตาม การที่แต่ละประเทศแยกทำข้อตกลงกับพันธมิตรนอกกลุ่มก็อาจทำให้เกิดการเบี่ยงเบนการค้าจากภายในภูมิภาคอาเซียนไปสู่การค้ากับประเทศนอกกลุ่มได้ ถ้าสินค้าจากประเทศคู่เจรจาทวิภาคีเป็นสินค้าที่แข่งขันกันกับสินค้าที่ผลิตได้ในอาเซียน รวมทั้งยังอาจสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ไม่เท่าเทียมกันระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของสมาชิกอาเซียน

ประเด็นในเชิงนโยบายที่ประเทศอาเซียนอาจต้องเผชิญต่อไปคือ การดำเนินนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของอาเซียนในระดับประเทศกับการรักษาเป้าหมายร่วมกันของอาเซียน ปัจจุบัน รัฐบาลของประเทศอาเซียนต่างก็มีความพยายามกำหนดมาตรการที่จะดำเนินการในเชิงยุทธศาสตร์เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และมาตรการที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการในประเทศ

ซึ่งในความเป็นจริงบางประเทศอาจกำหนดมาตรการอื่นๆเข้ามาใช้แทนภาษีศุลกากรที่ปรับลดลง ซึ่งยังคงเป็นอุปสรรคทางการค้า ประเทศสมาชิกอาเซียนต้องแสดงความตั้งใจที่จะขจัดอุปสรรคทางการค้าในทุกรูปแบบลง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการค้าเสรีและเป็นธรรม ก่อนที่จะก้าวไปสู่ขั้นตอนการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC (Asean Economic Community) ภายในปี 2563 ตามที่ได้มีการลงนาม ในปฏิญญาบาหลี (Bali Concord II) ในการประชุมสุดยอดผู้นำ (Asean Summit) ครั้งที่ 9 เมื่อเดือนตุลาคม 2546 ที่ผ่านมา

Consumer Insight

ในยุคดิจิตอลที่สมาร์ทโฟนกำลังครอบคลุมพื้นที่การใช้งานอยู่ทั่วทุกมุมโลก แต่เชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอีกต่อไปแล้ว ภาพของพ

เด็กวัยรุ่นยุคนี้ ติดหนึบออนไลน์ ดูหนังฟังเพลงบนยูทิวบ์ แชร์และส่งคลิป เล่นโซเชียลมีเดีย หาข้อมูลสินค้า ตามเซเลบบนอินสตราแกรม มาดูกันว่า แบรนด์ จะต้องทำอย่างไรจึงจะโดนใจ

มาสเตอร์การ์ด เวิลด์วายด์ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ได้เปิดเผยถึงสำรวจตัวชี้วัดแนวโน้มของผู้บริโภคด้านการช้อปปิ้งออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยได้ทำการสำรวจใน 25 ตลาด ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2556 ประกอบไปด้วยการสัมภาษณ์ผู้เข้าร่วมจำนวน 7,010 คนจาก 14 ตลาด เกี่ยวกับพฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์

Insight

จากหนังสือการ์ตูน สู่สติกเกอร์ไลน์ การเดินทางของการ์ตูนไทยที่ผันตัวจากโลกใบเก่ามาสู่โลกดิจิตอล เป็นกรณีศึกษาให้กับคนไทยที่อยากขาย “สติกเกอร์ผ่านไลน์” ควรทำอย่างไร

ปั้นยังไงให้กลายเป็น “ฟีเวอร์” เกม “คุกกี้รัน” ที่ไลน์ยอมทุ่มงบอัดฉีดการตลาดทุกกระบวนท่า ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ออกแคมเปญชิงรถ จับมือพันธมิตรสร้างยอดขยายฐานลูกค้า ปูทางพลิกจากแชตแอปพลิเคชั่น ไปสู่การเป็นผู้สร้างแพลตฟอร์มบนมือถือ

หลายครั้งที่ อาจารย์ ได้ยิน คำว่า ปฏิรูป การศึกษา ไทยพูดกัน บ่อย พูดกันจนชิน พูดกันมานาน และไม่ ทราบ ว่า ปฏิรูปแบบไหน ที่เรียก ว่า ปฏิรูป และต้อ ปฏิรูปมากน้อยแค่ไหน

Strategic Move

ท่ามกลางกระแสของดิจิตอลทีวีที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างเริ่มเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกันแล้วไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสถานี ผู้ผลิตรายการ มีเดียเอเยนซี่ ในฟากของผู้เก็บข้อมูลของผู้ชมรายการอย่างนีลเส็น ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในการวัดความนิยมในรายการหรือเรตติ้งเช่นเดียวกัน

ใกล้คลอดเต็มที่ “เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่” โครงการระดับ “ลักชัวรี่ รีเทล ของกลุ่มเซ็นทรัล มีกำหนดเปิดในวันที่ 8 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ชาติ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ โครงการเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลจิราธิวัฒน์ วัย 39 ปี ที่รับงานระดับบิ๊กโปรเจค จึงต้องนัดแถลงข่าวเล่าความคืบหน้าให้สื่อมวลชนได้ฟังกัน

หลังจากที่เป็นกระแสไวรัลอยู่บนโลกออนไลน์เมื่อหลายวันก่อน เมื่อมีคนพบเห็นผู้พันแซนเดอร์ ฟรือคุณลุงเคนตักกี้ บุคคลสำคัญประจำร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดเคเอฟซี มาโผล่อยู่กลางกรุงเทพฯ

Global Trend

Snicker เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขยันทำแคมเปญไวรัลบนโลกออนไลน์อย่างมาก ซึ่งบางแคมเปญก็ได้ผล แต่บางแคมเปญก็ได้รับผลวิพากย์วิจารณ์ในด้านลบมากเช่นกัน

เมื่อปีที่ผ่านมาคงได้เห็นแบรนด์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่าง Burger King สร้างความประหลาดใจแก่ผู้บริโภคไม่น้อย โดยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Fries King พร้อมทั้งเปลี่ยนโลโก้ รวมทั้งป้ายหน้าร้าน เพียงเพื่อจะโปรโมทโปรดักส์เฟรนช์ฟรายส์สูตรใหม่ของทางร้าน

หลังจากที่กำลังจะมีแคมเปญใหญ่ระดับโลก Earth Hour 2014 ปิดไฟช่วยโลก ในวันเสาร์ที่ 29 มีนาคมนี้ แน่นอนว่าหลายคนอาจจะลังเลในการปิดสวิตช์ไฟ เพราะอาจจะพลาดกิจกรรมอะไรบางอย่าง หรือโปรแกรมทีวีรายการโปรดไปได้

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Social Media Club

หลังจากค่ายการ์ตูนไทย “บรรลือสาส์น ทำสติ๊กเกอร์“ขายหัวเราะ” วางขายใน “ไลน์”จนมียอดโหลดทะลุ 150,000 ไปแล้ว ล่าสุด ไลน์ได้เปิดตัว สติ๊กเกอร์การ์ตูนบ่นบ่น หรือ “Bonbonmonja’s Daaily Life

สาวกไลน์เตรียมเฮ เมื่อไลน์เปิดตัว LINE Creators Market เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปครีเอตสติ๊กเกอร์เป็นของตัวเอง แล้วนำมาขายใน LINE Store ได้แล้ว!

ชื่อของ “โต้วป้าน (Douban, 豆瓣) ”ที่แฟนประจำคอลัมน์นี้คงคุ้นหูอยู่บ้าง เพราะปีก่อนเราเคยเขียนถึงในหัวข้อ “Douban เต็งหนึ่งอาณาจักรบันเทิงไฮเทค แห่งแดนมังกร”

People

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ผ่าโมเดล 2 รายการในโลกออนไลน์ “เสือร้องไห้” กับคลิปเด็ด ประวัติศาสตร์การแดนซ์ของไทย แชร์กระจายด้วยยอด 4 แสนวิว และคลิปสไตล์ “มัน ฮา เกรียน” แบบ “เฟ็ดเฟ่” ที่กำลังฝ่าคลื่นดิจิตอล แจ้งเกิดคลิปที่โดนใจวัยรุ่นไปเต็มๆ

ดังได้ใจ “เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข” กับบทบาทคุณชายพุฒิภัทร แห่งวังจุฑาเทพ ละครดังที่ผลักดันหนุ่มน้อยคนนี้โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน จนกลายเป็นกระแส “เจมส์ จิ” ถูกนำไปเทียบกับซุปตาร์ดังอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” แถมแบรนด์ดังยังรุมตอมคว้าไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วยค่าตัวหลัก 10 ล้านอัพ

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488