การเติบโตทางการค้าระหว่างไทยกับอาเซียน กับแนวโน้มของ AFTA

การส่งออกของไทยไปยังอาเซียนมีการเติบโตสูงนับตั้งแต่ปีที่ผ่านมา หลังจากการที่เขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ AFTA ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนมกราคมของปี 2546 ส่งผลให้สัดส่วนการส่งออกของไทยไปยังอาเซียนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นที่น่าจับตามองถึงผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อแนวโน้มการค้าของไทยจากการรวมกลุ่มเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค

ในปี 2546 ไทยมีการส่งออกไปยังอาเซียนคิดเป็นมูลค่า 16,537 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 22 และในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2547 การส่งออกไปยังอาเซียนยังคงขยายตัวในอัตราที่เร่งขึ้นที่ร้อยละ 38 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นตลาดที่มีการส่งออกขยายตัวสูงสุดในปีนี้ แซงหน้าตลาดจีนที่ 2 เดือนแรกการส่งออกขยายตัวร้อยละ 29 ชะลอลงจากร้อยละ 60 ในปี 2546

ในด้านการนำเข้าสินค้าจากกลุ่มอาเซียนในปี 2546 มีมูลค่า 12,490 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 15 และในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2547 การนำเข้าสินค้าจากอาเซียนยังคงขยายตัวต่อเนื่องในอัตราร้อยละ 24 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในปี 2546 ไทยมีการค้าเกินดุลกับกลุ่มอาเซียนคิดเป็นมูลค่า 4,047 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 47 จากปี 2545

การส่งออกไปยังอาเซียนที่เติบโตสูงกว่าตลาดหลักอื่นๆ ส่งผลให้สัดส่วนของการส่งออกของไทยไปอาเซียนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 19.7 ต่อมูลค่าการส่งออกโดยรวมในปี 2545 มาเป็นร้อยละ 20.6 ในปี 2546 และร้อยละ 22.4 ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2547 ขณะที่สัดส่วนการนำเข้าสินค้าจากอาเซียนไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก คืออยู่ที่ร้อยละ 16-17

และถ้าเปรียบเทียบกับประเทศอาเซียนอื่นๆ พบว่า ในปี 2546 ไทยมีอัตราการขยายตัวของการส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียนโดยรวมสูงกว่าประเทศอื่นๆ โดยมีอัตราขยายตัวร้อยละ 22 ขณะที่ฟิลิปปินส์ขยายตัวร้อยละ 14 มาเลเซียและอินโดนีเซียขยายตัวประมาณร้อยละ 7 และสิงคโปร์ขยายตัวร้อยละ 5

ประเด็นที่น่าสนใจคือ เขตการค้าเสรีอาเซียนจะนำไปสู่การขยายโอกาสทางการค้าระหว่างไทยกับอาเซียน ตลอดจนการขยายการค้าระหว่างกันภายในภูมิภาค (Intra-Regional Trade) อย่างยั่งยืนได้มากน้อยเพียงใด ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้วิเคราะห์ถึงแนวโน้มการส่งออกของไทยในภูมิภาคอาเซียน และปัจจัยที่จะมีผลต่ออนาคตของการค้าภายในภูมิภาคอาเซียนดังต่อไปนี้

จากการวิเคราะห์แนวโน้มการค้าระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศอาเซียน หลังจาก AFTA เริ่มต้นเดินหน้าอย่างเป็นทางการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีความเห็นว่า ไทยมีโอกาสที่จะขยายตลาดสินค้าในภูมิภาคอาเซียนได้เพิ่มขึ้น โดยปัจจัยเกื้อหนุนที่สำคัญคือ

- ไทยมีศักยภาพที่ในการส่งออกสินค้าที่อาเซียนมีความต้องการนำเข้าได้หลายรายการ ซึ่งการลดอุปสรรคทางภาษีน่าจะกระตุ้นให้การส่งออกมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น

- การลงทุนจากต่างประเทศ ที่เข้ามาใช้ไทยเป็นฐานการผลิตจะช่วยขยายฐานตลาดสินค้าโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมใหม่เพิ่มเติมจากโครงสร้างสินค้าที่อาเซียนมีการผลิตอยู่แต่ดั้งเดิม ซึ่งผลในทางอ้อมของการลดอุปสรรคทางภาษีผ่านการดึงดูดการลงทุนที่จะไปมีผลต่อการขยายการค้าภายในภูมิภาคนั้น อาจมีมากยิ่งกว่าผลในทางตรงของการลดอุปสรรคทางภาษีที่จะช่วยขยายการค้าในสินค้าที่มีการผลิตอยู่ดั้งเดิม

- ความได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ผสานกับแนวทางของรัฐบาลในการกำหนดเป้าหมายอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่ต้องการให้ไทยเป็นศูนย์กลาง หรือ ฮับของภูมิภาค คาดว่าจะเป็นแรงผลักดันสำคัญอีกประการหนึ่งที่จะให้ไทยขยายตลาดในอาเซียนได้มากขึ้น ซึ่งไทยมีข้อได้เปรียบสำคัญที่รายล้อมด้วยกลุ่มประเทศอินโดจีน และมีเส้นทางคมนาคมเชื่อมต่อไปยังภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน

อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าอาเซียนไม่สามารถยืนอยู่ได้ด้วยการพึ่งตัวเองเพียงอย่างเดียว การขยายการพึ่งพาการค้าภายในภูมิภาคคงจะดำเนินไปภายใต้ขอบเขตที่จำกัด เนื่องจากสาเหตุสำคัญคือ อาเซียนเป็นการรวมกลุ่มของประเทศกำลังพัฒนา ตลาดสำหรับสินค้าที่ผลิตในอาเซียนก็ยังคงต้องพึ่งพาอุปสงค์จากประเทศภายนอกกลุ่ม โดยเฉพาะตลาดสหรัฐ ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป ขณะที่ความต้องการสินค้าของประเทศอาเซียนเอง ส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทชิ้นส่วนและปัจจัยผลิตขั้นพื้นฐาน เพื่อนำไปผลิตหรือประกอบแล้วส่งออกไปอีกต่อหนึ่ง

นอกจากนี้ ประเทศในอาเซียนหลายประเทศมีโครงสร้างการผลิตสินค้าที่ใกล้เคียงกัน จึงมีการแข่งขันกันเองในตลาดสินค้าหลายรายการ ขณะเดียวกันก็แข่งขันเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งแต่ละประเทศมีความได้เปรียบที่จะทำให้ได้ประโยชน์จาก AFTA ในระดับที่แตกต่างกัน การกระจายผลประโยชน์สู่ประเทศต่างๆในระดับที่แตกต่างกันอาจมีผลต่อเสถียรภาพและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของการรวมกลุ่มอาเซียน

สำหรับกระแสของการที่ประเทศสมาชิกอาเซียนต่างเดินหน้าเปิดเจรจาเขตการค้าเสรีทวิภาคี (Bilateral FTA) อย่างแข็งขันนั้น ในด้านหนึ่งอาจมีข้อดีคือต้นทุนของการผลิตสินค้าที่ต่ำลงจากการลดอุปสรรคทางภาษีศุลกากรนำเข้าลงนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจและผู้บริโภคในอาเซียนโดยรวม รวมทั้งการที่ประเทศที่มีความพร้อมได้เริ่มทำข้อตกลงไปก่อน ข้อตกลงที่ทำไว้อาจนำมาใช้เป็นแม่แบบการเจรจากับประเทศอาเซียนอื่นตามมา ซึ่งจะลดระยะเวลาการเจรจาสำหรับสมาชิกอาเซียนอื่นได้

ขณะเดียวกัน การเจรจาทวิภาคีภายใต้กรอบใหญ่ของการเจรจาความร่วมมือในระดับอาเซียนกับประเทศพันธมิตร เช่น จีน อินเดีย ญี่ปุ่น น่าจะเป็นการปูทางไปสู่ข้อตกลงการค้าเสรีในกรอบของอาเซียนที่มีเป้าหมายจะจัดตั้งเป็นเขตการค้าเสรีเอเชียตะวันออก (EAFTA) ในที่สุด อย่างไรก็ตาม การที่แต่ละประเทศแยกทำข้อตกลงกับพันธมิตรนอกกลุ่มก็อาจทำให้เกิดการเบี่ยงเบนการค้าจากภายในภูมิภาคอาเซียนไปสู่การค้ากับประเทศนอกกลุ่มได้ ถ้าสินค้าจากประเทศคู่เจรจาทวิภาคีเป็นสินค้าที่แข่งขันกันกับสินค้าที่ผลิตได้ในอาเซียน รวมทั้งยังอาจสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ไม่เท่าเทียมกันระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของสมาชิกอาเซียน

ประเด็นในเชิงนโยบายที่ประเทศอาเซียนอาจต้องเผชิญต่อไปคือ การดำเนินนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของอาเซียนในระดับประเทศกับการรักษาเป้าหมายร่วมกันของอาเซียน ปัจจุบัน รัฐบาลของประเทศอาเซียนต่างก็มีความพยายามกำหนดมาตรการที่จะดำเนินการในเชิงยุทธศาสตร์เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และมาตรการที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการในประเทศ

ซึ่งในความเป็นจริงบางประเทศอาจกำหนดมาตรการอื่นๆเข้ามาใช้แทนภาษีศุลกากรที่ปรับลดลง ซึ่งยังคงเป็นอุปสรรคทางการค้า ประเทศสมาชิกอาเซียนต้องแสดงความตั้งใจที่จะขจัดอุปสรรคทางการค้าในทุกรูปแบบลง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการค้าเสรีและเป็นธรรม ก่อนที่จะก้าวไปสู่ขั้นตอนการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC (Asean Economic Community) ภายในปี 2563 ตามที่ได้มีการลงนาม ในปฏิญญาบาหลี (Bali Concord II) ในการประชุมสุดยอดผู้นำ (Asean Summit) ครั้งที่ 9 เมื่อเดือนตุลาคม 2546 ที่ผ่านมา

Digital TV & Media

กสทช.เพิ่มเงื่อนไขคูปองทีวีดิจิตอลเอื้อแลกกล่องแบบไฮบริดดูผ่านดาวเทียมได้ หวังแก้ปัญหาสัญญาณระบบดิจิตอลไม่ครอบคลุม คาด พ.ค.เริ่มใช้คูปองได้ พร้อมเตรียมขยายวันหมดอายุคูปองออกไปอีก 2 เดือน ทุกล็อต

หลังจาก “ดิจิทัลทีวี” ผ่านครึ่งปีแรกของการดำเนินธุรกิจ คือเริ่มออกอากาศตั้งแต่เดือนพฤษภาคม มาด้วยความทะลักทุเล

สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) ร่วมกับ ทีเอ็นเอส เผยผลสำรวจมูลค่าเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลในปี 2557 และคาดการณ์ในปี 2558

Consumer Insight

“ดันน์ฮัมบี้” บริษัทที่ทำการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค ได้เผยผลวิจัยว่าภาคไหนในประเทศไทยนิยมซื้อสินค้าในช่วงเทศกาลสงกรานต์มากที่สุด พบว่าคนไทยใน “ภาคใต้” มีแนวโน้มสูงที่ไปจับจ่ายใช้สอยสินค้าในช่วงสงกรานต์มากกว่าภาคอื่นๆ โดยที่ดันน์ฮัมบี้ได้ใช้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อ จากจำนวนผู้บริโภคจำนวน 8.2 ล้านคนที่ซื้อสินค้าในเทสโก้ โลตัส

จากผลสำรวจการให้ความสำคัญในการใช้จ่ายของผู้บริโภค ในปี 2557 ซึ่งจัดทำโดยมาสเตอร์การ์ด (MasterCard Consumer Purchasing Priorities 2014) พบว่าประมาณ 3 ใน 4 ของผู้บริโภคชาวไทยที่อยู่ในการสำรวจ วางแผนท่องเที่ยวพักผ่อนทั้งในประเทศและต่างประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเชียงใหม่และภูเก็ตยังครองแชมป์จุดหมายปลายทางในประเทศที่ได้รับความนิยมสูงสุด

ReadyPlanet ผู้ให้บริการระบบเว็บไซต์สำเร็จรูปบริการด้านการตลาดดิจิตอล ได้เผยกลยุทธ์ในการทำการตลาดออนไลน์ในช่วงวันหยุดยาวเพื่อต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ที่มาถึง เพื่อไม่ให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์สูญเสียโอกาสในการกอบโกยรายได้

Insight

เจาะลึก...สงครามบริการด้านการเงิน เมื่อ 3 ค่ายโอเปอเรเตอร์มือถือ เอไอเอส ดีแทค และทรู แปลงกายเป็น “ธนาคารบนมือถือ” หรือ “โมบายแบงกิ้ง” เพื่อเป็นช่องทางหารายได้ใหม่ ในยุคที่มือถือกำลังเบ่งบานสุดขีด

“แกร็บแท็กซี่” เป็นอีกหนึ่งรายที่เข้ามาบุกตลาดแท็กซี่ในประเทศไทย ได้เข้ามาทำตลาดได้ 2 ปีแล้ว ในรูปแบบของการเรียกแท็กซี่ผ่านแอพพลิเคชั่น ท่ามกลางผู้เล่นในตลาดอีกทั้งหมด 3 ราย ด้วยกัน ได้แก่ อูเบอร์, อีซี่แท็กซี่ และน้องใหม่จากนครชัยแอร์

บริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือ WPP มุ่งเน้นงานวิจัยพฤติกรรมการจับของผู้บริโภคเชิงลึก เชี่ยวชาญเป็นพิเศษในกลุ่มสินค้า FMCG เปิดเผยถึงทิศทางเศรษฐกิจไทย และการเปลี่ยนแปลงผู้บริโภค

Strategic Move

เทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง นอกจากจะเป็นเวลาแห่งความสนุกสนานของการเล่นสาดน้ำแล้ว ยังเป็นช่วงเวลา “น้ำขึ้นให้รีบตัก” หลายๆ สินค้าจะขายดีเป็นพิเศษในช่วงนี้ หรือบางสินค้าจะขายได้เฉพาะในเทศกาลสงกรานต์เท่านั้น ทีมงานหน้า “SME ผู้จัดการ” ได้รวบรวม สินค้าที่คาดว่าจะสุดฮอต ลองดูกันว่าจะตรงใจหรือเปล่า

หลังจากที่ "อาเจกรุ๊ป” จากประเทศเปรู ได้ส่ง บิ๊กโคล่า” ออกมาสร้างความคักคักให้กับตลาดน้ำอัดลมมาแล้ว และได้ทยอยออกวางตลาดแบรนด์เครื่องดื่มชนิดต่างๆในพอร์ตสินค้า ไม่ว่า น้ำดื่มเซียโล่ เครื่องดื่มเกลือแร่สปอเรต คราวนี้มาถึงคิว ของ "น้ำอัดลมผสมน้ำผลไม้"ภายใต้แบรนด์ “บิ๊กเฟรช” ที่จะเป็นอีกหนึ่งในอาวุธสำคัญของ อาเจกรุ๊ปในปีนี้

ชัวร์ ไลฟ์ ประเดิมจำหน่าย Gold Elite นำสมาร์ทโฟนไฮเอนด์ชื่อดังไปชุบทอง สร้างความแตกต่างให้แก่ผู้ใช้ ตั้งเป้าวางจำหน่าย 200 เครื่องภายในปีนี้ ชูจุดเด่นในแง่ของบริการหลังการขายที่พร้อมรับส่งเครื่องถึงที่ ราคาเริ่มต้น 159,000 บาท

Social Media Club

สงกรานต์เมืองไทยว่าร้อนแล้ว แต่ประเด็นร้อนจากเครือข่ายสังคมยักษ์ใหญ่อย่างเฟซบุ๊ก (Facebook) กลับเพิ่มดีกรีองศาเดือดไม่แพ้กัน เพราะอนาคต 3 ทิศทางที่เฟซบุ๊กกำลังบอกโลกว่าพร้อมเติบโตในช่วง 10 ปีนับจากนี้กลับดูแหวกแนวจากบริการปัจจุบันของเฟซบุ๊ก ทั้งการมุ่งพัฒนาสินค้าเทคโนโลยีภาพเสมือนจริงหรือวีอาร์ (Virtual reality) การเตรียมลู่ทางไว้สำหรับบริการอินเทอร์เน็ตผ่านหุ่นยนต์เครื่องร่อนหรือโดรน (drone) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

หลังจากที่แอปเปิลได้ปล่อยให้มีการอัพเดตเวอร์ชั่น iOS 8.3 ได้พร้อมกันทั่วโลกเมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา นอกจากจะมีฟีเจอร์อะไรใหม่ๆ โดนในสาวกแอปเปิลแล้ว ยังสามารถเรียกเสียงฮาได้ทั่วโซเชียลเช่นกัน เมื่อ Siri อีกหนึ่งโปรแกรมตัวช่วยของแอปเปิลนั้นมาพร้อมด้วยเวอร์ชั่นภาษาไทยแล้ว

เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการสำหรับเว็บไซต์ Messenger.com บริการแชตจากเฟซบุ๊ก (Facebook) โซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ คาดเป็นการกรุยทางสู่ Messenger Business ที่บริษัทเตรียมไว้เป็นเครื่องมือสำหรับการใช้ในเชิงพาณิชย์นั่นเอง

Columnist

เป็นข่าวคราวที่สร้างกระแสและสะเทือนวงการแท็กซี่ได้พอสมควร เมื่อ “แท็กซี่” นครชัยแอร์เปิดตัวและพร้อมเริ่มให้บริการ 1 พ.ค. 2558 โดยใช้ชื่อว่า “All Thai Taxi” ใช้งบประมาณเกือบ 700 ล้าน

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Wrap

คำสั่งขององค์การการบินระหว่างประเทศ (ICAO) ที่ทำให้ทางการญี่ปุ่นระงับการเพิ่มเที่ยวบินจากประเทศไทย เหมือนดั่งสายฟ้าฟาด สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่วางแผนไปเยือนแดนอาทิตย์อุทัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งหากกรมการบินพลเรือนของไทยยังไม่สามารถแก้ปัญหาเพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยได้ ก็อาจมีความเสี่ยงที่ประเทศอื่นๆจะระงับการขยายเส้นทางการบินเหมือนกับญี่ปุ่น

ปฏิเสธไม่ได้ว่า บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จำนวนมากต่างเฝ้ามองตลาดของจีนแผ่นดินใหญ่กันตาเป็นมัน และคาดหวังว่าจะได้มีส่วนแบ่งตลาดในจีนแผ่นดินใหญ่กันทั้งสิ้น แต่สำหรับบริษัทเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกา ตลาดจีนดูจะยากแก่การเข้าถึงเกินไปเสียแล้ว

เปิดเผยดรามาภายในองค์กรก้องโลก “แอปเปิล” หลังมีข้อมูลเผยว่า ทิม คุก (Tim Cook) ซีอีโอแอปเปิลคนปัจจุบันเคยเสนอตัวขอบริจาค “ตับ” ให้สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) อดีตซีอีโอเพื่อยื้อชีวิต

Global Trend

ญี่ปุ่นได้พัฒนาอย่างรวดเร็วกลายเป็นประเทศมีความทันสมัยมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก หากแต่กาลเวลาได้ทำให้สถานที่บางแห่งกำลังจะเลือนหายไป สถานที่เหล่านี้ทรงคุณค่าทั้งในด้านประวัติศาสตร์ และสะท้อนวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นได้อย่างดี

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ - ผลการศึกษาเผย แม้เศรษฐกิจจีนอาจกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่ขรุขระ แต่ก็สามารถครองอันดับชาติ ที่มีอภิมหาเศรษฐีจำนวนมากที่สุดในโลก

หลังผ่านพ้นฤดูกาลของดอกซากุระ ผู้ผลิตอาหารและขนมในญี่ปุ่นก็เตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งส่วน

ใหญ่มีส่วนผสมของมัทฉะหรือชาเขียว

People

นางคือเจ้าแม่แห่งวงการแต่งหน้าที่แม้แต่ดาราชื่อดังอย่าง แอฟ ทักษอร, พลอย เฌอมาลย์ ฯลฯ ก็ผ่านการเนรมิตให้ดูสวยสง่าเพราะฝีมือการผัดแป้งแต่งหน้าของเธอกันมานักต่อนัก และล่าสุด เหล่าพริตตี้หลากหลายค่ายในงานมอเตอร์โชว์ครั้งล่าสุด เธอก็เสริมความสวยบนใบหน้าให้แก่เหล่านางฟ้ามอเตอร์โชว์แทบจะหมดทั้งฮอลล์

25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาคือวันที่กูเกิลประเทศไทยประกาศต้อนรับหัวหน้าฝ่ายการตลาดคนใหม่นามว่า “ภีท นุชนาฏนนท์” สิ่งที่น่าจับตาจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าภีทเป็นใคร แต่อยู่ที่ประสบการณ์ของภีทอาจจะบอกใบ้แนวทางของกูเกิลประเทศไทยในอนาคต

พลิกปูมธุรกิจ “บี เตชะอุบล” ทายาทคนโตแห่งตระกูลเตชะอุบล เจ้าของอาณาจักรคันทรี่ กรุ๊ป ผู้หาญกล้าควักเงินหมื่นล้าน ซื้อปีศาจแดง-ดำ เอซี มิลาน สโมสรฟุตบอลระดับโลกแห่งลีกอิตาลี พบเป็นและเคยเป็นผู้บริหารบริษัทไทยอยู่ 15 บริษัท โดย 5 บริษัทดำเนินกิจการอยู่ ส่วนอีก 10 เลิกกิจการไปแล้ว

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348