ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ : ลดภาระค่าครองชีพได้เพียงระดับหนึ่ง

จากผลการประชุมของคณะกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2551 เห็นชอบให้มีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอีกครั้ง หลังจากที่ได้มีการประกาศขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำไปแล้วตั้งแต่จังหวัดละ 1-7 บาท เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2551 ที่ผ่านมา แต่จะปรับเพิ่มในอัตราเท่าไหร่ยังไม่ได้ข้อสรุป

สำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้มีการพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอีกครั้งในปี 2551 เนื่องจากราคาสินค้าและค่าครองชีพโดยทั่วไปปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงส่งผลทำให้ภาระค่าครองชีพในส่วนของการเดินทางมีค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น

โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในช่วงไตรมาสแรกของปี 2551(ม.ค.-มี.ค.) ได้เพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 5.0 เปรียบเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2550 ที่เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 2.4 เท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งดัชนีราคาสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันในช่วงไตรมาสแรกของปี 2551 ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 6.8 เปรียบเทียบกับช่วงระยะเดียวกับปีก่อนที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.1

ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นก็คือดัชนีราคาสินค้าหมวดยานพาหนะ การขนส่ง และการสื่อสารที่เป็นพลังขับเคลื่อนผู้คนในสังคมได้ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 9.2 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกับปีก่อนที่เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.9 ส่งผลทำให้ผู้ใช้แรงงานตามโรงงานและมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ประจำต้องกระเม็ดกระแหม่ในการใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งอาจจะมีผลทำให้อุปสงค์รวมของประเทศมีแนวโน้มลดลงได้ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม องค์กรผู้ใช้แรงงานต่างๆได้พยายามเรียกร้องให้ทางการประกาศปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของบรรดาผู้ใช้แรงงาน โดยมีการเรียกร้องให้มีการปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในอัตราที่เท่ากันทั้งหมดทั่วประเทศวันละ 9 บาท

โดยองค์การผู้ใช้แรงงานได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล ดังนี้

1.ข้อเรียกร้องให้รัฐบาลปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 9 บาทเท่ากันทั่วประเทศ ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจความเป็นอยู่ปัจจุบัน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะพิจารณาปรับให้เป็นของขวัญในวันแรงงานแห่งชาตินี้

2.ให้รัฐบาลจัดตั้งโรงพยาบาลประกันสังคมเป็นของตัวเอง ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในการบริการผู้ประกันตน

3.ให้รัฐบาลออก พ.ร.บ.คุ้มครองคนงานที่รับงานไปทำที่บ้าน เนื่องจากสภาพปัจจุบันมีแรงงานที่รับงานไปทำที่บ้านจำนวนมากแต่ยังขาดการคุ้มครองดูแลไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยในการทำงาน ค่าจ้างสวัสดิการ เป็นต้น

4.ให้รัฐบาลเร่งออกกฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมในการทำงาน เนื่องจากปัจจุบันคนงานติดเชื้อ บาดเจ็บตายจากการทำงานเป็นจำนวนมากเหตุมาจากสภาพแวดล้อมและสารเคมีในการทำงาน

5.ให้มีการแก้ไข พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ 2518 ในประเด็นการให้ความคุ้มครองแรงงานในการจัดตั้งสหภาพแรงงาน เป็นต้น

ขณะเดียวกันในส่วนของนายจ้างจะพบได้ว่าการขอปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องใช้แรงงานไร้ฝีมือเป็นจำนวนมาก

ปัจจุบันมีแรงงานที่ทำงานในโรงงานและสถานประกอบการทั่วประเทศจำนวน 8.5 ล้านคน (แรงงานในระบบประกันสังคม) ซึ่งค่าจ้างของแรงงานเหล่านี้มักจะถูกกำหนดตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นอัตราค่าจ้างอ้างอิง (Reference Wage Rate)

นอกจากนั้นยังมีแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้านทั้งที่ทำงานอย่างถูกกฎหมายและผิดกฎหมายอีกประมาณ 1 ล้านคน ซึ่งแรงงานต่างด้าวเหล่านี้ก็ทำงานโดยใช้อัตราค่าจ้างขั้นต่ำเหมือนกัน

อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ : ใช้กับแรงงานใหม่
สำหรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ที่กฎหมายกำหนดเป็นอัตราค่าจ้างสำหรับแรงงานใหม่ไร้ฝีมือ (Unskilled Labor) ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดแรงงาน และมีอายุการทำงานไม่เกิน 1 ปี โดยปัจจุบันมีแรงงานใหม่ที่เข้าสู่ตลาดแรงงานประมาณปีละ 5-6 แสนคน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากฎหมายจะกำหนดให้จ่ายค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับแรงงานไร้ฝีมือ ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดแรงงานใหม่ แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่ายังมีแรงงานจำนวนมากที่ได้รับเงินค่าจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำแม้จะทำงานเป็นเวลาหลายปีแล้วก็ตาม

ซึ่งจากการสำรวจของกระทรวงแรงงานพบว่ามีแรงงานทั่วประเทศที่ทำงานโดยได้รับค่าจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำมากถึงประมาณ 3 ล้านคน โดยเป็นแรงงานไทยประมาณ 2 ล้านคน และแรงงานต่างด้าวประมาณ 1 ล้านคน ซึ่งแรงงานเหล่านี้ส่วนใหญ่จะทำงานแบบลูกจ้างรายวันในสถานประกอบการขนาดเล็ก

ดังนั้นเมื่อพิจารณาผลกระทบของการปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำแล้วจะพบได้ว่า สถานประกอบการขนาดเล็กได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากต้นทุนจะสูงขึ้น เพราะใช้แรงงานไร้ฝีมือจำนวนมาก

สำหรับสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดใหญ่จะได้รับผลกระทบไม่มากนัก เนื่องสถานประกอบการเหล่านี้ส่วนใหญ่จ่ายค่าจ้างในอัตราที่สูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำอยู่แล้ว

ผลกระทบค่าจ้างขั้นต่ำต่อเงินเฟ้อ
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงผลกระทบของการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำที่มีต่ออัตราเงินเฟ้อทั่วไปของประเทศ

จากการศึกษาของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า ถ้ามีการปรับค้าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้น 1 บาทจะส่งผลกระทบต่อระดับราคาสินค้าทั่วไปร้อยละ 0.02 (กรณีที่คิดเฉพาะต้นทุนของค่าแรงงานที่เพิ่มขึ้นในส่วนของแรงงานที่ได้รับค่าจ้างขั้นต่ำ)

ซึ่งถ้ามีการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้น 4 บาท จะส่งผลกระทบต่อระดับราคาสินค้าทั่วไปร้อยละ 0.08
และถ้ามีการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้น 9 บาท จะส่งผลกระทบต่อระดับราคาสินค้าทั่วไปร้อยละ 0.18

ซึ่งผลกระทบของการเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่มีต่อราคาสินค้าทั่วไปค่อนข้างน้อย แต่เนื่องจากอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นอัตราอ้างอิงที่สถานประกอบการนำไปใช้ในการจ่ายค่าจ้างให้กับแรงงาน ขณะเดียวกันฝ่ายแรงงานก็จะใช้อัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นมาตรฐานในการขอปรับเพิ่มค่าจ้างแรงงานทั่วไปด้วย

ดังนั้นการปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจึงจะส่งผลกระทบต่อปัจจัยอื่นๆทางเศรษฐกิจด้วย เช่น ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ แรงจูงใจการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ(Foreign Direct Investment) รวมไปถึงผลกระทบจากการเพิ่มสูงขึ้นของต้นทุนการผลิตอันจะทำให้ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้นในที่สุด

ความเห็นเกี่ยวกับค่าจ้างขั้นต่ำ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีความเห็นเกี่ยวกับการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ ดังนี้

1.การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอาจจะช่วยแก้ปัญหาได้เฉพาะหน้า การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอาจจะช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าให้แก่แรงงานและผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด จากภาวะราคาสินค้าและค่าครองชีพที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นค่าแรงคงไม่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้ใช้แรงงานได้ทั้งหมด เนื่องจากตัวแปรสำคัญของปัญหาอยู่ที่ราคาน้ำมันทะยานเพิ่มสูงขึ้นมาก ขณะที่ราคาวัตถุดิบ และสินค้าอาหารมีการปรับราคาสูงขึ้นผันแปรตามราคาในตลาดโลก

2.ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับสภาวะต้นทุนสูงขึ้น ในสภาวะปัจจุบันจะพบได้ว่าที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับปัญหาจากต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นการปรับขึ้นค่าแรงจะเป็นการเพิ่มต้นทุนให้กับผู้ประกอบการอีกทางหนึ่งด้วย

อย่างไรก็ตาม สัดส่วนของการจ้างงานที่ใช้ค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำในปัจจุบันมีแนวโน้มลดลงกว่าในอดีตมาก เนื่องจากแรงงานมีการศึกษาขั้นพื้นฐานที่สูงขึ้น ทำให้แรงงานสามารถเข้าทำงานประเภทใช้ฝีมือและได้รับเงินเดือนสูงกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ

3.รัฐบาลจะต้องเข้ามาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน เนื่องจากปัญหาราคาสินค้าแพงจะส่งผลทำให้มีความคาดหวังว่ารัฐบาลน่าจะมีมาตรการทางด้านนโยบายการเงินและนโยบายการคลังเข้ามาช่วยเหลือแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยจะต้องเร่งดำเนินนโยบายเพิ่มอำนาจซื้อให้แก่ประชาชนโดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ที่ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นจากแรงกดดันในด้านต้นทุนเช่นนี้ ผลที่จะเกิดขึ้นจากการใช้นโยบายการเงินและการคลังในการกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภคอาจจะมีข้อจำกัด เนื่องจากการปรับขึ้นค่าจ้าง อาจจะเป็นเงื่อนไขที่ผู้ประกอบการนำไปใช้เป็นเหตุผลในการปรับขึ้นราคาสินค้าให้สูงขึ้นไปอีก ซึ่งคงต้องเป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ที่จะต้องดูแลสอดส่องให้การปรับราคาสินค้าของผู้ประกอบการอยู่ในกรอบที่สมเหตุสมผลและยอมรับได้

ตามที่องค์กรแรงงานได้เรียกร้องให้มีการปรับค่าแรงขั้นต่ำให้เพิ่มสูงขึ้น โดยคณะกรรมการค่าจ้างได้มีมติอนุมัติให้ปรับเพิ่มไปแล้ว และในขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของคณะอนุกรรมการค่าจ้างแรงงานจังหวัดทั่วประเทศ โดยคาดว่าคณะกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำจะมีการนำเสนออัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ปรับเพิ่มใหม่เพื่อเป็นของขวัญให้กับผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ ในวันแรงงานแห่งชาติ 1 พฤษภาคม 2551 นี้

หวังว่า แรงงาน ผู้สร้างโลกคงจะได้รับข่าวดีและมีความสุขทั่วหน้ากันทุกคน

อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
(เริ่มใช้ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2551)
วันละ/บาท จังหวัด
194 กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร
193 ภูเก็ต
175 ชลบุรี
170 สระบุรี
165 ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา ระยอง
163 ระนอง
162 พังงา
160 กระบี่ เพชรบุรี
159 เชียงใหม่
158 จันทบุรี ลพบุรี
157 กาญจนบุรี
156 ราชบุรี สิงห์บุรี
155 ปราจีนบุรี สมุทรสงคราม สระแก้ว
154 ตรัง เลย อ่างทอง
152 ประจวบคีรีขันธ์ ลำพูน สงขลา
150 ขอนแก่น ชุมพร ตราด นครนายก นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ บุรีรัมย์ พัทลุง เพชรบูรณ์ สตูล สุราษฎร์ธานี หนองคายอุดรธานี อุทัยธานี
149 กำแพงเพชร ชัยนาท ลำปาง สุโขทัย สุพรรณบุรี
148 กาฬสินธุ์ นครพนม นราธิวาส ปัตตานี พิษณุโลก มุกดาหาร ยะลา สกลนคร หนองบัวลำภู
147 ตาก มหาสารคาม แม่ฮ่องสอน ยโสธร ร้อยเอ็ด สุรินทร์ และอุตรดิตถ์
146 ชัยภูมิ เชียงราย พิจิตร แพร่ ศรีสะเกษ
145 อำนาจเจริญ อุบลราชธานี
144 น่าน พะเยา

ที่มา : กระทรวงแรงงาน
รวบรวม : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

Digital TV & Media

จากการเปิดเผยตัวเลขรายได้ของผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล ปี 2557 ที่แจ้งมายังคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช)

เปิดโผรายได้ 24 ช่อง ทีวีดิจิตอล ปี 2557 ทำเงิน 3,633,230,983.30 บาท จ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาตไป 72,114,619.69 บาท ระบุช่องที่มีฐานธุรกิจเดิมได้เปรียบ ช่องเกิดใหม่ ลงทุนไม่ต่ำกว่าปีละ 2 พันล้าน รายได้หลักสิบล้าน

นีลเส็น ประเทศไทย เปิดเผย 10 อันดับของแบรนด์ที่ใช้งบซื้อสื่อโฆษณาสูงสุดของเดือนกรกฎาคม 2558 ผลปรากฎว่า บริษัทไทยประกันชีวิต เป็นแบรนด์อันดับ 1 ที่ใช้งบโฆษณาสูงสุด 140 ล้านบาท เป็นผลมาจากการออกโฆษณาชุดใหม่ Follow The Father ตั้งคำถาม…คุณจะแค่รักในหลวง หรืออยากเดินตามรอยเท้าพ่อ ? เป็นแคมเปญโฆษณาอีกชุดหนึ่ง ที่มีคนติดตามดู กดไลค์ กดแชร์กัน ไม่แพ้โฆษณาแนวเรียกน้ำตาที่ผ่านมาของไทยประกันชีวิต

Insight

เมื่อต้องต่อกรกับคู่แข่งในตลาด แชทแอปพลิเคชันอย่าง “ไลน์” ที่ครองตลาดเมืองไทยไว้ชนิดที่แทบไม่เหลือพื้นที่ให้แชทแอปพลิเคชันรายอื่น ด้วยยอดผู้ใช้ทะลุไปมากกว่า 30 ล้านราย การไทอิน (Tie-in) ในซีรีส์และละครดัง ได้กลายเป็นหนึ่งในทางเลือกของ “วีแชท” และ “กาเกา ทอล์ก” ใช้ห้ำหั่นเพื่อแย่งชิงกลุ่มวัยรุ่นมาเป็นฐานผู้ใช้หลัก

การที่ ดารา นักร้อง คนดัง หันมาทำธุรกิจในยุคนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องแปลกใหม่ เหมือนอย่างที่ เสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ “เสก โลโซ” ได้หันมาทำ น้ำดื่ม เครื่องดื่มชูกำลัง เบียร์ และล่าสุดการทำสมาร์ทโฟนออกจำหน่าย
ยิ่งมีสื่อออนไลน์ โซเชียลมีเดียด้วยแล้ว เรื่องการโปรโมทให้แฟนคลับ ได้รับรู้ก็ยิ่งง่าย ไม่ต้องพึ่งพาสื่อเทรดดิชั่นแนลเหมือนในอดีต ยิ่งพอลงโปรโมทในเฟซบุ้ค อินสตราแกรม สื่อหลักก็นำไปเสนอเป็นข่าว ก็กลายเป็นว่าได้ประชาสัมพันธ์

ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอันหลากหลายของคนเมือง นำพาเอา “ค้าปลีก”รูปแบบใหม่ๆ สไตล์เท่ๆ ตั้งแต่ Truck food จนมาถึง Art Box ตลาดนัดตู้คอนเทนเนอร์ กำลังกลายเป็นกระแสใหม่ของการช้อปปิ้ง และสถานที่แฮงเอาท์ของคนเมือง

Consumer Insight

ในยุคปัจจุบันที่สามารถเรียกกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างเต็มปากว่า อยู่ในยุค The Transforming Consumer เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ถึงแม้จะมีสินค้าและบริการใหม่ๆ ออกมาในตลาด ก็พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนได้ทันที ซึ่ง “นวัตกรรม” เป็นส่วนสำคัญของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างแท้จริง

บริษัทมายรัม (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลโซลูชั่นส์ ได้สำรวจพฤติกรรมคนกรุงกับการใช้งานสมาร์ทโฟน ผ

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศการสื่อสาร ได้เผยผลสำรวจพฤติกรรมคนไทยกับการซื้อสินค้าและบริการทางออนไลน์

Strategic Move

บทความโดย : ธาม เชื้อสถาปนศิริ นักวิชาการสื่อสาธารณะ
 

ต้องบอกว่าการแข่งขันในตลาด "QSR" หรืออาหารฟาสต์ฟู๊ด กำลังดุเดือดมากที่เดียว เพราะไม่ใช่แค่แข่งขันกับแบรนด์เดิมท

บรรยากาศของ “สถานที่” ได้กลายเป็นหนึ่งใน “ยุทธศาสตร์”การขับเคลื่อนองค์กรไปแล้ว ออฟฟิศยุคนี้ จึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่สถานที่ทำงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ให้พนักงานได้ Happy Work Place ได้ ที่สร้างความฮือฮามากที่สุดก็คือมีการเปิดบ้านหลังใหม่ของ “กูเกิล”

Social Media Club

ธนาคารกรุงเทพ ร่อนจดหมายเตือนผูัใช้บริการ “บัวหลวงไอแบงกิ้ง” ให้ระวังแอปพลิเคชันปลอมจากกลุ่มมิจฉาชีพที่ส่งผ่าน SMS MMS อีเมล หรือหน้าจอหลอกลวง โดยแอบแฝงติดตั้งไวรัสเพื่อขโมยรหัสประจำตัวในการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านธนาคารอินเทอร์เน็ต พร้อมแนะ 4 ข้อควรปฏิบัติทันที

หลังจากที่หลายเดือนก่อน "เฟซบุ๊ก" ได้มีการประกาศรับสมัครตำแหน่ง

แม้ว่ากูเกิลจะเป็นเว็บไซต์ที่มีผู้เข้าเยี่ยมชมมากที่สุดในโลก แต่ตำแหน่งดังกล่าวก็ไม่อาจต้านทานความแรงของ “เฟซบุ๊ก” (Facebook) โซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ได้อีกต่อไป หลังมีข้อมูลพบว่า เฟซบุ๊กกำลังผงาดขึ้นเป็นผู้มีอิทธิพลต่อวงการสื่อทั่วโลก ด้วยการครองส่วนแบ่งทราฟฟิกของเว็บไซต์สื่อไว้ถึง 43 เปอร์เซ็นต์

Columnist

ในตลาดปัจจุบัน เราจะเห็นการแข่งขันที่ดุเดือด เพื่อจะอยากเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภค ลูกค้า หรือ Consumer behavior

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Trend

บริษัท docomo Healthcare ของญี่ปุ่น ได้เชิญประชาชนกลุ่มหนึ่งมาร่วมชมภาพยนตร์สยองขวัญที่ทางบริษัทสร้างขึ้น โดยจะมีการตรวจวัดการเผาผลาญพลังงานของร่างกายไปพร้อมๆกัน

ตลาดมือถือจีนเริ่มเข้าสู่ภาวะถดถอย หลังบริษัทวิจัยตลาด “การ์ทเนอร์” (Gartner) พบข้อมูลว่า ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ยอดขายสมาร์ทโฟนในจีนลดลง 4 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี ค.ศ.2014

บริษัทโซนี่ หาเรื่องให้แฟนคลับเมตัลเกียร์แดนซามุไรเสียตังค์กันอีกครั้ง กับทัพสมาร์ทโฟน แท็บเลต และเครื่องเล่น MP3 ที่มาในตีมเกมสายลับสเนคภาคล่าสุด

Global Wrap

โรงเรียนกวดวิชา “วาเซดะ” ในญี่ปุ่น เผยแพร่โฆษณาที่เรียกน้ำตาจากบรรดาพ่อแม่ โดยเตือนสติว่า พฤติกรรมแปลกๆของลูกน้อยอาจคือความฝันอันยิ่งใหญ่ของเขา

เอเอฟพี/รอยเตอร์ - ไฮเนเก้น บริษัทผู้ผลิตเบียร์ยักษ์ใหญ่จากเนเธอร์แลนด์ ประกาศเมื่อวันจันทร์ (13) ว่า บริษัทได้เปิดโรงงานผลิตมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ในพม่า ในความมุ่งหวังที่จะเข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่งในตลาดที่เติบโตสูงแห่งหนึ่งของภูมิภาคเอเชีย

บริษัทนินเทนโดออกแถลงการณ์แจ้งข่าวว่าประธานคนปัจจุบัน "ซาโตรุ อิวาตะ" ได้เสียชีวิตลงแล้วในวัย 55 ปี สาเหตุจากเนื้องอกบริเวณท่อน้ำดี

People

แมคแคน เวิลด์กรุ๊ป ประเทศไทย ประกาศแต่งตั้ง ยุพิน สุวรรณโสภณ มินซิ่ง เข้าดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer) โดยมีผลตั้งแต่ 1 กันยายน 2558

คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับ “วิชัย ทองแตง” มาอย่างดี จากทนายความที่ผันตัว มาสู่การเป็น นักลงทุน จนได้ฉายา พ่อมดตลาดหุ้น หลังจากที่เขาได้ทำการเข้าไปลงทุนในหลายบริษัท และหลากหลายธุรกิจ สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ทำให้ชื่อของวิชัย ทองแตงขึ้นไปอยู่บนทำเนียบมหาเศรษฐีไทยที่ในอันดับที่ 13 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จัดอันดับโดยนิตยสารฟอบส์

ต้องยอมรับว่า ยิ่งแก่ ยิ่งเนื้อหอม สำหรับพระเอกมาดอบอุ่น “ก้อง สหรัถ สังคปรีชา” ที่ปีนี้มีอายุ 47 ปีแล้ว แต่งานพรีเซนเตอร์ยังคงแน่นเอี้ยดไม่น้อยหน้าพระเอกรุ่นใหม่ไฟแรงคนไหน เพราะด้วยลุคที่ หล่อ เท่ส์ สมาร์ท ดูอบอุ่น และชื่อเสียงไม่เสียหาย จึงทำให้ก้อง สหรัถ กลายเป็นที่ถูกตาต้องใจของแบรนด์สินค้าหลายๆแบรนด์

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร
ตรีทิพ จันทร์โต

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
เฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348