ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ : ลดภาระค่าครองชีพได้เพียงระดับหนึ่ง

จากผลการประชุมของคณะกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2551 เห็นชอบให้มีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอีกครั้ง หลังจากที่ได้มีการประกาศขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำไปแล้วตั้งแต่จังหวัดละ 1-7 บาท เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2551 ที่ผ่านมา แต่จะปรับเพิ่มในอัตราเท่าไหร่ยังไม่ได้ข้อสรุป

สำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้มีการพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอีกครั้งในปี 2551 เนื่องจากราคาสินค้าและค่าครองชีพโดยทั่วไปปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงส่งผลทำให้ภาระค่าครองชีพในส่วนของการเดินทางมีค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น

โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในช่วงไตรมาสแรกของปี 2551(ม.ค.-มี.ค.) ได้เพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 5.0 เปรียบเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2550 ที่เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 2.4 เท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งดัชนีราคาสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันในช่วงไตรมาสแรกของปี 2551 ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 6.8 เปรียบเทียบกับช่วงระยะเดียวกับปีก่อนที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.1

ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นก็คือดัชนีราคาสินค้าหมวดยานพาหนะ การขนส่ง และการสื่อสารที่เป็นพลังขับเคลื่อนผู้คนในสังคมได้ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 9.2 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกับปีก่อนที่เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.9 ส่งผลทำให้ผู้ใช้แรงงานตามโรงงานและมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ประจำต้องกระเม็ดกระแหม่ในการใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งอาจจะมีผลทำให้อุปสงค์รวมของประเทศมีแนวโน้มลดลงได้ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม องค์กรผู้ใช้แรงงานต่างๆได้พยายามเรียกร้องให้ทางการประกาศปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของบรรดาผู้ใช้แรงงาน โดยมีการเรียกร้องให้มีการปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในอัตราที่เท่ากันทั้งหมดทั่วประเทศวันละ 9 บาท

โดยองค์การผู้ใช้แรงงานได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล ดังนี้

1.ข้อเรียกร้องให้รัฐบาลปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 9 บาทเท่ากันทั่วประเทศ ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจความเป็นอยู่ปัจจุบัน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะพิจารณาปรับให้เป็นของขวัญในวันแรงงานแห่งชาตินี้

2.ให้รัฐบาลจัดตั้งโรงพยาบาลประกันสังคมเป็นของตัวเอง ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในการบริการผู้ประกันตน

3.ให้รัฐบาลออก พ.ร.บ.คุ้มครองคนงานที่รับงานไปทำที่บ้าน เนื่องจากสภาพปัจจุบันมีแรงงานที่รับงานไปทำที่บ้านจำนวนมากแต่ยังขาดการคุ้มครองดูแลไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยในการทำงาน ค่าจ้างสวัสดิการ เป็นต้น

4.ให้รัฐบาลเร่งออกกฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมในการทำงาน เนื่องจากปัจจุบันคนงานติดเชื้อ บาดเจ็บตายจากการทำงานเป็นจำนวนมากเหตุมาจากสภาพแวดล้อมและสารเคมีในการทำงาน

5.ให้มีการแก้ไข พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ 2518 ในประเด็นการให้ความคุ้มครองแรงงานในการจัดตั้งสหภาพแรงงาน เป็นต้น

ขณะเดียวกันในส่วนของนายจ้างจะพบได้ว่าการขอปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องใช้แรงงานไร้ฝีมือเป็นจำนวนมาก

ปัจจุบันมีแรงงานที่ทำงานในโรงงานและสถานประกอบการทั่วประเทศจำนวน 8.5 ล้านคน (แรงงานในระบบประกันสังคม) ซึ่งค่าจ้างของแรงงานเหล่านี้มักจะถูกกำหนดตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นอัตราค่าจ้างอ้างอิง (Reference Wage Rate)

นอกจากนั้นยังมีแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้านทั้งที่ทำงานอย่างถูกกฎหมายและผิดกฎหมายอีกประมาณ 1 ล้านคน ซึ่งแรงงานต่างด้าวเหล่านี้ก็ทำงานโดยใช้อัตราค่าจ้างขั้นต่ำเหมือนกัน

อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ : ใช้กับแรงงานใหม่
สำหรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ที่กฎหมายกำหนดเป็นอัตราค่าจ้างสำหรับแรงงานใหม่ไร้ฝีมือ (Unskilled Labor) ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดแรงงาน และมีอายุการทำงานไม่เกิน 1 ปี โดยปัจจุบันมีแรงงานใหม่ที่เข้าสู่ตลาดแรงงานประมาณปีละ 5-6 แสนคน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากฎหมายจะกำหนดให้จ่ายค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับแรงงานไร้ฝีมือ ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดแรงงานใหม่ แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่ายังมีแรงงานจำนวนมากที่ได้รับเงินค่าจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำแม้จะทำงานเป็นเวลาหลายปีแล้วก็ตาม

ซึ่งจากการสำรวจของกระทรวงแรงงานพบว่ามีแรงงานทั่วประเทศที่ทำงานโดยได้รับค่าจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำมากถึงประมาณ 3 ล้านคน โดยเป็นแรงงานไทยประมาณ 2 ล้านคน และแรงงานต่างด้าวประมาณ 1 ล้านคน ซึ่งแรงงานเหล่านี้ส่วนใหญ่จะทำงานแบบลูกจ้างรายวันในสถานประกอบการขนาดเล็ก

ดังนั้นเมื่อพิจารณาผลกระทบของการปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำแล้วจะพบได้ว่า สถานประกอบการขนาดเล็กได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากต้นทุนจะสูงขึ้น เพราะใช้แรงงานไร้ฝีมือจำนวนมาก

สำหรับสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดใหญ่จะได้รับผลกระทบไม่มากนัก เนื่องสถานประกอบการเหล่านี้ส่วนใหญ่จ่ายค่าจ้างในอัตราที่สูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำอยู่แล้ว

ผลกระทบค่าจ้างขั้นต่ำต่อเงินเฟ้อ
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงผลกระทบของการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำที่มีต่ออัตราเงินเฟ้อทั่วไปของประเทศ

จากการศึกษาของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า ถ้ามีการปรับค้าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้น 1 บาทจะส่งผลกระทบต่อระดับราคาสินค้าทั่วไปร้อยละ 0.02 (กรณีที่คิดเฉพาะต้นทุนของค่าแรงงานที่เพิ่มขึ้นในส่วนของแรงงานที่ได้รับค่าจ้างขั้นต่ำ)

ซึ่งถ้ามีการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้น 4 บาท จะส่งผลกระทบต่อระดับราคาสินค้าทั่วไปร้อยละ 0.08
และถ้ามีการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้น 9 บาท จะส่งผลกระทบต่อระดับราคาสินค้าทั่วไปร้อยละ 0.18

ซึ่งผลกระทบของการเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่มีต่อราคาสินค้าทั่วไปค่อนข้างน้อย แต่เนื่องจากอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นอัตราอ้างอิงที่สถานประกอบการนำไปใช้ในการจ่ายค่าจ้างให้กับแรงงาน ขณะเดียวกันฝ่ายแรงงานก็จะใช้อัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นมาตรฐานในการขอปรับเพิ่มค่าจ้างแรงงานทั่วไปด้วย

ดังนั้นการปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจึงจะส่งผลกระทบต่อปัจจัยอื่นๆทางเศรษฐกิจด้วย เช่น ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ แรงจูงใจการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ(Foreign Direct Investment) รวมไปถึงผลกระทบจากการเพิ่มสูงขึ้นของต้นทุนการผลิตอันจะทำให้ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้นในที่สุด

ความเห็นเกี่ยวกับค่าจ้างขั้นต่ำ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีความเห็นเกี่ยวกับการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ ดังนี้

1.การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอาจจะช่วยแก้ปัญหาได้เฉพาะหน้า การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอาจจะช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าให้แก่แรงงานและผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด จากภาวะราคาสินค้าและค่าครองชีพที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นค่าแรงคงไม่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้ใช้แรงงานได้ทั้งหมด เนื่องจากตัวแปรสำคัญของปัญหาอยู่ที่ราคาน้ำมันทะยานเพิ่มสูงขึ้นมาก ขณะที่ราคาวัตถุดิบ และสินค้าอาหารมีการปรับราคาสูงขึ้นผันแปรตามราคาในตลาดโลก

2.ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับสภาวะต้นทุนสูงขึ้น ในสภาวะปัจจุบันจะพบได้ว่าที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับปัญหาจากต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นการปรับขึ้นค่าแรงจะเป็นการเพิ่มต้นทุนให้กับผู้ประกอบการอีกทางหนึ่งด้วย

อย่างไรก็ตาม สัดส่วนของการจ้างงานที่ใช้ค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำในปัจจุบันมีแนวโน้มลดลงกว่าในอดีตมาก เนื่องจากแรงงานมีการศึกษาขั้นพื้นฐานที่สูงขึ้น ทำให้แรงงานสามารถเข้าทำงานประเภทใช้ฝีมือและได้รับเงินเดือนสูงกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ

3.รัฐบาลจะต้องเข้ามาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน เนื่องจากปัญหาราคาสินค้าแพงจะส่งผลทำให้มีความคาดหวังว่ารัฐบาลน่าจะมีมาตรการทางด้านนโยบายการเงินและนโยบายการคลังเข้ามาช่วยเหลือแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยจะต้องเร่งดำเนินนโยบายเพิ่มอำนาจซื้อให้แก่ประชาชนโดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ที่ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นจากแรงกดดันในด้านต้นทุนเช่นนี้ ผลที่จะเกิดขึ้นจากการใช้นโยบายการเงินและการคลังในการกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภคอาจจะมีข้อจำกัด เนื่องจากการปรับขึ้นค่าจ้าง อาจจะเป็นเงื่อนไขที่ผู้ประกอบการนำไปใช้เป็นเหตุผลในการปรับขึ้นราคาสินค้าให้สูงขึ้นไปอีก ซึ่งคงต้องเป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ที่จะต้องดูแลสอดส่องให้การปรับราคาสินค้าของผู้ประกอบการอยู่ในกรอบที่สมเหตุสมผลและยอมรับได้

ตามที่องค์กรแรงงานได้เรียกร้องให้มีการปรับค่าแรงขั้นต่ำให้เพิ่มสูงขึ้น โดยคณะกรรมการค่าจ้างได้มีมติอนุมัติให้ปรับเพิ่มไปแล้ว และในขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของคณะอนุกรรมการค่าจ้างแรงงานจังหวัดทั่วประเทศ โดยคาดว่าคณะกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำจะมีการนำเสนออัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ปรับเพิ่มใหม่เพื่อเป็นของขวัญให้กับผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ ในวันแรงงานแห่งชาติ 1 พฤษภาคม 2551 นี้

หวังว่า แรงงาน ผู้สร้างโลกคงจะได้รับข่าวดีและมีความสุขทั่วหน้ากันทุกคน

อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
(เริ่มใช้ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2551)
วันละ/บาท จังหวัด
194 กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร
193 ภูเก็ต
175 ชลบุรี
170 สระบุรี
165 ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา ระยอง
163 ระนอง
162 พังงา
160 กระบี่ เพชรบุรี
159 เชียงใหม่
158 จันทบุรี ลพบุรี
157 กาญจนบุรี
156 ราชบุรี สิงห์บุรี
155 ปราจีนบุรี สมุทรสงคราม สระแก้ว
154 ตรัง เลย อ่างทอง
152 ประจวบคีรีขันธ์ ลำพูน สงขลา
150 ขอนแก่น ชุมพร ตราด นครนายก นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ บุรีรัมย์ พัทลุง เพชรบูรณ์ สตูล สุราษฎร์ธานี หนองคายอุดรธานี อุทัยธานี
149 กำแพงเพชร ชัยนาท ลำปาง สุโขทัย สุพรรณบุรี
148 กาฬสินธุ์ นครพนม นราธิวาส ปัตตานี พิษณุโลก มุกดาหาร ยะลา สกลนคร หนองบัวลำภู
147 ตาก มหาสารคาม แม่ฮ่องสอน ยโสธร ร้อยเอ็ด สุรินทร์ และอุตรดิตถ์
146 ชัยภูมิ เชียงราย พิจิตร แพร่ ศรีสะเกษ
145 อำนาจเจริญ อุบลราชธานี
144 น่าน พะเยา

ที่มา : กระทรวงแรงงาน
รวบรวม : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

Digital TV & Media

3 ข้อเสนอช่อง 3 ยื้อจอดำ ข้อเสนอที่ช่อง 3 ได้ยื่นเสนอต่อประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)  เพื่อขอทบทวนมติของ บอร์ด กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท.

เมื่อเวลา 13.00 น. ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์จำกัด เดินทางมาถึงสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) แจ้งว่า ประวิทย์ มาลีนนท์ ตัวแทน บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด (ช่อง 3) จะเข้ายื่นหนังสือกับ ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เพื่อขอให้ทบทวนมติ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.)

Consumer Insight

อัพเดทล่าสุด ยอดผู้ใช้เฟซบุ้คในไทย 27 ล้านยูสเซอร์ เป็นประเทศที่มีการใช้มากเป็นอันดับ 3 ในกลุ่มอาเซียน รองจากฟิลิปปินส์ 36 ล้านยูสเซอร์ และอินโดนีเซีย 64 ล้านยูสเซอร์

เทเลนอร์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นคนหนุ่มสาวในไทยและมาเลเซีย นิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยเปิดรับและใช้บริการใหม่ๆ บนโทรศัพท์มือถือเร็วกว่ากลุ่มคนรุ่นเดียวกันในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

Insight

มาดูกันว่า การมาของ “ไอโฟน 6” ในไทย ที่เผยโฉมในวันที่ 9 กันยายน จะสร้างกระแสความร้อนแรงให้กับตลาดสมาร์ทโฟน รวมทั้งการนำไปทำโปรโมชั่นให้กับสินค้าต่างๆ ได้แค่ไหน

ทำตลาดยุคนี้จะมุ่งขายสินค้าอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องสร้างแบรนด์เลิฟ มัดใจ “คู่ค้า” อย่างแคมเปญล่าสุดของ “โค้ก” มุ่งไปเจาะใจ “ร้านโชว์ห่วย” 250,000 ร้านค้า ที่มีผู้หญิงเป็นเจ้าของ 60%

สำหรับตลาดน้ำอัดลม แพ็คเกจจิ้งถือเป็นปัจจัยสำคัญอีกส่วนหนึ่ง เพราะพฤติกรรมการดื่มน้ำอัดลมของแต่ละคนค่อนข้างแตกต่างกัน ผู้ประกอบการจึงหันมาเล่นกลยุทธ์ไซส์ซิ่งกันมากขึ้น เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคทุกรูปแบบ

Strategic Move

ค่ายทรูนั้น ถือเป็น "บิ๊กทรี" ของผู้ประกอบธุรกิจโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของไทย แต่การมาเป็นที่ 3 ในตลาดมือถือ ทำให้ทรูต้องเร่งขยายลงทุนเครือข่าย เพื่อวิ่งให้ทันคู่แข่งอีก 2 ราย ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก

ถ้าเคเอฟซี มี “ลุงเคน”หรือ “ผู้พันแซนเดอร์ส” เป็นสัญลักษณ์แล้ว ร้านไก่ทอด “เคียวโซน” ก็มี “ลีมินโฮ” เป็นจุดขาย เพื่อให้คนไทยจดจำร้านไก่ทอดจากเกาหลีแห่งนี้ ที่จะใช้ความเป็นเอเชีย บวกกับเค-ป๊อป ท้าชนเจ้าตลาดใหญ่อย่าง “เคเอฟซี”

บริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม เป็นชื่อค่ายหนังน้องใหม่ ที่เกิดจากการร่วมตัวของ 4 กลุ่มธุรกิจ เพื่อผลิตภาพยนตร์ไทยป้อนทั้งตลาดไทย และต่างประเทศ ทุนจดทะเบียน 175 ล้านบาท

Social Media Club

เมื่อ “เฟซบุ๊ค” ยังเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คครองความนิยมมาเป็นอันดับแรก บรรดาแบรนด์ต่างๆ จึงต้องมุ่งเน้นทำการสื่อสารบนเฟซบุ๊ค แต่การสื่อสารบนเฟซุบุ๊คไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย "บริษัทแอดยิ้ม ออนไลน์ เอเยนซี่" ได้นำเสนอ แนวทางการ การสร้างคอนเทนต์ที่ดีในเฟซบุ๊ค มีจุดร่วมที่ต้องให้ความใส่ใจ ควรคำนึงถึงในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทางเฟซบุ๊ค

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

Columnist

กระแสการทำตลาดย้อนยุค Retro Marketing / Retro Brand / Retro-Nova Marketing ในปัจจุบันเห็นการทำตลาดย้อนยุค ซึ่งการตลาดเรียกว่า Retro Marketing แต่อาจารย์ขอใช้คำว่า “Marketing Memory” คือการทำการตลาดกับความรู้สึก กับ ความทรงจำ

ALS ย่อมาจาก Amyotrophic Lateral Sclerosis คือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และหลายๆ คนรู้จักโรคนี้ผ่านกิจกรรม “ยอมเปียกเพื่อการกุศล” หรอ “IceBucketChallange” ซึ่งเป็นโครงการรณรงค์ทางสังคมเพื่อระดมเงินบริจาคสมทบมูลนิธิ `Amyotrophic Lateral Aclerosos’ (ALS) หรือ ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อโรค Lou Gehrig’s

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

ตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศจีน มีแนวโน้มในการเพิ่มขึ้นของการใช้สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ขึ้น หรือหน้าจอขนาด 5-7 นิ้ว ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 20% ของจำนวนสมาร์ทโฟนทั้งหมดในปี 2013 และคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

People

คณะกรรมการธนาคารกสิกรไทย ประกาศแต่งตั้ง ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ เป็นรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย ดูแลสายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริกา

หลังจากซีอีโอคนเดิม กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ประกาศแต่งตั้ง กนิษฐ เมืองกระจ่าง รับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร แทน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ. ศ. 2557 เป็นต้นไป

รายงานข่าวจากบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีทค ได้แจ้งว่า “จอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ”ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีผลตั้งแต่วันนี้ (2 กันยายน 2557) เป็นต้นไป

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348