ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ : ลดภาระค่าครองชีพได้เพียงระดับหนึ่ง

จากผลการประชุมของคณะกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2551 เห็นชอบให้มีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอีกครั้ง หลังจากที่ได้มีการประกาศขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำไปแล้วตั้งแต่จังหวัดละ 1-7 บาท เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2551 ที่ผ่านมา แต่จะปรับเพิ่มในอัตราเท่าไหร่ยังไม่ได้ข้อสรุป

สำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้มีการพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอีกครั้งในปี 2551 เนื่องจากราคาสินค้าและค่าครองชีพโดยทั่วไปปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงส่งผลทำให้ภาระค่าครองชีพในส่วนของการเดินทางมีค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น

โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในช่วงไตรมาสแรกของปี 2551(ม.ค.-มี.ค.) ได้เพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 5.0 เปรียบเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2550 ที่เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 2.4 เท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งดัชนีราคาสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันในช่วงไตรมาสแรกของปี 2551 ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 6.8 เปรียบเทียบกับช่วงระยะเดียวกับปีก่อนที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.1

ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นก็คือดัชนีราคาสินค้าหมวดยานพาหนะ การขนส่ง และการสื่อสารที่เป็นพลังขับเคลื่อนผู้คนในสังคมได้ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 9.2 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกับปีก่อนที่เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.9 ส่งผลทำให้ผู้ใช้แรงงานตามโรงงานและมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ประจำต้องกระเม็ดกระแหม่ในการใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งอาจจะมีผลทำให้อุปสงค์รวมของประเทศมีแนวโน้มลดลงได้ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม องค์กรผู้ใช้แรงงานต่างๆได้พยายามเรียกร้องให้ทางการประกาศปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของบรรดาผู้ใช้แรงงาน โดยมีการเรียกร้องให้มีการปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในอัตราที่เท่ากันทั้งหมดทั่วประเทศวันละ 9 บาท

โดยองค์การผู้ใช้แรงงานได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล ดังนี้

1.ข้อเรียกร้องให้รัฐบาลปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 9 บาทเท่ากันทั่วประเทศ ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจความเป็นอยู่ปัจจุบัน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะพิจารณาปรับให้เป็นของขวัญในวันแรงงานแห่งชาตินี้

2.ให้รัฐบาลจัดตั้งโรงพยาบาลประกันสังคมเป็นของตัวเอง ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในการบริการผู้ประกันตน

3.ให้รัฐบาลออก พ.ร.บ.คุ้มครองคนงานที่รับงานไปทำที่บ้าน เนื่องจากสภาพปัจจุบันมีแรงงานที่รับงานไปทำที่บ้านจำนวนมากแต่ยังขาดการคุ้มครองดูแลไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยในการทำงาน ค่าจ้างสวัสดิการ เป็นต้น

4.ให้รัฐบาลเร่งออกกฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมในการทำงาน เนื่องจากปัจจุบันคนงานติดเชื้อ บาดเจ็บตายจากการทำงานเป็นจำนวนมากเหตุมาจากสภาพแวดล้อมและสารเคมีในการทำงาน

5.ให้มีการแก้ไข พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ 2518 ในประเด็นการให้ความคุ้มครองแรงงานในการจัดตั้งสหภาพแรงงาน เป็นต้น

ขณะเดียวกันในส่วนของนายจ้างจะพบได้ว่าการขอปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องใช้แรงงานไร้ฝีมือเป็นจำนวนมาก

ปัจจุบันมีแรงงานที่ทำงานในโรงงานและสถานประกอบการทั่วประเทศจำนวน 8.5 ล้านคน (แรงงานในระบบประกันสังคม) ซึ่งค่าจ้างของแรงงานเหล่านี้มักจะถูกกำหนดตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นอัตราค่าจ้างอ้างอิง (Reference Wage Rate)

นอกจากนั้นยังมีแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้านทั้งที่ทำงานอย่างถูกกฎหมายและผิดกฎหมายอีกประมาณ 1 ล้านคน ซึ่งแรงงานต่างด้าวเหล่านี้ก็ทำงานโดยใช้อัตราค่าจ้างขั้นต่ำเหมือนกัน

อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ : ใช้กับแรงงานใหม่
สำหรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ที่กฎหมายกำหนดเป็นอัตราค่าจ้างสำหรับแรงงานใหม่ไร้ฝีมือ (Unskilled Labor) ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดแรงงาน และมีอายุการทำงานไม่เกิน 1 ปี โดยปัจจุบันมีแรงงานใหม่ที่เข้าสู่ตลาดแรงงานประมาณปีละ 5-6 แสนคน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากฎหมายจะกำหนดให้จ่ายค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับแรงงานไร้ฝีมือ ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดแรงงานใหม่ แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่ายังมีแรงงานจำนวนมากที่ได้รับเงินค่าจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำแม้จะทำงานเป็นเวลาหลายปีแล้วก็ตาม

ซึ่งจากการสำรวจของกระทรวงแรงงานพบว่ามีแรงงานทั่วประเทศที่ทำงานโดยได้รับค่าจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำมากถึงประมาณ 3 ล้านคน โดยเป็นแรงงานไทยประมาณ 2 ล้านคน และแรงงานต่างด้าวประมาณ 1 ล้านคน ซึ่งแรงงานเหล่านี้ส่วนใหญ่จะทำงานแบบลูกจ้างรายวันในสถานประกอบการขนาดเล็ก

ดังนั้นเมื่อพิจารณาผลกระทบของการปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำแล้วจะพบได้ว่า สถานประกอบการขนาดเล็กได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากต้นทุนจะสูงขึ้น เพราะใช้แรงงานไร้ฝีมือจำนวนมาก

สำหรับสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดใหญ่จะได้รับผลกระทบไม่มากนัก เนื่องสถานประกอบการเหล่านี้ส่วนใหญ่จ่ายค่าจ้างในอัตราที่สูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำอยู่แล้ว

ผลกระทบค่าจ้างขั้นต่ำต่อเงินเฟ้อ
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงผลกระทบของการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำที่มีต่ออัตราเงินเฟ้อทั่วไปของประเทศ

จากการศึกษาของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า ถ้ามีการปรับค้าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้น 1 บาทจะส่งผลกระทบต่อระดับราคาสินค้าทั่วไปร้อยละ 0.02 (กรณีที่คิดเฉพาะต้นทุนของค่าแรงงานที่เพิ่มขึ้นในส่วนของแรงงานที่ได้รับค่าจ้างขั้นต่ำ)

ซึ่งถ้ามีการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้น 4 บาท จะส่งผลกระทบต่อระดับราคาสินค้าทั่วไปร้อยละ 0.08
และถ้ามีการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้น 9 บาท จะส่งผลกระทบต่อระดับราคาสินค้าทั่วไปร้อยละ 0.18

ซึ่งผลกระทบของการเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่มีต่อราคาสินค้าทั่วไปค่อนข้างน้อย แต่เนื่องจากอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นอัตราอ้างอิงที่สถานประกอบการนำไปใช้ในการจ่ายค่าจ้างให้กับแรงงาน ขณะเดียวกันฝ่ายแรงงานก็จะใช้อัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นมาตรฐานในการขอปรับเพิ่มค่าจ้างแรงงานทั่วไปด้วย

ดังนั้นการปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจึงจะส่งผลกระทบต่อปัจจัยอื่นๆทางเศรษฐกิจด้วย เช่น ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ แรงจูงใจการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ(Foreign Direct Investment) รวมไปถึงผลกระทบจากการเพิ่มสูงขึ้นของต้นทุนการผลิตอันจะทำให้ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้นในที่สุด

ความเห็นเกี่ยวกับค่าจ้างขั้นต่ำ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีความเห็นเกี่ยวกับการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ ดังนี้

1.การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอาจจะช่วยแก้ปัญหาได้เฉพาะหน้า การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอาจจะช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าให้แก่แรงงานและผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด จากภาวะราคาสินค้าและค่าครองชีพที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นค่าแรงคงไม่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้ใช้แรงงานได้ทั้งหมด เนื่องจากตัวแปรสำคัญของปัญหาอยู่ที่ราคาน้ำมันทะยานเพิ่มสูงขึ้นมาก ขณะที่ราคาวัตถุดิบ และสินค้าอาหารมีการปรับราคาสูงขึ้นผันแปรตามราคาในตลาดโลก

2.ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับสภาวะต้นทุนสูงขึ้น ในสภาวะปัจจุบันจะพบได้ว่าที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับปัญหาจากต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นการปรับขึ้นค่าแรงจะเป็นการเพิ่มต้นทุนให้กับผู้ประกอบการอีกทางหนึ่งด้วย

อย่างไรก็ตาม สัดส่วนของการจ้างงานที่ใช้ค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำในปัจจุบันมีแนวโน้มลดลงกว่าในอดีตมาก เนื่องจากแรงงานมีการศึกษาขั้นพื้นฐานที่สูงขึ้น ทำให้แรงงานสามารถเข้าทำงานประเภทใช้ฝีมือและได้รับเงินเดือนสูงกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ

3.รัฐบาลจะต้องเข้ามาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน เนื่องจากปัญหาราคาสินค้าแพงจะส่งผลทำให้มีความคาดหวังว่ารัฐบาลน่าจะมีมาตรการทางด้านนโยบายการเงินและนโยบายการคลังเข้ามาช่วยเหลือแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยจะต้องเร่งดำเนินนโยบายเพิ่มอำนาจซื้อให้แก่ประชาชนโดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ที่ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นจากแรงกดดันในด้านต้นทุนเช่นนี้ ผลที่จะเกิดขึ้นจากการใช้นโยบายการเงินและการคลังในการกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภคอาจจะมีข้อจำกัด เนื่องจากการปรับขึ้นค่าจ้าง อาจจะเป็นเงื่อนไขที่ผู้ประกอบการนำไปใช้เป็นเหตุผลในการปรับขึ้นราคาสินค้าให้สูงขึ้นไปอีก ซึ่งคงต้องเป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ที่จะต้องดูแลสอดส่องให้การปรับราคาสินค้าของผู้ประกอบการอยู่ในกรอบที่สมเหตุสมผลและยอมรับได้

ตามที่องค์กรแรงงานได้เรียกร้องให้มีการปรับค่าแรงขั้นต่ำให้เพิ่มสูงขึ้น โดยคณะกรรมการค่าจ้างได้มีมติอนุมัติให้ปรับเพิ่มไปแล้ว และในขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของคณะอนุกรรมการค่าจ้างแรงงานจังหวัดทั่วประเทศ โดยคาดว่าคณะกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำจะมีการนำเสนออัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ปรับเพิ่มใหม่เพื่อเป็นของขวัญให้กับผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ ในวันแรงงานแห่งชาติ 1 พฤษภาคม 2551 นี้

หวังว่า แรงงาน ผู้สร้างโลกคงจะได้รับข่าวดีและมีความสุขทั่วหน้ากันทุกคน

อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
(เริ่มใช้ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2551)
วันละ/บาท จังหวัด
194 กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร
193 ภูเก็ต
175 ชลบุรี
170 สระบุรี
165 ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา ระยอง
163 ระนอง
162 พังงา
160 กระบี่ เพชรบุรี
159 เชียงใหม่
158 จันทบุรี ลพบุรี
157 กาญจนบุรี
156 ราชบุรี สิงห์บุรี
155 ปราจีนบุรี สมุทรสงคราม สระแก้ว
154 ตรัง เลย อ่างทอง
152 ประจวบคีรีขันธ์ ลำพูน สงขลา
150 ขอนแก่น ชุมพร ตราด นครนายก นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ บุรีรัมย์ พัทลุง เพชรบูรณ์ สตูล สุราษฎร์ธานี หนองคายอุดรธานี อุทัยธานี
149 กำแพงเพชร ชัยนาท ลำปาง สุโขทัย สุพรรณบุรี
148 กาฬสินธุ์ นครพนม นราธิวาส ปัตตานี พิษณุโลก มุกดาหาร ยะลา สกลนคร หนองบัวลำภู
147 ตาก มหาสารคาม แม่ฮ่องสอน ยโสธร ร้อยเอ็ด สุรินทร์ และอุตรดิตถ์
146 ชัยภูมิ เชียงราย พิจิตร แพร่ ศรีสะเกษ
145 อำนาจเจริญ อุบลราชธานี
144 น่าน พะเยา

ที่มา : กระทรวงแรงงาน
รวบรวม : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

Consumer Insight

ในยุคดิจิตอลที่สมาร์ทโฟนกำลังครอบคลุมพื้นที่การใช้งานอยู่ทั่วทุกมุมโลก แต่เชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอีกต่อไปแล้ว ภาพของพ

เด็กวัยรุ่นยุคนี้ ติดหนึบออนไลน์ ดูหนังฟังเพลงบนยูทิวบ์ แชร์และส่งคลิป เล่นโซเชียลมีเดีย หาข้อมูลสินค้า ตามเซเลบบนอินสตราแกรม มาดูกันว่า แบรนด์ จะต้องทำอย่างไรจึงจะโดนใจ

มาสเตอร์การ์ด เวิลด์วายด์ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ได้เปิดเผยถึงสำรวจตัวชี้วัดแนวโน้มของผู้บริโภคด้านการช้อปปิ้งออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยได้ทำการสำรวจใน 25 ตลาด ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2556 ประกอบไปด้วยการสัมภาษณ์ผู้เข้าร่วมจำนวน 7,010 คนจาก 14 ตลาด เกี่ยวกับพฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์

Insight

จากหนังสือการ์ตูน สู่สติกเกอร์ไลน์ การเดินทางของการ์ตูนไทยที่ผันตัวจากโลกใบเก่ามาสู่โลกดิจิตอล เป็นกรณีศึกษาให้กับคนไทยที่อยากขาย “สติกเกอร์ผ่านไลน์” ควรทำอย่างไร

ปั้นยังไงให้กลายเป็น “ฟีเวอร์” เกม “คุกกี้รัน” ที่ไลน์ยอมทุ่มงบอัดฉีดการตลาดทุกกระบวนท่า ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ออกแคมเปญชิงรถ จับมือพันธมิตรสร้างยอดขยายฐานลูกค้า ปูทางพลิกจากแชตแอปพลิเคชั่น ไปสู่การเป็นผู้สร้างแพลตฟอร์มบนมือถือ

หลายครั้งที่ อาจารย์ ได้ยิน คำว่า ปฏิรูป การศึกษา ไทยพูดกัน บ่อย พูดกันจนชิน พูดกันมานาน และไม่ ทราบ ว่า ปฏิรูปแบบไหน ที่เรียก ว่า ปฏิรูป และต้อ ปฏิรูปมากน้อยแค่ไหน

Strategic Move

ท่ามกลางกระแสของดิจิตอลทีวีที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างเริ่มเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกันแล้วไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสถานี ผู้ผลิตรายการ มีเดียเอเยนซี่ ในฟากของผู้เก็บข้อมูลของผู้ชมรายการอย่างนีลเส็น ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในการวัดความนิยมในรายการหรือเรตติ้งเช่นเดียวกัน

ใกล้คลอดเต็มที่ “เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่” โครงการระดับ “ลักชัวรี่ รีเทล ของกลุ่มเซ็นทรัล มีกำหนดเปิดในวันที่ 8 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ชาติ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ โครงการเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลจิราธิวัฒน์ วัย 39 ปี ที่รับงานระดับบิ๊กโปรเจค จึงต้องนัดแถลงข่าวเล่าความคืบหน้าให้สื่อมวลชนได้ฟังกัน

หลังจากที่เป็นกระแสไวรัลอยู่บนโลกออนไลน์เมื่อหลายวันก่อน เมื่อมีคนพบเห็นผู้พันแซนเดอร์ ฟรือคุณลุงเคนตักกี้ บุคคลสำคัญประจำร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดเคเอฟซี มาโผล่อยู่กลางกรุงเทพฯ

Global Trend

Snicker เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขยันทำแคมเปญไวรัลบนโลกออนไลน์อย่างมาก ซึ่งบางแคมเปญก็ได้ผล แต่บางแคมเปญก็ได้รับผลวิพากย์วิจารณ์ในด้านลบมากเช่นกัน

เมื่อปีที่ผ่านมาคงได้เห็นแบรนด์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่าง Burger King สร้างความประหลาดใจแก่ผู้บริโภคไม่น้อย โดยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Fries King พร้อมทั้งเปลี่ยนโลโก้ รวมทั้งป้ายหน้าร้าน เพียงเพื่อจะโปรโมทโปรดักส์เฟรนช์ฟรายส์สูตรใหม่ของทางร้าน

หลังจากที่กำลังจะมีแคมเปญใหญ่ระดับโลก Earth Hour 2014 ปิดไฟช่วยโลก ในวันเสาร์ที่ 29 มีนาคมนี้ แน่นอนว่าหลายคนอาจจะลังเลในการปิดสวิตช์ไฟ เพราะอาจจะพลาดกิจกรรมอะไรบางอย่าง หรือโปรแกรมทีวีรายการโปรดไปได้

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Social Media Club

หลังจากค่ายการ์ตูนไทย “บรรลือสาส์น ทำสติ๊กเกอร์“ขายหัวเราะ” วางขายใน “ไลน์”จนมียอดโหลดทะลุ 150,000 ไปแล้ว ล่าสุด ไลน์ได้เปิดตัว สติ๊กเกอร์การ์ตูนบ่นบ่น หรือ “Bonbonmonja’s Daaily Life

สาวกไลน์เตรียมเฮ เมื่อไลน์เปิดตัว LINE Creators Market เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปครีเอตสติ๊กเกอร์เป็นของตัวเอง แล้วนำมาขายใน LINE Store ได้แล้ว!

ชื่อของ “โต้วป้าน (Douban, 豆瓣) ”ที่แฟนประจำคอลัมน์นี้คงคุ้นหูอยู่บ้าง เพราะปีก่อนเราเคยเขียนถึงในหัวข้อ “Douban เต็งหนึ่งอาณาจักรบันเทิงไฮเทค แห่งแดนมังกร”

People

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ผ่าโมเดล 2 รายการในโลกออนไลน์ “เสือร้องไห้” กับคลิปเด็ด ประวัติศาสตร์การแดนซ์ของไทย แชร์กระจายด้วยยอด 4 แสนวิว และคลิปสไตล์ “มัน ฮา เกรียน” แบบ “เฟ็ดเฟ่” ที่กำลังฝ่าคลื่นดิจิตอล แจ้งเกิดคลิปที่โดนใจวัยรุ่นไปเต็มๆ

ดังได้ใจ “เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข” กับบทบาทคุณชายพุฒิภัทร แห่งวังจุฑาเทพ ละครดังที่ผลักดันหนุ่มน้อยคนนี้โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน จนกลายเป็นกระแส “เจมส์ จิ” ถูกนำไปเทียบกับซุปตาร์ดังอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” แถมแบรนด์ดังยังรุมตอมคว้าไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วยค่าตัวหลัก 10 ล้านอัพ

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488