คอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้ง ไอที : 3 ปัจจัยหนุนสื่อดิจิตอล

แมเนเจอร์เป็นเว็บไซต์ที่ถูกกำหนดขึ้นภายใต้วิสัยทัศน์ของ สนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งสื่อสิ่งพิมพ์ในเครือเอเอสทีวีผู้จัดการ ที่มองทะลุสู่โลกดิจิตอลตั้งแต่ 20 ปีก่อน และเชื่อว่าชีวิตดิจิตอลจะเป็นสิ่งที่เข้าถึงผู้คนทั่วไป ไม่ได้จำกัดเฉพาะองค์กรระดับใหญ่เท่านั้น แม้ว่า ณ วันนั้น ยังเป็นยุคที่การส่งแฟกซ์ระหว่างกรุงเทพฯ นิวยอร์กแค่ทำได้ภายใน 1 นาทียังเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอยู่ด้วยซ้ำ 

วันนี้เว็บไซต์ข่าวกลายเป็นรากฐานของการพัฒนานิวมีเดียในโลกดิจิตอล เว็บผู้จัดการนอกจากมาจากวิสัยทัศน์ของผู้ก่อตั้งยังเกิดจากแรงบันดาลใจที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูลที่มีอยู่จำนวนมากและหลากหลายไปสู่ผู้อ่านในวงกว้าง ซึ่งกว่าเทคโนโลยีจะมาเติมเต็มให้คนเข้าถึงโลกออนไลน์ได้มากขึ้นก็เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งการเริ่มต้นเดินหน้าเว็บไซต์ข่าวก่อนเทคโนโลยีจะพร้อมเต็มที่ของเครือผู้จัดการ ทำให้เว็บไซต์แมเนเจอร์กลายเป็นเว็บข่าวยอดนิยมอันดับหนึ่งต่อเนื่องมานับแต่ตอนนั้นจนถึงวันนี้เป็นเวลาเกือบ 10 ปี  

“เราก็เป็นคนแรกที่ก้าวสู่ข่าวดิจิตอล เป็นคนแรกที่ได้เรียนรู้ รวมถึงค้นพบปัญหาและแก้ปัญหา” วริษฐ์ ลิ้มทองกุล ผู้อำนวยการ เว็บไซต์ manager.co.th กล่าว

เครือผู้จัดการเริ่มต้นจากนิตยสารผู้จัดการรายเดือนเมื่อกว่า 30 ปีก่อน ขยายสู่หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ รายวัน นิตยสารการตลาด POSITIONING และนิตยสารวัยรุ่นและไลฟ์สไตล์อีกหลายหัว ทั้งหมดล้วนแต่ซินเนอยี่กับเว็บไซต์เมเนเจอร์ซึ่งเปรียบเหมือนถังข้อมูลขนาดใหญ่ หรืออาจจะเทียบได้กับรากฐานที่มั่นคงพอจะสร้างอาคารสูง 100 ชั้น แต่ค่อยๆ พัฒนามาอย่างมั่นคงเพียงไม่กี่ชั้น และกำลังต่อยอดอย่างรวดเร็วเมื่อสังคมก้าวสู่ชีวิตดิจิตอลมากขึ้น โดยเฉพาะการก้าวสู่ยุคของแอปพลิเคชั่นหรือสิ่งพิมพ์ดิจิตอลเต็มรูปแบบ 

“คอนเทนต์ของข่าวในเครือทั้งหมด เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราเป็นเจ้าตลาดคอนเทนต์ข่าวและกลายเป็นผู้นำสื่อออนลน์ ไม่ว่าคุณจะเข้าระบบสืบค้นไหนก็จะมีลิงค์เข้าสู่ฐานข้อมูลในเครือทั้งสิ้น พูดได้ว่าเครือผู้จัดการเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ที่โดมิเนทข้อมูลข่าวของเมืองไทยไว้ครบทุกด้าน”

แนวคิดเกี่ยวกับชีวิตในโลกดิจิตอลภายใต้วิสัยทัศน์ของ สนธิ ลิ้มทองกุล ถูกบรรยายไว้ในหนังสือเรื่อง โลกานุวัตร ที่เขียนขึ้นตั้งแต่ปี 2536 พูดถึงโลกที่ทุกคนทำงานอยู่ที่บ้าน มีเทเลคอมมูนิเคชั่น เทเลมาร์เก็ตติ้ง ซัพพอร์ตการทำงาน เป็นภาพที่เกิดขึ้นเป็นปกติในสังคมทุกวันนี้ 

นักข่าวในเครือเอเอสทีวีผู้จัดการ คุ้นเคยกับการทำงานลักษณะนี้มานับสิบปี นักเขียนและนักข่าวที่ประจำอยู่ในต่างประเทศ หรือนอกออฟฟิศ ใช้ช่องทางดิจิตอลผ่านระบบออนไลน์ ส่งเรื่องและรูปถ่ายของตัวเองมาตีพิมพ์ ตั้งแต่เริ่มมีอินเทอร์เน็ตบนโลกใบนี้ใหม่ๆ ภายใต้ความเชื่อว่าระบบดิจิตอลจะเป็นรูปแบบและวิถีการทำงานในอนาคต 

ย้อนถึงวันที่เริ่มต้นก้าวสู่ดิจิตอล เอเอสทีวีผู้จัดการเริ่มขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงจากการทำงานภายใน ด้วยการใช้ทีมข่าวรุ่นใหม่เข้าไปทำงานผสมอยู่กับทีมข่าวอาวุโสเดิมที่มีประสบการณ์ เพื่อถ่ายทอดและสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยวิถีการทำงานของข่าวสำหรับสื่อดิจิตอลที่ต้องนำเสนอให้ไวด้วยองค์ประกอบครบทั้งข้อมูล ภาพประกอบ รวมถึงคลิปวิดีโอในยุคหลังๆ ไม่ต้องรอการตีพิมพ์แบบเดิม แต่สามารถนำข่าวขึ้นเว็บสู่สาธารณะได้ทันที ทำให้ข่าวปรับตัวไวขึ้น 

“ส่วนสำคัญที่ต้องยอมรับว่าทุกคนในผู้จัดการมาได้ขนาดนี้ เพราะความเชื่อและการผลักดันระดับผู้นำอย่างคุณสนธิที่ลงมาลุยเอง ตอนนั้นผมเข้ามาใหม่ๆ พร้อมกับเพื่อนอีกจำนวนหนึ่งอายุ 20 ต้นๆ ทุกคนถูกลงไปเกาะกับสายข่าว เพื่อเบรนด์กับคนเก่าให้กองบรรณาธิการรองรับกับออนไลน์ ข่าวถูกสั่งให้ลงเว็บก่อนแล้วค่อยพิมพ์ แม้ว่าตอนนั้นสิ่งพิมพ์จะยังดีไม่มีปัญหาอะไร เป็นการลงทุนในออนไลน์ที่คนส่วนใหญ่มองว่าไม่มีอนาคตลงให้อ่านฟรีจะมีรายได้จากอะไร แต่วันนี้เว็บผู้จัดการเป็นทั้งแหล่งรวมคอนเทนต์และแหล่งรายได้ ซึ่งมาจากการปรับการทำงานขององค์กรตั้งแต่ 12 ปีก่อน ขณะที่วันนี้สื่อบางแหล่งยังไม่มีแนวทางที่จะปรับตัวสู่การเป็นสื่อดิจิตอลด้วยซ้ำ” วริษฐ์เป็นหนึ่งในทีมดิจิตอลรุ่นบุกเบิก เล่าประสบการณ์ให้ และผลสำเร็จของการพัฒนาเว็บผู้จัดการ

เพราะฉะนั้น ในวันที่สื่อหลายสำนักอาจจะเพิ่งเริ่มคิดถึงคำว่า “ดิจิตอล” แม้จะมีเทคโนโลยีที่ช่วยให้ก้าวเข้าสู่โลกดิจิตอลได้เร็วเพียงใด ก็ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จได้ทุกราย เพราะการทำเว็บไซต์ให้ดังไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ต้องมีพร้อมถึง 3 องค์ประกอบที่สำคัญ ทั้งด้านคอนเทนต์ การตลาด และไอที 

   

เอเอสทีวีผู้จัดการ-เจ้าตลาด “คอนเทนต์” ภายใต้หลักการ “สื่อสารมวลชน” ที่แท้จริง

“การที่เราดึงคอนเทนต์ไว้ที่สื่อของเราเท่านั้น เป็นผลให้เราคุมทั้ง 3 เรื่องหลักได้ครบทั้งคอนเทนต์ เทคโนโลยี และการตลาด แต่ถ้าให้นักข่าวทุกคนกระจายสร้างคอนเทนต์ในสื่ออื่นๆ โดยเฉพาะในเว็บโซเชี่ยลมีเดียแล้วเอาชื่อองค์กรไปต่อท้าย นอกจากคุมไม่ได้ ในแง่ของหลักการสื่อสารมวลชนก็จะขาดขั้นตอนของ Editorial ที่ดี เราต่างจากค่ายอื่นชัดเจน นักข่าวทุกคนยังมีบรรณาธิการช่วยกรอง ป้องกันปัญหาความผิดพลาดในการเสนอข่าวและ Bias ของตัวนักข่าว และมีบรรณาธิการรับผิดชอบชัดเจน” วริษฐ์พูดถึงการจัดการคอนเทนต์ของเว็บแมเนเจอร์

วริษฐ์ยืนยันว่า การเป็นคอนเทนต์โพรไวเดอร์ของผู้จัดการเป็นการโพรไวด์คอนเทนต์คุณภาพที่น่าเชื่อถืออย่างสม่ำเสมอ มีคนรับผิดชอบชัดเจนอย่างที่สื่อรายอื่นไม่กล้าแม้กระทั่งการเปิดให้แสดงความคิดเห็นเพราะหวั่นเกรงความผิดทางกฎหมาย 

“นอกจากเสนอข่าวเรากล้ารับคอมเมนต์ที่มีต่อคอนเทนต์ที่หลากหลายมาก ขนาดเว็บข่าวหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ก็ยังไม่กล้าเปิดให้แสดงความคิดเห็น แต่เราพร้อมมาตั้งนาน ผมบอกผมไม่กลัวหรอกว่าคนอื่นจะตามเราทันอย่างไร ผมยินดีให้มีเว็บเยอะๆ ดีกว่าแทนที่จะมีน้อยเจ้า เพราะคอนเทนต์จะพิสูจน์เองว่า คอนเทนต์นั้นเป็นของดีหรือไม่ดี เว็บผู้จัดการใช้เวลาตั้ง 5-6 ปี กว่าจะมีโฆษณาเข้ามา โดยเอเยนซี่วิ่งมาเอง เราลงทุนเป็นร้อยล้าน พอสื่ออื่นเริ่มคิดจะก้าวสู่ดิจิตอล ก็เจอเราเป็นเบอร์หนึ่งรออยู่แล้ว”

วริษฐ์บอกว่า รอบนี้จะเห็นผลเร็วกว่ารอบของการสร้างเว็บในเฟสแรก “สมัยผมเริ่มทำเว็บผู้จัดการคนดู 3 พันไอพีก็เทพแล้ว ตอนนี้คนเข้าเว็บต่อวัน 2 ล้านกว่าไอพี เว็บผู้จัดการวันละ 4 แสนไอพี โตจากเดือนละ 1 ล้านเพจวิวเป็น 100 ล้านเพจวิวใน 10 ปี แล้วคัฟเวอร์คนชั้นกลาง พอมีเว็บออนโมบายล์ตัวเลขก็โตจากแสนเป็นสิบล้านเพจวิวภายใน 3 ปี เคยมีคนเข้าสูงถึง 3 แสนไอพีจนเว็บล่มในช่วงมีม็อบ แต่ทุกวันนี้มีคนเข้าเฉลี่ยถึง 3.5-4 แสนไอพีเติบโตแบบเร็วแบบน่าตกใจเพราะภายในปีเดียวเพิ่มขึ้นถึง 25%”

นี่คือส่วนหนึ่งของผู้เริ่มต้นก่อน และทำได้ประสบความสำเร็จแบบวัดผลและพิสูจน์ได้ ในฐานะผู้ผลิตคอนเทนต์ที่สำคัญของประเทศนี้ และทำให้คนไทยที่เข้าเว็บประจำอย่างน้อย 1 ใน 5 ของผู้ใช้ทั้งหมด มีพฤติกรรมติดกับแบรนด์แมเนเจอร์ไปแล้ว 

 

มาร์เก็ตติ้งออนไลน์-ทาร์เก็ตและผลตอบรับชัดเจน

เป็นที่รู้กันดีว่า สื่อสิ่งพิมพ์เมืองไทยเกือบ 100% อาศัยรายได้จากค่าโฆษณา เพราะค่าผลิตสิ่งพิมพ์ต้นทุนสูงกว่าราคาขาย แต่โมเดลของสื่อใหม่มีความหลากหลายไม่ต้องยึดติดกับรายได้จากโฆษณาแต่เพียงอย่างเดียว

จากปรากฏการณ์ของเว็บผู้จัดการถือว่าในแง่ของผู้อ่าน พฤติกรรมคนเสพข่าวปรับไปแล้ว แต่เรื่องการตลาด หรือช่องทางหารายได้ของสื่อดิจิตอล ปัจจุบันเจ้าของแบรนด์และเอเยนซี่ยังอยู่ในช่วงปรับพฤติกรรม สินค้าบางรายก็ตอบรับเต็มที่แล้วเพราะมีโอกาสทดลองแล้วเห็นผล ขณะที่เอเยนซี่ยังรอดูท่าที 

“คีย์สำคัญไม่ใช่เอเยนซี่รับไม่รับ เพราะสุดท้ายก็ต้องรับ มีหลายอย่างที่ยืนยันว่าเทรนด์มาทางดิจิตอลเต็มตัว ผมเข้าใจว่าหลายคนยังขายของได้ ทำรายได้จากที่เขาทำอยู่เดิมได้ ก็เหมือนกับสื่อหลายที่ที่ยังสนุกกับการขายสิ่งพิมพ์ แต่เมื่อไรที่เขาพร้อมผมก็มีข้อมูลพร้อม”

นีลเส็น รีเสิร์ชเมืองไทย บอกว่าออนไลน์เหมือนปรากฏการณ์โทรทัศน์ในยุคแรก เห็นชัดว่าเป็นสื่อที่คนจะใช้บริโภคเป็นหลักในอนาคต และต้องหาเครื่องมือวัดเรตติ้ง ถ้าดูจากตัวเลขงบโฆษณาก็เห็นเทรนด์ชัดเจน โฆษณาโทรทัศน์รายได้ 6 หมื่นล้านต่อปีแต่ไม่โต ส่วนของสิ่งพิมพ์แค่หลักพันล้านแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ขณะที่ออนไลน์ตัวเลขล่าสุดปี 2554 มี 2 พันล้าน ซึ่งเอ็มอินเตอร์แอคทีฟ ของกรุ๊ปเอ็ม เอเยนซี่วางแผนสื่อโฆษณารายใหญ่เชื่อว่าอาจจะถึง 3 พันล้าน ถ้าไม่มีเหตุการณ์น้ำท่วม แต่ที่น่าสนใจคือโฆษณาออนไลน์เป็นตัวเลขที่โตอย่างน้อยปีละ 50-100% ทุกปี

“แล้วถ้ามีการเคลื่อนไหวอะไรในสื่อดิจิตอลคนจะมองมาที่ผู้จัดการก่อน ถ้าผู้จัดการไม่มูฟสำนักพิมพ์อื่นก็ไม่กล้ามูฟ เพราะกลัวจะโดดเดี่ยว เหมือนกรณี EM (Effective Measure) บริษัทวัดเรตติ้งเชิงคุณภาพออนไลน์เข้ามา ก็ต้องมาคุยกับเราก่อน เพื่อใช้ไปอ้างอิงกับรายอื่นถ้าเราเอาด้วย เพราะฉะนั้นสำหรับสื่อดิจิตอล เครือผู้จัดการจึงมีเพาเวอร์ในตลาดที่ไม่สามารถปฏิเสธได้”

โดยสถานภาพของผู้จัดการตอนนี้ สื่อดิจิตอลในมือมีทั้ง เว็บผู้จัดการที่เป็นเบอร์หนึ่งของประเทศไทย นิตยสารมาร์ส มีประสบการณ์ทำสื่อดิจิตอลหลายรูปแบบโดยเฉพาะความโดดเด่นในเรื่องของแอปพลิเคชั่นนิตยสารที่ผู้อ่านยอมรับ มีเอสเอสทีวีที่เริ่มต้นเข้าสู่การทำทีวีก่อนสำนักพิมพ์อื่น และเว็บไซต์ของนิตยสารทุกหัว อาทิ นิตยสาร  POSITIONING  นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา (รายเดือน) Celeb Online Taste เอเอสทีวีสุดสัปดาห์ และเริ่มพัฒนาสู่แอปพลิเคชั่นนิตยสารเพื่อรองรับผู้อ่านยุคเทคโนโลยีแท็บเล็ต

“เรามองเว็บเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อน เพราะฉะนั้น เมื่อถึงเวลาต้องปรับจากสิ่งพิมพ์ไปดิจิตอลก็ ไม่ต้องกลัวว่าทีมงานจะปรับตัวอย่างไร เพราะเราเตรียมพร้อมกันมานาน แต่คนที่เพิ่งคิดจะเปลี่ยน ต่อให้มีเงินก็ไม่ใช่ว่าจะทำได้สำเร็จ นอกจากต้องมีวิสัยทัศน์แล้ว สามารถคอนวินซ์คนในองค์กรให้มองเห็นอนาคตร่วมกันได้ไหม”

POSITIONING ของแต่ละสื่อในโลกออนไลน์เป็นเรื่องที่พิสูจน์วัดผลได้จริง ไม่ว่าจำนวนผู้ชมหรือสถิติใดๆ ข้อมูลด้านการตลาดของเว็บไซต์ผู้จัดการก็มีสถิติที่พิสูจน์ได้ชัดเจนว่า คนอ่านส่วนใหญ่เป็น Premium Mass ซึ่งมีกำลังซื้อสูง สินค้าที่ลงโฆษณาแล้วได้รับการตอบรับดี ล้วนเป็นสินค้ามูลค่าสูง อย่างโฆษณาบ้าน คอนโด รถยนต์ กระเป๋าเดินทาง มือถือ สินค้าเทคโนโลยี ฯลฯ ซึ่งไม่ใช่ทุกเว็บจะตอบสนองลูกค้าได้หมด แต่เว็บผู้จัดการมีผลตอบรับของกลุ่มที่มีกำลังซื้อในระดับพรีเมียมอย่างเห็นได้ชัด

วริษฐ์ ชี้ให้เห็นว่า การหารายได้ยุคดิจิตอลหัวใจอยู่ที่สิ่งที่ผู้ซื้อเห็นประโยชน์โดยตรง ไม่ได้ขึ้นกับเทคโนโลยีว่าต้องทันสมัยเท่านั้น 

ความยากของการบริหารสื่อนิวมีเดียก็คือ พฤติกรรมคนเปลี่ยน โมเดลธุรกิจก็เปลี่ยน เทคโนโลยีก็เปลี่ยน เปลี่ยนแบบทุก 3 เดือน 6เดือน สำนักพิมพ์ที่แม้จะอยู่มานานและอยู่มาด้วยดีแต่ถ้าตอบไม่ได้ว่าจะเดินต่อไปอย่างไร จึงแสดงถึงปัญหาของการปรับตัวที่ไม่ทันยุคสมัย 

นีลเส็น ซึ่งเป็นเจ้าตลาดการวัดเรตติ้งของสื่อเก่าอย่างโทรทัศน์ ซึ่งเจอข้อกังขาตลอดมาว่ารูปแบบการสุ่มตัวอย่างที่ใช้ พอมายุคออนไลน์ นีลเส็นจะพยายามปรับเข้าสู่เส้นทางนี้ แต่ก็ยังเป็นเรื่องท้าทายเพราะครั้งนี้ไม่ใช่นีลเส็นเท่านั้นที่จะเป็นตัวเลือกรายเดียวเหมือนในสื่อยุคเก่า

ออนไลน์ไทยมีทรูฮิต (truehit) ทำหน้าที่เป็นวัดความนิยมของเว็บไซต์ในเมืองไทย โดยเริ่มทำเป็นโครงการนำร่องร่วมกับเนคเทคก่อนจะแยกตัวออกมา ทำมาแล้ว 10 กว่าปี จัดเป็นเว็บที่เชื่อถือได้มากที่สุดในการวัดความนิยมของเว็บไซต์สัญชาติไทย แต่ปัจจุบันก็มีหน่วยงานที่เข้ามาเป็นผู้จัดเรตติ้งรวมถึงผลด้านอื่นๆ ของออนไลน์มากขึ้น เช่น Google Analytics, Alexa (ต้องใช้ร่วมกับทูลบาร์ในการวัด) แต่ทรูฮิตยังจัดเป็นเสาหลักของการวัดความนิยมของเว็บไทย

ส่วนการวัดผลเชิงคุณภาพก็เริ่มมีผู้เล่นในตลาดหลายราย รายที่เข้ามาแรกๆ คือ EM (Effective Measure) วัดรายละเอียดตั้งแต่อายุ อาชีพ รายได้ รสนิยมในการซื้อสินค้า พฤติกรรมการใช้งานออนไลน์ 

“EM เข้ามาก่อน 2 ปีที่แล้ว กลุ่มตัวอย่างเป็นหมื่นพิสูจน์ว่าออนไลน์วัดเชิงคุณภาพได้ละเอียด ปีนี้นีลเส็นก็ต้องเข้ามาเพราะปฏิเสธไม่ได้ ทุกวันนี้คนอายุ 20-35 ปี ใช้ออนไลน์มากกว่าดูทีวีหมดแล้ว เพราะฉะนั้นเทรนด์พิสูจน์ชัดว่าคนชั้นกลาง ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศชิฟท์มาทางดิจิตอลหมด”  

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ถ้าลงโฆษณาผงซักฟอกในสื่อเก่า นอกจากวัดว่าช่วงเวลาที่ลงมีคนดูเท่าไรจากการสุมตัวอย่าง อยากรู้ว่าแคมเปญโฆษณาประสบความสำเร็จแค่ไหนก็ต้องจ้างคนทำสำรวจกับอีกรอบ แต่ออนไลน์รู้จำนวนคลิกทันที ข้อมูลที่ได้นำปรับปรุงแคมเปญได้รวดเร็วด้วย ที่สำคัญคนดูโฆษณาออนไลน์ส่วนใหญ่เต็มใจเข้าไปดูด้วยตัวเองไม่ได้ถูกบังคับ

“สมมติคุณเป็นเครื่องดื่มอาหารเช้าก็ลงเฉพาะตอนเช้า แล้วก็สามารถนับได้ว่าลงไปกี่ครั้ง แต่ทีวีทำไม่ได้ เพราะเขาเคลมแล้วว่าวิวเวอร์เขาอยู่ที่สิบล้านคนเช้านี้ เพราะฉะนั้นคุณยิง 30 วินาที จบก็คือจบ ไม่มีอินเตอร์แอคทีฟ ไม่สามารถเอาไปทำอะไรต่อได้ แล้วตกลงดูจริงไหมสิบล้าน”

ฉะนั้นในแง่ของการตลาดในสื่อดิจิตอล สามารถตอบสนองสินค้าและบริการได้ด้วยการแสดงข้อมูลและการวัดผลทั้งเชิงปริมาณ คุณภาพ และความสำเร็จของแคมเปญ อย่างชัดเจนและรวดเร็ว    

 

เทคโนโลยีเสริมเขี้ยวเล็บสื่อดิจิตอล

การนำเสนอข่าวของเครือผู้จัดการทุกๆ ข่าว ผู้อ่านสามารถ โยงไปสู่พื้นฐานข้อมูลเดิมได้ หรือที่เรียกว่าเรื่องเกี่ยวเนื่อง ไม่ว่าจะอ่านจากสื่อไหน ในสิ่งพิมพ์อย่างนิตยสารโพสิชันนิ่งหรือผู้จัดการ 360 องศา ก็มีพิมพ์ฐานข้อมูลเก่าไว้ให้ แต่โอกาสน้อยมากที่ผู้อ่านจะกลับไปพลิกดู แต่สำหรับสื่อดิจิตอลกำจัดอุปสรรคนี้ไปทันที และเบื้องหลังภาพที่ทำให้ผู้อ่านเชื่อมโยงข้อมูลได้ง่ายขึ้น คือหน้าที่ของเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง 

“ไม่ใช่หน้าที่ของผู้ใช้ที่ต้องมาเข้าใจเรื่องพวกนี้ ผู้ใช้จะรับรู้แค่ว่าโปรดักส์ที่ใช้ต้องทำมาให้พร้อม เขาคิดแค่ว่าเขาจ่ายตังค์ซื้อแล้วแอพพลิเคชั่นตัวนี้ต้องดีที่สุด ตอบโจทย์เขาได้” กมลวรรณ ดีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิจิทอลล ประเทศไทย จำกัด กล่าวในฐานะผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่นให้กับสื่อในเครือเอเอสทีวีผู้จัดการ และไทยเดย์ด็อทคอม  

องค์กรสื่ออื่นๆ ไอทีอาจจะเป็นปัจจัยภายนอก แต่ที่ผู้จัดการถือเป็นปัจจัยภายใน ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการวางแผนด้านไอทีก็ถือเป็นกลยุทธ์องค์กรด้วยส่วนหนึ่ง

“สื่อใหญ่ค่ายอื่นเขาเลือกเอาต์ซอร์ส แต่กลยุทธ์ของทำทุกอย่างเอง เรามีดูแลด้านไอทีตั้งแต่ปี 2543 โดยมีเป้าหมายชัดเจนว่าต้องทำเองหมด เว็บเราก็ทำเองทั้งหมด จนมายุคหลังความยากของเทคโนโลยียุคถัดไปบวกกับแนวโน้มความหลากหลายของดีไวซ์และพฤติกรรมผู้บริโภค อาจจะมีบ้างที่เราต้องเอาต์ซอร์สบางอย่างเป็นชิ้นงาน เพื่อไม่ให้เป็นการลงทุนมากเกินไป” วริษฐ์ เล่าถึงแนวคิดการจัดการไอทีขององค์กร

ปัญหาของเทคโนโลยีที่ทีมงานหลังบ้านต้องจัดการให้สมูท เช่น กรณีพัฒนาเว็บ ยังปรับระดับความเร็วอินเทอร์เน็ตกันได้ แต่ในยุคของแอพพลิเคชั่นเมื่อออกแบบให้แอพสวยจำนวนข้อมูลอาจจะสูงถึง 500 เมกะไบต์ ผู้บริโภคจะยอมใช้เวลาดาวน์โหลดนานแค่ไหน เป็นโจทย์ที่ผู้ใช้ไม่รู้ แต่คนทำงานต้องคิดให้ละเอียด

สำหรับกมลวรรณ นอกจากดูเทคโนโลยีอยู่เบื้องหลัง แต่ด้วยความเข้าใจคอนเทนต์และการตลาดด้วย ทำให้เธอเลือกนำเสนอจุดขายของแอพพลิเคชั่นของนิตยสารมาร์ส ซึ่งถือเคยเป็นหัวหน้ากองบรรณาธิการอยู่ที่นั่นก่อนจะผันตัวมาจับธุรกิจพัฒนาแอปที่เป็นดิจิตอล แมกกาซีนเป็นรายแรกๆ ของสื่อเมืองไทย 

เธอบอกว่า แนวคิดที่เธอใช้ในการสร้างแอปมาร์สออนไอแพด แอปชิ้นแรกของเครือผู้จัดการคือ “เป็นการให้บริการความพอใจกับลูกค้า ไม่ว่าระหว่างทางผู้ใช้จะเจอปัญหาแต่สุดท้ายต้องทำให้เขาได้รับความพอใจกลับไป” 

วริษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สื่อดิจิตอลคือความครบถ้วนและการเชื่อมโยงถึงกัน การพัฒนาสื่อสิ่งพิมพ์เดิมให้เป็นแอปพลิเคชั่นของเครือผู้จัดการ จะเป็นการคอนเวอเจนซ์คอนเทนต์ทั้งหมดของเครือและในทุกแพลตฟอร์ม ทั้งแอปพลิเคชั่น เว็บไซต์ มือถือ รวมถึงทีวีก็ไม่ได้ถูกแยกออกไป    

“วันหนึ่งมีคำสั่งให้ทำแมเนเจอร์ทีวี เราก็เริ่มได้ทันที เพราะฐานรองรับไว้หมดแล้ว มีเอเอสทีวีเป็นพี่เลี้ยง ด้านเทคนิครู้ว่าอุปกรณ์ตัวไหนดีไม่ดี ใช้กับไอโฟนได้ไหม ต้องแปลงไฟล์อย่างไร เรื่องพวกนี้ไม่มีฟอร์แมตจากอุตสาหกรรมสื่อ หรือทีวีที่มีทีมงานเป็นร้อยจะเปลี่ยนมาทำแล้วทำได้เลย แม้แต่ในเมืองนอกก็ยังอยู่ในช่วงทดลอง แต่เครือผู้จัดการเกาะอยู่ในอุตสาหกรรมและเรียนรู้มาตลอด เป็นจุดแข็งที่ทำให้เรากล้าที่จะปรับและพร้อมที่เดินไปข้างหน้า” 

 การปรับตัวสู่ดิจิตอลแมกกาซีนของนิตยสาร  POSITIONING  และสื่ออื่นๆ ก็เช่นกัน แอปพลิเคชั่นเป็นเพียงเอ็นด์โปรดักส์ที่ส่งถึงผู้ใช้ แต่เบื้องหลังคือเทคโนโลยี และเบื้องหลังที่เหนือกว่าเทคโนโลยีของการทำงานของทีมงานที่ต้องคิดแบบคนรุ่นใหม่ ปรับระบบคิดในการทำคอนเทนต์หรือข่าวใหม่

รายละเอียดเบื้องหลังการ Go Digital ของเครือผู้จัดการซึ่งมีการขยับใหญ่อีกครั้ง โดยยกสื่อในเครือทั้งหมดเข้าสู่แพลตฟอร์มของดิจิตอลอย่างเต็มร้อยครั้งนี้ จึงไม่เพียงแค่การนำเสนอสื่อรูปแบบใหม่ภายใต้คอนเทนต์คุณภาพชั้นนำของเมืองไทย แต่เป็นการเดินทางสายดิจิตอลมาตลอดเกือบ 20 ปี ยังเป็นการการเอ็ดดูเคทตลาด โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสื่อเมืองไทย ซึ่งยังไม่มีตำราในมหาวิทยาลัยเปิดสอน และเป็นการเริ่มต้นแบบเรียนใหม่ของวิชาสื่อสารมวลชนให้กับสังคมไทย...อีกครั้ง

Consumer Insight

ในยุคดิจิตอลที่สมาร์ทโฟนกำลังครอบคลุมพื้นที่การใช้งานอยู่ทั่วทุกมุมโลก แต่เชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอีกต่อไปแล้ว ภาพของพ

เด็กวัยรุ่นยุคนี้ ติดหนึบออนไลน์ ดูหนังฟังเพลงบนยูทิวบ์ แชร์และส่งคลิป เล่นโซเชียลมีเดีย หาข้อมูลสินค้า ตามเซเลบบนอินสตราแกรม มาดูกันว่า แบรนด์ จะต้องทำอย่างไรจึงจะโดนใจ

มาสเตอร์การ์ด เวิลด์วายด์ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ได้เปิดเผยถึงสำรวจตัวชี้วัดแนวโน้มของผู้บริโภคด้านการช้อปปิ้งออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยได้ทำการสำรวจใน 25 ตลาด ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2556 ประกอบไปด้วยการสัมภาษณ์ผู้เข้าร่วมจำนวน 7,010 คนจาก 14 ตลาด เกี่ยวกับพฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์

Insight

จากหนังสือการ์ตูน สู่สติกเกอร์ไลน์ การเดินทางของการ์ตูนไทยที่ผันตัวจากโลกใบเก่ามาสู่โลกดิจิตอล เป็นกรณีศึกษาให้กับคนไทยที่อยากขาย “สติกเกอร์ผ่านไลน์” ควรทำอย่างไร

ปั้นยังไงให้กลายเป็น “ฟีเวอร์” เกม “คุกกี้รัน” ที่ไลน์ยอมทุ่มงบอัดฉีดการตลาดทุกกระบวนท่า ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ออกแคมเปญชิงรถ จับมือพันธมิตรสร้างยอดขยายฐานลูกค้า ปูทางพลิกจากแชตแอปพลิเคชั่น ไปสู่การเป็นผู้สร้างแพลตฟอร์มบนมือถือ

หลายครั้งที่ อาจารย์ ได้ยิน คำว่า ปฏิรูป การศึกษา ไทยพูดกัน บ่อย พูดกันจนชิน พูดกันมานาน และไม่ ทราบ ว่า ปฏิรูปแบบไหน ที่เรียก ว่า ปฏิรูป และต้อ ปฏิรูปมากน้อยแค่ไหน

Strategic Move

เชื่อว่าการทานข้าวนอกบ้านในสมัยนี้ ไม่มีใครไม่แชร์รูปลงโซเชียลเน็ตเวิร์กอีกต่อไป อย่างน้อยต้องมีการเช็กอิน ถ่ายรูปอาหาร หรือถ่ายรูปตอนทานอาหารแล้วแชร์ลงในโซเชียลมีเดียของตนเอง การทำการตลาดผ่านช่องทางนี้จึงเป็นช่องทางใหม่ที่นักการตลาดให้ความสำคัญมากในตอนนี้ เพราะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

ท่ามกลางกระแสของดิจิตอลทีวีที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างเริ่มเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกันแล้วไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสถานี ผู้ผลิตรายการ มีเดียเอเยนซี่ ในฟากของผู้เก็บข้อมูลของผู้ชมรายการอย่างนีลเส็น ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในการวัดความนิยมในรายการหรือเรตติ้งเช่นเดียวกัน

ใกล้คลอดเต็มที่ “เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่” โครงการระดับ “ลักชัวรี่ รีเทล ของกลุ่มเซ็นทรัล มีกำหนดเปิดในวันที่ 8 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ชาติ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ โครงการเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลจิราธิวัฒน์ วัย 39 ปี ที่รับงานระดับบิ๊กโปรเจค จึงต้องนัดแถลงข่าวเล่าความคืบหน้าให้สื่อมวลชนได้ฟังกัน

Global Trend

Snicker เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขยันทำแคมเปญไวรัลบนโลกออนไลน์อย่างมาก ซึ่งบางแคมเปญก็ได้ผล แต่บางแคมเปญก็ได้รับผลวิพากย์วิจารณ์ในด้านลบมากเช่นกัน

เมื่อปีที่ผ่านมาคงได้เห็นแบรนด์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่าง Burger King สร้างความประหลาดใจแก่ผู้บริโภคไม่น้อย โดยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Fries King พร้อมทั้งเปลี่ยนโลโก้ รวมทั้งป้ายหน้าร้าน เพียงเพื่อจะโปรโมทโปรดักส์เฟรนช์ฟรายส์สูตรใหม่ของทางร้าน

หลังจากที่กำลังจะมีแคมเปญใหญ่ระดับโลก Earth Hour 2014 ปิดไฟช่วยโลก ในวันเสาร์ที่ 29 มีนาคมนี้ แน่นอนว่าหลายคนอาจจะลังเลในการปิดสวิตช์ไฟ เพราะอาจจะพลาดกิจกรรมอะไรบางอย่าง หรือโปรแกรมทีวีรายการโปรดไปได้

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Social Media Club

หลังจากค่ายการ์ตูนไทย “บรรลือสาส์น ทำสติ๊กเกอร์“ขายหัวเราะ” วางขายใน “ไลน์”จนมียอดโหลดทะลุ 150,000 ไปแล้ว ล่าสุด ไลน์ได้เปิดตัว สติ๊กเกอร์การ์ตูนบ่นบ่น หรือ “Bonbonmonja’s Daaily Life

สาวกไลน์เตรียมเฮ เมื่อไลน์เปิดตัว LINE Creators Market เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปครีเอตสติ๊กเกอร์เป็นของตัวเอง แล้วนำมาขายใน LINE Store ได้แล้ว!

ชื่อของ “โต้วป้าน (Douban, 豆瓣) ”ที่แฟนประจำคอลัมน์นี้คงคุ้นหูอยู่บ้าง เพราะปีก่อนเราเคยเขียนถึงในหัวข้อ “Douban เต็งหนึ่งอาณาจักรบันเทิงไฮเทค แห่งแดนมังกร”

People

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ผ่าโมเดล 2 รายการในโลกออนไลน์ “เสือร้องไห้” กับคลิปเด็ด ประวัติศาสตร์การแดนซ์ของไทย แชร์กระจายด้วยยอด 4 แสนวิว และคลิปสไตล์ “มัน ฮา เกรียน” แบบ “เฟ็ดเฟ่” ที่กำลังฝ่าคลื่นดิจิตอล แจ้งเกิดคลิปที่โดนใจวัยรุ่นไปเต็มๆ

ดังได้ใจ “เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข” กับบทบาทคุณชายพุฒิภัทร แห่งวังจุฑาเทพ ละครดังที่ผลักดันหนุ่มน้อยคนนี้โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน จนกลายเป็นกระแส “เจมส์ จิ” ถูกนำไปเทียบกับซุปตาร์ดังอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” แถมแบรนด์ดังยังรุมตอมคว้าไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วยค่าตัวหลัก 10 ล้านอัพ

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488