จากไอทีวี สู่ “ทีวีไทย”

ในที่สุด เส้นทางของสถานีโทรทัศน์ ไอทีวี ก็มาถึงจุดเปลี่ยนของการแปรเปลี่ยนมาเป็น “ทีวีสาธารณะ” แบบไร้โฆษณา ในชื่อชั่วคราวว่า ไทยพีบีเอส และสุดท้ายที่ชื่อ “ทีวีไทย” ในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้

ด้วยความที่ไม่มีโฆษณา ทำให้นักการตลาดพากันมองไทยพีบีเอสในฐานะเป็นแค่เสมือน “บ่อ” ที่เพิ่งถูกปิดถมไปจนทำให้กระแสเม็ดเงินโฆษณาไหลบ่าไปสู่ช่องฟรีทีวีอื่นๆ รวมถึงเคเบิลทีวีด้วย

เดิมคลื่นความถี่ช่องนี้เป็นของไอทีวีที่เกิดขึ้นหลังสมัย “พฤษภาทมิฬ” 2535 เมื่อเกิดวิกฤติที่ทุกสถานีในช่วงเหตุการณ์เสนอข่าวเพียงด้านเดียว หลังเหตุการณ์หลายฝ่ายจึงตื่นตัวที่จะทำ “ทีวีเสรี” ที่ปลอดอิทธิพลการเมือง จนผลลัพธ์ออกมาเป็นไอทีวียุคแรกที่มีธนาคารไทยพาณิชย์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

ต่อมาด้วยเงื่อนไขทางการเงินที่บีบรัดหลังปี ’40 ช่วงวิกฤตการเงินไทย ไอทีวีก็ได้เปลี่ยนมือไปสู่กลุ่มทุนใหญ่อย่างชินคอร์ป และเมื่อเกิดรัฐบาลทักษิณขึ้น การเมืองกับธุรกิจก็ได้กลายเป็นเรื่องเดียวกัน ความฝันที่ไทยจะมี“ทีวีเสรี” จึงดูห่างไกลออกไปอีกครั้งและไอทีวีก็ถูกปิดฉากลง

จากบทเรียนนี้ สถานีใหม่ไทยพีบีเอสจึงถูกวาง Positioning ให้ปลอดทั้งอิทธิพลจากภาคธุรกิจเพราะปฏิเสธโฆษณาจากภาคธุรกิจอย่างสิ้นเชิง และคาดว่าจะปลอดทั้งอิทธิพลทางการเมืองเพราะจะได้รับเงินอุดหนุนเป็นจำนวนตายตัวแน่นอนจากภาษีประชาชนทุกปี

เมื่อเป็นเช่นนี้ ขาที่ “ทีวีสาธารณะ” อย่างไทยพีบีเอสยืนอยู่ จึงเป็นภาษีประชาชนเริ่มที่ปีละกว่า 2 พันล้านบาทอย่างที่ เทพชัย หย่อง ยืนยันผ่านนิตยสารสารคดีฉบับเดือนมีนาคมที่ผ่านไปหมาดๆ ว่า

“ไม่ใช่ว่าได้เงินจากรัฐบาลแน่ๆ ปีหนึ่ง 1,700-2,000 ล้านบาท ก็ไม่ต้องทำดีมาก มันไม่ได้ ถ้าห่วยก็โดนชาวบ้านด่า เพราะมันใช้ภาษีของราษฎรชัดๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นเงินจากภาษีบาป คือจากภาษีเหล้า-บุหรี่ มันก็คือภาษี”

และเมื่อยืนบนขาตัวเองได้แบบไม่พึ่งโฆษณา รูปแบบรายการที่ออกมาจึงต่างจากช่องอื่นๆ โดยสิ้นเชิง ไม่มีเกมโชว์ ไม่มีละครชิงรักหักสวาท แม้หลายคนจะมองว่าขาดสีสันไปและไม่ต่างจากช่อง 11 เดิม แต่ผู้บริหาร ไทยพีบีเอส ยืนยันว่าทีวีสาธารณะนั้นไม่ใช่สิ่งน่าเบื่อแต่อย่างใด ดูได้จากในหลายๆ ประเทศเช่น BBC ในอังกฤษ และ PBS ในสหรัฐฯ ที่ยืนหยัดเป็นที่นิยมมายาวนานไม่แพ้สถานีเชิงพาณิชย์ทั้งหลาย

รายการทีวีที่คนจะดูได้ด้วยความชื่นชอบ ชื่นชม ก็ต่อเมื่อมันมีคุณภาพ ดูสนุก มีสีสัน นี่คือหัวใจของรายการทีวีสาธารณะ หลายคนอาจจะมองในเชิงลบว่าเป็นทีวีเอ็นจีโอหรือเปล่า เป็นทีวีที่มีแต่สารคดีหรือเปล่า มีแต่คนมานั่งคุยกันหรือเปล่า ผมบอกว่าไม่ใช่ มันไม่เคยอยู่ในความคิดของผมหรือคนที่มาบริหารขณะนี้ เราคิดว่าจะทำยังไงให้ทีวีช่องนี้เป็นทีวีช่องที่ดีที่สุด”

BBC แม่แบบทีวีสาธารณะ

ทุกครั้งที่มีพูดถึงทีวีสาธารณะ ชื่อของ BBC (British Broadcasting Corporation) จะถูกอ้างอิงแทบทุกครั้งไป ทั้งด้วยความใหญ่โตกับพนักงานเกือบ 3 หมื่นคนกับเงินอุดหนุนปีละ 2.8 แสนล้านบาท (4 พันล้านปอนด์) และทั้งด้วยความเก่าแก่ที่เปิดมา 85 ปีนับแต่ พ.ศ. 2465 (ค.ศ. 1922) แต่ที่สำคัญคือความเป็นที่ยอมรับไม่ใช่แค่ในอังกฤษแต่เป็นราว 270 ล้านครัวเรือน (สูสีกับ CNN) ทั่วโลกมาอย่างยาวนาน ภายใต้คำขวัญว่า...

"Free from both political and commercial influence
and answers only to its viewers and listeners"

ชื่อเล่นของสถานีคือ “The Beeb” นั้นติดปากคนอังกฤษทั่วไปมายาวนาน สะท้อนว่าบีบีซีเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอังกฤษไปแล้ว และหลายครั้งก็ถูกเรียกว่า “Auntie Beeb” หรือ “ป้าบี๊บ” สะท้อนถึงบุคลิกเป็นผู้ใหญ่หัวอนุรักษ์ที่ยึดมั่นในหลักการผู้พยายามสอนสิ่งที่ถูกต้องอยู่เสมอ

เสน่ห์ของ BBC นั้นอยู่ที่ข่าวที่ได้รับการยอมรับว่าฉับไว ละเอียด เป็นกลาง และเชื่อถือได้ที่สุดในอังกฤษ จากเบื้องหลังการมีหน่วยข่าวที่ใหญ่ที่สุดในโลกทั้งในแง่บุคลากรและงบประมาณ มีทีมข่าวและคนทำงานกระจายไปในแทบทุกประเทศในโลก

อย่างเช่นล่าสุดในวันที่ 7 กรกฎาคม 2548 เมื่อสถานีรถไฟใต้ดินหลายแห่งในลอนดอนถูกโจมตี ประชาชนคนทั้งอังกฤษพากันเปิดแต่บีบีซีทั้งทีวีและเว็บไซต์ bbc.co.uk จนระบบเกือบล่ม และสื่อใหญ่ๆในสหรัฐอย่างซีเอ็นเอ็นก็ต้องร่วมมือกับบีบีซีในการทำข่าว ทำให้ทีวีและเว็บข่าวอื่นๆ ในอังกฤษเงียบเหงาตลอดช่วงหลายวันนั้น เพราะเมื่อมีข่าวสำคัญชาวอังกฤษจะคิดถึงแต่ BBC ก่อนอื่น

อีกจุดแข็งของบีบีซีคือสารคดี เช่น Planet Earth หรือ “ปฐพีชีวิต” ก็ได้รับความนิยมไปทั่วโลกและเป็นที่ยอมรับว่าเป็นมิติใหม่แห่งสารคดีธรรมชาติอย่างแท้จริง รายได้ค่าลิขสิทธิ์จากการถูกซื้อไปฉายทั่วโลกเช่นที่ช่อง 9 ในไทยก็เป็นเม็ดเงินเข้า BBC แบบที่ไม่ต้องพึ่งโฆษณาแต่อย่างใด

แต่บีบีซีก็ไม่ได้มีแค่ข่าวกับสารคดี เพราะรายการเด็กดังๆมากมายก็มาจากที่นี่ เช่น Teletubbies (เทเลทับบี้ส์) ที่เคยฮิตทางช่อง 7 เมืองไทย และแอนิเมชั่นหุ่นดินเหนียวอย่างนกเพนกวิน Pingu (พิงกุ), หัวรถไฟหน้ายิ้มโธมัส “Thomas the Tank Engine” ที่ขายดีทั้งเป็นแผ่นวีซีดีและของเล่นในไทยอยู่ทุกวันนี้

และแน่นอนว่าลิขสิทธิ์ของเล่นจากรายการดังๆ เหล่านี้ที่ขายไปทั่วโลก ก็เป็นอีกรายได้ของบีบีซีที่ไม่มีโฆษณาด้วยเช่นกัน

และหากจะมองอนาคตของไทยพีบีเอสว่าเป็นอย่างไร ก็คงไม่พ้นต้องมองไปที่บีบีซีซึ่งเป็นแม่แบบและเป้าหมายที่ไทยพีบีเอสพยายามไปให้ถึง

PBS ทีวีสาธารณะแห่งอเมริกา

PBS หรือ Public Broadcasting Service เป็นสถานีทีวีสาธารณะในสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งในปี 1969 ในฐานะองค์กรสื่อสาธารณะที่ไม่แสวงหากำไร หารายได้หล่อเลี้ยงตัวเองผ่านการขายสัญญาณผ่านไปให้เคเบิลท้องถิ่น 354 แห่งตามเมืองต่างๆ ใน 50 รัฐทั่วอเมริกา

ในด้านการบริหาร PBS นั้นต่างจาก BBC ตรงที่แทบไม่มีทีมผลิตรายการของตัวเอง แต่ใช้วิธีว่าจ้างบริษัทภายนอกมาผลิตรายการต่างๆ กันไป ทั้งข่าว การศึกษา ทอล์กโชว์ รายการเด็ก และอื่นๆ โดย PBS เป็น Content Aggregator ดูแลภาพรวมและเลือกแนวเนื้อหามาจัดผังไปในแต่ละช่วง

รายการเด็กเป็น Positioning ที่แข็งแกร่งของ PBS ผ่านช่อง “PBS Kids” มาตั้งแต่รายการ Sesame Street ที่โด่งดังไปทั่วโลกรวมถึงไทยเมื่อหลายสิบปีก่อนด้วยตัวละครอย่างบิ๊กเบิร์ดและกบเคอรมิต และล่าสุดคือ “Barney & Friends” ที่ลงแผ่นขายดีพ่อแม่ไทยซื้อให้ลูกดูในปัจจุบัน

นอกจากนี้ Teletubbies และ “Thomas the Tank Engine” จากบีบีซีเข้าไปโด่งดังในอเมริกาได้ก็ด้วยการนำเข้าของ PBS ส่วนรายการช่องอื่นสำหรับผู้ใหญ่อย่างช่อง “PBS World” และ “PBS X” ก็ผสมผสานกันระหว่างวาไรตี้ ทอล์กโชว์ และข่าว ซึ่งไม่เป็นที่กล่าวถึงเท่าใดนัก

การเริ่มต้นของ Thai PBS

ไทยพีบีเอสเริ่มออกอากาศ 1 กุมภาพันธ์ 2550 ที่ผ่านมา ใช้ทีมข่าวของตัวเองและผลิตรายการบางส่วนผสมผสานกับรายการจากผู้ผลิตภายนอก วาง Positioning ให้เป็นที่รวมรายการเชิงสาระสำหรับทุกเพศวัยด้วยเนื้อหาที่ต่างจากทีวีทั่วไปได้เพราะไม่ต้องการโฆษณา

ล่าสุดไทยพีบีเอสเริ่มเป็นที่สนใจด้วยละครนำเข้าชื่อดังอิงประวัติศาสตร์อย่าง “สามก๊ก”, ละครเด็ก “นะโม ฮีโร่ผู้น่ารัก”, รายการคุยข่าว “ตอบโจทย์”, รายการดนตรีที่ไม่ใช่เพลงตลาดอย่าง “ดนตรีกวีศิลป์” กับ “108 Music”, รายการแฉปัญหาสังคมอย่าง “เปิดปม” กับ “สถานีประชาชน”, รายการหนังสั้น “Hot Short Film” จับกลุ่มวัยรุ่น และรายการสารคดีท่องโลกและธรรมชาติในช่วงที่ยังรอรายการใหม่ๆ มาเพิ่ม

แต่นี่เป็นเพียงผังรายการระยะแรกเท่านั้น ยังจะมีการปรับผังรายการกันอีกหลายเฟส พลวัตการเปลี่ยนแปลงของไทยพีบีเอสตลอดทั้งปีนี้จึงน่าจับตายิ่งว่าสถานีไทยพีบีเอส หรือชื่อใหม่ “ทีวีไทย” จากวันนี้ไป จะบรรลุความฝันที่ปลอดจากอิทธิพลจากทั้งภาคธุรกิจ ภาคราชการ และภาคการเมืองได้โดยสิ้นเชิงหรือไม่ เป็นเรื่องที่สังคมต้องจับตา

Digital TV & Media

หลังจาก “ดิจิทัลทีวี” ผ่านครึ่งปีแรกของการดำเนินธุรกิจ คือเริ่มออกอากาศตั้งแต่เดือนพฤษภาคม มาด้วยความทะลักทุเล

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) ร่วมกับ ทีเอ็นเอส เผยผลสำรวจมูลค่าเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลในปี 2557 และคาดการณ์ในปี 2558

Consumer Insight

ThaiCERT (ไทยเซิร์ต) ออกประกาศเตือนผู้ใช้งานระบบธนาคารออนไลน์ (Online Banking) ให้ระวังเว็บไซต์ธนาคารปลอม หลังได้รับแจ้งว่ามีลูกค้าธนาคารแห่งหนึ่ง พบหน้าเว็บไซต์หลอกหลวง หวังขโมยรหัสผู้ใช้และรหัสผ่าน

เอคเซนเชอร์ เผยเศรษฐกิจยุคใหม่กำลังจะก้าวไปสู่เศรษฐกิจแบบผนึกกำลัง หรือ We Economy เหตุดิจิตอลเข้ามามีบทบาทในทุกด้าน แนะธุรกิจต้องปรับตัว และต่อยอดสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยเฉพาะในตลาดอาเซียนที่คาดว่าในปี 2020 จะมีมูลค่าตลาดสูงถึง 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

เทคโนโลยีของโทรศัพท์มือถือมีการเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งในแง่ของการใช้งานของผู้บริโภค รวมไปถึงในเรื่องของการทำธุรกิจก็จะเป็นต้องใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเทรนด์ดังกล่าวมีการเติบโตอย่างมากในแถบเอเชียแปซิฟิค โดยที่ทาง บริษัทวิจัย IDC Asia/Pacific Mobility และ IDC Asia/Pacific Client Devices research บริษัทวิจัยเทรนด์ทางด้านไอที ได้สรุปเทรนด์ที่มาแรงใน 2015

Insight

ก้าวเข้าสู่ยกที่สองของ สมรภูมิดิจิตอลทีวี แต่กลับย้อนรอยเข้าสู่โหมด อนาล็อกแบบเดิมๆ เมื่อบรรดาเหล่าดิจิตอลทีวีต่างขน “ละคร” ออนแอร์กันแบบจัดเต็ม หวังชิงคนดู และเรตติ้งช่วงไพร์มไทม์จากช่องอนาล็อกขึ้นสู่ท็อปไฟว์ จนทำให้สภาพทีวีของไทยเวลานี้ต้องเข้าสู่ภาวะ “ละครล้นจอ”

ดีเดย์วันนี้ 12 มีนาคม เฟซบุ๊ก ล้างบาง “ไลค์ปลอม” ประกาศลบบัญชีแฟนเพจที่ไม่เคลื่อนไหวทิ้ง นักการตลาดขานรับ คาดยอดไลค์ลด 5-10% แต่ได้แฟนตัวจริง ธุรกิจปั่นไลค์กระเทือน ส่วนเฟซบุ๊กทำเงินเข้ากระเป๋าเพิ่ม

หลังจากที่ตลาดน้ำอัดลมของไทยมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเป๊ปซี่ ยุติความสัมพันธ์ที่เคยมีกับ “เสริมสุข” ผู้ผลิต บรรจุขวด และทำตลาดเป๊ปซี่มายาวนานถึง 58 ปี ต้องสิ้นสุดลง เป๊ปซี่ตั้งโรงงานผลิตและจัดจำหน่ายเอง ยกเลิกขวดแก้ว หันมาเน้นผลิตแต่ขวด PET

Strategic Move

กระแสแอนตี้ “สหมงคลฟิล์ม” ถล่มเน็ต!! คอหนังขอรวมตัวแบนค่ายหนังอย่างเป็นทางการ ทันทีที่ศาลสั่งระงับการฉายภาพยนตร์เรื่อง “Fast & Furious 7” จากคดีการละเมิดสัญญาของ “จา พนม” นักแสดงในสังกัด เสี่ยเจียงในฐานะเจ้าของค่ายขอความเห็นใจเพราะจำต้องทำ แม้ฟีดแบ็กจะน่ากลัวขนาดไหน แง้มทางออกเอาไว้ให้ คนไทยอาจมีสิทธิได้ดูหนังเรื่องนี้พร้อมทั่วโลกถ้าอีกฝ่ายติดต่อขอเจรจา ไม่เช่นนั้น จะขอตามฟ้องหนังทุกเรื่องที่มีชื่อ “จา พนม”!! โดยครั้งนี้เรียกค่าเสียหายเอาไว้กว่า 1,600 ล้านบาท!!

2 บิ๊กแบรนด์ กับ 2 โปรเจคส์ เดอะมอลล์กรุ๊ป เผยโฉม ดิ เอ็มโพเรียมลุ้คใหม่ พร้อม ดิ เอ็มควอเทียร์ ส่วนเอ็มเค สุกี้ เปิดป้าย ลอนดอนสตรีท คอมมูนิตี้ ฟู้ดมอลล์ ริมถนนพัฒนาการ

เทสโก้ โลตัสได้ลงมาในตลาดช้อปออนไลน์แล้ว 2 ปี ตั้งแต่ปี 2556 โดยเริ่มต้นจากเวอร์ชั่นคอมพิวเตอร์พีซี ที่สามารถสั่งซื้อได้จากเว็บไซต์เท่านั้น แต่ด้วยพฤติกรรมการช้อปปิ้งของผู้บริโภคที่นิยมใช้บริการผ่านช่องทางสมาร์ทโฟนมากขึ้น โดยคิดเป็นสัดส่วนราว 20-30%

Social Media Club

เฟซบุ๊ก (Facebook) เครือข่ายสังคมยักษ์ใหญ่ประกาศให้นักพัฒนาจากภายนอกร่วมเพิ่มฟังก์ชันบนแพลตฟอร์ม “Messenger” ได้ตามใจปรารถนา พร้อมโชว์ตัวเลขผู้ใช้กว่า 600 ล้านคน เป็นสิ่งยั่วใจ ไม่เท่านั้นยังเผยแผนบริการใหม่ “Businesses on Messenger” ที่เชื่อว่าจะทำให้ธุรกิจกับผู้บริโภค “ใกล้ชิด” กันมากขึ้น

เครือข่ายสังคมอันดับ 1 อย่างเฟซบุ๊ก (Facebook) พยายามหาทางสร้างประโยชน์จากประวัติการโพสต์ หรือข้อความโพสต์เก่าๆ ของผู้ใช้มาตลอด ล่าสุด เฟซบุ๊กตัดสินใจเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ชื่อ “ออน ดีส เดย์ (On This Day)” ซึ่งจะนำภาพ หรือข้อความโพสต์ของวันนี้เมื่อหลายปีที่แล้วมาโชว์อีกครั้ง ตามสไตล์เดียวกับบริการดัง “ไทม์ฮอป (Timehop)”

Columnist

เป็นข่าวคราวที่สร้างกระแสและสะเทือนวงการแท็กซี่ได้พอสมควร เมื่อ “แท็กซี่” นครชัยแอร์เปิดตัวและพร้อมเริ่มให้บริการ 1 พ.ค. 2558 โดยใช้ชื่อว่า “All Thai Taxi” ใช้งบประมาณเกือบ 700 ล้าน

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Wrap

ปฏิเสธไม่ได้ว่า บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จำนวนมากต่างเฝ้ามองตลาดของจีนแผ่นดินใหญ่กันตาเป็นมัน และคาดหวังว่าจะได้มีส่วนแบ่งตลาดในจีนแผ่นดินใหญ่กันทั้งสิ้น แต่สำหรับบริษัทเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกา ตลาดจีนดูจะยากแก่การเข้าถึงเกินไปเสียแล้ว

เปิดเผยดรามาภายในองค์กรก้องโลก “แอปเปิล” หลังมีข้อมูลเผยว่า ทิม คุก (Tim Cook) ซีอีโอแอปเปิลคนปัจจุบันเคยเสนอตัวขอบริจาค “ตับ” ให้สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) อดีตซีอีโอเพื่อยื้อชีวิต

กิจกรรมปกติของห้างต่างๆ ทั่วโลกคือ จัดเทศกาลชื่อแปลกๆ เพื่อมีเป้าหมายคือ ลดราคาสินค้าและชวนคนมาเดินห้างให้เยอะขึ้น แต่ไม่ว่าจะ Midnight Sales หรือ Clearance Sales ก็แล้ว ไม่มีห้างไหนในโลกที่วันเดียวจะสร้างยอดขายได้เป็นแสนล้านบาท!

Global Trend

เบอร์เกอร์คิง ร้านแฮมเบอร์เกอร์ชื่อดังเตรียมจำหน่ายน้ำหอมกลิ่นพิเศษ โดยมีจำนวนจำกัด และจำหน่ายเฉพาะในวันที่ 1 เมษายนนี้ที่สาขาในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น

กูเกิลเดินแผนเปลี่ยนเมลบ็อกซ์อย่าง “Gmail” ให้กลายเป็นเครื่องมือสารพัดประโยชน์ในชื่อโปรเจกต์ “Pony Express” เลียนแบบชื่อบริการส่งไปรษณีย์ภัณฑ์แบบเร่งด่วนในอดีต

“แพทย์” เป็นอาชีพหนึ่งที่ให้ผลตอบแทนสูง ไปดูกันว่า 10 อันดับแพทย์ที่รวยที่สุดในโลก ประจำปี 2015 เป็นใครกันบ้าง และเป็นแพทย์ในสาขาไหน

People

25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาคือวันที่กูเกิลประเทศไทยประกาศต้อนรับหัวหน้าฝ่ายการตลาดคนใหม่นามว่า “ภีท นุชนาฏนนท์” สิ่งที่น่าจับตาจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าภีทเป็นใคร แต่อยู่ที่ประสบการณ์ของภีทอาจจะบอกใบ้แนวทางของกูเกิลประเทศไทยในอนาคต

พลิกปูมธุรกิจ “บี เตชะอุบล” ทายาทคนโตแห่งตระกูลเตชะอุบล เจ้าของอาณาจักรคันทรี่ กรุ๊ป ผู้หาญกล้าควักเงินหมื่นล้าน ซื้อปีศาจแดง-ดำ เอซี มิลาน สโมสรฟุตบอลระดับโลกแห่งลีกอิตาลี พบเป็นและเคยเป็นผู้บริหารบริษัทไทยอยู่ 15 บริษัท โดย 5 บริษัทดำเนินกิจการอยู่ ส่วนอีก 10 เลิกกิจการไปแล้ว

บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของแบรนด์ร้านอาหาร พิซซ่า ฮัท เปิดตัวแม่ทัพหญิง นางซาบีน่า ริกซ์วี่ รับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป พิซซ่า ฮัท ประจำประเทศไทย มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348