จากไอทีวี สู่ “ทีวีไทย”

ในที่สุด เส้นทางของสถานีโทรทัศน์ ไอทีวี ก็มาถึงจุดเปลี่ยนของการแปรเปลี่ยนมาเป็น “ทีวีสาธารณะ” แบบไร้โฆษณา ในชื่อชั่วคราวว่า ไทยพีบีเอส และสุดท้ายที่ชื่อ “ทีวีไทย” ในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้

ด้วยความที่ไม่มีโฆษณา ทำให้นักการตลาดพากันมองไทยพีบีเอสในฐานะเป็นแค่เสมือน “บ่อ” ที่เพิ่งถูกปิดถมไปจนทำให้กระแสเม็ดเงินโฆษณาไหลบ่าไปสู่ช่องฟรีทีวีอื่นๆ รวมถึงเคเบิลทีวีด้วย

เดิมคลื่นความถี่ช่องนี้เป็นของไอทีวีที่เกิดขึ้นหลังสมัย “พฤษภาทมิฬ” 2535 เมื่อเกิดวิกฤติที่ทุกสถานีในช่วงเหตุการณ์เสนอข่าวเพียงด้านเดียว หลังเหตุการณ์หลายฝ่ายจึงตื่นตัวที่จะทำ “ทีวีเสรี” ที่ปลอดอิทธิพลการเมือง จนผลลัพธ์ออกมาเป็นไอทีวียุคแรกที่มีธนาคารไทยพาณิชย์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

ต่อมาด้วยเงื่อนไขทางการเงินที่บีบรัดหลังปี ’40 ช่วงวิกฤตการเงินไทย ไอทีวีก็ได้เปลี่ยนมือไปสู่กลุ่มทุนใหญ่อย่างชินคอร์ป และเมื่อเกิดรัฐบาลทักษิณขึ้น การเมืองกับธุรกิจก็ได้กลายเป็นเรื่องเดียวกัน ความฝันที่ไทยจะมี“ทีวีเสรี” จึงดูห่างไกลออกไปอีกครั้งและไอทีวีก็ถูกปิดฉากลง

จากบทเรียนนี้ สถานีใหม่ไทยพีบีเอสจึงถูกวาง Positioning ให้ปลอดทั้งอิทธิพลจากภาคธุรกิจเพราะปฏิเสธโฆษณาจากภาคธุรกิจอย่างสิ้นเชิง และคาดว่าจะปลอดทั้งอิทธิพลทางการเมืองเพราะจะได้รับเงินอุดหนุนเป็นจำนวนตายตัวแน่นอนจากภาษีประชาชนทุกปี

เมื่อเป็นเช่นนี้ ขาที่ “ทีวีสาธารณะ” อย่างไทยพีบีเอสยืนอยู่ จึงเป็นภาษีประชาชนเริ่มที่ปีละกว่า 2 พันล้านบาทอย่างที่ เทพชัย หย่อง ยืนยันผ่านนิตยสารสารคดีฉบับเดือนมีนาคมที่ผ่านไปหมาดๆ ว่า

“ไม่ใช่ว่าได้เงินจากรัฐบาลแน่ๆ ปีหนึ่ง 1,700-2,000 ล้านบาท ก็ไม่ต้องทำดีมาก มันไม่ได้ ถ้าห่วยก็โดนชาวบ้านด่า เพราะมันใช้ภาษีของราษฎรชัดๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นเงินจากภาษีบาป คือจากภาษีเหล้า-บุหรี่ มันก็คือภาษี”

และเมื่อยืนบนขาตัวเองได้แบบไม่พึ่งโฆษณา รูปแบบรายการที่ออกมาจึงต่างจากช่องอื่นๆ โดยสิ้นเชิง ไม่มีเกมโชว์ ไม่มีละครชิงรักหักสวาท แม้หลายคนจะมองว่าขาดสีสันไปและไม่ต่างจากช่อง 11 เดิม แต่ผู้บริหาร ไทยพีบีเอส ยืนยันว่าทีวีสาธารณะนั้นไม่ใช่สิ่งน่าเบื่อแต่อย่างใด ดูได้จากในหลายๆ ประเทศเช่น BBC ในอังกฤษ และ PBS ในสหรัฐฯ ที่ยืนหยัดเป็นที่นิยมมายาวนานไม่แพ้สถานีเชิงพาณิชย์ทั้งหลาย

รายการทีวีที่คนจะดูได้ด้วยความชื่นชอบ ชื่นชม ก็ต่อเมื่อมันมีคุณภาพ ดูสนุก มีสีสัน นี่คือหัวใจของรายการทีวีสาธารณะ หลายคนอาจจะมองในเชิงลบว่าเป็นทีวีเอ็นจีโอหรือเปล่า เป็นทีวีที่มีแต่สารคดีหรือเปล่า มีแต่คนมานั่งคุยกันหรือเปล่า ผมบอกว่าไม่ใช่ มันไม่เคยอยู่ในความคิดของผมหรือคนที่มาบริหารขณะนี้ เราคิดว่าจะทำยังไงให้ทีวีช่องนี้เป็นทีวีช่องที่ดีที่สุด”

BBC แม่แบบทีวีสาธารณะ

ทุกครั้งที่มีพูดถึงทีวีสาธารณะ ชื่อของ BBC (British Broadcasting Corporation) จะถูกอ้างอิงแทบทุกครั้งไป ทั้งด้วยความใหญ่โตกับพนักงานเกือบ 3 หมื่นคนกับเงินอุดหนุนปีละ 2.8 แสนล้านบาท (4 พันล้านปอนด์) และทั้งด้วยความเก่าแก่ที่เปิดมา 85 ปีนับแต่ พ.ศ. 2465 (ค.ศ. 1922) แต่ที่สำคัญคือความเป็นที่ยอมรับไม่ใช่แค่ในอังกฤษแต่เป็นราว 270 ล้านครัวเรือน (สูสีกับ CNN) ทั่วโลกมาอย่างยาวนาน ภายใต้คำขวัญว่า...

"Free from both political and commercial influence
and answers only to its viewers and listeners"

ชื่อเล่นของสถานีคือ “The Beeb” นั้นติดปากคนอังกฤษทั่วไปมายาวนาน สะท้อนว่าบีบีซีเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอังกฤษไปแล้ว และหลายครั้งก็ถูกเรียกว่า “Auntie Beeb” หรือ “ป้าบี๊บ” สะท้อนถึงบุคลิกเป็นผู้ใหญ่หัวอนุรักษ์ที่ยึดมั่นในหลักการผู้พยายามสอนสิ่งที่ถูกต้องอยู่เสมอ

เสน่ห์ของ BBC นั้นอยู่ที่ข่าวที่ได้รับการยอมรับว่าฉับไว ละเอียด เป็นกลาง และเชื่อถือได้ที่สุดในอังกฤษ จากเบื้องหลังการมีหน่วยข่าวที่ใหญ่ที่สุดในโลกทั้งในแง่บุคลากรและงบประมาณ มีทีมข่าวและคนทำงานกระจายไปในแทบทุกประเทศในโลก

อย่างเช่นล่าสุดในวันที่ 7 กรกฎาคม 2548 เมื่อสถานีรถไฟใต้ดินหลายแห่งในลอนดอนถูกโจมตี ประชาชนคนทั้งอังกฤษพากันเปิดแต่บีบีซีทั้งทีวีและเว็บไซต์ bbc.co.uk จนระบบเกือบล่ม และสื่อใหญ่ๆในสหรัฐอย่างซีเอ็นเอ็นก็ต้องร่วมมือกับบีบีซีในการทำข่าว ทำให้ทีวีและเว็บข่าวอื่นๆ ในอังกฤษเงียบเหงาตลอดช่วงหลายวันนั้น เพราะเมื่อมีข่าวสำคัญชาวอังกฤษจะคิดถึงแต่ BBC ก่อนอื่น

อีกจุดแข็งของบีบีซีคือสารคดี เช่น Planet Earth หรือ “ปฐพีชีวิต” ก็ได้รับความนิยมไปทั่วโลกและเป็นที่ยอมรับว่าเป็นมิติใหม่แห่งสารคดีธรรมชาติอย่างแท้จริง รายได้ค่าลิขสิทธิ์จากการถูกซื้อไปฉายทั่วโลกเช่นที่ช่อง 9 ในไทยก็เป็นเม็ดเงินเข้า BBC แบบที่ไม่ต้องพึ่งโฆษณาแต่อย่างใด

แต่บีบีซีก็ไม่ได้มีแค่ข่าวกับสารคดี เพราะรายการเด็กดังๆมากมายก็มาจากที่นี่ เช่น Teletubbies (เทเลทับบี้ส์) ที่เคยฮิตทางช่อง 7 เมืองไทย และแอนิเมชั่นหุ่นดินเหนียวอย่างนกเพนกวิน Pingu (พิงกุ), หัวรถไฟหน้ายิ้มโธมัส “Thomas the Tank Engine” ที่ขายดีทั้งเป็นแผ่นวีซีดีและของเล่นในไทยอยู่ทุกวันนี้

และแน่นอนว่าลิขสิทธิ์ของเล่นจากรายการดังๆ เหล่านี้ที่ขายไปทั่วโลก ก็เป็นอีกรายได้ของบีบีซีที่ไม่มีโฆษณาด้วยเช่นกัน

และหากจะมองอนาคตของไทยพีบีเอสว่าเป็นอย่างไร ก็คงไม่พ้นต้องมองไปที่บีบีซีซึ่งเป็นแม่แบบและเป้าหมายที่ไทยพีบีเอสพยายามไปให้ถึง

PBS ทีวีสาธารณะแห่งอเมริกา

PBS หรือ Public Broadcasting Service เป็นสถานีทีวีสาธารณะในสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งในปี 1969 ในฐานะองค์กรสื่อสาธารณะที่ไม่แสวงหากำไร หารายได้หล่อเลี้ยงตัวเองผ่านการขายสัญญาณผ่านไปให้เคเบิลท้องถิ่น 354 แห่งตามเมืองต่างๆ ใน 50 รัฐทั่วอเมริกา

ในด้านการบริหาร PBS นั้นต่างจาก BBC ตรงที่แทบไม่มีทีมผลิตรายการของตัวเอง แต่ใช้วิธีว่าจ้างบริษัทภายนอกมาผลิตรายการต่างๆ กันไป ทั้งข่าว การศึกษา ทอล์กโชว์ รายการเด็ก และอื่นๆ โดย PBS เป็น Content Aggregator ดูแลภาพรวมและเลือกแนวเนื้อหามาจัดผังไปในแต่ละช่วง

รายการเด็กเป็น Positioning ที่แข็งแกร่งของ PBS ผ่านช่อง “PBS Kids” มาตั้งแต่รายการ Sesame Street ที่โด่งดังไปทั่วโลกรวมถึงไทยเมื่อหลายสิบปีก่อนด้วยตัวละครอย่างบิ๊กเบิร์ดและกบเคอรมิต และล่าสุดคือ “Barney & Friends” ที่ลงแผ่นขายดีพ่อแม่ไทยซื้อให้ลูกดูในปัจจุบัน

นอกจากนี้ Teletubbies และ “Thomas the Tank Engine” จากบีบีซีเข้าไปโด่งดังในอเมริกาได้ก็ด้วยการนำเข้าของ PBS ส่วนรายการช่องอื่นสำหรับผู้ใหญ่อย่างช่อง “PBS World” และ “PBS X” ก็ผสมผสานกันระหว่างวาไรตี้ ทอล์กโชว์ และข่าว ซึ่งไม่เป็นที่กล่าวถึงเท่าใดนัก

การเริ่มต้นของ Thai PBS

ไทยพีบีเอสเริ่มออกอากาศ 1 กุมภาพันธ์ 2550 ที่ผ่านมา ใช้ทีมข่าวของตัวเองและผลิตรายการบางส่วนผสมผสานกับรายการจากผู้ผลิตภายนอก วาง Positioning ให้เป็นที่รวมรายการเชิงสาระสำหรับทุกเพศวัยด้วยเนื้อหาที่ต่างจากทีวีทั่วไปได้เพราะไม่ต้องการโฆษณา

ล่าสุดไทยพีบีเอสเริ่มเป็นที่สนใจด้วยละครนำเข้าชื่อดังอิงประวัติศาสตร์อย่าง “สามก๊ก”, ละครเด็ก “นะโม ฮีโร่ผู้น่ารัก”, รายการคุยข่าว “ตอบโจทย์”, รายการดนตรีที่ไม่ใช่เพลงตลาดอย่าง “ดนตรีกวีศิลป์” กับ “108 Music”, รายการแฉปัญหาสังคมอย่าง “เปิดปม” กับ “สถานีประชาชน”, รายการหนังสั้น “Hot Short Film” จับกลุ่มวัยรุ่น และรายการสารคดีท่องโลกและธรรมชาติในช่วงที่ยังรอรายการใหม่ๆ มาเพิ่ม

แต่นี่เป็นเพียงผังรายการระยะแรกเท่านั้น ยังจะมีการปรับผังรายการกันอีกหลายเฟส พลวัตการเปลี่ยนแปลงของไทยพีบีเอสตลอดทั้งปีนี้จึงน่าจับตายิ่งว่าสถานีไทยพีบีเอส หรือชื่อใหม่ “ทีวีไทย” จากวันนี้ไป จะบรรลุความฝันที่ปลอดจากอิทธิพลจากทั้งภาคธุรกิจ ภาคราชการ และภาคการเมืองได้โดยสิ้นเชิงหรือไม่ เป็นเรื่องที่สังคมต้องจับตา

Brands: 
Sections: 
Sectors: 

Digital TV & Media

หลังจาก เจ๊ติ๋ม หรือ พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย ใช้มาตรการปิดสวิทช์ทีวีดิจิตอล "ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย" โดยไม่จ่ายค่าประมูลใบอนุญาตออกอากาศทีวีดิจิตอล 2 ช่องของกลุ่มทีวีพูล คือ ช่อง ไทยทีวี และช่องโลก้า งวด 2 ให้กับทาง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ซึ่งครบกำหนดไปเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ในที่สุดกระแสข่าวที่ว่าช่อง 3 เตรียมถอดรายการ “ชิงร้อย ชิงล้าน Sunshine Day ผลิตโดย บริษัทเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด ที่เคยออกอากาศในช่วงบ่ายของวันอาทิตย์ ก็เป็นจริง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2558

PwC (PricewaterhouseCoopers) หนึ่งในเครือข่ายบริษัทผู้ให้บริการด้านการตรวจสอบบัญชี บริการให้คำปรึกษาด้านภาษี และบริการให้คำปรึกษาทางธุรกิจ เปิดเผยถึงผลสำรวจทิศทางอุตสาหกรรมสื่อ และบันเทิงทั่วโลกระหว่างปี 2558-2562คาดการณ์ค่าใช้จ่ายผ่านอุตสาหกรรมสื่อ และบันเทิงของไทยในปี 2562 จะอยู่ที่ 4.3 แสนล้านบาท

Insight

ดาราดังระดับ "ซุปตาร์" แบบมาเดี่ยว อาจไม่เพียงพอในการเรียกความสนใจจากผู้บริโภคยุคนี้ จึงทำให้บรรดาเจ้าของ "แบรนด์" ต้องอาศัยพลังจากโลกออนไลน์และคนดังในกระแส มาประกบคู่ "ฟีเจอริ่ง" ปั้นให้เป็น "พรีเซ็นเตอร์ดูโอ" ดึงความสนใจให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย

ปฏิบัติการชิงไหวชิงพริบระหว่างช่องแอนะล็อกเดิม และช่องทีวีดิจิตอลเกิดใหม่ กับการปรับผังรายการเพื่อชิงเรตติ้ง และฐานคนดู ในสงครามทีวีดิจิตอล

เอเยนซีโฆษณา เตือน ใช้พรีเซ็นเตอร์เปลือง อาจสะเทือนถึงแบรนด์ได้ เมื่อพรีเซ็นเตอร์อาจดังกว่าแบรนด์ แนะใช้ให้ถูกวิธี สตอรีและคอนเทนต์สำคัญกว่า

Consumer Insight

นีลเส็น บริษัทวิจัยด้านการตลาดและสื่อ เปิดเผยถึงผลการสำรวจ Global New Product Innovation ที่ได้เก็บผลสำรวจออนไลน์จากกลุ่มตัวอย่าง 30,000 คน ใน 60 ประเทศ เพื่อที่จะทำความเข้าใจความคิดและทัศนคติของผู้บริโภค ถึงปัจจัยที่จูงใจให้พวกเขาซื้อผลิตภัณฑ์ใหม่

สมาคมแฟรนไชส์ แนะข้อมูลเตือนใจ ก่อนเลือกซื้อแฟรนไชส์ควรพิจารณาจากสิ่งใดบ้าง ไม่ให้ผิดหวัง

ในช่วงปี 2556 - 2557 มีแบรนด์ใหม่ๆ เกิดขึ้นในแวดวงการตลาดกว่า 20,000 แบรนด์ (ที่มา: กรมทรัพย์สินทางปัญญา, 2558) ถึงแม้ว่าจำนวนแบรนด์เกิดใหม่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ผลที่ตามมาคือ ผู้บริโภคส่วนใหญ่มองเห็นการพัฒนาตื่นตัวของแบรนด์ต่างๆ ลดลง แบรนด์ที่เคยเป็นผู้นำ เริ่มเดินบนเส้นทางความสำเร็จเดิมๆ ทำให้แบรนด์มีความหลากหลายแต่ไร้ซึ่งความแปลกใหม่

Strategic Move

ผ่านพ้นครึ่งปีแรกตลาดรถยนต์ในไทยยังหัวทิ่ม ไม่ว่าจะเป็นงานมอเตอร์โชว์ หรือแคมเปญร้อนแรงแค่ไหน สถานการณ์กลับยังคงไม่ดีขึ้น แต่หลายฝ่ายยังมองในแง่ดีเชื่อตลาดครึ่งปีหลังจะกลับมาฟื้นตัวได้ ขณะเดียวกันค่ายรถยังคงเดินหน้าลุย จึงสำรวจความเคลื่อนไหวของค่ายรถล่าสุด ว่าจะมีรถใหม่รุ่นใดบ้าง? ที่เตรียมจะบุกตลาดในช่วงครึ่งหลังของปีนี้...

หลังจากที่ช่องดิจิตอลทีวี “ช่อง 8” ได้ติดลมบนด้วยเรตติ้งรวมเป็นอันดับ 4 อาร์เอสก็รีบเดินหน้าปั้นช่องทีวีดาวเทียมช่องใหม่ “เพลินทีวี” ที่วางโพซิชั่นเป็นสถานีที่เจาะกลุ่มคนรุ่นใหญ่ที่มีอายุ 55 ปี ขึ้นไป

บริษัท กันตาร์ เวิลด์พาแนล จำกัด (KWP) ได้เปิดเผยถึงสำรวจ Brand Footprint ในการสำรวจ 50 แบรนด์ที่มีการตัดสินใจซื้อสูงสุดในไทย โดยได้สำรวจ 10 แบรนด์ดาวรุ่งที่มีอัตราการบริโภคสูงในไทย พบว่า แบรนด์น้ำยาปรับผ้านุ่ม “Downy” คว้าอันดับ 1 จากการเพิ่มจำนวนการตัดสินใจของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 18% ด้วยจำนวนผู้บริโภคตัดสินใจซื้อแบรนด์ (CRP : Consumer Reach Points) Downy 59 ล้านครั้ง

Social Media Club

การออกแบบและขาย “สติ๊กเกอร์” ในแอพพลิเคชั่น “ไลน์” (Line) กลายเป็นเวทีให้นักสร้างสรรค์การ์ตูน หรือ “ครีเอเตอร์” (Creator) เกือบ 4 แสนรายทั่วโลก ทั้งหน้าเก่า หน้าใหม่ มืออาชีพและมือสมัคร แห่นำเสนอผลงาน ขายสร้างรายได้ เป็นอาชีพเสริม และบางคนเติบโตจนกลายเป็นธุรกิจหลัก ทำเงิน “ล้านบาท” ได้ในเวลาไม่ถึงปี

ทำการตลาดออนไลน์ต้องคิดให้รอบคอบ หากพลาดไปนิดเดียวก็กลายเป็น “ดราม่า” ส่งผลกระทบต่อแบรนด์ได้ในทันที เหมือนอย่างกรณีของ ไอศครีมวอลล์

ครบรอบ 1 ปี เป็นที่เรียบร้อยสำหรับโครงการ “ไลน์ ครีเอเตอร์ มาร์เก็ต” ที่ให้ศิลปิน นักวาดภาพได้ส่งผลงานสติ๊กเกอร์เข้าไปขายในไลน์ได้ โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ไลน์ ครีเอเตอร์ มาร์เก็ตได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการออแบบไม่น้อย ทำให้คาแรคเตอร์ ดีไซน์เป็นที่นิยมมากขึ้น

Columnist

การตลาด ฤดูร้อน ต้อง Speed Advantage “ใคร ไว กว่าได้ เปรียบ” ในสมรภูมิ การแข่ง กำลัง ร้อน แรง เหมือนฤดูร้อน

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Trend

 นักออกแบบชาวญี่ปุ่นเปิดตัว เสื้อยืดพิเศษที่สามารถแปรเปลี่ยนสาวอกไข่ดาวให้อวบอึ๋มขึ้นในพริบตา โดยไม่ต้องพึ่งพามีดหมอใดๆ ทั้งสิ้น

แอปเปิล (Apple) เปิดเผยวันวางจำหน่าย Apple Watch อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ผ่านหน้าเว็บไซต์ของตนเอง (www.apple.com/th) พร้อมระบุราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 13,500 บาท สำหรับรุ่น Watch Sport เริ่มต้น 20,500 บาท สำหรับ Watch และเริ่มต้น 395,000 บาท สำหรับ Watch Edition

ในแดนอาทิตย์อุทัยเต็มไปด้วยศิลปินและนักร้อง ตั้งแต่วงไอดอลวัยรุ่น จนถึงนักร้องเพลงพื้นบ้านที่ลูกคอหาใดเทียบเทียม หากแต่ยังมีนักร้องชาวต่างชาติคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในญี่ปุ่น เป็นฝรั่งที่ดังที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ที่ชื่อ“คริส ฮาร์ท”

Global Wrap

การฝึกงานกับแอปเปิล (Apple) แบรนด์อันดับหนึ่งของโลกกำลังกลายเป็นที่กล่าวขวัญในเรื่องของค่าตอบแทนที่สูงจนน่าอิจฉา หลังมีรายงานว่า กลุ่มเด็กฝึกงานของบริษัทได้รับค่าตอบแทนสูงถึง 7,000 เหรียญสหรัฐต่อเดือน (ประมาณ 236,000 บาท) หรือกว่า 80,000 เหรียญสหรัฐต่อปี (ประมาณ 2.7 ล้านบาท) 

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ - นายหลิ่ว ฉวนจื้อ ผู้ซึ่งมักได้รับการขนานนามจากสื่อแดนมังกรเป็น “พ่อทูนหัวแห่งเลอโนโว” ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่เขาก่อตั้งเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน และยังคงยืนหยัดเป็นหนึ่งในความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่สุดของจีนในปัจจุบัน ได้แบ่งปันข้อคิดที่น่าสนใจ 5 ประการฝากถึงนักธุรกิจเพื่อนร่วมชาติ ระหว่างการสัมภาษณ์กับเซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์เมื่อไม่นานนี้

เว็บไซท์ Hotels.com เปิดเผยถึง ดัชนีราคาคลับแซนวิช หรือ The Hotels.com™ Club Sandwich Index (CSI) โดยพิจารณาจากการรับประทานอาหารของโรงแรมทั่วโลก โดยในปีนี้ได้ใช้ชื่อรายงานนี้ว่า CSI 2.0 เนื่องจากได้เพิ่มรายการอาหารอีก 3 รายการ

People

คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับ “วิชัย ทองแตง” มาอย่างดี จากทนายความที่ผันตัว มาสู่การเป็น นักลงทุน จนได้ฉายา พ่อมดตลาดหุ้น หลังจากที่เขาได้ทำการเข้าไปลงทุนในหลายบริษัท และหลากหลายธุรกิจ สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ทำให้ชื่อของวิชัย ทองแตงขึ้นไปอยู่บนทำเนียบมหาเศรษฐีไทยที่ในอันดับที่ 13 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จัดอันดับโดยนิตยสารฟอบส์

ต้องยอมรับว่า ยิ่งแก่ ยิ่งเนื้อหอม สำหรับพระเอกมาดอบอุ่น “ก้อง สหรัถ สังคปรีชา” ที่ปีนี้มีอายุ 47 ปีแล้ว แต่งานพรีเซนเตอร์ยังคงแน่นเอี้ยดไม่น้อยหน้าพระเอกรุ่นใหม่ไฟแรงคนไหน เพราะด้วยลุคที่ หล่อ เท่ส์ สมาร์ท ดูอบอุ่น และชื่อเสียงไม่เสียหาย จึงทำให้ก้อง สหรัถ กลายเป็นที่ถูกตาต้องใจของแบรนด์สินค้าหลายๆแบรนด์

เปิดใจ “อีเจี๊ยบ เลียบด่วน” เจ้าของเพจมาแรงแห่งปี ผ่านการ“โฟนอิน”แบบเจาะลึก เป็นครั้งแรก ในงานสัมมนา ฝ่าวิกฤตพิชิตดราม่าในโลกโซเชียลมีเดีย ซึ่งจัดโดย Position Magazine Online ถึงที่มาของ เพจเล่าข่าว ด้วยสำนวนแสบๆ คันๆ มันๆ จนสร้างยอดไลค์ ทะลุล้านแล้ว

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
เฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348