ตลกเจ็บตัว

อยากจะเขียนถึงมาหลายครั้ง แต่ก็ปล่อยให้ผ่านไปทุกที เพราะ มีโฆษณาที่สะดุดตาสะดุดใจมากกว่าเข้ามาแทรกอยู่เรื่อย มาคราวนี้ ยังไม่มีโฆษณาชิ้นไหนโดนใจมากกว่า ก็เลยต้องย้อนรำลึกถึงโฆษณาของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ล่าสุด กันจริงจังเสียที

ดูจะเป็นจารีตไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาต่อเนื่องในรอบหลายปีนี้ของโฆษณากรุงเทพประกันภัยที่ชื่นชมกับการพยายามสื่อสารแรงๆ ด้วยตลกเจ็บตัว หรือ Slapstick Comedy เป็นคอนเซ็ปต์หลัก ซึ่งว่าไปแล้ว ก็ไม่ได้เสียหายอะไร เพราะในเรื่องการตอกย้ำแบรนด์นั้น ถือว่าทำได้ดี ช่วยให้จดจำไปได้นานพอสมควรทีเดียว

ตลกเจ็บตัวนั้น ดูเผินๆ มันออกจะเกร่อไปสักนิด และไร้รสนิยม แต่ตลกเจ็บตัวที่มีรสนิยมระดับ ชาร์ลี แชปลิน ก็เป็นอมตะได้ให้เห็นมาแล้วมิใช่หรือ

รากฐานของตลกเจ็บตัวนั้น เริ่มขึ้นจากตลกในละครสัตว์ ซึ่งจะมีการเอาแผ่นไม้หรือถาดโลหะ เอามาตีหัวกันให้เกิดเสียงดังๆ หลังจากนั้นก็พลิกแพลงไปต่างๆ นานา โดยพลอตหลักของสาระก็คือ การกระทำต่อร่างกายของตัวตลกอย่างเกินจริง หรือนอกกรอบสามัญสำนึกทั่วไป ซึ่งเด็กๆ ที่เป็นคนดูชอบกันนักหนา แต่ผู้ใหญ่ที่ผ่านชีวิตมามากๆ จะคุ้นเคยและถือว่าน่าเบื่อหน่าย

ฉากคลาสสิกที่สุดและถูกใช้บ่อยที่สุดในตลกเจ็บตัวแบบยุโรป (ฝรั่ง) ก็คือ ฉากไล่ผีที่สิงอยู่ในตัวตลก ด้วยการโบยตี หรือใช้แส้เฆี่ยน หรือทรมานด้วยการทุบตีด้วยถาดโลหะ แต่สำหรับตลกเจ็บตัวทั่วโลกนั้น ไม่ชัดเจนนัก เพียงแต่มีข้อต้องห้ามเอาไว้ว่า อย่าเอาคนพิการมาล้อเลียนมากเกินไปนัก เพราะถือว่าเป็นการซ้ำเติมกันมากเกินจะรับได้

เอากันแค่เพียงว่า ข้อให้มีความเสียหายวินาศสันตะโร หรือโกลาหลเกิดขึ้นชั่วคราว ก็น่าจะเพียงพอแล้ว

ในระยะ 20 ปีมานี้ มีพัฒนาการไปอีกชั้นหนึ่งสำหรับตลกเจ็บตัวก็คือว่า มีนักจิตวิทยาเอาไปวิพากษ์กันว่า เป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุนให้เกิดพฤติกรรมใช้ความรุนแรงต่อกัน ดังนั้นจึงมีข้อเสนอให้เพลามือเพลาไม้กันลงไปอย่างเห็นได้ชัดเจน แต่ก็มีการหันเหหรือเลี่ยงมาใช้ภาษาเสียดแทงกันให้สะดุ้งมากขึ้น

เพียงแต่ในภาพยนตร์โฆษณาที่ต้องจำกัดจำเขี่ยเวลาอย่างมากนั้น การใช้มุกตลกเจ็บตัวก็ยังมีให้เห็น เพราะสามารถสื่อความได้เร็วและชัดเจนตรงประเด็นมากกว่า

กรณีของโฆษณากรุงเทพประกันภัย ก็เข้าข่ายนี้

นับตั้งแต่การนำเสนอแนวเรื่องประเภท “โอกาสที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย” (ยางรถยนต์หลุดจากฐานล้อ แต่กลับมาใส่ที่เดิม หรือ พายุที่หอบบ้านไปทั้งหลังแต่กลับมาอยู่ในสภาพเดิม) เรื่อยมาจนถึงเซลส์ขายประกันเกินจริง และล่าสุด ก็มาถึงหลักประกันที่ทำให้ไม่ต้องสนใจกับความเสียหาย

ถือเป็นการสร้างจุดขายที่ไม่ต้องพึ่งพาความหวาดกลัวกับลูกค้าที่จะซื้อประกันภัยอีกต่อไป แต่มุ่งไปที่จุดซึ่งเกินเลยจากนั้นคือ “เหนือกว่าความปลอดภัย คือ บริการที่ไร้กังวล” หรือพูดสั้นแบบฝรั่งก็คือ Worry-free insurance ซึ่งถือว่า เป็นการตลาดธุรกิจประกันภัยที่เหนือชั้น

ที่ทำเช่นนี้ได้ คนทำต้องมั่นใจว่าเป็นเจ้าตลาดที่สามารถเชิดคอได้อย่างเต็มเหยียดโดยไม่ต้องปริวิตกกับคู่แข่งขันว่าจะมาไม้ไหน เพราะ...รับมือได้หมด

ชื่อเสียงของกรุงเทพประกันภัยในอดีตนั้นแนบชิดมากับธนาคารกรุงเทพ เพราะผู้ถือหุ้นใหญ่คือตระกูลโสภณพนิชเหมือนกัน จึงมีลูกค้าทับซ้อนกันค่อนข้างมาก แต่ปัจจุบัน ฐานะบริษัทมหาชนทำให้บริษัทมีอิสระมากกว่าเดิม และต้องเน้นการสร้าง

แบรนด์ที่ตอกย้ำบริการของบริษัทให้มากขึ้น ตามความเข้มข้นของการแข่งขัน

โฆษณาชิ้นล่าสุดของบริษัทในเรื่องบริการที่ไร้กังวล มีโครงเรื่องน่าสนใจเหมาะกับช่วงเวลานำเสนอที่แสนสั้น
……….
ชายหนุ่มเจ้าของรถราคาแพงระยับ เอารถไปตรวจสภาพ โดยให้พนักงานของบริษัทขับรถไปให้เอง

พนักงานคนนั้นเข้าเกียร์ผิดจะด้วยไม่ชำนาญหรืออะไรก็ตาม รถยนต์หรูคันนั้นพุ่งเข้าชนผนังพังยับเยินเหลือแต่ซาก

เจ้าของรถมองตามไปที่รถ แต่พบว่าด้านหลังซากรถคันนั้นมีร่างคนที่คุ้นเคย ซึ่งเป็นเพื่อนเก่าที่สนิทสนมยืนอยู่

แทนที่จะโวยวายเรื่องรถยนต์ที่พังพินาศต่อหน้า เขากลับส่งเสียงดังอย่างดีที่เห็นเพื่อที่ดูเหมือนจะไม่ได้เจอกันมานานพอสมควร

ด้วยความที่ไม่กังวลว่ารถยนต์ที่เสียหายจะเป็นอย่างไร (...ก็มั่นใจเสียแล้วว่า ยังไงได้เคลมประกันคืนหมดแน่นอน...) คนทั้งคู่ทักทายกันเสมือนหนึ่งไม่มีเรื่องรถยนต์ที่ชนผนังเกิดขึ้นแม้แต่น้อย

จูงแขนกันเดินจากไปโดยไม่ใส่ใจกับซากรถแม้แต่จะชำเลืองกลับมามองเสียด้วยซ้ำ

โฆษณาจบลงอย่างประทับใจ แม้จะเป็นตลกเจ็บตัว แต่ก็เป็นตลกเจ็บตัวที่ไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง
...........

ไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของไอเดีย และใครเป็นผู้ผลิต แต่งานชิ้นนี้ต้องยอมรับเลยว่า เป็นตลกเจ็บตัวที่มีรสนิยมดีเยี่ยม และมิหนำยังชูจุดขายในธุรกิจประกันภัยได้อย่างไม่ยัดเยียดอีกด้วย

ใครก็รู้ว่าธุรกิจประกันภัยนั้นคือธุรกิจป้องกันความเสี่ยงระยะสั้น (ส่วนใหญ่จะเป็นปีต่อปี ส่วนจะเป็นต่อครั้ง หรือต่ออะไรนั้น เป็นเงื่อนไขพิเศษ ต้นทุนการจ่ายค่าเสียหายสำหรับป้องกันความเสี่ยง เรียกว่า เบี้ยประกัน เก็บทันทีครั้งเดียว และหากมีความเสียหายเกิดขึ้น โดยผู้เอาประกันไม่ได้แสดงเจตนาที่จะประดิษฐ์ความเสียหายขึ้นมาเองอย่างจงใจ (ภาษาวิชาการเรียกว่า Moral Hazard – การทำให้เกิดความเสี่ยงอย่างผิดจริยธรรม) ก็จะได้รับการชดเชยตามความเสียหายที่เกิดขึ้น ภายในวงเงินที่กำหนดเอาไว้ในสัญญา

หากการบริการป้องกันความเสี่ยงนี้สามารถทำให้ถึงขั้นปลอดกังวล (แบบโฆษณาชิ้นนี้) ก็ถือว่าเป็นจุดขายที่โดดเด่น และทำให้ลูกค้าภักดีไปยาวนาน แถมจะได้ลูกค้าใหม่จากการเล่าปากต่อปาก หรือ Viral Marketing อย่างมีนัยสำคัญ

หวังว่า กรุงเทพประกันภัย จะไม่ทำให้ลูกค้าผิดหวังเหมือนอย่างที่เป็นในโฆษณาก็แล้วกัน

ตลกเจ็บตัวได้ แต่คนเอาประกันต้องไม่เจ็บตัว กลายเป็น Worry-ridden

ชื่อภาพยนตร์โฆษณา Valet Parking
ความยาว 30 วินาที
ตราผลิตภัณฑ์ / บริการ กรุงเทพประกันภัย
บริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ / บริการ กรุงเทพประกันภัย
บริษัทตัวแทนโฆษณา ครีเอทีฟ จูซ จีวัน
บริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์โฆษณา บริษัท ฟีโนมีนา จำกัด
Executive Creative Director ธีรศักดิ์ ธนพัฒนากุล
ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ ณนัฏ เทพรักษ์ / ธีรศักดิ์ ธนพัฒนากุล
ผู้เขียนบทโฆษณา ภาณุศาสตร์ ธนจินดาวงษ์
ผู้อำนวยการถ่ายทำ / ผู้กำกับภาพยนตร์ ทิชากร ใบมรกต / ธนญชัย ศรศรีวิชัย
เอเจนซี โปรดิวเซอร์ จุฑารัตน์ ชิงดวง / อรุณศรี ศรีโรจนันท์

Digital TV & Media

ทีประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) มีมติ “ไม่ทบทวน” ตามที่ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอทบทวนมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดให้โครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ภายใน 15 วัน

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

บริษัทเอซี นีลเส็น ได้รายงานยอดซื้อสื่อโฆษณาในเดือนตุลาคม 2557 พบว่า ยอดยอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 8,931 ล้านบาท ลดลงจากเดือนตุลาคม 2556 มียอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 9,875 ล้านบาท ลดลง 944 ล้านบาท หรือคิดเป็น 9.56%

Consumer Insight

ผลวิจัยพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคชาวไทย ของบริษัท ดันน์ฮัมบี้ ล่าสุด พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยหันมาซื้อสินค้าโดยใช้ปัจจัยด้านความสะดวกซื้อ และซื้อในแต่ละครั้งจะซื้อสินค้าจำนวนไม่มาก

มาดูกันว่า กลุ่มผู้บริโภครุ่นใหญ่ Generation Power ของไทย วัย 35- 59 ปี กันบ้าง และจากการศึกษาแบบเจาะลึกของ Y&R Thailand ค้นพบ 3 ค่านิยมเด่นของกลุ่มคนไทย ที่นักการตลาดต้องรู้

Insight

จิก-ประภาส ชลศรานนท์ รองประธานบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้คร่ำหวอดในวงการครีเอทีฟ ที่เป็นทั้งนักคิด นักเขียน นักแต่งเพลง เขายังได้เป็นหนึ่งในคณะกรรการตัดสินการประกวดแต่งห้องทำงาน “BBDO YourSpace Awards 2014”

Strategic Move

โครงการสิงห์ คอมเพล็กซ์ หนึ่งในบิ๊กโปรเจกต์ของ "สิงห์ เอสเตท" ที่ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มบุญรอดฯ ด้วยมูลค่าโครงการ 10,000 ล้านบาท ในพื้นที่ 11 ไร่ ทำเลถนนอโศก-เพชรบุรี โดยที่เป็นโครงการแบบมิกซ์ยูส รวบรวมทั้งอาคารสำนักงาน คอนเวนชั่นฮอลล์ โรงแรม พื้นที่สำหรับค้าปลีก รวมไปถึงจะเป็นที่ทำงานของผู้บริหารระดับสูงของสิงห์ด้วย จะเปิดทำการในปี 2017

เป็นอีกหนึ่ง “ดีล”การรุกคืบของธุรกิจไทยที่ได้เข้ากิจการระดับโลก โดยบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน (หรือ เพซ) ได้เซ็นสัญญาซื้อกิจการทั้งหมดของ ‘ดีน แอนด์ เดลูก้า’ แบรนด์ร้านอาหารและเครื่องดื่มกูร์เมต์ชั้นนำของโลก จากบริษัท ดีน แอนด์ เดลูก้า โฮลดิ้งส์ อิงค์ ตั้งอยู่ในเป็นวงเงิน140 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

“เซ็นทรัล เอ็มบาสซี” ถือเป็นอีกหนึ่งเมกะโปรเจ็คต์ของกลุ่มเซ็นทรัลในปีนี้ ที่หมายมั่นปั้นมือให้เป็นศูนย์การค้าระดับหรูระดับ “แลนด์มาร์ก” แห่งใหม่ประจำกรุงเทพฯ แต่เมื่อได้เปิดบริการได้ 5 เดือน ปรากฎว่ายอดทราฟฟิคคนเข้าห้างกลับไม่ได้เป็นตามที่ตั้งเป้าไว้

Social Media Club

เชื่อว่าหลายคนคงจำคุณลุงฝรั่งคนหนึ่งพร้อมกับเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่พบในกรุงเทพฯ กับคลิปวิดีโอ “BKK 1st Time : ตอนโดนคนไทยด่าครั้งแรก” ด้วยสำนวนที่เป็นกันเองและมีถ้อยคำทะลึ่งเล็กน้อย แต่ทำให้คนดูรู้สึกสนุกและทำให้เกิดการแชร์ต่อไปมากมายบนโลกออนไลน์

Facebook เปิดตัว FBIQ แหล่งข้อมูลแห่งใหม่ที่ช่วยให้นักการตลาดเข้าใจผู้คนที่มีความแตกต่างในแง่ของเจเนอเรชั่น สถานที่อยู่ อุปกรณ์ที่ใช้ และเวลาที่เข้าใช้ ผ่านข้อมูลเชิงลึกและบทวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ

เมื่อ “เฟซบุ๊ค” ยังเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คครองความนิยมมาเป็นอันดับแรก บรรดาแบรนด์ต่างๆ จึงต้องมุ่งเน้นทำการสื่อสารบนเฟซบุ๊ค แต่การสื่อสารบนเฟซุบุ๊คไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย "บริษัทแอดยิ้ม ออนไลน์ เอเยนซี่" ได้นำเสนอ แนวทางการ การสร้างคอนเทนต์ที่ดีในเฟซบุ๊ค มีจุดร่วมที่ต้องให้ความใส่ใจ ควรคำนึงถึงในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทางเฟซบุ๊ค

Columnist

วันนี้ขออนุญาตพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและสิ่งที่ควรระวังในการตลาดปี 2015 ก่อนอื่นคงจะเห็นได้ว่า มีปัจจัยมากมายที่ Controls และ Un-controls ซึ่งกำลังพูดถึง ปัจจัยที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ผู้เขียนได้อ่านบทความธุรกิจของจีนทราบว่า 1 ใน 10 ของแบรนด์ในใจพนักงานออฟฟิศ อันดับหนึ่ง คือ “วีแชต (WeChat)” แอปฯ แชตสีเขียวที่คนจีนใช้กันทั้งประเทศ (มิใช่แบรนด์เครื่องดื่มใดๆ อีกต่อไป) ส่วนแบรนด์อื่นๆ ก็หนีไม่พ้นแบรนด์ระดับโลกอย่างแอ๊ปเปิ้ล ไนกี้ ฯลฯ และก็มีแบรนด์หนึ่งที่สะดุดตาผู้เขียนคือ “ชุ่นเฟิง (顺丰)” ซึ่งที่โลโก้มีตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ว่า SF

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

ผู้เขียนได้อ่านบทความธุรกิจของจีนทราบว่า 1 ใน 10 ของแบรนด์ในใจพนักงานออฟฟิศ อันดับหนึ่ง คือ “วีแชต (WeChat)” แอปฯ แชตสีเขียวที่คนจีนใช้กันทั้งประเทศ (มิใช่แบรนด์เครื่องดื่มใดๆ อีกต่อไป) ส่วนแบรนด์อื่นๆ ก็หนีไม่พ้นแบรนด์ระดับโลกอย่างแอ๊ปเปิ้ล ไนกี้ ฯลฯ และก็มีแบรนด์หนึ่งที่สะดุดตาผู้เขียนคือ “ชุ่นเฟิง (顺丰)” ซึ่งที่โลโก้มีตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ว่า SF

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

People

ธนาคารไทยพาณิชย์ได้มีการประกาศแต่งตั้งผู้บริหาระดับสูง เป็นผลมาจากการที่ กรรณิกา ชลิตอาภรณ์ จะสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ในวันที่ 2 เมษายน 2558

การขึ้นนั้งเก้าอี้ใหญ่ของ “สุพัตรา” จึงไม่ธรรมดา เธอเข้าทำงานในยูนิลีเวอร์มา 21 ปี ผ่านทั้งงาน “บู๊ และบุ๋น” ทั้งในไทย และในระดับภูมิภาค

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348