ตลาดถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศปี’49 : สร้างรายได้เข้าประเทศ 2,000 ล้านบาท

ตลาดถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ นับเป็น 1 ในตลาดท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม (niche market) ที่มีบทบาทสำคัญต่อการดึงรายได้เข้าประเทศ เนื่องจากเป็นตลาดท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง และยังมีลู่ทางขยายตัวได้อีกมาก หากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนร่วมมือกันเร่งแก้ไขอุปสรรคต่างๆ และส่งเสริมด้านการตลาดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยปัจจุบันการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ประเภทต่างๆในประเทศไทยของกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 2,000 ล้านบาท เทียบกับในปี 2543 ที่มีมูลค่าเพียง 450 ล้านบาท

นอกจากนี้ การส่งเสริมตลาดถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศโดยเฉพาะภาพยนตร์เรื่องยาวฟอร์มใหญ่ที่ใช้เงินลงทุนจำนวนมากและใช้ดาราที่มีชื่อเสียงแสดงนำ ไม่เพียงแต่จะดึงรายได้จำนวนมากเข้าประเทศเท่านั้น ทว่ายังส่งผลดีต่อการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้ามาเที่ยวประเทศไทยด้วย โดยการสร้างจุดขายทางการท่องเที่ยวไทยเชื่อมโยงจากกระแสความนิยมภาพยนตร์ ให้ผู้ชมภาพยนตร์ทั่วโลกรู้จักและสนใจเข้ามาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น ดังเช่นภาพยนตร์เดอะบีชที่สามารถสร้างกระแสความสนใจให้กับอ่าวมาหยา เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ได้อย่างกว้างขวางหลังจากที่ภาพยนตร์เรื่องเดอะบีชออกฉายไปทั่วโลก

เมื่อพิจารณาสถิติการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศประเภทต่างๆในประเทศไทยทั้งภาพยนตร์สารคดี ภาพยนตร์โฆษณา ภาพยนตร์เรื่องยาว ภาพยนตร์โทรทัศน์ และมิวสิควีดิโอ รวมทั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายระหว่างที่กองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศทำงานอยู่ในประเทศไทย ซึ่งรวบรวมโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า ในปี 2544 ตลาดกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยมีการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ประเภทต่างๆในประเทศไทยรวมทั้งสิ้นจำนวน 441 เรื่องและสร้างรายได้เข้าประเทศมูลค่า 1,277 ล้านบาทเทียบกับปี 2543 ที่มีการเข้ามาถ่ายทำเพียง 402 เรื่องและสร้างรายได้ให้ประเทศไทย 450 ล้านบาท

การขยายตัวแบบก้าวกระโดดของตลาดถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศดังกล่าวนั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่ภาครัฐเริ่มให้ความสำคัญและส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยมากขึ้น ประกอบกับในภาคเอกชนเองก็เริ่มมีผู้ประกอบการบางรายขยายธุรกิจบริการกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศ ซึ่งนับว่ามีส่วนสำคัญในการนำเสนอทำเลที่เหมาะสมถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย และทำหน้าที่ประสานงานอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆแก่กองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศ ตั้งแต่การเลือกหาทำเล การขอนุญาตเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย และการบริการในขั้นตอนก่อนการถ่ายทำ เช่น การเตรียมสถานที่ การเตรียมอุปกรณ์ใช้ถ่ายทำ การจัดหาบุคลากรด้านต่างๆ ทั้งนักแสดง ทีมงานด้านเสื้อผ้า การแต่งหน้า และการทำผมให้นักแสดง เป็นต้น

นับตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา ตลาดถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยจึงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ยกเว้นในบางปีที่การท่องเที่ยวไทยได้รับผลกระทบจากปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุม อาทิ การแพร่ระบาดของโรคซาร์ส และสึนามิ โดยตลาดถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เป็น 1,401 ล้านบาทในปี 2545 จากการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศประเภทต่างๆในประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 481 เรื่อง

ในปี 2546 ตลาดถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศมีแนวโน้มถดถอยลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคซาร์ส ทำให้สามารถดึงรายได้เข้าประเทศเพียง 1,224 ล้านบาทลดลงร้อยละ 13 จากปี 2545 โดยมีการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศรวมทั้งสิ้นจำนวน 388 เรื่อง ซึ่งก็ลดลงไปจากปี 2545 ถึงร้อยละ 19

สำหรับในปี 2547 ซึ่งเกิดเหตุการณ์สึนามิถล่มชายฝั่งทะเลอันดามันของไทยในช่วงปลายปีนั้น ส่งผลให้รายได้จากการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในปี 2547 มีมูลค่า 1,128 ล้านบาทลดลงร้อยละ 8 จากปี 2546 โดยมีการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศประเภทต่างๆในประเทศไทยจำนวน 441 เรื่อง

เหตุการณ์สึนามิยังคงส่งผลกระทบต่อตลาดถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศต่อเนื่องมาในช่วงไตรมาสแรกของปี 2548 แต่จากความพยายามของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในการเร่งทำความเข้าใจและให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับความเสียหายของแหล่งท่องเที่ยวในแถบอันดามัน โดยเฉพาะภูเก็ต กระบี่ และพังงา ประกอบกับการที่ประเทศไทยเข้าร่วมงาน AFCI Location Trade Show 2005 ที่สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนเมษายน 2548 ของสมาคมกรรมการภาพยนตร์นานาชาติ Association of Film Commission International (AFCI ) ที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกอยู่ โดยประเทศไทยได้นำเสนอทำเลชายหาดทะเลฝั่งอันดามันที่ได้รับการฟื้นฟูหลังเหตุการณ์สึนามิให้สมาชิก AFCI เลือกเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ประเภทต่างๆในไทย เพื่อช่วยให้ชาวบ้านในพื้นที่มีรายได้หลังจากที่นักท่องเที่ยวลดลงหลังสึนามิ ซึ่งหลายประเทศก็ยินดีช่วยประเทศไทย ส่งผลให้โดยรวมตลอดทั้งปี 2548 ประเทศไทยมีรายได้จากการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 1,138 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 1 จากปี 2547 โดยมีการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ประเภทต่างๆรวมทั้งสิ้น 497 เรื่องเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 จากปี 2547

เมื่อพิจารณาจากโครงสร้างตลาดการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศของไทยในปี 2548 แล้วพบว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยมากเป็นอันดับ 1 คือ 161 เรื่อง รองลงมา คือ ยุโรป 105 เรื่อง อินเดีย 45 เรื่อง สหรัฐอเมริกา และฮ่องกงจำนวน 23 เรื่องเท่ากัน

ภาพยนตร์ต่างประเทศที่เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยเมื่อปี 2548 ส่วนใหญ่ คือ 248 เรื่องเป็นภาพยนตร์ประเภทสารคดี รองลงมา คือ ภาพยนตร์โฆษณาจำนวน 188 เรื่อง มิวสิควีดิโอ 27 เรื่อง ภาพยนตร์เรื่องยาว 21 เรื่อง และภาพยนตร์โทรทัศน์ 13 เรื่อง

สำหรับจังหวัดที่ได้รับความนิยมมากอันดับ 1 จากกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศที่เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย คือ กรุงเทพฯ รองลงมา คือ ชลบุรี นอกจากนี้ยังมีภูเก็ต เชียงใหม่ กระบี่ กาญจนบุรี พังงา พระนครศรีอยุธยา ประจวบคีรีขันธ์ และราชบุรี ตามลำดับ

ปัจจัยสำคัญที่เกื้อหนุนให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการดึงดูดกองถ่ายภาพยนตร์ประเภทต่างๆจากต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย โดยเฉพาะภาพยนตร์เรื่องยาวฟอร์มใหญ่ที่เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยมากขึ้น มีดังนี้

- ความพร้อมในด้านแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย ทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพที่โดดเด่นเหนือประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในด้านสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์

- ความพร้อมในด้านสาธารณูปโภคต่างๆ และบุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์

- ค่าใช้จ่ายในด้านต่างๆที่ถูกกว่าในต่างประเทศมาก โดยเฉพาะค่าเช่าโรงถ่ายภาพยนตร์ ค่าจ้างแรงงาน และค่าครองชีพ

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังเสียเปรียบประเทศเพื่อนบ้านต่างๆรวมทั้งออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ในเรื่องแรงจูงใจด้านภาษี แม้ว่าที่ผ่านมาประเทศไทยจะได้ปรับลดภาษีให้นักแสดงที่เข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยจากร้อยละ 37 เหลือร้อยละ 10 ก็ตาม เนื่องจากประเทศคู่แข่งของไทยต่างไม่เก็บภาษีค่าตัวนักแสดง ทำให้มีอยู่หลายครั้งที่ประเทศไทยต้องสูญเสียโอกาสในการที่ภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่จากต่างประเทศจะเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย เพราะดาราแสดงนำที่มีชื่อเสียงปฏิเสธที่จะเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย
ในด้านระบบการจัดเก็บภาษีกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศของไทยยังมีความซ้ำซ้อน โดยเฉพาะการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่ซ้ำซ้อนในหลายขั้นตอน ตั้งแต่การเรียกเก็บจากผู้ประสานงานกองถ่าย โรงแรม และบริการต่างๆ ระหว่างที่กองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศทำงานอยู่ในประเทศไทย

ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ มาเลเซีย เวียดนาม และกัมพูชา ต่างให้ความสำคัญในการดึงกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศเข้าประเทศ โดยให้สิทธิประโยชน์พิเศษทางด้านภาษีแก่กองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศ เพื่อดึงดูดให้ถูกเลือกเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ และนำเงินจำนวนมากเข้าสู่ประเทศ ดังเช่นประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ที่รัฐบาลมีนโยบายไม่เก็บภาษีการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศทุกประเภท เพื่อส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในระยะยาวแทน ทำให้ผู้ผลิตภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ที่มีชื่อเสียงชั้นนำระดับโลก อาทิ วอร์เนอร์ บราเธอร์ โซนี่ พาราเมาท์ และฟ็อกซ์ เป็นต้น เข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์และร่วมทุนสร้างภาพยนตร์ในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์หลายเรื่อง

นอกจากนี้ หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนควรเร่งส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจบริการในด้านการถ่ายทำภาพยนตร์ ทั้งบริการก่อนถ่ายทำภาพยนตร์ ( เช่น การเตรียมสถานที่ การเตรียมอุปกรณ์ต่างๆที่จะใช้ถ่ายทำภาพยนตร์ เป็นต้น) และบริการภายหลังการถ่ายทำภาพยนตร์ (เช่น การตัดต่อ การใช้องค์ประกอบแสง สี เสียง เป็นต้น) ทั้งนี้เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศ และสามารถดึงรายได้เข้าประเทศเพิ่มขึ้น

สำหรับในปี 2549 ซึ่งผ่านพ้นเหตุการณ์สึนามิมาได้กว่า 1 ปี และเป็นปีที่จะมีการจัดกิจกรรมสำคัญๆอย่างยิ่งใหญ่ตลอดทั้งปี เพื่อเฉลิมฉลองปีอันเป็นมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 60 ปีในวันที่ 9 มิถุนายน 2549 นั้น บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด คาดการณ์ว่า จะมีกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยเพิ่มขึ้น และสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศคิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม หากภาครัฐบาลเร่งแก้ไขอุปสรรคต่างๆโดยเฉพาะเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้ที่เรียกเก็บจากนักแสดงต่างชาติ รวมทั้งการจัดตั้งศูนย์บริการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศแบบครบวงจรในประเทศไทย และลดขั้นตอนการพิจารณาออกใบอนุญาตให้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิมได้ภายในปี 2549 เพื่อสามารถรองรับแผนการในปี 2550 ที่จะจัดโครงการเชิญผู้กำกับภาพยนตร์จากต่างประเทศและสื่อมวลชนจากทั่วโลกเข้ามาสำรวจสถานที่ที่จะเสนอเป็นจุดขายในการถ่ายทำภาพยนตร์นานาชาติ ก็มีแนวโน้มที่กองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศจะสนใจเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นจำนวนมาก โดยเฉพาะการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องยาวฟอร์มใหญ่จากฮอลลีวู้ด ซึ่งก็น่าจะส่งผลให้ตลาดถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศของไทยสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศสูงเกินกว่า 3,000 ล้านบาทได้ในปี 2550

Digital TV & Media

ทีประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) มีมติ “ไม่ทบทวน” ตามที่ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอทบทวนมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดให้โครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ภายใน 15 วัน

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

แบรนด์ที่ใช้สื่อโฆษณาสูงสุดในเดือนตุลาคม 2557 อันดับ 1 เป็นของ วาสลีน บอดี้ สกินแคร์ ด้วยงบซื้อโฆษณา 79 ล้านบาท อันดับ 2 เป็นของ แชมพู เคลียร์ ใช้งบไป 69 ล้านบาท แซงหน้าโตโยต้า ที่หล่นมาอยู่ในอันดับ 3 โดยโตโยต้ารถยนต์นั่ง ใช้งบไป 67 ล้านบาท

Consumer Insight

ผลวิจัยพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคชาวไทย ของบริษัท ดันน์ฮัมบี้ ล่าสุด พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยหันมาซื้อสินค้าโดยใช้ปัจจัยด้านความสะดวกซื้อ และซื้อในแต่ละครั้งจะซื้อสินค้าจำนวนไม่มาก

มาดูกันว่า กลุ่มผู้บริโภครุ่นใหญ่ Generation Power ของไทย วัย 35- 59 ปี กันบ้าง และจากการศึกษาแบบเจาะลึกของ Y&R Thailand ค้นพบ 3 ค่านิยมเด่นของกลุ่มคนไทย ที่นักการตลาดต้องรู้

Insight

ได้ชื่อว่าเป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยทีมงานในการครีเอทีฟ เพื่อสร้างสรร แคมเปญโฆษณาให้ลูกค้าให้โดนใจที่สุด ในภาวะที่ผู้บริโภคมีความซับซ้อน เรื่องของบรรยากาศในที่ทำงาน เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการทำงานของทีมงาน

บริษัทอินเตอร์แบรนด์ บริษัทที่ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์ระดับโลก ได้ทำการสำรวจและจัดอันดับแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก (Best Global Brand) พบว่า แอปเปิ้ล ยังคงขึ้นครองแชมป์แบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุด ของโลก ติดต่อกันมา 2 ปีแล้ว มีมูลค่า 1.18 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

เปิดห้องทำงานของ CEO แห่งเอเจนซี่โฆษณา BBDO กรุงเทพ “สมเกียรติ ลาภธนัญชัยวงศ์” หรือ ลาภ ประธานกรรมการบริหาร บีบีดีโอ กรุงเทพ

Strategic Move

หลังจากที่เซเว่นอีเลฟเว่น สร้างความฮือฮา ด้วยการทดลองเปิดธุรกิจอาหารตามสั่ง แบบปรุงสดในร้าน เริ่มสาขาแรกที่ประชาสงเคราะห์ ซอย 23 ไปแล้ว เมื่อ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา

หลังจากที่สิงห์ได้ทำการเทคโอเวอร์ บมจ. รสา พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ มูลค่ากว่า 8 พันล้านบาท เพื่อเป็นทางลัดในการปูทางสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างเต็มตัว ซึ่งถือว่าเป็นน้องใหม่ในธุรกิจนี้เลยก็ว่าได้ สิงห์ยังคงเปิดแผนนโยบายเดิมคือเน้นการเข้าซื้อและควบควมกิจการธุรกิจ เพื่อการเติบโตอย่างรวดเร็ว

โครงการสิงห์ คอมเพล็กซ์ หนึ่งในบิ๊กโปรเจกต์ของ "สิงห์ เอสเตท" ที่ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มบุญรอดฯ ด้วยมูลค่าโครงการ 10,000 ล้านบาท ในพื้นที่ 11 ไร่ ทำเลถนนอโศก-เพชรบุรี โดยที่เป็นโครงการแบบมิกซ์ยูส รวบรวมทั้งอาคารสำนักงาน คอนเวนชั่นฮอลล์ โรงแรม พื้นที่สำหรับค้าปลีก รวมไปถึงจะเป็นที่ทำงานของผู้บริหารระดับสูงของสิงห์ด้วย จะเปิดทำการในปี 2017

Social Media Club

เชื่อว่าหลายคนคงจำคุณลุงฝรั่งคนหนึ่งพร้อมกับเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่พบในกรุงเทพฯ กับคลิปวิดีโอ “BKK 1st Time : ตอนโดนคนไทยด่าครั้งแรก” ด้วยสำนวนที่เป็นกันเองและมีถ้อยคำทะลึ่งเล็กน้อย แต่ทำให้คนดูรู้สึกสนุกและทำให้เกิดการแชร์ต่อไปมากมายบนโลกออนไลน์

Facebook เปิดตัว FBIQ แหล่งข้อมูลแห่งใหม่ที่ช่วยให้นักการตลาดเข้าใจผู้คนที่มีความแตกต่างในแง่ของเจเนอเรชั่น สถานที่อยู่ อุปกรณ์ที่ใช้ และเวลาที่เข้าใช้ ผ่านข้อมูลเชิงลึกและบทวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ

เมื่อ “เฟซบุ๊ค” ยังเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คครองความนิยมมาเป็นอันดับแรก บรรดาแบรนด์ต่างๆ จึงต้องมุ่งเน้นทำการสื่อสารบนเฟซบุ๊ค แต่การสื่อสารบนเฟซุบุ๊คไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย "บริษัทแอดยิ้ม ออนไลน์ เอเยนซี่" ได้นำเสนอ แนวทางการ การสร้างคอนเทนต์ที่ดีในเฟซบุ๊ค มีจุดร่วมที่ต้องให้ความใส่ใจ ควรคำนึงถึงในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทางเฟซบุ๊ค

Columnist

วันนี้ขออนุญาตพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและสิ่งที่ควรระวังในการตลาดปี 2015 ก่อนอื่นคงจะเห็นได้ว่า มีปัจจัยมากมายที่ Controls และ Un-controls ซึ่งกำลังพูดถึง ปัจจัยที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

กิจกรรมปกติของห้างต่างๆ ทั่วโลกคือ จัดเทศกาลชื่อแปลกๆ เพื่อมีเป้าหมายคือ ลดราคาสินค้าและชวนคนมาเดินห้างให้เยอะขึ้น แต่ไม่ว่าจะ Midnight Sales หรือ Clearance Sales ก็แล้ว ไม่มีห้างไหนในโลกที่วันเดียวจะสร้างยอดขายได้เป็นแสนล้านบาท!

Global Wrap

กิจกรรมปกติของห้างต่างๆ ทั่วโลกคือ จัดเทศกาลชื่อแปลกๆ เพื่อมีเป้าหมายคือ ลดราคาสินค้าและชวนคนมาเดินห้างให้เยอะขึ้น แต่ไม่ว่าจะ Midnight Sales หรือ Clearance Sales ก็แล้ว ไม่มีห้างไหนในโลกที่วันเดียวจะสร้างยอดขายได้เป็นแสนล้านบาท!

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

Global Trend

การจัดอันดับแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก (Best Global Brand)ในปี 2014โดยบริษัทอินเตอร์แบรนด์ บริษัทที่ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์ระดับโลก ยังพบด้วยว่า แบรนด์ที่เข้ามาติดอันดับในปีนี้เป็นครั้งแรก ประกอบไปด้วย ดีเอชแอล (อันดับ 81) แลนด์โรเวอร์ (อันดับที่ 91) เฟดเด็กซ์ (อันดับที่ 92) หัวเหว่ย (อันดับที่ 94) และฮูโก้ บอส (อันดับที่ 97)

ผู้เขียนได้อ่านบทความธุรกิจของจีนทราบว่า 1 ใน 10 ของแบรนด์ในใจพนักงานออฟฟิศ อันดับหนึ่ง คือ “วีแชต (WeChat)” แอปฯ แชตสีเขียวที่คนจีนใช้กันทั้งประเทศ (มิใช่แบรนด์เครื่องดื่มใดๆ อีกต่อไป) ส่วนแบรนด์อื่นๆ ก็หนีไม่พ้นแบรนด์ระดับโลกอย่างแอ๊ปเปิ้ล ไนกี้ ฯลฯ และก็มีแบรนด์หนึ่งที่สะดุดตาผู้เขียนคือ “ชุ่นเฟิง (顺丰)” ซึ่งที่โลโก้มีตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ว่า SF

People

ก้อง-อดิศักดิ์ รักอริยะพงศ์ หวานใจของ ซี-ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ เจ้าของ ฉายา "เจ้าหญิงไอที" ผู้ปลุกปั้น "เซ็ปเป้ บิวติ ดริ้งค์" นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ที่ต่อยอดกิจการครอบครัว จากผู้ผลิตขนมกินเล่นรายเล็กๆ จนมาเป็นผู้ผลิตเครื่องดื่ม และจำหน่าย “เซปเป้ บิวติ ดริงค์”

ธนาคารไทยพาณิชย์ได้มีการประกาศแต่งตั้งผู้บริหาระดับสูง เป็นผลมาจากการที่ กรรณิกา ชลิตอาภรณ์ จะสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ในวันที่ 2 เมษายน 2558

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348