ตลาดถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศปี’49 : สร้างรายได้เข้าประเทศ 2,000 ล้านบาท

ตลาดถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ นับเป็น 1 ในตลาดท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม (niche market) ที่มีบทบาทสำคัญต่อการดึงรายได้เข้าประเทศ เนื่องจากเป็นตลาดท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง และยังมีลู่ทางขยายตัวได้อีกมาก หากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนร่วมมือกันเร่งแก้ไขอุปสรรคต่างๆ และส่งเสริมด้านการตลาดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยปัจจุบันการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ประเภทต่างๆในประเทศไทยของกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 2,000 ล้านบาท เทียบกับในปี 2543 ที่มีมูลค่าเพียง 450 ล้านบาท

นอกจากนี้ การส่งเสริมตลาดถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศโดยเฉพาะภาพยนตร์เรื่องยาวฟอร์มใหญ่ที่ใช้เงินลงทุนจำนวนมากและใช้ดาราที่มีชื่อเสียงแสดงนำ ไม่เพียงแต่จะดึงรายได้จำนวนมากเข้าประเทศเท่านั้น ทว่ายังส่งผลดีต่อการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้ามาเที่ยวประเทศไทยด้วย โดยการสร้างจุดขายทางการท่องเที่ยวไทยเชื่อมโยงจากกระแสความนิยมภาพยนตร์ ให้ผู้ชมภาพยนตร์ทั่วโลกรู้จักและสนใจเข้ามาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น ดังเช่นภาพยนตร์เดอะบีชที่สามารถสร้างกระแสความสนใจให้กับอ่าวมาหยา เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ได้อย่างกว้างขวางหลังจากที่ภาพยนตร์เรื่องเดอะบีชออกฉายไปทั่วโลก

เมื่อพิจารณาสถิติการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศประเภทต่างๆในประเทศไทยทั้งภาพยนตร์สารคดี ภาพยนตร์โฆษณา ภาพยนตร์เรื่องยาว ภาพยนตร์โทรทัศน์ และมิวสิควีดิโอ รวมทั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายระหว่างที่กองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศทำงานอยู่ในประเทศไทย ซึ่งรวบรวมโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า ในปี 2544 ตลาดกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยมีการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ประเภทต่างๆในประเทศไทยรวมทั้งสิ้นจำนวน 441 เรื่องและสร้างรายได้เข้าประเทศมูลค่า 1,277 ล้านบาทเทียบกับปี 2543 ที่มีการเข้ามาถ่ายทำเพียง 402 เรื่องและสร้างรายได้ให้ประเทศไทย 450 ล้านบาท

การขยายตัวแบบก้าวกระโดดของตลาดถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศดังกล่าวนั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่ภาครัฐเริ่มให้ความสำคัญและส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยมากขึ้น ประกอบกับในภาคเอกชนเองก็เริ่มมีผู้ประกอบการบางรายขยายธุรกิจบริการกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศ ซึ่งนับว่ามีส่วนสำคัญในการนำเสนอทำเลที่เหมาะสมถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย และทำหน้าที่ประสานงานอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆแก่กองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศ ตั้งแต่การเลือกหาทำเล การขอนุญาตเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย และการบริการในขั้นตอนก่อนการถ่ายทำ เช่น การเตรียมสถานที่ การเตรียมอุปกรณ์ใช้ถ่ายทำ การจัดหาบุคลากรด้านต่างๆ ทั้งนักแสดง ทีมงานด้านเสื้อผ้า การแต่งหน้า และการทำผมให้นักแสดง เป็นต้น

นับตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา ตลาดถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยจึงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ยกเว้นในบางปีที่การท่องเที่ยวไทยได้รับผลกระทบจากปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุม อาทิ การแพร่ระบาดของโรคซาร์ส และสึนามิ โดยตลาดถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เป็น 1,401 ล้านบาทในปี 2545 จากการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศประเภทต่างๆในประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 481 เรื่อง

ในปี 2546 ตลาดถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศมีแนวโน้มถดถอยลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคซาร์ส ทำให้สามารถดึงรายได้เข้าประเทศเพียง 1,224 ล้านบาทลดลงร้อยละ 13 จากปี 2545 โดยมีการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศรวมทั้งสิ้นจำนวน 388 เรื่อง ซึ่งก็ลดลงไปจากปี 2545 ถึงร้อยละ 19

สำหรับในปี 2547 ซึ่งเกิดเหตุการณ์สึนามิถล่มชายฝั่งทะเลอันดามันของไทยในช่วงปลายปีนั้น ส่งผลให้รายได้จากการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในปี 2547 มีมูลค่า 1,128 ล้านบาทลดลงร้อยละ 8 จากปี 2546 โดยมีการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศประเภทต่างๆในประเทศไทยจำนวน 441 เรื่อง

เหตุการณ์สึนามิยังคงส่งผลกระทบต่อตลาดถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศต่อเนื่องมาในช่วงไตรมาสแรกของปี 2548 แต่จากความพยายามของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในการเร่งทำความเข้าใจและให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับความเสียหายของแหล่งท่องเที่ยวในแถบอันดามัน โดยเฉพาะภูเก็ต กระบี่ และพังงา ประกอบกับการที่ประเทศไทยเข้าร่วมงาน AFCI Location Trade Show 2005 ที่สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนเมษายน 2548 ของสมาคมกรรมการภาพยนตร์นานาชาติ Association of Film Commission International (AFCI ) ที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกอยู่ โดยประเทศไทยได้นำเสนอทำเลชายหาดทะเลฝั่งอันดามันที่ได้รับการฟื้นฟูหลังเหตุการณ์สึนามิให้สมาชิก AFCI เลือกเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ประเภทต่างๆในไทย เพื่อช่วยให้ชาวบ้านในพื้นที่มีรายได้หลังจากที่นักท่องเที่ยวลดลงหลังสึนามิ ซึ่งหลายประเทศก็ยินดีช่วยประเทศไทย ส่งผลให้โดยรวมตลอดทั้งปี 2548 ประเทศไทยมีรายได้จากการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 1,138 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 1 จากปี 2547 โดยมีการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ประเภทต่างๆรวมทั้งสิ้น 497 เรื่องเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 จากปี 2547

เมื่อพิจารณาจากโครงสร้างตลาดการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศของไทยในปี 2548 แล้วพบว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยมากเป็นอันดับ 1 คือ 161 เรื่อง รองลงมา คือ ยุโรป 105 เรื่อง อินเดีย 45 เรื่อง สหรัฐอเมริกา และฮ่องกงจำนวน 23 เรื่องเท่ากัน

ภาพยนตร์ต่างประเทศที่เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยเมื่อปี 2548 ส่วนใหญ่ คือ 248 เรื่องเป็นภาพยนตร์ประเภทสารคดี รองลงมา คือ ภาพยนตร์โฆษณาจำนวน 188 เรื่อง มิวสิควีดิโอ 27 เรื่อง ภาพยนตร์เรื่องยาว 21 เรื่อง และภาพยนตร์โทรทัศน์ 13 เรื่อง

สำหรับจังหวัดที่ได้รับความนิยมมากอันดับ 1 จากกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศที่เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย คือ กรุงเทพฯ รองลงมา คือ ชลบุรี นอกจากนี้ยังมีภูเก็ต เชียงใหม่ กระบี่ กาญจนบุรี พังงา พระนครศรีอยุธยา ประจวบคีรีขันธ์ และราชบุรี ตามลำดับ

ปัจจัยสำคัญที่เกื้อหนุนให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการดึงดูดกองถ่ายภาพยนตร์ประเภทต่างๆจากต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย โดยเฉพาะภาพยนตร์เรื่องยาวฟอร์มใหญ่ที่เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยมากขึ้น มีดังนี้

- ความพร้อมในด้านแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย ทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพที่โดดเด่นเหนือประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในด้านสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์

- ความพร้อมในด้านสาธารณูปโภคต่างๆ และบุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์

- ค่าใช้จ่ายในด้านต่างๆที่ถูกกว่าในต่างประเทศมาก โดยเฉพาะค่าเช่าโรงถ่ายภาพยนตร์ ค่าจ้างแรงงาน และค่าครองชีพ

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังเสียเปรียบประเทศเพื่อนบ้านต่างๆรวมทั้งออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ในเรื่องแรงจูงใจด้านภาษี แม้ว่าที่ผ่านมาประเทศไทยจะได้ปรับลดภาษีให้นักแสดงที่เข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยจากร้อยละ 37 เหลือร้อยละ 10 ก็ตาม เนื่องจากประเทศคู่แข่งของไทยต่างไม่เก็บภาษีค่าตัวนักแสดง ทำให้มีอยู่หลายครั้งที่ประเทศไทยต้องสูญเสียโอกาสในการที่ภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่จากต่างประเทศจะเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย เพราะดาราแสดงนำที่มีชื่อเสียงปฏิเสธที่จะเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย
ในด้านระบบการจัดเก็บภาษีกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศของไทยยังมีความซ้ำซ้อน โดยเฉพาะการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่ซ้ำซ้อนในหลายขั้นตอน ตั้งแต่การเรียกเก็บจากผู้ประสานงานกองถ่าย โรงแรม และบริการต่างๆ ระหว่างที่กองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศทำงานอยู่ในประเทศไทย

ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ มาเลเซีย เวียดนาม และกัมพูชา ต่างให้ความสำคัญในการดึงกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศเข้าประเทศ โดยให้สิทธิประโยชน์พิเศษทางด้านภาษีแก่กองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศ เพื่อดึงดูดให้ถูกเลือกเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ และนำเงินจำนวนมากเข้าสู่ประเทศ ดังเช่นประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ที่รัฐบาลมีนโยบายไม่เก็บภาษีการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศทุกประเภท เพื่อส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในระยะยาวแทน ทำให้ผู้ผลิตภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ที่มีชื่อเสียงชั้นนำระดับโลก อาทิ วอร์เนอร์ บราเธอร์ โซนี่ พาราเมาท์ และฟ็อกซ์ เป็นต้น เข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์และร่วมทุนสร้างภาพยนตร์ในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์หลายเรื่อง

นอกจากนี้ หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนควรเร่งส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจบริการในด้านการถ่ายทำภาพยนตร์ ทั้งบริการก่อนถ่ายทำภาพยนตร์ ( เช่น การเตรียมสถานที่ การเตรียมอุปกรณ์ต่างๆที่จะใช้ถ่ายทำภาพยนตร์ เป็นต้น) และบริการภายหลังการถ่ายทำภาพยนตร์ (เช่น การตัดต่อ การใช้องค์ประกอบแสง สี เสียง เป็นต้น) ทั้งนี้เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศ และสามารถดึงรายได้เข้าประเทศเพิ่มขึ้น

สำหรับในปี 2549 ซึ่งผ่านพ้นเหตุการณ์สึนามิมาได้กว่า 1 ปี และเป็นปีที่จะมีการจัดกิจกรรมสำคัญๆอย่างยิ่งใหญ่ตลอดทั้งปี เพื่อเฉลิมฉลองปีอันเป็นมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 60 ปีในวันที่ 9 มิถุนายน 2549 นั้น บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด คาดการณ์ว่า จะมีกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยเพิ่มขึ้น และสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศคิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม หากภาครัฐบาลเร่งแก้ไขอุปสรรคต่างๆโดยเฉพาะเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้ที่เรียกเก็บจากนักแสดงต่างชาติ รวมทั้งการจัดตั้งศูนย์บริการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศแบบครบวงจรในประเทศไทย และลดขั้นตอนการพิจารณาออกใบอนุญาตให้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิมได้ภายในปี 2549 เพื่อสามารถรองรับแผนการในปี 2550 ที่จะจัดโครงการเชิญผู้กำกับภาพยนตร์จากต่างประเทศและสื่อมวลชนจากทั่วโลกเข้ามาสำรวจสถานที่ที่จะเสนอเป็นจุดขายในการถ่ายทำภาพยนตร์นานาชาติ ก็มีแนวโน้มที่กองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศจะสนใจเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นจำนวนมาก โดยเฉพาะการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องยาวฟอร์มใหญ่จากฮอลลีวู้ด ซึ่งก็น่าจะส่งผลให้ตลาดถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศของไทยสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศสูงเกินกว่า 3,000 ล้านบาทได้ในปี 2550

Consumer Insight

บริษัท นีลเส็น ได้รายงานผลการซื้อสื่อโฆษณาระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2557 พบว่า ยอดซื้อสื่อทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ แมกกาซีน โรงภาพยนตร์ สื่อนอกบ้าน สื่อในห้างสรรพสินค้า รวมทั้งสื่ออินเทอร์เน็ต มีมูลค่ารวม 49.738 ล้านบาท โดยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2556 พบว่า ติดลบ 9.38%

บริษัท PwC Consulting (ประเทศไทย) คาดการใช้จ่ายผ่านสื่อและบันเทิงของไทยในปี 2561 จะมีสูงกว่า 4.3 แสนล้านบาท ขณะที่อุตสาหกรรมสื่อและบันเทิง 5 ปีข้างหน้าเติบโตเฉลี่ย 7.3% ต่อปี แซงหน้าตลาดสหรัฐ-ยุโรปและอัตราการเติบโตเฉลี่ยทั่วโลก ผลมาจากการขยายตัวของธุรกิจโฆษณาออนไลน์ การใช้งานเคเบิ้ลทีวี และการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตที่เพิ่มสูงขึ้น

ที่ กรุงเทพฯ วันที่ 25 มิถุนายน 2557 ไอดีซีได้เปิดเผยรายงานสถานการณ์ตลาดโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยล่าสุด ซึ่งพบว่าระดับราคาของสมาร์ทโฟนที่ลดต่ำลงประกอบกับแรงผลักจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ได้กระตุ้นความนิยมในสินค้าสมาร์ทโฟนจนมียอดจัดส่งสูงกว่าฟีเจอร์โฟนเป็นครั้งแรก

Insight

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

กฎ 7 ข้อ ในการเล่าเรื่องข้ามสื่อ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสร้าง 3 อย่างนั้นได้, ต่อไปนี้ "กฎ 7 ข้อ ในการเล่าเรื่องข้ามสื่อ" ที่จะช่วยทำให้เนื้อหาสื่อกลายเป็นพระราชา หรือ "Content is the king."

กรณีที่ "ควร" ศึกษา Club Friday Transmedia Storrytelling - เล่าเรื่องข้ามสื่อแบบ "คลับฟรายเดย์ เดอะซีรี่ย์" มาดูคลับฟรายเดย์ให้เป็นมุมมองแบบนักเรียนนิเทศศาสตร์กับ นับว่าเป็นตัวอย่างที่คนทำสื่อควรศึกษาอย่างมาก

Strategic Move

ต้องนับเป็นการปรับตัวของแบรนด์กาแฟชื่อดัง ที่ต้องรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เมื่อผู้บริโภคยุคนี้หันมาดื่มกาแฟสดกันมากขึ้น จนกลายเป็นยุคบูมร้านกาแฟสดที่เปิดสาขากันทั่วเมือง ทั้งแบรนด์ดังระดับพรีเมียม ไปจนถึงร้านกาแฟสดริมทางที่มีให้เลือกดื่มหลากหลายได้ตลอดเวลา ส่งผลมูลค่าของตลาดกาแฟสดเพิ่มขึ้นทุกปี

นอกจากสมาร์ทโฟน ที่ “ซัมซุง”เปิดเกมรุก ด้วยการทำตลาดตั้งแต่รุ่นไฮเอ็นท์ จนถึงรุ่นราคาถูกอย่าง ซัมซุง“ฮีโร่” เช่นเดียวกับในตลาดแท็บเล็ต ที่ซัมซุง มีสินค้าครอบคลุมทั้งตลาดแมส ระดับกลางและระดับพรีเมี่ยม

หลังจากเปิดสาขาในไทยมาได้ 3 ปี “ยูนิโคล่” แบรนด์ฟาสท์แฟชั่นจากญี่ปุ่น เปิดตัว “แบรนด์แอมบาสเดอร์” คู่ใหม่ “เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข” และ “เบลล่า-ราณี แคมเปน”

Social Media Club

วาตานาเบ นาโอโตโม และ แดซอก คิม สองดีไซน์เนอร์ จากบริษัทเนเวอร์ไลน์ ประเทศญีปุ่น ให้คำแนะนำแก่นักออกแบบชาวไทย ในการออกแบบ "สติ๊กเกอร์ไลน์" "ว่า" สติ๊กเกอร์ของคนไทยพยายามทำเป็น Global มากเกินไป ทำให้ไม่มีเอกลักษณ์ เพราะในตลาดใหญ่มีคาแร็คเตอร์ดังๆ อยู่แล้ว ทำให้สู้คาแร็คเตอร์เหล่านั้นยาก

ไลน์ ประเทศไทย อัพเดทตัวเลขรายได้ และจำนวนสติกเกอร์ จากการขายบน ครีเอเตอร์มาร์เก็ต (Creators Market) แพลตฟอร์มที่ไลน์ให้ผู้ใช้สามารถขายสติกเกอร์ ที่ผ่านการคัดเลือกจากไลน์วางขายใน LINE Store (เว็บขายสติกเกอร์และไอเทมเกม) ซึ่งผู้ขายจะได้รับส่วนแบ่ง 50%

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการแชร์เนื้อหาของแฟนเพจในเฟซบุ้คของแบรนด์ๆ หนึ่งบนโลกออนไลน์กันอย่างสนั่น ซึ่งเนื้อหาที่ว่านั้นทำให้ใครหลายคนอมยิ้มไปตามๆ กัน

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

กรณีที่ "ควร" ศึกษา Club Friday Transmedia Storrytelling - เล่าเรื่องข้ามสื่อแบบ "คลับฟรายเดย์ เดอะซีรี่ย์" มาดูคลับฟรายเดย์ให้เป็นมุมมองแบบนักเรียนนิเทศศาสตร์กับ นับว่าเป็นตัวอย่างที่คนทำสื่อควรศึกษาอย่างมาก

สำหรับนักการตลาดแล้ว กระแสฟีเวอร์ของฟุตบอลโลกปีนี้ ไม่ได้อยู่ที่การรอลุ้นว่าใครจะเป็นแชมป์โลก แต่หมายถึงการ “วัดมูลค่าผลตอบแทน” ที่ได้รับจากทำการตลาดเกาะเทรนด์นี้ต่างหาก

Global Wrap

สำหรับนักการตลาดแล้ว กระแสฟีเวอร์ของฟุตบอลโลกปีนี้ ไม่ได้อยู่ที่การรอลุ้นว่าใครจะเป็นแชมป์โลก แต่หมายถึงการ “วัดมูลค่าผลตอบแทน” ที่ได้รับจากทำการตลาดเกาะเทรนด์นี้ต่างหาก

เค้กทิรามิสุชิ้นละ 50 หาได้ที่ไหนในกรุงเทพฯ? คำถามธรรมดาๆ ที่แทบจะกลายมาเป็นปัญหาเชาว์สำหรับวันที่ค่าครองชีพในเมืองหลวงมีแต่ถีบตัวขึ้นทุกวัน แต่ที่ “ไต้หวัน” ร้านแฟรนชายส์กาแฟ 85c (85 องศา) ยังขายเค้กหลายสิบรสในราคานี้อยู่ แถมวันนี้ได้ขยายไปเกือบ 800 สาขาทั้งในเอเชียและอเมริกา เขาทำได้อย่างไร? และใครอยู่เบื้องหลัง? วันนี้เราจะพามารู้จักกรณีศึกษาที่น่าสนใจจากเถ้าแก่ไต้หวันกัน!

ในวันสุดท้ายของปี 2013 รัฐบาลจีนประกาศอย่างเป็นทางการว่าอนุญาตให้หนุ่มสาวที่เป็นลูกคนเดียวทั้งสองฝ่าย เมื่อแต่งงานกันแล้วสามารถมีลูกได้ 2 คน! เท่ากับเป็นการสิ้นสุดนโยบายลูกคนเดียวที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 35 ปีก่อน! แบรนด์สินค้าอาหาร-เครื่องใช้ สำหรับเด็กต่างพากันตื่นเต้นอย่างสุดขีด เพราะโอกาสเพิ่มยอดขายเป็นสองเท่าได้เริ่มขึ้นแล้ว!

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488