ตลาดน้ำอัดลม : แนวโน้มไม่สดใส…หลากปัจจัยลบรุมล้อม

ตลาดน้ำอัดลมในปี 2548 มีทิศทางที่ไม่สดใสนัก ทั้งนี้เมื่อพิจารณาจากปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่ต้องเผชิญทั้งปัญหาทางด้านต้นทุนการผลิตที่ปรับเพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของต้นทุนค่าจ้างแรงงานที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นตามการปรับขึ้นเงินเดือนของข้าราชการรวมทั้งลูกจ้างทั่วไป นอกจากนี้ยังมีต้นทุนบรรจุภัณฑ์รวมถึงต้นทุนค่าขนส่งที่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นภายหลังจากภาครัฐมีการลอยตัวราคาน้ำมันดีเซลในช่วงต้นปี 2548 ก็นับเป็นภาระที่ค่อนข้างหนักสำหรับผู้ผลิตน้ำอัดลม สำหรับในส่วนของปัญหาทางด้านการตลาดนั้นก็ถูกกระทบจากปัญหากำลังซื้อของประชาชนที่ปรับตัวลดลงตามภาวะราคาน้ำมันที่ปรับตัวอยู่ในระดับสูงส่งผลให้ประชาชนต้องประหยัดค่าใช้จ่ายด้านอื่นๆที่จำเป็นน้อยกว่า รวมไปถึงปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ก็ส่งผลกระทบต่อการจำหน่ายน้ำอัดลมตามสถานที่ท่องเที่ยวรวมทั้งร้านอาหารและฟาสต์ฟูดส์เช่นกัน

ตลาดน้ำอัดลมในช่วง 8 เดือนแรกปี 2547 มีปริมาณการจำหน่ายทั้งสิ้นประมาณ 1,501.4 ล้านลิตรเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ทั้งนี้เป็นผลจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวกว่าปี 2546 ที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณและความถี่ในการบริโภคน้ำอัดลมมีเพิ่มขึ้น ประกอบกับผู้ประกอบการน้ำอัดลมมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในช่วงการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปเป็นปัจจัยช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคสนใจดื่มน้ำอัดลมเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่าสถานการณ์ตลาดน้ำอัดลมในช่วงที่เหลือของปีนี้ต่อเนื่องไปถึงปีหน้าไม่ค่อยสดใสมากนักภายหลังจากที่ราคาจำหน่ายน้ำมันเบนซินได้มีการขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยจากเดิมที่ภาครัฐมีการตรึงราคาน้ำมันตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2547 ราคาน้ำมันเบนซินออกเทน 95 อยู่ที่ระดับ 16.99 บาทต่อลิตรก่อนที่จะขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 17.59 บาทต่อลิตรในวันที่ 7 พฤษภาคม และ 21.79 บาทต่อลิตรเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2547 และล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2547 รัฐบาลก็ได้ประกาศลอยตัวน้ำมันเบนซินทำให้ราคาน้ำมันเบนซินออกเทน 95 ได้ปรับขึ้นอีก 60 สตางค์มาอยู่ที่ระดับ 22.39 บาทต่อลิตร ซึ่งปัจจัยดังกล่าวนับว่ามีผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนในประเทศค่อนข้างมาก ทั้งนี้แม้ว่าสินค้าประเภทน้ำอัดลมจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวันของคนไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประชากรกลุ่มวัยรุ่น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยทางด้านกำลังซื้อก็มีส่วนในการกำหนดว่าผู้บริโภคจะมีความต้องการดื่มน้ำอัดลมมากน้อยเพียงใดเช่นกัน

และนอกเหนือจากการปรับขึ้นราคาน้ำมันแล้วยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆที่ธุรกิจน้ำอัดลมต้องเผชิญในระยะต่อไปซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

1.ปัจจัยเสี่ยงทางด้านการผลิต

1.1ต้นทุนค่าขนส่ง ภาครัฐมีนโยบายที่จะปรับขึ้นราคาจำหน่ายน้ำมันดีเซลให้เป็นไปตามราคาน้ำมันในตลาดโลกในช่วงปี 2548 ภายหลังจากที่ได้มีการตรึงราคาจำหน่ายอยู่ที่ระดับ 14.59 บาทต่อลิตรมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2547 ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าวมีผลกระทบต่อสินค้าน้ำอัดลมในส่วนของต้นทุนค่าขนส่งของธุรกิจน้ำอัดลมซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องพึ่งพาการกระจายสินค้าจากคลังสินค้าผ่านรถบรรทุกไปยังร้านค้าต่างๆทั่วประเทศ

1.2ต้นทุนด้านค่าจ้างแรงงาน จากการที่ภาวะเงินเฟ้อในปี 2548 มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะราคาสินค้าที่ปรับขึ้นตามต้นทุนราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำที่จะมีขึ้นในวันที่ 1 มกราคม 2548 ส่งผลให้ค่าจ้างแรงงานภาคเอกชนมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นให้สอดคล้องกับปัจจัยดังกล่าวซึ่งกระทบต่อต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการเครื่องดื่มน้ำอัดลม

1.3ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ ต้นทุนการผลิตบรรจุภัณฑ์มีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในช่วงปี 2547 ต่อเนื่องถึงปี 2548 ตามราคาวัตถุดิบทั้งในส่วนของบรรจุภัณฑ์ขวดแก้ว บรรจุภัณฑ์พลาสติก หรือบรรจุภัณฑ์โลหะ โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์พลาสติกนั้นราคาเม็ดพลาสติกประเภทPET ที่นำไปใช้ผลิตขวดบรรจุน้ำอัดลมมีการปรับตัวสูงขึ้นมาก โดยราคาเม็ดพลาสติกประเภทPET ในช่วงปลายปี 2546 เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 38 บาทต่อกิโลกรัม ในขณะที่ล่าสุดราคาจำหน่ายเม็ดพลาสติกประเภท PET ได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 57 บาทต่อกิโลกรัมในปัจจุบัน หรือคิดเป็นราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 52.6 และคาดว่าราคาจะยังคงทรงตัวในระดับสูงต่อไปตามปัจจัยทางด้านราคาน้ำมันที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า ปัจจุบันผู้บริโภคได้ให้ความนิยมน้ำอัดลมประเภทที่ไม่ต้องคืนขวดมากขึ้น โดยเฉพาะน้ำอัดลมประเภทขวดพลาสติกPET จะได้รับความนิยมสำหรับกลุ่มที่ซื้อตามห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เกต และร้านสะดวกซื้อต่างๆเพื่อนำไปดื่มที่บ้านเป็นอย่างมาก ฉะนั้นเมื่อต้นทุนด้านบรรจุภัณฑ์พลาสติกมีการปรับสูงขึ้นก็ย่อมส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการเช่นเดียวกัน

2.ปัจจัยเสี่ยงด้านการตลาด

จากปัญหาราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นทั้งในส่วนของน้ำมันเบนซินที่จะยังคงทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องไปถึงปี 2548 ในขณะที่การปรับขึ้นราคาจำหน่ายน้ำมันดีเซลที่จะมีขึ้นในปี 2548 จะปัจจัยส่งผลต่อต้นทุนการผลิตสินค้าต่างๆทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภคโดยทั่วไปซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อติดตามมา ทำให้ประชาชนจำเป็นต้องประหยัดค่าใช้จ่ายด้านอื่นที่จำเป็นน้อยกว่า ทำให้ส่งผลกระทบต่อการจำหน่ายน้ำอัดลมที่ดื่มตามสถานที่พักอาศัยรวมทั้งช่องทางการจำหน่ายน้ำอัดลมผ่านสถานบันเทิงต่างๆรวมทั้งโรงภาพยนตร์ ในขณะเดียวกันหากปัญหาไข้หวัดนกรวมทั้งปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ยังคงไม่สามารถจัดการให้เสร็จสิ้นได้ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจด้านท่องเที่ยวทั้งในส่วนของร้านค้า ร้านอาหาร และฟาสต์ฟูดส์ซึ่งถือเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายที่สำคัญของน้ำอัดลมเช่นเดียวกัน

เป็นที่น่าสังเกตว่า ตลาดน้ำอัดลมในช่วงปี 2548 นอกจากจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่เข้ามากระทบแล้ว ในขณะเดียวกันเมื่อพิจารณาทางด้านปัจจัยที่ส่งเสริมตลาดพบว่า ตลาดน้ำอัดลมก็มีปัจจัยหนุนทางด้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรช่วงต้นปี 2548 รวมทั้งการปรับขึ้นเงินเดือนของข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจรวมทั้งภาคเอกชนที่ส่งผลต่อการเพิ่มกำลังซื้อของประชาชน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหนุนดังกล่าวคาดว่าจะยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยกับปัจจัยเสี่ยงที่เข้ามากระทบต่อตลาดน้ำอัดลมได้ โดยเฉพาะปัญหาทางด้านต้นทุนการผลิตที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นตามปัญหาราคาน้ำมันรวมทั้งค่าจ้างแรงงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่ภาพรวมของตลาดนั้นก็ต้องเผชิญปัญหาทางด้านความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้รวมทั้งปัญหาทางด้านภาวะเงินเฟ้อที่จะเกิดขึ้นในปี 2548 หลังจากภาครัฐได้ประกาศลอยตัวน้ำมันเบนซินตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2547 และจะมีการขยับเพดานราคาน้ำมันดีเซลในช่วงต้นปี 2548 ซึ่งปัจจัยดังกล่าวล้วนมีผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนทั้งสิ้น

กล่าวโดยสรุปแล้ว ตลาดน้ำอัดลมในปี 2548 ไม่สู้สดใสมากนัก อันเป็นผลจากการที่ตลาดน้ำอัดลมกำลังเผชิญกับความท้าทายทั้งปัญหาทางด้านการผลิตและการตลาด โดยเฉพาะปัญหาทางด้านกำลังซื้อของประชาชนที่ลดลงตามปัจจัยทางด้านภาวะราคาน้ำมัน ดังนั้นผู้ประกอบการน้ำอัดลมจึงจำเป็นต้องจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นตลาดรวมทั้งช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่ง ซึ่งจะส่งผลทำให้การแข่งขันในตลาดน้ำอัดลมกลับมารุนแรงอีกครั้งภายหลังจากที่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการน้ำอัดลมได้ลดระดับการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดน้ำอัดลมลงมา โดยคาดว่าผู้ประกอบการน้ำอัดลมคงจะมีการงัดกลยุทธ์การตลาดออกมาต่อสู้กันอย่างดุเดือด ทั้งทางด้านการพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์และรสชาติของสินค้า การพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่าย ตลอดจนถึงกลยุทธ์การตลาดที่อิงกับดนตรีและกีฬาหรือมิวสิคและสปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง ทั้งนี้เพื่อจุดมุ่งหมายการเพิ่มส่วนแบ่งตลาด หรือรักษาส่วนแบ่งตลาดของตนเองไว้ รวมทั้งชะลอการเติบโตของคู่แข่งไม่ให้เพิ่มขึ้น

Digital TV & Media

ทีประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) มีมติ “ไม่ทบทวน” ตามที่ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอทบทวนมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดให้โครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ภายใน 15 วัน

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

แบรนด์ที่ใช้สื่อโฆษณาสูงสุดในเดือนตุลาคม 2557 อันดับ 1 เป็นของ วาสลีน บอดี้ สกินแคร์ ด้วยงบซื้อโฆษณา 79 ล้านบาท อันดับ 2 เป็นของ แชมพู เคลียร์ ใช้งบไป 69 ล้านบาท แซงหน้าโตโยต้า ที่หล่นมาอยู่ในอันดับ 3 โดยโตโยต้ารถยนต์นั่ง ใช้งบไป 67 ล้านบาท

Consumer Insight

ผลวิจัยพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคชาวไทย ของบริษัท ดันน์ฮัมบี้ ล่าสุด พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยหันมาซื้อสินค้าโดยใช้ปัจจัยด้านความสะดวกซื้อ และซื้อในแต่ละครั้งจะซื้อสินค้าจำนวนไม่มาก

มาดูกันว่า กลุ่มผู้บริโภครุ่นใหญ่ Generation Power ของไทย วัย 35- 59 ปี กันบ้าง และจากการศึกษาแบบเจาะลึกของ Y&R Thailand ค้นพบ 3 ค่านิยมเด่นของกลุ่มคนไทย ที่นักการตลาดต้องรู้

Insight

ท่ามกลางการแข่งขันของโลว์คอส แอร์ไลน์ในไทย สายการบิน “ไทยสมายล์” ได้วาง Positioning ตัวเองเป็นสายการบินแบบ “ไลท์ พรีเมี่ยม” ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างหว่างสายการบินแบบ Full Service และ Low Cost

จากโครงการ LINE ครีเอเทอร์มาร์เก็ต (LINE Creators Market) ที่ให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถส่งผลงานสติกเกอร์ของตนเองเพื่อขายเป็นสติกเกอร์ไลน์ โดยในช่วงเวลา 6 เดือนหลังจากเปิดตัวตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย.– 7 พ.ย. 2557 ที่ผ่านมา มีรายได้ทะลุ 1,074 ล้านบาท

กลุ่ม Generation Y (Gen Y) เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีอิทธิพลสุดๆ ต่อตลาด เพราะมีขนาดใหญ่ คนกลุ่มนี้เกิดใน ค.ศ 1981-2000 โดยมีจำนวนประมาณ 19 ล้านคน หรือเกือบ 1 ใน 3 ของประเทศ ที่สำคัญรายได้ค่อนข้างสูงแม้จะอยู่ในวัยหนุ่มสาวอายุเพียง 15-34 ปี และยังมีอัตราการใช้จ่ายต่อรายได้ที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับคนเจเนอเรชั่นอื่นๆ

Strategic Move

นับเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังจากที่ กาเกา ทอล์ค (Kakao Talk) แอพแชต จากเกาหลี เข้ามาทดลองตลาดในไทยเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา

แม้พฤติกรรมการดูภาพยนตร์ของคนไทยจะสูงขึ้นตามไลฟ์สไตล์คนเมืองก็ตาม แต่เมื่อเทียบอัตราการดูภาพยนตร์ของคนไทยต่อคนต่อปีแล้วมีเพียง 1 เรื่องเท่านั้น และโรงภาพยนตร์ในเมืองไทยยังมีอยู่แค่ 800 โรง

หลังจากประสบความสำเร็จในการ ปั้น 'เอเชียทีค ริเวอร์ฟร้อนท์' บนถนนเจริญกรุงไปแล้ว บริษัท ทีซีซี แลนด์ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ของ “เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี” มองเห็นโอกาสและช่องว่างของการสร้างแหล่งช้อปปิ้ง ที่เรียกว่า 'Community Shopping Center'

Social Media Club

YouTube เว็บไซต์วิดีโอออนไลน์ยอดนิยมของคนไทย ได้จัดอันดับคลิปวิดีโอที่ยอดนิยมมากที่สุดในปี 2014 โดยวัดผลจากยอดวิวสูงที่สุด โดยที่คอนเท้นต์ยอดนิยมส่วนใหญที่คนไทยคลิ๊กดูมากที่สุดยังคงเป็น “เพลง” “มิวสิควิดีโอ” มากที่สุด

ไตรมาสที่ 4 ก่อนย่างขึ้นศักราชใหม่ 2558 เหล่านักการตลาดบนโซเชียลมีเดียต่างได้รับข่าวร้ายว่าในเดือนมกราคม ปีหน้าเฟซบุ๊กจะดำเนินการปรับลดการมองเห็นโพสต์ในเพจธุรกิจ (Business Page) ลง ส่งผลให้บรรดาโพสต์ประเภทฮาร์ดเซลหรือเน้นขายของเกินเหตุ (Overly Promotional) จะถูกพบเห็นได้น้อยลงอีก

เหล่านักการตลาดต่างหันหาโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊ก และ ทวิตเตอร์ในการเริ่มต้นสานความสัมพันธ์ และสนทนาแลกเปลี่ยนกับผู้บริโภคโดยให้ความสำคัญกับงานในส่วนนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่องๆ ทั้งการทุ่มเทงบประมาณ และบุคลากร ทว่า ผลการศึกษาของบริษัทวิจัยฟอร์เรสเตอร์กลับชี้ให้เห็นว่า แบรนด์ทั้งหลายอาจเสียทั้งเงินและเวลาไปเปล่าๆ

Columnist

การแข่งขันในการตลาดปัจจุบัน ต้องมีระบบมาตรฐาน “คุณภาพ” “คุณธรรม” (Quality and Ethics)

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

กิจกรรมปกติของห้างต่างๆ ทั่วโลกคือ จัดเทศกาลชื่อแปลกๆ เพื่อมีเป้าหมายคือ ลดราคาสินค้าและชวนคนมาเดินห้างให้เยอะขึ้น แต่ไม่ว่าจะ Midnight Sales หรือ Clearance Sales ก็แล้ว ไม่มีห้างไหนในโลกที่วันเดียวจะสร้างยอดขายได้เป็นแสนล้านบาท!

Global Wrap

กิจกรรมปกติของห้างต่างๆ ทั่วโลกคือ จัดเทศกาลชื่อแปลกๆ เพื่อมีเป้าหมายคือ ลดราคาสินค้าและชวนคนมาเดินห้างให้เยอะขึ้น แต่ไม่ว่าจะ Midnight Sales หรือ Clearance Sales ก็แล้ว ไม่มีห้างไหนในโลกที่วันเดียวจะสร้างยอดขายได้เป็นแสนล้านบาท!

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

Global Trend

ไอดีซี เผยตลาดแท็บเล็ตในปีนี้มีอัตราการเติบโตที่ต่ำกว่าเป้าอย่างเห็นได้ชัด มีการเติบโตเพียงแค่ 7.2% เท่านั้น เมื่อเทียบการเติบโตแบบปีต่อปี ลดลงจาก 52.5% ในปี 2013 ถือเป็นตัวเลขที่เยอะพอสมควร

การจัดอันดับแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก (Best Global Brand)ในปี 2014โดยบริษัทอินเตอร์แบรนด์ บริษัทที่ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์ระดับโลก ยังพบด้วยว่า แบรนด์ที่เข้ามาติดอันดับในปีนี้เป็นครั้งแรก ประกอบไปด้วย ดีเอชแอล (อันดับ 81) แลนด์โรเวอร์ (อันดับที่ 91) เฟดเด็กซ์ (อันดับที่ 92) หัวเหว่ย (อันดับที่ 94) และฮูโก้ บอส (อันดับที่ 97)

ผู้เขียนได้อ่านบทความธุรกิจของจีนทราบว่า 1 ใน 10 ของแบรนด์ในใจพนักงานออฟฟิศ อันดับหนึ่ง คือ “วีแชต (WeChat)” แอปฯ แชตสีเขียวที่คนจีนใช้กันทั้งประเทศ (มิใช่แบรนด์เครื่องดื่มใดๆ อีกต่อไป) ส่วนแบรนด์อื่นๆ ก็หนีไม่พ้นแบรนด์ระดับโลกอย่างแอ๊ปเปิ้ล ไนกี้ ฯลฯ และก็มีแบรนด์หนึ่งที่สะดุดตาผู้เขียนคือ “ชุ่นเฟิง (顺丰)” ซึ่งที่โลโก้มีตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ว่า SF

People

บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ประกาศแต่งตั้ง “ปิย สมุทรโคจร” ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน เป็นต้นมา

หลังจาก เฟ้นหาบุคคลมานั่งเก้าอี้ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทอสมท จำกัด (มหาชน) มาแทน "เอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์" ที่ยื่นลาออกไปเมื่อ 12 มิถุนายน 2557

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348