ตลาดน้ำอัดลม : แนวโน้มไม่สดใส…หลากปัจจัยลบรุมล้อม

ตลาดน้ำอัดลมในปี 2548 มีทิศทางที่ไม่สดใสนัก ทั้งนี้เมื่อพิจารณาจากปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่ต้องเผชิญทั้งปัญหาทางด้านต้นทุนการผลิตที่ปรับเพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของต้นทุนค่าจ้างแรงงานที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นตามการปรับขึ้นเงินเดือนของข้าราชการรวมทั้งลูกจ้างทั่วไป นอกจากนี้ยังมีต้นทุนบรรจุภัณฑ์รวมถึงต้นทุนค่าขนส่งที่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นภายหลังจากภาครัฐมีการลอยตัวราคาน้ำมันดีเซลในช่วงต้นปี 2548 ก็นับเป็นภาระที่ค่อนข้างหนักสำหรับผู้ผลิตน้ำอัดลม สำหรับในส่วนของปัญหาทางด้านการตลาดนั้นก็ถูกกระทบจากปัญหากำลังซื้อของประชาชนที่ปรับตัวลดลงตามภาวะราคาน้ำมันที่ปรับตัวอยู่ในระดับสูงส่งผลให้ประชาชนต้องประหยัดค่าใช้จ่ายด้านอื่นๆที่จำเป็นน้อยกว่า รวมไปถึงปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ก็ส่งผลกระทบต่อการจำหน่ายน้ำอัดลมตามสถานที่ท่องเที่ยวรวมทั้งร้านอาหารและฟาสต์ฟูดส์เช่นกัน

ตลาดน้ำอัดลมในช่วง 8 เดือนแรกปี 2547 มีปริมาณการจำหน่ายทั้งสิ้นประมาณ 1,501.4 ล้านลิตรเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ทั้งนี้เป็นผลจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวกว่าปี 2546 ที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณและความถี่ในการบริโภคน้ำอัดลมมีเพิ่มขึ้น ประกอบกับผู้ประกอบการน้ำอัดลมมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในช่วงการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปเป็นปัจจัยช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคสนใจดื่มน้ำอัดลมเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่าสถานการณ์ตลาดน้ำอัดลมในช่วงที่เหลือของปีนี้ต่อเนื่องไปถึงปีหน้าไม่ค่อยสดใสมากนักภายหลังจากที่ราคาจำหน่ายน้ำมันเบนซินได้มีการขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยจากเดิมที่ภาครัฐมีการตรึงราคาน้ำมันตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2547 ราคาน้ำมันเบนซินออกเทน 95 อยู่ที่ระดับ 16.99 บาทต่อลิตรก่อนที่จะขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 17.59 บาทต่อลิตรในวันที่ 7 พฤษภาคม และ 21.79 บาทต่อลิตรเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2547 และล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2547 รัฐบาลก็ได้ประกาศลอยตัวน้ำมันเบนซินทำให้ราคาน้ำมันเบนซินออกเทน 95 ได้ปรับขึ้นอีก 60 สตางค์มาอยู่ที่ระดับ 22.39 บาทต่อลิตร ซึ่งปัจจัยดังกล่าวนับว่ามีผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนในประเทศค่อนข้างมาก ทั้งนี้แม้ว่าสินค้าประเภทน้ำอัดลมจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวันของคนไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประชากรกลุ่มวัยรุ่น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยทางด้านกำลังซื้อก็มีส่วนในการกำหนดว่าผู้บริโภคจะมีความต้องการดื่มน้ำอัดลมมากน้อยเพียงใดเช่นกัน

และนอกเหนือจากการปรับขึ้นราคาน้ำมันแล้วยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆที่ธุรกิจน้ำอัดลมต้องเผชิญในระยะต่อไปซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

1.ปัจจัยเสี่ยงทางด้านการผลิต

1.1ต้นทุนค่าขนส่ง ภาครัฐมีนโยบายที่จะปรับขึ้นราคาจำหน่ายน้ำมันดีเซลให้เป็นไปตามราคาน้ำมันในตลาดโลกในช่วงปี 2548 ภายหลังจากที่ได้มีการตรึงราคาจำหน่ายอยู่ที่ระดับ 14.59 บาทต่อลิตรมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2547 ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าวมีผลกระทบต่อสินค้าน้ำอัดลมในส่วนของต้นทุนค่าขนส่งของธุรกิจน้ำอัดลมซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องพึ่งพาการกระจายสินค้าจากคลังสินค้าผ่านรถบรรทุกไปยังร้านค้าต่างๆทั่วประเทศ

1.2ต้นทุนด้านค่าจ้างแรงงาน จากการที่ภาวะเงินเฟ้อในปี 2548 มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะราคาสินค้าที่ปรับขึ้นตามต้นทุนราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำที่จะมีขึ้นในวันที่ 1 มกราคม 2548 ส่งผลให้ค่าจ้างแรงงานภาคเอกชนมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นให้สอดคล้องกับปัจจัยดังกล่าวซึ่งกระทบต่อต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการเครื่องดื่มน้ำอัดลม

1.3ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ ต้นทุนการผลิตบรรจุภัณฑ์มีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในช่วงปี 2547 ต่อเนื่องถึงปี 2548 ตามราคาวัตถุดิบทั้งในส่วนของบรรจุภัณฑ์ขวดแก้ว บรรจุภัณฑ์พลาสติก หรือบรรจุภัณฑ์โลหะ โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์พลาสติกนั้นราคาเม็ดพลาสติกประเภทPET ที่นำไปใช้ผลิตขวดบรรจุน้ำอัดลมมีการปรับตัวสูงขึ้นมาก โดยราคาเม็ดพลาสติกประเภทPET ในช่วงปลายปี 2546 เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 38 บาทต่อกิโลกรัม ในขณะที่ล่าสุดราคาจำหน่ายเม็ดพลาสติกประเภท PET ได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 57 บาทต่อกิโลกรัมในปัจจุบัน หรือคิดเป็นราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 52.6 และคาดว่าราคาจะยังคงทรงตัวในระดับสูงต่อไปตามปัจจัยทางด้านราคาน้ำมันที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า ปัจจุบันผู้บริโภคได้ให้ความนิยมน้ำอัดลมประเภทที่ไม่ต้องคืนขวดมากขึ้น โดยเฉพาะน้ำอัดลมประเภทขวดพลาสติกPET จะได้รับความนิยมสำหรับกลุ่มที่ซื้อตามห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เกต และร้านสะดวกซื้อต่างๆเพื่อนำไปดื่มที่บ้านเป็นอย่างมาก ฉะนั้นเมื่อต้นทุนด้านบรรจุภัณฑ์พลาสติกมีการปรับสูงขึ้นก็ย่อมส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการเช่นเดียวกัน

2.ปัจจัยเสี่ยงด้านการตลาด

จากปัญหาราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นทั้งในส่วนของน้ำมันเบนซินที่จะยังคงทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องไปถึงปี 2548 ในขณะที่การปรับขึ้นราคาจำหน่ายน้ำมันดีเซลที่จะมีขึ้นในปี 2548 จะปัจจัยส่งผลต่อต้นทุนการผลิตสินค้าต่างๆทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภคโดยทั่วไปซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อติดตามมา ทำให้ประชาชนจำเป็นต้องประหยัดค่าใช้จ่ายด้านอื่นที่จำเป็นน้อยกว่า ทำให้ส่งผลกระทบต่อการจำหน่ายน้ำอัดลมที่ดื่มตามสถานที่พักอาศัยรวมทั้งช่องทางการจำหน่ายน้ำอัดลมผ่านสถานบันเทิงต่างๆรวมทั้งโรงภาพยนตร์ ในขณะเดียวกันหากปัญหาไข้หวัดนกรวมทั้งปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ยังคงไม่สามารถจัดการให้เสร็จสิ้นได้ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจด้านท่องเที่ยวทั้งในส่วนของร้านค้า ร้านอาหาร และฟาสต์ฟูดส์ซึ่งถือเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายที่สำคัญของน้ำอัดลมเช่นเดียวกัน

เป็นที่น่าสังเกตว่า ตลาดน้ำอัดลมในช่วงปี 2548 นอกจากจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่เข้ามากระทบแล้ว ในขณะเดียวกันเมื่อพิจารณาทางด้านปัจจัยที่ส่งเสริมตลาดพบว่า ตลาดน้ำอัดลมก็มีปัจจัยหนุนทางด้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรช่วงต้นปี 2548 รวมทั้งการปรับขึ้นเงินเดือนของข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจรวมทั้งภาคเอกชนที่ส่งผลต่อการเพิ่มกำลังซื้อของประชาชน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหนุนดังกล่าวคาดว่าจะยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยกับปัจจัยเสี่ยงที่เข้ามากระทบต่อตลาดน้ำอัดลมได้ โดยเฉพาะปัญหาทางด้านต้นทุนการผลิตที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นตามปัญหาราคาน้ำมันรวมทั้งค่าจ้างแรงงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่ภาพรวมของตลาดนั้นก็ต้องเผชิญปัญหาทางด้านความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้รวมทั้งปัญหาทางด้านภาวะเงินเฟ้อที่จะเกิดขึ้นในปี 2548 หลังจากภาครัฐได้ประกาศลอยตัวน้ำมันเบนซินตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2547 และจะมีการขยับเพดานราคาน้ำมันดีเซลในช่วงต้นปี 2548 ซึ่งปัจจัยดังกล่าวล้วนมีผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนทั้งสิ้น

กล่าวโดยสรุปแล้ว ตลาดน้ำอัดลมในปี 2548 ไม่สู้สดใสมากนัก อันเป็นผลจากการที่ตลาดน้ำอัดลมกำลังเผชิญกับความท้าทายทั้งปัญหาทางด้านการผลิตและการตลาด โดยเฉพาะปัญหาทางด้านกำลังซื้อของประชาชนที่ลดลงตามปัจจัยทางด้านภาวะราคาน้ำมัน ดังนั้นผู้ประกอบการน้ำอัดลมจึงจำเป็นต้องจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นตลาดรวมทั้งช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่ง ซึ่งจะส่งผลทำให้การแข่งขันในตลาดน้ำอัดลมกลับมารุนแรงอีกครั้งภายหลังจากที่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการน้ำอัดลมได้ลดระดับการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดน้ำอัดลมลงมา โดยคาดว่าผู้ประกอบการน้ำอัดลมคงจะมีการงัดกลยุทธ์การตลาดออกมาต่อสู้กันอย่างดุเดือด ทั้งทางด้านการพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์และรสชาติของสินค้า การพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่าย ตลอดจนถึงกลยุทธ์การตลาดที่อิงกับดนตรีและกีฬาหรือมิวสิคและสปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง ทั้งนี้เพื่อจุดมุ่งหมายการเพิ่มส่วนแบ่งตลาด หรือรักษาส่วนแบ่งตลาดของตนเองไว้ รวมทั้งชะลอการเติบโตของคู่แข่งไม่ให้เพิ่มขึ้น

Consumer Insight

เทเลนอร์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นคนหนุ่มสาวในไทยและมาเลเซีย นิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยเปิดรับและใช้บริการใหม่ๆ บนโทรศัพท์มือถือเร็วกว่ากลุ่มคนรุ่นเดียวกันในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

Insight

ในที่สุด กสทช. ยอมปล่อย ช่อง 3 อนาล็อก ออกอากาศ ผ่านทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวีได้ อ้าง ประกาศ คสช. ฉบับที่ 27/2557

ยุคนี้ ขายเครื่องสำอางค์อย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ต้องให้ลูกค้ามีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ด้วย ทำให้ “ยูทิป” แบรนด์เครื่องสำอางของวัยรุ่น ของค่ายโอสถสภา ที่สามารถ Modernize brand ปรับเปลี่ยนจาก“น้ำยาอุทัยทิพย์” แบรนด์เก่าแก่ มาสู่แบรนด์เครื่องสำอางเจาะใจวัยรุ่นระดับมัธยมอย่างเห็นผลมาแล้ว

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

Strategic Move

บริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม เป็นชื่อค่ายหนังน้องใหม่ ที่เกิดจากการร่วมตัวของ 4 กลุ่มธุรกิจ เพื่อผลิตภาพยนตร์ไทยป้อนทั้งตลาดไทย และต่างประเทศ ทุนจดทะเบียน 175 ล้านบาท

นอกจากจะต้องเร่งมือพัฒนา“คอนเท้นท์” เพื่อดึงดูดคนดูแล้ว เรื่องของโฆษณาและประชาสัมพันธ์สำหรับดิจิตอลทีวีก็เป็นเรื่องจำเป็น ล่าสุด “นิวทีวี” ดิจิตอลทีวีของค่ายเดลินิวส์ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด จึงเปิดตัว สติกเกอร์ไลน์ New Boyz (นิวบอยซ์)

แคมเปญชวนบริจาคเงินสุดไวรัลบนโลกออนไลน์ #IceBucketChallengeTH แพร่ขยายเข้าไทยแล้ว โดย 2 ซีอีโอค่ายมือถือของไทย John Eddy Abdullah CEO dtac ตามติดๆ มาด้วยสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO AIS ก็รับคำท้าเช่นกัน

Social Media Club

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ALS ย่อมาจาก Amyotrophic Lateral Sclerosis คือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และหลายๆ คนรู้จักโรคนี้ผ่านกิจกรรม “ยอมเปียกเพื่อการกุศล” หรอ “IceBucketChallange” ซึ่งเป็นโครงการรณรงค์ทางสังคมเพื่อระดมเงินบริจาคสมทบมูลนิธิ `Amyotrophic Lateral Aclerosos’ (ALS) หรือ ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อโรค Lou Gehrig’s

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488