ตำแหน่งที่ 1 ใครๆ ก็อยากเสียบ บทเรียนหลังน้ำท่วมของ “กูลิโกะ”

ปรากฏการณ์ Brand Missing ของเจ้าตลาด “บิสกิต สติ๊ก” อย่างกูลิโกะ ที่อยู่ๆ ก็เกือบจะลอยหายไปพร้อมกับน้ำท่วมเมื่อปีก่อน เมื่อบริษัทต้องเผชิญกับปัญหาการผลิตและขนส่ง จนทำให้ชั้นวางสินค้าประจำว่างลง โดยเฉพาะในเซเว่นอีเลฟเว่น จนเกือบจะต้องเสียตำแหน่งให้กับแบรนด์น้องใหม่อย่างขาดไม่ถึง


อาการโหยหากูลิโกะ ป๊อกกี้ กลายเป็นหัวข้อและกิจกรรมบนสังคมออนไลน์ตั้งแต่ช่วงน้ำท่วมปลายปี 2554 เรื่อยมาจนป๊อกกี้กลับมาขายปกติเหมือนเดิม แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างนั้นคือโอกาสทางการตลาดที่ทำให้ยูไนเต็ด ผู้ผลิตขนมขบเคี้ยวส่งบิสกิต สติ๊ก แบรนด์ แก๊ป (Gap) เข้าเสียบบนชั้นวางที่ว่างลงอย่างรวดเร็ว กลายเป็นปรากฏการณ์ซ้อนปรากฏการณ์ที่สร้างแบรนด์น้องใหม่ขึ้นมาเทียบชั้นกูลิโกะที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน 


หลังพลาดท่าด้วยเหตุบังเอิญจนแทบจะเสียแชมป์ เมื่อโรงงานผลิตและการขนส่งกลับมาเป็นปกติ จึงเป็นครั้งแรกที่ลูกค้าคนไทยมีโอกาสได้เห็นรูปแบบการสื่อสารจากเจ้าตลาดบิสกิต สติ๊กที่คุ้นเคยกลับมาทวงที่มั่นเดิม เพื่อรักษาแชมป์บิสกิต สติ๊กที่มีส่วนแบ่งอยู่ถึง 15% จากมูลค่าตลาดบิสกิตปีละกว่า 10,000 ล้านบาทให้คงไว้ดังเดิม


นี่คือที่มาของประโยคหน้าเชลฟ์ป๊อกกี้ที่ประกาศถึงผู้บริโภคว่า “รสชาติที่คุณคุ้นเคยกลับมาแล้ว” 

 

น้องใหม่ มาได้ไง?

ผู้ท้าชิงรายใหม่ที่เข้ามาทำตลาดแข่งกับ กูลิโกะ ป๊อกกี้ มีนามว่า "แก๊ป" ถึงแม้ชื่อไม่คุ้นหูผู้บริโภคระดับแมส แต่ถ้าหากบอกว่าแบรนด์แก๊ปเป็น 1 ในโปรดักต์ของยูไนเต็ด ฟูดส์ ผู้บริโภคคงไม่แปลกใจ เพราะเครือนี้เป็นผู้เล่นในตลาดขนมขบเคี้ยวรายใหญ่ของไทย 


เฉพาะแบรนด์แก๊ปเองก็มีอายุมากกว่า 10 ปี โดยจำหน่ายอยู่ในสนามเล็ก วางขายในโรงเรียนและร้านโชห่วยบางพื้นที่เท่านั้น เหตุผลที่แก๊ปเริ่มขยับพื้นที่มาสู่โมเดิร์นเทรดได้ ก็เพราะว่าขนมชนิดเดียวกันหายไปจากชั้นวาง จึงเป็นโอกาสของบริษัทผู้ผลิตขนมยักษ์ใหญ่อย่างยูไนเต็ด ฟูดส์มีขนมประเภทนี้อยู่ในพอร์ตอยู่แล้ว เข้ามาขัดตาทัพในช่วงเวลาที่กูลิโกะ เจ้าตลาดยังไม่สามารถซัพพลายสินค้าได้ โดยเริ่มจากเดือนธันวาคมปีที่แล้ว แต่เมื่อยอดจำหน่ายของแก๊ปเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ แม้เจ้าตลาดกลับมาอีกครั้ง แก๊ปยังคงได้สิทธิ์อยู่บนชั้นวางต่อไป ซึ่งพลิกโฉมการแข่งขันขนมในประเภทบิสกิตแบบแท่ง ที่เคยมีแต่กูลิโกะรายเดียวมานาน  

 

กูลิโกะยอมขาดทุนนำเข้าจากญี่ปุ่น 

ขณะเดียวกันช่วงที่กูลิโกะ ป๊อกกี้ต้องหายไปจากชั้นวาง กูลิโกะก็แก้ไขปัญหาด้วยการนำเข้าจากต่างประเทศเข้ามาทำตลาดทดแทน ตามคำเรียกร้องของพาร์ตเนอร์ช่องทางขายของกูลิโกะที่ต้องการให้สินค้ากลับเข้ามาโดยเร็วที่สุด 


ฮิโระโนะบุ ฮาราดะ ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มงานการตลาด บริษัท ไทยกูลิโกะ จำกัด เล่าว่า ปลายปีที่แล้วกูลิโกะจึงต้องนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่น ประมาณ 7 SKUs ซึ่งตั้งราคาจำหน่ายที่ประมาณ 30 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ขาดทุน แต่หลังจากนั้น 2 เดือน ต้องเปลี่ยนไปนำเข้าสินค้าจากเซี่ยงไฮ้เข้ามา 4 SKUs ซึ่งมีต้นทุนถูกกกว่า และตัวช็อกโกแลตกับสตรอเบอร์รี่เหมาะสมที่จะวางจำหน่ายในตลาดเมืองไทยมากกว่า เพราะ Melting Point ของกูลิโกะที่มาจากญี่ปุ่นละลายง่ายไม่เหมาะกับอากาศในประเทศไทย วางจำหน่ายในราคา 21 บาท 


ปรากฏว่ากูลิโกะล็อตที่นำเข้าจากญี่ปุ่นกลายเป็นสินค้าหายาก ด้วยรสชาติที่อร่อย แพ็กเกจจิ้งแปลกตา ผู้บริโภคเองก็คิดถึงสินค้า จนเกิดปรากฏการณ์สะสมกูลิโกะเวอร์ชั่นญี่ปุ่น หลายคนซื้อแบบเหมาโหล และซื้อแล้วก็ต้องถ่ายรูปโชว์ในเฟซบุ๊ก


ฮิโระโนะบุ ฮาราดะ เล่าว่า “ไทยกูลิโกะรู้ดีว่าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ซึ่งเราเองก็ไมได้ตั้งใจให้เป็นกระแส เพราะความจริงแล้วราคาขายนั้นเป็นราคาขายที่ขาดทุน แต่มันก็ดีที่ทำให้รู้ว่าแฟนๆ ของกูลิโกะติดตามเราอยู่ ดังนั้นช่วงแรกเราคงต้องมองเรื่องการกลับมาให้เร็วที่สุด” จนกระทั่งเดือนเมษายนกูลิโกะ ป๊อกกี้ก็กลับขึ้นสู่ชั้นวางได้อีกครั้ง

 

ปรับสูตรโปรดักต์ บันไดแรกแจ้งเกิด

การเข้าสู่ตลาดสนามใหญ่ครั้งแรกของแบรนด์แก๊ปจึงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคู่แข่งมีแฟนคลับติดตามเหนียวแน่น 

ยูไนเต็ด ฟูดส์ เริ่มต้นผลิต บิสกิต สติ๊ก มาตั้งแต่สมัยที่ซื้อลิขสิทธิ์กบเคโระมาผลิตเป็นขนมภายใต้แบรนด์ “โคโกโร่” ต่อมาเมื่อสัญญาหมดลง ยูไนเต็ด ฟู้ดส์จึงเริ่มต้นทำแบรนด์แก๊ป โดยอาศัยการตั้งชื่อพยางค์เดียวเพื่อให้คนจดจำง่าย โดยในตอนนั้นผลิตขนาด 15 กรัม วางจำหน่ายราคา 5 บาท ตามโรงเรียน เทรดดิชันนัลเทรด และส่งออกปสู่ประเทศในเอเชีย แต่เมื่อได้รับโอกาสให้ขยายตลาดมาสู่ตลาดแมสของไทย สิ่งแรกที่แบรนด์แก๊ปทำหลังจากสำรวจความต้องการของผู้บริโภคแล้วพบว่า รสชาติของแก๊ปยังไม่เป็นที่ถูกใจนัก แก๊ปจึงปรับปรุง วิจัยและพัฒนาสูตรของตัวเองให้ “กรอบ” มากยิ่งขึ้น รวมทั้งผลิตไซส์ 40 กรัม ขายราคา 12 บาท ควบคู่ไปกับกล่องเล็กที่ยังจำหน่ายเช่นเดิมที่จับตลาดโรงเรียน  


เมื่อเป็นผู้มาใหม่ แก๊ปจึงต้องสร้างทางเลือกให้มากขึ้น โดยมี  2 รสชาติหลัก ช็อกโกแลต, สตรอเบอร์รี่ เพื่อมาประกบคู่แข่ง แพ็กเกจจิ้งที่ออกแบบใกล้เคียงกัน ยังเพิ่มความหลากหลายด้วยรส แบล็กเคอร์เรนท์, สลัด, ต้มยำ, วาซาบิ และรสนม ซึ่งเทียบกับกูลิโกะแล้วมีเพียง 4 รสชาติ คือช็อกโกแลต, สตรอเบอร์รี่, นม และช็อกโก บานาน่า ในเบื้องต้นกลับมาสู่ชั้นวางได้เพียง 2 รสหลักเท่านั้น ส่วนรสนมกับช็อกโก บานาน่าต้องใช้เวลาถึงปลายปี 


อย่างไรก็ตาม ถ้าเทียบความคุ้นเคยในเรื่องของความกรอบ รสชาติ และกลิ่นแล้ว กูลิโกะ ป๊อกกี้คุ้นลิ้นผู้บริโภคมากกว่า แต่เนื่องจากต้องลงทุนในส่วนของโรงงานใหม่ทั้งหมด ทำให้กูลิโกะต้องขยับราคาสินค้าขึ้นกล่องละ 3 บาท ดังนั้นลูกค้าที่กังวลกับเรื่องราคาก็อาจส่งผลกับยอดขายของกูลิโกะ เพราะมีสินค้าคู่แข่งมาเทียบให้เห็นความแตกต่างอยู่ข้างๆ  


 

กูลิโกะ กลับมาด้วยแคมเปญห้าดาว

กูลิโกะเอง นอกจากต้องแก้ปัญหาเรื่องโรงงานผลิตแล้ว คราวนี้นิ่งนอนใจไม่ได้ ต้องลุกขึ้นมาทำแคมเปญการตลาดใหญ่ครั้งใหญ่แบบที่ไม่เคยทำมาก่อน ผ่านกิจกรรม ”ป๊อกกี้ สตาร์ คอนเทสต์” โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 3 อย่าง 1.แจ้งว่ากูลิโกะกลับมาแล้ว 2.การกลับมาของกูลิโกะในครั้งนี้ต้องการเป็นเบอร์ 1 ในตลาดเหมือนเช่นเดิม 3.สร้างกระแสให้กลุ่มเป้าหมายโดยตรง 



แคมเปญ ”ป๊อกกี้ สตาร์ คอนเทสต์” เป็นกิจกรรมค้นหาเด็กสาวหน้าตาดี เข้ามาแสดงภาพยนตร์โฆษณาร่วมกับป๊อกกี้ ซึ่งปัจจุบันต้องถือว่ากิจกรรมลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่เมื่อเทียบกับกิจกรรมที่กูลิโกะ ป๊อกกี้เคยทำ ต้องถือว่ามีนัยอย่างชัดเจน จากเดิมที่กูลิโกะมักจัดการประกวด Dance Contest ซึ่งเปิดกว้างสำหรับกลุ่มวัยรุ่นทั่วไป แต่การเฟ้นหาเด็กสาวเจาะไปที่กลุ่มเป้าหมาย วัยรุ่นหญิงระดับมัธยมปลาย-มหาวิทยาลัย และการดีไซน์แคมเปญให้รอบแรกๆ เป็นการโหวตผ่านเฟซบุ๊ก นั่นหมายถึงกูลิโกะต้องการ Word of Month ในวงสนทนาของทาร์เก็ตให้พูดเรื่องกูลิโกะ 


นอกจากนี้ยังเลือก ครูรักษ์-ศรัทธา ศรัทธาทิพย์ มาสร้างความน่าเชื่อถือให้โครงการนี้ดูน่าสนใจมากขึ้น ในภาพยนตร์โฆษณาของกูลิโกะ ป๊อกกี้ ก๊อบปี้แรกที่พรีเซ็นเตอร์พูด จึงบอกชัดเจนว่า “กูลิโกะ กลับมาแล้ว” หรือแม้แต่ข้อความในร้านรีเทล ก็ย้ำการกลับมาของกูลิโกะ เพื่อตอกย้ำ Key Massage สำคัญ ก่อนที่จะประชาสัมพันธ์กิจกรรมประกวดที่แบรนด์จัดขึ้น 


ฮิโระโนะบุ ฮาราดะ กล่าวถึงความคาดหวังต่อแคมเปญนี้ว่า “เราไม่ได้คาดหวังว่าจะมีคนมาประกวดมากมาย เพราะถ้าดูจาก Referent ของกิจกรรมในลักษณะนี้ของบริษัทใหญ่ๆ หรือเราเองก็เคยจัดกิจกรรมประกวดเต้นมาแล้ว ก็คงมีคนมาสมัครประมาณ 500-1000 คน แต่เราจัดกิจกรรมเต้นมา 4 ปีแล้ว ปีนี้ก็อยากทำอะไรที่แปลกกว่าเดิม และให้คนรู้ว่ากูลิโกะกลับมาแล้ว” 

 

พรีเซ็นเตอร์ดัง กับคนที่ใช่ 

เมื่อกูลิโกะใช้วิธีสร้าง Engagement ต่อเนื่องระยะยาวเพราะกิจกรรมต้องการระบบโหวตผ่านเฟซบุ๊ก และเชิญผู้เข้าแข่งขันมาอบรมการแสดง  ขณะเดียวกัน ก็เลือกใช้ น้องโม-มณชนก นางเอกจากค่ายเอ็กแซกท์ ซึ่งอาจจะไม่โด่งดังระดับแมส แต่มีสตอรี่เชื่อมโยงกับแคมเปญ เพราะเคยแสดงในโฆษณาของกูลิโกะ ป๊อกกี้มาก่อนที่โด่งดัง ก็ตรงกับคอนเซ็ปต์ของแคมเปญที่ต้องการหาดาวดวงใหม่ 


ทางฝั่งแก๊ป เลือกใช้วิธีสนับสนุนงานคอนเสิร์ตใหญ่ของพรีเซ็นเตอร์เป็นกิจกรรมแรกเพื่อเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ที่แรงที่สุดในกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น “เฟย์-ฟาง-แก้ว" 


อจลา สุทธิสัมพัทน์ กรรมการ บริษัท ยูไนเต็ด ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายวัย Teenager ลูกค้าหลักของ บิสกิต สติ๊ก ว่า ”ลูกค้าส่วนมากเป็นเด็ก ซึ่งต้องทำให้เขาเห็น ถ้าหากว่าได้เห็น TVC ก็อาจจะเกิดอยากทดลองซื้อ พอได้ทดลองแล้วติดใจก็จะซื้อต่อ” 


นอกจากกิจกรรมคอนเสิร์ตแล้วแก๊ปยังใช้งบประมาณ 50 ล้านบาทไปกับสื่อแมส ทั้งภาพยนตร์โฆษณา สื่อเอาต์ดอร์ โฆษณาบนรถไฟฟ้า โรดโชว์ตามโรงเรียน สื่อวิทยุ และสื่อดิจิตอล ซึ่งเมื่อเทียบกับงบประมาณการตลาดของสินค้าตัวอื่นๆ ในยูไนเต็ด ฟูดส์ก็ต้องถือว่าแก๊ปเป็นโปรดักต์ไฮไลต์ตัวหนึ่งของบริษัทในปีนี้เลยทีเดียว โปรดักต์หลักอีกตัว “เซี่ยงไฮ้” ที่อยู่คู่ตลาดขนมมายาวนาน ก็ใช้งบประมาณ 80 ล้านบาท 


เนื้อหาในภาพยนตร์โฆษณาของแก๊ป เน้นหน้าที่สร้าง Brand Awareness ชูความสดใส Key Message ชื่อแบรนด์ชัดเจนด้วยการสะกด G-A-P “GAP” กันแบบตรงๆ เพื่อสร้างการจดจำแบรนด์ แก๊ปมั่นใจว่า บิสกิต สติ๊กเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคสามารถเปลี่ยนแบรนด์ได้ ถ้าหากได้ทดลองชิมสินค้าใหม่ๆ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ผู้บริโภคในโมเดิร์นเทรดไม่เคยมีมาก่อน บวกกับระดับราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งก็น่าจะทำให้กลุ่มเป้าหมายสนใจแก๊ปมากยิ่งขึ้น


หากเทียบพรีเซ็นเตอร์แล้วแก๊ปดูจะทุ่มงบประมาณมากกว่า แต่นั่นก็น่าจะเป็นวิธีคิดของแบรนด์น้องใหม่ที่ยังต้องเอาชื่อสินค้าไป Associate กับนักร้องซึ่งมีฐานแฟนคลับอยู่แล้ว ขณะที่กูลิโกะเลือกชูเมสเสจเรื่องการกลับมาของแบรนด์ให้เด่นกว่าตัวบุคคล 

 

กูลิโกะกลับมาขอแค่เท่าเดิม

กูลิโกะในฐานะของเจ้าตลาดเดิมซึ่งมีเงินทุนจากบริษัทแม่ กูลิโกะเน้นเรื่องแบรนด์เป็นหลัก ซึ่งฮิโระโนะบุ ฮาราดะ กล่าวถึงความคาดหวังว่า สถานการณ์ของกูลิโกะกลับมาเหมือนเมื่อก่อนน้ำท่วม  ซึ่งเคยตอบว่า ภายใน 3 เดือนจะซื้อกูลิโกะถึง 90%


ส่วนเรื่องของการแข่งขันผู้บริหารญี่ปุ่นมองว่า "การที่มีคู่แข่งโดยตรงเข้ามาก็ทำให้เราพัฒนามากขึ้น เราจะดร็อปลงมาไมได้ เรายังมองว่าผู้บริโภคคงมองเรื่องแบรนด์เป็นหลัก และต้องรักษาภาพลักษณ์ต่อไป ที่ประเทศญี่ปุ่นเราคุ้นเคยกับการแข่งขันอยู่แล้ว เพราะเราเองคู่แข่งมากมาย จึงต้องมีทางเลือกที่หลากหลายให้ผู้บริโภค” 


ส่วนของโรงงานกูลิโกะก็มีมาตรการป้องกันโรงงานมากขึ้น แต่ยืนยันว่าจะไม่ย้ายฐานการผลิตไปไหน เพราะกระจายสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ง่าย โดยรายได้ในภาพรวมของบริษัทปีนี้ กูลิโกะคาดหวังไว้ที่ 2,400 ล้านบาท เท่ากับปี 2010  ขณะที่ปี 2011 ขายได้เพียง 85% เพราะติดปัญหาน้ำท่วม 


ส่วนสถานการณ์ของแก๊ปตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจนกระทั่งถึงต้นปีนี้ก่อนที่กูลิโกะจะกลับมา แก๊ปมีอัตราเติบโตอย่างสวยหรู ประมาณ 120-150% เป้าหมายของแก๊ปในปีนี้ คือ พยายามรักษาอัตราการเติบโตให้ใกล้เคียงกับอัตราเดิม ส่วนภาพรวมของบริษัทยูไนเต็ด ฟูดส์ก็คาดหวังที่การเติบโต 15-20% จากปีที่แล้วที่มีรายได้ 1,600 ล้านบาท 



“แก๊ป” คนกับขนม ชื่อเดียวกัน 

แก๊ป-อจลา สุทธิสัมพัทน์ กรรมการ บริษัท ยูไนเต็ด ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารรุ่นที่สามของตระกูล ที่มีชื่อเล่นชื่อเดียวกับผลิตภัณฑ์ เล่าถึงที่มาของชื่อขนมบิสกิต สติ๊ก ว่า แบรนด์ “แก๊ป” มาจากชื่อเล่นของเธอเอง โดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัวมาก่อนจนกระทั่งเห็นชื่อไปปรากฏบนลังขนมที่ตั้งเรียงราย “ตอนนั้นอยู่ ม.6 พอเข้าไปหาคุณพ่อที่บริษัทก็งงว่าทำไมชื่อแก๊ปไปอยู่บนกล่องขนม พอไปถามคุณพ่อท่านก็บอกว่า จะทำขนมแบรนด์ใหม่แต่คิดไม่ออกว่าจะใช้ชื่ออะไรดี ก็เอาชื่อลูกสาวนี่แหละ ง่ายๆ พยางค์เดียว เอาให้คนในบริษัทจำได้ก่อน” 


พลิกตำนาน 90 ปี กูลิโกะ 

"กูลิโกะ" ถือกำเนิดจาก ริอิชิ เอซะกิ ในสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ในปี 1919 ซึ่งเขานำเอาหอยนางรมมาต้มเพื่อกลั่นเอาไกลโคเจนมาผสมกับคาราเมลให้เด็กญี่ปุ่นได้กินเนื่องจากตอนนั้นประเทศญี่ปุ่นอยู่ในภาวะขาดแคลนอาหาร 


แต่กูลิโกะสร้างแบรนด์และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 1922 ในห้างสรรพสินค้าในเมืองโอซาก้า เปรียบเสมือนเมืองต้นกำเนิดของกูลิโกะ จนกระทั่งใครที่ไปโอซาก้า ต้องไปถ่ายรูปกับป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ของกูลิโกะ ซึ่งเป็นรูปนักวิ่งชูแขน ที่มาของโลโก้กูลิโกะก็มาจากสโลกแกนที่พยายามจะบอกว่า การคำนวณลูกอมที่ผสมไกลโคเจนของหอยนางรม ให้พลังงานเพียงพอกับการวิ่ง 300 เมตร ส่วนผลิตภัณฑ์กูลิโกะ ป๊อกกี้ เดิมชื่อ "ป๊อกกิ้น" ตามสำเนียงภาษาญี่ปุ่น เลียนเสียงที่เกิดขึ้นของการกัดแท่งขนมปังกรอบ



ในประเทศไทย กูลิโกะตั้งโรงงานมาแล้ว 42 ปี เพื่อเป็นฐานการส่งออกไปยังประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด วางขายครั้งแรกในราคา 4 บาท กูลิโกะ ป๊อกกี้ รสแรกที่ผลิตแล้ววางจำหน่าย คือช็อกโกแลต ต่อมาจึงผลิตรสสตรอเบอร์รี่ออกวางจำหน่ายเพื่อจับกลุ่มเด็กผู้หญิงโดยเฉพาะ ปรากฏการณ์ล่าสุดที่บ่งบอกชัดเจนว่ากูลิโกะ ป๊อกกี้ผูกพันกับผู้บริโภคคนไทยก็คือการเหมาซื้อกูลิโกะ ป๊อกกี้สารพัดรสชาติที่นำเข้ามาจากญี่ปุ่นเพื่อทดแทนสินค้าที่หายไปจากชั้นวาง และนำมาโพสต์โชว์เป็นกระทู้ในพันทิป ห้องก้นครัว หรือว่าเอาโชว์ให้กลุ่มเพื่อนในโซเชี่ยลมีเดียในกลุ่มเพื่อน  




cellpadding="2" cellspacing="2">
style="vertical-align: top; font-weight: bold; text-align: center;">แบรนด์
จุดเด่น
จุดอ่อน
พรีเซ็นเตอร์
ราคา
style="vertical-align: top; font-weight: bold;">



กูลิโกะ
เป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมานาน
Brand Awareness สูงถึง 97%
ช่องทางการจัดจำหน่ายในเทรดดิชันนัลเทรด


โม-มณชนก นางเอกค่ายเอ็กแซกท์ มีสตอรี่ผูกพันกับแบรนด์กูลิโกะ
เพราะเคยเล่นโฆษณาให้กูลิโกะก่อนที่จะเล่นละครหลังข่าว
จึงเหมาะสมกับกิจกรรมการตลาดของกูลิโกะ
รสช็อกโกแลตขนาด 47 กรัม ราคา 18
บาท
ปัจจุบันกำลังการผลิตของกูลิโกะก็ยังกลับมาไม่ครบ
รสสตรอเบอร์รี่ ขนาด 45 กรัม ราคา
18 บาท
style="vertical-align: top; font-weight: bold;">

แก๊ป
แบรนด์คนไทยที่เชี่ยวชาญในธุรกิจขนม


แบรนด์น้องใหม่ที่การรับรู้ยังห่างชั้นกับเจ้าตลาดอย่างมาก


เฟย์-ฟาง-แก้ว Girl Gang ที่กลุ่มเป้าหมายชื่นชอบที่สุดในยุคนี้
ขนาด 15 กรัม ราคา 5 บาท
มีรสชาติให้เลือกหลากหลายถึง 6 รส

ขนาด 40 กรัม ราคา 12 บาท


Sections: 

Digital TV & Media

หลังจาก เจ๊ติ๋ม หรือ พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย ใช้มาตรการปิดสวิทช์ทีวีดิจิตอล "ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย" โดยไม่จ่ายค่าประมูลใบอนุญาตออกอากาศทีวีดิจิตอล 2 ช่องของกลุ่มทีวีพูล คือ ช่อง ไทยทีวี และช่องโลก้า งวด 2 ให้กับทาง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ซึ่งครบกำหนดไปเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ในที่สุดกระแสข่าวที่ว่าช่อง 3 เตรียมถอดรายการ “ชิงร้อย ชิงล้าน Sunshine Day ผลิตโดย บริษัทเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด ที่เคยออกอากาศในช่วงบ่ายของวันอาทิตย์ ก็เป็นจริง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2558

เดอะ นีลเส็น คอมปะนี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงการใช้งบโฆษณาผ่านสื่อของ เดือนมิถุนายน 2558 มีมูลค่ารวม 11,791 ล้านบาท

Insight

ด้วยความที่ “สิงห์ เอสเตท” เป็นบริษัทน้องใหม่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ ที่เพิ่งแจ้งเกิดได้ราว 1 ปีเท่านั้น

มารู้จักับ “สเลอปี้”สินค้าที่กำลังสร้าง “ดราม่า” ให้กับ เซเว่น อีเลฟเว่น ประกาศว่า ทดลองออก แคมเปญ Bring Your Own Cup Day Thailand ให้ลูกค้านำภาชนะมากดสเลอปี้ ที่ร้าน เซเว่นอีเลฟเว่น ในวันที่ 23 ก.ค. นี้ เฉพาะแค่ 2 สาขาเท่านั้น

สติกเกอร์ ไลน์ จำกัดอยู่แค่กลุ่มศิลปิน นักออกแบบเพียงอย่างเดียว ยุคนี้ก็มีเหล่าดารา และเซเลบริตี้ชื่อดังหันมาทำสติกเกอร์ ไลน์กับเขาบ้าง ไว้เป็นช่องทางโปรโมต และสร้างแบรนด์อีกรูปแบบหนึ่ง

Consumer Insight

PwC คาดอีก 5-10 ปีมหาเศรษฐีพันล้านในเอเชียจะแซงหน้าอเมริกาและยุโรป ชี้อุตสาหกรรมอุปโภคบริโภคจะเป็นแหล่งสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งของคนในภูมิภาคนี้

บริษัทไอดีซี ประเทศไทย นำโดย ไมเคิล อาราเนต้า ผู้จัดการประจำประเทศไทย และทีมงานนักวิเคราะห์ของไอดีซี ได้ออกมาเปิดเผยถึงภาพรวมการใช้จ่าย อุปกรณ์ไอที ในกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป หรือ Thailand Consumer IT Spending ระหว่างปี 2015 -2016

ผลสำรวจฉบับล่าสุดเกี่ยวกับ แผนการท่องเที่ยวระดับโลกวีซ่า ประจำปี2558 (Visa Global Travel Intentions Study2015) พบว่า นักท่องเที่ยวชาวไทย 89% ออกเดินทางท่องเที่ยวไปต่างประเทศ มากสุด 5 ทริปต่อคน ใช้จ่าย 44,000 บาท

Strategic Move

สมาคมค้าปลีกเผยภาพรวมอุตสาหกรรมค้าปลีกช่วงครึ่งปีแรกเติบโตเพียง 2.8% และแนวโน้มอุตสาหกรรมทั้งปีที่คาดการณ์เติบโตเพียง 3.2% เท่านั้น

เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน แบรนด์ที่อยู่ในตลาดมานานจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันกับผู้บริโภคยุคใหม่

กำหนดการล่าสุดของฮอนด้า แอคคอร์ด เวอร์ชั่นอเมริกัน (แบบเดียวกับของไทย) คือ การเตรียมปรับโฉม หรือไมเนอร์เชนจ์ปลายปีนี้เพื่อกระตุ้นตลาด และในตอนนี้มีภาพหลุดออกมายั่วน้ำลายแฟนๆ กันแล้ว โดยจะเป็นแอคคอร์ดใหม่เวอร์ชั่นปี 2016 ที่จะเปิดตัวในเร็วๆ นี้

Social Media Club

สื่อโซเชียลมีเดียชื่อดังอย่างทวิตเตอร์ (Twitter) ประสบปัญหาครั้งสำคัญ หลังการแถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ของปีที่แม้จะดูดีมีกำไร แต่ทางบริษัทก็ยังต้องเผชิญต่อคำถามจากนักลงทุนถึงแผนการทำกำไรในอนาคตที่ดูมืดมนมากขึ้นเรื่อยๆ

เหมาะเจาะอีกแล้วสำหรับใครที่คิดจะอัปคลิปโฆษณาลงสื่อโซเชียลมีเดีย แต่ไม่ต้องการเพิ่มต้นทุนด้วยการทำคลิปหลายๆ เวอร์ชัน เพราะล่าสุด เฟซบุ๊กได้จับมือกับ Bidalgo ผู้พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตวิดีโอออนไลน์แบบอัตโนมัติมาช่วยสร้างคลิปโฆษณาให้แล้ว

ในยุคเริ่มต้นของโซเชียลมีเดีย แค่การได้ใช้โซเชียลมีเดียติดต่อกับเพื่อนๆ ได้ทราบความเป็นไปของคนที่ใกล้ชิด ได้มีส่วนในการคลิกไลก์ให้กำลังใจ ส่งข้อความ แชร์วิดีโอ แชร์ลิงก์ ส่งภาพถึงกันก็ทำให้หลายคนมีความสุขแล้ว

Columnist

การตลาด ฤดูร้อน ต้อง Speed Advantage “ใคร ไว กว่าได้ เปรียบ” ในสมรภูมิ การแข่ง กำลัง ร้อน แรง เหมือนฤดูร้อน

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Trend

29 กรกฎาคม 2558 คือกำหนดการเปิดตัวระบบปฏิบัติการตัวล่าสุดของไมโครซอฟท์ในชื่อ “วินโดวส์ 10” ระบบปฏิบัติการที่บริษัทอ้างว่า สามารถทำงานได้บนอุปกรณ์หลากหลายชนิด และถือเป็นความพยายามสร้างโอกาสให้ไมโครซอฟท์ได้แจ้งเกิดในตลาดโมบายไปในตัว

โมโตโรลา (Motorola) เปิดตัวสมาร์ทโฟนเจเนอเรชันใหม่ของ “โมโต จี (Moto G)” พร้อมด้วย 2 เวอร์ชันใหม่ของ “โมโต เอ็กซ์ (Moto X)” โดย Moto G รุ่นใหม่เริ่มวางจำหน่ายแล้วในสหรัฐอเมริกาผ่านร้านออนไลน์ ก่อนจะวางขายจริงหน้าร้านในวันที่ 2 สิงหาคมนี้

หลังจากทีมงานลงบทความพรีวิว Apple Watch (แอปเปิล วอตซ์) ไปแล้วเมื่อช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมเสียงตอบรับจากผู้อ่านอยากทราบถึงรายละเอียด การใช้งานและประเด็นสำคัญที่หลายคนตั้งคำถามไว้ก็คือ “Apple Watch ใช้ทำอะไรได้บ้าง”วันนี้ก็ถึงเวลาของรีวิวฉบับเต็มหลังจากทีมงานไซเบอร์บิซได้ทดลองใช้งานเป็นเวลา 1 อาทิตย์เต็ม

Global Wrap

โรงเรียนกวดวิชา “วาเซดะ” ในญี่ปุ่น เผยแพร่โฆษณาที่เรียกน้ำตาจากบรรดาพ่อแม่ โดยเตือนสติว่า พฤติกรรมแปลกๆของลูกน้อยอาจคือความฝันอันยิ่งใหญ่ของเขา

เอเอฟพี/รอยเตอร์ - ไฮเนเก้น บริษัทผู้ผลิตเบียร์ยักษ์ใหญ่จากเนเธอร์แลนด์ ประกาศเมื่อวันจันทร์ (13) ว่า บริษัทได้เปิดโรงงานผลิตมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ในพม่า ในความมุ่งหวังที่จะเข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่งในตลาดที่เติบโตสูงแห่งหนึ่งของภูมิภาคเอเชีย

บริษัทนินเทนโดออกแถลงการณ์แจ้งข่าวว่าประธานคนปัจจุบัน "ซาโตรุ อิวาตะ" ได้เสียชีวิตลงแล้วในวัย 55 ปี สาเหตุจากเนื้องอกบริเวณท่อน้ำดี

People

แมคแคน เวิลด์กรุ๊ป ประเทศไทย ประกาศแต่งตั้ง ยุพิน สุวรรณโสภณ มินซิ่ง เข้าดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer) โดยมีผลตั้งแต่ 1 กันยายน 2558

คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับ “วิชัย ทองแตง” มาอย่างดี จากทนายความที่ผันตัว มาสู่การเป็น นักลงทุน จนได้ฉายา พ่อมดตลาดหุ้น หลังจากที่เขาได้ทำการเข้าไปลงทุนในหลายบริษัท และหลากหลายธุรกิจ สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ทำให้ชื่อของวิชัย ทองแตงขึ้นไปอยู่บนทำเนียบมหาเศรษฐีไทยที่ในอันดับที่ 13 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จัดอันดับโดยนิตยสารฟอบส์

ต้องยอมรับว่า ยิ่งแก่ ยิ่งเนื้อหอม สำหรับพระเอกมาดอบอุ่น “ก้อง สหรัถ สังคปรีชา” ที่ปีนี้มีอายุ 47 ปีแล้ว แต่งานพรีเซนเตอร์ยังคงแน่นเอี้ยดไม่น้อยหน้าพระเอกรุ่นใหม่ไฟแรงคนไหน เพราะด้วยลุคที่ หล่อ เท่ส์ สมาร์ท ดูอบอุ่น และชื่อเสียงไม่เสียหาย จึงทำให้ก้อง สหรัถ กลายเป็นที่ถูกตาต้องใจของแบรนด์สินค้าหลายๆแบรนด์

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
เฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348