ต้องจิต ติดจรวด ปี 2555 ภัยพิบัติจะเกิดบ่อยครั้ง และรุนแรงขึ้น

ต้องจิต ติดจรวด คือสมญาที่เรียกหาหมอดูรุ่นใหม่ ที่มีความเป็นตัวเองสูง มีเอกลักษณ์และรูปแบบในการดูที่แตกต่างจากบรรดาหมอดูรุ่นใหญ่ หรือรุ่นเดียวกัน แต่คำพยากรณ์ของเขาทำให้หลายคนต้องกลับมาทบทวน และฉุกคิด

ลีลาของหมอดูคนนี้ ไม่ยืดยาว หรือเยิ่นเย้อ ตรงประเด็น เข้าเป้า ชัดๆ หากเป็นมวยก็เหมือนนักมวยแบบหมัดหนักชกตรงๆ  

ต้องจิต ติดจรวด สร้างชื่อเสียงและความเชื่อถือจากการเป็นหมอดูในช่องซุปเปอร์บันเทิง เปลวเพลิงแห่งโลกมายา จากที่ได้เวลาในการทำนาย 15 นาที ท้ายรายการ จนกลายมาเป็นรายการของตัวเองถึง 2 วันต่อสัปดาห์

ต้องจิตพยากรณ์สถานการณ์บ้านเมืองในปี 2555 ผ่านไพ่ยิปซี ผสมผสานกับความรู้สึกพิเศษของเขาเอง ในการเปิดอนาคตของประเทศที่กำลังจะเกิดขึ้น

 

ปีแห่งความทุกข์ กินไม่อิ่ม นอนไม่หลับ กระเป๋าแบน 

ดวงประเทศไทยในปี 2555 หมอต้องจิต ทำนายว่า ความลำบาก และทุกข์ยากจะเข้าเกาะกุมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน  ครึ่งปีแรกเป็นช่วงเวลาที่มืดมน ชาวบ้านทั่วไปจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 ที่ผ่านพ้นไป แต่ความเสียหายติดตามต่อเนื่องข้ามปี

สินค้าอุปโภค บริโภคจะฝืดเคือง และกลายเป็นของหายาก ข้าว พืช ผัก เครื่องใช้จำเป็น รัฐบาลอาจควบคุมไม่อยู่ สินค้ามีราคาแพง เพราะวัตถุดิบในการผลิต เครื่องจักรต่างๆ  เสียหายหมด ถึงรัฐบาลจะจัดสินค้าธงฟ้า หรือสินค้าราคาถูกออกมาให้ความช่วยเหลือ   ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เคยประกาศใช้ก่อนน้ำท่วม ก็อาจจะต้องมีการทบทวน หรือยกเลิกในบางมาตรการ เพราะปัจจัยเปลี่ยนแปลงไปหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วม 

ภาวะการจ้างงาน และเศรษฐกิจโดยรวมจะตกต่ำ หลายๆ กิจการต้องปิดตัวเองลงไป  เพราะไม่สามารถดำเนินการต่อได้ทั้งในเรื่องของเงินทุน และกำลังซื้อของประชาชน จะเกิดการเลิกจ้างในหลายๆ ธุรกิจ จำนวนคนตกงานจะเพิ่มขึ้น   

ส่วนกิจการที่ดำเนินการต่อไปได้ก็จะอยู่ในภาวะที่ลำบากเช่นกัน เช่นอาจต้องลดคน เพื่อบริหารต้นทุนให้ต่ำ ซึ่งคนที่ยังมีงานทำอยู่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำงานสบาย  ต้องทำงานหนักขึ้น และอาจจะมีรายได้ลดน้อยลง

 ครึ่งปีหลังการพลิกฟื้นของประเทศและเศรษฐกิจ ยังไม่สดใสเท่าใดนัก ความอดอยาก  และขาดแคลนก็ยังมีอยู่ต่อไป ธุรกิจส่วนใหญ่ยังคงเดินหน้าแบบไม่มั่นคง และจะเป็นไปในลักษณะนี้จนถึงสิ้นปี 

แต่ในความตกต่ำนี้ก็มีบางธุรกิจที่ได้รับผลดี แต่เป็นเพียงส่วนน้อยเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจโดยรวม ธุรกิจที่น่าจับตามองคือ การกว้านซื้อที่ดินที่ไม่ถูกน้ำท่วม จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า รวมไปถึงในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมอาจจะมีการซื้อกันราคาถูก เพราะเจ้าของที่ดินไม่มั่นใจในเหตุการณ์น้ำท่วมซ้ำซากที่อาจจะเกิดขึ้นได้  

โครงการที่อยู่อาศัยอย่างคอนโดมิเนียมจะได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในเขตที่ไม่ถูกน้ำท่วม บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ จะมียอดขายที่ลดลง 

สินค้าฟุ่มเฟือย แฟชั่น จะมียอดขายลต่ำลง เพราะผู้บริโภคจะพิจารณาและตัดสินใจซื้อบยากขึ้น จากกำลังซื้อที่ลดน้อยลง และทุกคนต้องนำเงินไปบูรณะซ่อมแซมที่อยู่อาศัย 

สินค้าที่จะขายได้และได้รับความสนใจต้องเป็นสินค้าราคาถูก และดี เท่านั้น เพราะเหมาะสมกับภาวะที่เกิดขึ้น สินค้าราคาแพงจะขายได้ลำบาก  

การลงทุนในหุ้น และตลาดทุน ต้องมองไปที่กลุ่มหุ้นพลังงาน ทองคำ และต้องเป็นลักษณะซื้อ-ขายเร็ว ไม่เก็บไว้กับตัวเองนานเกินไป กลุ่มสินค้าอุปโภค บริโภค ปัญหาจากแหล่งผลิต วัตถุดิบ จะกระทบกระเทือนไปถึงตลาดโลก

 

การเมือง มีเกณฑ์เปลี่ยนตัวผู้นำ

ผู้นำประเทศยังคงเป็นผู้หญิงต่อไปอย่างน้อยตลอดปี 2555 แต่จะเป็นการบริหารงานที่ถูกแรงกดดันอย่างหนักทั้งจากพรรคตัวเอง ฝ่ายค้าน และจากกองทัพ แต่ที่น่าจับตามองก็คือแรงกดดันจากภายในของพรรครัฐบาลเองที่จะเล่นกันหนักขึ้นตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลัง 

หน้าฉากยังคงให้นายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้หญิงบริหารงานต่อไป แต่ทางหนึ่งก็เพิ่มแรงกดดัน เพราะในตัวพรรคการเมืองเองก็ไม่ได้มีความสามัคคี หรือรวมตัวกันอย่างเหนียวแน่น จะทำให้เห็นเกมการเมืองในรูปแบบแปลกๆ มากขึ้น น่าจะเรียกได้ว่าเป็นสงครามเย็นภายในพรรคก็ว่าได้ 

ส่วนทางด้านฝ่ายค้านเองก็ยังไม่สามารถทำอะไรรัฐบาลได้ แต่ก็มีการกระแซะอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังต้องเป็นฝ่ายค้านไปอย่างน้อยอีก 1 ปี 

แนวโน้มการเปลี่ยนตัวผู้นำประเทศ จะเริ่มเห็นชัดเจนขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2555 และการเปลี่ยนแปลงนี้มีกองทัพเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่ไม่ได้มาในรูปแบบเดิม  คือการใช้กำลัง หรือเปลี่ยนแปลงนอกระบบ แต่เป็นการเพิ่มแรงกดดันให้มีการปรับเปลี่ยนที่ชัดเจน และเร็วขึ้น ผู้นำคนใหม่ที่จะมาแทน อาจจะเห็นเค้าลางประมาณปลายปี เป็นเพศชาย อยู่ในเครื่องแบบ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ไม่มีความรุนแรง   

 

ต้องระวังภัยพิบัติ จะเกิดบ่อยขึ้น

สิ่งที่ต้องการเตือนคือ มีโอกาสที่จะเกิดแผ่นดินเลื่อนในประเทศไทย เหตุการณ์แผ่นดินไหวจะเกิดมากขึ้น จะเห็นปรากฏการณ์ประหลาดหลายอย่าง ความถี่ในการเกิดมากขึ้น และรุนแรงขึ้น

พื้นที่เสี่ยงมากที่สุดอยู่ที่ภาคกลางของประเทศ ตั้งแต่นครสวรรค์ถึงนครปฐม และจะเกิดขึ้นในเมืองเป็นส่วนใหญ่ ความรุนแรงถึงขั้นมีผู้เสียชีวิต 

ส่วนน้ำท่วมใหญ่ปีหน้าไม่มี อาจจะมีน้ำท่วมในบ้างพื้นที่ แต่ไม่มาก และสามารถแก้ไขได้   

 

เหตุการณ์ในแต่ละเดือน

มกราคม

เป็นการเริ่มต้นปีที่ยากลำบาก เกิดภาวะปีใหม่ต้องหลอกตัวเองว่าจะได้พบเจออะไรใหม่  แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็ยังคงเป็นเรื่องเดิม บางพื้นที่น้ำยังท่วมขัง สภาวะเศรษฐกิจแย่ ฝืดเคืองไปทั้งประเทศ แต่ก็มีความพยายามแก้ปัญหาด้วยการนำสินค้าราคาถูกออกมาช่วย แต่ก็ไม่ได้ทำให้ประชาชนได้คลายจากความเดือดร้อนมากนัก และต้องระวังภัยพิบัติในภาคใต้ อีสาน และภาคเหนือ 

 

กุมภาพันธ์

 ระมัดระวังการแพร่ขยายและลุกลามของเชื้อโรค โรคร้าย ที่เกิดขึ้นหลังจากน้ำลด เมื่อรวมกับภัยหนาวแล้ว จะเกิดโรคภัยได้ง่าย และแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว โรงพยาบาลที่มีอยู่ไม่สามารถรองรับผู้ฝ่วยได้ทั้งหมด ยารักษาโรคขาดแคลน เป็นเดือนแห่งการสูญเสีย    

 

มีนาคม

เริ่มเข้าสู่การฟื้นฟูกิจการของธุรกิจต่างๆ ที่ถูกผลกระทบจากน้ำท่วม บางส่วนสามารถเปิดดำเนินการต่อไปได้ แต่บางส่วนต้องตัดใจปิดกิจการ เพราะไม่มีเงินทุน หรือไม่สามารถกอบกู้โรงงานและธุริกจของตัวเองได้ เกิดภาวะคนว่างงาน เลิกจ้าง ปลดคนงาน เศรษฐกิจย่ำแย่ คนที่ยังมีงานทำอยู่ก็ต้องทำงานหนักมากขึ้น 

 

เมษายน

ธุรกิจที่รอดตายมาจากเดือนที่แล้ว บางส่วนก็องมายุติกิจการในเดือนนี้ เกิดวิกฤต ล้มละลาย ในบริษัทเอกชนต่างๆ นโยบายของรัฐที่ดูเหมือนว่าจะช่วย ก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ผลผลิตทางเกษตรจะเสียหาย ล่มจม หนี้สินต่างๆ ไม่ได้รับการผ่อนปรน ดัชนีหุ้นจะตกอย่างหนัก เศรษฐกิจประเทศทรุดหนัก รัฐบาลเริ่มมีปัญหา และประชาชนมีความรู้สึกว่าพึ่งพารัฐบาลไม่ได้

 

พฤษภาคม

เริ่มมีกระแสกดดันจากนักวิชาการ ทหาร นักการเมือง ในเรื่องการแก้ปัญหาประเทศ  อาจมีการปฏิวัติเล็กๆ ภายในพรรครัฐบาลเอง แต่ไม่รุนแรง และยังไม่ถึงขั้นเปลี่ยนตัวผู้นำประเทศใหม่ แต่เป็นการส่งสัญญาณเตือนแล้วว่า เริ่มมีกระแสต่อต้าน และไม่ยอมรับมากขึ้น และเดือนนี้ให้ระวังภัยพิบัติไว้ด้วย    

 

มิถุนายน

ธุรกิจที่ประคอง และคิดว่าจะน่าจะกลับมาพลิกฟื้นได้ตั้งแต่ต้นปี ก็จะเดินทางมาถึงจุดสุดท้าย คือเดินมาล้มตายในเดือนนี้ ภาวะคนตกงานมากขึ้นกว่า 50% ของประเทศ ทุกธุรกิจได้รับผลกระทบ บันเทิง สินค้าบริการ ต่างๆ จะเงียบเหงาเพราะประชาชนใช้จ่ายเงินน้อยลง    

 

กรกฎาคม

เป็นความอึมครึมของแศรษฐกิจประเทศ คนที่ยังมีงานทำก็ทำงานต่อไป แต่งานจะหนักขึ้น เพราะพนักงานบางส่วนต้องเลิกจ้าง และให้คนที่ทำงานต่อรับภาระทำงานแทน  รายได้อยู่ในขั้นพออยู่ได้ เอาชีวิตรอดได้เท่านั้น   

 

สิงหาคม

ความช่วยเหลือจากมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ ไม่ประสบความสำเร็จ และไม่สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้หน่วยงานเอกชนและองค์กรการกุศลต่างๆ หันมาแก้ปัญหาต่างๆ ด้วยตัวเอง โดยไม่รอความช่วยเหลือหรือมาตรการของภาครัฐ  มีมาตรการกระตุ้นและช่วยเหลือเศรษฐกิจของประเทศจากกลุ่มเอกชนรายใหญ่ของประเทศ 

 

กันยายน

มีสัญญาณของการเกิดภัยพิบัติบางอย่างเกิดขึ้นในช่วงนี้ กับการสูญเสีย การเมืองยังดำเนินต่อไป ระวังเรื่องโรคภัยไข้เจ็บก็ยังมีอยู่ต่อไป รัฐบาลยังไม่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเต็มที่หรือมีประสิทธิภาพ

 

ตุลาคม

เป็นเดือนแห่งการตัดสินทางการเมือง ผู้นำประเทศอาจถูกพิจารณา และกดดันอย่างหนักจากพรรคเดียวกันเอง รวมถึงแรงบีบจากหลายๆ ทาง แต่ก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวผู้นำประเทศ แต่กระแสต่อต้านเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และอาจจะมีเหตุการณ์บีบคั้นมากขึ้น ด้วยการเกิดภัยพิบัติที่เกิดขึ้นตามมาอีกครั้ง 

 

พฤศจิกายน

เกมการเมืองยังต่อสู้กันรุนแรง รัฐบาลเองก็ต้องรับมือกับกระแสกดดันจากภายในพรรค  และรับมือกับฝ่ายค้านที่เริ่มรุกไล่เข้ามามากขึ้น พร้อมๆ กับบทบาทของกองทัพจะเพิ่มมากขึ้นหลังจากที่ออกมาเป็นระยะแต่ไม่ชัดเจนนัก แต่เดือนนี้จะเริ่มชัดขึ้น ประชาชนเริ่มมองหาความหวังใหม่ๆ ในปีหน้า เพราะปีนี้คาดว่ามีแต่ความถดถอย  

 

ธันวาคม

เดือนสุดท้ายของปี จะมีผู้ชายเข้ามาให้กำลังใจกับประชาชน และเป็นที่ยอมรับของทุกคน ประชาชนเริ่มชินกับสภาพข้าวยากหมากแพง และทำใจรับสภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในส่วนของรัฐบาลเริ่มเห็นเค้าลางของการเปลี่ยนแปลง ในส่วนของรัฐมนตรีต่างๆ     แต่ตัวนายกรัฐมนตรียังไม่เปลี่ยนแปลง แต่จะเกิดขึ้นในปี 2556 




Digital TV & Media

ทีประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) มีมติ “ไม่ทบทวน” ตามที่ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอทบทวนมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดให้โครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ภายใน 15 วัน

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

แบรนด์ที่ใช้สื่อโฆษณาสูงสุดในเดือนตุลาคม 2557 อันดับ 1 เป็นของ วาสลีน บอดี้ สกินแคร์ ด้วยงบซื้อโฆษณา 79 ล้านบาท อันดับ 2 เป็นของ แชมพู เคลียร์ ใช้งบไป 69 ล้านบาท แซงหน้าโตโยต้า ที่หล่นมาอยู่ในอันดับ 3 โดยโตโยต้ารถยนต์นั่ง ใช้งบไป 67 ล้านบาท

Consumer Insight

ผลวิจัยพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคชาวไทย ของบริษัท ดันน์ฮัมบี้ ล่าสุด พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยหันมาซื้อสินค้าโดยใช้ปัจจัยด้านความสะดวกซื้อ และซื้อในแต่ละครั้งจะซื้อสินค้าจำนวนไม่มาก

มาดูกันว่า กลุ่มผู้บริโภครุ่นใหญ่ Generation Power ของไทย วัย 35- 59 ปี กันบ้าง และจากการศึกษาแบบเจาะลึกของ Y&R Thailand ค้นพบ 3 ค่านิยมเด่นของกลุ่มคนไทย ที่นักการตลาดต้องรู้

Insight

ท่ามกลางการแข่งขันของโลว์คอส แอร์ไลน์ในไทย สายการบิน “ไทยสมายล์” ได้วาง Positioning ตัวเองเป็นสายการบินแบบ “ไลท์ พรีเมี่ยม” ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างหว่างสายการบินแบบ Full Service และ Low Cost

จากโครงการ LINE ครีเอเทอร์มาร์เก็ต (LINE Creators Market) ที่ให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถส่งผลงานสติกเกอร์ของตนเองเพื่อขายเป็นสติกเกอร์ไลน์ โดยในช่วงเวลา 6 เดือนหลังจากเปิดตัวตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย.– 7 พ.ย. 2557 ที่ผ่านมา มีรายได้ทะลุ 1,074 ล้านบาท

กลุ่ม Generation Y (Gen Y) เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีอิทธิพลสุดๆ ต่อตลาด เพราะมีขนาดใหญ่ คนกลุ่มนี้เกิดใน ค.ศ 1981-2000 โดยมีจำนวนประมาณ 19 ล้านคน หรือเกือบ 1 ใน 3 ของประเทศ ที่สำคัญรายได้ค่อนข้างสูงแม้จะอยู่ในวัยหนุ่มสาวอายุเพียง 15-34 ปี และยังมีอัตราการใช้จ่ายต่อรายได้ที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับคนเจเนอเรชั่นอื่นๆ

Strategic Move

นับเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังจากที่ กาเกา ทอล์ค (Kakao Talk) แอพแชต จากเกาหลี เข้ามาทดลองตลาดในไทยเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา

แม้พฤติกรรมการดูภาพยนตร์ของคนไทยจะสูงขึ้นตามไลฟ์สไตล์คนเมืองก็ตาม แต่เมื่อเทียบอัตราการดูภาพยนตร์ของคนไทยต่อคนต่อปีแล้วมีเพียง 1 เรื่องเท่านั้น และโรงภาพยนตร์ในเมืองไทยยังมีอยู่แค่ 800 โรง

หลังจากประสบความสำเร็จในการ ปั้น 'เอเชียทีค ริเวอร์ฟร้อนท์' บนถนนเจริญกรุงไปแล้ว บริษัท ทีซีซี แลนด์ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ของ “เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี” มองเห็นโอกาสและช่องว่างของการสร้างแหล่งช้อปปิ้ง ที่เรียกว่า 'Community Shopping Center'

Social Media Club

YouTube เว็บไซต์วิดีโอออนไลน์ยอดนิยมของคนไทย ได้จัดอันดับคลิปวิดีโอที่ยอดนิยมมากที่สุดในปี 2014 โดยวัดผลจากยอดวิวสูงที่สุด โดยที่คอนเท้นต์ยอดนิยมส่วนใหญที่คนไทยคลิ๊กดูมากที่สุดยังคงเป็น “เพลง” “มิวสิควิดีโอ” มากที่สุด

ไตรมาสที่ 4 ก่อนย่างขึ้นศักราชใหม่ 2558 เหล่านักการตลาดบนโซเชียลมีเดียต่างได้รับข่าวร้ายว่าในเดือนมกราคม ปีหน้าเฟซบุ๊กจะดำเนินการปรับลดการมองเห็นโพสต์ในเพจธุรกิจ (Business Page) ลง ส่งผลให้บรรดาโพสต์ประเภทฮาร์ดเซลหรือเน้นขายของเกินเหตุ (Overly Promotional) จะถูกพบเห็นได้น้อยลงอีก

เหล่านักการตลาดต่างหันหาโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊ก และ ทวิตเตอร์ในการเริ่มต้นสานความสัมพันธ์ และสนทนาแลกเปลี่ยนกับผู้บริโภคโดยให้ความสำคัญกับงานในส่วนนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่องๆ ทั้งการทุ่มเทงบประมาณ และบุคลากร ทว่า ผลการศึกษาของบริษัทวิจัยฟอร์เรสเตอร์กลับชี้ให้เห็นว่า แบรนด์ทั้งหลายอาจเสียทั้งเงินและเวลาไปเปล่าๆ

Columnist

การแข่งขันในการตลาดปัจจุบัน ต้องมีระบบมาตรฐาน “คุณภาพ” “คุณธรรม” (Quality and Ethics)

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

กิจกรรมปกติของห้างต่างๆ ทั่วโลกคือ จัดเทศกาลชื่อแปลกๆ เพื่อมีเป้าหมายคือ ลดราคาสินค้าและชวนคนมาเดินห้างให้เยอะขึ้น แต่ไม่ว่าจะ Midnight Sales หรือ Clearance Sales ก็แล้ว ไม่มีห้างไหนในโลกที่วันเดียวจะสร้างยอดขายได้เป็นแสนล้านบาท!

Global Wrap

กิจกรรมปกติของห้างต่างๆ ทั่วโลกคือ จัดเทศกาลชื่อแปลกๆ เพื่อมีเป้าหมายคือ ลดราคาสินค้าและชวนคนมาเดินห้างให้เยอะขึ้น แต่ไม่ว่าจะ Midnight Sales หรือ Clearance Sales ก็แล้ว ไม่มีห้างไหนในโลกที่วันเดียวจะสร้างยอดขายได้เป็นแสนล้านบาท!

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

Global Trend

ไอดีซี เผยตลาดแท็บเล็ตในปีนี้มีอัตราการเติบโตที่ต่ำกว่าเป้าอย่างเห็นได้ชัด มีการเติบโตเพียงแค่ 7.2% เท่านั้น เมื่อเทียบการเติบโตแบบปีต่อปี ลดลงจาก 52.5% ในปี 2013 ถือเป็นตัวเลขที่เยอะพอสมควร

การจัดอันดับแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก (Best Global Brand)ในปี 2014โดยบริษัทอินเตอร์แบรนด์ บริษัทที่ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์ระดับโลก ยังพบด้วยว่า แบรนด์ที่เข้ามาติดอันดับในปีนี้เป็นครั้งแรก ประกอบไปด้วย ดีเอชแอล (อันดับ 81) แลนด์โรเวอร์ (อันดับที่ 91) เฟดเด็กซ์ (อันดับที่ 92) หัวเหว่ย (อันดับที่ 94) และฮูโก้ บอส (อันดับที่ 97)

ผู้เขียนได้อ่านบทความธุรกิจของจีนทราบว่า 1 ใน 10 ของแบรนด์ในใจพนักงานออฟฟิศ อันดับหนึ่ง คือ “วีแชต (WeChat)” แอปฯ แชตสีเขียวที่คนจีนใช้กันทั้งประเทศ (มิใช่แบรนด์เครื่องดื่มใดๆ อีกต่อไป) ส่วนแบรนด์อื่นๆ ก็หนีไม่พ้นแบรนด์ระดับโลกอย่างแอ๊ปเปิ้ล ไนกี้ ฯลฯ และก็มีแบรนด์หนึ่งที่สะดุดตาผู้เขียนคือ “ชุ่นเฟิง (顺丰)” ซึ่งที่โลโก้มีตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ว่า SF

People

บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ประกาศแต่งตั้ง “ปิย สมุทรโคจร” ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน เป็นต้นมา

หลังจาก เฟ้นหาบุคคลมานั่งเก้าอี้ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทอสมท จำกัด (มหาชน) มาแทน "เอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์" ที่ยื่นลาออกไปเมื่อ 12 มิถุนายน 2557

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348