ถอดรหัสหวยชาเชียว…ใครรวยเปรี้ยงกว่ากัน ?

ชำแหละแคมเปญ “ลุ้นรหัสชิงโชคทอง” ที่ อิชิตัน และ โออิชิ ใช้ระเบิดศึกสงครามชาเขียว ใช้กติกาคล้ายลุ้นหวย “ส่งรหัสรู้ผลทันที” กระตุ้นลูกค้าต่างจังหวัดและรากหญ้า ทั้งคู่ต่างเกทับบลัฟแหลก แจกถี่ แจกมากกว่า อาศัยว่าต้นทุนต่ำกำไรเพียบ มาดูว่าเกมนี้ใครจะรวยเปรี้ยงกว่ากัน ระหว่างอิชิตัน โออิชิ

แคมเปญลุ้นรหัสชิงทอง มือถือ ที่ทั้ง โออิชิ และ อิชิตัน ต่างงัดออกมาสู้รบชนิดตาต่อตาฟันต่อฟัน ถือเป็นแคมเปญเดือดแห่งปีของตลาดชาเขียว โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนที่ถือว่าเป็นช่วงขายสำคัญของชาสำเร็จรูปและน้ำดื่มทุกประเภทที่จะเปิดสงครามการตลาดกันเต็มพิกัด

เริ่มจาก อิชิตัน นำแคมเปญ “ลุ้นรหัสรวยเปรี้ยง อิชิตัน 60 วัน 60 ล้าน” ออกสู่ตลาด เมื่อปลายปีที่แล้ว เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2555 ถึงธันวาคม 2555 จุดเด่นของแคมเปญนี้คือ การให้ส่งรหัสจากฝาและกล่องชาเชียวมาชิงโชคและรู้ผลทันทีภายในช่วงเย็น

ตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด ออกมาเปิดเผยว่า ผลที่ได้รับจากการออกแคมเปญในครั้งนั้น ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดอิชิตันเพิ่มขึ้นชั่วคราว (เฉพาะสี่เดือน) ตุลาคม 2555 ต่อเนื่องถึงมกราคม 2556 เพิ่มเป็น 40% แซงหน้าโออิชิที่ครองส่วนแบ่ง 38% และยังทำยอดขายได้ถึง 1,200 ล้านบาท

แต่ความร้อนแรงแคมเปญลุ้นรหัสรวยเปรี้ยงของคู่แข่งในครั้งนั้น ทำให้ “โออิชิ” ออกมาเอาคืน ด้วยการออกแคมเปญ “รวยซ้ำรวยซ้อน ลุ้นง่ายทุกวัน ได้ทั้งล้านได้ทั้งรถ” ด้วยการแจกมากกว่า โดยระยะการออกแคมเปญของโออิชิเริ่มตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2555 ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2556 ใช้งบการตลาด 150 ล้านบาท

ถึงแม้แคมเปญยังไม่หมดดี ล่าสุด “โออิชิ” รีบชิงออกมาเตะสกัดคู่แข่ง ด้วยการประกาศเปิดตัวแคมเปญ “รหัสโออิชิ ลุ้นรวยทุกชั่วโมง” เริ่มเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2556 โดยนำแคมเปญมาปรับใหม่ชนิดเกทัพบลัฟแหลกคู่แข่งอย่าง “อิชิตัน” ซึ่งครั้งนี้ โออิชิ เพิ่มงบเป็น 250-300 ล้านบาท

เริ่มด้วยการแจกรางวัลที่ถี่ขึ้นเยอะขึ้น โดยแจกทองมูลค่า 10,000 บาท ให้ลุ้นทุกชั่วโมง ตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น 8 ครั้งต่อวัน และลุ้นรางวัลทองคำ 1 ล้านบาททุกวัน วันละ 1 รางวัล รวม 60 วัน และเพิ่มรางวัลจาก 55 รางวัล เป็น 2,466 รางวัล มูลค่ารางวัลเพิ่มเป็น 90 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมา 50 ล้านบาท

แถมครั้งนี้ยังปรับกติกาใหม่ จากเดิมที่เคยให้ส่งฝาและสลากไปชิงโชค เปลี่ยนมาเอาอย่างกติกาของอิชิตันที่ถือว่าเป็นจุดเด่นสำคัญ นั่นคือ การให้ส่งรหัสใต้ฝาและในกล่องยูเอชผ่านมือถือ โทรได้ฟรีทุกเครือข่าย รวมถึงผู้รับรางวัลไม่ต้องจ่ายภาษีหัก ณ ที่จ่าย

โดยยังให้ส่งกล่องยูเอชทีที่ไม่มีรหัส และหูกระป๋อง ของทุกผลิตภัณฑ์ในเครือโออิชิ มาลุ้นทองคำมูลค่า 1 ล้านบาท เดือนละ 2 รางวัล รวม 6 รางวัล

อนิรุทธิ์ มหธร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท โออิชิ กรุ๊ป ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชาเขียวพร้อมดื่มโออิชิ บอกว่า ที่ยังต้องแจกทองเพราะถูกใจลูกค้าต่างจังหวัด และโออิชิคาดหวังว่า แคมเปญนี้จะช่วยให้อัตราการเข้าถึงครัวเรือนในการบริโภคเครื่องดื่มโออิชิเพิ่มเป็น 75% ในปีนี้

ทางด้าน “อิชิตัน” ถึงแม้จะเป็นต้นคิดแคมเปญ เมื่อต้องเจอโจทย์หินที่ยากขึ้นจากคู่แข่งอย่าง “โออิชิ” ที่ตามประกบทุกฝีก้าว ทำให้ “ตัน” ต้องใส่กิมมิกให้กับแคมเปญ “อิชิตัน ลุ้นรหัสรวยเปรี้ยง รีเทิร์น 60 วัน 60 ล้าน” ให้เปรี้ยงขึ้น เแม้ว่าจะไม่แจกถี่เท่ากับโออิชิก็ตาม แต่ต้องช่วงชิงกระแสให้ดังกว่าคู่แข่ง โดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัด เช่น การเลือก ใบเตย นักร้องสาวลูกทุ่งเจ้าของฉายาสั้นเสมอหู มาร่วมอีเวนต์

อิชิตัน ยังคงใช้จุดเด่นเรื่องส่งรหัสใต้ฝาและกล่องผลิตภัณฑ์ ลุ้นทองคำ 1 ล้านบาท ทุกวัน รวม 60 วัน 60 ล้านบาท และเพิ่มให้ลุ้นไอโฟน 5 อีกวัน 10 เครื่อง รวมมูลค่า 2,245,000 บาท โดยงวดที่ 1, 10, 20, 30, 40, 50, 60 เพิ่มรางวัลไอโฟน 5 เป็นงวดละ 100 เครื่อง

หากไม่ถูกในงวดแรกที่ส่ง เก็บฝาหรือกล่องไว้ลุ้นล้านสุดท้าย และไอโฟน 5 อีก 100 เครื่อง ในวันที่ 3 มิถุนายน 2556 โดยใส่ข้อความในแคมเปญว่า “แจกไอโฟน 5 มากที่สุดในโลก” เพื่อใช้เป็นจุดขายใหม่

ตันเชื่อว่า “หมัดเด็ด” ของแคมเปญครั้งนี้ อยู่ที่ “ไอโฟน 5” เนื่องจากฐานลูกค้าที่เป็นเด็กและคนในต่างจังหวัดมีความต้องการไอโฟนสูงมาก นับเป็นสิบล้านคนที่ไม่มีไอโฟนใช้และอยากได้

“ยิ่งเป็นเด็กด้วยแล้ว ไอโฟนถือเป็นรางวัลสูงสุด ได้ทองยังไม่เท่ากับได้ไอโฟน 5 ถ้าได้ทองพ่อแม่เก็บหมด แต่ถ้าไอโฟน 5 เขาได้ใช้”
ตัน ยังช่วงชิงกระแสมวลชนโดยเร็ว โดยให้ผู้ส่งรหัสมาเข้าร่วมก่อนบ่าย 2 ของวันที่ 1 มีนาคม รับบัตรชมภาพยนตร์ฟรี 1 เรื่องในเครือเอสเอฟทุกสาขาทั่วประเทศ 2 แสนใบ โดยการนำ SMS แจ้งผลรหัสรวยเปรี้ยงงวดที่ 1 ไปแลกตั๋วที่หน้าโรงภาพยนตร์ ในวันที่ 2 และ 3 มีนาคม 2556
เป็น 2 วันที่ตันเชื่อว่าจะมีคนมาเข้าคิวแลกตั๋วกันกระหึ่มเมือง ช่วงชิงกระแส รับกับแคมเปญที่จะเริ่มต้นเดือนมีนาคม เริ่มส่งรหัสตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ – 3 มิถุนายน 2556

ตัน มองว่า แม้คู่แข่งจะทำตามแบบหมัดต่อหมัด ก้าวต่อก้าว เขาเชื่อว่าการเป็นคนทำคนแรกจะได้รับการจดจำ และที่สำคัญ คู่แข่งทำแล้วไม่มีทางเหมือน หรือทำได้ไม่ถึง

“การที่ผมลงไปแจกเอง ทำให้ได้ใจมากกว่า จับต้องได้มากกว่า อย่างเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่มองข้ามไม่ได้ อย่าง การประกาศผลแคมเปญ ที่คู่แข่งเลือกประกาศผ่านเว็บไซต์ หรือเฟซบุ๊ก ยังไงก็ไม่ตอบโจทย์ได้ โดยเฉพาะลูกค้าต่างจังหวัด มือถือเข้าถึงได้มากกว่าคอมพิวเตอร์”

ไม่ว่าแคมเปญชิงโชคของโออิชิ และอิชิตัน ใครจะเหนือกว่ากัน ก็ต้องยอมรับว่าแคมเปญนี้เป็นหมัดเด็ดกระตุ้นให้ฐานลูกค้าขยายตัว โดยเฉพาะต่างจังหวัดที่นิยมเรื่องการเสี่ยงโชค เมื่อนำเรื่องเหล่านี้มาประยุกต์เข้ากับแคมเปญการตลาด ใช้กติกาให้คล้ายกับลุ้นหวย “ส่งรหัสรู้ผลได้ทันที” จึงโดนใจกลุ่มเป้าหมายระดับรากหญ้า

ตัน บอกว่า การออกแคมเปญช่วยกระตุ้นให้คนดื่มชาเขียวมากขึ้นโดยเฉพาะการขยายฐานลูกค้าในต่างจังหวัดที่ยังเป็น “จุดอ่อน” ของอิชิตัน เพราะที่แล้วมาฐานลูกค้าหลักของอิชิตันเป็นคนรุ่นใหม่ในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ การเข้าถึงลูกค้าต่างจังหวัดซึ่งต้องพึ่งพาช่องทางขายแบบดั้งเดิม (Traditional Trade) ที่เป็นร้านค้าทั่วไป ยังไม่ทั่วถึง

“จากเดิมเข้าถึงช่องทางร้านค้าในต่างจังหวัดได้แค่ 10% แต่พอมีแคมเปญนี้ ทำให้การช่องทางขาย ร้านค้าในต่างจังหวัดเพิ่มเป็น 45% ถ้าตามปกติการจะขยายให้ได้ครอบคลุมต้องใช้เวลาเป็น 10 ปี แต่พอใช้แคมเปญนี้เราขยายได้แบบก้าวกระโดด แคมเปญครั้งนี้จะทำให้ช่องทางเพิ่มเป็น 60% เมื่อร้านค้าขายมีมากขึ้น โอกาสที่ลูกค้าก็มากขึ้น

นอกจากนี้ ถ้ามองถึงต้นทุนของชาเขียวสำเร็จรูป แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม บอกว่า ค่าผลิตชาเขียวเฉลี่ย 5 บาทต่อขวดเมื่อบวกกับส่วนต้นทุนค่าจัดส่ง และค่าจัดจำหน่าย ค่าการตลาด เฉลี่ย 5 บาทต่อขวด ต้นทุนรวมของชาเชียวจะอยู่ 10 บาท ถ้าอิชิตันตั้งราคา 15 บาท จะมีกำไรเฉลี่ย 5 บาทต่อขวด หรือโออิชิราคา 20 บาท กำไรจะเหลือถึง 10 บาท

ยิ่งเป็นแคมเปญเล่นกับความรู้สึก ความชอบของคนไทยอย่างแคมเปญนี้ด้วยแล้วก็ยิ่งคุ้มค่าสำหรับอิชิตันและโออิชิ เพราะสร้างดีมานด์ขึ้นมาในตลาดแบบทันทีทันใด เพราะมีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยที่ปกติไม่กินชาเขียว แต่ซื้อเพื่อต้องการชิงโชค

“ถ้าไม่มีแคมเปญอย่างเก่งตลาดชาเขียวโตปีละ 3-5% แต่พอมีแคมเปญตลาด ทำให้ตลาดเติบโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 20%ได้ทุกปี อย่างปี 2555 ตลาดชาเขียวโตถึง 30% หรือ 13,000 ล้านบาท” ตันคอนเฟิร์มและบอกถึงทิศทางได้ชัดเจนว่า แคมเปญการตลาดเป็นของคู่กับตลาดชาเขียวไปแล้ว

แต่สิ่งที่ตันต้องยอมรับ คือ การที่เขาจะต้องเผชิญกับคู่แข่งอย่าง “โออิชิ” ที่เหนือกว่าเรื่องฐานเงินทุน และไล่บี้อิชิตันชนิดหายใจรดต้นคอ และที่สำคัญใช้กลยุทธ์ “me too” เมื่ออิชิตันคิดหรือทำแคมเปญออกมา โออิชิก็ทำตามและเกทับให้เหนือกว่า

หมดแคมเปญยอดขายหด
ชนินทร์ เทียนเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไอเบฟเวอเรจ จำกัด ซึ่งทำธุรกิจเครื่องดื่ม ตั้งข้อสังเกตว่า การแข่งขันในเรื่องแคมเปญของชาเขียว เป็นการกระตุ้นให้เกิดการซื้อที่ไม่ใช่เพื่อการบริโภค แต่ซื้อเพื่อต้องการชิงโชคเท่านั้น ดังนั้นหากหมดแคมเปญยอดขายจะตกทันที ทำให้อิชิตันและโออิชิจึงต้องมีแคมเปญออกสู่ตลาดต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นผู้บริโภคตลอดเวลา

นอกจากนี้ การต่อสู้กันในเรื่องแคมเปญในลักษณะนี้ ยังส่งผลต่อการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ออกสู่ตลาด เพราะเมื่อผู้ประกอบการนำเงินไปสู้กันที่ตัวแคมเปญเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดเป็นหลัก ทำให้เมืองไทยขาดพัฒนาการ ความหลากหลายในเรื่องของเครื่องดื่มเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ
ขึ้นอยู่กับสายป่านใครยาวกว่า

ทางด้าน ดร.ธเนศ ศิริกิจ อาจารย์และนักวิชาการด้านการตลาด มองว่า แคมเปญการตลาดชิงโชคที่โออิชิและอิชิตันนำมาแข่งขันในครั้งนี้ เป็นการแข่งขันแบบ Zero-Zum-Game หรือ การแข่งขันในตลาดที่อยู่ในภาวะอิ่มตัว จึงไม่ได้ทำให้ตลาดขยายตัว แต่เป็นการแย่งชิงลูกค้าจากอีกฝ่ายเป็นหลัก

ภาวะตลาดชาเขียวเริ่มจะทรงตัวมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ทำให้ “อิชิตัน” ต้องออกแคมเปญเพื่อกระตุ้นความต้องการ ซึ่งตัวแคมเปญไม่ได้มีความแปลกใหม่ หรือเป็นยุทธศาสตร์ทางธุรกิจ แต่เป็นโปรโมชั่น “ลด แลก แจก แถม” ตามปกติ โดยนำเรื่องคาดหวังของผู้บริโภคคนไทยที่อยากรวยมาประยุกต์เป็นแคมเปญให้มาลุ้นของรางวัลไม่ต่างจากการซื้อ “ลอตเตอรี่” ทำให้เกิดดีมานด์มากระตุ้นให้กระแสชาเขียวที่เริ่มอิ่มตัวให้ขยายออกไป

เมื่ออิชิตันทำแคมเปญออกมาสร้างกระแสได้ คู่แข่งอย่างโออิชิไม่ยอมน้อยหน้า ต้องออกแคมเปญลักษณะเดียวกันออกมาตอบโต้ เนื่องจากการแข่งขันของระหว่างโออิชิและอิชิตันนั้น เป็นมากกว่าคู่แข่งในธุรกิจปกติ ซึ่งเป็นผลมาจากความขัดแย้งอันเกิดจากการที่ตันขายหุ้นให้โออิชิแล้วมาสร้างแบรนด์ชาเชียวอิชิตัน จึงทำให้การแข่งขันของทั้งคู่มีจุดมุ่งหมายที่ต้องการช่วงชิงลูกค้ามาจากอีกรายเป็นหลัก

ที่สำคัญ ผู้บริโภคเวลานี้ไม่ได้จำว่าใครเป็นคนต้นคิด หรือออกแคมเปญมาก่อนกัน ไม่มีแบรนด์นี้ก็กินแบรนด์นี้ได้ ทดแทนกันได้ 100% ผู้ชนะในเกมนี้จึงขึ้นอยู่กับว่าใครคือผู้มีสายป่านกว่ากันเท่านั้น คือผู้คว้าชัย

เปรียบเทียบแคมเปญ

โออิชิ อิชิตัน
ชื่อแคมเปญ รหัสโออิชิ ลุ้นรวยทุกชั่วโมง อิชิตัน ลุ้นรหัสรวยเปรี้ยง รีเทิร์น 60 วัน 60 ล้าน พร้อมอักรางวัลไอโฟน 5 มากที่สุดในโลก
งบที่ใช้ 250-300 ล้านบาท 180 ล้านบาท
ระยะเวลา มีนาคม-พฤษภาคม 25 ก.พ.-3 มิ.ย.
วิธีแจก แจกทอง 1 ล้านบาท ทุกวัน 60 วัน แจกทอง 1 ล้านบาท ทุกวัน 60 วัน
กลยุทธ
 
 
 
 
แจกทองคำมูลค่า 10,000 บาท ทุกชั่วโมง รวม 8 ครั้ง
ส่งฝาหรือกล่องชิงโชคทองคำ 1 ล้าน ทุกเดือนๆ ละ 2 รางวัล
 
แจกไอโฟน 5 วันละ 10 เครื่อง
งวดที่ 1,10,20,30,40,50,60 แจกไอโฟน 5 เป็นงวดงวดละ 100 เครื่อง
ส่งฝาหรือกล่องชิงโชคล้านและไอโฟน 5 อีก 100 เครื่อง วันที่ 3 มิถุนายน
วิธีชิงรางวัล ส่งรหัสผ่านมือถือ ส่งรหัสผ่านมือถือ
จำนวนรางวัล เพิ่มจาก 55 รางวัลเป็น 2,466 รางวัล 1,290 รางวัล เพิ่มสิทธิพิเศษอีก 2 แสนสิทธิ มูลค่ารางวัล 90 ล้านบาทและมูลค่าสิทธิพิเศษ
มูลค่ารางวัล เพิ่มจาก 50 ล้านบาท เป็น 90 ล้านบาท 30 ล้านบาท
เป้าหมาย เพิ่มอัตราเข้าถึงครัวเรือนจาก 70% เป็น 75% มีผู้ส่งรหัส 50% ของยอดขายหรือ 100 ล้านบาท เพิ่มช่องทางขายผ่าน Traditional เป็น 60%
ยอดขาย กระตุ้นยอดขายโต 30% เพิ่มจาก 45% เป็น 50% ทำยอดขาย 1,500 ล้านบาท

Digital TV & Media

หลังจาก “ดิจิทัลทีวี” ผ่านครึ่งปีแรกของการดำเนินธุรกิจ คือเริ่มออกอากาศตั้งแต่เดือนพฤษภาคม มาด้วยความทะลักทุเล

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

เดือดแน่ !...เกาะติด “สงครามดิจิทัลทีวี” จาก 2 คู่รบใหม่ในศึกละครหลังข่าว เมื่อเจ้าตลาดเดิมอย่างช่อง 7 กำลังถูกท้าทายจากช่อง 8 ของค่ายอาร์เอส ส่วนช่อง 3 มี “ช่องวัน” ของแกรมมี่ ปั้นละครชิงคนดูในเมือง

Consumer Insight

เทคโนโลยีของโทรศัพท์มือถือมีการเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งในแง่ของการใช้งานของผู้บริโภค รวมไปถึงในเรื่องของการทำธุรกิจก็จะเป็นต้องใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเทรนด์ดังกล่าวมีการเติบโตอย่างมากในแถบเอเชียแปซิฟิค โดยที่ทาง บริษัทวิจัย IDC Asia/Pacific Mobility และ IDC Asia/Pacific Client Devices research บริษัทวิจัยเทรนด์ทางด้านไอที ได้สรุปเทรนด์ที่มาแรงใน 2015

จากการสำรวจข้อมูลเชิงลึกของบริษัทดันน์ฮัมบี้ ได้ทำการสำรวจเรื่องพฤติกรรมการ การซื้อของผู้บริโภคใน เทสโก้ โลตัส จำนวน 8.2 ล้านคน ที่กำลังมองหาของขวัญสำหรับวันวาเลนไทน์ พบว่าผู้บริโภคในภาคกลางมีปริมาณยอดขายของการ์ด ช็อกโกแลตและดอกไม้ เพื่อเป็นของขวัญสำหรับวันวาเลนไทน์ในปี 2014 มากกว่าภาคอื่น ๆ

ทุกวันนี้เว็บไซต์ PANTIP ได้กลายเป็นคอมมูนิตี้ออนไลน์ยอดนิยมของคนไทย ที่รวบรวมเรื่องราวนับล้านแปด กลายเป็นกระดานพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นมากมายทั้งดราม่า การรีวิวสินค้าและบริการ การขอความช่วยเหลือ ซึ่งสามารถพบได้ที่พันทิปทั้งสิ้น ซึ่งในภายหลังมีกระทู้ถูกตั้งขึ้นอย่างมหาศาลจึงได้สร้าง TAG เพื่อง่ายต่อการแบ่งหมวดหมู่ของเรื่องราว

Insight

เดือดแน่ !...เกาะติด “สงครามดิจิทัลทีวี” จาก 2 คู่รบใหม่ในศึกละครหลังข่าว เมื่อเจ้าตลาดเดิมอย่างช่อง 7 กำลังถูกท้าทายจากช่อง 8 ของค่ายอาร์เอส ส่วนช่อง 3 มี “ช่องวัน” ของแกรมมี่ ปั้นละครชิงคนดูในเมือง

ร้านกาแฟยุคนี้ แค่บรรยากาศ และรสชาติกาแฟ อาจไม่พอ ต้องหาจุดขายใหม่ๆ อย่าง “คาแร็กเตอร์ คาเฟ่” ร้านกาแฟเทรนด์ใหม่ ใช้ตัว “การ์ตูน” ยอดฮิตมาเป็น “จุดขาย” ดึงดูดลูกค้า เฮลโล คิตตี้, ชาร์ลี บราวน์ แอนด์ เฟรนด์, มิสเตอร์บีน สร้างความฟินตอบรับไลฟ์สไตล์แชะแล้วแชร์

เจ. วอลเตอร์ ธอมสัน บริษัทที่ปรึกษาด้านการสื่อสารการตลาดระดับโลกในเครือดับบลิวพีพี กรุ๊ป ได้พยากรณ์ทิศทางการตลาด“10 Years of 10 Trends” หรือ 10 แนวโน้มที่จะส่งผลในระดับมหภาคที่สำคัญที่สุด ที่จะหล่อหลอมพฤติกรรมและทัศนคติทางสังคมรวมไปถึงจะกำหนดทิศทางธุรกิจในปัจจุบัน

Strategic Move

CBRE เผยปี 58 ตลาดค้าปลีกแข่งเดือดห้างใหม่เปิดท้าชนห้างเก่า ส่วนคอมมูนิตี มอลล์ เปิดเพียบแถบชานเมืองจับตาอยู่รอด ไม่รอด ด้านตลาดสำนักงานโต อาคารเ

สร้างกระแสได้แทบทุกครั้งกับแคมเปญแจกของลุ้นโชคชาเขียวอิชิตัน จากไอโฟน แพกเกจเที่ยวญี่ปุ่นจนถึงรถปอร์เช่ ล่าสุดกับรถเบนซ์ที่ปั่นกระแสด้วยการโพสต์กองเงินกว่า 123 ล้านบาทไว้ตรงหน้า

หลังจากที่เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์หนุ่ม “ณเดชน์ คูกิมิยะ” ที่จะเป็นไฮไลท์หลักในการทำตลาดในปีนี้แล้ว สำหรับแคมเปญหน้าร้อนที่จะมาถึงนี้ “อีฟ ฟรุตามิน” ได้เตรียมสู้ศึกตลาดเครื่องดื่มที่กระหน่ำสงครามโปรโมชั่นรอบด้าน ด้วยแคมเปญแหวกแนวสำหรับแจก “กระเป๋าแบรนด์เนม” สุดหรู 7 ใบ มูลค่า 6 แสนบาท

Social Media Club

เฟซบุ๊ก (Facebook) เติบโตสูง พบยอดผู้ลงโฆษณาทะลุ 2 ล้านรายแล้ว แถมเป็นผู้ลงโฆษณาแบบที่มีการเคลื่อนไหว (Active) เสียด้วย

ยูทิวบ์ส่ง “YouTube Kids” แอปเวอร์ชันเด็กเพื่อความปลอดภัยสำหรับเจ้าตัวเล็ก น่าเสียดายบริการเริ่มต้นเฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

วันนี้ถ้าพูดถึงการทำธุรกิจบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก และไม่พูดถึงสินค้า "พรีออเดอร์" คงไม่ได้ เพราะก้าวแรกของคนที่ต้องการจะทำการค้า นอกจากจะไม่อยากลงทุน

Columnist

เป็นข่าวคราวที่สร้างกระแสและสะเทือนวงการแท็กซี่ได้พอสมควร เมื่อ “แท็กซี่” นครชัยแอร์เปิดตัวและพร้อมเริ่มให้บริการ 1 พ.ค. 2558 โดยใช้ชื่อว่า “All Thai Taxi” ใช้งบประมาณเกือบ 700 ล้าน

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Wrap

กิจกรรมปกติของห้างต่างๆ ทั่วโลกคือ จัดเทศกาลชื่อแปลกๆ เพื่อมีเป้าหมายคือ ลดราคาสินค้าและชวนคนมาเดินห้างให้เยอะขึ้น แต่ไม่ว่าจะ Midnight Sales หรือ Clearance Sales ก็แล้ว ไม่มีห้างไหนในโลกที่วันเดียวจะสร้างยอดขายได้เป็นแสนล้านบาท!

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

Global Trend

จากคำรายงานของสื่ออเมริกัน แหล่งข่าววงในระบุว่าเจ้าพ่อเทคโนโลยีอย่างแอปเปิล (Apple) กำลังวางแผนผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่ผู้ใช้ต้องชาร์จแบตเตอรี่หรือ Electric Vehicle (EV) เต็มตัวในปี 2020 สิ่งที่หลายคนรอดูคือแอปเปิลจะสามารถสร้าง”รถแบรนด์ตัวเอง”ในเวลา 5 ปีได้จริงหรือ?

ในขณะที่แว่นอัจฉริยะของกูเกิล “กูเกิลกลาส (Google Glass)” ถูกพับโครงการวางจำหน่ายไป เจ้าพ่อแดนอาทิตย์อุทัยอย่างโซนี่ (Sony) กลับประกาศจำหน่ายแว่นไฮเทคเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ในราคา 840 เหรียญสหรัฐ หรือราว 27,000 บาท เริ่มชิมลางสั่งจองแล้วที่ตลาดอังกฤษและเยอรมนี ก่อนจะขยายไปยัง 10 ประเทศช่วงเดือนมีนาคมต่อไป

บริษัท ออกแบบ พาย จำกัด หรือ pye ได้ส่งนักออกแบบกว่า 10 ชีวิต เข้าร่วมงาน MAISON & OBJET งานแสดงนวัตกรรมการออกแบบ และของตกแต่งบ้านที่ใหญ่อันดับหนึ่งของโลก ณ ประเทศฝรั่งเศสเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

People

พลิกปูมธุรกิจ “บี เตชะอุบล” ทายาทคนโตแห่งตระกูลเตชะอุบล เจ้าของอาณาจักรคันทรี่ กรุ๊ป ผู้หาญกล้าควักเงินหมื่นล้าน ซื้อปีศาจแดง-ดำ เอซี มิลาน สโมสรฟุตบอลระดับโลกแห่งลีกอิตาลี พบเป็นและเคยเป็นผู้บริหารบริษัทไทยอยู่ 15 บริษัท โดย 5 บริษัทดำเนินกิจการอยู่ ส่วนอีก 10 เลิกกิจการไปแล้ว

บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของแบรนด์ร้านอาหาร พิซซ่า ฮัท เปิดตัวแม่ทัพหญิง นางซาบีน่า ริกซ์วี่ รับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป พิซซ่า ฮัท ประจำประเทศไทย มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348