ถอดรหัสหวยชาเชียว…ใครรวยเปรี้ยงกว่ากัน ?

ชำแหละแคมเปญ “ลุ้นรหัสชิงโชคทอง” ที่ อิชิตัน และ โออิชิ ใช้ระเบิดศึกสงครามชาเขียว ใช้กติกาคล้ายลุ้นหวย “ส่งรหัสรู้ผลทันที” กระตุ้นลูกค้าต่างจังหวัดและรากหญ้า ทั้งคู่ต่างเกทับบลัฟแหลก แจกถี่ แจกมากกว่า อาศัยว่าต้นทุนต่ำกำไรเพียบ มาดูว่าเกมนี้ใครจะรวยเปรี้ยงกว่ากัน ระหว่างอิชิตัน โออิชิ

แคมเปญลุ้นรหัสชิงทอง มือถือ ที่ทั้ง โออิชิ และ อิชิตัน ต่างงัดออกมาสู้รบชนิดตาต่อตาฟันต่อฟัน ถือเป็นแคมเปญเดือดแห่งปีของตลาดชาเขียว โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนที่ถือว่าเป็นช่วงขายสำคัญของชาสำเร็จรูปและน้ำดื่มทุกประเภทที่จะเปิดสงครามการตลาดกันเต็มพิกัด

เริ่มจาก อิชิตัน นำแคมเปญ “ลุ้นรหัสรวยเปรี้ยง อิชิตัน 60 วัน 60 ล้าน” ออกสู่ตลาด เมื่อปลายปีที่แล้ว เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2555 ถึงธันวาคม 2555 จุดเด่นของแคมเปญนี้คือ การให้ส่งรหัสจากฝาและกล่องชาเชียวมาชิงโชคและรู้ผลทันทีภายในช่วงเย็น

ตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด ออกมาเปิดเผยว่า ผลที่ได้รับจากการออกแคมเปญในครั้งนั้น ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดอิชิตันเพิ่มขึ้นชั่วคราว (เฉพาะสี่เดือน) ตุลาคม 2555 ต่อเนื่องถึงมกราคม 2556 เพิ่มเป็น 40% แซงหน้าโออิชิที่ครองส่วนแบ่ง 38% และยังทำยอดขายได้ถึง 1,200 ล้านบาท

แต่ความร้อนแรงแคมเปญลุ้นรหัสรวยเปรี้ยงของคู่แข่งในครั้งนั้น ทำให้ “โออิชิ” ออกมาเอาคืน ด้วยการออกแคมเปญ “รวยซ้ำรวยซ้อน ลุ้นง่ายทุกวัน ได้ทั้งล้านได้ทั้งรถ” ด้วยการแจกมากกว่า โดยระยะการออกแคมเปญของโออิชิเริ่มตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2555 ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2556 ใช้งบการตลาด 150 ล้านบาท

ถึงแม้แคมเปญยังไม่หมดดี ล่าสุด “โออิชิ” รีบชิงออกมาเตะสกัดคู่แข่ง ด้วยการประกาศเปิดตัวแคมเปญ “รหัสโออิชิ ลุ้นรวยทุกชั่วโมง” เริ่มเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2556 โดยนำแคมเปญมาปรับใหม่ชนิดเกทัพบลัฟแหลกคู่แข่งอย่าง “อิชิตัน” ซึ่งครั้งนี้ โออิชิ เพิ่มงบเป็น 250-300 ล้านบาท

เริ่มด้วยการแจกรางวัลที่ถี่ขึ้นเยอะขึ้น โดยแจกทองมูลค่า 10,000 บาท ให้ลุ้นทุกชั่วโมง ตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น 8 ครั้งต่อวัน และลุ้นรางวัลทองคำ 1 ล้านบาททุกวัน วันละ 1 รางวัล รวม 60 วัน และเพิ่มรางวัลจาก 55 รางวัล เป็น 2,466 รางวัล มูลค่ารางวัลเพิ่มเป็น 90 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมา 50 ล้านบาท

แถมครั้งนี้ยังปรับกติกาใหม่ จากเดิมที่เคยให้ส่งฝาและสลากไปชิงโชค เปลี่ยนมาเอาอย่างกติกาของอิชิตันที่ถือว่าเป็นจุดเด่นสำคัญ นั่นคือ การให้ส่งรหัสใต้ฝาและในกล่องยูเอชผ่านมือถือ โทรได้ฟรีทุกเครือข่าย รวมถึงผู้รับรางวัลไม่ต้องจ่ายภาษีหัก ณ ที่จ่าย

โดยยังให้ส่งกล่องยูเอชทีที่ไม่มีรหัส และหูกระป๋อง ของทุกผลิตภัณฑ์ในเครือโออิชิ มาลุ้นทองคำมูลค่า 1 ล้านบาท เดือนละ 2 รางวัล รวม 6 รางวัล

อนิรุทธิ์ มหธร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท โออิชิ กรุ๊ป ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชาเขียวพร้อมดื่มโออิชิ บอกว่า ที่ยังต้องแจกทองเพราะถูกใจลูกค้าต่างจังหวัด และโออิชิคาดหวังว่า แคมเปญนี้จะช่วยให้อัตราการเข้าถึงครัวเรือนในการบริโภคเครื่องดื่มโออิชิเพิ่มเป็น 75% ในปีนี้

ทางด้าน “อิชิตัน” ถึงแม้จะเป็นต้นคิดแคมเปญ เมื่อต้องเจอโจทย์หินที่ยากขึ้นจากคู่แข่งอย่าง “โออิชิ” ที่ตามประกบทุกฝีก้าว ทำให้ “ตัน” ต้องใส่กิมมิกให้กับแคมเปญ “อิชิตัน ลุ้นรหัสรวยเปรี้ยง รีเทิร์น 60 วัน 60 ล้าน” ให้เปรี้ยงขึ้น เแม้ว่าจะไม่แจกถี่เท่ากับโออิชิก็ตาม แต่ต้องช่วงชิงกระแสให้ดังกว่าคู่แข่ง โดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัด เช่น การเลือก ใบเตย นักร้องสาวลูกทุ่งเจ้าของฉายาสั้นเสมอหู มาร่วมอีเวนต์

อิชิตัน ยังคงใช้จุดเด่นเรื่องส่งรหัสใต้ฝาและกล่องผลิตภัณฑ์ ลุ้นทองคำ 1 ล้านบาท ทุกวัน รวม 60 วัน 60 ล้านบาท และเพิ่มให้ลุ้นไอโฟน 5 อีกวัน 10 เครื่อง รวมมูลค่า 2,245,000 บาท โดยงวดที่ 1, 10, 20, 30, 40, 50, 60 เพิ่มรางวัลไอโฟน 5 เป็นงวดละ 100 เครื่อง

หากไม่ถูกในงวดแรกที่ส่ง เก็บฝาหรือกล่องไว้ลุ้นล้านสุดท้าย และไอโฟน 5 อีก 100 เครื่อง ในวันที่ 3 มิถุนายน 2556 โดยใส่ข้อความในแคมเปญว่า “แจกไอโฟน 5 มากที่สุดในโลก” เพื่อใช้เป็นจุดขายใหม่

ตันเชื่อว่า “หมัดเด็ด” ของแคมเปญครั้งนี้ อยู่ที่ “ไอโฟน 5” เนื่องจากฐานลูกค้าที่เป็นเด็กและคนในต่างจังหวัดมีความต้องการไอโฟนสูงมาก นับเป็นสิบล้านคนที่ไม่มีไอโฟนใช้และอยากได้

“ยิ่งเป็นเด็กด้วยแล้ว ไอโฟนถือเป็นรางวัลสูงสุด ได้ทองยังไม่เท่ากับได้ไอโฟน 5 ถ้าได้ทองพ่อแม่เก็บหมด แต่ถ้าไอโฟน 5 เขาได้ใช้”
ตัน ยังช่วงชิงกระแสมวลชนโดยเร็ว โดยให้ผู้ส่งรหัสมาเข้าร่วมก่อนบ่าย 2 ของวันที่ 1 มีนาคม รับบัตรชมภาพยนตร์ฟรี 1 เรื่องในเครือเอสเอฟทุกสาขาทั่วประเทศ 2 แสนใบ โดยการนำ SMS แจ้งผลรหัสรวยเปรี้ยงงวดที่ 1 ไปแลกตั๋วที่หน้าโรงภาพยนตร์ ในวันที่ 2 และ 3 มีนาคม 2556
เป็น 2 วันที่ตันเชื่อว่าจะมีคนมาเข้าคิวแลกตั๋วกันกระหึ่มเมือง ช่วงชิงกระแส รับกับแคมเปญที่จะเริ่มต้นเดือนมีนาคม เริ่มส่งรหัสตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ – 3 มิถุนายน 2556

ตัน มองว่า แม้คู่แข่งจะทำตามแบบหมัดต่อหมัด ก้าวต่อก้าว เขาเชื่อว่าการเป็นคนทำคนแรกจะได้รับการจดจำ และที่สำคัญ คู่แข่งทำแล้วไม่มีทางเหมือน หรือทำได้ไม่ถึง

“การที่ผมลงไปแจกเอง ทำให้ได้ใจมากกว่า จับต้องได้มากกว่า อย่างเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่มองข้ามไม่ได้ อย่าง การประกาศผลแคมเปญ ที่คู่แข่งเลือกประกาศผ่านเว็บไซต์ หรือเฟซบุ๊ก ยังไงก็ไม่ตอบโจทย์ได้ โดยเฉพาะลูกค้าต่างจังหวัด มือถือเข้าถึงได้มากกว่าคอมพิวเตอร์”

ไม่ว่าแคมเปญชิงโชคของโออิชิ และอิชิตัน ใครจะเหนือกว่ากัน ก็ต้องยอมรับว่าแคมเปญนี้เป็นหมัดเด็ดกระตุ้นให้ฐานลูกค้าขยายตัว โดยเฉพาะต่างจังหวัดที่นิยมเรื่องการเสี่ยงโชค เมื่อนำเรื่องเหล่านี้มาประยุกต์เข้ากับแคมเปญการตลาด ใช้กติกาให้คล้ายกับลุ้นหวย “ส่งรหัสรู้ผลได้ทันที” จึงโดนใจกลุ่มเป้าหมายระดับรากหญ้า

ตัน บอกว่า การออกแคมเปญช่วยกระตุ้นให้คนดื่มชาเขียวมากขึ้นโดยเฉพาะการขยายฐานลูกค้าในต่างจังหวัดที่ยังเป็น “จุดอ่อน” ของอิชิตัน เพราะที่แล้วมาฐานลูกค้าหลักของอิชิตันเป็นคนรุ่นใหม่ในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ การเข้าถึงลูกค้าต่างจังหวัดซึ่งต้องพึ่งพาช่องทางขายแบบดั้งเดิม (Traditional Trade) ที่เป็นร้านค้าทั่วไป ยังไม่ทั่วถึง

“จากเดิมเข้าถึงช่องทางร้านค้าในต่างจังหวัดได้แค่ 10% แต่พอมีแคมเปญนี้ ทำให้การช่องทางขาย ร้านค้าในต่างจังหวัดเพิ่มเป็น 45% ถ้าตามปกติการจะขยายให้ได้ครอบคลุมต้องใช้เวลาเป็น 10 ปี แต่พอใช้แคมเปญนี้เราขยายได้แบบก้าวกระโดด แคมเปญครั้งนี้จะทำให้ช่องทางเพิ่มเป็น 60% เมื่อร้านค้าขายมีมากขึ้น โอกาสที่ลูกค้าก็มากขึ้น

นอกจากนี้ ถ้ามองถึงต้นทุนของชาเขียวสำเร็จรูป แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม บอกว่า ค่าผลิตชาเขียวเฉลี่ย 5 บาทต่อขวดเมื่อบวกกับส่วนต้นทุนค่าจัดส่ง และค่าจัดจำหน่าย ค่าการตลาด เฉลี่ย 5 บาทต่อขวด ต้นทุนรวมของชาเชียวจะอยู่ 10 บาท ถ้าอิชิตันตั้งราคา 15 บาท จะมีกำไรเฉลี่ย 5 บาทต่อขวด หรือโออิชิราคา 20 บาท กำไรจะเหลือถึง 10 บาท

ยิ่งเป็นแคมเปญเล่นกับความรู้สึก ความชอบของคนไทยอย่างแคมเปญนี้ด้วยแล้วก็ยิ่งคุ้มค่าสำหรับอิชิตันและโออิชิ เพราะสร้างดีมานด์ขึ้นมาในตลาดแบบทันทีทันใด เพราะมีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยที่ปกติไม่กินชาเขียว แต่ซื้อเพื่อต้องการชิงโชค

“ถ้าไม่มีแคมเปญอย่างเก่งตลาดชาเขียวโตปีละ 3-5% แต่พอมีแคมเปญตลาด ทำให้ตลาดเติบโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 20%ได้ทุกปี อย่างปี 2555 ตลาดชาเขียวโตถึง 30% หรือ 13,000 ล้านบาท” ตันคอนเฟิร์มและบอกถึงทิศทางได้ชัดเจนว่า แคมเปญการตลาดเป็นของคู่กับตลาดชาเขียวไปแล้ว

แต่สิ่งที่ตันต้องยอมรับ คือ การที่เขาจะต้องเผชิญกับคู่แข่งอย่าง “โออิชิ” ที่เหนือกว่าเรื่องฐานเงินทุน และไล่บี้อิชิตันชนิดหายใจรดต้นคอ และที่สำคัญใช้กลยุทธ์ “me too” เมื่ออิชิตันคิดหรือทำแคมเปญออกมา โออิชิก็ทำตามและเกทับให้เหนือกว่า

หมดแคมเปญยอดขายหด
ชนินทร์ เทียนเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไอเบฟเวอเรจ จำกัด ซึ่งทำธุรกิจเครื่องดื่ม ตั้งข้อสังเกตว่า การแข่งขันในเรื่องแคมเปญของชาเขียว เป็นการกระตุ้นให้เกิดการซื้อที่ไม่ใช่เพื่อการบริโภค แต่ซื้อเพื่อต้องการชิงโชคเท่านั้น ดังนั้นหากหมดแคมเปญยอดขายจะตกทันที ทำให้อิชิตันและโออิชิจึงต้องมีแคมเปญออกสู่ตลาดต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นผู้บริโภคตลอดเวลา

นอกจากนี้ การต่อสู้กันในเรื่องแคมเปญในลักษณะนี้ ยังส่งผลต่อการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ออกสู่ตลาด เพราะเมื่อผู้ประกอบการนำเงินไปสู้กันที่ตัวแคมเปญเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดเป็นหลัก ทำให้เมืองไทยขาดพัฒนาการ ความหลากหลายในเรื่องของเครื่องดื่มเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ
ขึ้นอยู่กับสายป่านใครยาวกว่า

ทางด้าน ดร.ธเนศ ศิริกิจ อาจารย์และนักวิชาการด้านการตลาด มองว่า แคมเปญการตลาดชิงโชคที่โออิชิและอิชิตันนำมาแข่งขันในครั้งนี้ เป็นการแข่งขันแบบ Zero-Zum-Game หรือ การแข่งขันในตลาดที่อยู่ในภาวะอิ่มตัว จึงไม่ได้ทำให้ตลาดขยายตัว แต่เป็นการแย่งชิงลูกค้าจากอีกฝ่ายเป็นหลัก

ภาวะตลาดชาเขียวเริ่มจะทรงตัวมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ทำให้ “อิชิตัน” ต้องออกแคมเปญเพื่อกระตุ้นความต้องการ ซึ่งตัวแคมเปญไม่ได้มีความแปลกใหม่ หรือเป็นยุทธศาสตร์ทางธุรกิจ แต่เป็นโปรโมชั่น “ลด แลก แจก แถม” ตามปกติ โดยนำเรื่องคาดหวังของผู้บริโภคคนไทยที่อยากรวยมาประยุกต์เป็นแคมเปญให้มาลุ้นของรางวัลไม่ต่างจากการซื้อ “ลอตเตอรี่” ทำให้เกิดดีมานด์มากระตุ้นให้กระแสชาเขียวที่เริ่มอิ่มตัวให้ขยายออกไป

เมื่ออิชิตันทำแคมเปญออกมาสร้างกระแสได้ คู่แข่งอย่างโออิชิไม่ยอมน้อยหน้า ต้องออกแคมเปญลักษณะเดียวกันออกมาตอบโต้ เนื่องจากการแข่งขันของระหว่างโออิชิและอิชิตันนั้น เป็นมากกว่าคู่แข่งในธุรกิจปกติ ซึ่งเป็นผลมาจากความขัดแย้งอันเกิดจากการที่ตันขายหุ้นให้โออิชิแล้วมาสร้างแบรนด์ชาเชียวอิชิตัน จึงทำให้การแข่งขันของทั้งคู่มีจุดมุ่งหมายที่ต้องการช่วงชิงลูกค้ามาจากอีกรายเป็นหลัก

ที่สำคัญ ผู้บริโภคเวลานี้ไม่ได้จำว่าใครเป็นคนต้นคิด หรือออกแคมเปญมาก่อนกัน ไม่มีแบรนด์นี้ก็กินแบรนด์นี้ได้ ทดแทนกันได้ 100% ผู้ชนะในเกมนี้จึงขึ้นอยู่กับว่าใครคือผู้มีสายป่านกว่ากันเท่านั้น คือผู้คว้าชัย

เปรียบเทียบแคมเปญ

โออิชิ อิชิตัน
ชื่อแคมเปญ รหัสโออิชิ ลุ้นรวยทุกชั่วโมง อิชิตัน ลุ้นรหัสรวยเปรี้ยง รีเทิร์น 60 วัน 60 ล้าน พร้อมอักรางวัลไอโฟน 5 มากที่สุดในโลก
งบที่ใช้ 250-300 ล้านบาท 180 ล้านบาท
ระยะเวลา มีนาคม-พฤษภาคม 25 ก.พ.-3 มิ.ย.
วิธีแจก แจกทอง 1 ล้านบาท ทุกวัน 60 วัน แจกทอง 1 ล้านบาท ทุกวัน 60 วัน
กลยุทธ
 
 
 
 
แจกทองคำมูลค่า 10,000 บาท ทุกชั่วโมง รวม 8 ครั้ง
ส่งฝาหรือกล่องชิงโชคทองคำ 1 ล้าน ทุกเดือนๆ ละ 2 รางวัล
 
แจกไอโฟน 5 วันละ 10 เครื่อง
งวดที่ 1,10,20,30,40,50,60 แจกไอโฟน 5 เป็นงวดงวดละ 100 เครื่อง
ส่งฝาหรือกล่องชิงโชคล้านและไอโฟน 5 อีก 100 เครื่อง วันที่ 3 มิถุนายน
วิธีชิงรางวัล ส่งรหัสผ่านมือถือ ส่งรหัสผ่านมือถือ
จำนวนรางวัล เพิ่มจาก 55 รางวัลเป็น 2,466 รางวัล 1,290 รางวัล เพิ่มสิทธิพิเศษอีก 2 แสนสิทธิ มูลค่ารางวัล 90 ล้านบาทและมูลค่าสิทธิพิเศษ
มูลค่ารางวัล เพิ่มจาก 50 ล้านบาท เป็น 90 ล้านบาท 30 ล้านบาท
เป้าหมาย เพิ่มอัตราเข้าถึงครัวเรือนจาก 70% เป็น 75% มีผู้ส่งรหัส 50% ของยอดขายหรือ 100 ล้านบาท เพิ่มช่องทางขายผ่าน Traditional เป็น 60%
ยอดขาย กระตุ้นยอดขายโต 30% เพิ่มจาก 45% เป็น 50% ทำยอดขาย 1,500 ล้านบาท

Consumer Insight

บริษัท นีลเส็น ได้รายงานผลการซื้อสื่อโฆษณาระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2557 พบว่า ยอดซื้อสื่อทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ แมกกาซีน โรงภาพยนตร์ สื่อนอกบ้าน สื่อในห้างสรรพสินค้า รวมทั้งสื่ออินเทอร์เน็ต มีมูลค่ารวม 49.738 ล้านบาท โดยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2556 พบว่า ติดลบ 9.38%

บริษัท PwC Consulting (ประเทศไทย) คาดการใช้จ่ายผ่านสื่อและบันเทิงของไทยในปี 2561 จะมีสูงกว่า 4.3 แสนล้านบาท ขณะที่อุตสาหกรรมสื่อและบันเทิง 5 ปีข้างหน้าเติบโตเฉลี่ย 7.3% ต่อปี แซงหน้าตลาดสหรัฐ-ยุโรปและอัตราการเติบโตเฉลี่ยทั่วโลก ผลมาจากการขยายตัวของธุรกิจโฆษณาออนไลน์ การใช้งานเคเบิ้ลทีวี และการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตที่เพิ่มสูงขึ้น

ที่ กรุงเทพฯ วันที่ 25 มิถุนายน 2557 ไอดีซีได้เปิดเผยรายงานสถานการณ์ตลาดโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยล่าสุด ซึ่งพบว่าระดับราคาของสมาร์ทโฟนที่ลดต่ำลงประกอบกับแรงผลักจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ได้กระตุ้นความนิยมในสินค้าสมาร์ทโฟนจนมียอดจัดส่งสูงกว่าฟีเจอร์โฟนเป็นครั้งแรก

Insight

นอกจาก “สติกเกอร์” ที่ถือเป็นหนึ่ง “อาวุธ” ให้กับ “ไลน์” กลายเป็นแชตแอปพลิเคชั่นที่สามารถครองความนิยมในตลาดไทยได้แล้ว “เกม” ถือเป็นอีกหนึ่งใน “เกมกลยุทธ์” ทางธุรกิจของไลน์ที่ต้องจับตา

รู้หรือไม่ว่า โลโก้ของแบรนด์ที่พบเห็นในปัจจุบันนั้น มีนัยยะอะไรซ่อนอยู่บ้าง โดยสิ่งที่ปรากฏในโลโก้นั้นเป็นได้ทั้งที่มาของแบรนด์ หรือเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ของแบรนด์เลยก็ได้ มาดู 12 โลโก้ ที่มีใจความอะไรแฝงอยู่

ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง น้องหมา และแมว ใครว่าเล่นๆ ตัวเลขทะลุ “หมื่นล้านบาท” ไปแล้ว และยังเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี ไม่น้อยกว่า 10-20%

Strategic Move

โฆษณาประเภทบีบคั้นอารมณ์ เรียกน้ำตาจากคนดูยังเป็นที่นิยมเสมอ คราวนี้เป็นทีวีซีล่าสุดของ แลนด์ แอนด์เฮาส์ ที่ออกทีวีซีชุดล่าสุด ใช้ชื่อว่า “ปาก…ไม่ตรงกับใจ by Land and Houses": เวอร์ชั่น "เพราะรัก"

หลังจากที่แบรนด์รังนก เลือกใช้ “แนวคู่รัก” มาเป็น “แบรนด์ เลิฟ แอมบาสเดอร์” ต่อเนื่องมาหลายปี เริ่มตั้งแต่ปี 2542 แพท-สุธาสินี พุทธินันท์ และสามี มาร์ค-แกรี่ โรดดิเกส อ้อม-พิยะดา และ จนมาถึงคู่ของ แอ๊ฟ และสงกรานต์ เตชะณรงค์

ต้องนับเป็นการปรับตัวของแบรนด์กาแฟชื่อดัง ที่ต้องรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เมื่อผู้บริโภคยุคนี้หันมาดื่มกาแฟสดกันมากขึ้น จนกลายเป็นยุคบูมร้านกาแฟสดที่เปิดสาขากันทั่วเมือง ทั้งแบรนด์ดังระดับพรีเมียม ไปจนถึงร้านกาแฟสดริมทางที่มีให้เลือกดื่มหลากหลายได้ตลอดเวลา ส่งผลมูลค่าของตลาดกาแฟสดเพิ่มขึ้นทุกปี

Social Media Club

เทศกาลประกวดโฆษณา Cannes Lions International Festival of Creativity 2014 ที่นอกจากคัดเลือกงานโฆษณาที่โดดเด่นในรอบปี คานส์ ไลอ้อนส์ยังเป็นเวทีที่ชี้นำเทรนด์ของงานโฆษณาและการตลาดในช่วงนั้นๆ

วาตานาเบ นาโอโตโม และ แดซอก คิม สองดีไซน์เนอร์ จากบริษัทเนเวอร์ไลน์ ประเทศญีปุ่น ให้คำแนะนำแก่นักออกแบบชาวไทย ในการออกแบบ "สติ๊กเกอร์ไลน์" "ว่า" สติ๊กเกอร์ของคนไทยพยายามทำเป็น Global มากเกินไป ทำให้ไม่มีเอกลักษณ์ เพราะในตลาดใหญ่มีคาแร็คเตอร์ดังๆ อยู่แล้ว ทำให้สู้คาแร็คเตอร์เหล่านั้นยาก

ไลน์ ประเทศไทย อัพเดทตัวเลขรายได้ และจำนวนสติกเกอร์ จากการขายบน ครีเอเตอร์มาร์เก็ต (Creators Market) แพลตฟอร์มที่ไลน์ให้ผู้ใช้สามารถขายสติกเกอร์ ที่ผ่านการคัดเลือกจากไลน์วางขายใน LINE Store (เว็บขายสติกเกอร์และไอเทมเกม) ซึ่งผู้ขายจะได้รับส่วนแบ่ง 50%

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

กฎ 7 ข้อ ในการเล่าเรื่องข้ามสื่อ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสร้าง 3 อย่างนั้นได้, ต่อไปนี้ "กฎ 7 ข้อ ในการเล่าเรื่องข้ามสื่อ" ที่จะช่วยทำให้เนื้อหาสื่อกลายเป็นพระราชา หรือ "Content is the king."

สำหรับนักการตลาดแล้ว กระแสฟีเวอร์ของฟุตบอลโลกปีนี้ ไม่ได้อยู่ที่การรอลุ้นว่าใครจะเป็นแชมป์โลก แต่หมายถึงการ “วัดมูลค่าผลตอบแทน” ที่ได้รับจากทำการตลาดเกาะเทรนด์นี้ต่างหาก

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488