ถอดรหัส ครอบครัวข่าว สร้างขุมทองใน “เวลาเน่า”

“ช่อง 3” พิสูจน์ความสำเร็จจากการนำ “เวลาไม่ทำเงิน” ให้เป็น “เวลาทอง” ด้วยรายการ “ข่าว” ตั้งแต่เช้าจนถึงดึก จนกลายเป็นที่มาของ “ครอบครัวข่าว” โดยใช้หลักการแข่งขันและกลยุทธ์การตลาดเต็มรูปแบบ ตั้งแต่วิจัยจนถึงการสร้างเสน่ห์รายการด้วย “พิธีกรข่าว” “รายการข่าว” ของช่อง 3 ทุกวันนี้ กลายเป็นเวลาทำเงิน ขายอย่างต่ำนาทีละแสน ผังรายการ 50% ถูเทให้กับรายการข่าว

กลยุทธ์การพัฒนารายการข่าวของช่อง 3 มาจาก 3 หลักการใหญ่ คือ

1. การสร้างสูตรการแข่งขันกันเองระหว่างผู้ร่วมผลิตรายการข่าวที่ปัจจุบันช่อง 3 มีสัญญาอยู่กับผู้ผลิต 4 ราย คือ บีอีซีเทโร เครือช่อง 3 กลุ่มบริษัทไร่ส้มของ “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” กลุ่มบริษัทฮอตนิวส์ ของ “กิตติ สิงหาปัด” และบริษัทเซิร์ชไลฟ์ จำกัด ในเครือเซิร์ช เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ซึ่งมีทั้งรูปแบบการแบ่งเวลาขายโฆษณา การเช่าเวลาไปผลิต และการส่งพิธีกรมาร่วมรายการ แม้จะอยู่ภายใต้แบรนด์ “ครอบครัวข่าว” เหมือนกัน แต่ทุกบริษัทสามารถทำรายการข่าวได้ แต่ละรายจึงพร้อม “เสียบ” หากผู้ผลิตรายใดมือตก เรตติ้งหาย ซึ่งแน่นอนไม่มีใครอยากถูกถอดออกจากผัง

2. กลยุทธ์การตลาดตั้งแต่วิจัยจนถึงโฆษณาประชาสัมพันธ์ อีเวนต์มาร์เก็ตติ้ง เพื่อเป็น Touch Point ให้ใกล้ชิดกับแฟนช่อง 3 มากขึ้น ภายใต้แบรนด์เดียวกันคือ “ครอบครัวข่าว 3”

3. การสร้างเสน่ห์รายการข่าวด้วย “พิธีกรข่าว” ที่ช่อง 3 ทั้งดึง ทุ่มซื้อตัวจนกลายเป็นช่องมีพิธีกรข่าวในสังกัดมากที่สุด

ผลจากกลยุทธ์นี้ทำให้ “รายการข่าว” ทำรายได้ให้ช่อง 3 แล้วประมาณ 26% ของรายได้ทั้งหมดประมาณ 8,000 ล้านบาท ในปี 2009 แม้จะไม่สูงเท่ารายการละคร แต่ผู้บริหาร “ช่อง 3” นำโดย “ประวิทย์ มาลีนนท์” ก็เต็มใจหั่นเวลาให้ “รายการข่าว” เต็มที่ถึงวันละประมาณ 12 ชั่วโมง หรือ 50% ของผังรายการรายการทั้งหมด หรือแม้แต่ยกรายการ “วาไรตี้บันเทิง” ที่ผู้ชมชอบ และขายโฆษณาง่ายออกแล้วนำรายการข่าวเข้ามาแทนที่ในช่วง 4 ทุ่มครึ่ง อย่าง “ข่าว 3 มิติ” เพราะงานนี้ช่อง 3 ยอมแลกเพื่อชื่อเสียง ต่อยอดมายังเรตติ้ง และรายได้ ด้วยความมั่นใจจากความสำเร็จตามแนวทางตลอดช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา

เวลาทองตั้งแต่เช้าถึงดึก

ปี 2546 ช่อง 3 เปิดศึกรายการข่าวด้วย “ข่าวเช้า” “เรื่องเล่าเช้านี้” จนสามารถอัพอัตราค่าโฆษณาจากนาทีละ 80,000 บาท มาเป็น 175,000 บาทในปัจจุบัน ปี 2548 สร้างสีสันข่าวช่วงเย็นด้วยการเล่าข่าว “เรื่องเด่นเย็นนี้” เพิ่มจากเรต 100,000 บาท เป็น 175,000 บาท ภายใต้แบรนด์ “ครอบครัวข่าว” และในปี 2551 ช่อง 3 นำเวลาหลังละครช่วง 4 ทุ่มครึ่ง เป็นรายการข่าวชนิดฮาร์ดนิวส์ ที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ใหญ่ที่ชอบชมข่าวช่วงดึก จนขายโฆษณาได้เต็มนาทีละ 260,000 บาท และช่อง 7 ต้องวิ่งตาม และเกิดปรากฏการณ์ข่าว Reality News Show

“สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทบางกอกเอนเตอร์เทน์เมนท์ จำกัด(มหาชน) บอกว่า ช่อง 3 กำลังเดินยุทธศาสตร์ขยาย “โปรดักต์” ในแนวกว้าง เพื่อรายได้ และชื่อเสียง ด้วย “รายการข่าว” เพราะไม่ต้องการพึ่งพิง “ละคร” เพียงอย่างเดียว ซึ่งมีต้นทุนแพงทั้งค่าผลิตและค่าตัวดารา และยัง “ต้องลุ้น” ว่าแต่ละเรื่องผู้ชมจะตอบรับหรือไม่ แม้ว่า “ละคร” จะเคยทำรายได้หลักให้ช่อง 3 ถึง 80% และปัจจุบันมีสัดส่วน 40% ก็ตาม

ขณะเดียวกันสถานการณ์บ้านเมืองและปรากฏการณ์ในโลกมีข่าวสารต้องติดตามมากมาย ผู้ชมมีพฤติกรรมต้องการชมข่าวมากขึ้น จึงเป็นอีกโอกาสหนึ่งของรายการข่าว

ล่าสุดการเพิ่ม Slot รายการข่าว 4 ทุ่มครึ่ง “สุรินทร์” บอกว่าได้ศึกษาพฤติกรรมผู้ชมอย่างละเอียด โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองที่ส่วนใหญ่ช่วงเย็นยังไม่ได้ดูข่าว เพราะอยู่ระหว่างเดินทาง อยู่บนท้องถนน ขณะที่รายการข่าวส่วนใหญ่จบช่วง 1-2 ทุ่มครึ่ง หลังกลับบ้านผู้ชมดูละคร ได้พักผ่อนหย่อนใจ ประมาณ 2 ชั่วโมง การมีรายการข่าวในช่วงนี้จึงเป็นช่องว่างการตลาดที่ช่อง 3 มั่นใจอีกครั้งว่าจะได้คนดูและรายได้

รายได้เพิ่ม

“สุรินทร์” บอกว่า “รายการข่าว” ทำรายได้ให้ช่อง 3 เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมมีสัดส่วนรายได้ 10-14% ของรายได้ทั้งหมด ในปี 2007 ทำรายได้ 20% ปี 2008 มีรายได้ 23% และปี 2009 ตั้งเป้ารายได้ 26% ผลของความสำเร็จมาจากการสร้างแบรนด์ “ครอบครัวข่าว” ที่เริ่มในช่วงปี 2548 จากการทำข่าวเย็นให้น่าสนใจมากขึ้นในรายการ “เรื่องเด่นเย็นนี้” ซึ่งเริ่มมีกลยุทธ์การตลาดเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การวิจัยไลฟ์สไตล์ของผู้ชม ความชอบในการชมเนื้อหาข่าว ความชอบในตัวพิธีกรข่าว รวมไปถึงการจัดอีเวนต์มาร์เก็ตติ้ง เพื่อสร้างความใกล้ชิดกับผู้ชม

แข่งขันต้องได้มากกว่า 25%

ปัจจุบันรายการข่าวที่เกินครึ่งชั่วโมงของช่อง 3 มี 5 ช่วงเวลา โดยมีผู้ร่วมผลิตหลัก 4 ราย โดยฝ่ายข่าวของช่อง 3 มีบทบาทสำคัญ เพราะเป็น “ตะกร้าข่าวรวม” ให้ผู้ร่วมผลิตแต่ละรายใช้ตั้งแต่เนื้อหา นักข่าว และอุปกรณ์ โดยทุกวันในเวลา 2 โมงเย็น และ 6 โมงเย็น จะมีการประชุมโต๊ะข่าวกับผู้ผลิต เพื่อให้รู้ว่าแต่ละช่วงต้องการข่าวในมุมใด และต้องการใช้อุปกรณ์ใดบ้าง

ขณะที่ผู้ผลิตแต่ละรายจะมีเจ้าหน้าที่ของตัวเองมาเสริมบางส่วน ส่วนใหญ่คือตำแหน่งโปรดิวเซอร์ และที่พิเศษคือของรายการข่าว 3 มิติ จะมีทีมข่าวของตัวเอง จาก “ไอทีวี” ที่เน้นทำข่าวให้ตรงคอนเซ็ปต์รายการคือการเจาะลึก

“สุรินทร์” บอกว่าทุก 3 เดือนผู้บริหารของทุกกลุ่มบริษัท และโปรดิวเซอร์รายการ รวมทั้งผู้ประกาศหลักๆ ต้องประชุมร่วมกับฝ่ายการตลาด และบางครั้งจะมี “ประวิทย์” เข้าร่วมด้วย เพื่อดูข้อมูลทางการตลาด ว่าผู้ชมต้องการชมอะไร และแน่นอนเพื่อประมวลภาวะการแข่งขันระหว่างช่อง นอกเหนือจากที่ฝ่ายการตลาดได้ส่งข้อมูลเรตติ้งให้ผู้จัดรายการข่าวทุกช่วงได้รับทราบข้อมูลทุกวัน โดยเป้าหมายแต่ละรายการควรได้คนดูช่วงเวลาที่ออกอากาศนั้นประมาณ 25% หากไม่ถึงก็ต้องหาสาเหตุว่าเพราะอะไร และทำความเข้าใจกันว่าต้องปรับอะไรบ้าง ซึ่งโดยหลักในการบริหารรายการนั้นจะใช้ทั้ง Sense ของทีมผู้บริหารและข้อมูล เพื่อส่งความเป็น Human Touch ถึงผู้ชมให้มากที่สุด

กลุ่มผู้ชมต่างรูปแบบ เนื้อหาต่าง

----------------------------------------------------------------------------
รายการ / สัดส่วนผู้ชม(กทม.+หัวเมือง) ผู้ร่วมผลิต รูปแบบ ผู้ชมหลัก
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
“เรื่องเล่าเช้านี้”/ 50% บีอีซี เทโร คุยข่าวสั้นกระชับ วัยทำงาน
(จันทร์-ศุกร์ 06.00-08.30 น.) เนื้อหาข่าวเมื่อวานและข่าวรอบดึก แม่บ้าน
พิธีกรข่าวหลัก “สรยุทธ สุทัศนะจินดา”
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
“เที่ยงวันทันเหตุการณ์”/26% บีอีซี เทโร อ่านข่าวสไตล์เล่าข่าว ที่เกิดขึ้น แม่บ้าน
(จันทร์-ศุกร์ 11.35-13.00 น.) ช่วงเช้า ธุรกิจส่วนตัว
พิธีกรข่าวหลัก “สายสวรรค์ ขยันยิ่ง”
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
“เรื่องเด่นเย็นนี้”/27% มีพิธีกรข่าวหลากหลาย Mass
(จันทร์-ศุกร์ 16.30-18.00 น.) เล่าข่าวที่เกิดขึ้นตลอดวัน และ
“เรื่องเด่นเย็นนี้เสาร์-อาทิตย์” เซิร์ชไลฟ์ ประเด็นที่คาดว่านสพ.จะพาดหัววันรุ่งขึ้น
(17.15-18.00 น.) ครอบคลุมเซ็กเมนต์ ตั้งแต่ข่าวการเมือง
เศรษฐกิจ สังคม กีฬา รวมทั้งการสัมภาษณ์
ผู้ประกาศ 6 คน
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
“ข่าว 3 มิติ” /35% ฮอตนิวส์ รายงานมิติของข่าวมากขึ้น ผู้ใหญ่
(ทุกวันเว้นอังคาร 22.30-23.00น.) ข่าวเจาะ ด้วยนักข่าวที่เชี่ยวชาญ
พิธีกรข่าวหลัก-“กิตติ สิงหาปัด”
-------------------------------------------------------------------------
“ข่าววันใหม่” 27% บีอีซี เทโร สรุปข่าวตลอดวัน. ผู้ใหญ่
(ทุกวันประมาณ 00.30-01.30) เล่าข่าวจากนสพ. วัยหนุ่มสาวที่นอนดึก
พิธีกรข่าวหลัก “อริสรา กำธรเจริญ”
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์/36% บริษัทไร่ส้ม คุยข่าว และอัพเดตข่าวล่าสุด ครอบครัว
(11.00-12.15 น.) ของวัน
พิธีกรข่าวหลัก “สรยุทธ สุทัศนะจินดา”
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : POSITIONING รวบรวม

พิธีกรข่าวเพียบ-คอนเทนต์พร้อมลุยช่องใหม่
ตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ช่อง 3 ได้ชื่อว่าสร้างพิธีกรข่าวให้มีเสน่ห์ และเทียบชั้นเป็นดารา ตั้งแต่การเริ่มสร้างพิธีกรของช่อง เช่นรุ่นของ “กาลาแมร์ พัชรศรี เบญจมาศ” จนมาถึงการดึงพิธีกรข่าวจากช่องต่างๆ มาสังกัด โดยเฉพาะจากช่อง 7 และจากจุดเปลี่ยนของสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ที่กลายมาเป็นทีไอทีวี จนพิธีกรไอทีวีแพแตกแยกย้ายไปอยู่ช่องต่างๆ จำนวนมาก โดยเฉพาะช่อง 3 ที่ทุ่มไม่อั้น หากพิธีกรคนใดมีแววดี และเป็นที่รู้จักของของผู้ชม ช่อง 3 ก็ได้ชื่อว่าพร้อมทุ่มซื้อตัว จนปัจจุบันช่อง 3 มีพิธีกรข่าวรวมแล้ว 50-60 คน

“สุรินทร์” บอกว่าโอกาสของช่อง 3 มีสูง เมื่อภาครัฐเปิดโอกาสให้เอกชนขอใบอนุญาตให้บริการเคเบิลทีวีโดยเฉพาะผ่านระบบดาวเทียม

“ขณะนี้การที่ช่อง 3 มีทีมข่าว มีพิธีกรจำนวนมาก และได้รู้จักผู้ชมจากการออกอากาศในปัจจุบัน ถือว่าเป็นการฝึกงานอย่างหนัก เมื่อกฎหมายอนุญาตให้มีทีวีช่องใหม่ ไม่ว่าจะเป็น 3/1 3/2 ช่อง 3 ก็จะพร้อมมากที่สุด และผมคิดว่าช่องอื่นก็ต้องทำด้วยเช่นกัน”

นี่คือรูปแบบและเป้าหมายการรบของสงครามธุรกิจทีวี ที่มี “ข่าว” เป็นอาวุธในเวลานี้ และช่อง 3 เจ้าพ่อธุรกิจบันเทิงขวัญใจคนเมือง ก็ทุ่มเต็มรูปแบบ อย่างที่ “ประวิทย์” บิ๊กบอสของช่อง 3 บอกว่า “วงการนี้ไม่มีใครกลัวใครอยู่แล้ว”

Sections: 
Sectors: 

Digital TV & Media

หลังจาก เจ๊ติ๋ม หรือ พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย ใช้มาตรการปิดสวิทช์ทีวีดิจิตอล "ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย" โดยไม่จ่ายค่าประมูลใบอนุญาตออกอากาศทีวีดิจิตอล 2 ช่องของกลุ่มทีวีพูล คือ ช่อง ไทยทีวี และช่องโลก้า งวด 2 ให้กับทาง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ซึ่งครบกำหนดไปเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ในที่สุดกระแสข่าวที่ว่าช่อง 3 เตรียมถอดรายการ “ชิงร้อย ชิงล้าน Sunshine Day ผลิตโดย บริษัทเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด ที่เคยออกอากาศในช่วงบ่ายของวันอาทิตย์ ก็เป็นจริง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2558

เดอะ นีลเส็น คอมปะนี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงการใช้งบโฆษณาผ่านสื่อของ เดือนมิถุนายน 2558 มีมูลค่ารวม 11,791 ล้านบาท

Insight

มารู้จักับ “สเลอปี้”สินค้าที่กำลังสร้าง “ดราม่า” ให้กับ เซเว่น อีเลฟเว่น ประกาศว่า ทดลองออก แคมเปญ Bring Your Own Cup Day Thailand ให้ลูกค้านำภาชนะมากดสเลอปี้ ที่ร้าน เซเว่นอีเลฟเว่น ในวันที่ 23 ก.ค. นี้ เฉพาะแค่ 2 สาขาเท่านั้น

สติกเกอร์ ไลน์ จำกัดอยู่แค่กลุ่มศิลปิน นักออกแบบเพียงอย่างเดียว ยุคนี้ก็มีเหล่าดารา และเซเลบริตี้ชื่อดังหันมาทำสติกเกอร์ ไลน์กับเขาบ้าง ไว้เป็นช่องทางโปรโมต และสร้างแบรนด์อีกรูปแบบหนึ่ง

ดาราดังระดับ "ซุปตาร์" แบบมาเดี่ยว อาจไม่เพียงพอในการเรียกความสนใจจากผู้บริโภคยุคนี้ จึงทำให้บรรดาเจ้าของ "แบรนด์" ต้องอาศัยพลังจากโลกออนไลน์และคนดังในกระแส มาประกบคู่ "ฟีเจอริ่ง" ปั้นให้เป็น "พรีเซ็นเตอร์ดูโอ" ดึงความสนใจให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย

Consumer Insight

PwC คาดอีก 5-10 ปีมหาเศรษฐีพันล้านในเอเชียจะแซงหน้าอเมริกาและยุโรป ชี้อุตสาหกรรมอุปโภคบริโภคจะเป็นแหล่งสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งของคนในภูมิภาคนี้

บริษัทไอดีซี ประเทศไทย นำโดย ไมเคิล อาราเนต้า ผู้จัดการประจำประเทศไทย และทีมงานนักวิเคราะห์ของไอดีซี ได้ออกมาเปิดเผยถึงภาพรวมการใช้จ่าย อุปกรณ์ไอที ในกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป หรือ Thailand Consumer IT Spending ระหว่างปี 2015 -2016

ผลสำรวจฉบับล่าสุดเกี่ยวกับ แผนการท่องเที่ยวระดับโลกวีซ่า ประจำปี2558 (Visa Global Travel Intentions Study2015) พบว่า นักท่องเที่ยวชาวไทย 89% ออกเดินทางท่องเที่ยวไปต่างประเทศ มากสุด 5 ทริปต่อคน ใช้จ่าย 44,000 บาท

Strategic Move

ธนาคารไทยพาณิชย์แจ้งว่า ธนาคารจะปิดระบบ ATM ชั่วคราวทั่วประเทศ

หลังจากที่มีการแชร์ภาพเกี่ยวกับผ้าอ้อมมามีโพโคบนโลกออนไลน์ ที่เหล่าแม่บ้านได้พบปัญหาจำนวนสินค้าไม่ครบตามที่ระบุไว้หน้าบรรจุภัณฑ์ ทำให้เกิดกระแสแง่ลบอย่างมากมาย

ด้วยเทรนด์การกินเบอร์เกอร์ของคนไทยเพิ่มสูงมากขึ้น ทำให้ได้เห็นร้านอาหารที่เป็นร้านเบอร์เกอร์โดยเฉพาะแบบโฮมเมด หรือกระแสของ “Food Truck (ฟู้ด ทรัค)” ที่กำลังเป็นที่นิยมด้วยเช่นกัน

Social Media Club

YouGov หน่วยงานด้านการวิจัย และจัดทำผลสำรวจ ได้จัดอันดับ 10 แบรนด์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2015 ในประเทศไทย

การสำรวจล่าสุด พบอีเมลขยะหรือสแปม (Spam) ในระบบอินเทอร์เน็ตโลกมีจำนวนลดลงเหลือต่ำกว่า 50% ของอีเมลทั่วโลก ถือเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในรอบ 12 ปี 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสมาร์ทโฟนได้เข้ามาเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกายไปแล้ว และแน่นอนว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน สังคมออนไลน์เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น

Columnist

การตลาด ฤดูร้อน ต้อง Speed Advantage “ใคร ไว กว่าได้ เปรียบ” ในสมรภูมิ การแข่ง กำลัง ร้อน แรง เหมือนฤดูร้อน

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Trend

โตไม่หยุด! แอปเปิล (Apple) แถลงผลประกอบการไตรมาส 3 โดยระบุว่า ในไตรมาสนี้มีรายได้ทั้งสิ้น 49.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมีกำไรสุทธิถึง 10.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ฟากนักวิเคราะห์เริ่มห่วง หลังพบว่ากำไรของแอปเปิลนั้นอิงอยู่กับไอโฟนมากจนเกินไป

คุณยายวัยเกษียณชาวญี่ปุ่นรวมตัวตั้งวงดนตรี KBG84 ร้องเพลงในรูปแบบเดียวกับวงไอดอลสาวรุ่นหลาน และพร้อมเดินหน้าสานฝันเปิดคอนเสิร์ตใหญ่ที่กรุงโตเกียว

“เทย์เลอร์ สวิฟต์” ขยายตลาดในจีน เปิดขายเสื้อผ้าแบรนด์ตัวเองผ่านร้านค้าออนไลน์ ทั้ง JD.com และ Tmall หวังจับกลุ่มแฟนคลับในแผ่นดินใหญ่ที่แต่เดิมหาซื้อได้แต่สินค้าเลียนแบบ

Global Wrap

โรงเรียนกวดวิชา “วาเซดะ” ในญี่ปุ่น เผยแพร่โฆษณาที่เรียกน้ำตาจากบรรดาพ่อแม่ โดยเตือนสติว่า พฤติกรรมแปลกๆของลูกน้อยอาจคือความฝันอันยิ่งใหญ่ของเขา

เอเอฟพี/รอยเตอร์ - ไฮเนเก้น บริษัทผู้ผลิตเบียร์ยักษ์ใหญ่จากเนเธอร์แลนด์ ประกาศเมื่อวันจันทร์ (13) ว่า บริษัทได้เปิดโรงงานผลิตมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ในพม่า ในความมุ่งหวังที่จะเข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่งในตลาดที่เติบโตสูงแห่งหนึ่งของภูมิภาคเอเชีย

บริษัทนินเทนโดออกแถลงการณ์แจ้งข่าวว่าประธานคนปัจจุบัน "ซาโตรุ อิวาตะ" ได้เสียชีวิตลงแล้วในวัย 55 ปี สาเหตุจากเนื้องอกบริเวณท่อน้ำดี

People

คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับ “วิชัย ทองแตง” มาอย่างดี จากทนายความที่ผันตัว มาสู่การเป็น นักลงทุน จนได้ฉายา พ่อมดตลาดหุ้น หลังจากที่เขาได้ทำการเข้าไปลงทุนในหลายบริษัท และหลากหลายธุรกิจ สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ทำให้ชื่อของวิชัย ทองแตงขึ้นไปอยู่บนทำเนียบมหาเศรษฐีไทยที่ในอันดับที่ 13 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จัดอันดับโดยนิตยสารฟอบส์

ต้องยอมรับว่า ยิ่งแก่ ยิ่งเนื้อหอม สำหรับพระเอกมาดอบอุ่น “ก้อง สหรัถ สังคปรีชา” ที่ปีนี้มีอายุ 47 ปีแล้ว แต่งานพรีเซนเตอร์ยังคงแน่นเอี้ยดไม่น้อยหน้าพระเอกรุ่นใหม่ไฟแรงคนไหน เพราะด้วยลุคที่ หล่อ เท่ส์ สมาร์ท ดูอบอุ่น และชื่อเสียงไม่เสียหาย จึงทำให้ก้อง สหรัถ กลายเป็นที่ถูกตาต้องใจของแบรนด์สินค้าหลายๆแบรนด์

เปิดใจ “อีเจี๊ยบ เลียบด่วน” เจ้าของเพจมาแรงแห่งปี ผ่านการ“โฟนอิน”แบบเจาะลึก เป็นครั้งแรก ในงานสัมมนา ฝ่าวิกฤตพิชิตดราม่าในโลกโซเชียลมีเดีย ซึ่งจัดโดย Position Magazine Online ถึงที่มาของ เพจเล่าข่าว ด้วยสำนวนแสบๆ คันๆ มันๆ จนสร้างยอดไลค์ ทะลุล้านแล้ว

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
เฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348