ถอดรหัส ครอบครัวข่าว สร้างขุมทองใน “เวลาเน่า”

“ช่อง 3” พิสูจน์ความสำเร็จจากการนำ “เวลาไม่ทำเงิน” ให้เป็น “เวลาทอง” ด้วยรายการ “ข่าว” ตั้งแต่เช้าจนถึงดึก จนกลายเป็นที่มาของ “ครอบครัวข่าว” โดยใช้หลักการแข่งขันและกลยุทธ์การตลาดเต็มรูปแบบ ตั้งแต่วิจัยจนถึงการสร้างเสน่ห์รายการด้วย “พิธีกรข่าว” “รายการข่าว” ของช่อง 3 ทุกวันนี้ กลายเป็นเวลาทำเงิน ขายอย่างต่ำนาทีละแสน ผังรายการ 50% ถูเทให้กับรายการข่าว

กลยุทธ์การพัฒนารายการข่าวของช่อง 3 มาจาก 3 หลักการใหญ่ คือ

1. การสร้างสูตรการแข่งขันกันเองระหว่างผู้ร่วมผลิตรายการข่าวที่ปัจจุบันช่อง 3 มีสัญญาอยู่กับผู้ผลิต 4 ราย คือ บีอีซีเทโร เครือช่อง 3 กลุ่มบริษัทไร่ส้มของ “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” กลุ่มบริษัทฮอตนิวส์ ของ “กิตติ สิงหาปัด” และบริษัทเซิร์ชไลฟ์ จำกัด ในเครือเซิร์ช เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ซึ่งมีทั้งรูปแบบการแบ่งเวลาขายโฆษณา การเช่าเวลาไปผลิต และการส่งพิธีกรมาร่วมรายการ แม้จะอยู่ภายใต้แบรนด์ “ครอบครัวข่าว” เหมือนกัน แต่ทุกบริษัทสามารถทำรายการข่าวได้ แต่ละรายจึงพร้อม “เสียบ” หากผู้ผลิตรายใดมือตก เรตติ้งหาย ซึ่งแน่นอนไม่มีใครอยากถูกถอดออกจากผัง

2. กลยุทธ์การตลาดตั้งแต่วิจัยจนถึงโฆษณาประชาสัมพันธ์ อีเวนต์มาร์เก็ตติ้ง เพื่อเป็น Touch Point ให้ใกล้ชิดกับแฟนช่อง 3 มากขึ้น ภายใต้แบรนด์เดียวกันคือ “ครอบครัวข่าว 3”

3. การสร้างเสน่ห์รายการข่าวด้วย “พิธีกรข่าว” ที่ช่อง 3 ทั้งดึง ทุ่มซื้อตัวจนกลายเป็นช่องมีพิธีกรข่าวในสังกัดมากที่สุด

ผลจากกลยุทธ์นี้ทำให้ “รายการข่าว” ทำรายได้ให้ช่อง 3 แล้วประมาณ 26% ของรายได้ทั้งหมดประมาณ 8,000 ล้านบาท ในปี 2009 แม้จะไม่สูงเท่ารายการละคร แต่ผู้บริหาร “ช่อง 3” นำโดย “ประวิทย์ มาลีนนท์” ก็เต็มใจหั่นเวลาให้ “รายการข่าว” เต็มที่ถึงวันละประมาณ 12 ชั่วโมง หรือ 50% ของผังรายการรายการทั้งหมด หรือแม้แต่ยกรายการ “วาไรตี้บันเทิง” ที่ผู้ชมชอบ และขายโฆษณาง่ายออกแล้วนำรายการข่าวเข้ามาแทนที่ในช่วง 4 ทุ่มครึ่ง อย่าง “ข่าว 3 มิติ” เพราะงานนี้ช่อง 3 ยอมแลกเพื่อชื่อเสียง ต่อยอดมายังเรตติ้ง และรายได้ ด้วยความมั่นใจจากความสำเร็จตามแนวทางตลอดช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา

เวลาทองตั้งแต่เช้าถึงดึก

ปี 2546 ช่อง 3 เปิดศึกรายการข่าวด้วย “ข่าวเช้า” “เรื่องเล่าเช้านี้” จนสามารถอัพอัตราค่าโฆษณาจากนาทีละ 80,000 บาท มาเป็น 175,000 บาทในปัจจุบัน ปี 2548 สร้างสีสันข่าวช่วงเย็นด้วยการเล่าข่าว “เรื่องเด่นเย็นนี้” เพิ่มจากเรต 100,000 บาท เป็น 175,000 บาท ภายใต้แบรนด์ “ครอบครัวข่าว” และในปี 2551 ช่อง 3 นำเวลาหลังละครช่วง 4 ทุ่มครึ่ง เป็นรายการข่าวชนิดฮาร์ดนิวส์ ที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ใหญ่ที่ชอบชมข่าวช่วงดึก จนขายโฆษณาได้เต็มนาทีละ 260,000 บาท และช่อง 7 ต้องวิ่งตาม และเกิดปรากฏการณ์ข่าว Reality News Show

“สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทบางกอกเอนเตอร์เทน์เมนท์ จำกัด(มหาชน) บอกว่า ช่อง 3 กำลังเดินยุทธศาสตร์ขยาย “โปรดักต์” ในแนวกว้าง เพื่อรายได้ และชื่อเสียง ด้วย “รายการข่าว” เพราะไม่ต้องการพึ่งพิง “ละคร” เพียงอย่างเดียว ซึ่งมีต้นทุนแพงทั้งค่าผลิตและค่าตัวดารา และยัง “ต้องลุ้น” ว่าแต่ละเรื่องผู้ชมจะตอบรับหรือไม่ แม้ว่า “ละคร” จะเคยทำรายได้หลักให้ช่อง 3 ถึง 80% และปัจจุบันมีสัดส่วน 40% ก็ตาม

ขณะเดียวกันสถานการณ์บ้านเมืองและปรากฏการณ์ในโลกมีข่าวสารต้องติดตามมากมาย ผู้ชมมีพฤติกรรมต้องการชมข่าวมากขึ้น จึงเป็นอีกโอกาสหนึ่งของรายการข่าว

ล่าสุดการเพิ่ม Slot รายการข่าว 4 ทุ่มครึ่ง “สุรินทร์” บอกว่าได้ศึกษาพฤติกรรมผู้ชมอย่างละเอียด โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองที่ส่วนใหญ่ช่วงเย็นยังไม่ได้ดูข่าว เพราะอยู่ระหว่างเดินทาง อยู่บนท้องถนน ขณะที่รายการข่าวส่วนใหญ่จบช่วง 1-2 ทุ่มครึ่ง หลังกลับบ้านผู้ชมดูละคร ได้พักผ่อนหย่อนใจ ประมาณ 2 ชั่วโมง การมีรายการข่าวในช่วงนี้จึงเป็นช่องว่างการตลาดที่ช่อง 3 มั่นใจอีกครั้งว่าจะได้คนดูและรายได้

รายได้เพิ่ม

“สุรินทร์” บอกว่า “รายการข่าว” ทำรายได้ให้ช่อง 3 เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมมีสัดส่วนรายได้ 10-14% ของรายได้ทั้งหมด ในปี 2007 ทำรายได้ 20% ปี 2008 มีรายได้ 23% และปี 2009 ตั้งเป้ารายได้ 26% ผลของความสำเร็จมาจากการสร้างแบรนด์ “ครอบครัวข่าว” ที่เริ่มในช่วงปี 2548 จากการทำข่าวเย็นให้น่าสนใจมากขึ้นในรายการ “เรื่องเด่นเย็นนี้” ซึ่งเริ่มมีกลยุทธ์การตลาดเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การวิจัยไลฟ์สไตล์ของผู้ชม ความชอบในการชมเนื้อหาข่าว ความชอบในตัวพิธีกรข่าว รวมไปถึงการจัดอีเวนต์มาร์เก็ตติ้ง เพื่อสร้างความใกล้ชิดกับผู้ชม

แข่งขันต้องได้มากกว่า 25%

ปัจจุบันรายการข่าวที่เกินครึ่งชั่วโมงของช่อง 3 มี 5 ช่วงเวลา โดยมีผู้ร่วมผลิตหลัก 4 ราย โดยฝ่ายข่าวของช่อง 3 มีบทบาทสำคัญ เพราะเป็น “ตะกร้าข่าวรวม” ให้ผู้ร่วมผลิตแต่ละรายใช้ตั้งแต่เนื้อหา นักข่าว และอุปกรณ์ โดยทุกวันในเวลา 2 โมงเย็น และ 6 โมงเย็น จะมีการประชุมโต๊ะข่าวกับผู้ผลิต เพื่อให้รู้ว่าแต่ละช่วงต้องการข่าวในมุมใด และต้องการใช้อุปกรณ์ใดบ้าง

ขณะที่ผู้ผลิตแต่ละรายจะมีเจ้าหน้าที่ของตัวเองมาเสริมบางส่วน ส่วนใหญ่คือตำแหน่งโปรดิวเซอร์ และที่พิเศษคือของรายการข่าว 3 มิติ จะมีทีมข่าวของตัวเอง จาก “ไอทีวี” ที่เน้นทำข่าวให้ตรงคอนเซ็ปต์รายการคือการเจาะลึก

“สุรินทร์” บอกว่าทุก 3 เดือนผู้บริหารของทุกกลุ่มบริษัท และโปรดิวเซอร์รายการ รวมทั้งผู้ประกาศหลักๆ ต้องประชุมร่วมกับฝ่ายการตลาด และบางครั้งจะมี “ประวิทย์” เข้าร่วมด้วย เพื่อดูข้อมูลทางการตลาด ว่าผู้ชมต้องการชมอะไร และแน่นอนเพื่อประมวลภาวะการแข่งขันระหว่างช่อง นอกเหนือจากที่ฝ่ายการตลาดได้ส่งข้อมูลเรตติ้งให้ผู้จัดรายการข่าวทุกช่วงได้รับทราบข้อมูลทุกวัน โดยเป้าหมายแต่ละรายการควรได้คนดูช่วงเวลาที่ออกอากาศนั้นประมาณ 25% หากไม่ถึงก็ต้องหาสาเหตุว่าเพราะอะไร และทำความเข้าใจกันว่าต้องปรับอะไรบ้าง ซึ่งโดยหลักในการบริหารรายการนั้นจะใช้ทั้ง Sense ของทีมผู้บริหารและข้อมูล เพื่อส่งความเป็น Human Touch ถึงผู้ชมให้มากที่สุด

กลุ่มผู้ชมต่างรูปแบบ เนื้อหาต่าง

----------------------------------------------------------------------------
รายการ / สัดส่วนผู้ชม(กทม.+หัวเมือง) ผู้ร่วมผลิต รูปแบบ ผู้ชมหลัก
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
“เรื่องเล่าเช้านี้”/ 50% บีอีซี เทโร คุยข่าวสั้นกระชับ วัยทำงาน
(จันทร์-ศุกร์ 06.00-08.30 น.) เนื้อหาข่าวเมื่อวานและข่าวรอบดึก แม่บ้าน
พิธีกรข่าวหลัก “สรยุทธ สุทัศนะจินดา”
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
“เที่ยงวันทันเหตุการณ์”/26% บีอีซี เทโร อ่านข่าวสไตล์เล่าข่าว ที่เกิดขึ้น แม่บ้าน
(จันทร์-ศุกร์ 11.35-13.00 น.) ช่วงเช้า ธุรกิจส่วนตัว
พิธีกรข่าวหลัก “สายสวรรค์ ขยันยิ่ง”
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
“เรื่องเด่นเย็นนี้”/27% มีพิธีกรข่าวหลากหลาย Mass
(จันทร์-ศุกร์ 16.30-18.00 น.) เล่าข่าวที่เกิดขึ้นตลอดวัน และ
“เรื่องเด่นเย็นนี้เสาร์-อาทิตย์” เซิร์ชไลฟ์ ประเด็นที่คาดว่านสพ.จะพาดหัววันรุ่งขึ้น
(17.15-18.00 น.) ครอบคลุมเซ็กเมนต์ ตั้งแต่ข่าวการเมือง
เศรษฐกิจ สังคม กีฬา รวมทั้งการสัมภาษณ์
ผู้ประกาศ 6 คน
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
“ข่าว 3 มิติ” /35% ฮอตนิวส์ รายงานมิติของข่าวมากขึ้น ผู้ใหญ่
(ทุกวันเว้นอังคาร 22.30-23.00น.) ข่าวเจาะ ด้วยนักข่าวที่เชี่ยวชาญ
พิธีกรข่าวหลัก-“กิตติ สิงหาปัด”
-------------------------------------------------------------------------
“ข่าววันใหม่” 27% บีอีซี เทโร สรุปข่าวตลอดวัน. ผู้ใหญ่
(ทุกวันประมาณ 00.30-01.30) เล่าข่าวจากนสพ. วัยหนุ่มสาวที่นอนดึก
พิธีกรข่าวหลัก “อริสรา กำธรเจริญ”
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์/36% บริษัทไร่ส้ม คุยข่าว และอัพเดตข่าวล่าสุด ครอบครัว
(11.00-12.15 น.) ของวัน
พิธีกรข่าวหลัก “สรยุทธ สุทัศนะจินดา”
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : POSITIONING รวบรวม

พิธีกรข่าวเพียบ-คอนเทนต์พร้อมลุยช่องใหม่
ตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ช่อง 3 ได้ชื่อว่าสร้างพิธีกรข่าวให้มีเสน่ห์ และเทียบชั้นเป็นดารา ตั้งแต่การเริ่มสร้างพิธีกรของช่อง เช่นรุ่นของ “กาลาแมร์ พัชรศรี เบญจมาศ” จนมาถึงการดึงพิธีกรข่าวจากช่องต่างๆ มาสังกัด โดยเฉพาะจากช่อง 7 และจากจุดเปลี่ยนของสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ที่กลายมาเป็นทีไอทีวี จนพิธีกรไอทีวีแพแตกแยกย้ายไปอยู่ช่องต่างๆ จำนวนมาก โดยเฉพาะช่อง 3 ที่ทุ่มไม่อั้น หากพิธีกรคนใดมีแววดี และเป็นที่รู้จักของของผู้ชม ช่อง 3 ก็ได้ชื่อว่าพร้อมทุ่มซื้อตัว จนปัจจุบันช่อง 3 มีพิธีกรข่าวรวมแล้ว 50-60 คน

“สุรินทร์” บอกว่าโอกาสของช่อง 3 มีสูง เมื่อภาครัฐเปิดโอกาสให้เอกชนขอใบอนุญาตให้บริการเคเบิลทีวีโดยเฉพาะผ่านระบบดาวเทียม

“ขณะนี้การที่ช่อง 3 มีทีมข่าว มีพิธีกรจำนวนมาก และได้รู้จักผู้ชมจากการออกอากาศในปัจจุบัน ถือว่าเป็นการฝึกงานอย่างหนัก เมื่อกฎหมายอนุญาตให้มีทีวีช่องใหม่ ไม่ว่าจะเป็น 3/1 3/2 ช่อง 3 ก็จะพร้อมมากที่สุด และผมคิดว่าช่องอื่นก็ต้องทำด้วยเช่นกัน”

นี่คือรูปแบบและเป้าหมายการรบของสงครามธุรกิจทีวี ที่มี “ข่าว” เป็นอาวุธในเวลานี้ และช่อง 3 เจ้าพ่อธุรกิจบันเทิงขวัญใจคนเมือง ก็ทุ่มเต็มรูปแบบ อย่างที่ “ประวิทย์” บิ๊กบอสของช่อง 3 บอกว่า “วงการนี้ไม่มีใครกลัวใครอยู่แล้ว”

Digital TV & Media

ทีประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) มีมติ “ไม่ทบทวน” ตามที่ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอทบทวนมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดให้โครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ภายใน 15 วัน

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

บริษัทเอซี นีลเส็น ได้รายงานยอดซื้อสื่อโฆษณาในเดือนกันยายน 2557 พบว่า ยอดยอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 8,651 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกันยายน 2556 มียอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 9,697ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.79%

Consumer Insight

หญิงสาว อายุระหว่าง 18-25 ปี ถือว่าเป็น “กลุ่มผู้บริโภคเนื้อหอม” ของนักการตลาดที่ต้องการเจาะตลาดมากเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์สินค้าต่างๆ แล้ว ยังเป็นวัยที่มีอำนาจในการตัดสินใจซื้อสูง และมีอิมแพ็คในการแชร์ข่าวสารของแบรนด์จากการติดโซเชียลมีเดีย แต่สาวๆเหล่านี้ พฤติกรรมที่ยากจะเข้าใจ

เมื่อพฤติกรรมการใช้สื่อหลากหลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน บริษัท ทีเอ็นเอส บริษัทวิจัยการตลาดข้ามชาติ ได้สำรวจพฤติกรรมของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต Connected Life ของไทย พบว่า คนไทยใช้เวลาบนโทรศัพท์มือถือ เข้าอินเทอร์เน็ต ดูทีวี เล่นแท็บเล็ท แต่ให้เวลากับหนังสือพิมพ์ วิทยุ ไม่กี่นาทีต่อวัน

เมื่อยุคที่การ “รีวิวสินค้า” กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดออนไลน์ยอดนิยม ที่หลายสินค้านำมาใช้ เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ที่มักจะเชื่อคำแนะนำจากเพื่อนฝูง และการบอกต่อในโลกออนไลน์มากกว่า “โฆษณา”

Insight

ต้องถือเป็น “จุดเปลี่ยน” ครั้งสำคัญของบริษัทยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย กับการแต่งตั้ง “สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ ขึ้นนั่งในตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร ของบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคข้ามชาติรายใหญ่ ที่มียอดขาย 40,000 ล้านบาทต่อปี ภายใต้ผลิตภัณฑ์ 30 กว่าแบรนด์ที่ทำตลาด เข้าถึงคนไทยทุกครัวเรือน คิดเฉลี่ยแล้วจะมีคนไทยใช้สินค้าของยูนิลีเวอร์อย่างน้อย 3 ครั้งในหนึ่งวัน

แม้ที่ผ่านมาสหพัฒน์ได้เคยออกฟังก์ชั่นนอลดริ้งก์ในแบรนด์ “i-Healti” มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ดูเหมือนว่าตลาดจะไม่หวือหวา มีส่วนแบ่งการตลาดไปได้ไม่ถึง 5% เท่านั้น จากมูลค่าตลาดรวม 7,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง 10% ต่อปี

ในศึกดิจิตอลทีวีอาร์เอสได้ส่งช่อง 8 ลงสมรภูมิไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย ถึงคราวที่อาร์เอสจะต้องลุยศึกในตลาดทีวีเคเบิ้ลและแซทเทิลไลท์ ที่ปัจจุบันครองตลาดถึง 70% จากภาพรวมธุรกิจทีวีทั้งหมดในประเทศไทย โดยอาร์เอสดัน “ช่อง 2” เป็นหัวหอกหลักในการทำตลาด ยังคงใช้จุดแข็งด้านรายการวาไรตี้บันเทิงเรื่องดารา โดยใช้พิธีกรที่มีชื่อเสียงเป็นตัวชูโรงรายการ

Strategic Move

หลังจากค่ายทรูมูฟ ประกาศเปิดจองไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัส ล่วงหน้าวันที่ 24 ตุลาคม ได้ไม่นาน ถัดมาไม่กี่ชั่วโมง ค่ายเอไอเอส ตามมาด้วยดีแทค ได่ประกาศ จำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2557 นี้

หลังจากแชร์ชื่อเล่นคนไทย ในแคมเปญ Share a Coke จนประสบความสำเร็จกันไปแล้ว โค้กยังคงเดินหน้าต่อยอดแคมเปญนี้ต่อไป ด้วยการออกแพ็คเกจจิ้งออกมาต่อเนื่อง อย่างเช่น แคมเปญฟุตบอลโลก และแฟนต้าชิคกี้แพ็ค

หลังจากแอปเปิลได้ประกาศ กำหนดการวางจำหน่ายไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัส ในไทย วันที่ 31 ตุลาคม 2557 ล่าสุด ค่ายทรูมูฟ เอช ประกาศวางจำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus อย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ตุลาคม 2557

Social Media Club

เชื่อว่าหลายคนคงจำคุณลุงฝรั่งคนหนึ่งพร้อมกับเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่พบในกรุงเทพฯ กับคลิปวิดีโอ “BKK 1st Time : ตอนโดนคนไทยด่าครั้งแรก” ด้วยสำนวนที่เป็นกันเองและมีถ้อยคำทะลึ่งเล็กน้อย แต่ทำให้คนดูรู้สึกสนุกและทำให้เกิดการแชร์ต่อไปมากมายบนโลกออนไลน์

Facebook เปิดตัว FBIQ แหล่งข้อมูลแห่งใหม่ที่ช่วยให้นักการตลาดเข้าใจผู้คนที่มีความแตกต่างในแง่ของเจเนอเรชั่น สถานที่อยู่ อุปกรณ์ที่ใช้ และเวลาที่เข้าใช้ ผ่านข้อมูลเชิงลึกและบทวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ

เมื่อ “เฟซบุ๊ค” ยังเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คครองความนิยมมาเป็นอันดับแรก บรรดาแบรนด์ต่างๆ จึงต้องมุ่งเน้นทำการสื่อสารบนเฟซบุ๊ค แต่การสื่อสารบนเฟซุบุ๊คไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย "บริษัทแอดยิ้ม ออนไลน์ เอเยนซี่" ได้นำเสนอ แนวทางการ การสร้างคอนเทนต์ที่ดีในเฟซบุ๊ค มีจุดร่วมที่ต้องให้ความใส่ใจ ควรคำนึงถึงในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทางเฟซบุ๊ค

Columnist

กระแสการทำตลาดย้อนยุค Retro Marketing / Retro Brand / Retro-Nova Marketing ในปัจจุบันเห็นการทำตลาดย้อนยุค ซึ่งการตลาดเรียกว่า Retro Marketing แต่อาจารย์ขอใช้คำว่า “Marketing Memory” คือการทำการตลาดกับความรู้สึก กับ ความทรงจำ

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

7 ปีก่อน เมื่อผู้เขียนกลับจากเมืองจีน หลายคนสงสัยว่าของแปลกๆ อย่างโต๊ะคอมที่แม้นอนบนเตียงก็ยังพิมพ์งานได้ รวมถึงรองเท้าไนกี้รุ่นที่ไม่เคยเห็นในท้องตลาดนั้นข้าพเจ้าได้มาอย่างไร ผู้เขียนจึงตอบไปแค่สั้นๆ ว่า “ช้อปจากเถาเป่า”

การทำอีเว้นท์แจก Sampling สินค้าตัวอย่างคงจะธรรมดาไปแล้วเรียบร้อย ยุคนี้ต้องไฮเทคกว่านั้น ออฟไลน์ หรือออนไลน์ต้องมีครบ

People

การขึ้นนั้งเก้าอี้ใหญ่ของ “สุพัตรา” จึงไม่ธรรมดา เธอเข้าทำงานในยูนิลีเวอร์มา 21 ปี ผ่านทั้งงาน “บู๊ และบุ๋น” ทั้งในไทย และในระดับภูมิภาค

คณะกรรมการธนาคารกสิกรไทย ประกาศแต่งตั้ง ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ เป็นรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย ดูแลสายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริกา

หลังจากซีอีโอคนเดิม กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ประกาศแต่งตั้ง กนิษฐ เมืองกระจ่าง รับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร แทน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ. ศ. 2557 เป็นต้นไป

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348