ถอดรหัส ครอบครัวข่าว สร้างขุมทองใน “เวลาเน่า”

“ช่อง 3” พิสูจน์ความสำเร็จจากการนำ “เวลาไม่ทำเงิน” ให้เป็น “เวลาทอง” ด้วยรายการ “ข่าว” ตั้งแต่เช้าจนถึงดึก จนกลายเป็นที่มาของ “ครอบครัวข่าว” โดยใช้หลักการแข่งขันและกลยุทธ์การตลาดเต็มรูปแบบ ตั้งแต่วิจัยจนถึงการสร้างเสน่ห์รายการด้วย “พิธีกรข่าว” “รายการข่าว” ของช่อง 3 ทุกวันนี้ กลายเป็นเวลาทำเงิน ขายอย่างต่ำนาทีละแสน ผังรายการ 50% ถูเทให้กับรายการข่าว

กลยุทธ์การพัฒนารายการข่าวของช่อง 3 มาจาก 3 หลักการใหญ่ คือ

1. การสร้างสูตรการแข่งขันกันเองระหว่างผู้ร่วมผลิตรายการข่าวที่ปัจจุบันช่อง 3 มีสัญญาอยู่กับผู้ผลิต 4 ราย คือ บีอีซีเทโร เครือช่อง 3 กลุ่มบริษัทไร่ส้มของ “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” กลุ่มบริษัทฮอตนิวส์ ของ “กิตติ สิงหาปัด” และบริษัทเซิร์ชไลฟ์ จำกัด ในเครือเซิร์ช เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ซึ่งมีทั้งรูปแบบการแบ่งเวลาขายโฆษณา การเช่าเวลาไปผลิต และการส่งพิธีกรมาร่วมรายการ แม้จะอยู่ภายใต้แบรนด์ “ครอบครัวข่าว” เหมือนกัน แต่ทุกบริษัทสามารถทำรายการข่าวได้ แต่ละรายจึงพร้อม “เสียบ” หากผู้ผลิตรายใดมือตก เรตติ้งหาย ซึ่งแน่นอนไม่มีใครอยากถูกถอดออกจากผัง

2. กลยุทธ์การตลาดตั้งแต่วิจัยจนถึงโฆษณาประชาสัมพันธ์ อีเวนต์มาร์เก็ตติ้ง เพื่อเป็น Touch Point ให้ใกล้ชิดกับแฟนช่อง 3 มากขึ้น ภายใต้แบรนด์เดียวกันคือ “ครอบครัวข่าว 3”

3. การสร้างเสน่ห์รายการข่าวด้วย “พิธีกรข่าว” ที่ช่อง 3 ทั้งดึง ทุ่มซื้อตัวจนกลายเป็นช่องมีพิธีกรข่าวในสังกัดมากที่สุด

ผลจากกลยุทธ์นี้ทำให้ “รายการข่าว” ทำรายได้ให้ช่อง 3 แล้วประมาณ 26% ของรายได้ทั้งหมดประมาณ 8,000 ล้านบาท ในปี 2009 แม้จะไม่สูงเท่ารายการละคร แต่ผู้บริหาร “ช่อง 3” นำโดย “ประวิทย์ มาลีนนท์” ก็เต็มใจหั่นเวลาให้ “รายการข่าว” เต็มที่ถึงวันละประมาณ 12 ชั่วโมง หรือ 50% ของผังรายการรายการทั้งหมด หรือแม้แต่ยกรายการ “วาไรตี้บันเทิง” ที่ผู้ชมชอบ และขายโฆษณาง่ายออกแล้วนำรายการข่าวเข้ามาแทนที่ในช่วง 4 ทุ่มครึ่ง อย่าง “ข่าว 3 มิติ” เพราะงานนี้ช่อง 3 ยอมแลกเพื่อชื่อเสียง ต่อยอดมายังเรตติ้ง และรายได้ ด้วยความมั่นใจจากความสำเร็จตามแนวทางตลอดช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา

เวลาทองตั้งแต่เช้าถึงดึก

ปี 2546 ช่อง 3 เปิดศึกรายการข่าวด้วย “ข่าวเช้า” “เรื่องเล่าเช้านี้” จนสามารถอัพอัตราค่าโฆษณาจากนาทีละ 80,000 บาท มาเป็น 175,000 บาทในปัจจุบัน ปี 2548 สร้างสีสันข่าวช่วงเย็นด้วยการเล่าข่าว “เรื่องเด่นเย็นนี้” เพิ่มจากเรต 100,000 บาท เป็น 175,000 บาท ภายใต้แบรนด์ “ครอบครัวข่าว” และในปี 2551 ช่อง 3 นำเวลาหลังละครช่วง 4 ทุ่มครึ่ง เป็นรายการข่าวชนิดฮาร์ดนิวส์ ที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ใหญ่ที่ชอบชมข่าวช่วงดึก จนขายโฆษณาได้เต็มนาทีละ 260,000 บาท และช่อง 7 ต้องวิ่งตาม และเกิดปรากฏการณ์ข่าว Reality News Show

“สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทบางกอกเอนเตอร์เทน์เมนท์ จำกัด(มหาชน) บอกว่า ช่อง 3 กำลังเดินยุทธศาสตร์ขยาย “โปรดักต์” ในแนวกว้าง เพื่อรายได้ และชื่อเสียง ด้วย “รายการข่าว” เพราะไม่ต้องการพึ่งพิง “ละคร” เพียงอย่างเดียว ซึ่งมีต้นทุนแพงทั้งค่าผลิตและค่าตัวดารา และยัง “ต้องลุ้น” ว่าแต่ละเรื่องผู้ชมจะตอบรับหรือไม่ แม้ว่า “ละคร” จะเคยทำรายได้หลักให้ช่อง 3 ถึง 80% และปัจจุบันมีสัดส่วน 40% ก็ตาม

ขณะเดียวกันสถานการณ์บ้านเมืองและปรากฏการณ์ในโลกมีข่าวสารต้องติดตามมากมาย ผู้ชมมีพฤติกรรมต้องการชมข่าวมากขึ้น จึงเป็นอีกโอกาสหนึ่งของรายการข่าว

ล่าสุดการเพิ่ม Slot รายการข่าว 4 ทุ่มครึ่ง “สุรินทร์” บอกว่าได้ศึกษาพฤติกรรมผู้ชมอย่างละเอียด โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองที่ส่วนใหญ่ช่วงเย็นยังไม่ได้ดูข่าว เพราะอยู่ระหว่างเดินทาง อยู่บนท้องถนน ขณะที่รายการข่าวส่วนใหญ่จบช่วง 1-2 ทุ่มครึ่ง หลังกลับบ้านผู้ชมดูละคร ได้พักผ่อนหย่อนใจ ประมาณ 2 ชั่วโมง การมีรายการข่าวในช่วงนี้จึงเป็นช่องว่างการตลาดที่ช่อง 3 มั่นใจอีกครั้งว่าจะได้คนดูและรายได้

รายได้เพิ่ม

“สุรินทร์” บอกว่า “รายการข่าว” ทำรายได้ให้ช่อง 3 เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมมีสัดส่วนรายได้ 10-14% ของรายได้ทั้งหมด ในปี 2007 ทำรายได้ 20% ปี 2008 มีรายได้ 23% และปี 2009 ตั้งเป้ารายได้ 26% ผลของความสำเร็จมาจากการสร้างแบรนด์ “ครอบครัวข่าว” ที่เริ่มในช่วงปี 2548 จากการทำข่าวเย็นให้น่าสนใจมากขึ้นในรายการ “เรื่องเด่นเย็นนี้” ซึ่งเริ่มมีกลยุทธ์การตลาดเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การวิจัยไลฟ์สไตล์ของผู้ชม ความชอบในการชมเนื้อหาข่าว ความชอบในตัวพิธีกรข่าว รวมไปถึงการจัดอีเวนต์มาร์เก็ตติ้ง เพื่อสร้างความใกล้ชิดกับผู้ชม

แข่งขันต้องได้มากกว่า 25%

ปัจจุบันรายการข่าวที่เกินครึ่งชั่วโมงของช่อง 3 มี 5 ช่วงเวลา โดยมีผู้ร่วมผลิตหลัก 4 ราย โดยฝ่ายข่าวของช่อง 3 มีบทบาทสำคัญ เพราะเป็น “ตะกร้าข่าวรวม” ให้ผู้ร่วมผลิตแต่ละรายใช้ตั้งแต่เนื้อหา นักข่าว และอุปกรณ์ โดยทุกวันในเวลา 2 โมงเย็น และ 6 โมงเย็น จะมีการประชุมโต๊ะข่าวกับผู้ผลิต เพื่อให้รู้ว่าแต่ละช่วงต้องการข่าวในมุมใด และต้องการใช้อุปกรณ์ใดบ้าง

ขณะที่ผู้ผลิตแต่ละรายจะมีเจ้าหน้าที่ของตัวเองมาเสริมบางส่วน ส่วนใหญ่คือตำแหน่งโปรดิวเซอร์ และที่พิเศษคือของรายการข่าว 3 มิติ จะมีทีมข่าวของตัวเอง จาก “ไอทีวี” ที่เน้นทำข่าวให้ตรงคอนเซ็ปต์รายการคือการเจาะลึก

“สุรินทร์” บอกว่าทุก 3 เดือนผู้บริหารของทุกกลุ่มบริษัท และโปรดิวเซอร์รายการ รวมทั้งผู้ประกาศหลักๆ ต้องประชุมร่วมกับฝ่ายการตลาด และบางครั้งจะมี “ประวิทย์” เข้าร่วมด้วย เพื่อดูข้อมูลทางการตลาด ว่าผู้ชมต้องการชมอะไร และแน่นอนเพื่อประมวลภาวะการแข่งขันระหว่างช่อง นอกเหนือจากที่ฝ่ายการตลาดได้ส่งข้อมูลเรตติ้งให้ผู้จัดรายการข่าวทุกช่วงได้รับทราบข้อมูลทุกวัน โดยเป้าหมายแต่ละรายการควรได้คนดูช่วงเวลาที่ออกอากาศนั้นประมาณ 25% หากไม่ถึงก็ต้องหาสาเหตุว่าเพราะอะไร และทำความเข้าใจกันว่าต้องปรับอะไรบ้าง ซึ่งโดยหลักในการบริหารรายการนั้นจะใช้ทั้ง Sense ของทีมผู้บริหารและข้อมูล เพื่อส่งความเป็น Human Touch ถึงผู้ชมให้มากที่สุด

กลุ่มผู้ชมต่างรูปแบบ เนื้อหาต่าง

----------------------------------------------------------------------------
รายการ / สัดส่วนผู้ชม(กทม.+หัวเมือง) ผู้ร่วมผลิต รูปแบบ ผู้ชมหลัก
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
“เรื่องเล่าเช้านี้”/ 50% บีอีซี เทโร คุยข่าวสั้นกระชับ วัยทำงาน
(จันทร์-ศุกร์ 06.00-08.30 น.) เนื้อหาข่าวเมื่อวานและข่าวรอบดึก แม่บ้าน
พิธีกรข่าวหลัก “สรยุทธ สุทัศนะจินดา”
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
“เที่ยงวันทันเหตุการณ์”/26% บีอีซี เทโร อ่านข่าวสไตล์เล่าข่าว ที่เกิดขึ้น แม่บ้าน
(จันทร์-ศุกร์ 11.35-13.00 น.) ช่วงเช้า ธุรกิจส่วนตัว
พิธีกรข่าวหลัก “สายสวรรค์ ขยันยิ่ง”
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
“เรื่องเด่นเย็นนี้”/27% มีพิธีกรข่าวหลากหลาย Mass
(จันทร์-ศุกร์ 16.30-18.00 น.) เล่าข่าวที่เกิดขึ้นตลอดวัน และ
“เรื่องเด่นเย็นนี้เสาร์-อาทิตย์” เซิร์ชไลฟ์ ประเด็นที่คาดว่านสพ.จะพาดหัววันรุ่งขึ้น
(17.15-18.00 น.) ครอบคลุมเซ็กเมนต์ ตั้งแต่ข่าวการเมือง
เศรษฐกิจ สังคม กีฬา รวมทั้งการสัมภาษณ์
ผู้ประกาศ 6 คน
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
“ข่าว 3 มิติ” /35% ฮอตนิวส์ รายงานมิติของข่าวมากขึ้น ผู้ใหญ่
(ทุกวันเว้นอังคาร 22.30-23.00น.) ข่าวเจาะ ด้วยนักข่าวที่เชี่ยวชาญ
พิธีกรข่าวหลัก-“กิตติ สิงหาปัด”
-------------------------------------------------------------------------
“ข่าววันใหม่” 27% บีอีซี เทโร สรุปข่าวตลอดวัน. ผู้ใหญ่
(ทุกวันประมาณ 00.30-01.30) เล่าข่าวจากนสพ. วัยหนุ่มสาวที่นอนดึก
พิธีกรข่าวหลัก “อริสรา กำธรเจริญ”
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์/36% บริษัทไร่ส้ม คุยข่าว และอัพเดตข่าวล่าสุด ครอบครัว
(11.00-12.15 น.) ของวัน
พิธีกรข่าวหลัก “สรยุทธ สุทัศนะจินดา”
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : POSITIONING รวบรวม

พิธีกรข่าวเพียบ-คอนเทนต์พร้อมลุยช่องใหม่
ตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ช่อง 3 ได้ชื่อว่าสร้างพิธีกรข่าวให้มีเสน่ห์ และเทียบชั้นเป็นดารา ตั้งแต่การเริ่มสร้างพิธีกรของช่อง เช่นรุ่นของ “กาลาแมร์ พัชรศรี เบญจมาศ” จนมาถึงการดึงพิธีกรข่าวจากช่องต่างๆ มาสังกัด โดยเฉพาะจากช่อง 7 และจากจุดเปลี่ยนของสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ที่กลายมาเป็นทีไอทีวี จนพิธีกรไอทีวีแพแตกแยกย้ายไปอยู่ช่องต่างๆ จำนวนมาก โดยเฉพาะช่อง 3 ที่ทุ่มไม่อั้น หากพิธีกรคนใดมีแววดี และเป็นที่รู้จักของของผู้ชม ช่อง 3 ก็ได้ชื่อว่าพร้อมทุ่มซื้อตัว จนปัจจุบันช่อง 3 มีพิธีกรข่าวรวมแล้ว 50-60 คน

“สุรินทร์” บอกว่าโอกาสของช่อง 3 มีสูง เมื่อภาครัฐเปิดโอกาสให้เอกชนขอใบอนุญาตให้บริการเคเบิลทีวีโดยเฉพาะผ่านระบบดาวเทียม

“ขณะนี้การที่ช่อง 3 มีทีมข่าว มีพิธีกรจำนวนมาก และได้รู้จักผู้ชมจากการออกอากาศในปัจจุบัน ถือว่าเป็นการฝึกงานอย่างหนัก เมื่อกฎหมายอนุญาตให้มีทีวีช่องใหม่ ไม่ว่าจะเป็น 3/1 3/2 ช่อง 3 ก็จะพร้อมมากที่สุด และผมคิดว่าช่องอื่นก็ต้องทำด้วยเช่นกัน”

นี่คือรูปแบบและเป้าหมายการรบของสงครามธุรกิจทีวี ที่มี “ข่าว” เป็นอาวุธในเวลานี้ และช่อง 3 เจ้าพ่อธุรกิจบันเทิงขวัญใจคนเมือง ก็ทุ่มเต็มรูปแบบ อย่างที่ “ประวิทย์” บิ๊กบอสของช่อง 3 บอกว่า “วงการนี้ไม่มีใครกลัวใครอยู่แล้ว”

Digital TV & Media

หลังจาก “ดิจิทัลทีวี” ผ่านครึ่งปีแรกของการดำเนินธุรกิจ คือเริ่มออกอากาศตั้งแต่เดือนพฤษภาคม มาด้วยความทะลักทุเล

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

ทีวีดิจิทัล ทยอยเปิดตัวผังรายการ และแผนการตลาด ล่าสุดเป็นคิวของ “พีพีทีวี เอชดี” (PPTV HD) ได้ออกมาเปิดเผยถึแผนการดำเนินงานในปีนี้ เพิ่มรายการบันเทิง เกมส์โชว์ เรียลิตี้โชว์ และละครไทย 8-10 เรื่อง ใช้เงินเงินลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท

Consumer Insight

ปัทมวรรณ สถาพร กรรมการผู้จัดการ มายด์แชร์ ประเทศไทย คาดการณ์ “เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคปี 2558” มี 5 เทรนด์ที่ต้องจับตา

ผลวิจัยพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคชาวไทย ของบริษัท ดันน์ฮัมบี้ ล่าสุด พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยหันมาซื้อสินค้าโดยใช้ปัจจัยด้านความสะดวกซื้อ และซื้อในแต่ละครั้งจะซื้อสินค้าจำนวนไม่มาก

Insight

เจ. วอลเตอร์ ธอมสัน บริษัทที่ปรึกษาด้านการสื่อสารการตลาดระดับโลกในเครือดับบลิวพีพี กรุ๊ป ได้พยากรณ์ทิศทางการตลาด“10 Years of 10 Trends” หรือ 10 แนวโน้มที่จะส่งผลในระดับมหภาคที่สำคัญที่สุด ที่จะหล่อหลอมพฤติกรรมและทัศนคติทางสังคมรวมไปถึงจะกำหนดทิศทางธุรกิจในปัจจุบัน

ปฏิเสธไม่ได้แล้วว่าโลกยุคนี้แทบทุกคนผูกติดอยู่กับการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะสืบหาข้อมูล ซื้อขายสินค้า หรือสนทนาทั่วไป ฯลฯ ล้วนทำบนโลกออนไลน์ผ่านช่องทางต่างๆ ซึ่งพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของแต่ละบุคคลนั้นสามารถบ่งบอกบุคลิกของคนคนนั้นได้อย่างดี

1. อนาคตกับการรับชมแบบสตรีม ในปี 2015 จะเป็นปีสำคัญที่ผู้คนจะชมวีดีโอจากการสตรีมเป็นรายสัปดาห์มากกว่าการดูรายการทีวีตามผังรายการ

Strategic Move

ทุกวันนี้กระแสความนิยมของหรูหราแบรนด์เนมชั้นนำนั้น ยังคงได้รับกระแสตอบรับอย่างดีอยู่เสมอมาไม่ว่าจะจากเหล่าบรรดาเหล่าไฮโซ เซเลบริตี้ หรือคนรักแบรน

“แมงป่อง” หนึ่งในค้าปลีก “โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนท์” ที่ต้องปรับตัวอย่างหนัก เพื่อรับกับผลกระทบจากโลกดิจิตอล ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคที่เสพสื่อออนไลน์มากกว่าการซื้อแผ่นซีดี อีกทั้งยังมีเรื่องปัญหาเรื่องสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ทำให้แมงป่องเจอศึกรอบด้าน และต้องหาทางดิ้นเพื่อความอยู่รอดกันยกใหญ่

“แฟนต้าไทย” ติดอันดับขายดีที่ 4 ของโลก ครองแชมป์ต่อเนื่องตลาดน้ำสีเมืองไทย เปิดตัว “แฟนต้า ไอซ์ซี่ เลมอน ไลม์” นำเทรนด์สุดจี๊ดชูคอนเซ็ปต์ “มะนาว ดี

Social Media Club

เครือข่ายสังคมข้อความสั้น “ทวิตเตอร์ (Twitter)” ขยายขีดความสามารถของตัวเองด้วยการเพิ่มคุณสมบัติส่งข้อความกลุ่มหรือ group message พร้อมกับการเปิดใ

เครือข่ายสังคมอันดับ 1 ของโลกอย่างเฟซบุ๊ก (Facebook) ออกมาปฏิเสธว่าวิกฤติบริการล่มทั่วโลกนานกว่า 45 นาทีเมื่อบ่ายวันอังคารที่ 27 มกราคมที่ผ่านมาตามเวลาในประเทศไทยนั้นไม่ได้เกิดจากการถูกเจาะระบบของกลุ่ม ‘Lizard Squad’ อย่างที่มีการกล่าวอ้าง โดยบอกว่ามีความผิดพลาดในการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าระบบภายในของเฟซบุ๊กเอง ทำให้ไม่สามารถให้บริการได้ชั่วขณะหนึ่ง

Columnist

เมื่อถึงยุคที่ธุรกิจต้องมีการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายในประเทศ (Internal Factors) หรือ ภายนอกประเทศ (External Factors)

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Wrap

กิจกรรมปกติของห้างต่างๆ ทั่วโลกคือ จัดเทศกาลชื่อแปลกๆ เพื่อมีเป้าหมายคือ ลดราคาสินค้าและชวนคนมาเดินห้างให้เยอะขึ้น แต่ไม่ว่าจะ Midnight Sales หรือ Clearance Sales ก็แล้ว ไม่มีห้างไหนในโลกที่วันเดียวจะสร้างยอดขายได้เป็นแสนล้านบาท!

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

Global Trend

ทริปแอดไวเซอร์ เว็บไซต์ท่องเที่ยว ประกาศโรงแรมที่ดีที่สุดในโลกปี 2558 ครั้งที่ 13 จากโรงแรมกว่า 8,151 แห่ง 8 ภูมิภาคทั่วโลก โดยคัดเลือกจากนักท่องเที่ยว ที่พิจารณาจุดเด่นในเรื่องการให้บริการ, คุณภาพและความคุ้มค่าจากรีวิวและความคิดเห็นต่างๆกว่าล้านข้อความในเว็บไซต์ของทริปแอดไวเซอร์ทั่วโลกในตลอดทั้งปีที่ผ่านมา

เป็นอีกหนึ่งเจ้าพ่อวงการไอทีที่ระยะหลังหันไปทุ่มเทให้กับกิจกรรมการกุศล และถึงกับเคยดื่มน้ำที่ผลิตจากของเสียได้อย่างคล่องคอ ล่าสุด บิลล์ และเมลินด

จากผลสำรวจของ Simply Measured ที่ทำการสำรวจอินเตอร์แบรนด์จำนวน 100 แบรนด์ที่เรารู้จักในทุกวันนี้ อย่างเช่น แอปเปิล กูเกิล หรือโคคา โคล่า และอื่นๆ อีกหลายแบรนด์ ล้วนใช้อินสตาแกรมเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือการตลาด และมีแอคเคาท์เป็นของตัวเอง

People

บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของแบรนด์ร้านอาหาร พิซซ่า ฮัท เปิดตัวแม่ทัพหญิง นางซาบีน่า ริกซ์วี่ รับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป พิซซ่า ฮัท ประจำประเทศไทย มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ด้วยจำนวนยอดกดไลค์ 165,278 คน และ Talk about this ที่มีอยู่ถึง 398,828 คือสถิติล่าสุดในบ่ายวันที่ 4 มิถุนายน ของเฟซบุ๊ก แฟนเพจ ที่ใช้ชื่อว่า “jaytherabbitofficial” เป็นสถิติที่ไม่ธรรมดาเลยสำหรับเฟซบุ๊กที่มีสัญลักษณ์ การ์ตูนกระต่าย ที่มาพร้อมกับข้อความจิกๆ กัดๆ ปนฮา เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348