ถอดรหัส ครอบครัวข่าว สร้างขุมทองใน “เวลาเน่า”

“ช่อง 3” พิสูจน์ความสำเร็จจากการนำ “เวลาไม่ทำเงิน” ให้เป็น “เวลาทอง” ด้วยรายการ “ข่าว” ตั้งแต่เช้าจนถึงดึก จนกลายเป็นที่มาของ “ครอบครัวข่าว” โดยใช้หลักการแข่งขันและกลยุทธ์การตลาดเต็มรูปแบบ ตั้งแต่วิจัยจนถึงการสร้างเสน่ห์รายการด้วย “พิธีกรข่าว” “รายการข่าว” ของช่อง 3 ทุกวันนี้ กลายเป็นเวลาทำเงิน ขายอย่างต่ำนาทีละแสน ผังรายการ 50% ถูเทให้กับรายการข่าว

กลยุทธ์การพัฒนารายการข่าวของช่อง 3 มาจาก 3 หลักการใหญ่ คือ

1. การสร้างสูตรการแข่งขันกันเองระหว่างผู้ร่วมผลิตรายการข่าวที่ปัจจุบันช่อง 3 มีสัญญาอยู่กับผู้ผลิต 4 ราย คือ บีอีซีเทโร เครือช่อง 3 กลุ่มบริษัทไร่ส้มของ “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” กลุ่มบริษัทฮอตนิวส์ ของ “กิตติ สิงหาปัด” และบริษัทเซิร์ชไลฟ์ จำกัด ในเครือเซิร์ช เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ซึ่งมีทั้งรูปแบบการแบ่งเวลาขายโฆษณา การเช่าเวลาไปผลิต และการส่งพิธีกรมาร่วมรายการ แม้จะอยู่ภายใต้แบรนด์ “ครอบครัวข่าว” เหมือนกัน แต่ทุกบริษัทสามารถทำรายการข่าวได้ แต่ละรายจึงพร้อม “เสียบ” หากผู้ผลิตรายใดมือตก เรตติ้งหาย ซึ่งแน่นอนไม่มีใครอยากถูกถอดออกจากผัง

2. กลยุทธ์การตลาดตั้งแต่วิจัยจนถึงโฆษณาประชาสัมพันธ์ อีเวนต์มาร์เก็ตติ้ง เพื่อเป็น Touch Point ให้ใกล้ชิดกับแฟนช่อง 3 มากขึ้น ภายใต้แบรนด์เดียวกันคือ “ครอบครัวข่าว 3”

3. การสร้างเสน่ห์รายการข่าวด้วย “พิธีกรข่าว” ที่ช่อง 3 ทั้งดึง ทุ่มซื้อตัวจนกลายเป็นช่องมีพิธีกรข่าวในสังกัดมากที่สุด

ผลจากกลยุทธ์นี้ทำให้ “รายการข่าว” ทำรายได้ให้ช่อง 3 แล้วประมาณ 26% ของรายได้ทั้งหมดประมาณ 8,000 ล้านบาท ในปี 2009 แม้จะไม่สูงเท่ารายการละคร แต่ผู้บริหาร “ช่อง 3” นำโดย “ประวิทย์ มาลีนนท์” ก็เต็มใจหั่นเวลาให้ “รายการข่าว” เต็มที่ถึงวันละประมาณ 12 ชั่วโมง หรือ 50% ของผังรายการรายการทั้งหมด หรือแม้แต่ยกรายการ “วาไรตี้บันเทิง” ที่ผู้ชมชอบ และขายโฆษณาง่ายออกแล้วนำรายการข่าวเข้ามาแทนที่ในช่วง 4 ทุ่มครึ่ง อย่าง “ข่าว 3 มิติ” เพราะงานนี้ช่อง 3 ยอมแลกเพื่อชื่อเสียง ต่อยอดมายังเรตติ้ง และรายได้ ด้วยความมั่นใจจากความสำเร็จตามแนวทางตลอดช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา

เวลาทองตั้งแต่เช้าถึงดึก

ปี 2546 ช่อง 3 เปิดศึกรายการข่าวด้วย “ข่าวเช้า” “เรื่องเล่าเช้านี้” จนสามารถอัพอัตราค่าโฆษณาจากนาทีละ 80,000 บาท มาเป็น 175,000 บาทในปัจจุบัน ปี 2548 สร้างสีสันข่าวช่วงเย็นด้วยการเล่าข่าว “เรื่องเด่นเย็นนี้” เพิ่มจากเรต 100,000 บาท เป็น 175,000 บาท ภายใต้แบรนด์ “ครอบครัวข่าว” และในปี 2551 ช่อง 3 นำเวลาหลังละครช่วง 4 ทุ่มครึ่ง เป็นรายการข่าวชนิดฮาร์ดนิวส์ ที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ใหญ่ที่ชอบชมข่าวช่วงดึก จนขายโฆษณาได้เต็มนาทีละ 260,000 บาท และช่อง 7 ต้องวิ่งตาม และเกิดปรากฏการณ์ข่าว Reality News Show

“สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทบางกอกเอนเตอร์เทน์เมนท์ จำกัด(มหาชน) บอกว่า ช่อง 3 กำลังเดินยุทธศาสตร์ขยาย “โปรดักต์” ในแนวกว้าง เพื่อรายได้ และชื่อเสียง ด้วย “รายการข่าว” เพราะไม่ต้องการพึ่งพิง “ละคร” เพียงอย่างเดียว ซึ่งมีต้นทุนแพงทั้งค่าผลิตและค่าตัวดารา และยัง “ต้องลุ้น” ว่าแต่ละเรื่องผู้ชมจะตอบรับหรือไม่ แม้ว่า “ละคร” จะเคยทำรายได้หลักให้ช่อง 3 ถึง 80% และปัจจุบันมีสัดส่วน 40% ก็ตาม

ขณะเดียวกันสถานการณ์บ้านเมืองและปรากฏการณ์ในโลกมีข่าวสารต้องติดตามมากมาย ผู้ชมมีพฤติกรรมต้องการชมข่าวมากขึ้น จึงเป็นอีกโอกาสหนึ่งของรายการข่าว

ล่าสุดการเพิ่ม Slot รายการข่าว 4 ทุ่มครึ่ง “สุรินทร์” บอกว่าได้ศึกษาพฤติกรรมผู้ชมอย่างละเอียด โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองที่ส่วนใหญ่ช่วงเย็นยังไม่ได้ดูข่าว เพราะอยู่ระหว่างเดินทาง อยู่บนท้องถนน ขณะที่รายการข่าวส่วนใหญ่จบช่วง 1-2 ทุ่มครึ่ง หลังกลับบ้านผู้ชมดูละคร ได้พักผ่อนหย่อนใจ ประมาณ 2 ชั่วโมง การมีรายการข่าวในช่วงนี้จึงเป็นช่องว่างการตลาดที่ช่อง 3 มั่นใจอีกครั้งว่าจะได้คนดูและรายได้

รายได้เพิ่ม

“สุรินทร์” บอกว่า “รายการข่าว” ทำรายได้ให้ช่อง 3 เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมมีสัดส่วนรายได้ 10-14% ของรายได้ทั้งหมด ในปี 2007 ทำรายได้ 20% ปี 2008 มีรายได้ 23% และปี 2009 ตั้งเป้ารายได้ 26% ผลของความสำเร็จมาจากการสร้างแบรนด์ “ครอบครัวข่าว” ที่เริ่มในช่วงปี 2548 จากการทำข่าวเย็นให้น่าสนใจมากขึ้นในรายการ “เรื่องเด่นเย็นนี้” ซึ่งเริ่มมีกลยุทธ์การตลาดเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การวิจัยไลฟ์สไตล์ของผู้ชม ความชอบในการชมเนื้อหาข่าว ความชอบในตัวพิธีกรข่าว รวมไปถึงการจัดอีเวนต์มาร์เก็ตติ้ง เพื่อสร้างความใกล้ชิดกับผู้ชม

แข่งขันต้องได้มากกว่า 25%

ปัจจุบันรายการข่าวที่เกินครึ่งชั่วโมงของช่อง 3 มี 5 ช่วงเวลา โดยมีผู้ร่วมผลิตหลัก 4 ราย โดยฝ่ายข่าวของช่อง 3 มีบทบาทสำคัญ เพราะเป็น “ตะกร้าข่าวรวม” ให้ผู้ร่วมผลิตแต่ละรายใช้ตั้งแต่เนื้อหา นักข่าว และอุปกรณ์ โดยทุกวันในเวลา 2 โมงเย็น และ 6 โมงเย็น จะมีการประชุมโต๊ะข่าวกับผู้ผลิต เพื่อให้รู้ว่าแต่ละช่วงต้องการข่าวในมุมใด และต้องการใช้อุปกรณ์ใดบ้าง

ขณะที่ผู้ผลิตแต่ละรายจะมีเจ้าหน้าที่ของตัวเองมาเสริมบางส่วน ส่วนใหญ่คือตำแหน่งโปรดิวเซอร์ และที่พิเศษคือของรายการข่าว 3 มิติ จะมีทีมข่าวของตัวเอง จาก “ไอทีวี” ที่เน้นทำข่าวให้ตรงคอนเซ็ปต์รายการคือการเจาะลึก

“สุรินทร์” บอกว่าทุก 3 เดือนผู้บริหารของทุกกลุ่มบริษัท และโปรดิวเซอร์รายการ รวมทั้งผู้ประกาศหลักๆ ต้องประชุมร่วมกับฝ่ายการตลาด และบางครั้งจะมี “ประวิทย์” เข้าร่วมด้วย เพื่อดูข้อมูลทางการตลาด ว่าผู้ชมต้องการชมอะไร และแน่นอนเพื่อประมวลภาวะการแข่งขันระหว่างช่อง นอกเหนือจากที่ฝ่ายการตลาดได้ส่งข้อมูลเรตติ้งให้ผู้จัดรายการข่าวทุกช่วงได้รับทราบข้อมูลทุกวัน โดยเป้าหมายแต่ละรายการควรได้คนดูช่วงเวลาที่ออกอากาศนั้นประมาณ 25% หากไม่ถึงก็ต้องหาสาเหตุว่าเพราะอะไร และทำความเข้าใจกันว่าต้องปรับอะไรบ้าง ซึ่งโดยหลักในการบริหารรายการนั้นจะใช้ทั้ง Sense ของทีมผู้บริหารและข้อมูล เพื่อส่งความเป็น Human Touch ถึงผู้ชมให้มากที่สุด

กลุ่มผู้ชมต่างรูปแบบ เนื้อหาต่าง

----------------------------------------------------------------------------
รายการ / สัดส่วนผู้ชม(กทม.+หัวเมือง) ผู้ร่วมผลิต รูปแบบ ผู้ชมหลัก
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
“เรื่องเล่าเช้านี้”/ 50% บีอีซี เทโร คุยข่าวสั้นกระชับ วัยทำงาน
(จันทร์-ศุกร์ 06.00-08.30 น.) เนื้อหาข่าวเมื่อวานและข่าวรอบดึก แม่บ้าน
พิธีกรข่าวหลัก “สรยุทธ สุทัศนะจินดา”
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
“เที่ยงวันทันเหตุการณ์”/26% บีอีซี เทโร อ่านข่าวสไตล์เล่าข่าว ที่เกิดขึ้น แม่บ้าน
(จันทร์-ศุกร์ 11.35-13.00 น.) ช่วงเช้า ธุรกิจส่วนตัว
พิธีกรข่าวหลัก “สายสวรรค์ ขยันยิ่ง”
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
“เรื่องเด่นเย็นนี้”/27% มีพิธีกรข่าวหลากหลาย Mass
(จันทร์-ศุกร์ 16.30-18.00 น.) เล่าข่าวที่เกิดขึ้นตลอดวัน และ
“เรื่องเด่นเย็นนี้เสาร์-อาทิตย์” เซิร์ชไลฟ์ ประเด็นที่คาดว่านสพ.จะพาดหัววันรุ่งขึ้น
(17.15-18.00 น.) ครอบคลุมเซ็กเมนต์ ตั้งแต่ข่าวการเมือง
เศรษฐกิจ สังคม กีฬา รวมทั้งการสัมภาษณ์
ผู้ประกาศ 6 คน
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
“ข่าว 3 มิติ” /35% ฮอตนิวส์ รายงานมิติของข่าวมากขึ้น ผู้ใหญ่
(ทุกวันเว้นอังคาร 22.30-23.00น.) ข่าวเจาะ ด้วยนักข่าวที่เชี่ยวชาญ
พิธีกรข่าวหลัก-“กิตติ สิงหาปัด”
-------------------------------------------------------------------------
“ข่าววันใหม่” 27% บีอีซี เทโร สรุปข่าวตลอดวัน. ผู้ใหญ่
(ทุกวันประมาณ 00.30-01.30) เล่าข่าวจากนสพ. วัยหนุ่มสาวที่นอนดึก
พิธีกรข่าวหลัก “อริสรา กำธรเจริญ”
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์/36% บริษัทไร่ส้ม คุยข่าว และอัพเดตข่าวล่าสุด ครอบครัว
(11.00-12.15 น.) ของวัน
พิธีกรข่าวหลัก “สรยุทธ สุทัศนะจินดา”
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : POSITIONING รวบรวม

พิธีกรข่าวเพียบ-คอนเทนต์พร้อมลุยช่องใหม่
ตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ช่อง 3 ได้ชื่อว่าสร้างพิธีกรข่าวให้มีเสน่ห์ และเทียบชั้นเป็นดารา ตั้งแต่การเริ่มสร้างพิธีกรของช่อง เช่นรุ่นของ “กาลาแมร์ พัชรศรี เบญจมาศ” จนมาถึงการดึงพิธีกรข่าวจากช่องต่างๆ มาสังกัด โดยเฉพาะจากช่อง 7 และจากจุดเปลี่ยนของสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ที่กลายมาเป็นทีไอทีวี จนพิธีกรไอทีวีแพแตกแยกย้ายไปอยู่ช่องต่างๆ จำนวนมาก โดยเฉพาะช่อง 3 ที่ทุ่มไม่อั้น หากพิธีกรคนใดมีแววดี และเป็นที่รู้จักของของผู้ชม ช่อง 3 ก็ได้ชื่อว่าพร้อมทุ่มซื้อตัว จนปัจจุบันช่อง 3 มีพิธีกรข่าวรวมแล้ว 50-60 คน

“สุรินทร์” บอกว่าโอกาสของช่อง 3 มีสูง เมื่อภาครัฐเปิดโอกาสให้เอกชนขอใบอนุญาตให้บริการเคเบิลทีวีโดยเฉพาะผ่านระบบดาวเทียม

“ขณะนี้การที่ช่อง 3 มีทีมข่าว มีพิธีกรจำนวนมาก และได้รู้จักผู้ชมจากการออกอากาศในปัจจุบัน ถือว่าเป็นการฝึกงานอย่างหนัก เมื่อกฎหมายอนุญาตให้มีทีวีช่องใหม่ ไม่ว่าจะเป็น 3/1 3/2 ช่อง 3 ก็จะพร้อมมากที่สุด และผมคิดว่าช่องอื่นก็ต้องทำด้วยเช่นกัน”

นี่คือรูปแบบและเป้าหมายการรบของสงครามธุรกิจทีวี ที่มี “ข่าว” เป็นอาวุธในเวลานี้ และช่อง 3 เจ้าพ่อธุรกิจบันเทิงขวัญใจคนเมือง ก็ทุ่มเต็มรูปแบบ อย่างที่ “ประวิทย์” บิ๊กบอสของช่อง 3 บอกว่า “วงการนี้ไม่มีใครกลัวใครอยู่แล้ว”

Consumer Insight

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

บริษัท นีลเส็น ได้รายงานผลการซื้อสื่อโฆษณาระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2557 พบว่า ยอดซื้อสื่อทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ แมกกาซีน โรงภาพยนตร์ สื่อนอกบ้าน สื่อในห้างสรรพสินค้า รวมทั้งสื่ออินเทอร์เน็ต มีมูลค่ารวม 49.738 ล้านบาท โดยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2556 พบว่า ติดลบ 9.38%

บริษัท PwC Consulting (ประเทศไทย) คาดการใช้จ่ายผ่านสื่อและบันเทิงของไทยในปี 2561 จะมีสูงกว่า 4.3 แสนล้านบาท ขณะที่อุตสาหกรรมสื่อและบันเทิง 5 ปีข้างหน้าเติบโตเฉลี่ย 7.3% ต่อปี แซงหน้าตลาดสหรัฐ-ยุโรปและอัตราการเติบโตเฉลี่ยทั่วโลก ผลมาจากการขยายตัวของธุรกิจโฆษณาออนไลน์ การใช้งานเคเบิ้ลทีวี และการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตที่เพิ่มสูงขึ้น

Insight

เป็นอีกหนึ่งดีลของการขายหุ้นระหว่าง เกรฮาวด์ เจ้าของแบรนด์แฟชั่น และร้านอาหารเกรฮาวด์ คาเฟ่ ได้ตัดสินใจขายหุ้นทั้งหมดของบริษัทเกรฮาวด์ จำกัด (แฟชั่น) และบริษัทเกรฮาวด์ คาเฟ่ จำกัดให้กับบริษัท ทรัพย์ศรีไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทมัดแมน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 1.853.80 ล้านบาท

นอกจาก “สติกเกอร์” ที่ถือเป็นหนึ่ง “อาวุธ” ให้กับ “ไลน์” กลายเป็นแชตแอปพลิเคชั่นที่สามารถครองความนิยมในตลาดไทยได้แล้ว “เกม” ถือเป็นอีกหนึ่งใน “เกมกลยุทธ์” ทางธุรกิจของไลน์ที่ต้องจับตา

รู้หรือไม่ว่า โลโก้ของแบรนด์ที่พบเห็นในปัจจุบันนั้น มีนัยยะอะไรซ่อนอยู่บ้าง โดยสิ่งที่ปรากฏในโลโก้นั้นเป็นได้ทั้งที่มาของแบรนด์ หรือเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ของแบรนด์เลยก็ได้ มาดู 12 โลโก้ ที่มีใจความอะไรแฝงอยู่

Strategic Move

รายงานจากตลาดหลักทรัพย์แจ้งว่า บริษัท ทรัพย์ศรีไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทมัดแมน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทได้เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทเกรฮาวด์ จำกัด (แฟชั่น) และบริษัทเกรฮาวด์ คาเฟ่ จำกัด รวมมูลค่าทั้งสิ้น 1.853.80 ล้านบาท

โฆษณาประเภทบีบคั้นอารมณ์ เรียกน้ำตาจากคนดูยังเป็นที่นิยมเสมอ คราวนี้เป็นทีวีซีล่าสุดของ แลนด์ แอนด์เฮาส์ ที่ออกทีวีซีชุดล่าสุด ใช้ชื่อว่า “ปาก…ไม่ตรงกับใจ by Land and Houses": เวอร์ชั่น "เพราะรัก"

หลังจากที่แบรนด์รังนก เลือกใช้ “แนวคู่รัก” มาเป็น “แบรนด์ เลิฟ แอมบาสเดอร์” ต่อเนื่องมาหลายปี เริ่มตั้งแต่ปี 2542 แพท-สุธาสินี พุทธินันท์ และสามี มาร์ค-แกรี่ โรดดิเกส อ้อม-พิยะดา และ จนมาถึงคู่ของ แอ๊ฟ และสงกรานต์ เตชะณรงค์

Social Media Club

ไลน์ เป็นแชทแอพพลิเคชั่น ที่มักจะมีฟีเจอร์ และฟังก์ชั่นอะไรใหม่ๆ แก่ผู้เสมอ ๆ และไลน์เองก็ได้ทุ่มทำการตลาดอย่างหนักหน่วงเพื่อกระตุ้นยอด Usage และเพิ่มจำนวน User

เทศกาลประกวดโฆษณา Cannes Lions International Festival of Creativity 2014 ที่นอกจากคัดเลือกงานโฆษณาที่โดดเด่นในรอบปี คานส์ ไลอ้อนส์ยังเป็นเวทีที่ชี้นำเทรนด์ของงานโฆษณาและการตลาดในช่วงนั้นๆ

วาตานาเบ นาโอโตโม และ แดซอก คิม สองดีไซน์เนอร์ จากบริษัทเนเวอร์ไลน์ ประเทศญีปุ่น ให้คำแนะนำแก่นักออกแบบชาวไทย ในการออกแบบ "สติ๊กเกอร์ไลน์" "ว่า" สติ๊กเกอร์ของคนไทยพยายามทำเป็น Global มากเกินไป ทำให้ไม่มีเอกลักษณ์ เพราะในตลาดใหญ่มีคาแร็คเตอร์ดังๆ อยู่แล้ว ทำให้สู้คาแร็คเตอร์เหล่านั้นยาก

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

วันนี้เราเคยสังเกตไหมว่า รายการโทรทัศน์ที่ดังๆ และมีคนดูติดตามมาก มี 2 กลุ่ม คือ ละครไทยกับรายการโชว์ต่างประเทศ ซึ่งเป็นรายบันเทิงที่สะท้อนว่า คนสื่อไทยอาจรวบรัดตัดตอนซื้อรายการต่างประเทศเข้ามาทำเองจะดีกว่า เพราะมีความเสี่ยงต่ำ ไม่ต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องการควบคุมคุณภาพ และที่สำคัญ รับประกันได้แน่ๆ ว่ามันจะฮิต

สำหรับนักการตลาดแล้ว กระแสฟีเวอร์ของฟุตบอลโลกปีนี้ ไม่ได้อยู่ที่การรอลุ้นว่าใครจะเป็นแชมป์โลก แต่หมายถึงการ “วัดมูลค่าผลตอบแทน” ที่ได้รับจากทำการตลาดเกาะเทรนด์นี้ต่างหาก

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488