ถอดรหัส Starbucks Mobile Marketer of the year

แบรนด์ผู้นำด้านการทำการตลาดด้วยโทรศัพท์มือถือ และสำหรับผู้เขียนที่ติดตามวงการMobile Marketing มานับทศวรรษก็เห็นตรงกันว่า ณ ชั่วโมงนี้ไม่มีแบรนด์ค้าปลีกใดในโลกนี้ที่จะประสบความสำเร็จการจากทำการตลาดด้วยเทคโนโลยีของโทรศัพท์มือถือได้มากเท่ากับ "สตาร์บัคส์" 


เหตุใด?...แบรนด์ที่มีตำนานกว่า 40 ปีในโลกออฟไลน์ซึ่งเน้นหนักหนาเรื่องการทำธุรกิจโดยปฏิวัติการดื่มกาแฟและเข้าถึงจิตวิญญาณแห่งการจิบกาแฟตามแบบฉบับอิตาลี ทั้งยังเป็นบริษัทที่ครั้งหนึ่งรู้ตัวดีว่าไม่ทันเทรนด์โลกไอทีแต่อย่างใด...แต่แล้วในที่สุดก็สามารถพิชิตใจลูกค้าด้วยเทคโนโลยีการตลาดที่สุดล้ำสมัย และคว้าชัยชนะเป็นรายได้ก้อนโต คำตอบเชิงวิเคราะห์อยู่ในย่อหน้าถัดไปแล้ว


คุณลองพิจารณาตัวเลขที่เยอะแต่ไม่ซับซ้อนเหล่านี้ก่อน...


ปี 2011 ทีมดิจิตอลเวนเจอร์ของสตาร์บัคส์รุก Mobile Marketing อย่างหนักด้วยการทำแอพฯ  My Starbucks Card ทำให้ยอดการจ่ายเงินซื้อกาแฟรสกลมกล่อมด้วยแอพฯ มือถือ มีกว่า 26 ล้านครั้ง ซึ่งคิดเป็นเงินที่เติมเข้าไปในแอพฯ ถึง 3,520 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดขายโตกว่าปีก่อนถึง 16% และทุก 1 ใน 4 คนของลูกค้าจ่ายเงินผ่านการ์ด (จากยอดสมาชิกทั้งหมด 3.7 ล้านคน) ที่สำคัญการจ่ายเงินด้วยมือถือยังลดเวลาการต่อคิวในร้านได้ถึง 700,000 ชั่วโมง/ปี ปัจจุบันมีร้านสตาร์บัคส์ กว่า 9,000 สาขาในอเมริกา อังกฤษ และแคนาดาที่รับการจ่ายเงินด้วยแอพฯ มือถือ


แต่ทว่าแล้วเม็ดเงินเหล่านี้ก็ถือว่าจิ๊บๆ เพราะนักวิเคราะห์คาดว่าตลาด Mobile Payment ในอเมริกาปีนี้ จะมียอดการจับจ่ายถึง 2.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นการเปิดฉากแนวคิดของไลฟ์สไตล์ใหม่ที่ว่า "การใช้เงินสดเป็นอะไรที่เชยสุดๆ" (อย่างเป็นทางการ)


เหตุผลที่ทำให้สตาร์บัคส์สามารถหาจุดเชื่อมโยงระหว่างการค้าปลีกในโลกออฟไลน์กับการทำธุรรมไฮเทคของมือถือได้ ก็เพราะนโยบายหลักสำคัญของบริษัทหลังการฟื้นตัวจากวิกฤตปี 2008 นั่นคือ "การสร้างนวัตกรรม" นวัตกรรมที่สร้างมาจากการเข้าใจธรรมชาติ และความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งของมนุษย์ จนจุดประกายให้เกิดความผูกพันทางใจใหม่ๆ กับลูกค้าคนพิเศษ


คำพูดที่สวยหรูทั้งหมดนี้นักการตลาดอย่างเราๆ เรียกกันว่า CRM (Customers Relationship Management) 


หลายคนอาจจะคิดในใจว่าในโลกแห่ง CRM ไม่น่าจะมีอะไรใหม่ แล้วทำไมการใช้ "สื่อมือถือ" ในการทำ Digital CRM ถึงทำให้การทำ CRM ในยุคนี้เข้าใกล้กับคำอุทานแบบฝรั่งที่ว่า “Awesome” ได้?


นั่นก็เพราะนอกเหนือจากการที่เราจะเข้าใจ Key to success ของการตลาดแบบดิจิตอลผ่านมือถือที่ว่า Social และLocal แล้วเราจำต้องเข้าถึงธรรมชาติของสื่อมือถือที่ว่า มันเป็นสื่อๆ เดียวที่ติดตัวคุณ (แต่ละคน) ไปตลอดแม้กระทั่งในห้องนอน-ห้องน้ำ ต่อเน็ตเพื่อรับข่าวสารผ่านจอจิ๋วๆ นี้ตลอดเวลาและ Unlimited ใช้มือถือจ่ายตังค์ซื้อของได้ ทั้งการวัดผลการมีปฏิสัมพันธ์และการทำธุรกรรมผ่านมือถือแต่ละครั้งทำได้โดยง่าย และเข้าถึงผู้ใช้เป็นรายบุคคลได้ทันที ซึ่งคุณสมบัติเทพๆ ทั้งหมดนี้ยังไม่มีสื่อใดๆ ในประวัติการณ์ทำได้มาก่อน!


และสำหรับโฮเวิร์ด ชู้ลทซ์ ซีอีโอสตาร์บัคส์ก็มองอย่างทะลุปรุโปร่งเช่นเดียวกันว่า "มือถือ" คือ "สื่อใหม่" ที่เป็นเหมือน "เครื่องมือ" เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมในการดื่มกาแฟถ้วยโปรด...ซึ่ง


ประสบการณ์เหล่านั้นพูดให้เห็นภาพก็คือ... 


เมื่อคุณแดนนี่ใช้มือถือสแกนบาร์โค้ดแทนบัตรสตาร์บัคส์ การ์ด ก็ไม่ต้องเสียเวลาหาบัตรในกระเป๋าสตางค์ ลดเวลาต่อคิว และไม่ต้องรอเงินทอน 


ส่วนคุณเพิร์ลก็สามารถสั่งกาแฟมัคคิอาโต้ 2 ช็อต เพิ่มไซรับมิ้นท์ ถ้วยใหญ่ โดยไม่ต้องพูดประโยคยาวๆ นี้ซ้ำๆ ทุกๆ ครั้งที่เข้าร้าน เพราะออเดอร์เหล่านี้เลือกได้จากเมนูการสร้างกาแฟถ้วยโปรดในแอพฯ My Starbucks Card

และแม่เหล็กที่ทำให้พอลกลับมาสตาร์บัคส์อีกในทุกๆ เสาร์ก็เพราะเขาจะได้สะสมแต้มจนเป็นลูกค้าระดับทอง ซึ่งได้จากการดื่มเองและส่งของขวัญเป็น Egift ให้เพื่อนดื่มกาแฟฟรี การซื้อซ้ำเหล่านี้ สตาร์บัคส์ก็จะตอบแทนด้วยการดื่มกาแฟฟรีในเดือนเกิด และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกนั่นเอง


แต่ประเด็นใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ว่าแอพฯ ซื้อกาแฟของสตาร์บัคส์มีฟีเจอร์ครบครันกว่าแอพฯ ผู้นำโลกค้าปลีกอื่นๆ  แต่สิ่งที่น่าสนใจกลับเป็นว่า ทำไมสตาร์บัคส์ถึงทำให้ลูกค้ามาใช้จ่ายผ่านมือถือได้มากกว่าใครต่างหาก?

ซึ่งคำตอบก็คือ “ความแข็งแกร่งของแบรนด์สตาร์บัคส์” และตำนานของแบรนด์สั่งสมจนทำให้เกิดความน่าเชื่อถือในใจของผู้บริโภค และแน่นแฟ้นจนกลายเป็นความเชื่อมั่นในที่สุด (ลูกค้าเชื่อว่าการทำธุรกรรมโดยโอนเงินจากบัตรเครดิตเข้าการ์ดพลาสติกหรือแอปฯบนมือถือนี้ปลอดภัยอย่างแน่นอน) ประกอบกับตลอดปีที่ผ่านมายังไม่เคยมีข่าวเรื่องแฮคข้อมูลบัตรเครดิตใดๆ เกิดขึ้นภายใต้แบรนด์สีเขียวที่แสนอบอุ่นนี้


นอกจากนี้หลายๆ คนในเมืองใหญ่คุ้นเคยกับ “การจิบกาแฟทุกวัน” จนกลายเป็นนิสัยมากกว่าจะเป็นแค่ไลฟ์สไตล์เท่ๆ เท่านั้น จึงทำให้ค่าใช้จ่ายค่ากาแฟ ถูกบันทึกใน Mindset ว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายในแต่ละวันอยู่แล้ว ดังนั้นการจ่ายเงินที่รวดเร็ว และได้สะสมแต้มเป็นรางวัลก็น่าจะเป็นวิธีการที่ผู้บริโภคระดับ B+ ขึ้นไปอ้าแขนที่จะเรียนรู้เทคโนโลยีการจ่ายเงินใหม่ๆ ได้ไม่ยาก


สองจุดนี้ได้ตอกย้ำเสน่ห์สำคัญของการใช้ Mobile Marketing อย่างชัดเจนว่ามันคือ "เครื่องมือสำคัญสำหรับการรักษาฐานลูกค้าที่จงรักภักดีอยู่แล้ว ให้อยู่กับเราไปอีกนานแสนนานนั่นเอง"


เพราะความจริงคือ ยิ่งคนใช้แอพฯ เหล่านี้มากเท่าไหร่ ระบบก็จะเก็บข้อมูลตัวตนของลูกค้าได้อย่างละเอียด ตั้งแต่ข้อมูลลักษณะประชากร ไปจนถึงไลฟ์สไตล์รสกาแฟที่ชอบ สถานที่ซื้อประจำ ยอดการซื้อแต่ละครั้ง ฯลฯ และสตาร์บัคส์ก็นำข้อมูลเหล่านี้มาประมวลผลเป็นข้อมูลประกอบการออกโปรโมชั่นที่สอดคล้องกับลูกค้าแต่ละคนในที่สุด ซึ่งก็ Win กันทุกฝ่าย สไตล์ Digital CRM ที่ได้ผลและครบวงจร  

 

cellpadding="2" cellspacing="2">
2011
Starbucks Mobile Marketing Timeline
มิถุนายน
ออกแอพฯ My Starbucks Card
บนบนไอโฟน และแอนดรอยด์ 2.1 (ภายหลังอัพเกรดมาเป็นแอพฯ ชื่อว่า Starbucks
for iPhone, Starbucks for Android แทน) ซึ่งสามารถใช้จ่ายเงินซื้อกาแฟ
บันทึกรสกาแฟที่ชอบ เติมเงิน-เช็กยอดเงิน  ส่ง egift
ให้เพื่อนดื่มกาแฟฟรีได้ และค้นหาร้านสตาร์บัคส์ที่ใกล้ตัวที่สุดได้
สิงหาคม
แจกการ์ด Pick of the week
ที่ภายในบรรจุโค้ด เพื่อให้คนนำไปโหลดแอพฯ ดังๆ เช่น Shazam Encore
ได้ฟรีบนไอโฟน
กันยายน
ออกแอพฯ My Starbucks Card
สำหรับมือถือแบล็คเบอร์รี่ (ขณะนี้หยุดให้บริการ)
ตุลาคม
ร่วมกับ Placecast ผู้ทำระบบ
GeoFenced ส่งโฆษณา SMS เฉพาะกลุ่ม เพศ อายุ ความสนใจ
และสถานที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับส่วนลดซื้อกาแฟผงสำเร็จรูป “Starbucks
via ready brew” จากร้านสตาบั๊คส์สาขาใกล้เคียง ได้ในราคาพิเศษ
พฤศจิกายน
ออกแอพฯ
ที่ใช้เทคนิคระบบเสมือนเสริม (Augmented Reality) ภายใต้ชื่อแอพฯ ว่า
Starbucks Cup Magic ในไอโฟน และแอนดรอยด์
ซึ่งใช้การสแกนถ้วยของสตาร์บัคส์ที่ออกพิเศษในแต่ละเทศกาล เช่น คริสต์มาส
วาเลนไทน์ และจะพบกับตัวการ์ตูนหรือข้อความพิเศษลอยออกมา
ทั้งยังส่งข้อความเหล่านี้แทนอีการ์ดอวยพรเพื่อนๆ ได้
ธันวาคม
เปิดฉาก Mobile Marketing ในจีน
โดยลงแบนเนอร์โฆษณาในแอพฯ เครือข่ายทางสังคมสุดฮอต 3 แอพฯ รวมถึงแอพฯ
ฮิตอย่าง "เวยป๋อ"
เพื่อกระตุ้นให้คนที่เช็กอินที่ร้านสตาร์บัคส์และแชร์การเช็กอินกับเพื่อนๆ
เพื่อสะสมแต้มแลกกับการอัพเกรดขนาดแก้วกาแฟฟรี


Consumer Insight

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

บริษัท นีลเส็น ได้รายงานผลการซื้อสื่อโฆษณาระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2557 พบว่า ยอดซื้อสื่อทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ แมกกาซีน โรงภาพยนตร์ สื่อนอกบ้าน สื่อในห้างสรรพสินค้า รวมทั้งสื่ออินเทอร์เน็ต มีมูลค่ารวม 49.738 ล้านบาท โดยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2556 พบว่า ติดลบ 9.38%

Insight

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

นอกจากจำนวนสาขาต้องมากแล้ว การมี “ไซส์” ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายก็เป็นเรื่องสำคัญ ด้วยเหตุนี้เอง บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด จึงได้แตกฟอร์แมตร้านค้าใหม่ “ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์” เป็นโมเดลขนาดใหญ่สุด จากที่ท็อปส์เคยเปิดมา

“เพย์ทีวี” ธุรกิจที่ได้ชื่อว่า “ผันผวน” ที่สุด เมื่อ “ซีทีเอช” ควบกิจการ “จีเอ็มเอ็ม แซท” ซ้ำรอย “ไอบีซี” และ “ยูทีวี” ในอดีต 20 ปีที่แล้ว หวังปักหลักสู้ศึก “ทรูวิชั่นส์” ในสังเวียนการแข่งขันที่กำลังพลิกโฉมหน้าไปอีกครั้ง

Strategic Move

ได้เวลาที่ โคคา-โคล่า ประเทศไทย จะกลับมาปลุกปั้นแบรนด์น้ำสี “แฟนต้า” ให้กลับมามีชีวิตชีวาในกลุ่มวัยรุ่นอีกครั้ง

เคยปลุกปั้นห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ มาหลายสิบปี รวมทั้งเคยร่วมทุนสร้างห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ที่จัดว่าเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่แล้ว แต่มาคราวนี้ ห้างสรรพสินค้าเล็กดูจะเกินไปสำหรับเธอแล้ว เพราะงานนี้ คุณแอ๊ว-ศุภลักษณ์ อัมพุช รองประธาน ตั้งใจปั้น “ดิ เอ็ม ดิสทริค” ให้เป็น “ย่านการค้า” บนถนนสุขุมวิท ให้เหมือนกับ Soho ในนิวยอร์ค หรือ Le Marais ในปารีส หรือ Midtown ในโตเกียว

อีกหนึ่งในกระแสที่กำลังได้รับความสนใจ จากการมาเปิดสาขาในไทย “Hello Kitty House Bangkok” ในวันที่ 8 สิงหาคม นี้ ที่ชั้น 3 สยามแสควร์วัน โดยจะมีทั้ง Hello Kitty Cafe, Gift Shop, Spa Kitty บริการนวดตัว ทำเล็บ และยังมีพื้นที่จัดอีเวนท์ ให้มาสังสรรค์ได้

Social Media Club

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

ไลน์ เป็นแชทแอพพลิเคชั่น ที่มักจะมีฟีเจอร์ และฟังก์ชั่นอะไรใหม่ๆ แก่ผู้เสมอ ๆ และไลน์เองก็ได้ทุ่มทำการตลาดอย่างหนักหน่วงเพื่อกระตุ้นยอด Usage และเพิ่มจำนวน User

เทศกาลประกวดโฆษณา Cannes Lions International Festival of Creativity 2014 ที่นอกจากคัดเลือกงานโฆษณาที่โดดเด่นในรอบปี คานส์ ไลอ้อนส์ยังเป็นเวทีที่ชี้นำเทรนด์ของงานโฆษณาและการตลาดในช่วงนั้นๆ

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ภูมิทัศน์สื่อ (media landscape) วันนี้เปลี่ยนไปมาก เพราะการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ (new media) อย่างอินเทอร์เน็ต หรือ สื่อสังคมออนไลน์ (social media) ทำให้สื่อมวลชน หรือสื่อยุคเก่าต้องปรับตัวในการทำงานและการสื่อสารเพื่อเข้าถึงมวลชนในลักษณะที่ต้องเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

ปัญหาโลกแตกที่คนส่วนใหญ่ที่ไม่เลือกซื้อของออนไลน์คือ “ไม่ได้ลอง” (โดยเฉพาะกับสินค้าเสื้อผ้า รองเท้า) ได้ถูกแก้ไขแล้วด้วยฟีเจอร์ใหม่อย่าง “ลองก่อน(ผ่อน)จ่ายทีหลัง” โดยเว็บอี-คอมเมิร์ซอันดับหนึ่งของจีนอย่าง “เถาเป่า (Taobao)” และ “เทียนเมา (Tmall)” ในเครืออลีบาบา กรุ๊ป ที่ต่างก็รับเอาไอเดียนี้ไปปรับใช้ในแบบที่ถูกกับสารบบของตัวเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488