ถอดรหัส Starbucks Mobile Marketer of the year

แบรนด์ผู้นำด้านการทำการตลาดด้วยโทรศัพท์มือถือ และสำหรับผู้เขียนที่ติดตามวงการMobile Marketing มานับทศวรรษก็เห็นตรงกันว่า ณ ชั่วโมงนี้ไม่มีแบรนด์ค้าปลีกใดในโลกนี้ที่จะประสบความสำเร็จการจากทำการตลาดด้วยเทคโนโลยีของโทรศัพท์มือถือได้มากเท่ากับ "สตาร์บัคส์" 


เหตุใด?...แบรนด์ที่มีตำนานกว่า 40 ปีในโลกออฟไลน์ซึ่งเน้นหนักหนาเรื่องการทำธุรกิจโดยปฏิวัติการดื่มกาแฟและเข้าถึงจิตวิญญาณแห่งการจิบกาแฟตามแบบฉบับอิตาลี ทั้งยังเป็นบริษัทที่ครั้งหนึ่งรู้ตัวดีว่าไม่ทันเทรนด์โลกไอทีแต่อย่างใด...แต่แล้วในที่สุดก็สามารถพิชิตใจลูกค้าด้วยเทคโนโลยีการตลาดที่สุดล้ำสมัย และคว้าชัยชนะเป็นรายได้ก้อนโต คำตอบเชิงวิเคราะห์อยู่ในย่อหน้าถัดไปแล้ว


คุณลองพิจารณาตัวเลขที่เยอะแต่ไม่ซับซ้อนเหล่านี้ก่อน...


ปี 2011 ทีมดิจิตอลเวนเจอร์ของสตาร์บัคส์รุก Mobile Marketing อย่างหนักด้วยการทำแอพฯ  My Starbucks Card ทำให้ยอดการจ่ายเงินซื้อกาแฟรสกลมกล่อมด้วยแอพฯ มือถือ มีกว่า 26 ล้านครั้ง ซึ่งคิดเป็นเงินที่เติมเข้าไปในแอพฯ ถึง 3,520 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดขายโตกว่าปีก่อนถึง 16% และทุก 1 ใน 4 คนของลูกค้าจ่ายเงินผ่านการ์ด (จากยอดสมาชิกทั้งหมด 3.7 ล้านคน) ที่สำคัญการจ่ายเงินด้วยมือถือยังลดเวลาการต่อคิวในร้านได้ถึง 700,000 ชั่วโมง/ปี ปัจจุบันมีร้านสตาร์บัคส์ กว่า 9,000 สาขาในอเมริกา อังกฤษ และแคนาดาที่รับการจ่ายเงินด้วยแอพฯ มือถือ


แต่ทว่าแล้วเม็ดเงินเหล่านี้ก็ถือว่าจิ๊บๆ เพราะนักวิเคราะห์คาดว่าตลาด Mobile Payment ในอเมริกาปีนี้ จะมียอดการจับจ่ายถึง 2.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นการเปิดฉากแนวคิดของไลฟ์สไตล์ใหม่ที่ว่า "การใช้เงินสดเป็นอะไรที่เชยสุดๆ" (อย่างเป็นทางการ)


เหตุผลที่ทำให้สตาร์บัคส์สามารถหาจุดเชื่อมโยงระหว่างการค้าปลีกในโลกออฟไลน์กับการทำธุรรมไฮเทคของมือถือได้ ก็เพราะนโยบายหลักสำคัญของบริษัทหลังการฟื้นตัวจากวิกฤตปี 2008 นั่นคือ "การสร้างนวัตกรรม" นวัตกรรมที่สร้างมาจากการเข้าใจธรรมชาติ และความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งของมนุษย์ จนจุดประกายให้เกิดความผูกพันทางใจใหม่ๆ กับลูกค้าคนพิเศษ


คำพูดที่สวยหรูทั้งหมดนี้นักการตลาดอย่างเราๆ เรียกกันว่า CRM (Customers Relationship Management) 


หลายคนอาจจะคิดในใจว่าในโลกแห่ง CRM ไม่น่าจะมีอะไรใหม่ แล้วทำไมการใช้ "สื่อมือถือ" ในการทำ Digital CRM ถึงทำให้การทำ CRM ในยุคนี้เข้าใกล้กับคำอุทานแบบฝรั่งที่ว่า “Awesome” ได้?


นั่นก็เพราะนอกเหนือจากการที่เราจะเข้าใจ Key to success ของการตลาดแบบดิจิตอลผ่านมือถือที่ว่า Social และLocal แล้วเราจำต้องเข้าถึงธรรมชาติของสื่อมือถือที่ว่า มันเป็นสื่อๆ เดียวที่ติดตัวคุณ (แต่ละคน) ไปตลอดแม้กระทั่งในห้องนอน-ห้องน้ำ ต่อเน็ตเพื่อรับข่าวสารผ่านจอจิ๋วๆ นี้ตลอดเวลาและ Unlimited ใช้มือถือจ่ายตังค์ซื้อของได้ ทั้งการวัดผลการมีปฏิสัมพันธ์และการทำธุรกรรมผ่านมือถือแต่ละครั้งทำได้โดยง่าย และเข้าถึงผู้ใช้เป็นรายบุคคลได้ทันที ซึ่งคุณสมบัติเทพๆ ทั้งหมดนี้ยังไม่มีสื่อใดๆ ในประวัติการณ์ทำได้มาก่อน!


และสำหรับโฮเวิร์ด ชู้ลทซ์ ซีอีโอสตาร์บัคส์ก็มองอย่างทะลุปรุโปร่งเช่นเดียวกันว่า "มือถือ" คือ "สื่อใหม่" ที่เป็นเหมือน "เครื่องมือ" เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมในการดื่มกาแฟถ้วยโปรด...ซึ่ง


ประสบการณ์เหล่านั้นพูดให้เห็นภาพก็คือ... 


เมื่อคุณแดนนี่ใช้มือถือสแกนบาร์โค้ดแทนบัตรสตาร์บัคส์ การ์ด ก็ไม่ต้องเสียเวลาหาบัตรในกระเป๋าสตางค์ ลดเวลาต่อคิว และไม่ต้องรอเงินทอน 


ส่วนคุณเพิร์ลก็สามารถสั่งกาแฟมัคคิอาโต้ 2 ช็อต เพิ่มไซรับมิ้นท์ ถ้วยใหญ่ โดยไม่ต้องพูดประโยคยาวๆ นี้ซ้ำๆ ทุกๆ ครั้งที่เข้าร้าน เพราะออเดอร์เหล่านี้เลือกได้จากเมนูการสร้างกาแฟถ้วยโปรดในแอพฯ My Starbucks Card

และแม่เหล็กที่ทำให้พอลกลับมาสตาร์บัคส์อีกในทุกๆ เสาร์ก็เพราะเขาจะได้สะสมแต้มจนเป็นลูกค้าระดับทอง ซึ่งได้จากการดื่มเองและส่งของขวัญเป็น Egift ให้เพื่อนดื่มกาแฟฟรี การซื้อซ้ำเหล่านี้ สตาร์บัคส์ก็จะตอบแทนด้วยการดื่มกาแฟฟรีในเดือนเกิด และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกนั่นเอง


แต่ประเด็นใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ว่าแอพฯ ซื้อกาแฟของสตาร์บัคส์มีฟีเจอร์ครบครันกว่าแอพฯ ผู้นำโลกค้าปลีกอื่นๆ  แต่สิ่งที่น่าสนใจกลับเป็นว่า ทำไมสตาร์บัคส์ถึงทำให้ลูกค้ามาใช้จ่ายผ่านมือถือได้มากกว่าใครต่างหาก?

ซึ่งคำตอบก็คือ “ความแข็งแกร่งของแบรนด์สตาร์บัคส์” และตำนานของแบรนด์สั่งสมจนทำให้เกิดความน่าเชื่อถือในใจของผู้บริโภค และแน่นแฟ้นจนกลายเป็นความเชื่อมั่นในที่สุด (ลูกค้าเชื่อว่าการทำธุรกรรมโดยโอนเงินจากบัตรเครดิตเข้าการ์ดพลาสติกหรือแอปฯบนมือถือนี้ปลอดภัยอย่างแน่นอน) ประกอบกับตลอดปีที่ผ่านมายังไม่เคยมีข่าวเรื่องแฮคข้อมูลบัตรเครดิตใดๆ เกิดขึ้นภายใต้แบรนด์สีเขียวที่แสนอบอุ่นนี้


นอกจากนี้หลายๆ คนในเมืองใหญ่คุ้นเคยกับ “การจิบกาแฟทุกวัน” จนกลายเป็นนิสัยมากกว่าจะเป็นแค่ไลฟ์สไตล์เท่ๆ เท่านั้น จึงทำให้ค่าใช้จ่ายค่ากาแฟ ถูกบันทึกใน Mindset ว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายในแต่ละวันอยู่แล้ว ดังนั้นการจ่ายเงินที่รวดเร็ว และได้สะสมแต้มเป็นรางวัลก็น่าจะเป็นวิธีการที่ผู้บริโภคระดับ B+ ขึ้นไปอ้าแขนที่จะเรียนรู้เทคโนโลยีการจ่ายเงินใหม่ๆ ได้ไม่ยาก


สองจุดนี้ได้ตอกย้ำเสน่ห์สำคัญของการใช้ Mobile Marketing อย่างชัดเจนว่ามันคือ "เครื่องมือสำคัญสำหรับการรักษาฐานลูกค้าที่จงรักภักดีอยู่แล้ว ให้อยู่กับเราไปอีกนานแสนนานนั่นเอง"


เพราะความจริงคือ ยิ่งคนใช้แอพฯ เหล่านี้มากเท่าไหร่ ระบบก็จะเก็บข้อมูลตัวตนของลูกค้าได้อย่างละเอียด ตั้งแต่ข้อมูลลักษณะประชากร ไปจนถึงไลฟ์สไตล์รสกาแฟที่ชอบ สถานที่ซื้อประจำ ยอดการซื้อแต่ละครั้ง ฯลฯ และสตาร์บัคส์ก็นำข้อมูลเหล่านี้มาประมวลผลเป็นข้อมูลประกอบการออกโปรโมชั่นที่สอดคล้องกับลูกค้าแต่ละคนในที่สุด ซึ่งก็ Win กันทุกฝ่าย สไตล์ Digital CRM ที่ได้ผลและครบวงจร  

 

cellpadding="2" cellspacing="2">
2011
Starbucks Mobile Marketing Timeline
มิถุนายน
ออกแอพฯ My Starbucks Card
บนบนไอโฟน และแอนดรอยด์ 2.1 (ภายหลังอัพเกรดมาเป็นแอพฯ ชื่อว่า Starbucks
for iPhone, Starbucks for Android แทน) ซึ่งสามารถใช้จ่ายเงินซื้อกาแฟ
บันทึกรสกาแฟที่ชอบ เติมเงิน-เช็กยอดเงิน  ส่ง egift
ให้เพื่อนดื่มกาแฟฟรีได้ และค้นหาร้านสตาร์บัคส์ที่ใกล้ตัวที่สุดได้
สิงหาคม
แจกการ์ด Pick of the week
ที่ภายในบรรจุโค้ด เพื่อให้คนนำไปโหลดแอพฯ ดังๆ เช่น Shazam Encore
ได้ฟรีบนไอโฟน
กันยายน
ออกแอพฯ My Starbucks Card
สำหรับมือถือแบล็คเบอร์รี่ (ขณะนี้หยุดให้บริการ)
ตุลาคม
ร่วมกับ Placecast ผู้ทำระบบ
GeoFenced ส่งโฆษณา SMS เฉพาะกลุ่ม เพศ อายุ ความสนใจ
และสถานที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับส่วนลดซื้อกาแฟผงสำเร็จรูป “Starbucks
via ready brew” จากร้านสตาบั๊คส์สาขาใกล้เคียง ได้ในราคาพิเศษ
พฤศจิกายน
ออกแอพฯ
ที่ใช้เทคนิคระบบเสมือนเสริม (Augmented Reality) ภายใต้ชื่อแอพฯ ว่า
Starbucks Cup Magic ในไอโฟน และแอนดรอยด์
ซึ่งใช้การสแกนถ้วยของสตาร์บัคส์ที่ออกพิเศษในแต่ละเทศกาล เช่น คริสต์มาส
วาเลนไทน์ และจะพบกับตัวการ์ตูนหรือข้อความพิเศษลอยออกมา
ทั้งยังส่งข้อความเหล่านี้แทนอีการ์ดอวยพรเพื่อนๆ ได้
ธันวาคม
เปิดฉาก Mobile Marketing ในจีน
โดยลงแบนเนอร์โฆษณาในแอพฯ เครือข่ายทางสังคมสุดฮอต 3 แอพฯ รวมถึงแอพฯ
ฮิตอย่าง "เวยป๋อ"
เพื่อกระตุ้นให้คนที่เช็กอินที่ร้านสตาร์บัคส์และแชร์การเช็กอินกับเพื่อนๆ
เพื่อสะสมแต้มแลกกับการอัพเกรดขนาดแก้วกาแฟฟรี


Digital TV & Media

จากการประชุมบอร์กคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ได้เปิดเผยผลการประชุมบอร์ด กสท.วันนี้ บอร์ดกสท มติ ด้วยเสียง 3:2 เสียง ว่า ห้ามโครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี นำสัญญาณช่อง 3 อนาล็อกไปออกอากาศ โดยจะให้เวลา 15 วันในการทำความเข้าใจกับประชาชน

สำนักงาน กสทช. ยืนยันการแจกคูปองเพื่อสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลไม่ล่าช้า

ต้องเรียกว่าเป็น มหากาพย์จริงๆ ศึกช่อง 3 และกสท กับการผลักดันให้ช่อง 3 นำช่องอนาล็อกออกอากาศคู่ขนากับระบบดิจิตอล

Consumer Insight

อัพเดทล่าสุด ยอดผู้ใช้เฟซบุ้คในไทย 27 ล้านยูสเซอร์ เป็นประเทศที่มีการใช้มากเป็นอันดับ 3 ในกลุ่มอาเซียน รองจากฟิลิปปินส์ 36 ล้านยูสเซอร์ และอินโดนีเซีย 64 ล้านยูสเซอร์

เทเลนอร์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นคนหนุ่มสาวในไทยและมาเลเซีย นิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยเปิดรับและใช้บริการใหม่ๆ บนโทรศัพท์มือถือเร็วกว่ากลุ่มคนรุ่นเดียวกันในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

Insight

มาดูกันว่า การมาของ “ไอโฟน 6” ในไทย ที่เผยโฉมในวันที่ 9 กันยายน จะสร้างกระแสความร้อนแรงให้กับตลาดสมาร์ทโฟน รวมทั้งการนำไปทำโปรโมชั่นให้กับสินค้าต่างๆ ได้แค่ไหน

ทำตลาดยุคนี้จะมุ่งขายสินค้าอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องสร้างแบรนด์เลิฟ มัดใจ “คู่ค้า” อย่างแคมเปญล่าสุดของ “โค้ก” มุ่งไปเจาะใจ “ร้านโชว์ห่วย” 250,000 ร้านค้า ที่มีผู้หญิงเป็นเจ้าของ 60%

สำหรับตลาดน้ำอัดลม แพ็คเกจจิ้งถือเป็นปัจจัยสำคัญอีกส่วนหนึ่ง เพราะพฤติกรรมการดื่มน้ำอัดลมของแต่ละคนค่อนข้างแตกต่างกัน ผู้ประกอบการจึงหันมาเล่นกลยุทธ์ไซส์ซิ่งกันมากขึ้น เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคทุกรูปแบบ

Strategic Move

ค่ายทรูนั้น ถือเป็น "บิ๊กทรี" ของผู้ประกอบธุรกิจโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของไทย แต่การมาเป็นที่ 3 ในตลาดมือถือ ทำให้ทรูต้องเร่งขยายลงทุนเครือข่าย เพื่อวิ่งให้ทันคู่แข่งอีก 2 ราย ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก

ถ้าเคเอฟซี มี “ลุงเคน”หรือ “ผู้พันแซนเดอร์ส” เป็นสัญลักษณ์แล้ว ร้านไก่ทอด “เคียวโซน” ก็มี “ลีมินโฮ” เป็นจุดขาย เพื่อให้คนไทยจดจำร้านไก่ทอดจากเกาหลีแห่งนี้ ที่จะใช้ความเป็นเอเชีย บวกกับเค-ป๊อป ท้าชนเจ้าตลาดใหญ่อย่าง “เคเอฟซี”

บริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม เป็นชื่อค่ายหนังน้องใหม่ ที่เกิดจากการร่วมตัวของ 4 กลุ่มธุรกิจ เพื่อผลิตภาพยนตร์ไทยป้อนทั้งตลาดไทย และต่างประเทศ ทุนจดทะเบียน 175 ล้านบาท

Social Media Club

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

Columnist

กระแสการทำตลาดย้อนยุค Retro Marketing / Retro Brand / Retro-Nova Marketing ในปัจจุบันเห็นการทำตลาดย้อนยุค ซึ่งการตลาดเรียกว่า Retro Marketing แต่อาจารย์ขอใช้คำว่า “Marketing Memory” คือการทำการตลาดกับความรู้สึก กับ ความทรงจำ

ALS ย่อมาจาก Amyotrophic Lateral Sclerosis คือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และหลายๆ คนรู้จักโรคนี้ผ่านกิจกรรม “ยอมเปียกเพื่อการกุศล” หรอ “IceBucketChallange” ซึ่งเป็นโครงการรณรงค์ทางสังคมเพื่อระดมเงินบริจาคสมทบมูลนิธิ `Amyotrophic Lateral Aclerosos’ (ALS) หรือ ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อโรค Lou Gehrig’s

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

ตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศจีน มีแนวโน้มในการเพิ่มขึ้นของการใช้สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ขึ้น หรือหน้าจอขนาด 5-7 นิ้ว ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 20% ของจำนวนสมาร์ทโฟนทั้งหมดในปี 2013 และคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

People

คณะกรรมการธนาคารกสิกรไทย ประกาศแต่งตั้ง ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ เป็นรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย ดูแลสายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริกา

หลังจากซีอีโอคนเดิม กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ประกาศแต่งตั้ง กนิษฐ เมืองกระจ่าง รับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร แทน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ. ศ. 2557 เป็นต้นไป

รายงานข่าวจากบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีทค ได้แจ้งว่า “จอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ”ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีผลตั้งแต่วันนี้ (2 กันยายน 2557) เป็นต้นไป

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348