ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ย่อยสารคดีให้ขายได้

ถ้านึกถึงผู้เชี่ยวชาญทางทะเลและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ยามนี้ จะมีภาพของ “ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์” ผุดขึ้นมาโดดเด่นเหนือใคร

จากอาจารย์สอนหนังสือที่ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นอกเหนือจากให้ความรู้บนเวทีวิชาการต่างๆ ดร.ธรณ์ แปรความรู้ดังกล่าวออกมาเป็นผลงาน ผ่าน “สื่อ” ออกสู่สาธารณชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งคู่มือโลกใต้ทะเล บทความ ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และท่องเที่ยวไลฟ์สไตล์ สร้างผลงานให้เสพง่ายจนได้รับการยอมรับว่า “เติมความกลมกล่อมให้สารคดี” เป็นผลงานที่ไม่เพ้อไม่ไร้สาระ ขณะเดียวกันเนื้อหาก็ไม่หนัก อ่านง่ายๆ ทำให้ดูใกล้ชิดกับคนธรรมดาๆ เกินกว่าจะเรียกเขาว่า “ดร.ธรณ์”

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ธรณ์จะเป็น "ภาพขัดแย้ง" ในแวดวงนักวิชาการหรือเอ็นจีโอด้านสิ่งแวดล้อม บ้างก็วิจารณ์ว่าเขาเป็น "นักสร้างภาพ" ซึ่งหากย้อนกลับไปเมื่อ 3 – 4 ปีก่อน เขาจะดูเป็นทางการมากกว่านี้ เป็นภาพของนักวิชาการ หรือเอ็นจีโอด้านสิ่งแวดล้อม ทว่าปัจจุบันกลายเป็นนักเขียนที่ให้ความรู้สึกจับต้องได้ ไม่ใช่นักวิชาการหรือเอ็นจีโอจ๋า แต่ใช้ชีวิต กินดื่มเที่ยวตามสถานที่นิยม จับจ่ายใช้สอย เหมือนกับคนทั่วไป ในวัยเดียวกัน

“ผมเป็นเหมือนกลุ่มคนอ่านของผม ชอบแสงสี ฟุ้งเฟ้อไม่พอเพียง ชอบของแบรนด์เนม ผ่อนรถราคาแพง กินเหล้าทุกวันศุกร์ เที่ยว RCA” ซึ่งในวันที่ให้สัมภาษณ์กับ “POSITIONING” ก็สัมผัสได้ถึงตัวตนที่ขัดแย้งแตกต่างของธรณ์ ในชุดลำลองเสื้อเชิ้ตสีเหลืองสว่างไสวปล่อยชายออกนอกกางเกง มีแบรนด์แจ่มแจ้งปักบนอกเป็นรูปคนขี่ม้าหรือที่เราคุ้นกันดีว่าคือ Polo

นอกจากชอบของมี Brand เขายัง Branding ตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานเขียน ที่เขายอมรับว่า "โลกนี้ปกคลุมด้วยกลไกการตลาด” ดังนั้น จะเขียนอะไรก็ต้องรู้แจ้งใน Segment และ “ที่ยืน” ของตัวเองตั้งแต่แรก ที่ธรณ์มองว่าเป็น “กึ๋น” ของนักเขียนที่ยุคนี้ต้องมี เช่น ผลงานท่องเที่ยวชุดล่าสุด On Earth เขาเล็งเห็นชัดว่ากลุ่มผู้อ่านซีรี่ส์นี้เป็นคนอายุ 30 ปีขึ้นไป มีรายได้สูง ชอบอักษรตัวใหญ่ อ่านง่าย ภาพเยอะ ดู DVD High Definition ถึงขึ้นบอกว่าครอบคลุมกลุ่ม “อาแปะ อาม่า” ใช้วิธี Branding ให้ต่างจากชุดหนังสือท่องเที่ยวอื่นๆ โดยนำ “คุณดาว” ภรรยาเป็นผู้เดินเรื่อง ทำให้ผู้อ่านจำได้ทันทีว่าเป็น “หนังสือท่องเที่ยวสไตล์ธรณ์”ส่วนหนึ่งของผู้อ่านคอยติดตามชีวิตของคุณดาวไม่ต่างจากติดนิยายชีวิตจริงงอมแงม ซึ่งทำให้หนังสือท่องเที่ยวซีรี่ส์นี้ขายดี แม้จะมีราคาแพงที่สุด หรือประมาณ 250 - 300 กว่าบาท ท่ามกลางหนังสือท่องเที่ยวภาษาไทยที่มีราคาเฉลี่ย 180 – 200 บาทเท่านั้น

ที่สามารถปรับขยับเขย่า “เนื้อหา” ให้เข้ากับ “ที่ยืน” ในตลาดได้ ก็เพราะธรณ์มีประสบการณ์ “เล่นจริง เจ็บจริง” ล้มลุกคลุกคลานในฐานะนักเขียน ใช่ว่าเกิดมานามสกุลดังแล้วจะมีเส้นทางโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เริ่มจับปากกามาตั้งแต่อายุ 14 – 15 ปี จากงานเขียนนิยายประเภทปลุกใจเสือป่าลงนิตยสารนวลนาง และด้วยความรักการเขียนเข้าไส้ เขียนไปเสียทุกเรื่องที่สนใจ กว่าผลงานจะได้ตีพิมพ์เป็นเล่ม ถูกโยนทิ้งตะกร้าไปก็เพียบ

จนกระทั่งปัจจุบันเขาผลิตงานเขียนอย่างต่อเนื่องหลากหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นการ์ตูนสำหรับเด็กระดับอนุบาล ประถมศึกษา นิยายวิทยาศาสตร์ คู่มือสัตว์ทะเล ไปจนถึงธรรมะกับ ว. วชิระเมธี มีโปรเจกต์เขียนหนังสือ How-to ค้างเติ่งอยู่หลายเล่ม ทั้งยังเขียนคู่มือธรรมชาติให้ ททท. พร้อมไปกับบทบาทเชิงวิชาการที่เป็นงานหลัก ซึ่งเขาเชื่อมั่นว่าทุกวันนี้ไม่ว่าอยากเขียนอะไร ก็จะมีคนยินดีพิมพ์ให้

“นักเขียนมีหน้าที่ทำให้สำนักพิมพ์อยู่รอด ไม่ได้เขียนอย่างเดียว ตามใจตัวเองได้ แต่ต้องไม่เจ๊ง” คำพูดของธรณ์สะท้อนให้เห็นว่าเขาเข้าใจ “กลไกการตลาด” อย่างเข้มข้น กว่าจะมีงานเขียนชิ้นหนึ่ง ธรณ์ทำการบ้านมาอย่างหนักหน่วง ทั้งศึกษาคู่แข่ง และคนอ่านกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้มั่นใจว่า “ดีและขายได้” จนใช้เวลาเขียนเนิ่นนาน

เมื่อมีโปรเจกต์ในใจแล้ว ธรณ์จะสำรวจตลาดละเอียดยิบ เช่นในกรณีหนังสือท่องเที่ยว เขาจะตระเวนซื้อหนังสือทั้งไทยและเทศที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะเขียนทั้งหมด อาจฟังดูเหลือเชื่อ แต่เขาอ่านหนังสือพวกนั้นทุกเล่ม เพื่อศึกษาข้อมูลที่คนอื่นไปมาแล้วก่อนออกเดินทางจริง

หลังจากกลับมาเขียนแล้ว ธรณ์จะ “หมัก” ไว้อีกเป็นเดือน จากนั้นก็ย้อนกลับไปอ่านงานของคนอื่นทั้งหมดอีกครั้ง เพื่อเสริมข้อมูล เติมลูกเล่นความเป็นตัวของตัวเอง ทำให้หนังสือบางเล่มใช้เวลานานถึง 3 – 4 เดือน เช่น “มนต์รักหลังม่านเหล็ก” (4 เดือน) “บนเส้นทางสายน้ำแข็ง” (3 เดือน)

ไม่ใช่แค่เข้าใจการตลาด แต่ยังทุ่มเทแรงใจแรงกายทำทุกอย่างด้วยตัวเองเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ทั้งเขียนเอง ถ่ายภาพ และถ่ายทำหนังสารคดีเอง นอกจากนี้ยังกระโจนไปขายหนังสือที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ จากที่ออกสตาร์ทครั้งแรกได้เงินแค่ 2 – 3 พันบาท จนกระทั่งทุกวันนี้ยอดขายในงานพุ่งหลายล้าน ผลพลอยได้คือการพบปะผู้อ่านและนักเขียนรายอื่นๆ ช่วยสั่งสมประสบการณ์
และ “Sense” ของตัวเองว่าหนังสือแบบไหนขายได้ ทำให้เขากลายเป็นผู้ทรงอิทธิพล ถือเป็นนักเขียนที่สำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ต้องเกรงใจทันที

แม้ทุกวันนี้ธรณ์ตั้งเป้ารายได้จากงานเขียนทุกประเภทซึ่งเป็นอาชีพเสริมเพียง 1 ล้าน 5 แสนบาทต่อปี และเป็นที่ยอมรับในวงการนักเขียน ทว่าธรณ์ก็ยังคงไม่ทิ้งบทบาทนักวิชาการ เพราะนั่นเป็นอาชีพหลัก และสร้างความเชื่อถือให้เขาในทุกวงการ

Profile

Name : ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์
Education : ปริญญาเอก มหาวิทยาลัย James Cook, Australia
Career Highlights : อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล
Lifestyle : อ่านหนังสือ ดูเพชรพลอย ซื้อของใช้แบรนด์เนม (กระเป๋า รองเท้า) รถแพงๆ (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง BMW)
งานเขียนขายดีของธรณ์ ธำรงค์นาวาสวัสดิ์ : หมวดทั่วไป - ใต้ทะเลมีความรัก (ความรู้เรื่องสัตว์ทะเล มีทั้งหมด 5 เล่ม เล่ม 4-5 เป็นการ์ตูน) ยอดขาย 12,000 เล่ม หมวดท่องเที่ยว - 12 เมืองเล็กน่าฮันนีมูน ยอดขาย 5 – 6,000 เล่ม (พิมพ์ครั้งที่ 2)

Digital TV & Media

ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ยังคงเป็นองค์กรที่ลงโฆษณาสูงสุดอันดับแรก ตามมาด้วยโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย และ ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) เจ้าของแบรนด์นีเวีย

บริษัทเอซี นีลเส็น ได้รายงานยอดซื้อสื่อโฆษณาในเดือนกันยายน 2557 พบว่า ยอดยอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 8,651 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกันยายน 2556 มียอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 9,697ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.79%

ทีประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) มีมติ “ไม่ทบทวน” ตามที่ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอทบทวนมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดให้โครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ภายใน 15 วัน

Consumer Insight

หญิงสาว อายุระหว่าง 18-25 ปี ถือว่าเป็น “กลุ่มผู้บริโภคเนื้อหอม” ของนักการตลาดที่ต้องการเจาะตลาดมากเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์สินค้าต่างๆ แล้ว ยังเป็นวัยที่มีอำนาจในการตัดสินใจซื้อสูง และมีอิมแพ็คในการแชร์ข่าวสารของแบรนด์จากการติดโซเชียลมีเดีย แต่สาวๆเหล่านี้ พฤติกรรมที่ยากจะเข้าใจ

เมื่อพฤติกรรมการใช้สื่อหลากหลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน บริษัท ทีเอ็นเอส บริษัทวิจัยการตลาดข้ามชาติ ได้สำรวจพฤติกรรมของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต Connected Life ของไทย พบว่า คนไทยใช้เวลาบนโทรศัพท์มือถือ เข้าอินเทอร์เน็ต ดูทีวี เล่นแท็บเล็ท แต่ให้เวลากับหนังสือพิมพ์ วิทยุ ไม่กี่นาทีต่อวัน

เมื่อยุคที่การ “รีวิวสินค้า” กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดออนไลน์ยอดนิยม ที่หลายสินค้านำมาใช้ เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ที่มักจะเชื่อคำแนะนำจากเพื่อนฝูง และการบอกต่อในโลกออนไลน์มากกว่า “โฆษณา”

Insight

ต้องถือเป็น “จุดเปลี่ยน” ครั้งสำคัญของบริษัทยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย กับการแต่งตั้ง “สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ ขึ้นนั่งในตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร ของบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคข้ามชาติรายใหญ่ ที่มียอดขาย 40,000 ล้านบาทต่อปี ภายใต้ผลิตภัณฑ์ 30 กว่าแบรนด์ที่ทำตลาด เข้าถึงคนไทยทุกครัวเรือน คิดเฉลี่ยแล้วจะมีคนไทยใช้สินค้าของยูนิลีเวอร์อย่างน้อย 3 ครั้งในหนึ่งวัน

แม้ที่ผ่านมาสหพัฒน์ได้เคยออกฟังก์ชั่นนอลดริ้งก์ในแบรนด์ “i-Healti” มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ดูเหมือนว่าตลาดจะไม่หวือหวา มีส่วนแบ่งการตลาดไปได้ไม่ถึง 5% เท่านั้น จากมูลค่าตลาดรวม 7,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง 10% ต่อปี

ในศึกดิจิตอลทีวีอาร์เอสได้ส่งช่อง 8 ลงสมรภูมิไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย ถึงคราวที่อาร์เอสจะต้องลุยศึกในตลาดทีวีเคเบิ้ลและแซทเทิลไลท์ ที่ปัจจุบันครองตลาดถึง 70% จากภาพรวมธุรกิจทีวีทั้งหมดในประเทศไทย โดยอาร์เอสดัน “ช่อง 2” เป็นหัวหอกหลักในการทำตลาด ยังคงใช้จุดแข็งด้านรายการวาไรตี้บันเทิงเรื่องดารา โดยใช้พิธีกรที่มีชื่อเสียงเป็นตัวชูโรงรายการ

Strategic Move

หลังจากแชร์ชื่อเล่นคนไทย ในแคมเปญ Share a Coke จนประสบความสำเร็จกันไปแล้ว โค้กยังคงเดินหน้าต่อยอดแคมเปญนี้ต่อไป ด้วยการออกแพ็คเกจจิ้งออกมาต่อเนื่อง อย่างเช่น แคมเปญฟุตบอลโลก และแฟนต้าชิคกี้แพ็ค

หลังจากแอปเปิลได้ประกาศ กำหนดการวางจำหน่ายไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัส ในไทย วันที่ 31 ตุลาคม 2557 ล่าสุด ค่ายทรูมูฟ เอช ประกาศวางจำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus อย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ตุลาคม 2557

เป็นที่ฮือฮาบนโลกออนไลน์เมื่อมีการแชร์ภาพร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาประชาสงเคราะห์ 23 ที่เปิดบริการใหม่คือ "อาหารตามสั่ง" ที่เป็นอาหารปรุงสด โดยมีเมนูมาตรฐานได้แก่ โจ้ก ข้าวต้ม เมนูข้าว ข้าวผัด เมนูเส้น ทานเล่น และขนม ราคาเริ่มต้นที่ 35 บาท

Social Media Club

เชื่อว่าหลายคนคงจำคุณลุงฝรั่งคนหนึ่งพร้อมกับเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่พบในกรุงเทพฯ กับคลิปวิดีโอ “BKK 1st Time : ตอนโดนคนไทยด่าครั้งแรก” ด้วยสำนวนที่เป็นกันเองและมีถ้อยคำทะลึ่งเล็กน้อย แต่ทำให้คนดูรู้สึกสนุกและทำให้เกิดการแชร์ต่อไปมากมายบนโลกออนไลน์

Facebook เปิดตัว FBIQ แหล่งข้อมูลแห่งใหม่ที่ช่วยให้นักการตลาดเข้าใจผู้คนที่มีความแตกต่างในแง่ของเจเนอเรชั่น สถานที่อยู่ อุปกรณ์ที่ใช้ และเวลาที่เข้าใช้ ผ่านข้อมูลเชิงลึกและบทวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ

เมื่อ “เฟซบุ๊ค” ยังเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คครองความนิยมมาเป็นอันดับแรก บรรดาแบรนด์ต่างๆ จึงต้องมุ่งเน้นทำการสื่อสารบนเฟซบุ๊ค แต่การสื่อสารบนเฟซุบุ๊คไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย "บริษัทแอดยิ้ม ออนไลน์ เอเยนซี่" ได้นำเสนอ แนวทางการ การสร้างคอนเทนต์ที่ดีในเฟซบุ๊ค มีจุดร่วมที่ต้องให้ความใส่ใจ ควรคำนึงถึงในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทางเฟซบุ๊ค

Columnist

กระแสการทำตลาดย้อนยุค Retro Marketing / Retro Brand / Retro-Nova Marketing ในปัจจุบันเห็นการทำตลาดย้อนยุค ซึ่งการตลาดเรียกว่า Retro Marketing แต่อาจารย์ขอใช้คำว่า “Marketing Memory” คือการทำการตลาดกับความรู้สึก กับ ความทรงจำ

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

7 ปีก่อน เมื่อผู้เขียนกลับจากเมืองจีน หลายคนสงสัยว่าของแปลกๆ อย่างโต๊ะคอมที่แม้นอนบนเตียงก็ยังพิมพ์งานได้ รวมถึงรองเท้าไนกี้รุ่นที่ไม่เคยเห็นในท้องตลาดนั้นข้าพเจ้าได้มาอย่างไร ผู้เขียนจึงตอบไปแค่สั้นๆ ว่า “ช้อปจากเถาเป่า”

การทำอีเว้นท์แจก Sampling สินค้าตัวอย่างคงจะธรรมดาไปแล้วเรียบร้อย ยุคนี้ต้องไฮเทคกว่านั้น ออฟไลน์ หรือออนไลน์ต้องมีครบ

People

การขึ้นนั้งเก้าอี้ใหญ่ของ “สุพัตรา” จึงไม่ธรรมดา เธอเข้าทำงานในยูนิลีเวอร์มา 21 ปี ผ่านทั้งงาน “บู๊ และบุ๋น” ทั้งในไทย และในระดับภูมิภาค

คณะกรรมการธนาคารกสิกรไทย ประกาศแต่งตั้ง ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ เป็นรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย ดูแลสายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริกา

หลังจากซีอีโอคนเดิม กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ประกาศแต่งตั้ง กนิษฐ เมืองกระจ่าง รับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร แทน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ. ศ. 2557 เป็นต้นไป

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348