ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ย่อยสารคดีให้ขายได้

ถ้านึกถึงผู้เชี่ยวชาญทางทะเลและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ยามนี้ จะมีภาพของ “ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์” ผุดขึ้นมาโดดเด่นเหนือใคร

จากอาจารย์สอนหนังสือที่ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นอกเหนือจากให้ความรู้บนเวทีวิชาการต่างๆ ดร.ธรณ์ แปรความรู้ดังกล่าวออกมาเป็นผลงาน ผ่าน “สื่อ” ออกสู่สาธารณชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งคู่มือโลกใต้ทะเล บทความ ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และท่องเที่ยวไลฟ์สไตล์ สร้างผลงานให้เสพง่ายจนได้รับการยอมรับว่า “เติมความกลมกล่อมให้สารคดี” เป็นผลงานที่ไม่เพ้อไม่ไร้สาระ ขณะเดียวกันเนื้อหาก็ไม่หนัก อ่านง่ายๆ ทำให้ดูใกล้ชิดกับคนธรรมดาๆ เกินกว่าจะเรียกเขาว่า “ดร.ธรณ์”

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ธรณ์จะเป็น "ภาพขัดแย้ง" ในแวดวงนักวิชาการหรือเอ็นจีโอด้านสิ่งแวดล้อม บ้างก็วิจารณ์ว่าเขาเป็น "นักสร้างภาพ" ซึ่งหากย้อนกลับไปเมื่อ 3 – 4 ปีก่อน เขาจะดูเป็นทางการมากกว่านี้ เป็นภาพของนักวิชาการ หรือเอ็นจีโอด้านสิ่งแวดล้อม ทว่าปัจจุบันกลายเป็นนักเขียนที่ให้ความรู้สึกจับต้องได้ ไม่ใช่นักวิชาการหรือเอ็นจีโอจ๋า แต่ใช้ชีวิต กินดื่มเที่ยวตามสถานที่นิยม จับจ่ายใช้สอย เหมือนกับคนทั่วไป ในวัยเดียวกัน

“ผมเป็นเหมือนกลุ่มคนอ่านของผม ชอบแสงสี ฟุ้งเฟ้อไม่พอเพียง ชอบของแบรนด์เนม ผ่อนรถราคาแพง กินเหล้าทุกวันศุกร์ เที่ยว RCA” ซึ่งในวันที่ให้สัมภาษณ์กับ “POSITIONING” ก็สัมผัสได้ถึงตัวตนที่ขัดแย้งแตกต่างของธรณ์ ในชุดลำลองเสื้อเชิ้ตสีเหลืองสว่างไสวปล่อยชายออกนอกกางเกง มีแบรนด์แจ่มแจ้งปักบนอกเป็นรูปคนขี่ม้าหรือที่เราคุ้นกันดีว่าคือ Polo

นอกจากชอบของมี Brand เขายัง Branding ตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานเขียน ที่เขายอมรับว่า "โลกนี้ปกคลุมด้วยกลไกการตลาด” ดังนั้น จะเขียนอะไรก็ต้องรู้แจ้งใน Segment และ “ที่ยืน” ของตัวเองตั้งแต่แรก ที่ธรณ์มองว่าเป็น “กึ๋น” ของนักเขียนที่ยุคนี้ต้องมี เช่น ผลงานท่องเที่ยวชุดล่าสุด On Earth เขาเล็งเห็นชัดว่ากลุ่มผู้อ่านซีรี่ส์นี้เป็นคนอายุ 30 ปีขึ้นไป มีรายได้สูง ชอบอักษรตัวใหญ่ อ่านง่าย ภาพเยอะ ดู DVD High Definition ถึงขึ้นบอกว่าครอบคลุมกลุ่ม “อาแปะ อาม่า” ใช้วิธี Branding ให้ต่างจากชุดหนังสือท่องเที่ยวอื่นๆ โดยนำ “คุณดาว” ภรรยาเป็นผู้เดินเรื่อง ทำให้ผู้อ่านจำได้ทันทีว่าเป็น “หนังสือท่องเที่ยวสไตล์ธรณ์”ส่วนหนึ่งของผู้อ่านคอยติดตามชีวิตของคุณดาวไม่ต่างจากติดนิยายชีวิตจริงงอมแงม ซึ่งทำให้หนังสือท่องเที่ยวซีรี่ส์นี้ขายดี แม้จะมีราคาแพงที่สุด หรือประมาณ 250 - 300 กว่าบาท ท่ามกลางหนังสือท่องเที่ยวภาษาไทยที่มีราคาเฉลี่ย 180 – 200 บาทเท่านั้น

ที่สามารถปรับขยับเขย่า “เนื้อหา” ให้เข้ากับ “ที่ยืน” ในตลาดได้ ก็เพราะธรณ์มีประสบการณ์ “เล่นจริง เจ็บจริง” ล้มลุกคลุกคลานในฐานะนักเขียน ใช่ว่าเกิดมานามสกุลดังแล้วจะมีเส้นทางโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เริ่มจับปากกามาตั้งแต่อายุ 14 – 15 ปี จากงานเขียนนิยายประเภทปลุกใจเสือป่าลงนิตยสารนวลนาง และด้วยความรักการเขียนเข้าไส้ เขียนไปเสียทุกเรื่องที่สนใจ กว่าผลงานจะได้ตีพิมพ์เป็นเล่ม ถูกโยนทิ้งตะกร้าไปก็เพียบ

จนกระทั่งปัจจุบันเขาผลิตงานเขียนอย่างต่อเนื่องหลากหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นการ์ตูนสำหรับเด็กระดับอนุบาล ประถมศึกษา นิยายวิทยาศาสตร์ คู่มือสัตว์ทะเล ไปจนถึงธรรมะกับ ว. วชิระเมธี มีโปรเจกต์เขียนหนังสือ How-to ค้างเติ่งอยู่หลายเล่ม ทั้งยังเขียนคู่มือธรรมชาติให้ ททท. พร้อมไปกับบทบาทเชิงวิชาการที่เป็นงานหลัก ซึ่งเขาเชื่อมั่นว่าทุกวันนี้ไม่ว่าอยากเขียนอะไร ก็จะมีคนยินดีพิมพ์ให้

“นักเขียนมีหน้าที่ทำให้สำนักพิมพ์อยู่รอด ไม่ได้เขียนอย่างเดียว ตามใจตัวเองได้ แต่ต้องไม่เจ๊ง” คำพูดของธรณ์สะท้อนให้เห็นว่าเขาเข้าใจ “กลไกการตลาด” อย่างเข้มข้น กว่าจะมีงานเขียนชิ้นหนึ่ง ธรณ์ทำการบ้านมาอย่างหนักหน่วง ทั้งศึกษาคู่แข่ง และคนอ่านกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้มั่นใจว่า “ดีและขายได้” จนใช้เวลาเขียนเนิ่นนาน

เมื่อมีโปรเจกต์ในใจแล้ว ธรณ์จะสำรวจตลาดละเอียดยิบ เช่นในกรณีหนังสือท่องเที่ยว เขาจะตระเวนซื้อหนังสือทั้งไทยและเทศที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะเขียนทั้งหมด อาจฟังดูเหลือเชื่อ แต่เขาอ่านหนังสือพวกนั้นทุกเล่ม เพื่อศึกษาข้อมูลที่คนอื่นไปมาแล้วก่อนออกเดินทางจริง

หลังจากกลับมาเขียนแล้ว ธรณ์จะ “หมัก” ไว้อีกเป็นเดือน จากนั้นก็ย้อนกลับไปอ่านงานของคนอื่นทั้งหมดอีกครั้ง เพื่อเสริมข้อมูล เติมลูกเล่นความเป็นตัวของตัวเอง ทำให้หนังสือบางเล่มใช้เวลานานถึง 3 – 4 เดือน เช่น “มนต์รักหลังม่านเหล็ก” (4 เดือน) “บนเส้นทางสายน้ำแข็ง” (3 เดือน)

ไม่ใช่แค่เข้าใจการตลาด แต่ยังทุ่มเทแรงใจแรงกายทำทุกอย่างด้วยตัวเองเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ทั้งเขียนเอง ถ่ายภาพ และถ่ายทำหนังสารคดีเอง นอกจากนี้ยังกระโจนไปขายหนังสือที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ จากที่ออกสตาร์ทครั้งแรกได้เงินแค่ 2 – 3 พันบาท จนกระทั่งทุกวันนี้ยอดขายในงานพุ่งหลายล้าน ผลพลอยได้คือการพบปะผู้อ่านและนักเขียนรายอื่นๆ ช่วยสั่งสมประสบการณ์
และ “Sense” ของตัวเองว่าหนังสือแบบไหนขายได้ ทำให้เขากลายเป็นผู้ทรงอิทธิพล ถือเป็นนักเขียนที่สำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ต้องเกรงใจทันที

แม้ทุกวันนี้ธรณ์ตั้งเป้ารายได้จากงานเขียนทุกประเภทซึ่งเป็นอาชีพเสริมเพียง 1 ล้าน 5 แสนบาทต่อปี และเป็นที่ยอมรับในวงการนักเขียน ทว่าธรณ์ก็ยังคงไม่ทิ้งบทบาทนักวิชาการ เพราะนั่นเป็นอาชีพหลัก และสร้างความเชื่อถือให้เขาในทุกวงการ

Profile

Name : ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์
Education : ปริญญาเอก มหาวิทยาลัย James Cook, Australia
Career Highlights : อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล
Lifestyle : อ่านหนังสือ ดูเพชรพลอย ซื้อของใช้แบรนด์เนม (กระเป๋า รองเท้า) รถแพงๆ (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง BMW)
งานเขียนขายดีของธรณ์ ธำรงค์นาวาสวัสดิ์ : หมวดทั่วไป - ใต้ทะเลมีความรัก (ความรู้เรื่องสัตว์ทะเล มีทั้งหมด 5 เล่ม เล่ม 4-5 เป็นการ์ตูน) ยอดขาย 12,000 เล่ม หมวดท่องเที่ยว - 12 เมืองเล็กน่าฮันนีมูน ยอดขาย 5 – 6,000 เล่ม (พิมพ์ครั้งที่ 2)

Consumer Insight

เทเลนอร์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นคนหนุ่มสาวในไทยและมาเลเซีย นิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยเปิดรับและใช้บริการใหม่ๆ บนโทรศัพท์มือถือเร็วกว่ากลุ่มคนรุ่นเดียวกันในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

Insight

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

นอกจากจำนวนสาขาต้องมากแล้ว การมี “ไซส์” ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายก็เป็นเรื่องสำคัญ ด้วยเหตุนี้เอง บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด จึงได้แตกฟอร์แมตร้านค้าใหม่ “ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์” เป็นโมเดลขนาดใหญ่สุด จากที่ท็อปส์เคยเปิดมา

“เพย์ทีวี” ธุรกิจที่ได้ชื่อว่า “ผันผวน” ที่สุด เมื่อ “ซีทีเอช” ควบกิจการ “จีเอ็มเอ็ม แซท” ซ้ำรอย “ไอบีซี” และ “ยูทีวี” ในอดีต 20 ปีที่แล้ว หวังปักหลักสู้ศึก “ทรูวิชั่นส์” ในสังเวียนการแข่งขันที่กำลังพลิกโฉมหน้าไปอีกครั้ง

Strategic Move

นอกจากจะต้องเร่งมือพัฒนา“คอนเท้นท์” เพื่อดึงดูดคนดูแล้ว เรื่องของโฆษณาและประชาสัมพันธ์สำหรับดิจิตอลทีวีก็เป็นเรื่องจำเป็น ล่าสุด “นิวทีวี” ดิจิตอลทีวีของค่ายเดลินิวส์ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด จึงเปิดตัว สติกเกอร์ไลน์ New Boyz (นิวบอยซ์)

แคมเปญชวนบริจาคเงินสุดไวรัลบนโลกออนไลน์ #IceBucketChallengeTH แพร่ขยายเข้าไทยแล้ว โดย 2 ซีอีโอค่ายมือถือของไทย John Eddy Abdullah CEO dtac ตามติดๆ มาด้วยสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO AIS ก็รับคำท้าเช่นกัน

สินค้าหรือบริการยุคนี้ หากต้องการสร้างการรับรู้ให้ถึงกลุ่มคนได้รวดเร็ว การเลือกใช้ ดารา หรือ คนดังมาเป็น “แบรนด์แอมบาสเดอร์” หรือ พรีเซนเตอร์ มาเป็นตัวแทนให้กับแบรนด์ยังเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดยอดนิยมเสมอมา

Social Media Club

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ภูมิทัศน์สื่อ (media landscape) วันนี้เปลี่ยนไปมาก เพราะการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ (new media) อย่างอินเทอร์เน็ต หรือ สื่อสังคมออนไลน์ (social media) ทำให้สื่อมวลชน หรือสื่อยุคเก่าต้องปรับตัวในการทำงานและการสื่อสารเพื่อเข้าถึงมวลชนในลักษณะที่ต้องเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488