ธาดา วาริช ช่างภาพที่เนื้อหอมที่สุดของยุคนี้

ธาดา วาริช หรือ “จอร์จ” เป็นช่างภาพแฟชั่นแนวเซ็กซี่ที่เนื้อหอมที่สุดแห่งยุคนี้ เขาทรงอิทธิพลแค่ไหน ดูได้จากช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มีดารานางแบบกว่า 60 คนถูกถ่ายทอดความสวยแบบ "ดิบและธรรมชาติ" ในตัวตน ผ่านคมเลนส์ของธาดาลงในหน้านิตยสารชื่อดังของเมืองไทยหลายสิบฉบับ แทบทุกชิ้นดูเหมือนไร้การ Make up และ Set up หันไปเน้นความดิบที่สื่ออารมณ์ธรรมชาติจากทั้งนางแบบเองและฉากรอบข้างอย่างที่มันเป็น

ล่าสุดต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านไปก็มีดารานางแบบชื่อดังมากมายที่ไปให้กำลังใจในงานเปิดตัว "Photobook TADA VARICH" ที่ตึกแกรมมี่อย่างคับคั่ง และหลังจากนั้นก็ขายดีจนขาดตลาด เพราะเป็นเสมือนอีกหนึ่งคัมภีร์ภาพถ่ายอีกเล่มที่เหล่าช่างภาพไม่ยอมพลาดต้องมีไว้ศึกษา และแน่นอนว่าบรรดาหนุ่มๆ ที่ติดใจงานของธาดามานานหลายปีก็ต้องมีไว้เชยชม

แต่อิทธิพลที่แท้จริงของธาดา คือการเป็นผู้มาปลดพันธนาการในรูปแบบของภาพถ่ายแฟชั่นตามนิตยสาร ให้พ้นจากการเน้น Set up และ Make up แบบเดิมๆ ไปสู่ความเป็นธรรมชาติ หันไปดึงตัวตนของนางแบบ และหันไปดึงเสน่ห์ของสถานที่นั้นทุกรายละเอียดองค์ประกอบ ไม่ว่าจะทรายทุกเม็ด ฟองของน้ำทะเลบนผิวตัวนางแบบที่ไร้เมคอัพใดๆ ไปจนถึงแสงแดดทุกมุม ให้สะท้อนความสวยของตัวเองออกมาเต็มที่ จนภาพถ่ายแฟชั่นแนวนี้มาเป็นที่นิยมไม่แพ้แนวเดิมๆ

ย้อนอดีตไปในช่วงเลือกสายอาชีพ ธาดาชี้ชัดตัวเองในขั้นแรกว่าต้องเป็นงานด้านศิลปะ และเล่าย้อนไว้ในนิตยสาร DDT ฉบับที่ 15 ว่า "ตอนนั้นผมวาดรูปอยู่ด้วย แล้วผมก็มีรายรับเดือนละ 700 บาทจากการวาดรูป อยู่ไม่รอด ก็เลยต้องหาทาง แต่ก็อยากเอาอาชีพที่เราชอบด้วย คือยังไงก็ขอให้เกี่ยวกับศิลปะ" แต่ในที่สุดก็มาสรุปที่งานช่างภาพ เพราะ "งานถ่ายภาพเป็นงานอาร์ตที่ใช้เวลาได้มักง่ายที่สุดแล้ว คุณยิงชิกๆ คุณก็ได้รูปแล้ว คุณใช้เวลาแค่ครึ่งนาทีเองนะ เทียบกับงานอื่นๆ เนี่ยจะใช้เวลามากกว่ามาก ... เราไม่ได้มีเจตนาจะมักง่ายหรืออะไร แต่มันคือวิธีการทำงานที่...คือมันปึ๊บๆ แค่นั่นแหล่ะ มันพอแล้ว มันเสร็จแล้ว"

13 ปีก่อน ธาดาเริ่มค้นหาตัวเองบนเส้นทางช่างภาพอาชีพจากงานถ่ายภาพทั่วไปที่ทำ Portfolio ไปเสนอตัวรับงานเอเยนซี่ต่างๆ และตัดสินใจเปิดหูเปิดตาเรียนต่อด้านการถ่ายภาพที่สหรัฐอเมริกา แล้วกลับมาเป็นช่างภาพนิตยสาร IN และนิตยสาร IMAGE ในเครือแกรมมี่ดังที่เขาให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ "งาน การศึกษาและอาชีพ" ฉบับวันที่ 13 ก.พ. 2551 ไว้ว่า

"คนอาจจะรู้จักผมจากการถ่ายภาพแฟชั่น ถ่ายผู้หญิงสวย ๆ เป็นช่างภาพที่ถ่ายเซ็กซี่ ซึ่งมันถูกมองเห็นและถูกจดจำมากกว่า แต่จริง ๆในตำแหน่งช่างภาพประจำแมกาซีนอย่างที่ IMAGE หรือ IN Magazine ผมก็เริ่มต้นถ่ายทุกอย่าง อาหาร ภาพงานข่าว สัมภาษณ์ ผมว่างานถ่ายภาพคนมันค่อนข้างท้าทาย แต่ถ่ายรูปสัตว์ก็ท้าทายเพราะเราสั่งมันไม่ได้"

แล้วธาดาก็ค้นพบตัวเองว่าเขารักจะสื่อสารกับ "แบบ" ที่เขาถ่าย และจะทำได้ดีเป็นพิเศษถ้าเป็นภาพนองแบบแนวเซ็กซี่ และแม้จะทำงานเร็ว แต่ธาดาก็ย้ำว่าไม่ใช่ทำงานมักง่าย เพราะทุกอย่างต้อง "อยู่ในหัว” แล้วก่อนลั่นชัตเตอร์ แต่ธาดาก็เผยอีกเคล็ดลับแบบถ่อมตัวว่า "เวลาผมมีนางแบบ ผมนั่นแหละขี้โกงให้นางแบบช่วยทำให้ภาพผมสวย"

นอกจากวิธีคิดแล้ว ธาดาบอกเล่าวิธีทำงานไว้ใน DDT ถึงการสื่อสารกับนางแบบไว้ว่า “พูดกับเขาตรงๆ เอาภาพให้ดูว่างานจะออกมาแบบไหน ... ขอเขาว่าแบบนี้เราคิดว่ามันดีกว่า แต่ถ้ายังไม่แน่ใจเดี๋ยวจะเทสต์ให้ดูว่าภาพมันจะออกมาอย่างไร คือถ้าคนที่เป็นแบบเขาสบายใจปุ๊บ การทำงานมันก็จะง่ายเท่านั้นเอง”

"บางงานไม่เตรียมก่อนก็มี หลายงานที่ผมไม่เตรียมนี่ งานกลับออกมาดีกว่าอีก คืออะไรที่มันเกิดขึ้นเดี๋ยวนั้น แก้ปัญหาเดี๋ยวนั้นมันคือสิ่งใหม่ๆ และมันคือองค์ประกอบจริงๆ คือบางทีเราเตรียมงานไว้ แต่ว่าพอถึงเวลาแล้วมันไม่ใช่ เพราะฉะนั้นหลายครั้งที่ผมจะบอกกับตัวเองว่า ผมไม่เตรียม แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมไม่ตั้งใจ แต่ผมจะเอาไอเดียจากตรงนั้น มันจะ Fresh กว่า"

ธาดาเคยเล่า "เบื้องหลังการถ่ายทำ" ที่จริงจังแต่ไม่เครียดไว้อย่างออกรสในหนังสือพิมพ์ฉบับเดิม ว่า ทำงานเหมือนไปพักผ่อน และทีมงานก็เหมือนเป็นขบวนปิกนิกนอกสถานที่

"ผมไม่ชอบงานที่ต้องเตรียม การมากมาย ไม่ชอบอุปกรณ์หรือทีมงานเยอะแยะ ไม่ชอบการจัดไฟ งานของผมส่วนมากจะใช้แสงธรรมชาติ ไม่ต้องเซตฉาก

“จะเหมือนชวนกันไปเที่ยว ขับรถไปเรื่อยๆ เจอตรงไหนสวยๆ ก็ลงรถไปถ่ายรูปกัน ความสบายแบบนี้มันก็ทำให้คนที่เป็นแบบเขาผ่อนคลายแล้วก็สนุกสนานไปกับเราด้วย ซึ่งอารมณ์แบบนี้มันสื่อออกมาในภาพอย่างชัดเจนอยู่แล้ว”

ธาดาให้ความสำคัญกับ “อารมณ์” ของเพื่อนร่วมงานอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นนางแบบหรือใครๆ เพราะจากประสบการณ์พบว่าสีหน้าของนางแบบและทีมงานจะแสดงออกมาถ้าไม่เชื่อใจ ไม่ชอบใจ หรือไม่สบายใจ ฉะนั้นถ้าอยากให้งานออกมาดี “ก็ต้องทำให้เขาสบายใจก่อน"

ธาดาจะรู้สึกสนุกกับผลตอบรับของคนดูอยู่เสมอ และฟีดแบ็กครั้งใหญ่สุดเห็นจะเป็นข่าวลือ "บี น้ำทิพย์ มั่วพี้ยา" ที่ออกมาลงในหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่และอีกหลายฉบับ ซึ่งล้วนเป็นความเข้าใจผิดที่เป็นผลลัพธ์จากภาพแฟชั่นชุดที่เขาถ่ายในนิตยสาร Mars ปก บี น้ำทิพย์ กับภาพชุดแฟชั่นในบ้านที่ดูดิบและปลดปล่อยอารมณ์ท่าทางคล้ายคนเมายาแต่ก็สวยเซ็กซี่และเย้ายวน

ไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่ งานชิ้นนี้และข่าวฉาวเข้าใจผิดที่ตามมา ได้สร้างชื่อธาดาให้ดังขึ้นอีกจากเดิมที่ดังอยู่แล้ว และช่วยให้ลายเซ็นดิบธรรมชาติของเขาที่รับรู้กันในวงการเป็นอย่างดี และแพร่หลายออกมาเป็นที่รู้จักในหมู่คนทั่วไป ทั้งนี้อาจจะด้วยความคิดรวบยอดที่เขาเผยไว้กับเว็บ artbangkok.com ว่า

“ผมว่าคนที่สร้างงานควรจะมองขาด หรือควรจะอ่านใจคนดูออกด้วยซ้ำว่า ภาพชนิดนี้สามารถทำให้คนดูงานคิดไปทางด้านนี้ได้กี่เปอร์เซ็นต์ ด้านนี้กี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมันก็จะเป็นผลดีกับทุกฝ่าย หรือถึงที่สุดแล้วก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของคนสร้างงานว่าทำเพื่ออะไร?"

นอกจากบี น้ำทิพย์ แล้ว ดาราสาวสวยชื่อดังแทบทุกคนทั้ง อั้ม พัชราภา, เป้ย ปานวาด, อ้อม พิยดา, แป้ง อรจีรา, พลอย เฌอมาลย์, หยาดทิพย์, ศรีริต้า, กระแต ศุภักษร และอีกมากมาย ต่างได้เคยเผยความ "สวยแบบดิบๆ " ผ่านมุมมองของธาดา เป็นรูปฮิตที่ผ่านตานักอ่านนิตยสาร และถูกสแกนส่งผ่านกันกันอินเทอร์เน็ตทั่วไป

ในแง่อิทธิพลทางความคิด ธาดายอมรับว่าศึกษางานแนวนี้จากนานาชาติทั่วโลกด้วย แต่ก็เป็นลักษณะ "ดูบ้าง ไม่ดูบ้าง" แต่ก็ไม่ได้ยึดเป็น Reference ถึงขนาดต้องตาม เพราะ "แต่ละช่วงคนมันก็จะชอบอะไรคนละแบบ เหมือนเป็นเทรนด์ ... แต่ละคนแต่ละช่วงก็เวลาความชอบก็ไม่จีรังยั่งยืนหรอก"

งานของเขาต่อไปจะมีการคลี่คลายหรือเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ ? อย่างไร ? ยังคงเป็นสิ่งที่แฟนๆ ไม่ว่าช่างภาพหรือผู้อ่านผู้ชมทั่วไปติดตามเสมอ

Consumer Insight

เทเลนอร์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นคนหนุ่มสาวในไทยและมาเลเซีย นิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยเปิดรับและใช้บริการใหม่ๆ บนโทรศัพท์มือถือเร็วกว่ากลุ่มคนรุ่นเดียวกันในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

Insight

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

นอกจากจำนวนสาขาต้องมากแล้ว การมี “ไซส์” ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายก็เป็นเรื่องสำคัญ ด้วยเหตุนี้เอง บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด จึงได้แตกฟอร์แมตร้านค้าใหม่ “ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์” เป็นโมเดลขนาดใหญ่สุด จากที่ท็อปส์เคยเปิดมา

“เพย์ทีวี” ธุรกิจที่ได้ชื่อว่า “ผันผวน” ที่สุด เมื่อ “ซีทีเอช” ควบกิจการ “จีเอ็มเอ็ม แซท” ซ้ำรอย “ไอบีซี” และ “ยูทีวี” ในอดีต 20 ปีที่แล้ว หวังปักหลักสู้ศึก “ทรูวิชั่นส์” ในสังเวียนการแข่งขันที่กำลังพลิกโฉมหน้าไปอีกครั้ง

Strategic Move

นอกจากจะต้องเร่งมือพัฒนา“คอนเท้นท์” เพื่อดึงดูดคนดูแล้ว เรื่องของโฆษณาและประชาสัมพันธ์สำหรับดิจิตอลทีวีก็เป็นเรื่องจำเป็น ล่าสุด “นิวทีวี” ดิจิตอลทีวีของค่ายเดลินิวส์ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด จึงเปิดตัว สติกเกอร์ไลน์ New Boyz (นิวบอยซ์)

แคมเปญชวนบริจาคเงินสุดไวรัลบนโลกออนไลน์ #IceBucketChallengeTH แพร่ขยายเข้าไทยแล้ว โดย 2 ซีอีโอค่ายมือถือของไทย John Eddy Abdullah CEO dtac ตามติดๆ มาด้วยสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO AIS ก็รับคำท้าเช่นกัน

สินค้าหรือบริการยุคนี้ หากต้องการสร้างการรับรู้ให้ถึงกลุ่มคนได้รวดเร็ว การเลือกใช้ ดารา หรือ คนดังมาเป็น “แบรนด์แอมบาสเดอร์” หรือ พรีเซนเตอร์ มาเป็นตัวแทนให้กับแบรนด์ยังเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดยอดนิยมเสมอมา

Social Media Club

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ภูมิทัศน์สื่อ (media landscape) วันนี้เปลี่ยนไปมาก เพราะการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ (new media) อย่างอินเทอร์เน็ต หรือ สื่อสังคมออนไลน์ (social media) ทำให้สื่อมวลชน หรือสื่อยุคเก่าต้องปรับตัวในการทำงานและการสื่อสารเพื่อเข้าถึงมวลชนในลักษณะที่ต้องเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488