ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ : มหันตภัยเศรษฐกิจไทย

การปรับตัวในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจซบเซา นอกจากจะต้องประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังต้องเร่งหารายได้เสริมเพื่อความอยู่รอดของแต่ละครอบครัว นับเป็นปัจจัยหนุนให้แชร์ลูกโซ่กลับมาระบาดอีกครั้ง และมีวิวัฒนาการเหนือชั้นกว่าที่ผ่านมา โดยธุรกิจแชร์ลูกโซ่นั้นเป็นที่รู้จักในประเทศไทย และสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจอย่างมากในช่วงระหว่างปี 2527-2529ไม่ว่าจะเป็นแชร์แม่ชม้อย แชร์นกแก้ว แชร์ชาเตอร์ และแชร์เสมาฟ้าคราม แชร์ลูกโซ่ที่หวนกลับมาเฟื่องฟูในปี 2550 นั้นมีแนวโน้มที่คาดว่าจะสามารถสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจได้ในวงกว้าง เพราะรูปแบบการหลอกลวงให้ลงทุนมีหลากหลายมากขึ้น การจ่ายผลตอบแทนที่อยู่ในเกณฑ์สูงจูงใจในการเข้าไปลงทุน และมีการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภค โดยอาศัยหลักการจ่ายผลตอบแทนเช่นเดียวกับธุรกิจขายตรง และพัฒนาไปเป็นรูปแบบการขยายธุรกิจโดยอิงหลักการของธุรกิจแฟรนไชส์ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้มีประชาชนจำนวนมากหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อของธุรกิจแชร์ลูกโซ่ในวงกว้างทั่วประเทศ

แชร์ลูกโซ่…ธุรกิจที่มุ่งระดมทุนจากรายใหม่เพื่อจ่ายผลตอบแทนให้รายเก่า
แชร์ลูกโซ่ หมายถึง รูปแบบการดำเนินธุรกรรมที่มุ่งประสงค์เพื่อหารายได้จากการระดมทุนเป็นหลัก โดยแอบอ้างอิงหลักการดำเนินธุรกิจกับธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น ธุรกิจขายตรง ธุรกิจแฟรนไชส์ ธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือของธุรกิจ ซึ่งมีการสัญญาในการเข้าร่วมธุรกิจที่จะตอบแทนผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆที่สูงกว่าเงินลงทุน โดยผู้ประกอบการมักจะอ้างถึงการนำเงินไปลงทุนในรูปแบบอื่นๆ ต่อๆ ไป เพื่อปันรายได้แจกจ่ายผู้เข้าร่วมธุรกิจอย่างทั่วถึง ในช่วงระยะแรกเพื่อกระตุ้นให้เกิดการร่วมธุรกิจต่อเนื่อง จนเมื่อถึง "จุดอิ่มตัว" ที่ผู้เข้าร่วมธุรกิจที่เข้ามาในช่วงหลังจะไม่สามารถหมุนเวียนเงินตอบแทนได้กับคนที่มาก่อนได้ก็จะปิดตัวลง

ปัจจุบันลักษณะการประกอบธุรกิจแชร์ลูกโซ่สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักๆ ดังนี้
1.ธุรกิจแชร์ลูกโซ่แบบดั้งเดิม
ธุรกิจแชร์ลูกโซ่รูปแบบนี้จะอาศัยการชักชวนมาร่วมลงทุนโดยใช้หลักการเดียวกับสหกรณ์ เป็นการระดมเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ แต่จะเสนอผลประโยชน์สูงกว่าระบบสหกรณ์ หลังจากนั้นก็มีการพัฒนารูปแบบการจ่ายผลตอบแทนเช่นเดียวกับธุรกิจขายตรง และล่าสุดก็มีการพัฒนาการขยายวิธีการระดมเงินโดยใช้หลักการเดียวกับการขยายธุรกิจแฟรนไชส์ ซึ่งทั้งสองรูปแบบหลังนี้ทำให้ธุรกิจแชร์ลูกโซ่กลับมาเฟื่องฟูอย่างมาก

ปัจจุบันมีบริษัทที่เข้าข่ายการทำธุรกิจลักษณะแชร์ลูกโซ่กระจายทั่วประเทศในชื่อต่างๆ และมีการดำเนินธุรกิจหลากหลายรูปแบบ เช่น การจัดตั้งบริษัท/ตัวแทนหรือกองทุนรวมที่ไม่ได้รับอนุญาตจากทางการให้ประกอบธุรกิจ โดยจะชักจูงผู้ลงทุนให้ไปลงทุนในหลักทรัพย์ กองทุนหรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินค้าอ้างอิงเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคเช่น น้ำมัน ทองคำ หรือแม้กระทั่งสินค้าเกษตร เช่น ข้าว ยางพารา เป็นต้น การตั้งวงแชร์เพื่อนำไปลงทุนในสินค้าที่อ้างอิงกับผลิตภัณฑ์ต่างๆในตลาดทุน ไม่ว่าจะเป็น SET50 อิงน้ำมันดิบ ทองคำ ตั๋วเงิน หุ้น หุ้นกู้ หน่วยลงทุน และใบสำคัญแสดงสิทธิต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีรูปแบบของการจัดตั้งบริษัทเพื่อลงทุนในการธุรกิจซื้อขายสินค้าอุปโภค-บริโภค การจัดตั้งบริษัทเปิดรับทายผลการขึ้นลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลต่างประเทศ และการระดมทุนเพื่อนำเงินไปลงทุนในธุรกิจต่างๆในต่างประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจสปาก็กำลังเป็นธุรกิจที่มีการแอบอ้างมากขึ้นเช่นกัน

2.ธุรกิจแชร์ลูกโซ่รูปแบบใหม่ ธุรกิจแชร์ลูกโซ่รูปแบบใหม่นี้เป็นที่แพร่หลายไปทั่วโลกเรียกว่า ธุรกิจอี-มันนี่เกมส์ (E-Money Game) เป็นลักษณะการทำธุรกรรมผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยการเปิดเว็บให้คนทั่วไปเข้าร่วมลงทุน โดยจะเป็นเว็บประเภท High Yield Investment Program (HYIP) ซึ่งเป็นเว็บประเภทรับฝากเงินจากสมาชิกโดยเว็บดังกล่าวอ้างว่าจะนำเงินไปลงทุนตามธุรกิจต่างๆ เช่น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้านและที่ดิน ตลาดหุ้น ตราสารทางการเงิน ธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตรา โดยจะจ่ายดอกเบี้ยให้สมาชิกตามอัตราที่เว็บกำหนด ซึ่งแต่ละเว็บจะมีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยและอัตราการลงทุนของสมาชิกแตกต่างกัน ลักษณะการให้เปอร์เซ็นต์ของHYIP ส่วนมากจะกำหนดเปอร์เซ็นต์การจ่ายออกเป็น 2 ลักษณะ คือ แบบรายวัน (daily) เว็บจะคำนวณเงินให้เราเป็นรายวัน สามารถกดถอนได้ทุกวัน ซึ่งจะสามารถกดถอนได้กี่วันนั้นทางเว็บจะกำหนดไว้ และแบบเป็นรอบ (after N days) เว็บจะคำนวณเงินให้เมื่อครบกำหนดรอบวันที่กำหนด ซึ่งจะกำหนดว่ารอบละกี่วัน เช่น N วัน ลักษณะนี้จะสามารถกดถอนเงินได้ครั้งเดียวเมื่อครบรอบวันที่กำหนด

นอกจากนี้ปัจจุบันยังมีการพัฒนาเป็นเว็บประเภท Surf-Site ซึ่งเป็นเว็บประเภทรับฝากเงินเช่นเดียวกับ HYIP เพียงแต่ผู้ลงทุนจะต้องเข้าไปเปิดเว็บทุกวันเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดในการลงทุน ในขณะที่ HYIP นั้นผู้ลงทุนจะเลือกเปิดเช็คข้อมูลวันใดก็ได้ และเว็บลูกผสมระหว่าง HYIP และ Surf-Site โดยมีลูกเล่นที่แตกต่างกัน รวมทั้งเริ่มนำHYIPมาผสานกันเป็นระบบธุรกิจเครือข่ายโดยเฉพาะประเทศที่ยังไม่ได้รับความนิยมในเรื่องอินเทอร์เน็ต ขณะเดียวกันกลุ่ม HYIP นี้จะมุ่งเจาะตลาดในกลุ่มของผู้สูงอายุที่มีเงินเก็บ และเงินบำนาญ โดยอ้างว่าเป็นการลงทุนชนิดหนึ่ง แต่มีจุดประสงค์เดียวกันคือ การรับฝากเงินจากสมาชิก ในกลุ่มนี้มีทั้งเว็บไซท์ของต่างชาติและคนไทย ปัจจุบันเว็บไซท์ลักษณะนี้มีประมาณ 400-500 ราย อย่างไรก็ตาม เว็บไซท์ประเภทนี้มีการทยอยปิดตัวเรื่อยๆ และมีผู้เสียหายเกิดขึ้นเรื่อยๆ แต่ขณะนี้ยังมีเว็บไซท์ที่กำลังเปิดอยู่อีกนับร้อยเว็บไซท์ ซึ่งยากต่อการตรวจสอบเนื่องจากเป็นการทำธุรกรรมออนไลน์ ไม่มีสำนักงานที่เป็นตัวตนที่แน่นอน ถึงกระนั้นก็ตาม HYIP ในปัจจุบันนี้ยังเป็นที่นิยมอยู่มาก ถึงแม้ว่าแต่ละเว็บที่เปิดจะมีอายุอยู่ได้ไม่นาน บางเว็บเปิดแค่วันเดียวก็ปิด แต่คนก็ยังนิยมเล่น HYIP กันอยู่อย่างแพร่หลายโดยอาศัยจังหวะและโอกาสตอนที่เว็บเปิดใหม่ๆ ทำกำไร แต่ก็มีไม่น้อยที่ขาดทุน ซึ่งผู้ที่จะเข้าไปลงทุนจะต้องยอมรับความเสี่ยงและใช้วิจารณญาณในการลงทุน

เศรษฐกิจซบเซา-ผลตอบแทนสูง...ปัจจัยหนุนให้ธุรกิจแชร์ลูกโซ่เติบโต
ปัจจัยหนุนให้ธุรกิจแชร์ลูกโซ่กลับมาเฟื่องฟูในปี 2550 คือ การพัฒนารูปแบบให้มีความหลากหลาย และการจ่ายผลตอบแทนที่อยู่ในเกณฑ์สูงมากเมื่อเทียบกับการลงทุนในธุรกิจทั่วๆไป โดยเฉพาะในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจซบเซา และหลายคนต้องการหารายได้เสริม นับว่าเป็นปัจจัยหนุนให้ธุรกิจแชร์ลูกโซ่เติบโตอย่างแพร่หลาย แม้ว่าสังคมไทยได้รู้จักพิษภัยของแชร์ลูกโซ่เป็นอย่างดี แต่เมื่อเกิดความขัดสน ก็จำเป็นต้องดิ้นรนหารายได้ กอปรกับความอยากได้อยากมีที่มากเกินพอดี จนลุกลามกลายเป็นความโลภ จึงทำให้จำเป็นต้องแสวงหาทุกแนวทาง แชร์ลูกโซ่จึงกลายเป็น "ทางออกฉุกเฉิน" ของการแสวงหารายได้แบบง่าย ๆ ที่ดูคล้ายมีความเสี่ยงน้อยกว่าการเล่นหวย หรือการพนันอื่นๆ จากเหตุผลดังกล่าวจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ยังเกิดกรณีดังกล่าวในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากจะตอกย้ำให้เห็นถึงจุดแข็งของแชร์ลูกโซ่ที่เข้าถึงประชาชนได้ง่าย เนื่องจากการเริ่มขยายตัวนั้นจะเกิดขึ้นจากวงแคบ ๆ โดยใช้วิธี "ปากต่อปาก" จากเพื่อนคนใกล้ชิดแล้วค่อย ๆ ขยายตัวเป็นวงกว้างแล้วยังเป็นภาพสะท้อนว่าเมื่อเศรษฐกิจไทยซบเซา ก็มักจะเกิดกรณีแชร์ลูกโซ่ขึ้นเกือบทุกครั้ง

ปัจจุบันคนส่วนใหญ่จะแยกไม่ออกระหว่างธุรกิจขายตรงกับธุรกิจแชร์ลูกโซ่ เพราะมีลักษณะใกล้เคียงกันในเรื่องของการจ่ายผลตอบแทน แต่วัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจมีความแตกต่างกัน คือ ถ้าเกิดมีบริษัทใดดำเนินกิจการด้วยการนำระบบเครือข่ายเข้ามาใช้เพื่อการระดมทุนมากกว่าการมุ่งเน้นเรื่องการขายสินค้า เรียกได้ว่ามีเจตนาในการทำธุรกิจแชร์ลูกโซ่ เพราะธุรกิจขายตรงหัวใจหลักคือการนำเสนอขายสินค้าและบริการ อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการขยายตัวในลักษณะเดียวกับธุรกิจขายตรงแล้ว ปัจจุบันยังมีการพัฒนาเข้าไปขยายตัวในลักษณะเดียวกับธุรกิจแฟรนไชส์ เพราะมองว่ายังใหม่และมีแนวโน้มเติบโตสูง มีความน่าเชื่อถือมากกว่า ขณะที่การขยายธุรกิจโดยอิงลักษณะเดียวกับธุรกิจขายตรงเริ่มเจาะยากขึ้น เพราะคนส่วนใหญ่ระแวงระวังมากขึ้น เมื่อมีการถูกชักชวนให้เข้าไปลงทุน เพราะกลัวตกไปเป็นเหยื่อ ทำให้กลุ่มมิจฉาชีพทำงานยากขึ้นจึงจำเป็นต้องหาวิธีการขยายธุรกิจใหม่ๆเพื่อดึงดูดใจให้เข้ามาสู่ธุรกิจแชร์ลูกโซ่

ความเสียหายทางเศรษฐกิจ...เมื่อแชร์ลูกโซ่พ่นพิษ
ภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา ทำให้อาชญากรรมทางเศรษฐกิจหรือความผิดประเภทแชร์ลูกโซ่นี้แพร่ไปเร็วมาก เพราะประชาชนเร่งหารายได้เพื่อประคองตัวให้อยู่รอด กรณีแชร์ลูกโซ่ที่เลืองชื่อ และยังคงอยู่ในความทรงจำของคนไทยส่วนใหญ่ คงหนีไม่พ้น"แชร์ชม้อย" ซึ่งมีการะดมเงินจากประชาชนในระหว่างปี 2520-2528 มีผู้เสียหายกว่า 16,000 คน และมียอดวงเงินหมุนเวียนทั้งสิ้นกว่า 500 ล้านบาท แม้"แชร์ชม้อย" ที่กลายเป็นคดีโด่งดังไปทั่วฟากฟ้าเมืองไทย แต่มาถึงปัจจุบันการต้มตุ๋นคนไทยด้วยกันในลักษณะแชร์ลูกโซ่นี้ก็ยังมีอยู่กลาดเกลื่อน เพียงแต่มีการพัฒนาปรับเปลี่ยนรูปแบบไปสู่การลงทุนประกอบธุรกิจในประเภทสินค้าที่มีความหลากหลายมากขึ้น แม้จะมีการปรับเปลี่ยนในแง่รูปแบบหรือสินค้าไปบ้าง แต่ในแง่หลักการ "ต้มตุ๋น" มักจะมีความคล้ายคลึงไม่แตกต่างกันมากนัก คือเป็นการระดมทุนจากประชาชน โดยระบุว่าจะมีการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนสูง (อาจจะจ่ายจริงในระยะแรก) และจ่ายในเวลาอันรวดเร็วเป็นเครื่องมือในการดึงดูดลูกค้า ผู้สนใจจะร่วมลงทุนต้องจ่ายเงินลงทุนสูงตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป โดยจะมีอัตราผลประโยชน์เป็นสัดส่วน และจะได้ผลประโยชน์ตอบแทน เมื่อหาสมาชิกมาร่วมลงทุนต่อกันไปจึงจะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้ และผู้ประกอบการมักอ้างว่าจะนำเงินไปลงทุนอย่างใดอย่างหนึ่งที่ได้ผลตอบแทนสูงในระยะเวลาสั้นๆ เช่น ซื้อขายน้ำมัน(กรณีแชร์ชม้อย) ซื้อขายที่ดินราคาถูก (กรณีแชร์เสมาฟ้าคราม) แชร์นากหญ้า เป็นต้น ลักษณะของผู้ประกอบการก็จะมีทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล โดยอาจตั้งมาในรูปบริษัทจำกัดที่มีหนังสือจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ หรืออาจจะมาในรูปแบบธุรกิจขายตรงแอบแฝงแบบแชร์ลูกโซ่ที่จะเน้นการหาสมาชิกเข้าร่วมเครือข่ายเป็นหลักไม่เน้นการขายสินค้า ซึ่งพบว่าสินค้าส่วนใหญ่ที่นำมาขายตรง ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสมุนไพร อัญมณีเครื่องประดับ และคอร์สการเรียนหลักสูตรต่างๆ กลุ่มเป้าหมายที่ตกเป็นเหยื่อของธุรกิจขายตรงแอบแฝงแบบแชร์ลูกโซ่ เป็นผู้มีรายได้ปานกลางหรือนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังหางานทำ โดยผู้ประกอบการจะใช้วิธีการลงประกาศทางหนังสือพิมพ์รับสมัครงานในตำแหน่งต่างๆ แต่แท้จริงแล้ว เมื่อมีใครหลงเข้าไป ผู้ประกอบการจะให้สมัครสมาชิกเพื่อทำธุรกิจขายตรงแอบแฝงแบบแชร์ลูกโซ่ตามเงื่อนไขที่กำหนด

จากสถิติของกลุ่มงานป้องปรามการเงินนอกระบบ กระทรวงการคลัง ระหว่างช่วงตั้งแต่ปี 2527-2549 จะเห็นได้ว่ากว่า 20 ปีที่ผ่านมา การกระทำผิดในลักษณะแชร์ลูกโซ่ไม่ได้ห่างหายไปจากสังคมไทยเลย เพราะทุกๆ ปียังมีการแจ้งร้องเรียนในเรื่องเหล่านี้ แม้บางปีจะมีแจ้งมาก บางปีอาจจะแจ้งน้อย แต่ก็ไม่ใช่ว่าปีที่แจ้งน้อยจะไม่มีการกระทำผิดในลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นแต่อย่างใด สถิติเหล่านี้จึงเป็นเหมือนเครื่องสะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนในฐานะผู้ตกเป็น "เหยื่อ" แก่พวกขบวนการต้นตุ๋นหลอกลวงที่มักจะหยิบยกเอา "ลาภก้อนใหญ่" มาเป็นผลตอบแทนล่อใจแต่ในที่สุดผู้ที่หลงเชื่อคำโฆษณาอวดอ้าง ก็มักจะต้องพบกับสภาพ "ลาภหาย" อย่างที่เห็นๆ กันอยู่ในหลายๆ กรณีในขณะนี้
มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากธุรกิจแชร์ลูกโซ่นั้นยังไม่มีการรวบรวมไว้ในที่เดียวกัน อันเป็นผลมาจากฐานความผิดของการดำเนินธุรกิจแชร์ลูกโซ่จะแตกต่างกันตามลักษณะการดำเนินธุรกิจ โดยมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจที่รวบรวมโดยกลุ่มงานป้องปรามการเงินนอกระบบ กระทรวงการคลัง นอกจากจะเป็นเพียงความเสียหายเฉพาะที่มีการยื่นเรื่องร้องเรียนแล้ว ยังมีการรวบรวมความเสียหายของสำนักงานคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) กล่าวคือ หากดูสถิติของผู้ร้องเรียนผ่าน"Help Center" ของก.ล.ต.พบว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ร้องเรียนกรณีถูกหลอกลวงให้ลงทุนในธุรกิจหลักทรัพย์ที่ไม่ได้รับอนุญาตและธุรกิจเถื่อนเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยในปี 2547 มีผู้ร้องเรียนเข้ามา 9 รายปี 2548 ร้องเรียนทั้งสิ้น 3 ราย ปี 2549 มีผู้ร้องเรียนเข้ามา 6 ราย และเพิ่มสูงมากเป็นพิเศษในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2550 ที่มีผู้ร้องเรียนเข้ามามากถึง 102 รายจากช่วงครึ่งปีแรกที่ร้องเรียนเข้ามา 11 รายเท่านั้น และทำให้ยอดการร้องเรียนของปีนี้พุ่งขึ้นถึง 113 ราย โดยมียอดความเสียหายที่เกิดจากการหลอกให้ลงทุน โดยเฉพาะในธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้านั้นมีมูลค่ากว่า 60 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่สอบสวนและติดตามธุรกิจที่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่เคยคาดการณ์ว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจของธุรกิจแชร์ลูกโซ่ไม่น่าจะต่ำกว่าหมื่นล้านบาท ในขณะที่สมาคมอุตสาหกรรมขายตรงไทยประเมินมูลค่าความเสียหายสูงถึง 2 หมื่นล้านบาท และด้วยการพัฒนารูปแบบของธุรกิจแชร์ลูกโซ่ให้มีความหลากหลายทำให้คาดหมายด้วยว่าจำนวนผู้เสียหายหรือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของธุรกิจแชร์ลูกโซ่นั้นน่าจะมีจำนวนมากกว่าเมื่อครั้งแชร์ชม้อย

ธุรกิจขายตรง ธุรกิจแฟรนไชส์...รับผลกระทบโดยตรง
แชร์ลูกโซ่นอกจากจะสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจแล้ว การดำเนินธุรกิจแชร์ลูกโซ่ยังส่งผลกระทบอย่างมากต่อธุรกิจขายตรงและธุรกิจแฟรนไชส์ เนื่องจากธุรกิจแชร์ลูกโซ่มีการเลียนแบบลักษณะการประกอบธุรกิจของทั้งธุรกิจขายตรง และธุรกิจแฟรนไชส์ กล่าวคือ ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ได้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของธุรกิจขายตรงไทยโดยรวม เนื่องจากมีสมาชิกและนักธุรกิจอิสระจากหลากหลายบริษัทขายตรงได้หันเข้าไปร่วมลงทุนด้วย ทำให้บริษัทที่ทำธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมายได้รับความเสียหายไปด้วย กระทั่งมีหลายบริษัทอาจต้องปิดดำเนินการก็มี ในปัจจุบันมีมูลค่าตลาดธุรกิจขายตรงในประเทศไทยประมาณ 40,000 ล้านบาท สิ่งที่เปลี่ยนแปลงโฉมหน้าธุรกิจขายตรงจากในอดีตอย่างมากอีกเรื่องหนึ่งก็คือ การมีกฎหมายขายตรงซึ่งบังคับใช้เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2545 โดยมีคณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรงขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อกำกับและดูแลการใช้กฎหมายฉบับนี้ ซึ่งส่งผลให้ผู้ประกอบการธุรกิจขายตรงจะต้องผ่านการจดทะเบียนกับสคบ.ก่อนจะประกอบธุรกิจได้ โดยก่อนหน้าที่จะมีกฎหมายขายตรงก็มีธุรกิจแอบแฝงอยู่จำนวนมาก และเป็นเหตุผลหนึ่งที่ต้องมีกฎหมายขายตรง อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการบังคับให้จดทะเบียนขายตรงตามกฎหมายก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาธุรกิจขายตรงประเภทแอบแฝงให้หมดไปได้ และธุรกิจแชร์ลูกโซ่ก็ยังสามารถอาศัยช่องทางธุรกิจขายตรงในการดำเนินธุรกิจ เพียงแต่ต้องมีการพลิกแพลงวิธีการดำเนินธุรกิจเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดตามกฎหมาย ดังนั้นภาพลักษณ์ของธุรกิจขายตรงบางส่วนจึงยังได้รับความเสียหายจากการดำเนินธุรกิจแชร์ลูกโซ่ แม้ว่าจะมีหลายบริษัทที่ขอจดทะเบียนเพื่อดำเนินธุรกิจขายตรง แต่กลับดำเนินธุรกิจในลักษณะระดมทุนที่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบธุรกิจขายตรงมากขึ้น ซึ่งในหลักการเบื้องต้นผู้ที่สนใจทำธุรกิจขายตรงสามารถใช้วิจารณญาณในการวิเคราะห์ว่าบริษัทเหล่านั้นเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่หรือไม่นั้น ให้ดูจากผลตอบแทนและแผนงานธุรกิจ ซึ่งหากว่าธุรกิจไหนที่ให้ผลตอบแทนที่สูงเกินเหตุ และไม่ต้องลงทุนลงแรงในการขายสินค้าให้ตั้งข้อสงสัยไว้ว่าอาจเข้าข่ายธุรกิจแชร์ลูกโซ่ได้

ตลอดระยะที่ผ่านมา เมื่อประเทศไทยเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใด ในทุกๆวิกฤติมักพบว่าธุรกิจขายตรงคือทางออกของผู้คนมากมายที่ต้องการโอกาสเงินและโอกาสทอง แต่ปัจจุบันธุรกิจขายตรงกลับไม่ใช่ทางออกเสียแล้ว โดยเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนี้โดยตรงต้องออกมาทำอะไรสักอย่างเพื่อแสดงให้สาธารณชนได้เห็นว่าวงการขายตรงนั้นยังสดใสอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสมาคมอุตสาหกรรมขายตรงไทย (Thai Direct Sale Industrial Association : TDIA) หรือสมาคมการขายตรงไทย (Thai Direct Selling Association : TDSA)จะต้องออกมากู้วิกฤติภาพลักษณ์ธุรกิจขายตรงไทยให้ได้ สมาคมอุตสาหกรรมขายตรงไทยคาดว่าปัจจุบันมีบริษัทขายตรงที่ได้รับใบอนุญาตทำธุรกิจจากสมาคมคุ้มครองผู้บริโภคประมาณ 400 ราย ทำธุรกิจขายตรงจริงๆ เพียง 50 รายเท่านั้น ที่เหลือล้วนเป็นธุรกิจขายตรงแอบแฝงในลักษณะแชร์ลูกโซ่ หากปล่อยวางให้สถานการณ์เป็นไปอย่างนี้นานๆเข้าก็น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

สำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ซึ่งเป็นช่องทางใหม่ที่บรรดาธุรกิจแชร์ลูกโซ่หันมาขยายธุรกิจ เนื่องจากธุรกิจแฟรนไชส์กลับมาฟื้นตัวใน 1-2 ปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันผู้ประกอบการธุรกิจแฟรนไชส์รายใหญ่ในเมืองไทยมีอยู่ประมาณ 20 รายที่มีความพร้อมและศักยภาพในการขยายการลงทุนไปต่างประเทศ ส่วนแฟรนไชส์ที่มีแบรนด์ดีเป็นที่ยอมรับอีก 50-60 ราย และรายย่อยที่เกิดจากธุรกิจเอสเอ็มอีอีกกว่า 200 ราย โดยรวมทั้งระบบมีประมาณ 400-500 ราย ทิศทางของแฟรนไชส์ในปี 2551 มีแนวโน้มเติบโตกว่าปี 2550 นี้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 จากการคาดการณ์สถานการณ์การเมืองคลี่คลายหลังการเลือกตั้ง รวมทั้งทิศทางเศรษฐกิจในปีหน้า ค่าเงินบาทยังคงแข็งค่าต่อเนื่อง การส่งออกชะลอตัว เชื่อว่าจะส่งผลกระทบให้ธุรกิจหลายประเภทต้องปิดตัวลง และก่อให้เกิดภาวะลดการจ้างงาน รวมทั้งเลิกจ้างงาน จะผลักดันให้คนที่ว่างงานเกิดความสนใจลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์มากขึ้น คาดการณ์ว่าธุรกิจแฟรนไชส์ในปีหน้าจะกลับมาเติบโตเหมือนปี 2549 อีกครั้ง หรือเรียกว่ากลับมาในภาวะปกติที่มีการขยายตัวประมาณร้อยละ 25

ปัญหาแชร์ลูกโซ่ที่เกิดขึ้น และลุกลามเข้ามาอาศัยรูปแบบธุรกิจแฟรนไชส์บังหน้า ทำให้เกิดธุรกิจแฟรนไชส์รูปแบบใหม่ที่ดึงผู้ประกอบการมาร่วมระดมทุนแทนการซื้อความรู้เพื่อดำเนินธุรกิจ ถือว่าไม่ใช่ธุรกิจแฟรนไชส์ที่แท้จริง และทำลายภาพลักษณ์ธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศ สร้างความไม่มั่นใจในการลงทุนของคนไทยอีกด้วย ส่งผลกระทบต่อธุรกิจแฟรนไชส์บ้าง เพราะคนไทยมีความเข้าใจในธุรกิจ แฟรนไชส์น้อยมาก อย่างไรก็ดีการที่ธุรกิจแฟรนไชส์ในไทย ได้รับผลกระทบ เพราะมีผู้แอบแฝงใช้ชื่อว่าเป็นธุรกิจแฟรนไชส์มากเป็นจำนวนเกือบครึ่งของผู้ประกอบการธุรกิจแฟรนไชส์ที่แท้จริงในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามผลกระทบของธุรกิจแชร์ลูกโซ่ต่อธุรกิจแฟรนไชส์รายเดิมที่มีการขยายสาขาและได้รับการยอมรับแล้วค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับธุรกิจแฟรนไชส์ขนาดเล็ก ที่มีงบลงทุนจำนวนต่ำกว่า 5 แสนบาทและธุรกิจแฟรนไชส์รายใหม่ที่กำลังจะเปิดให้บริการ โดยส่งผลกระทบถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุน เพราะนักลงทุนเริ่มไม่มั่นใจว่า หากซื้อธุรกิจไปแล้วตัวธุรกิจจะมีกำไรหรือไม่ และยิ่งผู้ประกอบการแฟรนไชส์รับประกันรายได้ที่แน่นอน กลุ่มนักลงทุนก็คิดว่าอาจเป็นแชร์ลูกโซ่ ซึ่งสิ่งที่น่าสังเกตคือ รูปแบบการทำธุรกิจ เพราะธุรกิจแฟรนไชส์ คือการซื้อธุรกิจแล้วนำไปทำเองจากนั้นจึงเกิดกำไร การที่ผู้ประกอบการรายใดประกาศว่าซื้อแฟรนไชส์แล้วไม่ต้องทำธุรกิจแต่จะมีกำไรเติบโตหลายเท่าตัว คือการหลอกลวง

เครื่องชี้สภาพธุรกิจแชร์ลูกโซ่...แนวทางป้องกันเบื้องต้นสำหรับผู้บริโภค
มาตรการที่ดีที่สุดในการป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของธุรกิจแชร์ลูกโซ่ คือในเบื้องต้นประชาชนต้องป้องกันตนเอง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยขอเสนอแนะหลักในการพิจารณาเบื้องต้นในการป้องกันตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ดังนี้

1.พิจารณาจากผลตอบแทน จุดเด่นของธุรกิจที่เข้าข่ายธุรกิจแชร์ลูกโซ่ คือ การจ่ายผลตอบแทนในอัตราที่สูงมาก จนถือได้ว่าเป็นอัตราผลตอบแทนที่ “ดีเกินจริง” ซึ่งผู้บริโภคควรจะสงสัยไว้ก่อนว่าน่าจะเป็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่ และจะต้องขจัดความโลภด้วยโดยคำนึงด้วยว่าไม่มีการประกอบธุรกรรมใดๆที่จะได้เงินผลตอบแทนที่สูง โดยไม่ต้องทำงานหนัก หรือการได้เงินมาได้โดยง่าย

ในกรณีของการดำเนินธุรกิจขายตรงผู้ที่เป็นสมาชิกจะได้ผลตอบแทนต่อราคาสินค้าต้องไม่เกินร้อยละ 50 ของราคาสินค้า รวมทั้งอัตราการจ่ายผลตอบแทนให้กับสมาชิกจะต้องใกล้เคียงกับค่าบริหารทางการตลาดในสินค้าผ่านช่องทางค้าปลีกปกติทั่วไป นอกจากนี้ไม่มีการลงทุนธุรกิจใดๆ ที่จะให้ผลตอบแทนสูงเกินกว่าร้อยละ 20 ในเวลาเพียง 1 เดือน ซึ่งหากเจอคำชักชวนในลักษณะเช่นนี้ให้คิดและตั้งสมมุติฐานไว้ได้เลยว่ากำลังถูกหลอกให้ตกเป็นเหยื่อธุรกิจแชร์ลูกโซ่

2.ความน่าเชื่อถือของบริษัทที่จะเข้าไปลงทุน การพิจารณาเข้าไปลงทุนในธุรกิจใดๆก็ตาม อย่าเชื่อถือเพียงคำบอกของผู้ที่มาชักชวน หรือผู้ที่เข้าไปลงทุนแล้วได้รับผลตอบแทนมาแล้ว เนื่องจากหลักการของแชร์ลูกโซ่คือ การหมุนเงิน หรือการนำเงินลงทุนของสมาชิกใหม่ไปแบ่งจ่ายเป็นผลตอบแทนให้กับสมาชิกเดิม ดังนั้นก่อนตัดสินใจเข้าไปลงทุน ผู้บริโภคจะต้องดำเนินการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบริษัท ดังนี้

2.1ตรวจสอบความถูกต้องของการจดทะเบียนตามกฎหมาย การดำเนินธุรกิจใดก็ตามจะต้องมีการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ เช่น ธุรกิจขายตรงจะต้องจดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ธุรกิจเกี่ยวกับหลักทรัพย์ เช่น การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ การค้าหลักทรัพย์ การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ การเป็นที่ปรึกษาการลงทุน การจัดการกองทุนรวม หรือธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เช่น การเป็นผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้า การเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า การเป็นผู้จัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ต้องจดทะเบียนกับกลต. ธุรกิจที่เกี่ยวกับสินค้าเกษตรล่วงหน้าจะต้องจดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า (ก.ส.ล.) ธุรกิจที่เกี่ยวกับตลาดเงิน เช่น การกู้ยืมเงิน การซื้อขายเงินตราต่างประเทศ เป็นต้น จะต้องขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ส่วนบริษัทที่เปิดดำเนินการในลักษณะแฟรนไชส์นั้นจะต้องตรวจสอบการจดทะเบียนธุรกิจกับกระทรวงพาณิชย์ เป็นต้น ซึ่งผู้บริโภคสามารถเข้าไปตรวจสอบรายชื่อบริษัทที่จดทะเบียนหรือบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินธุรกรรมต่างๆได้

2.2ตรวจสอบการดำเนินธุรกรรม ในกรณีที่ตรวจสอบแล้วพบว่าบริษัทที่จะเข้าไปลงทุนนั้นมีการจดทะเบียนหรือได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ยังไม่เพียงพอจะยืนยันได้ว่าธุรกิจดังกล่าวไม่ใช่ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ สิ่งที่ผู้บริโภคจะต้องตรวจสอบต่อไป คือ การเข้าไปตรวจสอบการดำเนินธุรกรรมของบริษัท ทั้งนี้เพื่อให้ทราบถึงความมีอยู่จริงของบริษัท โดยเฉพาะสถานที่ตั้งของบริษัท รวมทั้งต้องตรวจสอบการดำเนินธุรกรรมต่างๆ ทั้งนี้เพื่อพิจารณาถึงความเป็นไปได้ของการดำเนินธุรกรรมว่ามีการประกอบการที่ดีเพียงพอที่จะสร้างผลตอบแทนตามที่กล่าวอ้างหรือไม่

2.3ตรวจสอบระบบการกำกับตรวจสอบของธุรกิจ หลังจากการตรวจสอบความถูกต้องของการจดทะเบียน และตรวจสอบการดำเนินธุรกรรมแล้ว ประเด็นที่สำคัญที่ผู้บริโภคควรจะมีการตรวจสอบด้วยคือ ระบบการกำกับตรวจสอบภายในของธุรกิจ เนื่องจากจะเป็นหลักประกันในระยะยาวถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจ โดยธุรกิจดังกล่าวจะต้องมีหลักธรรมภิบาล กล่าวคือ การตัดสินใจในการดำเนินการธุรกิจจะต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการ ไม่ใช่เป็นการตัดสินใจเบ็ดเสร็จจากผู้บริหารคนเดียว เนื่องจากการตัดสินใจจากผู้บริหารคนเดียวนั้นมีโอกาสอย่างมากที่ธุรกิจที่ดีอาจจะกลายเป็นธุรกิจที่เข้าข่ายธุรกิจแชร์ลูกโซ่ในภายหลัง ในกรณีที่ผู้บริหารมีปัญหาทางการเงินส่วนตัว หรือปัญหาการบริหารเงินภายในบริษัท ก็จะใช้อำนาจในการตัดสินใจนำเงินไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว เช่น การขยายตัวเร็วผิดปกติ หรือเปิดสาขาไม่จำกัด ทั้งนี้เพื่อนำเงินที่ลงทุนเบื้องต้นไปใช้ส่วนตัว เป็นต้น

สกัดกั้นการแพร่ระบาดของแชร์ลูกโซ่...มาตรการที่ภาครัฐต้องเร่งดำเนินการ
หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งโดยตรงและโดยอ้อมจะต้องร่วมมือประสานงานกันเร่งปราบปรามธุรกิจแชร์ลูกโซ่ให้หมดโดยเร็วที่สุด เพราะหากปล่อยให้นานเข้าก็จะสร้างความเสียหายได้ต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม และยังสร้างความเสียหายให้ผู้ที่เข้าไปลงทุนจำนวนมาก โดยเฉพาะประชาชนที่ขาดความรู้และข้อมูล ข่าวสารที่อยู่ในต่างจังหวัด ทั้งนี้จะต้องเร่งประสานความร่วมมือกันใน 3 ประเด็นหลักสำคัญ ดังนี้

1.การประสานงานระหว่างหน่วยงานที่มีหน้าที่ปราบปรามธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ธุรกิจแชร์ลูกโซ่นั้นมีการพลิกแพลงรูปแบบการประกอบธุรกิจที่หลากหลาย ทำให้ฐานการกระทำผิดนั้นหลากหลาย และกฎหมายที่จะนำมาใช้ลงโทษและหน่วยงานที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายก็มีหลากหลายหน่วยงาน ซึ่งเดิมนั้นไม่มีการประสานงานเท่าที่ควร แต่เป็นที่น่ายินดีที่หน่วยงานของรัฐลงนามในข้อตกลงเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 โดยมีตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) กระทรวงการคลัง กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ร่วมลงบันทึกข้อตกลงเพื่อดูแลและป้องกันโดยมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ เมื่อมีข้อตกลงแล้วหมายความว่าแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อได้รับการร้องเรียนหรือมีข้อมูลเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่ ทาง สคบ. ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์กลางตามข้อตกลงจะกระจายข้อมูลให้กับแต่ละหน่วยงาน รวมถึงการกระจายข้อมูลต่อกันในทุกหน่วยงาน จากนั้นจะดำเนินการตรวจสอบ หากพบว่ามีความผิดจริงก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงการตรวจสอบการเงินในธนาคารที่ปปง. มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบ หรือหากจำเป็นต้องสอบสวนในลักษณะพิเศษ ทางดีเอสไอก็จะเข้าไปดำเนินการ โดยจะประสานงานระหว่างหน่วยงานให้ได้มากขึ้น

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เห็นว่า การร่วมมือกันเพื่อประสานข้อมูลและกิจกรรมการทำงาน เพื่อร่วมกันคุ้มครองประชาชนไม่ให้ถูกหลอกลวงในลักษณะแชร์ลูกโซ่ไปมากกว่านี้ นับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือมีการร้องเรียนก็สามารถเข้าไปตรวจสอบและป้องกันได้ทันที ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นจุดสำคัญ โดยถือเป็นการดำเนินการของภาครัฐ มีลักษณะที่ฉับพลันรวดเร็ว ปัญหาแชร์ลูกโซ่ก็จะไม่ลุกลามออกไป และเป็นการป้องปรามให้ผู้ที่ประสงค์หลอกลวงประชาชนยุติการกระทำ จึงมั่นใจว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะสามารถนำไปสู่การป้องปรามและจับกุมผู้กระทำผิดได้เป็นอย่างดี สามารถนำคนผิดไปดำเนินการตามกฎหมายได้ เพื่อให้เกิดเป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคคลที่คิดหลอกลวงประชาชนไม่ให้ดำเนินการในลักษณะแชร์ลูกโซ่ได้

2.เร่งผลักดันให้เกิดพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ สาเหตุส่วนหนึ่งที่มีประชาชนหลงเชื่อและเข้ามาสมัครลงทุนในธุรกิจแชร์ลูกโซ่ คือการคาดหมายถึงผลตอบแทนที่อยู่ในเกณฑ์สูง แต่อีกส่วนหนึ่งเนื่องมาจากความมั่นใจในระบบแฟรนไชส์ที่ขณะนี้กำลังได้รับความนิยมจากบรรดาผู้ประกอบการในหลากหลายธุรกิจนำข้อดีของระบบแฟรนไชส์มาใช้ขยายสาขาเป็นจำนวนมาก แต่ด้วยระบบแฟรนไชส์ในประเทศไทยที่ขยายใหญ่ขึ้น และยังไม่มีกฎหมายเฉพาะ หรือ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจแฟรนไชส์มาดูแลและควบคุม มีเพียงกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เข้ามาจัดการปัญหา จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีผู้ประกอบธุรกิจแชร์ลูกโซ่ที่จะอ้างธุรกิจแฟรนไชส์บังหน้า และส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของแฟรนไชส์ทั้งระบบ จึงเป็นหน้าที่ที่กระทรวงพาณิชย์จะต้องร่วมดูแลรับผิดชอบ และอาจต้องยกระบบแฟรนไชส์ครั้งใหญ่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นมาในระบบแฟรนไชส์อีก โดยเฉพาะการเร่งยกร่างและประกาศใช้พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ สิ่งที่กระทรวงพาณิชย์คาดหวังว่าจะใช้ประโยชน์จากผู้ประกอบการแฟรนไชส์ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นผู้ผลักดันระบบเศรษฐกิจไทย ทั้งการผลักดันให้แฟรนไชส์ไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศ และส่งเสริมการลงทุนในบ้านเราก็อาจไม่เป็นอย่างที่หวัง หากภาครัฐยังไม่สามารถสร้างมาตรฐานให้กับระบบแฟรนไชส์ไทยได้ ก็คงยากที่จะประสบความสำเร็จทั้งบนเวทีโลก หรือแม้แต่ภายในประเทศที่อาจจะถูกธุรกิจแฟรนไชส์จากเมืองนอกเข้ามาตีตลาดอย่างที่เคยโดนกันมาในอดีตเพราะด้วยความไม่พร้อมหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นตัวผู้ประกอบการ กฎระเบียบในการดูแล และความใส่ใจในการดูแลและส่งเสริมของภาครัฐอย่างจริงจัง

3.เร่งจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของธุรกิจแชร์ลูกโซ่รูปแบบใหม่ เนื่องจากธุรกิจแชร์ลูกโซ่นั้นมีการพัฒนารูปแบบการดำเนินธุรกิจอย่างหลากหลายและมีการพัฒนาที่รวดเร็ว ดังนั้นจึงเป็นการยากอย่างยิ่งในการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด ทำให้การเก็บรวบรวมหลักฐานต้องใช้เวลานานในการสืบสวน ดังนั้นความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงค่อนข้างมากทั้งในด้านจำนวนผู้ที่ตกเป็นเหยื่อและมูลค่าของความเสียหาย นอกจากนี้ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ที่มีการระดมทุนผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น อี-มันนี่เกมส์ เป็นต้น ก็ยังเป็นธุรกิจที่หาผู้กระทำความผิดค่อนข้างยาก ดังนั้นภาครัฐคงต้องระดมสมองในการป้องปรามธุรกิจแชร์ลูกโซ่รูปแบบใหม่ โดยอาจจะต้องมีการร่างกฎหมายพิเศษ รวมทั้งมีการจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะเพื่อติดตามทั้งในการป้องกันและปราบปรามผู้กระทำผิดไม่ให้มีโอกาสเข้ามาหลอกลวงผู้บริโภคได้

บทสรุป
ในปี 2550 ธุรกิจแชร์ลูกโซ่กลับมาเป็นข่าวดังอีกครั้ง หลังจากธุรกิจแชร์ลูกโซ่เป็นที่รู้จักครั้งแรกในเมืองไทย และสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจอย่างมากในปี 2527-2529 การหวนกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งนั้นมีปัจจัยสนับสนุนหลากหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา ทำให้ประชาชนต้องประหยัดค่าใช้จ่าย ต้องเร่งหารายได้เสริม และหาช่องทางในการลงทุนเพื่อทำให้รายได้งอกเงย การจ่ายผลตอบแทนการลงทุนในเกณฑ์สูง รวมทั้งผู้ประกอบการในธุรกิจแชร์ลูกโซ่มีการพัฒนารูปแบบธุรกิจให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะการเข้าไปแอบแฝงในธุรกิจขายตรงและธุรกิจแฟรนไชส์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่นักลงทุนหน้าใหม่ต้องการเข้าไปลงทุน นับว่าเป็นโอกาสของธุรกิจแชร์ลูกโซ่ที่จะเติบโต

แม้ว่ามูลค่าความเสียหายของธุรกิจแชร์ลูกโซ่นั้นยังไม่มีการรวบรวมไว้อย่างเป็นทางการ แต่จากการประเมินของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคาดว่ามูลค่าความเสียหายน่าจะสูงถึง 2 หมื่นล้านบาท และด้วยการพัฒนารูปแบบของธุรกิจแชร์ลูกโซ่ให้มีความหลากหลาย ทำให้คาดหมายด้วยว่าจำนวนผู้เสียหายหรือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของธุรกิจแชร์ลูกโซ่นั้นน่าจะมีจำนวนมากกว่าในช่วงปี 2527-2529

แชร์ลูกโซ่นอกจากจะสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจแล้ว การดำเนินธุรกิจแชร์ลูกโซ่ยังส่งผลกระทบอย่างมากต่อธุรกิจขายตรงและธุรกิจแฟรนไชส์ เนื่องจากธุรกิจแชร์ลูกโซ่มีการเลียนแบบลักษณะการประกอบธุรกิจของทั้งธุรกิจขายตรง และธุรกิจแฟรนไชส์ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ที่ต้องการจะเข้ามาลงทุนในทั้งสองธุรกิจนี้ และส่งผลต่อเนื่องถึงอัตราการขยายตัวของธุรกิจในที่สุด

มาตรการป้องกันที่ดีที่สุดจากการที่จะตกเป็นเหยื่อของธุรกิจแชร์ลูกโซ่ คือ การป้องกันตนเองโดยต้องมีการตรวจสอบบริษัทที่จะเข้าไปลงทุน เริ่มจากอัตราผลตอบแทนจะต้องไม่สูงเกินจริง หรือดูดีเกินไปจนน่าสงสัย หลังจากนั้นต้องตรวจสอบการจดทะเบียนหรือการขออนุญาตดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง มีการดำเนินธุรกิจจริงและมีแนวโน้มว่าจะสามารถสร้างรายได้เพียงพอกับผลตอบแทนที่กล่าวอ้าง รวมทั้งต้องมีระบบธรรมาภิบาลภายในบริษัท ทั้งนี้เพื่อควบคุมผู้บริหารไม่ให้นำเงินของบริษัทไปใช้ประโยชน์ส่วนตน ซึ่งการพิจารณาบริษัทที่จะเข้าไปลงทุนอย่างละเอียดรอบคอบนั้นจะเป็นแนวทางสำคัญที่จะทำให้ผู้บริโภคไม่ตกเป็นเหยื่อของธุรกิจแชร์ลูกโซ่

ในส่วนของภาครัฐก็จะต้องเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชนด้วย โดยการพิจารณาถึงการจ่ายผลตอบแทนที่ต้องอยู่บนพื้นฐานความเป็นไปได้ของการลงทุนในทางธุรกิจ และต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือของบริษัทที่จะเข้าไปลงทุนด้วย แต่อย่างไรก็ตามมาตรการที่ภาครัฐควรเร่งดำเนินการคือ การประสานงานระหว่างหน่วยงานที่มีหน้าที่ปราบปรามธุรกิจแชร์ลูกโซ่ แม้ว่าจะมีการลงนามความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ก็ยังคงต้องผลักดันอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดผลทางปฏิบัติอย่างจริงจัง นอกจากนี้ ภาครัฐต้องเร่งผลักดันพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ ทั้งนี้เพื่อขจัดธุรกิจแอบแฝงที่เข้ามาทำลายภาพลักษณ์ของธุรกิจแฟรนไชส์ รวมทั้งต้องหาทางป้องกันธุรกิจแชร์ลูกโซ่รูปแบบใหม่ๆ โดยต้องมีหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่มีความชำนาญเป็นพิเศษ และคงต้องมีการร่างกฎหมายพิเศษเพื่อให้สามารถเอาผิดกับธุรกิจแชร์ลูกโซ่ที่มีการพลิกแพลงรูปแบบการดำเนินธุรกิจอย่างรวดเร็วเช่นในปัจจุบัน

Digital TV & Media

ทีประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) มีมติ “ไม่ทบทวน” ตามที่ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอทบทวนมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดให้โครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ภายใน 15 วัน

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

บริษัทเอซี นีลเส็น ได้รายงานยอดซื้อสื่อโฆษณาในเดือนกันยายน 2557 พบว่า ยอดยอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 8,651 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกันยายน 2556 มียอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 9,697ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.79%

Consumer Insight

หญิงสาว อายุระหว่าง 18-25 ปี ถือว่าเป็น “กลุ่มผู้บริโภคเนื้อหอม” ของนักการตลาดที่ต้องการเจาะตลาดมากเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์สินค้าต่างๆ แล้ว ยังเป็นวัยที่มีอำนาจในการตัดสินใจซื้อสูง และมีอิมแพ็คในการแชร์ข่าวสารของแบรนด์จากการติดโซเชียลมีเดีย แต่สาวๆเหล่านี้ พฤติกรรมที่ยากจะเข้าใจ

เมื่อพฤติกรรมการใช้สื่อหลากหลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน บริษัท ทีเอ็นเอส บริษัทวิจัยการตลาดข้ามชาติ ได้สำรวจพฤติกรรมของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต Connected Life ของไทย พบว่า คนไทยใช้เวลาบนโทรศัพท์มือถือ เข้าอินเทอร์เน็ต ดูทีวี เล่นแท็บเล็ท แต่ให้เวลากับหนังสือพิมพ์ วิทยุ ไม่กี่นาทีต่อวัน

เมื่อยุคที่การ “รีวิวสินค้า” กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดออนไลน์ยอดนิยม ที่หลายสินค้านำมาใช้ เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ที่มักจะเชื่อคำแนะนำจากเพื่อนฝูง และการบอกต่อในโลกออนไลน์มากกว่า “โฆษณา”

Insight

ต้องถือเป็น “จุดเปลี่ยน” ครั้งสำคัญของบริษัทยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย กับการแต่งตั้ง “สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ ขึ้นนั่งในตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร ของบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคข้ามชาติรายใหญ่ ที่มียอดขาย 40,000 ล้านบาทต่อปี ภายใต้ผลิตภัณฑ์ 30 กว่าแบรนด์ที่ทำตลาด เข้าถึงคนไทยทุกครัวเรือน คิดเฉลี่ยแล้วจะมีคนไทยใช้สินค้าของยูนิลีเวอร์อย่างน้อย 3 ครั้งในหนึ่งวัน

แม้ที่ผ่านมาสหพัฒน์ได้เคยออกฟังก์ชั่นนอลดริ้งก์ในแบรนด์ “i-Healti” มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ดูเหมือนว่าตลาดจะไม่หวือหวา มีส่วนแบ่งการตลาดไปได้ไม่ถึง 5% เท่านั้น จากมูลค่าตลาดรวม 7,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง 10% ต่อปี

ในศึกดิจิตอลทีวีอาร์เอสได้ส่งช่อง 8 ลงสมรภูมิไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย ถึงคราวที่อาร์เอสจะต้องลุยศึกในตลาดทีวีเคเบิ้ลและแซทเทิลไลท์ ที่ปัจจุบันครองตลาดถึง 70% จากภาพรวมธุรกิจทีวีทั้งหมดในประเทศไทย โดยอาร์เอสดัน “ช่อง 2” เป็นหัวหอกหลักในการทำตลาด ยังคงใช้จุดแข็งด้านรายการวาไรตี้บันเทิงเรื่องดารา โดยใช้พิธีกรที่มีชื่อเสียงเป็นตัวชูโรงรายการ

Strategic Move

หลังจากค่ายทรูมูฟ ประกาศเปิดจองไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัส ล่วงหน้าวันที่ 24 ตุลาคม ได้ไม่นาน ถัดมาไม่กี่ชั่วโมง ค่ายเอไอเอส ตามมาด้วยดีแทค ได่ประกาศ จำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2557 นี้

หลังจากแชร์ชื่อเล่นคนไทย ในแคมเปญ Share a Coke จนประสบความสำเร็จกันไปแล้ว โค้กยังคงเดินหน้าต่อยอดแคมเปญนี้ต่อไป ด้วยการออกแพ็คเกจจิ้งออกมาต่อเนื่อง อย่างเช่น แคมเปญฟุตบอลโลก และแฟนต้าชิคกี้แพ็ค

หลังจากแอปเปิลได้ประกาศ กำหนดการวางจำหน่ายไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัส ในไทย วันที่ 31 ตุลาคม 2557 ล่าสุด ค่ายทรูมูฟ เอช ประกาศวางจำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus อย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ตุลาคม 2557

Social Media Club

เชื่อว่าหลายคนคงจำคุณลุงฝรั่งคนหนึ่งพร้อมกับเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่พบในกรุงเทพฯ กับคลิปวิดีโอ “BKK 1st Time : ตอนโดนคนไทยด่าครั้งแรก” ด้วยสำนวนที่เป็นกันเองและมีถ้อยคำทะลึ่งเล็กน้อย แต่ทำให้คนดูรู้สึกสนุกและทำให้เกิดการแชร์ต่อไปมากมายบนโลกออนไลน์

Facebook เปิดตัว FBIQ แหล่งข้อมูลแห่งใหม่ที่ช่วยให้นักการตลาดเข้าใจผู้คนที่มีความแตกต่างในแง่ของเจเนอเรชั่น สถานที่อยู่ อุปกรณ์ที่ใช้ และเวลาที่เข้าใช้ ผ่านข้อมูลเชิงลึกและบทวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ

เมื่อ “เฟซบุ๊ค” ยังเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คครองความนิยมมาเป็นอันดับแรก บรรดาแบรนด์ต่างๆ จึงต้องมุ่งเน้นทำการสื่อสารบนเฟซบุ๊ค แต่การสื่อสารบนเฟซุบุ๊คไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย "บริษัทแอดยิ้ม ออนไลน์ เอเยนซี่" ได้นำเสนอ แนวทางการ การสร้างคอนเทนต์ที่ดีในเฟซบุ๊ค มีจุดร่วมที่ต้องให้ความใส่ใจ ควรคำนึงถึงในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทางเฟซบุ๊ค

Columnist

กระแสการทำตลาดย้อนยุค Retro Marketing / Retro Brand / Retro-Nova Marketing ในปัจจุบันเห็นการทำตลาดย้อนยุค ซึ่งการตลาดเรียกว่า Retro Marketing แต่อาจารย์ขอใช้คำว่า “Marketing Memory” คือการทำการตลาดกับความรู้สึก กับ ความทรงจำ

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

7 ปีก่อน เมื่อผู้เขียนกลับจากเมืองจีน หลายคนสงสัยว่าของแปลกๆ อย่างโต๊ะคอมที่แม้นอนบนเตียงก็ยังพิมพ์งานได้ รวมถึงรองเท้าไนกี้รุ่นที่ไม่เคยเห็นในท้องตลาดนั้นข้าพเจ้าได้มาอย่างไร ผู้เขียนจึงตอบไปแค่สั้นๆ ว่า “ช้อปจากเถาเป่า”

การทำอีเว้นท์แจก Sampling สินค้าตัวอย่างคงจะธรรมดาไปแล้วเรียบร้อย ยุคนี้ต้องไฮเทคกว่านั้น ออฟไลน์ หรือออนไลน์ต้องมีครบ

People

การขึ้นนั้งเก้าอี้ใหญ่ของ “สุพัตรา” จึงไม่ธรรมดา เธอเข้าทำงานในยูนิลีเวอร์มา 21 ปี ผ่านทั้งงาน “บู๊ และบุ๋น” ทั้งในไทย และในระดับภูมิภาค

คณะกรรมการธนาคารกสิกรไทย ประกาศแต่งตั้ง ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ เป็นรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย ดูแลสายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริกา

หลังจากซีอีโอคนเดิม กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ประกาศแต่งตั้ง กนิษฐ เมืองกระจ่าง รับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร แทน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ. ศ. 2557 เป็นต้นไป

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348