ธุรกิจโรงสีข้าว : ปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข

จากกรณีธุรกิจโรงสีใหญ่ในจังหวัดพิจิตรปิดกิจการโรงสีข้าว 2 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา และข่าวเกี่ยวกับการลักลอบนำข้าวที่เป็นสต็อกข้าวในโครงการรับจำนำข้าวออกไปจำหน่าย นับว่าเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจอย่างมาก และส่งผลให้หลายฝ่ายหันมาจับตามองธุรกิจโรงสี เนื่องจากธุรกิจโรงสีมีปัญหาสะสมนานัปการ โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนเงินทุนหมุนเวียน ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และปัญหาการแบกรับภาระสต็อกข้าวของรัฐบาลอันเกิดจากโครงการรับจำนำข้าวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สำหรับในปี 2550 นี้ธุรกิจโรงสีต้องได้รับผลกระทบจากการปรับนโยบายการรับจำนำข้าว ส่งผลให้โรงสีหลายแห่งขาดรายได้จากการรับจำนำข้าวตามโครงการรับจำนำจากการรับจ้างสีข้าวที่อยู่ในโครงการรับจำนำ และมีความต้องการเงินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเพื่อรับซื้อข้าวเปลือกในตลาด นอกจากนี้โรงสีที่เป็นผู้ส่งออกข้าวด้วยเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาการแข็งค่าของเงินบาทยิ่งส่งผลให้กำไรของโรงสีนั้นลดลง ในขณะที่ต้องเผชิญกับราคาข้าวที่อยู่ในเกณฑ์สูงขึ้น โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียว

ปัญหาธุรกิจโรงสี...หลากปัญหาถาโถม
การปิดกิจการโรงสีและการลักลอบนำข้าวในโครงการรับจำนำไปจำหน่ายนั้นนับว่าเป็นผลลัพธ์จากหลากหลายปัญหาที่สะสมของธุรกิจโรงสี ซึ่งแยกพิจารณาปัญหาของธุรกิจโรงสีได้ดังนี้

1.ปัญหาการขาดแคลนเงินทุน เนื่องจากโรงสีซื้อข้าวจากเกษตรกรด้วยเงินสด แต่จำหน่ายข้าวให้กับผู้ส่งออกด้วยการให้เครดิตหรือเงินเชื่อ ปัจจุบันเมื่อผู้ส่งออกข้าวเผชิญกับปัญหาการแข็งค่าของเงินบาท ผู้ส่งออกข้าวบางรายเริ่มชะลอการชำระเงินค่าข้าวสาร ยิ่งส่งผลทำให้ธุรกิจขาดแคลนเงินทุนหมุนเวียนมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ธุรกิจโรงสีบางแห่งโดยเฉพาะโรงสีในภาคกลางต้องมีต้นทุนในการผลิตเพิ่มขึ้น อันเป็นผลมาจากในภาคกลางมีจำนวนโรงสีมากกว่าปริมาณข้าวที่ผลิตได้ ทำให้โรงสีบางแห่งต้องไปรับซื้อข้าวเปลือกนอกพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อให้มีข้าวเพียงพอกับกำลังการผลิต

2.ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงานนั้นเคยเป็นข่าวใหญ่ในปี 2541 โดยปัญหาในเรื่องการขอผ่อนผันในการจ้างแรงงานต่างด้าวในธุรกิจโรงสีข้าวที่ดำเนินมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2541 และลุกลามบานปลายจนกระทั่งในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมธุรกิจโรงสีประมาณ 300-400 แห่งหยุดรับซื้อข้าวทั้งที่เป็นช่วงเก็บเกี่ยวข้าวนาปรัง สร้างความปั่นป่วนให้กับชาวนา และธุรกิจต่อเนื่องที่ใช้ข้าวเป็นวัตถุดิบอย่างมาก เมื่อมีการประท้วงด้วยการหยุดรับซื้อข้าวทางคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวจึงมีการทบทวนมติการผ่อนผันการใช้แรงงานต่างด้าว และมีมติในวันที่ 15 กรกฎาคม 2541 ให้ผ่อนผันการใช้แรงงานต่างด้าวในกิจการ 5 ประเภทออกไปก่อน ซึ่งธุรกิจโรงสีข้าวเป็นกิจการหนึ่งที่ได้รับการผ่อนผัน ตัวเลขแรงงานต่างด้าวในธุรกิจโรงสียังไม่มีการรวบรวมที่ชัดเจน ปัจจุบันปริมาณโรงสีข้าวที่ขึ้นทะเบียนไว้ที่กระทรวงอุตสาหกรรมมีจำนวน 39,834 แห่ง แต่ที่ทำการสีข้าวจริงมีเพียง 2,000 แห่งทั่วประเทศ มีการจ้างพนักงานและแรงงานทั้งสิ้น 80,000 คน ทั้งนี้แยกเป็นพนักงานในสำนักงานและช่างเทคนิคประมาณ 60,000 คน และกรรมกรแบกหาม 20,000 คน ซึ่งในจำนวนกรรมกรแบกหามนี้คาดว่ามีแรงงานต่างด้าวในธุรกิจโรงสีประมาณ 23,000 คน

3.ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายรัฐบาล กลไกการค้าข้าวเปลี่ยนแปลงไปมาก เมื่อนโยบายรัฐบาลชุดที่ผ่านมามีโครงการยกระดับราคาข้าวด้วยมาตรการรับจำนำในราคาที่สูงกว่าท้องตลาดมาก และจ้างโรงสีแปรสภาพข้าวเปลือกเป็นข้าวสาร หลังจากนั้นรัฐบาลนำข้าวสารมาประมูลขายให้กับผู้ส่งออก กลไกดังกล่าวทำให้เกิดการตัดตอนธุรกิจค้าข้าวพ่อค้าคนกลางข้าวเปลือก และเจ้าของตลาดกลางข้าวเปลือก ทำให้ธุรกิจโรงสีข้าวกลายเป็นการรับจ้างรัฐแปรสภาพข้าวเปลือกเป็นข้าวสาร และเป็นผู้เก็บรักษาข้าวของรัฐเพื่อรอชาวนามาไถ่ถอนหรือรอการประมูลของเอกชนเพื่อการส่งออก เมื่อรัฐบาลในอดีตไม่สามารถระบายข้าวที่รับจำนำออกจากไปสู่ต่างประเทศได้ เนื่องจากราคาข้าวของไทยอยู่ในเกณฑ์สูง ปริมาณสต็อกข้าวของรัฐจึงมีปริมาณสูงขึ้น นับว่าเป็นภาระอย่างมากในการเก็บรักษาข้าวของบรรดาโรงสีที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าว กอปรกับในระยะที่ผ่านมาบรรดาโรงสีประสบปัญหาการค้างชำระเงินค่าบริหารจัดการสต็อกข้าว เช่น ค่าเช่าโกดัง ค่ารมยา ค่าเซอร์เวเยอร์ เป็นต้น อีกทั้งยังส่งผลให้โรงสีบางแห่งมีที่เพื่อเก็บข้าวในช่วงฤดูการผลิตใหม่ลดลง ซึ่งทำให้โรงสีต้องเสียโอกาสในการรับซื้อข้าว ส่งผลให้บรรดาโรงสีที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวมีปัญหาขาดแคลนสภาพคล่องทางการเงิน

แต่ในปี 2550 รัฐบาลมีการปรับลดราคารับจำนำข้าวลงเพื่อให้ใกล้เคียงกับราคาตลาด ทำให้ชาวนาหันมาขายข้าวให้กับโรงสีโดยตรง ดังนั้นบรรดาโรงสีต้องปรับตัวโดยการเพิ่มเงินหมุนเวียนเพื่อรับซื้อข้าวจากชาวนา อีกทั้งในปีนี้ราคาข้าวมีแนวโน้มสูงขึ้น อันเป็นผลมาจากความต้องการในตลาดโลกสูงขึ้น ในขณะที่ปริมาณการผลิตข้าวในประเทศคู่แข่งสำคัญคือ เวียดนามลดลงจากปัญหาภาวะน้ำท่วมและโรคแมลงศัตรูระบาด ทำให้เวียดนามส่งออกข้าวได้ลดลง ดังนั้นจากการที่ราคาข้าวมีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้บรรดาธุรกิจโรงสีข้าวมีความต้องการเงินหมุนเวียนเพื่อที่จะรับซื้อข้าวเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ปัจจัยสำคัญที่กำหนดโอกาสในการเพิ่มรายได้ของธุรกิจโรงสีก็คือ ความสามารถในการรับซื้อข้าวที่มีแนวโน้มการส่งออกดี โดยในปี 2550 ประเภทข้าวที่มีแนวโน้มส่งออกดีคือ ข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียว และข้าวนึ่ง ดังนั้นโรงสีที่มีสัดส่วนของการสีข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียวมากกว่าข้าวขาวก็จะมีรายได้มากกว่าโรงสีที่มีสัดส่วนการสีข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียวน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องพิจารณาไปด้วยกัน คือ ที่ตั้งของโรงสี เนื่องจากจะเป็นปัจจัยกำหนดค่าขนส่ง กล่าวคือ โรงสีที่ตั้งอยู่ในแหล่งผลิตจะมีต้นทุนที่ต่ำกว่า เช่น กรณีข้าวเหนียว แหล่งผลิตส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ส่วนข้าวหอมมะลิ แหล่งผลิตส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เป็นต้น

สำหรับกรณีของข้าวนึ่งนั้นเป็นโรงสีเฉพาะที่ต้องมีลักษณะการผลิตและเครื่องจักรเฉพาะ ซึ่งปัจจัยสำคัญที่กำหนดรายได้ของโรงสีข้าวนึ่ง คือ ภาวะตลาดส่งออกข้าวนึ่ง เนื่องจากการผลิตทั้งหมดเพื่อตลาดส่งออก อย่างไรก็ตามปัจจัยเอื้อของธุรกิจโรงสีข้าวนึ่ง คือ การผลิตของข้าวนึ่งค่อนข้างยาก ทำให้มีผู้ประกอบการน้อยราย การแข่งขันจึงไม่สูงมากเมื่อเทียบกับโรงสีข้าวอื่นๆ นอกจากนี้ การหันปรับคุณลักษณะของข้าวนึ่งเพื่อเจาะขยายตลาดในประเทศในฐานะที่เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งคุณค่าทางโภชนาการของข้าวนึ่งได้รับยอมรับทั้งสหรัฐฯและสหภาพยุโรป

อนาคตของธุรกิจโรงสี...ต้องเร่งปรับตัวเพื่อให้อยู่รอด
ท่ามกลางหลากหลายปัญหาที่รุมเร้าธุรกิจโรงสีข้าว ทำให้บรรดาธุรกิจโรงสีข้าวต้องเร่งปรับตัวเพื่อประคองตัวให้อยู่รอด ซึ่งปัจจัยกำหนดความอยู่รอดของธุรกิจโรงสี มีดังนี้

1.ปัจจัยภายในธุรกิจ ต้องเร่งปรับประสิทธิภาพการบริหารจัดการภายในของธุรกิจโรงสี นับว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการลดต้นทุนการผลิต นอกจากนี้ โรงสีบางแห่งยังจำเป็นต้องพัฒนาผลิตผลิตภัณฑ์ข้าวให้มีความหลากหลาย เช่น ข้าวผสมสมุนไพร ข้าวกล้อง ข้าวสายพันธุ์ท้องถิ่น เป็นต้น ทั้งนี้นับว่าเป็นการเพิ่มรายได้ และสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ

2.ปัจจัยภายนอก สำหรับปัจจัยภายนอกที่กำหนดอนาคตของธุรกิจโรงสี ได้แก่

-ตลาดในประเทศ ในประเด็นนี้บรรดาผู้ประกอบการโรงสีจะต้องเพิ่มการบริโภคผลิตภัณฑ์ข้าว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารที่ใช้ข้าวเจ้าและข้าวเหนียวเป็นวัตถุดิบ เช่น อุตสาหกรรมเส้นหมี่เส้นก๋วยเตี๋ยว อุตสาหกรรมเบเกอรี่ อุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยว เป็นต้น เนื่องจากธุรกิจโรงสีและผู้ค้าข้าวเป็นธุรกิจที่มีตลาดในประเทศคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 60 ของตลาดทั้งหมด โดยตลาดในประเทศมีความต้องการข้าวอย่างต่อเนื่อง โดยคนไทยส่วนใหญ่ยังบริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก อย่างไรก็ตาม อัตราการขยายตัวของตลาดนับว่าอยู่ในเกณฑ์ต่ำ โดยเป็นไปตามการขยายตัวของประชากร โดยในปี 2550 คาดว่าอัตราการบริโภคข้าวของไทยประมาณ 156 กิโลกรัมต่อคนต่อปี แนวทางการเพิ่มปริมาณการบริโภคข้าวของคนไทย

-ตลาดส่งออก ภาวะการส่งออกข้าวและผลิตภัณฑ์นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงสีข้าว โดยเป็นปัจจัยกำหนดราคาข้าวในประเทศ ซึ่งภาวะการส่งออกข้าวในแต่ละปีค่อนข้างผันผวน โดยปัจจัยกำหนดสำคัญที่ต้องพิจารณาร่วมกัน คือ ปริมาณการผลิตข้าวของไทย ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ปริมาณน้ำ และการแพร่ระบาดของโรคและแมลงศัตรู ปริมาณความต้องการข้าวของประเทศคู่ค้า ซึ่งต้องพิจารณาร่วมกับปริมาณการผลิตข้าวของประเทศคู่แข่ง เนื่องจากจะเป็นปัจจัยกำหนดว่าในปีนั้นไทยต้องเผชิญการแข่งขันรุนแรงหรือไม่ ซึ่งทุกปัจจัยเหล่านี้จะมีผลสะท้อนอยู่ในรูปของราคาข้าวส่งออกของไทย และส่งผลต่อเนื่องถึงราคาข้าวในประเทศ ดังนั้นการติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับตลาดส่งออกข้าวและผลิตภัณฑ์นับว่าเป็นแนวทางในการกำหนดและปรับธุรกิจโรงสีข้าวได้ทันเหตุการณ์

-การปรับนโยบายข้าวของรัฐบาล นโยบายข้าวของรัฐบาลที่สำคัญและมีการกล่าวถึงค่อนข้างมากคือ มาตรการจำนำข้าว โดยหลักการของมาตรการรับจำนำข้าวเป็นการกำหนดราคาเป้าหมายเพื่อให้ชาวนาตัดสินใจว่าจะจำนำข้าวกับรัฐบาลหรือขายให้กับโรงสีโดยตรง ดังนั้นมาตรการจำนำข้าวส่งผลกระทบราคาข้าวในประเทศ และปริมาณข้าวที่เข้าสู่โรงสี นอกจากนี้ผลต่อเนื่องของมาตรการจำนำข้าวคือ ปริมาณสต็อกข้าวเมื่อสิ้นสุดโครงการรับจำนำข้าวในแต่ละปีในกรณีที่ชาวนาไม่มาไถ่ถอนข้าว ซึ่งปริมาณสต็อกข้าวที่อยู่ในเกณฑ์สูงมีผลทำให้ประเทศคู่ค้าข้าวของไทยกดราคารับซื้อข้าว และชะลอการซื้อเพื่อรอดูนโยบายการระบายข้าวจากสต็อกของรัฐบาล ในขณะที่การระบายข้าวจากสต็อกของรัฐบาล แม้ว่าจะเป็นการประมูลโดยผู้ส่งออก แต่ก็ส่งผลทางอ้อมกับราคาข้าวในประเทศมีแนวโน้มลดลง ซึ่งในช่วงที่เหลือของปี 2550 นี้ บรรดาธุรกิจโรงสีจะต้องติดตามการปรับนโยบายของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายที่ต้องเร่งระบายข้าวที่อยู่ในสต็อกจากมาตรการรับจำนำข้าวในปีที่ผ่านๆ โดยรัฐบาลพิจารณาจะทยอยระบายข้าวภายใน 4 เดือน(เดือนกันยายน-ธันวาคม 2550) และอาจจะพิจารณาเลื่อนการเปิดรับจำนำข้าวเปลือกนาปีในปีเพาะปลูก 2550/51 ที่จะเปิดรับจำนำในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 ซึ่งคาดว่าจะส่งกระทบทำให้ราคาข้าวในประเทศมีแนวโน้มลดลง จากที่ในปีปกติราคาข้าวในช่วงนี้มีแนวโน้มลดลง อันเป็นผลมาจากเป็นช่วงต้นฤดูการผลิตข้าวนาปี

บทสรุป
ข่าวการปิดกิจการของธุรกิจโรงสีและการนำข้าวในโครงการรับจำนำข้าวออกไปจำหน่ายเนื่องจากปัญหาการขาดแคลนสภาพคล่องของโรงสีที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าว นับเป็นการส่งสัญญาณที่สำคัญของธุรกิจโรงสีที่รัฐบาลต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้เนื่องจากปัญหาใหญ่ของธุรกิจโรงสีนั้นมาจากมาตรการรับจำนำข้าวของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา โดยปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขคือ การระบายสต็อกข้าวของรัฐที่กระจายเก็บอยู่ในโรงสีที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าว และการจ่ายเงินค่าบริหารจัดการสต็อกข้าวของรัฐ ทั้งนี้เพื่อทำให้บรรดาโรงสีทั้งหลายมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น นอกจากนี้รัฐบาลยังต้องเร่งพิจารณาปรับมาตรการรับจำนำข้าวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดโลก โดยเฉพาะการกำหนดราคารับจำนำข้าว ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณสต็อกข้าวของรัฐบาลไม่อยู่ในเกณฑ์สูงเช่นในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม บรรดาธุรกิจโรงสีเองก็ต้องปรับตัวให้อยู่รอดท่ามกลางปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน โดยการปรับประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งเป็นการปรับภายในธุรกิจ รวมทั้งต้องติดตามสถานการณ์ต่างๆทั้งตลาดในประเทศ ตลาดต่างประเทศ และการเปลี่ยนแปลงมาตรการของรัฐบาล ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจ ทั้งนี้เพื่อให้สามารถเตรียมรับมือและปรับตัวได้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างทันเหตุการณ์

Consumer Insight

ในยุคดิจิตอลที่สมาร์ทโฟนกำลังครอบคลุมพื้นที่การใช้งานอยู่ทั่วทุกมุมโลก แต่เชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอีกต่อไปแล้ว ภาพของพ

เด็กวัยรุ่นยุคนี้ ติดหนึบออนไลน์ ดูหนังฟังเพลงบนยูทิวบ์ แชร์และส่งคลิป เล่นโซเชียลมีเดีย หาข้อมูลสินค้า ตามเซเลบบนอินสตราแกรม มาดูกันว่า แบรนด์ จะต้องทำอย่างไรจึงจะโดนใจ

มาสเตอร์การ์ด เวิลด์วายด์ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ได้เปิดเผยถึงสำรวจตัวชี้วัดแนวโน้มของผู้บริโภคด้านการช้อปปิ้งออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยได้ทำการสำรวจใน 25 ตลาด ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2556 ประกอบไปด้วยการสัมภาษณ์ผู้เข้าร่วมจำนวน 7,010 คนจาก 14 ตลาด เกี่ยวกับพฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์

Insight

จากหนังสือการ์ตูน สู่สติกเกอร์ไลน์ การเดินทางของการ์ตูนไทยที่ผันตัวจากโลกใบเก่ามาสู่โลกดิจิตอล เป็นกรณีศึกษาให้กับคนไทยที่อยากขาย “สติกเกอร์ผ่านไลน์” ควรทำอย่างไร

ปั้นยังไงให้กลายเป็น “ฟีเวอร์” เกม “คุกกี้รัน” ที่ไลน์ยอมทุ่มงบอัดฉีดการตลาดทุกกระบวนท่า ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ออกแคมเปญชิงรถ จับมือพันธมิตรสร้างยอดขยายฐานลูกค้า ปูทางพลิกจากแชตแอปพลิเคชั่น ไปสู่การเป็นผู้สร้างแพลตฟอร์มบนมือถือ

หลายครั้งที่ อาจารย์ ได้ยิน คำว่า ปฏิรูป การศึกษา ไทยพูดกัน บ่อย พูดกันจนชิน พูดกันมานาน และไม่ ทราบ ว่า ปฏิรูปแบบไหน ที่เรียก ว่า ปฏิรูป และต้อ ปฏิรูปมากน้อยแค่ไหน

Strategic Move

ท่ามกลางกระแสของดิจิตอลทีวีที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างเริ่มเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกันแล้วไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสถานี ผู้ผลิตรายการ มีเดียเอเยนซี่ ในฟากของผู้เก็บข้อมูลของผู้ชมรายการอย่างนีลเส็น ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในการวัดความนิยมในรายการหรือเรตติ้งเช่นเดียวกัน

ใกล้คลอดเต็มที่ “เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่” โครงการระดับ “ลักชัวรี่ รีเทล ของกลุ่มเซ็นทรัล มีกำหนดเปิดในวันที่ 8 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ชาติ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ โครงการเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลจิราธิวัฒน์ วัย 39 ปี ที่รับงานระดับบิ๊กโปรเจค จึงต้องนัดแถลงข่าวเล่าความคืบหน้าให้สื่อมวลชนได้ฟังกัน

หลังจากที่เป็นกระแสไวรัลอยู่บนโลกออนไลน์เมื่อหลายวันก่อน เมื่อมีคนพบเห็นผู้พันแซนเดอร์ ฟรือคุณลุงเคนตักกี้ บุคคลสำคัญประจำร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดเคเอฟซี มาโผล่อยู่กลางกรุงเทพฯ

Global Trend

Snicker เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขยันทำแคมเปญไวรัลบนโลกออนไลน์อย่างมาก ซึ่งบางแคมเปญก็ได้ผล แต่บางแคมเปญก็ได้รับผลวิพากย์วิจารณ์ในด้านลบมากเช่นกัน

เมื่อปีที่ผ่านมาคงได้เห็นแบรนด์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่าง Burger King สร้างความประหลาดใจแก่ผู้บริโภคไม่น้อย โดยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Fries King พร้อมทั้งเปลี่ยนโลโก้ รวมทั้งป้ายหน้าร้าน เพียงเพื่อจะโปรโมทโปรดักส์เฟรนช์ฟรายส์สูตรใหม่ของทางร้าน

หลังจากที่กำลังจะมีแคมเปญใหญ่ระดับโลก Earth Hour 2014 ปิดไฟช่วยโลก ในวันเสาร์ที่ 29 มีนาคมนี้ แน่นอนว่าหลายคนอาจจะลังเลในการปิดสวิตช์ไฟ เพราะอาจจะพลาดกิจกรรมอะไรบางอย่าง หรือโปรแกรมทีวีรายการโปรดไปได้

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Social Media Club

หลังจากค่ายการ์ตูนไทย “บรรลือสาส์น ทำสติ๊กเกอร์“ขายหัวเราะ” วางขายใน “ไลน์”จนมียอดโหลดทะลุ 150,000 ไปแล้ว ล่าสุด ไลน์ได้เปิดตัว สติ๊กเกอร์การ์ตูนบ่นบ่น หรือ “Bonbonmonja’s Daaily Life

สาวกไลน์เตรียมเฮ เมื่อไลน์เปิดตัว LINE Creators Market เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปครีเอตสติ๊กเกอร์เป็นของตัวเอง แล้วนำมาขายใน LINE Store ได้แล้ว!

ชื่อของ “โต้วป้าน (Douban, 豆瓣) ”ที่แฟนประจำคอลัมน์นี้คงคุ้นหูอยู่บ้าง เพราะปีก่อนเราเคยเขียนถึงในหัวข้อ “Douban เต็งหนึ่งอาณาจักรบันเทิงไฮเทค แห่งแดนมังกร”

People

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ผ่าโมเดล 2 รายการในโลกออนไลน์ “เสือร้องไห้” กับคลิปเด็ด ประวัติศาสตร์การแดนซ์ของไทย แชร์กระจายด้วยยอด 4 แสนวิว และคลิปสไตล์ “มัน ฮา เกรียน” แบบ “เฟ็ดเฟ่” ที่กำลังฝ่าคลื่นดิจิตอล แจ้งเกิดคลิปที่โดนใจวัยรุ่นไปเต็มๆ

ดังได้ใจ “เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข” กับบทบาทคุณชายพุฒิภัทร แห่งวังจุฑาเทพ ละครดังที่ผลักดันหนุ่มน้อยคนนี้โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน จนกลายเป็นกระแส “เจมส์ จิ” ถูกนำไปเทียบกับซุปตาร์ดังอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” แถมแบรนด์ดังยังรุมตอมคว้าไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วยค่าตัวหลัก 10 ล้านอัพ

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488