ธุรกิจโรงสีข้าว : ปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข

จากกรณีธุรกิจโรงสีใหญ่ในจังหวัดพิจิตรปิดกิจการโรงสีข้าว 2 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา และข่าวเกี่ยวกับการลักลอบนำข้าวที่เป็นสต็อกข้าวในโครงการรับจำนำข้าวออกไปจำหน่าย นับว่าเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจอย่างมาก และส่งผลให้หลายฝ่ายหันมาจับตามองธุรกิจโรงสี เนื่องจากธุรกิจโรงสีมีปัญหาสะสมนานัปการ โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนเงินทุนหมุนเวียน ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และปัญหาการแบกรับภาระสต็อกข้าวของรัฐบาลอันเกิดจากโครงการรับจำนำข้าวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สำหรับในปี 2550 นี้ธุรกิจโรงสีต้องได้รับผลกระทบจากการปรับนโยบายการรับจำนำข้าว ส่งผลให้โรงสีหลายแห่งขาดรายได้จากการรับจำนำข้าวตามโครงการรับจำนำจากการรับจ้างสีข้าวที่อยู่ในโครงการรับจำนำ และมีความต้องการเงินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเพื่อรับซื้อข้าวเปลือกในตลาด นอกจากนี้โรงสีที่เป็นผู้ส่งออกข้าวด้วยเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาการแข็งค่าของเงินบาทยิ่งส่งผลให้กำไรของโรงสีนั้นลดลง ในขณะที่ต้องเผชิญกับราคาข้าวที่อยู่ในเกณฑ์สูงขึ้น โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียว

ปัญหาธุรกิจโรงสี...หลากปัญหาถาโถม
การปิดกิจการโรงสีและการลักลอบนำข้าวในโครงการรับจำนำไปจำหน่ายนั้นนับว่าเป็นผลลัพธ์จากหลากหลายปัญหาที่สะสมของธุรกิจโรงสี ซึ่งแยกพิจารณาปัญหาของธุรกิจโรงสีได้ดังนี้

1.ปัญหาการขาดแคลนเงินทุน เนื่องจากโรงสีซื้อข้าวจากเกษตรกรด้วยเงินสด แต่จำหน่ายข้าวให้กับผู้ส่งออกด้วยการให้เครดิตหรือเงินเชื่อ ปัจจุบันเมื่อผู้ส่งออกข้าวเผชิญกับปัญหาการแข็งค่าของเงินบาท ผู้ส่งออกข้าวบางรายเริ่มชะลอการชำระเงินค่าข้าวสาร ยิ่งส่งผลทำให้ธุรกิจขาดแคลนเงินทุนหมุนเวียนมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ธุรกิจโรงสีบางแห่งโดยเฉพาะโรงสีในภาคกลางต้องมีต้นทุนในการผลิตเพิ่มขึ้น อันเป็นผลมาจากในภาคกลางมีจำนวนโรงสีมากกว่าปริมาณข้าวที่ผลิตได้ ทำให้โรงสีบางแห่งต้องไปรับซื้อข้าวเปลือกนอกพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อให้มีข้าวเพียงพอกับกำลังการผลิต

2.ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงานนั้นเคยเป็นข่าวใหญ่ในปี 2541 โดยปัญหาในเรื่องการขอผ่อนผันในการจ้างแรงงานต่างด้าวในธุรกิจโรงสีข้าวที่ดำเนินมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2541 และลุกลามบานปลายจนกระทั่งในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมธุรกิจโรงสีประมาณ 300-400 แห่งหยุดรับซื้อข้าวทั้งที่เป็นช่วงเก็บเกี่ยวข้าวนาปรัง สร้างความปั่นป่วนให้กับชาวนา และธุรกิจต่อเนื่องที่ใช้ข้าวเป็นวัตถุดิบอย่างมาก เมื่อมีการประท้วงด้วยการหยุดรับซื้อข้าวทางคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวจึงมีการทบทวนมติการผ่อนผันการใช้แรงงานต่างด้าว และมีมติในวันที่ 15 กรกฎาคม 2541 ให้ผ่อนผันการใช้แรงงานต่างด้าวในกิจการ 5 ประเภทออกไปก่อน ซึ่งธุรกิจโรงสีข้าวเป็นกิจการหนึ่งที่ได้รับการผ่อนผัน ตัวเลขแรงงานต่างด้าวในธุรกิจโรงสียังไม่มีการรวบรวมที่ชัดเจน ปัจจุบันปริมาณโรงสีข้าวที่ขึ้นทะเบียนไว้ที่กระทรวงอุตสาหกรรมมีจำนวน 39,834 แห่ง แต่ที่ทำการสีข้าวจริงมีเพียง 2,000 แห่งทั่วประเทศ มีการจ้างพนักงานและแรงงานทั้งสิ้น 80,000 คน ทั้งนี้แยกเป็นพนักงานในสำนักงานและช่างเทคนิคประมาณ 60,000 คน และกรรมกรแบกหาม 20,000 คน ซึ่งในจำนวนกรรมกรแบกหามนี้คาดว่ามีแรงงานต่างด้าวในธุรกิจโรงสีประมาณ 23,000 คน

3.ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายรัฐบาล กลไกการค้าข้าวเปลี่ยนแปลงไปมาก เมื่อนโยบายรัฐบาลชุดที่ผ่านมามีโครงการยกระดับราคาข้าวด้วยมาตรการรับจำนำในราคาที่สูงกว่าท้องตลาดมาก และจ้างโรงสีแปรสภาพข้าวเปลือกเป็นข้าวสาร หลังจากนั้นรัฐบาลนำข้าวสารมาประมูลขายให้กับผู้ส่งออก กลไกดังกล่าวทำให้เกิดการตัดตอนธุรกิจค้าข้าวพ่อค้าคนกลางข้าวเปลือก และเจ้าของตลาดกลางข้าวเปลือก ทำให้ธุรกิจโรงสีข้าวกลายเป็นการรับจ้างรัฐแปรสภาพข้าวเปลือกเป็นข้าวสาร และเป็นผู้เก็บรักษาข้าวของรัฐเพื่อรอชาวนามาไถ่ถอนหรือรอการประมูลของเอกชนเพื่อการส่งออก เมื่อรัฐบาลในอดีตไม่สามารถระบายข้าวที่รับจำนำออกจากไปสู่ต่างประเทศได้ เนื่องจากราคาข้าวของไทยอยู่ในเกณฑ์สูง ปริมาณสต็อกข้าวของรัฐจึงมีปริมาณสูงขึ้น นับว่าเป็นภาระอย่างมากในการเก็บรักษาข้าวของบรรดาโรงสีที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าว กอปรกับในระยะที่ผ่านมาบรรดาโรงสีประสบปัญหาการค้างชำระเงินค่าบริหารจัดการสต็อกข้าว เช่น ค่าเช่าโกดัง ค่ารมยา ค่าเซอร์เวเยอร์ เป็นต้น อีกทั้งยังส่งผลให้โรงสีบางแห่งมีที่เพื่อเก็บข้าวในช่วงฤดูการผลิตใหม่ลดลง ซึ่งทำให้โรงสีต้องเสียโอกาสในการรับซื้อข้าว ส่งผลให้บรรดาโรงสีที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวมีปัญหาขาดแคลนสภาพคล่องทางการเงิน

แต่ในปี 2550 รัฐบาลมีการปรับลดราคารับจำนำข้าวลงเพื่อให้ใกล้เคียงกับราคาตลาด ทำให้ชาวนาหันมาขายข้าวให้กับโรงสีโดยตรง ดังนั้นบรรดาโรงสีต้องปรับตัวโดยการเพิ่มเงินหมุนเวียนเพื่อรับซื้อข้าวจากชาวนา อีกทั้งในปีนี้ราคาข้าวมีแนวโน้มสูงขึ้น อันเป็นผลมาจากความต้องการในตลาดโลกสูงขึ้น ในขณะที่ปริมาณการผลิตข้าวในประเทศคู่แข่งสำคัญคือ เวียดนามลดลงจากปัญหาภาวะน้ำท่วมและโรคแมลงศัตรูระบาด ทำให้เวียดนามส่งออกข้าวได้ลดลง ดังนั้นจากการที่ราคาข้าวมีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้บรรดาธุรกิจโรงสีข้าวมีความต้องการเงินหมุนเวียนเพื่อที่จะรับซื้อข้าวเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ปัจจัยสำคัญที่กำหนดโอกาสในการเพิ่มรายได้ของธุรกิจโรงสีก็คือ ความสามารถในการรับซื้อข้าวที่มีแนวโน้มการส่งออกดี โดยในปี 2550 ประเภทข้าวที่มีแนวโน้มส่งออกดีคือ ข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียว และข้าวนึ่ง ดังนั้นโรงสีที่มีสัดส่วนของการสีข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียวมากกว่าข้าวขาวก็จะมีรายได้มากกว่าโรงสีที่มีสัดส่วนการสีข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียวน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องพิจารณาไปด้วยกัน คือ ที่ตั้งของโรงสี เนื่องจากจะเป็นปัจจัยกำหนดค่าขนส่ง กล่าวคือ โรงสีที่ตั้งอยู่ในแหล่งผลิตจะมีต้นทุนที่ต่ำกว่า เช่น กรณีข้าวเหนียว แหล่งผลิตส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ส่วนข้าวหอมมะลิ แหล่งผลิตส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เป็นต้น

สำหรับกรณีของข้าวนึ่งนั้นเป็นโรงสีเฉพาะที่ต้องมีลักษณะการผลิตและเครื่องจักรเฉพาะ ซึ่งปัจจัยสำคัญที่กำหนดรายได้ของโรงสีข้าวนึ่ง คือ ภาวะตลาดส่งออกข้าวนึ่ง เนื่องจากการผลิตทั้งหมดเพื่อตลาดส่งออก อย่างไรก็ตามปัจจัยเอื้อของธุรกิจโรงสีข้าวนึ่ง คือ การผลิตของข้าวนึ่งค่อนข้างยาก ทำให้มีผู้ประกอบการน้อยราย การแข่งขันจึงไม่สูงมากเมื่อเทียบกับโรงสีข้าวอื่นๆ นอกจากนี้ การหันปรับคุณลักษณะของข้าวนึ่งเพื่อเจาะขยายตลาดในประเทศในฐานะที่เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งคุณค่าทางโภชนาการของข้าวนึ่งได้รับยอมรับทั้งสหรัฐฯและสหภาพยุโรป

อนาคตของธุรกิจโรงสี...ต้องเร่งปรับตัวเพื่อให้อยู่รอด
ท่ามกลางหลากหลายปัญหาที่รุมเร้าธุรกิจโรงสีข้าว ทำให้บรรดาธุรกิจโรงสีข้าวต้องเร่งปรับตัวเพื่อประคองตัวให้อยู่รอด ซึ่งปัจจัยกำหนดความอยู่รอดของธุรกิจโรงสี มีดังนี้

1.ปัจจัยภายในธุรกิจ ต้องเร่งปรับประสิทธิภาพการบริหารจัดการภายในของธุรกิจโรงสี นับว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการลดต้นทุนการผลิต นอกจากนี้ โรงสีบางแห่งยังจำเป็นต้องพัฒนาผลิตผลิตภัณฑ์ข้าวให้มีความหลากหลาย เช่น ข้าวผสมสมุนไพร ข้าวกล้อง ข้าวสายพันธุ์ท้องถิ่น เป็นต้น ทั้งนี้นับว่าเป็นการเพิ่มรายได้ และสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ

2.ปัจจัยภายนอก สำหรับปัจจัยภายนอกที่กำหนดอนาคตของธุรกิจโรงสี ได้แก่

-ตลาดในประเทศ ในประเด็นนี้บรรดาผู้ประกอบการโรงสีจะต้องเพิ่มการบริโภคผลิตภัณฑ์ข้าว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารที่ใช้ข้าวเจ้าและข้าวเหนียวเป็นวัตถุดิบ เช่น อุตสาหกรรมเส้นหมี่เส้นก๋วยเตี๋ยว อุตสาหกรรมเบเกอรี่ อุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยว เป็นต้น เนื่องจากธุรกิจโรงสีและผู้ค้าข้าวเป็นธุรกิจที่มีตลาดในประเทศคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 60 ของตลาดทั้งหมด โดยตลาดในประเทศมีความต้องการข้าวอย่างต่อเนื่อง โดยคนไทยส่วนใหญ่ยังบริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก อย่างไรก็ตาม อัตราการขยายตัวของตลาดนับว่าอยู่ในเกณฑ์ต่ำ โดยเป็นไปตามการขยายตัวของประชากร โดยในปี 2550 คาดว่าอัตราการบริโภคข้าวของไทยประมาณ 156 กิโลกรัมต่อคนต่อปี แนวทางการเพิ่มปริมาณการบริโภคข้าวของคนไทย

-ตลาดส่งออก ภาวะการส่งออกข้าวและผลิตภัณฑ์นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงสีข้าว โดยเป็นปัจจัยกำหนดราคาข้าวในประเทศ ซึ่งภาวะการส่งออกข้าวในแต่ละปีค่อนข้างผันผวน โดยปัจจัยกำหนดสำคัญที่ต้องพิจารณาร่วมกัน คือ ปริมาณการผลิตข้าวของไทย ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ปริมาณน้ำ และการแพร่ระบาดของโรคและแมลงศัตรู ปริมาณความต้องการข้าวของประเทศคู่ค้า ซึ่งต้องพิจารณาร่วมกับปริมาณการผลิตข้าวของประเทศคู่แข่ง เนื่องจากจะเป็นปัจจัยกำหนดว่าในปีนั้นไทยต้องเผชิญการแข่งขันรุนแรงหรือไม่ ซึ่งทุกปัจจัยเหล่านี้จะมีผลสะท้อนอยู่ในรูปของราคาข้าวส่งออกของไทย และส่งผลต่อเนื่องถึงราคาข้าวในประเทศ ดังนั้นการติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับตลาดส่งออกข้าวและผลิตภัณฑ์นับว่าเป็นแนวทางในการกำหนดและปรับธุรกิจโรงสีข้าวได้ทันเหตุการณ์

-การปรับนโยบายข้าวของรัฐบาล นโยบายข้าวของรัฐบาลที่สำคัญและมีการกล่าวถึงค่อนข้างมากคือ มาตรการจำนำข้าว โดยหลักการของมาตรการรับจำนำข้าวเป็นการกำหนดราคาเป้าหมายเพื่อให้ชาวนาตัดสินใจว่าจะจำนำข้าวกับรัฐบาลหรือขายให้กับโรงสีโดยตรง ดังนั้นมาตรการจำนำข้าวส่งผลกระทบราคาข้าวในประเทศ และปริมาณข้าวที่เข้าสู่โรงสี นอกจากนี้ผลต่อเนื่องของมาตรการจำนำข้าวคือ ปริมาณสต็อกข้าวเมื่อสิ้นสุดโครงการรับจำนำข้าวในแต่ละปีในกรณีที่ชาวนาไม่มาไถ่ถอนข้าว ซึ่งปริมาณสต็อกข้าวที่อยู่ในเกณฑ์สูงมีผลทำให้ประเทศคู่ค้าข้าวของไทยกดราคารับซื้อข้าว และชะลอการซื้อเพื่อรอดูนโยบายการระบายข้าวจากสต็อกของรัฐบาล ในขณะที่การระบายข้าวจากสต็อกของรัฐบาล แม้ว่าจะเป็นการประมูลโดยผู้ส่งออก แต่ก็ส่งผลทางอ้อมกับราคาข้าวในประเทศมีแนวโน้มลดลง ซึ่งในช่วงที่เหลือของปี 2550 นี้ บรรดาธุรกิจโรงสีจะต้องติดตามการปรับนโยบายของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายที่ต้องเร่งระบายข้าวที่อยู่ในสต็อกจากมาตรการรับจำนำข้าวในปีที่ผ่านๆ โดยรัฐบาลพิจารณาจะทยอยระบายข้าวภายใน 4 เดือน(เดือนกันยายน-ธันวาคม 2550) และอาจจะพิจารณาเลื่อนการเปิดรับจำนำข้าวเปลือกนาปีในปีเพาะปลูก 2550/51 ที่จะเปิดรับจำนำในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 ซึ่งคาดว่าจะส่งกระทบทำให้ราคาข้าวในประเทศมีแนวโน้มลดลง จากที่ในปีปกติราคาข้าวในช่วงนี้มีแนวโน้มลดลง อันเป็นผลมาจากเป็นช่วงต้นฤดูการผลิตข้าวนาปี

บทสรุป
ข่าวการปิดกิจการของธุรกิจโรงสีและการนำข้าวในโครงการรับจำนำข้าวออกไปจำหน่ายเนื่องจากปัญหาการขาดแคลนสภาพคล่องของโรงสีที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าว นับเป็นการส่งสัญญาณที่สำคัญของธุรกิจโรงสีที่รัฐบาลต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้เนื่องจากปัญหาใหญ่ของธุรกิจโรงสีนั้นมาจากมาตรการรับจำนำข้าวของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา โดยปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขคือ การระบายสต็อกข้าวของรัฐที่กระจายเก็บอยู่ในโรงสีที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าว และการจ่ายเงินค่าบริหารจัดการสต็อกข้าวของรัฐ ทั้งนี้เพื่อทำให้บรรดาโรงสีทั้งหลายมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น นอกจากนี้รัฐบาลยังต้องเร่งพิจารณาปรับมาตรการรับจำนำข้าวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดโลก โดยเฉพาะการกำหนดราคารับจำนำข้าว ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณสต็อกข้าวของรัฐบาลไม่อยู่ในเกณฑ์สูงเช่นในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม บรรดาธุรกิจโรงสีเองก็ต้องปรับตัวให้อยู่รอดท่ามกลางปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน โดยการปรับประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งเป็นการปรับภายในธุรกิจ รวมทั้งต้องติดตามสถานการณ์ต่างๆทั้งตลาดในประเทศ ตลาดต่างประเทศ และการเปลี่ยนแปลงมาตรการของรัฐบาล ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจ ทั้งนี้เพื่อให้สามารถเตรียมรับมือและปรับตัวได้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างทันเหตุการณ์

Sectors: 

Digital TV & Media

หลังจาก เจ๊ติ๋ม หรือ พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย ใช้มาตรการปิดสวิทช์ทีวีดิจิตอล "ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย" โดยไม่จ่ายค่าประมูลใบอนุญาตออกอากาศทีวีดิจิตอล 2 ช่องของกลุ่มทีวีพูล คือ ช่อง ไทยทีวี และช่องโลก้า งวด 2 ให้กับทาง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ซึ่งครบกำหนดไปเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ในที่สุดกระแสข่าวที่ว่าช่อง 3 เตรียมถอดรายการ “ชิงร้อย ชิงล้าน Sunshine Day ผลิตโดย บริษัทเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด ที่เคยออกอากาศในช่วงบ่ายของวันอาทิตย์ ก็เป็นจริง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2558

PwC (PricewaterhouseCoopers) หนึ่งในเครือข่ายบริษัทผู้ให้บริการด้านการตรวจสอบบัญชี บริการให้คำปรึกษาด้านภาษี และบริการให้คำปรึกษาทางธุรกิจ เปิดเผยถึงผลสำรวจทิศทางอุตสาหกรรมสื่อ และบันเทิงทั่วโลกระหว่างปี 2558-2562คาดการณ์ค่าใช้จ่ายผ่านอุตสาหกรรมสื่อ และบันเทิงของไทยในปี 2562 จะอยู่ที่ 4.3 แสนล้านบาท

Insight

ดาราดังระดับ "ซุปตาร์" แบบมาเดี่ยว อาจไม่เพียงพอในการเรียกความสนใจจากผู้บริโภคยุคนี้ จึงทำให้บรรดาเจ้าของ "แบรนด์" ต้องอาศัยพลังจากโลกออนไลน์และคนดังในกระแส มาประกบคู่ "ฟีเจอริ่ง" ปั้นให้เป็น "พรีเซ็นเตอร์ดูโอ" ดึงความสนใจให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย

ปฏิบัติการชิงไหวชิงพริบระหว่างช่องแอนะล็อกเดิม และช่องทีวีดิจิตอลเกิดใหม่ กับการปรับผังรายการเพื่อชิงเรตติ้ง และฐานคนดู ในสงครามทีวีดิจิตอล

เอเยนซีโฆษณา เตือน ใช้พรีเซ็นเตอร์เปลือง อาจสะเทือนถึงแบรนด์ได้ เมื่อพรีเซ็นเตอร์อาจดังกว่าแบรนด์ แนะใช้ให้ถูกวิธี สตอรีและคอนเทนต์สำคัญกว่า

Consumer Insight

นีลเส็น บริษัทวิจัยด้านการตลาดและสื่อ เปิดเผยถึงผลการสำรวจ Global New Product Innovation ที่ได้เก็บผลสำรวจออนไลน์จากกลุ่มตัวอย่าง 30,000 คน ใน 60 ประเทศ เพื่อที่จะทำความเข้าใจความคิดและทัศนคติของผู้บริโภค ถึงปัจจัยที่จูงใจให้พวกเขาซื้อผลิตภัณฑ์ใหม่

สมาคมแฟรนไชส์ แนะข้อมูลเตือนใจ ก่อนเลือกซื้อแฟรนไชส์ควรพิจารณาจากสิ่งใดบ้าง ไม่ให้ผิดหวัง

ในช่วงปี 2556 - 2557 มีแบรนด์ใหม่ๆ เกิดขึ้นในแวดวงการตลาดกว่า 20,000 แบรนด์ (ที่มา: กรมทรัพย์สินทางปัญญา, 2558) ถึงแม้ว่าจำนวนแบรนด์เกิดใหม่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ผลที่ตามมาคือ ผู้บริโภคส่วนใหญ่มองเห็นการพัฒนาตื่นตัวของแบรนด์ต่างๆ ลดลง แบรนด์ที่เคยเป็นผู้นำ เริ่มเดินบนเส้นทางความสำเร็จเดิมๆ ทำให้แบรนด์มีความหลากหลายแต่ไร้ซึ่งความแปลกใหม่

Strategic Move

ผ่านพ้นครึ่งปีแรกตลาดรถยนต์ในไทยยังหัวทิ่ม ไม่ว่าจะเป็นงานมอเตอร์โชว์ หรือแคมเปญร้อนแรงแค่ไหน สถานการณ์กลับยังคงไม่ดีขึ้น แต่หลายฝ่ายยังมองในแง่ดีเชื่อตลาดครึ่งปีหลังจะกลับมาฟื้นตัวได้ ขณะเดียวกันค่ายรถยังคงเดินหน้าลุย จึงสำรวจความเคลื่อนไหวของค่ายรถล่าสุด ว่าจะมีรถใหม่รุ่นใดบ้าง? ที่เตรียมจะบุกตลาดในช่วงครึ่งหลังของปีนี้...

หลังจากที่ช่องดิจิตอลทีวี “ช่อง 8” ได้ติดลมบนด้วยเรตติ้งรวมเป็นอันดับ 4 อาร์เอสก็รีบเดินหน้าปั้นช่องทีวีดาวเทียมช่องใหม่ “เพลินทีวี” ที่วางโพซิชั่นเป็นสถานีที่เจาะกลุ่มคนรุ่นใหญ่ที่มีอายุ 55 ปี ขึ้นไป

บริษัท กันตาร์ เวิลด์พาแนล จำกัด (KWP) ได้เปิดเผยถึงสำรวจ Brand Footprint ในการสำรวจ 50 แบรนด์ที่มีการตัดสินใจซื้อสูงสุดในไทย โดยได้สำรวจ 10 แบรนด์ดาวรุ่งที่มีอัตราการบริโภคสูงในไทย พบว่า แบรนด์น้ำยาปรับผ้านุ่ม “Downy” คว้าอันดับ 1 จากการเพิ่มจำนวนการตัดสินใจของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 18% ด้วยจำนวนผู้บริโภคตัดสินใจซื้อแบรนด์ (CRP : Consumer Reach Points) Downy 59 ล้านครั้ง

Social Media Club

การออกแบบและขาย “สติ๊กเกอร์” ในแอพพลิเคชั่น “ไลน์” (Line) กลายเป็นเวทีให้นักสร้างสรรค์การ์ตูน หรือ “ครีเอเตอร์” (Creator) เกือบ 4 แสนรายทั่วโลก ทั้งหน้าเก่า หน้าใหม่ มืออาชีพและมือสมัคร แห่นำเสนอผลงาน ขายสร้างรายได้ เป็นอาชีพเสริม และบางคนเติบโตจนกลายเป็นธุรกิจหลัก ทำเงิน “ล้านบาท” ได้ในเวลาไม่ถึงปี

ทำการตลาดออนไลน์ต้องคิดให้รอบคอบ หากพลาดไปนิดเดียวก็กลายเป็น “ดราม่า” ส่งผลกระทบต่อแบรนด์ได้ในทันที เหมือนอย่างกรณีของ ไอศครีมวอลล์

ครบรอบ 1 ปี เป็นที่เรียบร้อยสำหรับโครงการ “ไลน์ ครีเอเตอร์ มาร์เก็ต” ที่ให้ศิลปิน นักวาดภาพได้ส่งผลงานสติ๊กเกอร์เข้าไปขายในไลน์ได้ โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ไลน์ ครีเอเตอร์ มาร์เก็ตได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการออแบบไม่น้อย ทำให้คาแรคเตอร์ ดีไซน์เป็นที่นิยมมากขึ้น

Columnist

การตลาด ฤดูร้อน ต้อง Speed Advantage “ใคร ไว กว่าได้ เปรียบ” ในสมรภูมิ การแข่ง กำลัง ร้อน แรง เหมือนฤดูร้อน

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Trend

 นักออกแบบชาวญี่ปุ่นเปิดตัว เสื้อยืดพิเศษที่สามารถแปรเปลี่ยนสาวอกไข่ดาวให้อวบอึ๋มขึ้นในพริบตา โดยไม่ต้องพึ่งพามีดหมอใดๆ ทั้งสิ้น

แอปเปิล (Apple) เปิดเผยวันวางจำหน่าย Apple Watch อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ผ่านหน้าเว็บไซต์ของตนเอง (www.apple.com/th) พร้อมระบุราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 13,500 บาท สำหรับรุ่น Watch Sport เริ่มต้น 20,500 บาท สำหรับ Watch และเริ่มต้น 395,000 บาท สำหรับ Watch Edition

ในแดนอาทิตย์อุทัยเต็มไปด้วยศิลปินและนักร้อง ตั้งแต่วงไอดอลวัยรุ่น จนถึงนักร้องเพลงพื้นบ้านที่ลูกคอหาใดเทียบเทียม หากแต่ยังมีนักร้องชาวต่างชาติคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในญี่ปุ่น เป็นฝรั่งที่ดังที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ที่ชื่อ“คริส ฮาร์ท”

Global Wrap

การฝึกงานกับแอปเปิล (Apple) แบรนด์อันดับหนึ่งของโลกกำลังกลายเป็นที่กล่าวขวัญในเรื่องของค่าตอบแทนที่สูงจนน่าอิจฉา หลังมีรายงานว่า กลุ่มเด็กฝึกงานของบริษัทได้รับค่าตอบแทนสูงถึง 7,000 เหรียญสหรัฐต่อเดือน (ประมาณ 236,000 บาท) หรือกว่า 80,000 เหรียญสหรัฐต่อปี (ประมาณ 2.7 ล้านบาท) 

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ - นายหลิ่ว ฉวนจื้อ ผู้ซึ่งมักได้รับการขนานนามจากสื่อแดนมังกรเป็น “พ่อทูนหัวแห่งเลอโนโว” ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่เขาก่อตั้งเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน และยังคงยืนหยัดเป็นหนึ่งในความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่สุดของจีนในปัจจุบัน ได้แบ่งปันข้อคิดที่น่าสนใจ 5 ประการฝากถึงนักธุรกิจเพื่อนร่วมชาติ ระหว่างการสัมภาษณ์กับเซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์เมื่อไม่นานนี้

เว็บไซท์ Hotels.com เปิดเผยถึง ดัชนีราคาคลับแซนวิช หรือ The Hotels.com™ Club Sandwich Index (CSI) โดยพิจารณาจากการรับประทานอาหารของโรงแรมทั่วโลก โดยในปีนี้ได้ใช้ชื่อรายงานนี้ว่า CSI 2.0 เนื่องจากได้เพิ่มรายการอาหารอีก 3 รายการ

People

คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับ “วิชัย ทองแตง” มาอย่างดี จากทนายความที่ผันตัว มาสู่การเป็น นักลงทุน จนได้ฉายา พ่อมดตลาดหุ้น หลังจากที่เขาได้ทำการเข้าไปลงทุนในหลายบริษัท และหลากหลายธุรกิจ สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ทำให้ชื่อของวิชัย ทองแตงขึ้นไปอยู่บนทำเนียบมหาเศรษฐีไทยที่ในอันดับที่ 13 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จัดอันดับโดยนิตยสารฟอบส์

ต้องยอมรับว่า ยิ่งแก่ ยิ่งเนื้อหอม สำหรับพระเอกมาดอบอุ่น “ก้อง สหรัถ สังคปรีชา” ที่ปีนี้มีอายุ 47 ปีแล้ว แต่งานพรีเซนเตอร์ยังคงแน่นเอี้ยดไม่น้อยหน้าพระเอกรุ่นใหม่ไฟแรงคนไหน เพราะด้วยลุคที่ หล่อ เท่ส์ สมาร์ท ดูอบอุ่น และชื่อเสียงไม่เสียหาย จึงทำให้ก้อง สหรัถ กลายเป็นที่ถูกตาต้องใจของแบรนด์สินค้าหลายๆแบรนด์

เปิดใจ “อีเจี๊ยบ เลียบด่วน” เจ้าของเพจมาแรงแห่งปี ผ่านการ“โฟนอิน”แบบเจาะลึก เป็นครั้งแรก ในงานสัมมนา ฝ่าวิกฤตพิชิตดราม่าในโลกโซเชียลมีเดีย ซึ่งจัดโดย Position Magazine Online ถึงที่มาของ เพจเล่าข่าว ด้วยสำนวนแสบๆ คันๆ มันๆ จนสร้างยอดไลค์ ทะลุล้านแล้ว

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
เฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348