น้ำผักและผลไม้ : เติบโตต่อเนื่องในปีกุน’50

ธุรกิจน้ำผัก-ผลไม้นับว่าเป็นธุรกิจที่น่าจับตามอง และคาดว่าจะมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในปี 2550 ภายหลังจากที่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาธุรกิจนี้ก็ประสบผลสำเร็จจากยอดขายในประเทศที่เพิ่มขึ้นและมูลค่าการส่งออกที่มีแนวโน้มกระเตื้องขึ้น อันเป็นผลมาจากปัจจัยหนุนหลายประการ กล่าวคือกระแสผู้บริโภคหันมาใส่ใจในสุขภาพยังคงมาแรง ผู้บริโภคเริ่มหันมาบริโภคน้ำผัก-ผลไม้มากขึ้นแทนการบริโภคชาเขียวและน้ำอัดลม โดยตลาดชาเขียวพร้อมดื่มที่เคยเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงระยะ 3 ปีที่ผ่านมาจนสามารถแย่งลูกค้าบางส่วนจากน้ำผัก-ผลไม้นั้น ตั้งแต่ปี 2549 อัตราการขยายตัวของตลาดชาเขียวเริ่มจะชะลอตัวลง รวมทั้งตลาดเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลมก็มีแนวโน้มชะลอตัวลงด้วยเช่นกัน ทำให้คาดหมายว่าผู้ประกอบการในธุรกิจเครื่องดื่มจะเริ่มหันมาเพิ่มสายการผลิตเครื่องดื่มประเภทน้ำผัก-ผลไม้ ทำให้คาดว่าสภาพตลาดน้ำผัก-ผลไม้จะคึกคักขึ้น เนื่องจากมีผู้ประกอบการในธุรกิจเครื่องดื่มประเภทอื่นๆหันมาผลิตน้ำผัก-ผลไม้ และมีการนำเข้าน้ำผัก-ผลไม้จากต่างประเทศมาจำหน่าย ทำให้การแข่งขันมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นจากการที่ผู้ประกอบการรายเดิมต้องการปกป้องส่วนแบ่งตลาดจากผู้ผลิตหน้าใหม่ที่เริ่มเข้ามาแข่งขันในตลาด

ปริมาณการผลิตน้ำผัก-ผลไม้ในปี 2550 คาดว่าจะมีปริมาณ 175 ล้านตัน (ประมาณ 220 ล้านลิตร ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.5 เมื่อเทียบกับในปี 2549 ซึ่งปริมาณการผลิตในปี 2549 มีทั้งสิ้น 157 ล้านตัน(ประมาณ 219 ล้านลิตร) อันเป็นผลมาจากความต้องการบริโภคน้ำผัก-ผลไม้ในประเทศมีแนวโน้มขยายตัว ทำให้คาดการณ์ว่าผู้ประกอบการจะเริ่มขยายกำลังการผลิต รวมทั้งมีผู้ผลิตรายใหม่เข้ามาในตลาด

ตลาดน้ำผัก-ผลไม้ในปี 2550 มีแนวโน้มแข่งขันรุนแรงมากขึ้น โดยผู้ประกอบการรายใหญ่ปรับกลยุทธ์ทั้งการทุ่มงบโฆษณากระตุ้นยอดขาย เปิดตัวสินค้าใหม่เป็นน้ำผลไม้ที่เจาะกลุ่มลูกค้าได้กว้างขึ้น และยังให้ความสำคัญในเรื่องสุขภาพเป็นหลัก การปรับตำแหน่งทางการตลาดใหม่ จากน้ำผลไม้ที่เจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ใหญ่มาสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพที่เหมาะกับทุกวัย โดยได้เตรียมขยายฐานลูกค้ามาสู่กลุ่มเด็กอายุระหว่าง 15-29 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยที่อยู่ระหว่างการศึกษาและกำลังเข้าสู่วัยทำงาน จากเดิมเจาะกลุ่มเป้าหมายผู้ใหญ่เป็นหลัก นอกจากนี้ยังใช้กลยุทธ์สร้างการรับรู้ในเชิงรุก ปรับระบบการจัดจำหน่ายใหม่ แยกทีมการขายไปในแต่ละช่องทาง เช่น ช่องทางโรงเรียน ร้านอาหาร เพื่อรองรับกับแผนการตลาดเปิดตัวสินค้าใหม่ลงในตลาดน้ำผลไม้ระดับแมสหรือน้ำผลไม้เปอร์เซ็นต่ำ โดยการทำตลาดน้ำผลไม้ใหม่ เจาะช่องทางโรงเรียน ร้านค้าอาหาร รวมทั้งยังมีคู่แข่งรายใหม่เข้ามาในตลาดทำให้การแข่งขันในตลาดน้ำผัก-ผลไม้เป็นไปอย่างดุเดือดมากขึ้น ในขณะที่ตลาดน้ำอัดลมและชาเขียวนั้นเริ่มมีทิศทางหรือแนวโน้มที่ชะลอตัวลง ทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะน้ำผลไม้มากขึ้น

คาดว่าในปี 2550 ตลาดน้ำผัก-ผลไม้ในประเทศมีมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตร้อยละ 15 ต่อปี แบ่งเป็นตลาดน้ำผลไม้100% มีมูลค่า 2,500 ล้านบาทอัตราการขยายตัวร้อยละ 10.0 ต่อปี ตลาดน้ำผลไม้40%มูลค่า 500 ล้านบาท มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 8.0 ต่อปี และตลาดน้ำผลไม้ 25% มีมูลค่า 2,000 ล้านบาท อัตราการขยายตัวมากกว่าร้อยละ 10.0 ต่อปี

การแข่งขันในตลาดน้ำผัก-ผลไม้เป็นการแข่งขันทั้งในตัวสินค้าและแบรนด์มากขึ้น อัตราการขยายตลาดน้ำผัก-ผลไม้ที่อยู่ในเกณฑ์สูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของตลาดน้ำผัก-ผลไม้ในประเทศ นับว่าเป็นแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการในธุรกิจเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ โดยเฉพาะธุรกิจน้ำอัดลมหันมาขยายธุรกิจผลิตน้ำผัก-ผลไม้และเครื่องดื่มผสมน้ำผัก-ผลไม้ โดยอาศัยความแข็งแกร่งด้านเครือข่ายการกระจายตลาดช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดจากผู้ประกอบการรายเดิมในตลาด ซึ่งการเข้ามาทำตลาดของผู้ผลิตรายใหม่จะเร่งให้ตลาดตื่นตัวและผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น

อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการรายเดิมในตลาดก็เริ่มปรับกลยุทธ์การตลาดเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดของตนเองไว้ ทั้งนี้เพื่อรับมือกับผู้ผลิตรายใหม่โดยอาศัยความคุ้นเคยและยอมรับในรสชาติของลูกค้า รวมทั้งความหลากหลายของสินค้าที่มีให้ลูกค้าเลือกมากมาย ซึ่งการยอมรับในรสชาติของน้ำผัก-ผลไม้นั้นนับว่าเป็นกุญแจสำคัญในการประสบความสำเร็จในการทำตลาดน้ำผัก-ผลไม้ นอกจากนี้ผู้ประกอบการรายเดิมยังเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับระบบการกระจายสินค้าสู่ร้านค้าในท้องถิ่น ซึ่งตัวแทนจำหน่ายเหล่านี้มีความเชี่ยวชาญในการกระจายสินค้ากลุ่มอุปโภคบริโภค ทั้งนี้เพื่อให้สินค้าเข้าถึงมือผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง รวมไปถึงการเริ่มวิจัยและพัฒนาสินค้า เช่น การเพิ่มสารอาหารหรือวิตามินเสริมเข้าไปในน้ำผักและผลไม้ ทั้งนี้เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและวางตำแหน่งของสินค้าใหม่ให้กับผู้บริโภค นอกจากการเลือกดื่มเพื่อสุขภาพและดับกระหายแล้วยังได้ประโยชน์อย่างอื่นๆเพิ่มขึ้นด้วย ปัจจุบันตลาดน้ำผัก-ผลไม้ผสมวิตามินต่างๆ และผสมคอลลาเจนกำลังมีอัตราการเติบโตที่น่าจับตามอง ซึ่งผู้ประกอบการต้องสื่อสารข้อมูลการสร้างมูลค่าเพิ่มของน้ำผัก-ผลไม้นี้ให้กับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้รับทราบด้วย ทั้งนี้นับว่าเป็นการขยายฐานตลาดของน้ำผัก-ผลไม้ ปัจจุบันคนไทยมีอัตราการบริโภคน้ำผัก-ผลไม้โดยเฉลี่ย 3 ลิตร/คน/ปี ซึ่งถือว่าน้อยมาก เนื่องจากในเมืองไทยมีผลไม้หลากหลายชนิดให้เลือกบริโภคได้ตลอดทั้งปี ทำให้สามารถหาผลไม้สดรับประทานได้ง่าย จึงนิยมบริโภคผลไม้สดมากกว่า เมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนามีอัตราการบริโภคน้ำผัก-ผลไม้สูง โดยเฉพาะในสหรัฐฯมีอัตราการบริโภคน้ำผัก-ผลไม้สูงถึง 31.5 ลิตรต่อคนต่อปี ดังนั้นตลาดน้ำผัก-ผลไม้ในไทยยังมีโอกาสในการขยายตัวได้อีกมาก

ประเด็นที่น่าสนใจ คือ ตลาดในต่างประเทศจะเรียกว่าน้ำผลไม้พร้อมดื่ม(Fresh Fruit Juices) เฉพาะน้ำผลไม้100% หากมีการเติมน้ำตาลในน้ำผลไม้จะไม่ถือว่าเป็นน้ำผลไม้พร้อมดื่มแต่จะเรียกว่าเป็นเนคตาร์ (Nectars) ซึ่งตลาดในไทยไม่ได้จำแนกประเภทเป็นน้ำผลไม้พร้อมดื่มหรือเนคตาร์แต่จะเรียกในลักษณะรวมๆว่าน้ำผลไม้

สำหรับการส่งออกน้ำผัก-ผลไม้ของไทยมีแนวโน้มกระเตื้องขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2548 จากที่มูลค่าการส่งออกชะลอตัวในปี 2547 โดยในปี 2549 ปริมาณการส่งออกเท่ากับ 315,227 ตัน มูลค่า 8,854 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2548 แล้วทั้งปริมาณและมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 40.0 และร้อยละ 17.8 ตามลำดับ ทั้งนี้เนื่องจากการส่งออกไปยังตลาดหลักทั้งสหภาพยุโรปและสหรัฐฯมีแนวโน้มกระเตื้องขึ้น ประเทศในแถบยุโรปจะบริโภคน้ำผลไม้โดยเฉลี่ย 22.1 ลิตร/คน/ปี และนิยมบริโภคน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวมากกว่าน้ำผลไม้ที่มีรสหวาน ทำให้สหภาพยุโรปเป็นตลาดส่งออกสำคัญของน้ำสับปะรด ส่วนตลาดสหรัฐฯนั้นจะเป็นตลาดส่งออกน้ำผลไม้อื่นๆ ส่วนน้ำผัก-ผลไม้ผสมนั้นตลาดส่งออกหลักคือประเทศในอาเซียน โดยเฉพาะพม่า กัมพูชา ลาว สิงคโปร์ เวียดนาม บรูไน มาเลเซียและอินโดนีเซีย

ประเภทของการส่งออกน้ำผัก-ผลไม้ของไทยนั้นน้ำสับปะรดมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 60.0 ของมูลค่าการส่งออกน้ำผัก-ผลไม้ทั้งหมด โดยในปี 2549 ไทยส่งออกน้ำสับปะรด 187,632 ตัน มูลค่า 5,252 ล้านบาท เมื่อเทียบกับในปี 2548 แล้วทั้งปริมาณและมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 57.0 และร้อยละ 16.3 ตามลำดับ ส่วนที่เหลือเป็นการส่งออกน้ำส้ม น้ำผัก-ผลไม้รวม และน้ำผัก-ผลไม้อื่นๆ ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่ามูลค่าการส่งออกน้ำผัก-ผลไม้ชนิดอื่นๆโดยเฉพาะน้ำผัก-ผลไม้เมืองร้อน เช่น น้ำมะพร้าว น้ำมะขาม เป็นต้น มีอัตราการขยายตัวที่น่าสนใจ แม้ว่าในปัจจุบันทั้งปริมาณและมูลค่าการส่งออกจะยังไม่สูงมากนักก็ตาม กล่าวคือ โดยในปี 2549 ไทยส่งออกน้ำผัก-ผลไม้ชนิดอื่นๆ 110,139 ตัน มูลค่า 3,203 ล้านบาท เมื่อเทียบกับในปี 2548 แล้วทั้งปริมาณและมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.1 และร้อยละ 19.7 ตามลำดับ ตลาดส่งออกน้ำผัก-ผลไม้ที่สำคัญของไทยคือ สหภาพยุโรปสัดส่วนร้อยละ 42.7 ของมูลค่าการส่งออกน้ำผัก-ผลไม้ทั้งหมด รองลงมาคือ สหรัฐฯร้อยละ 27.9 อาเซียนร้อยละ 5.9 และญี่ปุ่นร้อยละ 3.7 ตลาดที่มีแนวโน้มขยายตัวคือ ตลาดประเทศเพื่อนบ้าน และตลาดในตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตามปัจจุบันไทยยังมีการนำเข้าน้ำผัก-ผลไม้โดยมีมูลค่านำเข้าในปี 2549 ปริมาณ 16,964 ตัน มูลค่า 925 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2548 แล้วทั้งปริมาณและมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.8 และร้อยละ 29.4 ตามลำดับ ซึ่งน้ำผัก-ผลไม้ที่นำเข้าส่วนใหญ่จะเป็นน้ำผัก-ผลไม้ที่ไม่สามารถผลิตในประเทศ โดยเฉพาะผัก-ผลไม้เมืองหนาว สำหรับน้ำผลไม้เข้มข้นที่มีการนำเข้ามากที่สุดได้แก่ น้ำส้ม น้ำแอปเปิ้ล น้ำสับปะรดและน้ำเกรฟฟรุ้ตตามลำดับ แหล่งนำเข้าสำคัญคือ สหรัฐฯ บราซิล จีน ไต้หวัน และสหภาพยุโรป ซึ่งน้ำผัก-ผลไม้นำเข้านี้มุ่งเจาะขยายลูกค้าตลาดบนที่นิยมบริโภคน้ำผัก-ผลไม้ต่างประเทศ และในปัจจุบันมีความพยายามขยายตลาดผู้บริโภคระดับกลางด้วย

แนวโน้มตลาดน้ำผัก-ผลไม้ในตลาดโลกมีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจอันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและรสนิยมของผู้บริโภค ทำให้ตลาดน้ำผัก-ผลไม้มีแนวโน้มในการผลิตน้ำผัก-ผลไม้เข้มข้นที่ไม่ได้มีส่วนผสมของน้ำตาลหรือที่เรียกกันว่าน้ำผัก-ผลไม้100% มากขึ้น และแนวโน้มที่น่าจับตามองในตลาดน้ำผัก-ผลไม้ที่ยังคงความสดและมีเซลล์หรือเนื้อเยื่อของผัก-ผลไม้(Not-from-concentrate : NFC) ซึ่งน้ำผัก-ผลไม้ประเภทนี้นับว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ของการผลิต ซึ่งเกิดจากแนวคิดของโรงงานผลิตน้ำผัก-ผลไม้ที่ต้องการผลิตน้ำผัก-ผลไม้คุณภาพสูง มีความแตกต่างจากน้ำผัก-ผลไม้ที่มีอยู่ในตลาด และใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด ซึ่งคาดว่าโรงงานผลิตน้ำผัก-ผลไม้ในไทยคงจะมีการปรับการผลิตให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและรสนิยมของผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศ และคาดว่าต่อไปคนไทยก็จะหันมานิยมน้ำผัก-ผลไม้ประเภทนี้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้มีการคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำผัก-ผลไม้ในตลาดโลกในปี 2551 เท่ากับ 39,000 ล้านลิตร และอัตราการบริโภคเฉลี่ยเท่ากับ 6 ลิตรต่อคนต่อปี ทั้งนี้คาดว่าอัตราการขยายตัวของปริมาณการบริโภคน้ำผัก-ผลไม้ในตลาดโลกเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 2.8 ต่อปี โดยมีปัจจัยหนุนคือ กระแสการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพและรายได้เฉลี่ยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

สำหรับแนวโน้มการส่งออกน้ำผัก-ผลไม้ของไทยคาดว่าจะยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดสหภาพยุโรป ส่วนในตลาดสหรัฐฯซึ่งนับว่าเป็นตลาดน้ำผัก-ผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั้นไทยยังสามารถเจาะขยายตลาดได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งการเจาะขยายตลาดญี่ปุ่นที่ในปี 2549 นั้นการส่งออกน้ำผัก-ผลไม้ไปยังตลาดนี้มีแนวโน้มลดลง ส่วนตลาดส่งออกที่น่าสนใจคือ ตลาดประเทศเพื่อนบ้าน และตลาดในตะวันออกกลาง นอกจากนี้การวิจัยและพัฒนาน้ำผัก-ผลไม้ประเภทใหม่ๆออกมาจำหน่าย ซึ่งอาศัยจุดเด่นทางคุณค่าทางโภชนาการที่มีการยืนยันจากห้องแล็บ โดยเฉพาะน้ำสมุนไพรพื้นบ้านของไทย นับว่าเป็นแนวโน้มในการขยายการส่งออกในช่วงต่อไป

PR Sectors: 

Digital TV & Media

หลังจาก “ดิจิทัลทีวี” ผ่านครึ่งปีแรกของการดำเนินธุรกิจ คือเริ่มออกอากาศตั้งแต่เดือนพฤษภาคม มาด้วยความทะลักทุเล

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

ค่ายเบียร์ช้างของไทยเบฟฯ เป็นแบรนด์ที่ซื้อสื่อโฆษณาสูงสุดของเดือนธันวาคม 2557 ใช้งบ 79 ล้านบาท ตามมาเครื่องดื่มโค้ก ใช้ไป 76 ล้านบาท อันดับสาม รถกระบะโตโยต้า ใช้งบไป 68 ล้านบาท อันดับสี่เป็นสถานบริการน้ำมัน ปตท.ใช้งบ 58 ล้านบาท

Consumer Insight

ปัทมวรรณ สถาพร กรรมการผู้จัดการ มายด์แชร์ ประเทศไทย คาดการณ์ “เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคปี 2558” มี 5 เทรนด์ที่ต้องจับตา

ผลวิจัยพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคชาวไทย ของบริษัท ดันน์ฮัมบี้ ล่าสุด พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยหันมาซื้อสินค้าโดยใช้ปัจจัยด้านความสะดวกซื้อ และซื้อในแต่ละครั้งจะซื้อสินค้าจำนวนไม่มาก

Insight

ร้าน "โฟรเซน โยเกิร์ต (Frozen Yogurt)" หรือโยเกิร์ตในรูปแบบไอศกรีม กำลังเป็นอีกหนึ่งในธุรกิจที่มีบทบาทในตลาดไทยมากขึ้น โดยใช้จุดเด่นเรื่องความอร่อยเหมือนไอศกรีม ควบคู่กับ เทรนด์การดูแลสุขภาพ

แม้จะอยู่กันคนละธุรกิจ แต่ทั้ง “โทนี่ เฟอร์นานเดส” ซีอีโอ สายการบินแอร์เอเชีย และ “ตัน ภาสกรนที” เจ้าพ่อชาเขียวอิชิตัน กำลังต้องเผชิญหน้ากับ “วิกฤตการณ์” กระทบกับแบรนด์ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ถึงแม้จะถูกมองว่า ทั้งคู่เป็นซีอีโอขาลุย ออกมาแก้ปัญหาได้ฉับไวก็จริง ผลลัพธ์กลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ธุรกิจค้าปลีกของไทยกำลังเป็นที่จับตามอง จากการขยายตัวของธุรกิจ และการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งพฤติกรรมผุ้บริโภคได้เปลี่ยนแปลงไป ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ scbeic มองว่า ภาพรวมค้าปลีกไทย ยังคงให้ความนิยมกับโมเดลขนาดเล็ก

Strategic Move

นีลเส็น โฮลดิ้ง (Nielsen Holdings) ได้เข้าซื้อกิจการบริษัท Brandbank ซึ่งเชี่ยวชาญในเรื่องการเก็บรวบรวมข้อมูลดิจิตอลการจัดการและการกระจายสินค้า FMCG รวมถึงการบริหารภาพลักษณ์สินค้าในร้านค้าสำหรับองค์กรค้าปลีกต่างๆ รวมทั้งการพิมพ์โปรโมชั่นและการสร้างแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ

หลังจากตกเป็น “ดราม่า” ขวดชาเขียวยักษ์บังวิว ล่าสุดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่สั่งยกลูกโป่งยักษ์รูปขวดชา “อิชิตัน” พ้นลานดอกไม้หน้าหอประชุม มช. สถานที่รับพระราชทานปริญญาบัตรแล้ว

จากแนวโน้มของบริการดาต้าเซ็นเตอร์ และคลาวน์คอมพิวติ้ง ทั่วโลก ที่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดมาตลอดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับในประเทศไทยที่ทางรัฐบาลเริ่มมีแนวทางนโยบาย “เศรษฐกิจดิจิตอล” ทำให้เป็นส่วนผลักดันสำคัญให้ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนตื่นตัวในการนำเทคโนโลยีสื่อสารมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจ

Social Media Club

ในยุคดิจิตอลในปัจจุบันที่ใครหลายคนก็สามารถเป็นเน็ตไอดอลได้ เพียงแค่มียอดคนติดตาม หรือยอดไลค์มหาศาล แต่ต้องบอกว่า “คอนเทนต์” ของคนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นเน็ตไอดอล ไม่ได้จำกัดแค่หน้าตาสวย น่ารักเท่านั้น “ความฮา” ก็สามารถชนะใจคนดูได้ อย่าง “น้องมะเฟือง” สาวสุดฮอตจากแอป Vine ที่มีผู้ชมคลิปวิดีโอของเธอเกือบ 10 ล้านครั้ง (Loops)

นึกว่า “สงคราม” อะไร แต่เป็นสงคราม ระหว่าง อีเจี๊ยบ เลียบด่วน” เพจสุดเกรียน และเพจ KFC กวนปนฮา

แม้จะถูกวิจารณ์มากมาย แต่การสำรวจและสถิติล่าสุดกลับแสดงว่าเครือข่ายสังคมยอดฮิตอันดับ 1 ของโลกอย่างเฟซบุ๊ก (Facebook) นั้นยังเติบโตอย่างแข็งแกร่งในหลายด้าน ทั้งการเป็นเครือข่ายสังคมที่มีการใช้งานทุกวันมากที่สุด เป็นเครือข่ายสังคมที่มีผู้สูงวัยใช้งานมากที่สุด และการเป็นเครือข่ายสังคมที่มียอดโพสต์วิดีโอเพิ่มขึ้นชัดเจนที่สุด

Columnist

เมื่อถึงยุคที่ธุรกิจต้องมีการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายในประเทศ (Internal Factors) หรือ ภายนอกประเทศ (External Factors)

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Wrap

กิจกรรมปกติของห้างต่างๆ ทั่วโลกคือ จัดเทศกาลชื่อแปลกๆ เพื่อมีเป้าหมายคือ ลดราคาสินค้าและชวนคนมาเดินห้างให้เยอะขึ้น แต่ไม่ว่าจะ Midnight Sales หรือ Clearance Sales ก็แล้ว ไม่มีห้างไหนในโลกที่วันเดียวจะสร้างยอดขายได้เป็นแสนล้านบาท!

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

Global Trend

หากใครยังจำได้ถึงความฮอตของ Ice Bucket Challenge ที่ซีอีโอคนดังทั่วทั้งซิลิกอนวัลเลย์ต่างเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็น มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก, Elon Musk, บิลล์ เกตส์, เชอร์รีล แซนด์เบิร์ก, สัตยา นาเดลลา, เซอร์เกย์ บริน, ลาร์รี เพจ, ทิม คุก และอื่นๆ อีกมากมาย นาทีนี้มีเทรนด์ใหม่มาแล้วกับ “PasstheBag”

แม้จะมีการประชาสัมพันธ์ต่อเนื่องให้ชาวออนไลน์ตั้งรหัสผ่านหรือพาสเวิร์ดที่หลากหลายและซับซ้อนเพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของนักเจาะระบบ แต่ดูเหมือนว่าชาวออนไลน์บางส่วนจะไม่สนใจ เนื่องจากรายการรหัสผ่านยอดฮิตปี 2014 ยังเป็นคำที่เดาง่ายเหลือเกิน

People

บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของแบรนด์ร้านอาหาร พิซซ่า ฮัท เปิดตัวแม่ทัพหญิง นางซาบีน่า ริกซ์วี่ รับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป พิซซ่า ฮัท ประจำประเทศไทย มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ด้วยจำนวนยอดกดไลค์ 165,278 คน และ Talk about this ที่มีอยู่ถึง 398,828 คือสถิติล่าสุดในบ่ายวันที่ 4 มิถุนายน ของเฟซบุ๊ก แฟนเพจ ที่ใช้ชื่อว่า “jaytherabbitofficial” เป็นสถิติที่ไม่ธรรมดาเลยสำหรับเฟซบุ๊กที่มีสัญลักษณ์ การ์ตูนกระต่าย ที่มาพร้อมกับข้อความจิกๆ กัดๆ ปนฮา เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348