บทวิเคราะห์สูตรการตลาดของ...(อิชิ) ตัน

บทวิเคราะห์สูตรการตลาดของ...(อิชิ) ตัน

ประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์ เจ้าของไอเดียแกะดำทำธุรกิจ และผู้แต่งหนังสือ "Zig Zag เมื่อแกะดำทำธุรกิจ" แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวล่าสุดของตัน ภาสกรนที ที่ออกมาทำธุรกิจชาเขียวอีกครั้งว่า ถือเป็นการทำธุรกิจที่ไม่เหมาะสม และไม่มีมารยาทในการทำธุรกิจ

"ผมไม่พูดเรื่องจรรยาบรรณในการทำธุรกิจ เพราะเรื่องนี้แล้วแต่คนจะมอง ผมไม่ทราบว่าจะมีการทำสัญญาหรือตกลงอะไรกันอย่างไร แต่ถึงไม่มีสัญญาหรือแค่สัญญาใจ โดยมารยาทก็ทำไม่ได้ มารยาทในที่นี้ก็เหมือนกับการที่เราเจอผู้ใหญ่แล้วต้องยกมือไหว้ การค้าก็ต้องมีมารยาท เพิ่งขายบริษัทให้เขาได้เงินเป็นพันล้านจากเจ้าของใหม่ แล้วอยู่ดีๆ ไปทำธุรกิจเดิมเหมือนกันอีก นอกจากไม่มีใครเขาทำกัน ยังเป็นการดิสเครดิตตัวเอง" ประเสริฐกล่าวว่า การที่ในวงการธุรกิจไม่มีใครออกมาพูดเรื่องมารยาทในการทำการค้าเช่นนี้ อาจจะเป็นเพราะคนส่วนใหญ่ไม่กล้าพูดความจริง แต่สำหรับเขาถือว่านี่คือวิธีการที่ไม่ถูกต้องและพร้อมที่จะแสดงความคิดอย่างตรงไปตรงมา

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเป็นหลักการแบบ "แกะดำ" ซึ่งเป็นแนวคิดในการทำธุรกิจเชิงสร้างสรรค์ที่แตกต่างของเขาด้วยแล้ว วิธีการเช่นนี้จะไม่มีอยู่ในตำราของแกะดำโดยสิ้นเชิง

"แกะดำมีกติกาอยู่ข้อหนึ่งว่า การทำอะไรต้องมีการริเริ่มสร้างสรรค์ แต่นี่คือการก๊อบปี้ชัดๆ สินค้าที่เปิดตัวมาเป็นแค่ Copycat ของโออิชิเท่านั้น เพราะฉะนั้นการที่คิดว่าจะทำตลาดให้เป็นที่หนึ่งคงเป็นไปไม่ได้ เพราะเป็นสินค้าที่ไม่มีอะไรใหม่ ผมคิดว่านี่คือการทำธุรกิจที่หมดมุกแล้ว"

ขณะที่ ดร.ธเนศ ศิริกิจ อาจารย์และนักวิชาการด้านการตลาด สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ แสดงความคิดเห็นในกรณีเดียวกันนี้ว่า สามารถแยกการวิเคราะห์ออกเป็นสองส่วน โดยถ้าเป็นเรื่องจรรยาบรรณถือว่าไม่ถูกต้อง

"ยิ่งตัวคุณตัน เป็นแบรนด์ เห็นคุณตันคนก็คิดถึงตัวแบรนด์ ตัน พอพูดถึง ตันแล้วก็ต้องนึกถึง โออิชิ การผิดจรรยาบรรณในลักษณะนี้ สังคมจะมองออกและเป็นคนบอกเอง เพราะในสังคมจะมีการสร้างระบบกลไกการควบคุม ซึ่งการแสดงออกอาจจะเป็นในรูปของ Social Sanction หรืออย่างน้อยก็อาจจะเกิดการต่อต้านจากกลุ่มคนในระดับที่อาจจะไม่ถึง Social Sanction ก็ได้เช่นกัน"

ดร.ธเนศ เป็นผู้เชี่ยวชาญการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด และการวางแผนการจัดการลูกค้าสัมพันธ์เชิงประสบการณ์ (CEM) เคยมีผลงานการแต่งหนังสือ "การจัดการเชิงกลยุทธ์ และนโยบายธุรกิจ" (Strategic Management & Policy) และ "การจัดการลูกค้าสัมพันธ์อย่างไรให้โดน" (STEP-1/STEP-2) เขาให้แง่คิดเพิ่มเติมด้วยว่า ในมุมมองด้านจรรยาบรรณนั้นจะถูกหรือไม่ถูกอยู่ที่ตัวบุคคลด้วย บังเอิญว่าตันโชคดีที่มีต้นทุนทางสังคมที่ทำเพื่อส่วนรวมมาพอสมควร เช่น การทำกิจกรรมกับมวลชน โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาโดยไม่หวังผลตอบแทนซึ่งตันหยิบมาใช้ร่วมกับการเปิดตัวธุรกิจใหม่ของเขาด้วย

"ตัวนี้ถือเป็น Halo Asset ซึ่งตัวคุณตันเป็นแบบนี้ Halo Asset หรือการที่บุคคลนั้นมีความน่าเชื่อมั่นน่าเชื่อถือจากสิ่งที่เขาได้สร้างมาแล้ว มีความโดดเด่นหรือมีสิ่งที่สังคมเฝ้ามองอยู่ เป็นที่ยอมรับในสังคมว่าเป็นคนที่ทำอะไรได้ประสบความสำเร็จในเชิงการตลาด จนคุณตันกลายเป็นไอดอลหรืออะไรที่อยู่ในใจ Halo Asset จึงเป็นแต้มต่อที่ดีของคุณตัน"

กรณีถ้าวิเคราะห์ในเชิงกลยุทธ์ธุรกิจ หลังแยกจากโออิชิ ตันเริ่มด้วยความพยายามสร้างนีชมาร์เก็ตจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดับเบิ้ล ดริ้งค์ ซึ่งในทางการตลาดมีกลยุทธ์ 4 ตัว คือ เป็นผู้นำ (Leader) ผู้ท้าชิง (Challenger) ตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche) และผู้ตาม (Follower) แต่ความพยายามครั้งแรกของตันเพื่อสร้างนีชมาร์เก็ตให้กับดับเบิ้ล ดริ้งค์ถือว่ายังไม่สำเร็จ แม้จะเป็นการดำเนินธุรกิจที่ถูกหลักการตลาดในการหาสินค้าสักแบรนด์ขึ้นมารองรับการทำธุรกิจใหม่ของตัวเองและพยายามสร้างเซ็กเมนต์ใหม่ในตลาดให้กับตัวเองด้วย

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การตลาดของตันมาแรงจริงๆ เมื่อตอนเปิดตัวทำผลิตภัณฑ์ชาเขียวที่เขาถนัดอีกครั้ง ซึ่งกลบกระแสดับเบิ้ล ดริ้งค์ที่ใช้เปิดตัวบริษัทเสียเกือบหมด เพิ่งมานึกได้อีกครั้งว่าผลิตภัณฑ์ตัวแรกของเขาคือน้ำลูกผสม เมื่อตันนำดับเบิ้ล ดริ้งค์มาทำโปรโมชั่นร่วมกับอิชิตัน โดยจัดให้เป็นของแถมที่ซื้อคู่กับชาเขียวได้แบบขวดแถมขวดด้วยการจ่ายเงินเพิ่มเพียง 1 บาทเท่านั้น พร้อมกับทำโฆษณาเป็นคลิปแปะไว้ในยูทูบ ให้พูดถึงตามกระทู้ในเว็บบอร์ดและโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คตามแนวถนัด ที่ตันยึดเป็นรูปแบบของการสื่อสารการตลาดแบบไม่ตันไปแล้วนับตั้งแต่ลาออกจากโออิชิ

หากดูจากรูปแบบการสื่อสารการตลาดแบบนี้แล้ว ยังสะท้อนถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของผลิตภัณฑ์ไม่ตันได้อีกด้วย

"ตั้งแต่คุณตันออกดับเบิ้ล ดริ้งค์ ตะไคร้อัญชัญตัวนั้น เขาก็พยายามหาเซ็กเมนต์ใหม่ ซึ่งเป็นพวกวัยรุ่นหรือพวกที่เป็น Innovator หรือกลุ่มที่ชอบลองหรือต้องการอะไรที่ใหม่จากของเดิม อาจจะไม่ใช่ใหม่เลยทั้งหมด แต่มีอะไรที่เป็นตัวเสริมขึ้นมาสร้างความแตกต่าง เมื่อออกอิชิตัน เขายังเลือกสร้างความต่างระหว่างการแข่งขัน โดยวางโพสิชันนิ่งของสินค้าให้อยู่ตรงกลางระหว่างโออิชิและเพียวริคุ ด้วยราคาที่อยู่ระหว่างกลางด้วย"

จากผลิตภัณฑ์ ดับเบิ้ล ดริ้งค์ มาถึง อิชิตัน จะว่าไปแล้วก็ไม่ใช่สินค้าแปลกใหม่ที่สร้างความแรงให้กับการเปิดตัวธุรกิจชาเขียวของตันได้เท่ากับการกำหนดราคาขาย ที่ตันมีเหตุผลอธิบายประกอบมากมาย ทั้งความพอดีของขนาดที่เหมาะกับการบริโภค และราคาที่ทำให้คนซื้อง่ายขึ้น แต่ไม่ใช่ถูกลง เพราะเมื่อหารด้วยปริมาณต่อหน่วย อิชิตันขนาด 420 มิลลิลิตร ราคา16 บาท จะแพงกว่าโออิชิขนาด 500 มิลลิลิตร ราคา 20 บาท แต่ก็ทำให้โออิชิลดราคาลงมาต้อนรับทันทีที่อิชิตันกระจายสินค้าสู่ตลาด

ถ้าพิจารณาในเชิงกลยุทธ์การตลาดแล้ว ดร.ธเนศ กล่าวว่า การกำหนดราคาของอิชิตัน สะท้อนการเข้าถึงวัฒนธรรมของผู้บริโภคเมืองไทยได้อย่างลึกซึ้งของตัน ที่รู้ดีว่า "วัฒนธรรมการลดราคา (Culture Discount)" เป็นเรื่องที่คนไทยตอบรับและใช้ได้ผลดีเสมอกับผู้บริโภคชาวไทย

"คุณตันวางราคาได้ดี สินค้ามีอินโนเวเตอร์อยู่บางส่วน และราคาทำให้คนหันมาลอง กรณีที่คุณตันหันมาทำชาเขียวแข่งกับโออิชิที่เขาขายไป คนส่วนใหญ่อาจจะมองด้วยซ้ำว่าคนที่ได้รับผลประโยชน์คือคอนซูเมอร์ แล้วถ้าเขาสามารถจับคอนซูเมอร์เหล่านี้ได้แล้ว เขาจะต้องคิดต่อไปว่าจะทำอย่างไรที่จะเปลี่ยนคอนซูเมอร์ซึ่งยังเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่ช้อปปิ้งเปลี่ยนไปมานี้ ให้กลายมาเป็นคัสโตเมอร์ของเขาให้ได้"

การเคลื่อนไหวของตัน มีมุมมองให้พูดถึงมากมายในเชิงการตลาด จนบางครั้งกลบเรื่องของจรรยาบรรณที่คนส่วนหนึ่งแคลงใจไปเสียหมด ว่าการทำธุรกิจแบบนี้เหมาะสมแล้วหรือ แม้ว่าลักษณะการแยกตัวจากการเป็นหุ้นส่วนหรือแยกจากพันธมิตร ไปเป็นคู่แข่งทางการค้า จะเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปในทุกธุรกิจที่มีในเมืองไทย เพียงแต่กรณีเหล่านั้นไม่ได้รับการขยายความ

แต่กรณีของตัน การขายธุรกิจของตัวเองให้คนอื่น แล้วมาเริ่มต้นทำเองใหม่ในธุรกิจที่เหมือนกัน กลับดูเป็นประเด็นที่ไม่ร้ายแรงในสายตาของสังคม ในประเด็นนี้ ดร.ธเนศบอกว่า ตันยกเครดิตให้กับตัวของตันเอง ซึ่งมีคุณลักษณะบางอย่างที่สามารถสร้างความน่าสนใจให้กับสังคมและผู้บริโภค จนมองข้ามบางสิ่งบางอย่างไป รวมกับการมี Halo Asset หรือเป็นบุคคลที่สังคมกำลังมองดังที่กล่าวมาแล้ว

"หลักการตลาดมี 4P 8P แต่คุณตันมีอีก 3P ที่สร้างความได้เปรียบ หรือจะอธิบายว่าคุณตันมีเรื่องตัวตนของความเป็นตัวเองในฐานะนักธุรกิจที่คิดนอกกรอบนิดหนึ่งในเชิงกลยุทธ์ P ตัวแรกของเขาคือ Present ที่สามารถนำเสนอสิ่งต่างๆ ได้อย่างน่าสนใจ ความเป็นคุณตันทำให้คนสนใจว่าเขาจะเสนออะไร เขามี Wording Power หรือ P ตัวที่ 2 มีอำนาจต่อรองพอสมควร จากคำพูด และมี P Planet ซึ่งหมายถึงการทำให้ผู้บริโภครู้สึกสัมผัสได้ ในที่นี้คือ การพูดถึงชาเขียวออร์แกนิก เป็นการเชื่อมผลิตภัณฑ์ให้ดูมีกิมมิก"

ดร.ธเนศ กล่าวว่า โดยสรุปในเชิงผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวออกมาคุณตันอาจจะเป็นผู้ตามในธุรกิจชาเชียวและอาจจะไม่ถึงกับโคลนนิ่งทั้งหมดแต่ก็สูงถึง 80-90% เพราะอย่างน้อยส่วนที่เหลือต้องมีนวัตกรรมของตัวเองเพิ่มเข้าไป ถ้ามองในเชิงธุรกิจการเปิดตัวอิชิตันจึงไม่หวือหวานัก แน่นอนว่าบทวิเคราะห์นี้ไม่เกี่ยวกับกระแสของตัวตันแต่อย่างไร

"ถ้าตัดชื่อคุณตันออก นับแค่ อิชิตัน เป็น โออิชิ กับ อิชิตัน แล้วอิชิตันจะเป็น Follower หรือ Challenger ให้ดูว่า ถ้าเป็น Follower จะมีลักษณะการทำตลาดเพื่อไล่ตามเอาส่วนแบ่งการตลาด ซึ่งต้องรอดูกันว่าจะทำได้เท่าไร แต่ถ้าเป็น Challenger วิธีง่าย ๆ สิ่งหนึ่งที่ชาเลนเจอร์จะทำเพื่อให้เป็นผู้ท้าชิงโดยสมบูรณ์จะต้องตีส่วนที่เป็นจุดแข็งที่สุดของผู้นำ"

กรณีของตันจะคิดว่าอิชิตันเป็นอะไรนั้น ก็ต้องดูจากกลยุทธ์การตลาดแต่จากมุมมองของ ดร.ธเนศ วิเคราะห์ว่า ณ ตอนนี้ อิชิตันมีโอกาสที่จะตีส่วนที่เป็นจุดแข็งของโออิชิได้ทันที เพราะ "จุดแข็งของ โออิชิ ก็คือ ชื่อ และ รสชาติ ซึ่งความเป็นคุณตันสามารถนำเสนอให้คนระลึกได้ว่า เขาคือผู้สร้างทั้ง โออิชิ และ อิชิตัน"

เช่นนี้ หากจะสรุปข้อดีสำหรับ อิชิตัน จึงอยู่ที่มีการ Present ที่ดี ซึ่งรวมถึงการนำเสนอตัวเองของตันเป็นจุดแข็ง มี Prospect ที่ชัดเจนเป็นกลุ่มที่ถูกที่ใช่ของสินค้า และมี Power ในการต่อรองที่ไม่ใช่การต่อรองกับคู่ค้าหรือคู่แข่ง หรือต่อรองกับสังคม แต่หมายถึงการมีเพาเวอร์ที่เป็นต้นทุนซึ่งเกิดจากการพรีเซนต์กับสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น กรณีคุณตันร่วมงานกับโน้ส อุดม ก็เป็นการได้ต้นทุนที่ทำให้คุณตันได้ฐานลูกค้าในกลุ่มชนชั้นที่เป็นกลุ่ม Innovator และกลุ่มที่มีไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ พอสมควรจากฐานแฟนๆ ของโน้ส อุดม

"P สุดท้ายที่คุณตันมีคือ Planet ซึ่งเป็นตัวที่ผมคิดขึ้นมาเอง จะแตกต่างจาก Principle Evident ใน 8P ของกลุ่มสินค้าและบริการซึ่งเป็นเรื่องของการสัมผัสรูปรสกลิ่นเสียง ตรงที่ Planet จะต้องทำให้เรารู้สึกสัมผัสได้ เช่น องค์กรรักษ์โลกก็ต้องมีกิจกรรมที่ทำให้คนรู้สึกแบบนั้นได้จริง"

อย่างไรก็ตาม ดร.ธเนศกล่าวทิ้งท้ายว่า กรณีการเริ่มต้นธุรกิจชาเขียวใหม่ของตัน ผู้บริโภคไทยจะเปิดรับแบรนด์ที่ถือว่าทำผิดจรรยาบรรณนี้หรือไม่ หรือจะคิดเห็นเช่นไรนั้น ขึ้นอยู่กับพื้นฐานความคิดเดิมที่แต่ละคนมีอยู่ และลักษณะเฉพาะของสังคม

ลักษณะเฉพาะอย่างหนึ่งของสังคมไทยที่ถูกหยิบมาใช้เสมอในทุกๆด้าน ไม่เว้นแม้แต่เรื่องการตลาดก็คือ สังคมไทยลืมง่าย มีวัฒนธรรมชอบการลดราคา และมีคนที่ชอบทดลองสินค้าใหม่ๆ อยู่เสมอ ขณะที่ตันก็มีความสามารถด้านการนำเสนอ ต่างจากผู้บริหารธุรกิจอีกจำนวนมากที่แม้จะทำดีแค่ไหนก็ไม่เป็นที่รู้จัก เพราะพรีเซนต์ไม่เป็น

ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นองค์ประกอบที่เป็นโอกาสสำหรับตัน รวมทั้งนักธุรกิจอื่นๆ นำไปใช้ในการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้เสมอกันทั้งสิ้น อยู่ที่ว่าใครจะผสมผสานองค์ประกอบให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตนเองได้มากน้อยเพียงใดเท่านั้นเอง

Consumer Insight

เทเลนอร์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นคนหนุ่มสาวในไทยและมาเลเซีย นิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยเปิดรับและใช้บริการใหม่ๆ บนโทรศัพท์มือถือเร็วกว่ากลุ่มคนรุ่นเดียวกันในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

Insight

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

นอกจากจำนวนสาขาต้องมากแล้ว การมี “ไซส์” ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายก็เป็นเรื่องสำคัญ ด้วยเหตุนี้เอง บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด จึงได้แตกฟอร์แมตร้านค้าใหม่ “ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์” เป็นโมเดลขนาดใหญ่สุด จากที่ท็อปส์เคยเปิดมา

“เพย์ทีวี” ธุรกิจที่ได้ชื่อว่า “ผันผวน” ที่สุด เมื่อ “ซีทีเอช” ควบกิจการ “จีเอ็มเอ็ม แซท” ซ้ำรอย “ไอบีซี” และ “ยูทีวี” ในอดีต 20 ปีที่แล้ว หวังปักหลักสู้ศึก “ทรูวิชั่นส์” ในสังเวียนการแข่งขันที่กำลังพลิกโฉมหน้าไปอีกครั้ง

Strategic Move

แคมเปญชวนบริจาคเงินสุดไวรัลบนโลกออนไลน์ #IceBucketChallengeTH แพร่ขยายเข้าไทยแล้ว โดย 2 ซีอีโอค่ายมือถือของไทย John Eddy Abdullah CEO dtac ตามติดๆ มาด้วยสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO AIS ก็รับคำท้าเช่นกัน

สินค้าหรือบริการยุคนี้ หากต้องการสร้างการรับรู้ให้ถึงกลุ่มคนได้รวดเร็ว การเลือกใช้ ดารา หรือ คนดังมาเป็น “แบรนด์แอมบาสเดอร์” หรือ พรีเซนเตอร์ มาเป็นตัวแทนให้กับแบรนด์ยังเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดยอดนิยมเสมอมา

กลายเป็นประเด็นร้อนไปแล้ว หลังจากการที่ ฐากร ตันฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ให้ข้อมูลผ่าน ทวิตเตอร์ @TakornNBTC ว่า “สำนักงาน กสทช.ผ่านรับรองมาตรฐานไอโฟน 6 (iPhone 6) เพื่ออนุญาตให้จำหน่ายในไทยแล้วครับ”

Social Media Club

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

ไลน์ เป็นแชทแอพพลิเคชั่น ที่มักจะมีฟีเจอร์ และฟังก์ชั่นอะไรใหม่ๆ แก่ผู้เสมอ ๆ และไลน์เองก็ได้ทุ่มทำการตลาดอย่างหนักหน่วงเพื่อกระตุ้นยอด Usage และเพิ่มจำนวน User

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ภูมิทัศน์สื่อ (media landscape) วันนี้เปลี่ยนไปมาก เพราะการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ (new media) อย่างอินเทอร์เน็ต หรือ สื่อสังคมออนไลน์ (social media) ทำให้สื่อมวลชน หรือสื่อยุคเก่าต้องปรับตัวในการทำงานและการสื่อสารเพื่อเข้าถึงมวลชนในลักษณะที่ต้องเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488