บิ๊กไบค์ ปี 56 ยังแรง ... คาดโตไม่ต่ำกว่า 45% สวนตลาดจักรยานยนต์รวมที่อาจติดลบ 1 - 6%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าตลาดรถจักรยานยนต์รวมในประเทศปี 2556 นี้ มีแนวโน้มหดตัวลงร้อยละ 1 ถึง 6 คิดเป็นจำนวนยอดขายรถจักรยานยนต์ 2 - 2.1 ล้านคัน โดยยอดขายรายเดือนมีโอกาสหดตัวต่อเนื่องนับจากนี้ไปถึงสิ้นปี เนื่องจากกำลังซื้อของเกษตรกรและแรงงานลดลง ขณะที่ยังเหลือช่วงเวลาแห่งฤดูมรสุมซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซั่นอีกกว่า 2 เดือน ตรงข้ามกับ ตลาดบิ๊กไบค์ ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่ามีโอกาสขยายตัวได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 45 หรือคิดเป็นยอดขายมากกว่า 7 หมื่นคัน โตต่อเนื่องจากปีก่อนที่ขยายตัวกว่า 3 เท่า หลังนักลงทุนต่างชาติต่างทยอยเข้ามาลงทุนผลิตบิ๊กไบค์ในไทย เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดทั้งในและต่างประเทศ

เช่นเดียวกันกับตลาดรถยนต์ในประเทศที่เริ่มบ่งชี้ถึงช่วงขาลง จากตัวเลขยอดขายรถยนต์ซึ่งยังคงหดตัวลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2556 ทางด้านตลาดรถจักรยานยนต์เองก็เริ่มแสดงให้เห็นถึงทิศทางการหดตัวลงของยอดขายในปีนี้เช่นเดียวกัน โดยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2556 รถจักรยานยนต์มียอดขายรวมกว่า 1.438 ล้านคัน ซึ่งคิดเป็นการหดตัวลงร้อยละ 2.4 จากช่วงเดียวกันในปีก่อน จากผลของการหดตัวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤษภาคมของยอดขายรถจักรยานยนต์ในประเทศ ซึ่งทิศทางการหดตัวดังกล่าวคาดว่าจะยังมีแนวโน้มดำเนินต่อไปเช่นนี้อีกหลายเดือน จากหลากปัจจัยลบที่เข้ามานับจากนี้ ได้แก่

ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ซึ่งในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพในปัจจุบัน ทั้งค่าอาหาร ค่าไฟฟ้า ค่าเดินทาง และอื่นๆ ต่างปรับเพิ่มขึ้นหลายรายการ ทำให้ค่าใช้จ่ายของประชาชนเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก โดยเฉพาะกับประชาชนกลุ่มรากหญ้า ซึ่งเป็นผู้ซื้อส่วนใหญ่ของตลาดรถจักรยานยนต์ นอกจากนี้ราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นจากผลของความไม่สงบในตะวันออกกลาง ย่อมก่อให้เกิดความวิตกกังวลถึงต้นทุนในการถือครองรถจักรยานยนต์ที่จะเพิ่มขึ้นของผู้ซื้อได้

ภาระหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น จนสูงถึงระดับร้อยละ 77.5 ของจีดีพี จากหลากปัจจัยที่มากระตุ้น โดยเฉพาะการใช้นโยบายประชานิยมของรัฐบาลบางนโยบายที่ทำให้ประชาชนก่อหนี้เพิ่มสูงขึ้นมาก ซึ่งกลุ่มที่มีปัญหาในการจัดการกับภาระหนี้ ก็จะเป็นกลุ่มประชาชนที่มีรายได้ไม่มากนัก ซึ่งภาระหนี้ที่สูงนี่เองทำให้แต่ละครัวเรือนจำเป็นต้องตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกก่อน ซึ่งรถจักรยานยนต์ก็นับว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย

รายได้ของกลุ่มลูกค้าหลักลดลง โดยเฉพาะรายได้เกษตรกร จากราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ ทั้งราคารับจำนำข้าวที่ปรับลดลง และราคายางที่ลดลงจากการมีอุปทานส่วนเกินในตลาดอยู่มาก เป็นต้น นอกจากนี้ในส่วนของแรงงานภาคอุตสาหกรรม ก็ต้องเผชิญกับปัญหาการลดกำลังการผลิตลง เช่น อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปที่เผชิญปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ อุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังการผลิตลดลงหลังการส่งมอบรถยนต์ในโครงการรถคันแรกใกล้เสร็จสิ้น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เผชิญกับภาวะอุปสงค์ในตลาดโลกที่ลดลง

ซึ่งปัจจัยลบที่มีอยู่รอบด้านนี้ เมื่อผนวกกับช่วงฤดูมรสุมที่ยังดำเนินอยู่ ต่อไปอีกกว่า 2 เดือน ซึ่งนับเป็นช่วงที่ตลาดรถจักรยานยนต์จะซบเซาเป็นปกติตามฤดูกาลแล้ว ย่อมส่งผลกดดันตลาดพอสมควร แม้ว่าในระหว่างนี้จะยังคงมีปัจจัยที่ทยอยเข้ามากระตุ้นตลาดอยู่บ้างก็ตาม อย่างการระดมจัดแคมเปญกระตุ้นตลาดในรูปแบบต่างๆของแต่ละค่ายรถจักรยานยนต์และสถาบันการเงิน โดยเฉพาะ การเสนออัตราดอกเบี้ยต่ำพร้อมดาวน์ 0% รวมถึงการเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ๆออกมาดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ตลาดรถจักรยานยนต์ทั้งปี 2556 นี้ อาจหดตัวระหว่างร้อยละ 1 ถึง 6 หรือคิดเป็นยอดขายรถจักรยานยนต์ประมาณ 2 ถึง 2.1 ล้านคัน ลดลงจากปีก่อนที่ทำยอดขายได้ 2,130,041คัน (ขยายตัวร้อยละ 6.1)

ตลาดบิ๊กไบค์ ปี’56 โตแรงสวนทางตลาด...คาดขยายตัวไม่ต่ำกว่าร้อยละ 45

แม้ตลาดรถจักรยานยนต์ในช่วงที่ผ่านมาจะมีทิศทางหดตัวอย่างต่อเนื่อง แต่กลับกันกับตลาดบิ๊กไบค์ที่มีระดับยอดขายเฉลี่ยต่อเดือนนับตั้งแต่ต้นปี 2556 จนถึงปัจจุบันที่ 5,866 คัน สูงกว่ายอดขายเฉลี่ยต่อเดือนปีที่แล้วที่ 3,997 คัน ถึงร้อยละ 46.7 แสดงให้เห็นถึงการตอบรับที่ดีของตลาดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สัดส่วนของบิ๊กไบค์ในตลาดรถจักรยานยนต์รวมขึ้นมาอยู่ที่มากกว่าร้อยละ 3 ในปีนี้ จากร้อยละ 2 ในปีที่แล้ว สวนทางกับตลาดรถจักรยานยนต์ประเภทอื่นๆท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยปัจจัยที่เป็นแรงผลักสำคัญทำให้ตลาดบิ๊กไบค์ยังขยายไปได้อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การที่กลุ่มผู้ซื้อหลักเป็นกลุ่มที่มีฐานะมั่นคงระดับหนึ่ง ทำให้ได้รับผลกระทบจากปัญหาด้านการเงินน้อยกว่า ขณะเดียวกันการลงทุนผลิตบิ๊กไบค์ในประเทศที่เพิ่มขึ้นจากหลายค่ายหลายสัญชาติ ทั้งญี่ปุ่น จีน และยุโรป ที่ทยอยเข้ามาตั้งแต่ปีที่แล้ว ทำให้ราคาขายบิ๊กไบค์ถูกลง และทำให้ตลาดบิ๊กไบค์คึกคักขึ้นอย่างมากตั้งแต่ปี 2555 โดยกลุ่มผู้ซื้อได้ขยายฐานออกไปกว้างมากขึ้น

ทำให้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าปี 2556 นี้ น่าจะยังเป็นอีกปีที่ตลาดบิ๊กไบค์ขยายตัวออกไปได้อีกมาก โดยคาดว่าจะมียอดจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกเพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่าร้อยละ 45 หรือคิดเป็นจำนวนไม่ต่ำกว่า 70,000 คัน ต่อเนื่องจากที่ขยายตัวมากกว่า 3 เท่าในปี 2555 ที่จำนวน 47,960 คัน โดยบิ๊กไบค์ส่วนใหญ่นั้นทำตลาดได้ดีในพื้นที่ที่ประชากรส่วนใหญ่มีฐานะทางการเงินดี เนื่องจากบิ๊กไบค์เป็นรถจักรยานยนต์ที่ใช้ตอบสนองต่อการใช้เพื่องานอดิเรกและการท่องเที่ยวเป็นหลัก รวมถึงมีระดับราคาที่สูงกว่ารถจักรยานยนต์ทั่วไปค่อนข้างมาก ส่งผลให้บิ๊กไบค์ใหม่กว่าร้อยละ 45 จดทะเบียนในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบิ๊กไบค์รุ่นใหญ่ราคาแพง

ส่วนตลาดบิ๊กไบค์ในอนาคตข้างหน้าในไทย คาดว่าจะยังมีโอกาสขยายตัวไปได้อีกมาก หลังค่ายรถจักรยานยนต์ที่ผลิตบิ๊กไบค์จากต่างชาติต่างยังทยอยมาตั้งโรงงานผลิตในไทย เนื่องจากมองเห็นศักยภาพทางการตลาดที่มีโอกาสเติบโตสูง โดยเฉพาะ เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไป สอดคล้องกับรายได้ประชากรที่มีแนวโน้มขยายตัว โดยเฉพาะในท้องที่ต่างจังหวัด และการเปิดเสรีภายใต้กรอบ AEC ในปี 2558 ก็จะยิ่งผลักดันให้ไทยมีศักยภาพในการเป็นประเทศผู้ผลิตบิ๊กไบค์เพื่อส่งออกมากขึ้นด้วย หลังจากที่ปัจจุบันมีตลาดหลักอย่าง ประเทศในกลุ่มยุโรป สหรัฐฯ และญี่ปุ่น

กล่าวโดยสรุปแล้ว ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ตลาดรถจักรยานยนต์รวมในประเทศปี 2556 นี้ อาจยังต้องเผชิญกับปัจจัยลบรอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กำลังซื้อของกลุ่มผู้ซื้อหลักที่ลดลง ซึ่งจะส่งผลให้มีโอกาสหดตัวลงจากปีก่อน อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาดูเฉพาะตลาดบิ๊กไบค์แล้ว ยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อไปได้อีกมาก ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งทำให้การลงทุนผลิตบิ๊กไบค์ในประเทศขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งธุรกิจที่เกี่ยวข้องซึ่งอาจได้รับประโยชน์ โดยเฉพาะธุรกิจผู้ผลิตชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ ธุรกิจดีลเลอร์จำหน่ายและซ่อมบำรุงบิ๊กไบค์ และธุรกิจ ลีสซิ่ง เป็นต้น อาจต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับกำลังการผลิต และขนาดความต้องการในตลาดที่จะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ การเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรทั้งจำนวนและคุณภาพเพื่อรองรับ

Consumer Insight

ยอดจำหน่ายพีซีในประเทศไทยในปี 2556 มีการหดตัวในระดับตัวเลขสองหลัก นับเป็นครั้งแรกในตลอดช่วงระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา โดยลดลงทั้งในส่วนของตลาดโน๊ตบุ๊คและเดสท๊อปอย่างมาก

ในยุคดิจิตอลที่สมาร์ทโฟนกำลังครอบคลุมพื้นที่การใช้งานอยู่ทั่วทุกมุมโลก แต่เชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอีกต่อไปแล้ว ภาพของพ

เด็กวัยรุ่นยุคนี้ ติดหนึบออนไลน์ ดูหนังฟังเพลงบนยูทิวบ์ แชร์และส่งคลิป เล่นโซเชียลมีเดีย หาข้อมูลสินค้า ตามเซเลบบนอินสตราแกรม มาดูกันว่า แบรนด์ จะต้องทำอย่างไรจึงจะโดนใจ

Insight

สงครามน้ำดำรอบใหม่ในปี 2557 กำลังถึงจุดที่ท้าทายของ “เอส” ต้องฝ่าวงล้อมคู่แข่ง หลังจากโดน “เป๊ปซี่” ช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดจนหล่นมาเป็นเบอร์ 3 ทำให้เอสต้องเดินตามรอยบิ๊กโคล่า ใช้กลยุทธ์ “ราคา” และปริมาณเข้าสู้ ควบคู่ไปกับการให้ส่วนแบ่งตลาดร้านค้าแบบเต็มเหนี่ยว เพื่อรักษาเครือข่ายช่องทางจำหน่ายที่เป็นป้อมปราการที่สุด

จากหนังสือการ์ตูน สู่สติกเกอร์ไลน์ การเดินทางของการ์ตูนไทยที่ผันตัวจากโลกใบเก่ามาสู่โลกดิจิตอล เป็นกรณีศึกษาให้กับคนไทยที่อยากขาย “สติกเกอร์ผ่านไลน์” ควรทำอย่างไร

ปั้นยังไงให้กลายเป็น “ฟีเวอร์” เกม “คุกกี้รัน” ที่ไลน์ยอมทุ่มงบอัดฉีดการตลาดทุกกระบวนท่า ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ออกแคมเปญชิงรถ จับมือพันธมิตรสร้างยอดขยายฐานลูกค้า ปูทางพลิกจากแชตแอปพลิเคชั่น ไปสู่การเป็นผู้สร้างแพลตฟอร์มบนมือถือ

Strategic Move

ในปีก่อนคงได้เห็น Dove แบรนด์ผลิตภัณฑ์บำรุงผมได้สื่อสารแก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับความสวยจากภายใน พร้อมช่วยสร้างความมั่นใจให้สาวๆ เพิ่มมากขึ้น พร้อมทำแคมเปญ Dove Real Beauty Sketches ที่เป็นกระแสโด่งดังไปทั่วโลก

เชื่อว่าการทานข้าวนอกบ้านในสมัยนี้ ไม่มีใครไม่แชร์รูปลงโซเชียลเน็ตเวิร์กอีกต่อไป อย่างน้อยต้องมีการเช็กอิน ถ่ายรูปอาหาร หรือถ่ายรูปตอนทานอาหารแล้วแชร์ลงในโซเชียลมีเดียของตนเอง การทำการตลาดผ่านช่องทางนี้จึงเป็นช่องทางใหม่ที่นักการตลาดให้ความสำคัญมากในตอนนี้ เพราะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

ท่ามกลางกระแสของดิจิตอลทีวีที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างเริ่มเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกันแล้วไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสถานี ผู้ผลิตรายการ มีเดียเอเยนซี่ ในฟากของผู้เก็บข้อมูลของผู้ชมรายการอย่างนีลเส็น ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในการวัดความนิยมในรายการหรือเรตติ้งเช่นเดียวกัน

Global Trend

การทำโฆษณาบนป้ายบิลบอร์ดอันแสนแพง โดยแบบที่มีแค่โปรดักส์ กับชื่อแบรนด์อย่างเดียว ดูท่าจะหมดยุคไปแล้ว สมัยนี้ต้องเน้นไอเดีย และความแตกต่างเข้าว่า ถึงจะโดนใจผู้บริโภค

Snicker เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขยันทำแคมเปญไวรัลบนโลกออนไลน์อย่างมาก ซึ่งบางแคมเปญก็ได้ผล แต่บางแคมเปญก็ได้รับผลวิพากย์วิจารณ์ในด้านลบมากเช่นกัน

เมื่อปีที่ผ่านมาคงได้เห็นแบรนด์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่าง Burger King สร้างความประหลาดใจแก่ผู้บริโภคไม่น้อย โดยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Fries King พร้อมทั้งเปลี่ยนโลโก้ รวมทั้งป้ายหน้าร้าน เพียงเพื่อจะโปรโมทโปรดักส์เฟรนช์ฟรายส์สูตรใหม่ของทางร้าน

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Social Media Club

หลังจากค่ายการ์ตูนไทย “บรรลือสาส์น ทำสติ๊กเกอร์“ขายหัวเราะ” วางขายใน “ไลน์”จนมียอดโหลดทะลุ 150,000 ไปแล้ว ล่าสุด ไลน์ได้เปิดตัว สติ๊กเกอร์การ์ตูนบ่นบ่น หรือ “Bonbonmonja’s Daaily Life

สาวกไลน์เตรียมเฮ เมื่อไลน์เปิดตัว LINE Creators Market เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปครีเอตสติ๊กเกอร์เป็นของตัวเอง แล้วนำมาขายใน LINE Store ได้แล้ว!

ชื่อของ “โต้วป้าน (Douban, 豆瓣) ”ที่แฟนประจำคอลัมน์นี้คงคุ้นหูอยู่บ้าง เพราะปีก่อนเราเคยเขียนถึงในหัวข้อ “Douban เต็งหนึ่งอาณาจักรบันเทิงไฮเทค แห่งแดนมังกร”

People

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ผ่าโมเดล 2 รายการในโลกออนไลน์ “เสือร้องไห้” กับคลิปเด็ด ประวัติศาสตร์การแดนซ์ของไทย แชร์กระจายด้วยยอด 4 แสนวิว และคลิปสไตล์ “มัน ฮา เกรียน” แบบ “เฟ็ดเฟ่” ที่กำลังฝ่าคลื่นดิจิตอล แจ้งเกิดคลิปที่โดนใจวัยรุ่นไปเต็มๆ

ดังได้ใจ “เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข” กับบทบาทคุณชายพุฒิภัทร แห่งวังจุฑาเทพ ละครดังที่ผลักดันหนุ่มน้อยคนนี้โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน จนกลายเป็นกระแส “เจมส์ จิ” ถูกนำไปเทียบกับซุปตาร์ดังอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” แถมแบรนด์ดังยังรุมตอมคว้าไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วยค่าตัวหลัก 10 ล้านอัพ

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488