บิ๊กไบค์ ปี 56 ยังแรง ... คาดโตไม่ต่ำกว่า 45% สวนตลาดจักรยานยนต์รวมที่อาจติดลบ 1 - 6%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าตลาดรถจักรยานยนต์รวมในประเทศปี 2556 นี้ มีแนวโน้มหดตัวลงร้อยละ 1 ถึง 6 คิดเป็นจำนวนยอดขายรถจักรยานยนต์ 2 - 2.1 ล้านคัน โดยยอดขายรายเดือนมีโอกาสหดตัวต่อเนื่องนับจากนี้ไปถึงสิ้นปี เนื่องจากกำลังซื้อของเกษตรกรและแรงงานลดลง ขณะที่ยังเหลือช่วงเวลาแห่งฤดูมรสุมซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซั่นอีกกว่า 2 เดือน ตรงข้ามกับ ตลาดบิ๊กไบค์ ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่ามีโอกาสขยายตัวได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 45 หรือคิดเป็นยอดขายมากกว่า 7 หมื่นคัน โตต่อเนื่องจากปีก่อนที่ขยายตัวกว่า 3 เท่า หลังนักลงทุนต่างชาติต่างทยอยเข้ามาลงทุนผลิตบิ๊กไบค์ในไทย เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดทั้งในและต่างประเทศ

เช่นเดียวกันกับตลาดรถยนต์ในประเทศที่เริ่มบ่งชี้ถึงช่วงขาลง จากตัวเลขยอดขายรถยนต์ซึ่งยังคงหดตัวลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2556 ทางด้านตลาดรถจักรยานยนต์เองก็เริ่มแสดงให้เห็นถึงทิศทางการหดตัวลงของยอดขายในปีนี้เช่นเดียวกัน โดยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2556 รถจักรยานยนต์มียอดขายรวมกว่า 1.438 ล้านคัน ซึ่งคิดเป็นการหดตัวลงร้อยละ 2.4 จากช่วงเดียวกันในปีก่อน จากผลของการหดตัวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤษภาคมของยอดขายรถจักรยานยนต์ในประเทศ ซึ่งทิศทางการหดตัวดังกล่าวคาดว่าจะยังมีแนวโน้มดำเนินต่อไปเช่นนี้อีกหลายเดือน จากหลากปัจจัยลบที่เข้ามานับจากนี้ ได้แก่

ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ซึ่งในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพในปัจจุบัน ทั้งค่าอาหาร ค่าไฟฟ้า ค่าเดินทาง และอื่นๆ ต่างปรับเพิ่มขึ้นหลายรายการ ทำให้ค่าใช้จ่ายของประชาชนเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก โดยเฉพาะกับประชาชนกลุ่มรากหญ้า ซึ่งเป็นผู้ซื้อส่วนใหญ่ของตลาดรถจักรยานยนต์ นอกจากนี้ราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นจากผลของความไม่สงบในตะวันออกกลาง ย่อมก่อให้เกิดความวิตกกังวลถึงต้นทุนในการถือครองรถจักรยานยนต์ที่จะเพิ่มขึ้นของผู้ซื้อได้

ภาระหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น จนสูงถึงระดับร้อยละ 77.5 ของจีดีพี จากหลากปัจจัยที่มากระตุ้น โดยเฉพาะการใช้นโยบายประชานิยมของรัฐบาลบางนโยบายที่ทำให้ประชาชนก่อหนี้เพิ่มสูงขึ้นมาก ซึ่งกลุ่มที่มีปัญหาในการจัดการกับภาระหนี้ ก็จะเป็นกลุ่มประชาชนที่มีรายได้ไม่มากนัก ซึ่งภาระหนี้ที่สูงนี่เองทำให้แต่ละครัวเรือนจำเป็นต้องตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกก่อน ซึ่งรถจักรยานยนต์ก็นับว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย

รายได้ของกลุ่มลูกค้าหลักลดลง โดยเฉพาะรายได้เกษตรกร จากราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ ทั้งราคารับจำนำข้าวที่ปรับลดลง และราคายางที่ลดลงจากการมีอุปทานส่วนเกินในตลาดอยู่มาก เป็นต้น นอกจากนี้ในส่วนของแรงงานภาคอุตสาหกรรม ก็ต้องเผชิญกับปัญหาการลดกำลังการผลิตลง เช่น อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปที่เผชิญปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ อุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังการผลิตลดลงหลังการส่งมอบรถยนต์ในโครงการรถคันแรกใกล้เสร็จสิ้น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เผชิญกับภาวะอุปสงค์ในตลาดโลกที่ลดลง

ซึ่งปัจจัยลบที่มีอยู่รอบด้านนี้ เมื่อผนวกกับช่วงฤดูมรสุมที่ยังดำเนินอยู่ ต่อไปอีกกว่า 2 เดือน ซึ่งนับเป็นช่วงที่ตลาดรถจักรยานยนต์จะซบเซาเป็นปกติตามฤดูกาลแล้ว ย่อมส่งผลกดดันตลาดพอสมควร แม้ว่าในระหว่างนี้จะยังคงมีปัจจัยที่ทยอยเข้ามากระตุ้นตลาดอยู่บ้างก็ตาม อย่างการระดมจัดแคมเปญกระตุ้นตลาดในรูปแบบต่างๆของแต่ละค่ายรถจักรยานยนต์และสถาบันการเงิน โดยเฉพาะ การเสนออัตราดอกเบี้ยต่ำพร้อมดาวน์ 0% รวมถึงการเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ๆออกมาดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ตลาดรถจักรยานยนต์ทั้งปี 2556 นี้ อาจหดตัวระหว่างร้อยละ 1 ถึง 6 หรือคิดเป็นยอดขายรถจักรยานยนต์ประมาณ 2 ถึง 2.1 ล้านคัน ลดลงจากปีก่อนที่ทำยอดขายได้ 2,130,041คัน (ขยายตัวร้อยละ 6.1)

ตลาดบิ๊กไบค์ ปี’56 โตแรงสวนทางตลาด...คาดขยายตัวไม่ต่ำกว่าร้อยละ 45

แม้ตลาดรถจักรยานยนต์ในช่วงที่ผ่านมาจะมีทิศทางหดตัวอย่างต่อเนื่อง แต่กลับกันกับตลาดบิ๊กไบค์ที่มีระดับยอดขายเฉลี่ยต่อเดือนนับตั้งแต่ต้นปี 2556 จนถึงปัจจุบันที่ 5,866 คัน สูงกว่ายอดขายเฉลี่ยต่อเดือนปีที่แล้วที่ 3,997 คัน ถึงร้อยละ 46.7 แสดงให้เห็นถึงการตอบรับที่ดีของตลาดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สัดส่วนของบิ๊กไบค์ในตลาดรถจักรยานยนต์รวมขึ้นมาอยู่ที่มากกว่าร้อยละ 3 ในปีนี้ จากร้อยละ 2 ในปีที่แล้ว สวนทางกับตลาดรถจักรยานยนต์ประเภทอื่นๆท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยปัจจัยที่เป็นแรงผลักสำคัญทำให้ตลาดบิ๊กไบค์ยังขยายไปได้อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การที่กลุ่มผู้ซื้อหลักเป็นกลุ่มที่มีฐานะมั่นคงระดับหนึ่ง ทำให้ได้รับผลกระทบจากปัญหาด้านการเงินน้อยกว่า ขณะเดียวกันการลงทุนผลิตบิ๊กไบค์ในประเทศที่เพิ่มขึ้นจากหลายค่ายหลายสัญชาติ ทั้งญี่ปุ่น จีน และยุโรป ที่ทยอยเข้ามาตั้งแต่ปีที่แล้ว ทำให้ราคาขายบิ๊กไบค์ถูกลง และทำให้ตลาดบิ๊กไบค์คึกคักขึ้นอย่างมากตั้งแต่ปี 2555 โดยกลุ่มผู้ซื้อได้ขยายฐานออกไปกว้างมากขึ้น

ทำให้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าปี 2556 นี้ น่าจะยังเป็นอีกปีที่ตลาดบิ๊กไบค์ขยายตัวออกไปได้อีกมาก โดยคาดว่าจะมียอดจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกเพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่าร้อยละ 45 หรือคิดเป็นจำนวนไม่ต่ำกว่า 70,000 คัน ต่อเนื่องจากที่ขยายตัวมากกว่า 3 เท่าในปี 2555 ที่จำนวน 47,960 คัน โดยบิ๊กไบค์ส่วนใหญ่นั้นทำตลาดได้ดีในพื้นที่ที่ประชากรส่วนใหญ่มีฐานะทางการเงินดี เนื่องจากบิ๊กไบค์เป็นรถจักรยานยนต์ที่ใช้ตอบสนองต่อการใช้เพื่องานอดิเรกและการท่องเที่ยวเป็นหลัก รวมถึงมีระดับราคาที่สูงกว่ารถจักรยานยนต์ทั่วไปค่อนข้างมาก ส่งผลให้บิ๊กไบค์ใหม่กว่าร้อยละ 45 จดทะเบียนในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบิ๊กไบค์รุ่นใหญ่ราคาแพง

ส่วนตลาดบิ๊กไบค์ในอนาคตข้างหน้าในไทย คาดว่าจะยังมีโอกาสขยายตัวไปได้อีกมาก หลังค่ายรถจักรยานยนต์ที่ผลิตบิ๊กไบค์จากต่างชาติต่างยังทยอยมาตั้งโรงงานผลิตในไทย เนื่องจากมองเห็นศักยภาพทางการตลาดที่มีโอกาสเติบโตสูง โดยเฉพาะ เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไป สอดคล้องกับรายได้ประชากรที่มีแนวโน้มขยายตัว โดยเฉพาะในท้องที่ต่างจังหวัด และการเปิดเสรีภายใต้กรอบ AEC ในปี 2558 ก็จะยิ่งผลักดันให้ไทยมีศักยภาพในการเป็นประเทศผู้ผลิตบิ๊กไบค์เพื่อส่งออกมากขึ้นด้วย หลังจากที่ปัจจุบันมีตลาดหลักอย่าง ประเทศในกลุ่มยุโรป สหรัฐฯ และญี่ปุ่น

กล่าวโดยสรุปแล้ว ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ตลาดรถจักรยานยนต์รวมในประเทศปี 2556 นี้ อาจยังต้องเผชิญกับปัจจัยลบรอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กำลังซื้อของกลุ่มผู้ซื้อหลักที่ลดลง ซึ่งจะส่งผลให้มีโอกาสหดตัวลงจากปีก่อน อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาดูเฉพาะตลาดบิ๊กไบค์แล้ว ยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อไปได้อีกมาก ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งทำให้การลงทุนผลิตบิ๊กไบค์ในประเทศขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งธุรกิจที่เกี่ยวข้องซึ่งอาจได้รับประโยชน์ โดยเฉพาะธุรกิจผู้ผลิตชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ ธุรกิจดีลเลอร์จำหน่ายและซ่อมบำรุงบิ๊กไบค์ และธุรกิจ ลีสซิ่ง เป็นต้น อาจต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับกำลังการผลิต และขนาดความต้องการในตลาดที่จะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ การเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรทั้งจำนวนและคุณภาพเพื่อรองรับ

Consumer Insight

เทเลนอร์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นคนหนุ่มสาวในไทยและมาเลเซีย นิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยเปิดรับและใช้บริการใหม่ๆ บนโทรศัพท์มือถือเร็วกว่ากลุ่มคนรุ่นเดียวกันในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

Insight

ในที่สุด กสทช. ยอมปล่อย ช่อง 3 อนาล็อก ออกอากาศ ผ่านทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวีได้ อ้าง ประกาศ คสช. ฉบับที่ 27/2557

ยุคนี้ ขายเครื่องสำอางค์อย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ต้องให้ลูกค้ามีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ด้วย ทำให้ “ยูทิป” แบรนด์เครื่องสำอางของวัยรุ่น ของค่ายโอสถสภา ที่สามารถ Modernize brand ปรับเปลี่ยนจาก“น้ำยาอุทัยทิพย์” แบรนด์เก่าแก่ มาสู่แบรนด์เครื่องสำอางเจาะใจวัยรุ่นระดับมัธยมอย่างเห็นผลมาแล้ว

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

Strategic Move

บริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม เป็นชื่อค่ายหนังน้องใหม่ ที่เกิดจากการร่วมตัวของ 4 กลุ่มธุรกิจ เพื่อผลิตภาพยนตร์ไทยป้อนทั้งตลาดไทย และต่างประเทศ ทุนจดทะเบียน 175 ล้านบาท

นอกจากจะต้องเร่งมือพัฒนา“คอนเท้นท์” เพื่อดึงดูดคนดูแล้ว เรื่องของโฆษณาและประชาสัมพันธ์สำหรับดิจิตอลทีวีก็เป็นเรื่องจำเป็น ล่าสุด “นิวทีวี” ดิจิตอลทีวีของค่ายเดลินิวส์ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด จึงเปิดตัว สติกเกอร์ไลน์ New Boyz (นิวบอยซ์)

แคมเปญชวนบริจาคเงินสุดไวรัลบนโลกออนไลน์ #IceBucketChallengeTH แพร่ขยายเข้าไทยแล้ว โดย 2 ซีอีโอค่ายมือถือของไทย John Eddy Abdullah CEO dtac ตามติดๆ มาด้วยสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO AIS ก็รับคำท้าเช่นกัน

Social Media Club

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ALS ย่อมาจาก Amyotrophic Lateral Sclerosis คือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และหลายๆ คนรู้จักโรคนี้ผ่านกิจกรรม “ยอมเปียกเพื่อการกุศล” หรอ “IceBucketChallange” ซึ่งเป็นโครงการรณรงค์ทางสังคมเพื่อระดมเงินบริจาคสมทบมูลนิธิ `Amyotrophic Lateral Aclerosos’ (ALS) หรือ ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อโรค Lou Gehrig’s

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488