บูโร เวอริทัส ผู้นำด้านบริการตรวจสอบข้าวรายใหญ่ที่สุดของไทย

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม ที่ผ่านมา บริษัทบูโร เวอริทัส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับสำนักงานข่าวเทคโนโลยีฝรั่งเศส (FTPO) ได้เรียนเชิญผู้สื่อข่าวไทยร่วมเยี่ยมชมบริการของบริษัทบูโร เวอริทัส (ประเทศไทย) สาขาบางนา ในส่วนของการตรวจสอบและรับประกันคุณภาพข้าวไทยและข้าวหอมมะลิไทยแบบครบวงจรเพื่อวัตถุประสงค์การส่งออกและอื่นๆ ตามมาตรฐานที่กำหนด โดยมีวิทยากรคือ นายศักดิ์สิทธิ์ ศรีสุกใส ผู้จัดการแผนกการค้าระหว่างประเทศ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนางสาวดวงเดือน โกฏิแก้ว เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญประจำห้องปฏิบัติการทดสอบพืชไร่ พร้อมกันนี้ ได้มีการเยี่ยมชมในส่วนของห้องปฏิบัติการทดสอบข้าว

การส่งออกข้าวของไทย

จากสถิติในปี 2547 ไทยผลิตข้าวเปลือกได้ประมาณ 25-26 ล้านตัน แบ่งเป็นการผลิตเพื่อบริโภคในประเทศประมาณ 11 ล้านตัน ผลส่งออกนอกราชอาณาจักร 10.2 ล้านตัน ต่อปี ที่เหลือเป็นการเก็บเข้าโควต้าหรือเป็นเมล็ดพันธุ์ โดยไทยถือเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดในตลาดโลก จากปริมาณข้าวที่มีการซื้อขายทั่วโลกทั้งหมด 26 ล้านตัน ทั้งนี้ ข้าวที่ไทยส่งออก 2.5 ล้านตัน เป็นข้าวที่ผ่านการตรวจสอบจากบริษัทบูโร เวอริทัส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 40 ของส่วนแบ่งการตลาด บริษัทบูโร เวอริทัส จึงเป็นบริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว (เซอร์เวย์เยอร์) อันดับหนึ่งของไทย

มาตรฐานข้าวไทยในเรื่องคุณภาพ

เนื่องจากข้าวหอมมะลิเป็นข้าวที่ผู้บริโภคทั่วโลกยอมรับในคุณภาพและเป็นสินค้าส่งออกที่ทำรายได้มากที่สุด ทางกระทรวงพาณิชย์จึงประกาศให้ข้าวหอมมะลิเป็นข้าวมาตรฐานสำหรับการส่งออกต่างประเทศ อันได้แก่พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 และกข.15 โดยกำหนดเกณฑ์ความบริสุทธิ์ (purity) ของข้าวหอมมะลิ Thai Hom Mali Rice หรือ Thai Jasmine Rice ว่า จะต้องมีข้าวหอมมะลิ ตั้งแต่ 92% ขึ้นไป หากมีข้าวอื่นปนเกิน 8 % จะไม่อนุญาตให้ส่งออก และมีบทลงโทษเพิกถอนใบอนุญาตส่งออกกับผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืน ส่วนเกณฑ์ของข้าวหอมมะลิผสมที่ทางกระทรวงอนุญาตนั้น จะต้องอยู่ในเกณฑ์ความบริสุทธิ์ 80 : 20 (ข้าวหอมมะลิ : ข้าวเจ้าพันธุ์อื่น) หมายความว่า อนุโลมให้มีข้าวพันธุ์อื่นปนได้ไม่เกิน 20% และจะต้องระบุไว้ข้างถุงบรรจุข้าวว่า Mixed Thai Hom Mali Rice (ข้าวหอมมะลิผสม) อย่างชัดเจน

ปัญหาที่พบในการส่งออกข้าวของไทย

ปัจจุบัน การส่งออกข้าวของไทยยังมีอุปสรรคจากการแข่งขันของประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเวียดนาม ซึ่ง สามารถพัฒนาคุณภาพข้าวได้ใกล้เคียงกับข้าวของไทยมากขึ้นทุกขณะ ผลผลิตที่ออกมาในบางช่วงมีคุณภาพใกล้กับของไทยมาก คาดว่าในอีกไม่ถึง 5 ปี เวียดนามจะสามารถพัฒนามาตรฐานคุณภาพข้าวได้ในระดับเดียวกับไทย จึงควรที่จะได้มีการพัฒนาคุณภาพข้าวและพันธุ์ข้าวไทยให้ได้มาตรฐานที่สูงยิ่งขึ้น

ปัญหาในการส่งออกข้าวอีกปัญหาที่สำคัญ ได้แก่ การปลอมปนข้าวจนทำให้ข้าวไทยไม่ได้มาตรฐานและทำให้ผู้ซื้อในต่างประเทศเกิดความไม่มั่นใจ โดยเฉพาะกรณีการนำข้าวปทุมธานี 1 มาปลอมปนกับข้าวหอมมะลิที่ส่งออก จากการส่งออกข้าวเปลือกหอมมะลิฤดูกาลผลิตปี 2547/48 ที่ผลผลิตเริ่มออกตั้งแต่ปลายปี 2547 ไปยังตลาดต่างประเทศนั้น พบว่าคู่ค้าหลักทั้งจีนแผ่นดินใหญ่ สหรัฐอเมริกา และประเทศอื่นๆ เริ่มลดคำสั่งซื้อลงไปกว่า 50% จนถึงเดือนกรกฎาคม สถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้น โดยปัญหาการปลอมปนเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ตลาดส่งออกประสบปัญหา โดยคู่ค้าต่างประเทศตรวจสอบคุณภาพข้าวที่ปลายทาง พบการปลอมปนข้าวชนิดอื่นในข้าวหอมมะลิเกรด 100% สูงถึง 20-30% ขณะที่ข้าวหอมมะลิมีราคาสูงกว่าข้าวหอมชนิดอื่นมาก ดังนั้น คู่ค้าต่างประเทศจึงขาดความเชื่อมั่นคุณภาพข้าวหอมมะลิไทย และมีบางส่วนที่เปลี่ยนไปซื้อข้าวหอมปทุมธานี 1 ที่ปลูกในภาคกลาง ซึ่งมีราคาถูกกว่ากันมาเป็นระยะเวลาหลายเดือนแล้ว ปัญหาปลอมปนข้าวหอมมะลิได้สร้างความสับสนให้กับตลาดต่างประเทศ จนทำให้ราคาข้าวหอมมะลิตกต่ำลง ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณตันละ 400 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.5 หมื่นบาท เทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนที่ขายได้ตันละ 500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2 หมื่นบาท รัฐจึงควรมีความชัดเจนในเรื่องของการจัดการกับปัญหาปลอมปนและเร่งหาข้อสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ตลาดเกิดความสับสนไปมากกว่านี้

จากปัญหาที่เกิดขึ้น ศักดิ์สิทธิ์ ศรีสุกใส ผู้จัดการแผนกการค้าระกว่างประเทศ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทบูโร เวอริทัส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากผู้ส่งออกบางรายผสมข้าวหอมปทุมธานี 1 ไปถึง 50 % ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้ซื้อระบุมา และอีกส่วนเกิดจากการแสวงหากำไรจากราคาที่ต่างกัน เพราะข้าวหอมมะลิจะมีราคาที่เกวียนละประมาณ 1 หมื่นบาท ในขณะที่ข้าวปทุมธานี 1 ราคาเกวียนละ 7,000 บาท โดยมีลักษณะทางกายภาพที่ใกล้เคียงกันมาก ต้องใช้ความชำนาญสูงหากจะแยกแยะด้วยตา วิธีการตรวจสอบที่ถูกต้องจะต้องตรวจสอบ

ดีเอ็นเอ ปัจจุบันไทยยังมีข้อจำกัดเรื่องสถานที่ในการตรวจสอบ ซึ่งมีเพียงหน่วยงานสองแห่งที่สามารถทำได้ ได้แก่ ที่ สำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพปทุมธานีและ DNATECH กำแพงแสน โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000 บาท ต่อ 1 ตัวอย่าง ในอนาคต อาจมีการขยายให้เอกชนทำการตรวจสอบดีเอ็นเอ คำแนะนำเบื้องต้นในการแก้ปัญหาการปลอมปนข้าวในมุมมองของบริษัทตรวจสอบระดับสากลอย่างบูโร เวอริทัส ได้แก่ การวางมาตรฐานส่งออกให้แยกออกจากกันชัดเจนทั้งล็อต กล่าวคือ 100 % เป็นข้าวหอมมะลิ หรือข้าวปทุมธานี 1 โดยไม่ต้องให้มีปลอมปนได้ จากนั้นจึงเป็นเรื่องของผู้ซื้อที่จะเลือกตามความต้องการ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบในภาพลบต่อข้าวหอมมะลิของไทย

ดวงเดือน โกฏิแก้ว เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญประจำห้องปฏิบัติการทดสอบพืชไร่ บูโร เวอริทัส กล่าวเสริมว่าข้าวปทุมธานีแม้จะคล้ายคลึงกับข้าวหอมมะลิ แต่ในด้านคุณภาพแล้วยังสู้ข้าวหอมมะลิไม่ได้ เนื่องจากจมูกข้าวของพันธุ์ปทุมธานี 1 จะขาวกว่าข้าวหอมมะลิ หากเก็บไว้นานข้าวปทุมธานีจะเหลืองไวกว่าและจะไม่เหลือความหอม และโดยปกติแล้ว หากหุงทิ้งไว้จะแข็งกว่าและไม่มียางเท่าข้าวหอม เป็นต้น

การตรวจสอบคุณภาพข้าวของบูโร เวอริทัส

ในส่วนของบริษัทตรวจสอบนั้น ถือว่ามีความสำคัญในการรักษามาตรฐานและชื่อเสียงของข้าวไทย ข้าวที่ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบจะได้รับใบรับประกันคุณภาพอันเป็นหลักฐานสำคัญประกอบการส่งออกประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกที่กำหนดมาตรฐานการส่งออกข้าวตั้งแต่ปี 2540 เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันกับประเทศอื่น โดยอยู่ในความดูแลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์ พร้อมทั้งออกกฎให้มีบริษัทตรวจสอบที่ผ่านการรับรองจากกระทรวงพาณิชย์ ในส่วนของบูโร เวอริทัสเองถือเป็นผู้ตรวจสอบข้าวรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและยังเป็นศูนย์กลางของบูโร เวอริทัสทั่วโลกในเรื่องข้าวอีกด้วย บูโร เวอริทัส เป็นบริษัทที่มีสาขาทั่วโลก และได้รับการยอมรับในระดับสากล บุคลากรของบริษัทมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบสูง บริษัทได้รับความไว้วางใจจากบริษัทส่งออกข้าวชั้นนำของไทย อาทิ บริษัทเพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง, บริษัทนครหลวงค้าข้าว, บริษัท เอเซีย โกลเด้น ไรซ์ จำกัด, บริษัทไทยฟ้า (2511) จำกัด, บริษัทซุ่นฮั้วเซ่งไรซ์ จำกัด เป็นต้น

การตรวจสอบข้าวจะแบ่งออกเป็นการตรวจสอบทางกายภาพ หรือการตรวจสอบด้วยสายตาโดยอาศัยความชำนาญ ซึ่งเป็นการตรวจสอบหน้างาน ที่ท่าเรือ โกดัง เช่นการตรวจดูพื้นข้าว จากการสุ่มตัวอย่างของข้าวที่จะส่งออก 100 เมล็ด มานั่งตรวจความยาวทุกเมล็ด ส่วนผสม สี กลิ่นและสิ่งที่อาจมีปนได้ของข้าว และตรวจถุงบรรจุข้าวเพื่อป้องกันการนำข้าวเกรดต่ำมาบรรจุในถุงที่ระบุเกรดสูง ตลอดจนตรวจกระสอบตามมาตรฐานกระทรวงพาณิชย์และเทรดเดอร์ ทั้งนี้ ข้าวแต่ละประเภท จะมีการแยกเกรดแตกต่างกัน อาทิ ข้าวขาวที่ส่งออกมากที่สุด จะคิดเกรดตามข้าวหัก เช่น ข้าวขาวเกรดเอ 100% จะมีข้าวหักได้ไม่เกิน 4.0% ซึ่งการดูข้าวหักจะคิดจากความยาวเมล็ดข้าว หากต่ำกว่า 5.2 มิลลิเมตร ถือว่าเป็นข้าวหัก เนื่องจากข้าวไทยจะมีความยาวเฉลี่ย 7 มิลลิเมตร เป็นต้น สำหรับข้าวหอมมะลิตามมาตรฐานข้าวไทยแล้วต้องมีความยาวเฉลี่ย 7 มิลลิเมตรขึ้นไป
นอกจากนี้ จะต้องมีการตรวจสอบทางเคมีในห้องปฏิบัติการ โดยแบ่งออกเป็น

1.การทดสอบหาปริมาณอมิโลส (Amylose Test) ปกติแล้วโครงสร้างของแป้งจะมีองค์ประกอบหลัก 2 ชนิด ได้แก่ อมิโลเปคติน (Amylopectin) ซึ่งให้คุณสมบัติเหนียวนุ่ม และอมิโลส (Amylose) ซึ่งทำให้ข้าวร่วนไม่เกาะตัว โดยข้าวขาวจะมีปริมาณอมิโลส มากกว่า ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์กำหนดปริมาณอมิโลสไว้ที่ 13-18 % สำหรับข้าวหอมมะลิ หากมากกว่านั้นจะถือเป็นข้าวขาว

2.การทดสอบหาปริมาณความชื้นในข้าว (Moisture Test)

3.การทดสอบหาปริมาณข้าวเจ้าพันธุ์อื่นที่ไม่ใช่ข้าวหอมมะลิไทยปน (Alkali Test) เป็นการตรวจสอบหาความบริสุทธิ์ของข้าวหอมมะลิ ด้วยน้ำยาเพื่อหาปริมาณข้าวเจ้าพันธุ์อื่นที่ไม่ใช่ข้าวหอมมะลิไทยปน โดยใช้เวลาทดสอบนาน ประมาณ 23 ช.ม. ทั้งนี้

4. Priliminary Test การตรวจสอบโดยการต้ม เนื่องจากข้าวขาวและข้าวหอมจะสุกในเวลาไม่เท่ากัน

การตรวจสอบคุณภาพข้าวไทยและข้าวหอมมะลิก่อนส่งออก นอกจากจะเป็นการรับประกันคุณภาพข้าวตามมาตรฐานการส่งออกข้าวของไทยและข้อกำหนดของต่างประเทศแล้ว ยังช่วยควบคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐานที่สูงกว่าที่ภาครัฐกำหนด เพื่อให้ข้าวออกมาดูดี ทั้งในด้านของเมล็ดข้าว กลิ่น และองค์ประกอบหลังจากสุกแล้ว ซึ่งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับคุณภาพข้าวไทยในตลาดโลก โดยบริษัท บูโร เวอริทัสจะให้การตรวจสอบคุณภาพข้าวอย่างเป็นกลาง โดยบริษัทจะทำการตรวจสอบข้าวในแต่ละล็อต เพื่อให้ทราบว่าได้คุณภาพตรงตามที่ลูกค้าต้องการและมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่ หากพบว่าข้าวดังกล่าวไม่ได้มาตรฐานตามที่กำหนด ก็จะทำรายงานพร้อมข้อเสนอแนะเพื่อให้ลูกค้านำข้อมูลที่ได้ไปปรับปรุง จนได้คุณภาพตรงตามที่ต้องการในที่สุด นอกจากนี้ บูโร เวอริทัส ยังให้บริการตรวจสอบและรับรองคุณภาพแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบเรือใหญ่ และตู้คอนเทนเนอร์เพื่อบรรจุสินค้าก่อนส่งออก, การตรวจสอบสินค้าก่อนบรรจุเข้าตู้หรือลงเรือ, การตรวจสอบสินค้าขณะเข้าตู้หรือลงเรือ การรมยาสินค้า,การควบคุมความชื้น, การคุมสินค้าบนเรือใหญ่ เป็นต้น

มาริสา ศรีเกียรติศักดิ์ หัวหน้าฝ่ายการตลาดและการขาย บริษัทบูโร เวอริทัส กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า ปัจจุบันมีโรงสีหลายแห่งที่มีศักยภาพสามารถส่งออกได้เอง เพียงแต่ยังไม่ทราบหรือไม่มั่นใจว่าคุณภาพข้าวของตนจะสอดคล้องกับมาตรฐานการส่งออกของไทยและเกณฑ์กำหนดของต่างประเทศหรือไม่ ซึ่งบูโร เวอริทัสสามารถให้คำแนะนำในส่วนนี้และข้อมูลเกี่ยวกับการส่งออกข้าวแก่ผู้สนใจ โดยบริษัทมีบริการให้การตรวจสอบและออกใบรับรองคุณภาพข้าวตามมาตรฐานการส่งออกอย่างครบวงจรและได้รับความไว้วางใจในระดับสากล

เกี่ยวกับบริษัทบูโร เวอริทัส(ประเทศไทย) จำกัด

บริษัทบูโร เวอริทัส (ประเทศไทย) จำกัด เป็นสาขาของบริษัทบูโร เวอริทัส (ประเทศฝรั่งเศส) จำกัด ซึ่งก่อตั้งเมื่อพ.ศ. 2371 และมีลูกค้าจำนวนกว่าแสนรายให้ความไว้วางใจ มีสาขากระจายอยู่ตามเมืองหลวงและเมืองท่าทั่วทุกทวีปใน 150 ประเทศ และมีสำนักงานมากกว่า 600 แห่งทั่วโลก สำหรับสาขาในประเทศไทยนี้ ก่อตั้งขึ้นในปี 2532 เปิดให้บริการตรวจสินค้าสำหรับผู้ประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารทุกประเภท ได้แก่ อาหารกระป๋อง อาหารแช่แข็ง อาหารสำเร็จรูปต่างๆ เช่น ข้าว น้ำตาล ผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลัง สินค้า Consumer Product เช่น เฟอร์นิเจอร์ไม้และผลิตภัณฑ์ยาง ฯลฯ นอกจากนี้ ยังให้บริการต่างๆ ดังต่อไปนี้
Bivac Internationalเป็นบริษัทในเครือของบูโร เวอริทัสที่มีความเชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ในด้านมาตรฐานการตรวจสอบสินค้าก่อนส่งออกและนำเข้าที่สำคัญ สำหรับรัฐบาลแต่ละประเทศ และรับประกันความถูกต้องของคุณภาพสินค้าและพิกัดภาษี จึงทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า สินค้าที่ได้รับการตรวจจากบูโร เวอริทัส นั้น มีความถูกต้องตรงตามมาตรฐานของประเทศต่างๆ ที่ต้องการ

การตรวจสินค้าก่อนส่งออก (Pre-shipment Inspection)

- สินค้าพืชไร่ ได้แก่ ข้าว แป้ง น้ำตาล ข้าวโพด ถั่ว เมล็ดกาแฟ และอื่นๆ ซึ่งทางบริษัทจะครอบคลุมการตรวจสินค้าไปยังทุกประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศในทวีปแอฟริกา ตะวันออกกลาง เอเชีย และยุโรป
- สินค้าอุตสาหกรรม เช่น ซีเมนต์ ถ่านหิน ยิปซั่ม อะไหล่รถยนต์ ฯลฯ
- สินค้าอาหารแปรรูป เช่น เครื่องกระป๋อง อาหารแช่แข็ง ฯลฯ

การบริการด้านการรมยาสินค้าเกษตรกรรม (Fumigation service) และผลิตภัณฑ์ไม้ (Wooden product) และ
ผลิตภัณฑ์ยาง (Rubber product) ซึ่งทางบริษัทมีทีมงานที่มีประสบการณ์เฉพาะด้านกว่า 20 ปี ซึ่งการให้บริการอบยามีอยู่ด้วยกันหลายแบบ ดังนี้

- การรมยาสินค้าแบบเทกองสินค้า (stack) ก่อนบรรจุสินค้าเข้าตู้คอนเทนเนอร์, การรมยาในตู้คอนเทนเนอร์ (Container : FCL, LCL) , การรมยาบนเรือใหญ่ (Lighter และ Vessel) และการรมยาในโกดัง (Warehouse)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการการตรวจสินค้า การรมยา หรือบริการอื่นๆ ได้ที่
บริษัทบูโร เวอริทัส (ประเทศไทย) จำกัด
51/11-12 หมู่ 9
สุขุมวิท 105 ถนนสุขุมวิท
บางนา กรุงเทพฯ 10260
โทร 0 2748 7487 # 104-6
แฟ็กซ์ 0 2398 0453-5
เว็บไซท์ http://www.sea.bureauveritas.com
http://www.bvthailand.com

สอบถามข้อมูลเรื่องข้าวและการส่งออกข้าว :
สถาบันวิจัยข้าว กรมวิชาการเกษตร
เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

โทร. 579-7560, 940-6292
เว็บไซท์ www.doa.go.th

เว็บไซท์ตลาดการค้าข้าวที่สำคัญ :
www.riceonline.com
www.ricemill.com

Consumer Insight

ยอดจำหน่ายพีซีในประเทศไทยในปี 2556 มีการหดตัวในระดับตัวเลขสองหลัก นับเป็นครั้งแรกในตลอดช่วงระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา โดยลดลงทั้งในส่วนของตลาดโน๊ตบุ๊คและเดสท๊อปอย่างมาก

ในยุคดิจิตอลที่สมาร์ทโฟนกำลังครอบคลุมพื้นที่การใช้งานอยู่ทั่วทุกมุมโลก แต่เชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอีกต่อไปแล้ว ภาพของพ

เด็กวัยรุ่นยุคนี้ ติดหนึบออนไลน์ ดูหนังฟังเพลงบนยูทิวบ์ แชร์และส่งคลิป เล่นโซเชียลมีเดีย หาข้อมูลสินค้า ตามเซเลบบนอินสตราแกรม มาดูกันว่า แบรนด์ จะต้องทำอย่างไรจึงจะโดนใจ

Insight

สงครามน้ำดำรอบใหม่ในปี 2557 กำลังถึงจุดที่ท้าทายของ “เอส” ต้องฝ่าวงล้อมคู่แข่ง หลังจากโดน “เป๊ปซี่” ช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดจนหล่นมาเป็นเบอร์ 3 ทำให้เอสต้องเดินตามรอยบิ๊กโคล่า ใช้กลยุทธ์ “ราคา” และปริมาณเข้าสู้ ควบคู่ไปกับการให้ส่วนแบ่งตลาดร้านค้าแบบเต็มเหนี่ยว เพื่อรักษาเครือข่ายช่องทางจำหน่ายที่เป็นป้อมปราการที่สุด

จากหนังสือการ์ตูน สู่สติกเกอร์ไลน์ การเดินทางของการ์ตูนไทยที่ผันตัวจากโลกใบเก่ามาสู่โลกดิจิตอล เป็นกรณีศึกษาให้กับคนไทยที่อยากขาย “สติกเกอร์ผ่านไลน์” ควรทำอย่างไร

ปั้นยังไงให้กลายเป็น “ฟีเวอร์” เกม “คุกกี้รัน” ที่ไลน์ยอมทุ่มงบอัดฉีดการตลาดทุกกระบวนท่า ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ออกแคมเปญชิงรถ จับมือพันธมิตรสร้างยอดขยายฐานลูกค้า ปูทางพลิกจากแชตแอปพลิเคชั่น ไปสู่การเป็นผู้สร้างแพลตฟอร์มบนมือถือ

Strategic Move

เชื่อว่าการทานข้าวนอกบ้านในสมัยนี้ ไม่มีใครไม่แชร์รูปลงโซเชียลเน็ตเวิร์กอีกต่อไป อย่างน้อยต้องมีการเช็กอิน ถ่ายรูปอาหาร หรือถ่ายรูปตอนทานอาหารแล้วแชร์ลงในโซเชียลมีเดียของตนเอง การทำการตลาดผ่านช่องทางนี้จึงเป็นช่องทางใหม่ที่นักการตลาดให้ความสำคัญมากในตอนนี้ เพราะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

ท่ามกลางกระแสของดิจิตอลทีวีที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างเริ่มเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกันแล้วไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสถานี ผู้ผลิตรายการ มีเดียเอเยนซี่ ในฟากของผู้เก็บข้อมูลของผู้ชมรายการอย่างนีลเส็น ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในการวัดความนิยมในรายการหรือเรตติ้งเช่นเดียวกัน

ใกล้คลอดเต็มที่ “เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่” โครงการระดับ “ลักชัวรี่ รีเทล ของกลุ่มเซ็นทรัล มีกำหนดเปิดในวันที่ 8 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ชาติ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ โครงการเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลจิราธิวัฒน์ วัย 39 ปี ที่รับงานระดับบิ๊กโปรเจค จึงต้องนัดแถลงข่าวเล่าความคืบหน้าให้สื่อมวลชนได้ฟังกัน

Global Trend

การทำโฆษณาบนป้ายบิลบอร์ดอันแสนแพง โดยแบบที่มีแค่โปรดักส์ กับชื่อแบรนด์อย่างเดียว ดูท่าจะหมดยุคไปแล้ว สมัยนี้ต้องเน้นไอเดีย และความแตกต่างเข้าว่า ถึงจะโดนใจผู้บริโภค

Snicker เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขยันทำแคมเปญไวรัลบนโลกออนไลน์อย่างมาก ซึ่งบางแคมเปญก็ได้ผล แต่บางแคมเปญก็ได้รับผลวิพากย์วิจารณ์ในด้านลบมากเช่นกัน

เมื่อปีที่ผ่านมาคงได้เห็นแบรนด์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่าง Burger King สร้างความประหลาดใจแก่ผู้บริโภคไม่น้อย โดยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Fries King พร้อมทั้งเปลี่ยนโลโก้ รวมทั้งป้ายหน้าร้าน เพียงเพื่อจะโปรโมทโปรดักส์เฟรนช์ฟรายส์สูตรใหม่ของทางร้าน

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Social Media Club

หลังจากค่ายการ์ตูนไทย “บรรลือสาส์น ทำสติ๊กเกอร์“ขายหัวเราะ” วางขายใน “ไลน์”จนมียอดโหลดทะลุ 150,000 ไปแล้ว ล่าสุด ไลน์ได้เปิดตัว สติ๊กเกอร์การ์ตูนบ่นบ่น หรือ “Bonbonmonja’s Daaily Life

สาวกไลน์เตรียมเฮ เมื่อไลน์เปิดตัว LINE Creators Market เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปครีเอตสติ๊กเกอร์เป็นของตัวเอง แล้วนำมาขายใน LINE Store ได้แล้ว!

ชื่อของ “โต้วป้าน (Douban, 豆瓣) ”ที่แฟนประจำคอลัมน์นี้คงคุ้นหูอยู่บ้าง เพราะปีก่อนเราเคยเขียนถึงในหัวข้อ “Douban เต็งหนึ่งอาณาจักรบันเทิงไฮเทค แห่งแดนมังกร”

People

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ผ่าโมเดล 2 รายการในโลกออนไลน์ “เสือร้องไห้” กับคลิปเด็ด ประวัติศาสตร์การแดนซ์ของไทย แชร์กระจายด้วยยอด 4 แสนวิว และคลิปสไตล์ “มัน ฮา เกรียน” แบบ “เฟ็ดเฟ่” ที่กำลังฝ่าคลื่นดิจิตอล แจ้งเกิดคลิปที่โดนใจวัยรุ่นไปเต็มๆ

ดังได้ใจ “เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข” กับบทบาทคุณชายพุฒิภัทร แห่งวังจุฑาเทพ ละครดังที่ผลักดันหนุ่มน้อยคนนี้โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน จนกลายเป็นกระแส “เจมส์ จิ” ถูกนำไปเทียบกับซุปตาร์ดังอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” แถมแบรนด์ดังยังรุมตอมคว้าไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วยค่าตัวหลัก 10 ล้านอัพ

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488