บูโร เวอริทัส ผู้นำด้านบริการตรวจสอบข้าวรายใหญ่ที่สุดของไทย

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม ที่ผ่านมา บริษัทบูโร เวอริทัส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับสำนักงานข่าวเทคโนโลยีฝรั่งเศส (FTPO) ได้เรียนเชิญผู้สื่อข่าวไทยร่วมเยี่ยมชมบริการของบริษัทบูโร เวอริทัส (ประเทศไทย) สาขาบางนา ในส่วนของการตรวจสอบและรับประกันคุณภาพข้าวไทยและข้าวหอมมะลิไทยแบบครบวงจรเพื่อวัตถุประสงค์การส่งออกและอื่นๆ ตามมาตรฐานที่กำหนด โดยมีวิทยากรคือ นายศักดิ์สิทธิ์ ศรีสุกใส ผู้จัดการแผนกการค้าระหว่างประเทศ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนางสาวดวงเดือน โกฏิแก้ว เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญประจำห้องปฏิบัติการทดสอบพืชไร่ พร้อมกันนี้ ได้มีการเยี่ยมชมในส่วนของห้องปฏิบัติการทดสอบข้าว

การส่งออกข้าวของไทย

จากสถิติในปี 2547 ไทยผลิตข้าวเปลือกได้ประมาณ 25-26 ล้านตัน แบ่งเป็นการผลิตเพื่อบริโภคในประเทศประมาณ 11 ล้านตัน ผลส่งออกนอกราชอาณาจักร 10.2 ล้านตัน ต่อปี ที่เหลือเป็นการเก็บเข้าโควต้าหรือเป็นเมล็ดพันธุ์ โดยไทยถือเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดในตลาดโลก จากปริมาณข้าวที่มีการซื้อขายทั่วโลกทั้งหมด 26 ล้านตัน ทั้งนี้ ข้าวที่ไทยส่งออก 2.5 ล้านตัน เป็นข้าวที่ผ่านการตรวจสอบจากบริษัทบูโร เวอริทัส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 40 ของส่วนแบ่งการตลาด บริษัทบูโร เวอริทัส จึงเป็นบริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว (เซอร์เวย์เยอร์) อันดับหนึ่งของไทย

มาตรฐานข้าวไทยในเรื่องคุณภาพ

เนื่องจากข้าวหอมมะลิเป็นข้าวที่ผู้บริโภคทั่วโลกยอมรับในคุณภาพและเป็นสินค้าส่งออกที่ทำรายได้มากที่สุด ทางกระทรวงพาณิชย์จึงประกาศให้ข้าวหอมมะลิเป็นข้าวมาตรฐานสำหรับการส่งออกต่างประเทศ อันได้แก่พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 และกข.15 โดยกำหนดเกณฑ์ความบริสุทธิ์ (purity) ของข้าวหอมมะลิ Thai Hom Mali Rice หรือ Thai Jasmine Rice ว่า จะต้องมีข้าวหอมมะลิ ตั้งแต่ 92% ขึ้นไป หากมีข้าวอื่นปนเกิน 8 % จะไม่อนุญาตให้ส่งออก และมีบทลงโทษเพิกถอนใบอนุญาตส่งออกกับผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืน ส่วนเกณฑ์ของข้าวหอมมะลิผสมที่ทางกระทรวงอนุญาตนั้น จะต้องอยู่ในเกณฑ์ความบริสุทธิ์ 80 : 20 (ข้าวหอมมะลิ : ข้าวเจ้าพันธุ์อื่น) หมายความว่า อนุโลมให้มีข้าวพันธุ์อื่นปนได้ไม่เกิน 20% และจะต้องระบุไว้ข้างถุงบรรจุข้าวว่า Mixed Thai Hom Mali Rice (ข้าวหอมมะลิผสม) อย่างชัดเจน

ปัญหาที่พบในการส่งออกข้าวของไทย

ปัจจุบัน การส่งออกข้าวของไทยยังมีอุปสรรคจากการแข่งขันของประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเวียดนาม ซึ่ง สามารถพัฒนาคุณภาพข้าวได้ใกล้เคียงกับข้าวของไทยมากขึ้นทุกขณะ ผลผลิตที่ออกมาในบางช่วงมีคุณภาพใกล้กับของไทยมาก คาดว่าในอีกไม่ถึง 5 ปี เวียดนามจะสามารถพัฒนามาตรฐานคุณภาพข้าวได้ในระดับเดียวกับไทย จึงควรที่จะได้มีการพัฒนาคุณภาพข้าวและพันธุ์ข้าวไทยให้ได้มาตรฐานที่สูงยิ่งขึ้น

ปัญหาในการส่งออกข้าวอีกปัญหาที่สำคัญ ได้แก่ การปลอมปนข้าวจนทำให้ข้าวไทยไม่ได้มาตรฐานและทำให้ผู้ซื้อในต่างประเทศเกิดความไม่มั่นใจ โดยเฉพาะกรณีการนำข้าวปทุมธานี 1 มาปลอมปนกับข้าวหอมมะลิที่ส่งออก จากการส่งออกข้าวเปลือกหอมมะลิฤดูกาลผลิตปี 2547/48 ที่ผลผลิตเริ่มออกตั้งแต่ปลายปี 2547 ไปยังตลาดต่างประเทศนั้น พบว่าคู่ค้าหลักทั้งจีนแผ่นดินใหญ่ สหรัฐอเมริกา และประเทศอื่นๆ เริ่มลดคำสั่งซื้อลงไปกว่า 50% จนถึงเดือนกรกฎาคม สถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้น โดยปัญหาการปลอมปนเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ตลาดส่งออกประสบปัญหา โดยคู่ค้าต่างประเทศตรวจสอบคุณภาพข้าวที่ปลายทาง พบการปลอมปนข้าวชนิดอื่นในข้าวหอมมะลิเกรด 100% สูงถึง 20-30% ขณะที่ข้าวหอมมะลิมีราคาสูงกว่าข้าวหอมชนิดอื่นมาก ดังนั้น คู่ค้าต่างประเทศจึงขาดความเชื่อมั่นคุณภาพข้าวหอมมะลิไทย และมีบางส่วนที่เปลี่ยนไปซื้อข้าวหอมปทุมธานี 1 ที่ปลูกในภาคกลาง ซึ่งมีราคาถูกกว่ากันมาเป็นระยะเวลาหลายเดือนแล้ว ปัญหาปลอมปนข้าวหอมมะลิได้สร้างความสับสนให้กับตลาดต่างประเทศ จนทำให้ราคาข้าวหอมมะลิตกต่ำลง ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณตันละ 400 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.5 หมื่นบาท เทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนที่ขายได้ตันละ 500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2 หมื่นบาท รัฐจึงควรมีความชัดเจนในเรื่องของการจัดการกับปัญหาปลอมปนและเร่งหาข้อสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ตลาดเกิดความสับสนไปมากกว่านี้

จากปัญหาที่เกิดขึ้น ศักดิ์สิทธิ์ ศรีสุกใส ผู้จัดการแผนกการค้าระกว่างประเทศ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทบูโร เวอริทัส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากผู้ส่งออกบางรายผสมข้าวหอมปทุมธานี 1 ไปถึง 50 % ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้ซื้อระบุมา และอีกส่วนเกิดจากการแสวงหากำไรจากราคาที่ต่างกัน เพราะข้าวหอมมะลิจะมีราคาที่เกวียนละประมาณ 1 หมื่นบาท ในขณะที่ข้าวปทุมธานี 1 ราคาเกวียนละ 7,000 บาท โดยมีลักษณะทางกายภาพที่ใกล้เคียงกันมาก ต้องใช้ความชำนาญสูงหากจะแยกแยะด้วยตา วิธีการตรวจสอบที่ถูกต้องจะต้องตรวจสอบ

ดีเอ็นเอ ปัจจุบันไทยยังมีข้อจำกัดเรื่องสถานที่ในการตรวจสอบ ซึ่งมีเพียงหน่วยงานสองแห่งที่สามารถทำได้ ได้แก่ ที่ สำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพปทุมธานีและ DNATECH กำแพงแสน โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000 บาท ต่อ 1 ตัวอย่าง ในอนาคต อาจมีการขยายให้เอกชนทำการตรวจสอบดีเอ็นเอ คำแนะนำเบื้องต้นในการแก้ปัญหาการปลอมปนข้าวในมุมมองของบริษัทตรวจสอบระดับสากลอย่างบูโร เวอริทัส ได้แก่ การวางมาตรฐานส่งออกให้แยกออกจากกันชัดเจนทั้งล็อต กล่าวคือ 100 % เป็นข้าวหอมมะลิ หรือข้าวปทุมธานี 1 โดยไม่ต้องให้มีปลอมปนได้ จากนั้นจึงเป็นเรื่องของผู้ซื้อที่จะเลือกตามความต้องการ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบในภาพลบต่อข้าวหอมมะลิของไทย

ดวงเดือน โกฏิแก้ว เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญประจำห้องปฏิบัติการทดสอบพืชไร่ บูโร เวอริทัส กล่าวเสริมว่าข้าวปทุมธานีแม้จะคล้ายคลึงกับข้าวหอมมะลิ แต่ในด้านคุณภาพแล้วยังสู้ข้าวหอมมะลิไม่ได้ เนื่องจากจมูกข้าวของพันธุ์ปทุมธานี 1 จะขาวกว่าข้าวหอมมะลิ หากเก็บไว้นานข้าวปทุมธานีจะเหลืองไวกว่าและจะไม่เหลือความหอม และโดยปกติแล้ว หากหุงทิ้งไว้จะแข็งกว่าและไม่มียางเท่าข้าวหอม เป็นต้น

การตรวจสอบคุณภาพข้าวของบูโร เวอริทัส

ในส่วนของบริษัทตรวจสอบนั้น ถือว่ามีความสำคัญในการรักษามาตรฐานและชื่อเสียงของข้าวไทย ข้าวที่ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบจะได้รับใบรับประกันคุณภาพอันเป็นหลักฐานสำคัญประกอบการส่งออกประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกที่กำหนดมาตรฐานการส่งออกข้าวตั้งแต่ปี 2540 เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันกับประเทศอื่น โดยอยู่ในความดูแลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์ พร้อมทั้งออกกฎให้มีบริษัทตรวจสอบที่ผ่านการรับรองจากกระทรวงพาณิชย์ ในส่วนของบูโร เวอริทัสเองถือเป็นผู้ตรวจสอบข้าวรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและยังเป็นศูนย์กลางของบูโร เวอริทัสทั่วโลกในเรื่องข้าวอีกด้วย บูโร เวอริทัส เป็นบริษัทที่มีสาขาทั่วโลก และได้รับการยอมรับในระดับสากล บุคลากรของบริษัทมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบสูง บริษัทได้รับความไว้วางใจจากบริษัทส่งออกข้าวชั้นนำของไทย อาทิ บริษัทเพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง, บริษัทนครหลวงค้าข้าว, บริษัท เอเซีย โกลเด้น ไรซ์ จำกัด, บริษัทไทยฟ้า (2511) จำกัด, บริษัทซุ่นฮั้วเซ่งไรซ์ จำกัด เป็นต้น

การตรวจสอบข้าวจะแบ่งออกเป็นการตรวจสอบทางกายภาพ หรือการตรวจสอบด้วยสายตาโดยอาศัยความชำนาญ ซึ่งเป็นการตรวจสอบหน้างาน ที่ท่าเรือ โกดัง เช่นการตรวจดูพื้นข้าว จากการสุ่มตัวอย่างของข้าวที่จะส่งออก 100 เมล็ด มานั่งตรวจความยาวทุกเมล็ด ส่วนผสม สี กลิ่นและสิ่งที่อาจมีปนได้ของข้าว และตรวจถุงบรรจุข้าวเพื่อป้องกันการนำข้าวเกรดต่ำมาบรรจุในถุงที่ระบุเกรดสูง ตลอดจนตรวจกระสอบตามมาตรฐานกระทรวงพาณิชย์และเทรดเดอร์ ทั้งนี้ ข้าวแต่ละประเภท จะมีการแยกเกรดแตกต่างกัน อาทิ ข้าวขาวที่ส่งออกมากที่สุด จะคิดเกรดตามข้าวหัก เช่น ข้าวขาวเกรดเอ 100% จะมีข้าวหักได้ไม่เกิน 4.0% ซึ่งการดูข้าวหักจะคิดจากความยาวเมล็ดข้าว หากต่ำกว่า 5.2 มิลลิเมตร ถือว่าเป็นข้าวหัก เนื่องจากข้าวไทยจะมีความยาวเฉลี่ย 7 มิลลิเมตร เป็นต้น สำหรับข้าวหอมมะลิตามมาตรฐานข้าวไทยแล้วต้องมีความยาวเฉลี่ย 7 มิลลิเมตรขึ้นไป
นอกจากนี้ จะต้องมีการตรวจสอบทางเคมีในห้องปฏิบัติการ โดยแบ่งออกเป็น

1.การทดสอบหาปริมาณอมิโลส (Amylose Test) ปกติแล้วโครงสร้างของแป้งจะมีองค์ประกอบหลัก 2 ชนิด ได้แก่ อมิโลเปคติน (Amylopectin) ซึ่งให้คุณสมบัติเหนียวนุ่ม และอมิโลส (Amylose) ซึ่งทำให้ข้าวร่วนไม่เกาะตัว โดยข้าวขาวจะมีปริมาณอมิโลส มากกว่า ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์กำหนดปริมาณอมิโลสไว้ที่ 13-18 % สำหรับข้าวหอมมะลิ หากมากกว่านั้นจะถือเป็นข้าวขาว

2.การทดสอบหาปริมาณความชื้นในข้าว (Moisture Test)

3.การทดสอบหาปริมาณข้าวเจ้าพันธุ์อื่นที่ไม่ใช่ข้าวหอมมะลิไทยปน (Alkali Test) เป็นการตรวจสอบหาความบริสุทธิ์ของข้าวหอมมะลิ ด้วยน้ำยาเพื่อหาปริมาณข้าวเจ้าพันธุ์อื่นที่ไม่ใช่ข้าวหอมมะลิไทยปน โดยใช้เวลาทดสอบนาน ประมาณ 23 ช.ม. ทั้งนี้

4. Priliminary Test การตรวจสอบโดยการต้ม เนื่องจากข้าวขาวและข้าวหอมจะสุกในเวลาไม่เท่ากัน

การตรวจสอบคุณภาพข้าวไทยและข้าวหอมมะลิก่อนส่งออก นอกจากจะเป็นการรับประกันคุณภาพข้าวตามมาตรฐานการส่งออกข้าวของไทยและข้อกำหนดของต่างประเทศแล้ว ยังช่วยควบคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐานที่สูงกว่าที่ภาครัฐกำหนด เพื่อให้ข้าวออกมาดูดี ทั้งในด้านของเมล็ดข้าว กลิ่น และองค์ประกอบหลังจากสุกแล้ว ซึ่งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับคุณภาพข้าวไทยในตลาดโลก โดยบริษัท บูโร เวอริทัสจะให้การตรวจสอบคุณภาพข้าวอย่างเป็นกลาง โดยบริษัทจะทำการตรวจสอบข้าวในแต่ละล็อต เพื่อให้ทราบว่าได้คุณภาพตรงตามที่ลูกค้าต้องการและมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่ หากพบว่าข้าวดังกล่าวไม่ได้มาตรฐานตามที่กำหนด ก็จะทำรายงานพร้อมข้อเสนอแนะเพื่อให้ลูกค้านำข้อมูลที่ได้ไปปรับปรุง จนได้คุณภาพตรงตามที่ต้องการในที่สุด นอกจากนี้ บูโร เวอริทัส ยังให้บริการตรวจสอบและรับรองคุณภาพแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบเรือใหญ่ และตู้คอนเทนเนอร์เพื่อบรรจุสินค้าก่อนส่งออก, การตรวจสอบสินค้าก่อนบรรจุเข้าตู้หรือลงเรือ, การตรวจสอบสินค้าขณะเข้าตู้หรือลงเรือ การรมยาสินค้า,การควบคุมความชื้น, การคุมสินค้าบนเรือใหญ่ เป็นต้น

มาริสา ศรีเกียรติศักดิ์ หัวหน้าฝ่ายการตลาดและการขาย บริษัทบูโร เวอริทัส กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า ปัจจุบันมีโรงสีหลายแห่งที่มีศักยภาพสามารถส่งออกได้เอง เพียงแต่ยังไม่ทราบหรือไม่มั่นใจว่าคุณภาพข้าวของตนจะสอดคล้องกับมาตรฐานการส่งออกของไทยและเกณฑ์กำหนดของต่างประเทศหรือไม่ ซึ่งบูโร เวอริทัสสามารถให้คำแนะนำในส่วนนี้และข้อมูลเกี่ยวกับการส่งออกข้าวแก่ผู้สนใจ โดยบริษัทมีบริการให้การตรวจสอบและออกใบรับรองคุณภาพข้าวตามมาตรฐานการส่งออกอย่างครบวงจรและได้รับความไว้วางใจในระดับสากล

เกี่ยวกับบริษัทบูโร เวอริทัส(ประเทศไทย) จำกัด

บริษัทบูโร เวอริทัส (ประเทศไทย) จำกัด เป็นสาขาของบริษัทบูโร เวอริทัส (ประเทศฝรั่งเศส) จำกัด ซึ่งก่อตั้งเมื่อพ.ศ. 2371 และมีลูกค้าจำนวนกว่าแสนรายให้ความไว้วางใจ มีสาขากระจายอยู่ตามเมืองหลวงและเมืองท่าทั่วทุกทวีปใน 150 ประเทศ และมีสำนักงานมากกว่า 600 แห่งทั่วโลก สำหรับสาขาในประเทศไทยนี้ ก่อตั้งขึ้นในปี 2532 เปิดให้บริการตรวจสินค้าสำหรับผู้ประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารทุกประเภท ได้แก่ อาหารกระป๋อง อาหารแช่แข็ง อาหารสำเร็จรูปต่างๆ เช่น ข้าว น้ำตาล ผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลัง สินค้า Consumer Product เช่น เฟอร์นิเจอร์ไม้และผลิตภัณฑ์ยาง ฯลฯ นอกจากนี้ ยังให้บริการต่างๆ ดังต่อไปนี้
Bivac Internationalเป็นบริษัทในเครือของบูโร เวอริทัสที่มีความเชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ในด้านมาตรฐานการตรวจสอบสินค้าก่อนส่งออกและนำเข้าที่สำคัญ สำหรับรัฐบาลแต่ละประเทศ และรับประกันความถูกต้องของคุณภาพสินค้าและพิกัดภาษี จึงทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า สินค้าที่ได้รับการตรวจจากบูโร เวอริทัส นั้น มีความถูกต้องตรงตามมาตรฐานของประเทศต่างๆ ที่ต้องการ

การตรวจสินค้าก่อนส่งออก (Pre-shipment Inspection)

- สินค้าพืชไร่ ได้แก่ ข้าว แป้ง น้ำตาล ข้าวโพด ถั่ว เมล็ดกาแฟ และอื่นๆ ซึ่งทางบริษัทจะครอบคลุมการตรวจสินค้าไปยังทุกประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศในทวีปแอฟริกา ตะวันออกกลาง เอเชีย และยุโรป
- สินค้าอุตสาหกรรม เช่น ซีเมนต์ ถ่านหิน ยิปซั่ม อะไหล่รถยนต์ ฯลฯ
- สินค้าอาหารแปรรูป เช่น เครื่องกระป๋อง อาหารแช่แข็ง ฯลฯ

การบริการด้านการรมยาสินค้าเกษตรกรรม (Fumigation service) และผลิตภัณฑ์ไม้ (Wooden product) และ
ผลิตภัณฑ์ยาง (Rubber product) ซึ่งทางบริษัทมีทีมงานที่มีประสบการณ์เฉพาะด้านกว่า 20 ปี ซึ่งการให้บริการอบยามีอยู่ด้วยกันหลายแบบ ดังนี้

- การรมยาสินค้าแบบเทกองสินค้า (stack) ก่อนบรรจุสินค้าเข้าตู้คอนเทนเนอร์, การรมยาในตู้คอนเทนเนอร์ (Container : FCL, LCL) , การรมยาบนเรือใหญ่ (Lighter และ Vessel) และการรมยาในโกดัง (Warehouse)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการการตรวจสินค้า การรมยา หรือบริการอื่นๆ ได้ที่
บริษัทบูโร เวอริทัส (ประเทศไทย) จำกัด
51/11-12 หมู่ 9
สุขุมวิท 105 ถนนสุขุมวิท
บางนา กรุงเทพฯ 10260
โทร 0 2748 7487 # 104-6
แฟ็กซ์ 0 2398 0453-5
เว็บไซท์ http://www.sea.bureauveritas.com
http://www.bvthailand.com

สอบถามข้อมูลเรื่องข้าวและการส่งออกข้าว :
สถาบันวิจัยข้าว กรมวิชาการเกษตร
เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

โทร. 579-7560, 940-6292
เว็บไซท์ www.doa.go.th

เว็บไซท์ตลาดการค้าข้าวที่สำคัญ :
www.riceonline.com
www.ricemill.com

Consumer Insight

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

บริษัท นีลเส็น ได้รายงานผลการซื้อสื่อโฆษณาระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2557 พบว่า ยอดซื้อสื่อทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ แมกกาซีน โรงภาพยนตร์ สื่อนอกบ้าน สื่อในห้างสรรพสินค้า รวมทั้งสื่ออินเทอร์เน็ต มีมูลค่ารวม 49.738 ล้านบาท โดยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2556 พบว่า ติดลบ 9.38%

Insight

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

นอกจากจำนวนสาขาต้องมากแล้ว การมี “ไซส์” ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายก็เป็นเรื่องสำคัญ ด้วยเหตุนี้เอง บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด จึงได้แตกฟอร์แมตร้านค้าใหม่ “ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์” เป็นโมเดลขนาดใหญ่สุด จากที่ท็อปส์เคยเปิดมา

“เพย์ทีวี” ธุรกิจที่ได้ชื่อว่า “ผันผวน” ที่สุด เมื่อ “ซีทีเอช” ควบกิจการ “จีเอ็มเอ็ม แซท” ซ้ำรอย “ไอบีซี” และ “ยูทีวี” ในอดีต 20 ปีที่แล้ว หวังปักหลักสู้ศึก “ทรูวิชั่นส์” ในสังเวียนการแข่งขันที่กำลังพลิกโฉมหน้าไปอีกครั้ง

Strategic Move

เห็นตัวเลขยอดเติบโตสมาร์ทโฟนในไทยที่ GFK คาดการณ์ไว้ว่า ภายในปี 2557 จะมีมูลค่ารวม 100,000 ล้านบาท หรือมียอดขายรวมอยู่ที่ 11 ล้านเครื่อง หัวเหว่ย เทคโนโลยี ประเทศไทย แบรนด์ผู้ผลิตอุปกรณ์ไอทีและสื่อสารจากจีน เลยไม่รอช้า รีบส่งสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ท อย่างละ 2 รุ่น ออกลงสู่ตลาด ท่ามกลางคู่แข่งที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดในช่วงปลายปี

ได้เวลาที่ โคคา-โคล่า ประเทศไทย จะกลับมาปลุกปั้นแบรนด์น้ำสี “แฟนต้า” ให้กลับมามีชีวิตชีวาในกลุ่มวัยรุ่นอีกครั้ง

เคยปลุกปั้นห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ มาหลายสิบปี รวมทั้งเคยร่วมทุนสร้างห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ที่จัดว่าเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่แล้ว แต่มาคราวนี้ ห้างสรรพสินค้าเล็กดูจะเกินไปสำหรับเธอแล้ว เพราะงานนี้ คุณแอ๊ว-ศุภลักษณ์ อัมพุช รองประธาน ตั้งใจปั้น “ดิ เอ็ม ดิสทริค” ให้เป็น “ย่านการค้า” บนถนนสุขุมวิท ให้เหมือนกับ Soho ในนิวยอร์ค หรือ Le Marais ในปารีส หรือ Midtown ในโตเกียว

Social Media Club

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

ไลน์ เป็นแชทแอพพลิเคชั่น ที่มักจะมีฟีเจอร์ และฟังก์ชั่นอะไรใหม่ๆ แก่ผู้เสมอ ๆ และไลน์เองก็ได้ทุ่มทำการตลาดอย่างหนักหน่วงเพื่อกระตุ้นยอด Usage และเพิ่มจำนวน User

เทศกาลประกวดโฆษณา Cannes Lions International Festival of Creativity 2014 ที่นอกจากคัดเลือกงานโฆษณาที่โดดเด่นในรอบปี คานส์ ไลอ้อนส์ยังเป็นเวทีที่ชี้นำเทรนด์ของงานโฆษณาและการตลาดในช่วงนั้นๆ

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ภูมิทัศน์สื่อ (media landscape) วันนี้เปลี่ยนไปมาก เพราะการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ (new media) อย่างอินเทอร์เน็ต หรือ สื่อสังคมออนไลน์ (social media) ทำให้สื่อมวลชน หรือสื่อยุคเก่าต้องปรับตัวในการทำงานและการสื่อสารเพื่อเข้าถึงมวลชนในลักษณะที่ต้องเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

ปัญหาโลกแตกที่คนส่วนใหญ่ที่ไม่เลือกซื้อของออนไลน์คือ “ไม่ได้ลอง” (โดยเฉพาะกับสินค้าเสื้อผ้า รองเท้า) ได้ถูกแก้ไขแล้วด้วยฟีเจอร์ใหม่อย่าง “ลองก่อน(ผ่อน)จ่ายทีหลัง” โดยเว็บอี-คอมเมิร์ซอันดับหนึ่งของจีนอย่าง “เถาเป่า (Taobao)” และ “เทียนเมา (Tmall)” ในเครืออลีบาบา กรุ๊ป ที่ต่างก็รับเอาไอเดียนี้ไปปรับใช้ในแบบที่ถูกกับสารบบของตัวเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488