ปพนธ์ รัตนชัยกานนท์ มิสเตอร์ Lifestyle ผู้มี DNA นักการตลาด

ไลฟ์สไตล์ชายส่วนใหญ่มักจะสนใจเรื่องเกี่ยวกับรถยนต์ เทคโนโลยี ดนตรี และกีฬา เพื่อใช้เวลาว่างในการผ่อนคลาย สังสรรค์ เพื่อเพิ่มสีสันให้ชีวิต หรือแม้แต่สร้างโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจ เช่นเดียวกับ “ปพนธ์ รัตนชัยกานนท์” ชายผู้ประยุกต์ไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบด้านเพลง และรถมาเป็นงานประจำในชีวิตได้อย่างลงตัว

“ผมชอบการฟังเพลง เรียนเครื่องเสียง และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่มากับเพลง จนอยากซื้อเครื่องเล่นแผ่นที่มีในร้าน Cofee @ true ที่ข้าวสารไปเก็บไว้เล่นที่บ้าน เพราะผมเป็นคนชอบฟังเพลงทุกแบบ โดยเฉพาะเพลง Hip Hop ผมฟังเพลงพวกนี้เยอะมาก ตั้งแต่ประมาณ 10 ปีก่อนสมัยที่ยังไม่ฮิตในบ้านเรา ที่เราชอบเพราะตอนนั้นไปเรียนอยู่บอสตัน สหรัฐอเมริกา เหตุผลที่ชอบฟังเพลง เริ่มจากอยากพัฒนาภาษาอังกฤษ จึงเลือกเรียนภาษาจากเพลง ทั้งแนว Hip Hop และ R&B หรือเพลง Jazz ผมก็ชอบจนตอนหลังผมสะสมแผ่นไว้เต็มห้องไปหมด จนทำให้ผมมีเพลงเกือบทุกแนวไว้เป็น collection เต็มไปหมด”

ปพนธ์ หนุ่มใหญ่วัย 39 ปี ที่สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี ด้านบริหารจัดการจาก ABAC และปริญญาโท ด้านสื่อสารการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ จากสหรัฐอเมริกา ด้วยเหตุผลที่ใฝ่ฝันอยากเป็นมืออาชีพด้านการตลาดและโฆษณา จึงเริ่มงานครั้งแรกในตำแหน่ง Project Manager (IMC) ที่บริษัทเอเยนซี่ค่าย Lintas หลังจากกลับมาเมืองไทยในปี 2535 สนุกกับการทำงานอยู่ประมาณ 1 ปี ต้องออกมาช่วยกิจการธุรกิจอาร์ตดีไซน์อยู่ประมาณ 5 ปี

แต่ความใฝ่ฝันในใจยังไม่มอดดับ จึงเลือกจังหวะที่ธุรกิจครอบครัวสามารถดำเนินต่อไปได้แล้ว มาสมัครงานด้านโฆษณาที่บริษัท Grey Advertising ก่อนจะย้ายไปทำงานด้านเพลงตามความชอบที่ บริษัท เบเกอรี่ มิวสิก กรุ๊ป ในตำแหน่ง Chief Operating Office ซึ่งงานตรงนี้ ปพนธ์ ทำได้ดี และสามารถนำประสบการณ์ในชีวิต และไลฟ์สไตล์ที่คุ้นเคยกับเพลงมาตั้งแต่วัยรุ่น มาพัฒนางานเพลงได้เกือบ 50 อัลบั้ม ก่อนจะถูกชวนมาทำงานที่ Mazda ในปี 2543

“ฟังแล้วอาจะตลกที่รถในดวงใจผม คือ Mazda ผมมีโอกาสขับรถครั้งแรก ตอนเรียนอยู่ปี 1 เทอม 2 ที่ ABAC บางนา ซึ่งไกลจากบ้านที่อยู่เกือบๆ ฝั่งธนบุรี คุณพ่อเลยอนุญาตให้ผมซื้อรถคันแรก เป็นรถมือสองที่หาซื้อตามเต้นรถ ผมดีใจมาก และด้วยความชอบรถ Sport อยู่แล้วจึงเลือกซื้อรถ Sport เปิดประทุนของ Honda Civic แต่ไม่ทันได้ใช้ เพราะคุณพ่อไม่อนุญาต ให้เหตุผลว่าเรายังไม่ได้หาเงินใช้เอง และรับผิดชอบตัวเองไม่ได้ จึงไม่ควรใช้รถแพง และดีขนาดนั้น

ผมจึงใช้รถคันแรกเป็นยี่ห้อ Mazda 626 –Cooper แล้วก็มีแบรนด์ Mazda ในดวงใจมาตลอด ผมเป็นคนเปลี่ยนรถบ่อย อยากขับคับใหม่ไปเรื่อยๆ จึงชอบเล่นรถมือสอง ขนาดยอมขายขาดทุนคันละ 5-7 หมื่น หรือบางทีก็เป็นแสน เพื่อเอาเงินไปหมุนซื้อคันใหม่มาขับ เพราะความชอบ ทำให้ผมมีโอกาสขับรถมาหลายยี่ห้อมาก จนเป็นผลดีให้ผมสามารถนำมาประยุกต์ใช้ตอนเป็นผู้บริหารอยู่ Mazda”

ปพนธ์ เล่าให้ฟังอย่างอารมณ์ดีว่า “ก่อนผมจะได้มาทำงานที่ Mazda ผมแปลกใจมากที่รู้ว่ากว่าเขาจะเลือกผม เขาต้องให้คนสืบประวัติหาข้อมูลผมอย่างละเอียด รู้ว่าผมเป็นคนใช้ Mazda ใช้มาทั้งหมดกี่คัน มีประวัติการขับรถยังไง และรู้จักรถในระดับไหน ซึ่งโชคดี เพราะทุกอย่างที่เขาต้องการตรงกับความชอบของผม แต่ก็ไม่ได้ตัดสินใจมาทันที ผมใช้เวลาคุยอยู่เกือบ 6 เดือน”

เขาจึงได้รับเลือกให้มาเป็นผู้บริหาร Mazda ในตำแหน่ง Marketing and Sales Director เพื่อดูแลกิจกรรมการตลาดและโฆษณา จนเขาสามารถเปลี่ยนภาพลักษณ์แบรนด์ให้เป็นวัยรุ่น และอินเทรนด์มากขึ้น จากแคมเปญการตลาด Zoom-Zoom ที่เลือก ตั๊ก-บงกช และ พลอย ไลลา มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับแคมเปญของ Mazda หรือการทำตลาดรถรุ่น Limited Edition ที่ Mazda ยอมผลิตรถสีเหลืองเป็นครั้งแรก ด้วยจำนวนเพียง 100 คันทั่วโลก แล้วโดนใจตลาด กลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่รถยนต์หลายค่ายอยากเดินตาม

“การทำงานอยู่ Mazda แตกต่างจาก Bakery เพราะที่ Mazda ผมมีโอกาสทำการตลาดที่สร้าง Impact เป็นที่ยอมรับในระดับต่างประเทศ จากการขอผู้บริหารฝรั่งทำรถรุ่นพิเศษ Protige ของ Mazda ใช้สีเหลืองทั้งคันเป็นครั้งแรกออกมาแค่ 100 คัน ตอนนั้นราคาประมาณ 800,000 กว่าบาท (ปัจจุบันราคาไม่ตกมากอยู่ที่ประมาณ 600,000 บาท) ปรากฏว่าขายหมด และสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับการทำตลาดรถยนต์ไทย รวมทั้ง Mazda ในต่างประเทศด้วย”

ปพนธ์ อธิบายว่า “นั่นเกิดจากผมใช้กลยุทธ์ Emotional เพื่อสร้างความรู้สึกที่แตกต่างให้กับผู้บริโภค” หนึ่งในความชอบที่ปพนธ์ประยุกต์ไฟล์สไตล์เป็นงานคุณภาพได้อย่างดี

แต่ด้วยบุคลิกที่เป็นคนใจร้อน ทำอะไรไม่อยากให้คั่งค้าง ทำให้เป็นคนค่อนข้างจริงจัง เพื่อให้งานออกมาเร็ว และดีที่สุด “ตอนอยู่ Mazda ผมต้องดูแลการตลาด โฆษณา และแคมเปญ ครั้งหนึ่งผมเครียดกับการคิดโฆษณา ทำงานติดต่อกันหลายวัน แต่คิดไม่ออก เครียดมาก จนเก็บไปฝันแล้วทำออกมาเป็นแคมเปญได้”

นอกจากนี้ เขายังมีมุมชีวิตที่น่าสนใจ และเป็นตัวอย่างให้หลายคนน่าเก็บไปประยุกต์ใช้ ด้วยการย้อมมองความสำเร็จ หรือพิจารณาการทำงานในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา เพื่อปรับปรุงหรือพัฒนางาน และชีวิตให้ดีขึ้น หรือเป็นไปตามเป้าหมาย

“ปกติผมต้องทบทวนตัวเองทุกสิ้นปี จึงเลือกแบ่งเวลาส่วนหนึ่งในวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี เพื่อนั่งทบทวนชีวิต และเป้าหมายที่วางไว้หรือยัง เป็นไปได้หรือไม่ ถ้าไม่ใช่ ผมจะมองหาโอกาสใหม่ๆ เพื่อพรางตัวเองไปสู่เป้าหมายให้ได้ แต่ถ้าสิ่งที่ทำดีอยู่แล้ว จะมุ่งพัฒนาให้มีคุณภาพมากขึ้น”

เขาอธิบายจุดเปลี่ยนสู่เส้นทางนักการตลาดว่า “การเป็นเจ้าของกิจการต้องรับผิดชอบเยอะ คิดอยู่ตลอดเวลา เวลาพักผ่อนแทบจะไม่มี แต่การทำงานในฐานะผู้บริหารมืออาชีพ ผมจะใช้เวลาทุมเทกับการทำงานให้เต็มที่ หลังจากนั้นจะให้เวลากับตัวเองเต็มที่ในการพักผ่อน ดังนั้นเส้นทางนี้จึงเหมาะกับผมที่สุด”

ปพนธ์ ยึดหลักการตลาดที่ดี คือ “คุณต้องการสร้างแบรนด์หรือขายสินค้าใด คุณต้องรักในแบรนด์นั้น เพราะเมื่อคุณรักในสิ่งที่ทำ คุณจะสามารถพรีเซนต์ และทำงานนั้นๆ ได้ดี” พร้อมอธิบายกลยุทธ์การทำงานให้ฟังว่า “ตอนผมทำงานอยู่ Mazda ผมจะปลูกฝั่งให้ทีมงานกว่า 800 คนมี DNA ของ Mazda อยู่ในตัว สร้างให้เขารู้สึกภูมิใจในแบรนด์ Mazda เพื่อให้เขาสามารถพรีเซนต์สิ่งดีๆ ของ Mazda ออกมาได้มากที่สุด และยอดขายจะตามมา และก็ใช้ได้ผล”

เช่นเดียวกับที่ปพนธ์มารับบทบาทใหม่ในฐานะผู้ช่วย CEO (ศุภชัย เจียรวนนท์) True Corporation เพื่อดูแลธุรกิจใหม่ที่สร้าง Emotional Trust ให้กับผู้บริโภคไม่จำกัด True อยู่แค่สินค้าเทคโนโลยี จึงต้องปรับสู่ Consumer ไลฟ์สไตล์มากขึ้น จนเกิดร้าน True Internet และ True Coffee ที่มีร้านต้นแบบอยู่ ถนนข้าวสาร (Coffee @True) กลายเป็นโมเดลใหม่ของธุรกิจ True Lifestyle ที่มีแผนขยายสาขาให้ครบ 22 แห่งในสิ้นปีนี้ และได้ตั้งบริษัท True Coffee ขึ้นมาในเดือนพฤษภาคม ก่อนเปลี่ยนเป็น บริษัท True Lifestyle เพื่อเตรียมบริหารจัดการร้านสาขา และร้านแฟรนไซส์ที่จะเริ่มเปิดในต้นปีหน้า

“ผมใช้หลักการเดิม คืออบรมพนักงานในความดูแลกว่า 80 ชีวิต ให้ทุกคนมี DNA ของ True เพื่อให้พวกเขาเป็น มิสเตอร์ True Lifestyle สร้างบุคลิกใหม่ให้มีใจรักบริการและมีไตล์เป็นของตนเอง แตกต่างจากผู้ให้บริการอื่นๆ ที่มีทำงานเป็นหุ่นยนต์ และพูดประโยคเดิมทุกครั้ง เพื่อตอนรับผู้บริโภคที่เดินเข้ามาในร้านเท่านั้น แต่เราจะมีชีวิตที่เป็นกันเองมากกว่านั้น”

แม้ปพนธ์รับบทบาทใหม่นี้เพียงแค่ 5 เดือนเศษๆ แต่ด้วยการทุ่มเท และใส่บุคลิกความเป็นไฟล์สไตล์ที่มีอยู่ในตัวเองลงไปกับงานอย่างเต็มทุกวัน จนเขากลายเป็น “มิสเตอร์ ทรู ไลฟ์สไตล์” ไปอย่างไม่รู้ตัว และพร้อมจะถ่ายทอด DNA ไปสู่พนักงานรุ่นใหม่ๆ เพิ่มขึ้นทุกวัน

“เราไม่ได้ fix บุคลิกของพนักงาน แค่ให้เขาเป็นตัวของตัวเอง เช่นพนักงานคนชายคนหนึ่ง เขาผมยาวเลยใส่ที่คาดผมในที่ทำงาน พอดีผมกับคุณศุภชัยเดินไปแล้วเห็น เขาตกใจมาก ถอดที่คาดผมและทำหน้าสำนึกผิด แต่จริงๆ แต่คุณศุภชัยชอบ เพราะนี่หละบุคลิกที่สื่อให้เห็นไลฟ์สไตล์ที่ชัดเจน เลยอนุญาตให้เขาใส่ต่อไป และเขาก็ทำงานไป ร้องเพลงไปอย่างมีความสุข”

Profile

Name: ปพนธ์ รัตนชัยกานนท์
Age: 39 ปี
Education:
2534 ปริญญาโท Communication Advertising and Public Relation จาก Emerson College, Boston Massachusetts, USA
2533 ประกาศนียบัตรวิชาชีพ Advertising of Public จาก The Advertising Club of Greater Boston
2532 ปริญญาตรี Management มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
2528 มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนอัสสัมชัญคอมเมิร์ซ
Career Highlights:
ปัจจุบัน Assistant to president / CEO บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
2548-2543 Marketing and Sales Director บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
2543-2542 Chief Operating Office บริษัท เบเกอรี่ มิวสิก กรุ๊ป
Group Account Director and General Manager บริษัท Grey Advertising Thailand and Whizzbang Arts
2541-2536 Managing Director บริษัท เดอะพริ้นท์อินเตอร์เนชั่นแนล และบริษัท ดีไซน์ อาร์ต
2535-2536 Project Manager (IMC) บริษัท Ammirati Puris Lintas (Thailand)
Family:
สมรสแล้ว มีบุตรสาว 2 คน

Digital TV & Media

3 ข้อเสนอช่อง 3 ยื้อจอดำ ข้อเสนอที่ช่อง 3 ได้ยื่นเสนอต่อประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)  เพื่อขอทบทวนมติของ บอร์ด กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท.

เมื่อเวลา 13.00 น. ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์จำกัด เดินทางมาถึงสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) แจ้งว่า ประวิทย์ มาลีนนท์ ตัวแทน บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด (ช่อง 3) จะเข้ายื่นหนังสือกับ ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เพื่อขอให้ทบทวนมติ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.)

Consumer Insight

เมื่อยุคที่การ “รีวิวสินค้า” กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดออนไลน์ยอดนิยม ที่หลายสินค้านำมาใช้ เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ที่มักจะเชื่อคำแนะนำจากเพื่อนฝูง และการบอกต่อในโลกออนไลน์มากกว่า “โฆษณา”

อัพเดทล่าสุด ยอดผู้ใช้เฟซบุ้คในไทย 27 ล้านยูสเซอร์ เป็นประเทศที่มีการใช้มากเป็นอันดับ 3 ในกลุ่มอาเซียน รองจากฟิลิปปินส์ 36 ล้านยูสเซอร์ และอินโดนีเซีย 64 ล้านยูสเซอร์

Insight

มาดูกันว่า การมาของ “ไอโฟน 6” ในไทย ที่เผยโฉมในวันที่ 9 กันยายน จะสร้างกระแสความร้อนแรงให้กับตลาดสมาร์ทโฟน รวมทั้งการนำไปทำโปรโมชั่นให้กับสินค้าต่างๆ ได้แค่ไหน

ทำตลาดยุคนี้จะมุ่งขายสินค้าอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องสร้างแบรนด์เลิฟ มัดใจ “คู่ค้า” อย่างแคมเปญล่าสุดของ “โค้ก” มุ่งไปเจาะใจ “ร้านโชว์ห่วย” 250,000 ร้านค้า ที่มีผู้หญิงเป็นเจ้าของ 60%

สำหรับตลาดน้ำอัดลม แพ็คเกจจิ้งถือเป็นปัจจัยสำคัญอีกส่วนหนึ่ง เพราะพฤติกรรมการดื่มน้ำอัดลมของแต่ละคนค่อนข้างแตกต่างกัน ผู้ประกอบการจึงหันมาเล่นกลยุทธ์ไซส์ซิ่งกันมากขึ้น เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคทุกรูปแบบ

Strategic Move

ค่ายทรูนั้น ถือเป็น "บิ๊กทรี" ของผู้ประกอบธุรกิจโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของไทย แต่การมาเป็นที่ 3 ในตลาดมือถือ ทำให้ทรูต้องเร่งขยายลงทุนเครือข่าย เพื่อวิ่งให้ทันคู่แข่งอีก 2 ราย ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก

ถ้าเคเอฟซี มี “ลุงเคน”หรือ “ผู้พันแซนเดอร์ส” เป็นสัญลักษณ์แล้ว ร้านไก่ทอด “เคียวโซน” ก็มี “ลีมินโฮ” เป็นจุดขาย เพื่อให้คนไทยจดจำร้านไก่ทอดจากเกาหลีแห่งนี้ ที่จะใช้ความเป็นเอเชีย บวกกับเค-ป๊อป ท้าชนเจ้าตลาดใหญ่อย่าง “เคเอฟซี”

บริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม เป็นชื่อค่ายหนังน้องใหม่ ที่เกิดจากการร่วมตัวของ 4 กลุ่มธุรกิจ เพื่อผลิตภาพยนตร์ไทยป้อนทั้งตลาดไทย และต่างประเทศ ทุนจดทะเบียน 175 ล้านบาท

Social Media Club

เมื่อ “เฟซบุ๊ค” ยังเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คครองความนิยมมาเป็นอันดับแรก บรรดาแบรนด์ต่างๆ จึงต้องมุ่งเน้นทำการสื่อสารบนเฟซบุ๊ค แต่การสื่อสารบนเฟซุบุ๊คไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย "บริษัทแอดยิ้ม ออนไลน์ เอเยนซี่" ได้นำเสนอ แนวทางการ การสร้างคอนเทนต์ที่ดีในเฟซบุ๊ค มีจุดร่วมที่ต้องให้ความใส่ใจ ควรคำนึงถึงในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทางเฟซบุ๊ค

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

Columnist

กระแสการทำตลาดย้อนยุค Retro Marketing / Retro Brand / Retro-Nova Marketing ในปัจจุบันเห็นการทำตลาดย้อนยุค ซึ่งการตลาดเรียกว่า Retro Marketing แต่อาจารย์ขอใช้คำว่า “Marketing Memory” คือการทำการตลาดกับความรู้สึก กับ ความทรงจำ

ALS ย่อมาจาก Amyotrophic Lateral Sclerosis คือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และหลายๆ คนรู้จักโรคนี้ผ่านกิจกรรม “ยอมเปียกเพื่อการกุศล” หรอ “IceBucketChallange” ซึ่งเป็นโครงการรณรงค์ทางสังคมเพื่อระดมเงินบริจาคสมทบมูลนิธิ `Amyotrophic Lateral Aclerosos’ (ALS) หรือ ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อโรค Lou Gehrig’s

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

หนึ่งในฟีเจอร์ที่เป็นไฮไลท์ของ “ไอโฟน 6 ไอโฟน 6 พลัส และ Apple Watch “คือ “Apple Pay” ระบบการชำระเงินเมื่อไปซื้อสินค้าตามร้านค้าต่างๆ โดยใช้ไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัส แตะบนเครื่องในร้านค้านที่เข้าร่วมก็สามารถ “รูดปรื้ด”ซื้อสินค้าได้อย่างง่ายดาย

ตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศจีน มีแนวโน้มในการเพิ่มขึ้นของการใช้สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ขึ้น หรือหน้าจอขนาด 5-7 นิ้ว ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 20% ของจำนวนสมาร์ทโฟนทั้งหมดในปี 2013 และคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

People

คณะกรรมการธนาคารกสิกรไทย ประกาศแต่งตั้ง ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ เป็นรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย ดูแลสายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริกา

หลังจากซีอีโอคนเดิม กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ประกาศแต่งตั้ง กนิษฐ เมืองกระจ่าง รับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร แทน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ. ศ. 2557 เป็นต้นไป

รายงานข่าวจากบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีทค ได้แจ้งว่า “จอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ”ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีผลตั้งแต่วันนี้ (2 กันยายน 2557) เป็นต้นไป

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348