ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ : หลากปัจจัยรุมเร้า...ต้องเร่งปรับตัว

เทศกาลงานฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในช่วงปลายปีนี้นับว่าเป็นโอกาสของการผ่อนคลายความเครียด ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจที่รุมเร้า และความวิตกกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงทั้งหน้าที่การงานและรายได้ในอนาคต รวมทั้งอานิสงส์จากวันหยุดยาวติดต่อกัน 5 วัน ทำให้เทศกาลงานฉลองในช่วงปลายปีนี้มีแนวโน้มคึกคักมากขึ้น เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการคาดการณ์ถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่ซบเซาในปี 2552 ทำให้คนไทยยังเน้นประหยัด ส่งผลทำให้เม็ดเงินสะพัดในธุรกิจต่างๆที่ได้อานิสงส์จากเทศกาลเฉลิมฉลองปลายปีนี้มีแนวโน้มลดลง

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ถือว่าเป็นหนึ่งในสินค้าที่ได้รับอานิสงส์จากเทศกาลในช่วงฉลองคริสต์มาสและปีใหม่ โดยนับว่าเป็นช่วงโอกาสทองของตลาดผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ แต่ในปี 2551 นี้นับว่าเป็นประวัติการณ์ที่ยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ในช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงต้นปีหน้าจะมีแนวโน้มลดลง อันเป็นผลมาจากหลากหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบถึงกำลังซื้อของประชาชนทั่วไป และการคาดการณ์ถึงภาวะเศรษฐกิจที่จะซบเซาต่อเนื่องถึงปีหน้า ส่งผลต่อความกังวลในความมั่นคงในหน้าที่การงาน และรายได้ในอนาคต บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด คาดการณ์ว่ายอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เบ- เกอรี่ในปี 2551 จะอยู่ในระดับ 7,000 ล้านบาท หรือเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 1-3 เมื่อเทียบกับอัตราเติบโตเฉลี่ยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่อยู่ในระดับร้อยละ 5-7 ต่อปี นอกจากนี้ คาดการณ์ว่ายอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ในปี 2552 จะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับในปี 2551 อันเป็นผลมาจากการคาดการณ์ว่าภาวะเศรษฐกิจจะยังซบเซาต่อเนื่อง ความหวังของธุรกิจผลิตภัณฑ์เบเกอรี่จึงอยู่ที่การปรับตัวของผู้ประกอบการ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลของการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เบเกอรี่

เทศกาลฉลองปลายปีหงอย...มูลค่าตลาดเบเกอรี่ปี’51 โตต่ำกว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ในปี 2551 คาดว่ามูลค่าตลาดผลิตภัณฑ์เบเกอรี่โดยรวมจะเท่ากับ 7,000 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาแล้วเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 1-3 อันเป็นผลจากหลากหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อยอดการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ในปี 2551 ดังนี้

1.ปัญหาต้นทุนในการผลิต โดยราคาวัตถุดิบสำคัญในการผลิตมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะข้าวสาลีและผลิตภัณฑ์นม แม้ว่าวัตถุดิบทั้งสองประเภทนี้ไทยพึ่งพิงการนำเข้าเป็นหลัก ราคาของทั้งข้าวสาลีและผลิตภัณฑ์นมในตลาดโลกมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ผู้ผลิตบางรายต้องมีการปรับเพิ่มราคาจำหน่ายตั้งแต่ช่วงไตรมาสสองของปี 2551 อย่างไรก็ตาม สำหรับปี 2552 คาดการณ์ว่าราคาข้าวสาลีและผลิตภัณฑ์นมในตลาดโลกมีแนวโน้มลดลง อันเป็นผลมาจากปริมาณผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นในปี 2552 ความกดดันต่อธุรกิจผลิตภัณฑ์เบเกอรี่จากต้นทุนการผลิตที่อยู่ในเกณฑ์สูงมีแนวโน้มลดลง

2.การแข่งขันที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2550 ต่อเนื่องถึงปี 2551 ผู้ผลิตสินค้าอาหารประเภทอื่นๆทยอยหันมาขยายการผลิตผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ โดยเฉพาะธุรกิจอาหารบริการด่วนที่หันมาจำหน่ายผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ควบคู่กับการเปิดร้านกาแฟพรีเมี่ยม และจากคู่แข่งรายใหม่จากต่างประเทศที่เข้ามาขยายตลาดเบเกอรี่ในไทย นอกจากนี้ ธุรกิจผลิตภัณฑ์เบเกอรี่เผชิญปัญหาการแข่งขันที่รุนแรงทั้งจากคู่แข่งสินค้าประเภทเดียวกันในตลาด และคู่แข่งทางอ้อมโดยเฉพาะขนมหวานแบบไทยๆ และสินค้าเพื่อสุขภาพอื่นๆที่มีผู้บริโภคบางส่วนหันไปซื้อเป็นของขวัญให้กันในช่วงเทศกาลปลายปีแทนการซื้อผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ อย่างไรก็ตาม โอกาสของบรรดาผู้ประกอบการในธุรกิจเบเกอรี่ที่จะเติบโตท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงก็คือ การปรับตัวโดยการปรับสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น เช่น การผลิตเบเกอรี่เพื่อสุขภาพ เป็นต้น

3.ปัญหากำลังซื้อลดลง ภาวะเศรษฐกิจซบเซาต่อเนื่องจากปี 2550 และคาดว่าจะยังอยู่ในเกณฑ์ซบเซาไปจนถึงปี 2552 ส่งผลให้กำลังซื้อในประเทศมีแนวโน้มลดลง และผู้บริโภคเน้นประหยัดหรือรัดเข็มขัดมากขึ้น จากความวิตกกังวลถึงความมั่นคงในหน้าที่การงานและรายได้ในอนาคต ซึ่งผลิตภัณฑ์เบเกอรี่เป็นหนึ่งในสินค้าที่ผู้บริโภคลดปริมาณการบริโภค โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ราคาแพงหรือผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ตลาดบน ในขณะที่เป็นโอกาสของผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ระดับกลางและล่างที่จะขยายตัว โดยเฉพาะผู้บริโภคบางรายหันไปสั่งซื้อผลิตภัณฑ์เบเกอรี่โฮมเมดแทนการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ที่มียี่ห้อที่มีชื่อเสียง เนื่องจากมีราคาถูกกว่า ทำให้มูลค่าตลาดผลิตภัณฑ์เบเกอรี่เพิ่มขึ้นไม่มากเท่าที่ควร

สำหรับในช่วงเทศกาลฉลองคริสต์มาสและปีใหม่ของทุกปีนับว่าเป็นช่วงโอกาสทองของธุรกิจ เนื่องจากยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ โดยเฉพาะเค็กและคุกกี้ในช่วงเทศกาลปลายปีจะสูงกว่าช่วงปกติ ดังนั้น ในช่วงปลายปีบรรดาผู้ประกอบการในธุรกิจเบเกอรี่ต่างเร่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และจัดกิจกรรมส่งเสริมการขยายต่างๆ เช่น การลดราคา การแจกหรือแถมของพรีเมี่ยม เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งยอดจำหน่ายในช่วงปลายปี กล่าวคือ ปกติในช่วง 1-2 เดือนสุดท้ายของปีและยาวไปถึงต้นปีหน้า จะเป็นฤดูกาลขายสินค้ากลุ่มเบเกอรีที่จะสร้างยอดขายให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 2 เท่าตัวเมื่อเทียบกับเวลาปกติ และมีความเป็นไปได้ว่าเกมตลาดเบเกอรีผู้เล่นแต่ละรายคงต้องเร่งออกมาสร้างความเชื่อมั่นแบรนด์ไปพร้อมกับแคมเปญใหม่ๆ มากระตุ้นยอดขาย อย่างไรก็ตาม ในปี 2551 นี้นับว่าเป็นประวัติการณ์ที่ยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ในช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงต้นปีหน้าจะมีแนวโน้มลดลง

4.ปัญหาสารเมลามีนปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์นมของจีน ปัญหานี้อาจส่งผลให้ผู้บริโภคชาวไทยมีความกังวลต่อสินค้าเบเกอรีในภาพรวม ซึ่งอาจส่งผลให้ชะลอการซื้อหรือหลีกเลี่ยงไปซื้อผลิตภัณฑ์ขนมประเภทอื่นๆ ด้วยปัจจัยดังกล่าวอาจทำให้ผู้ประกอบธุรกิจรายเล็กหลายรายที่ไม่แข็งแกร่ง ประสบปัญหาขาดทุน และอาจต้องออกไปจากตลาดในที่สุด แต่ก็นับว่าเป็นโอกาสสำหรับสินค้าที่มีแบรนด์น่าเชื่อถือที่มีการผลิตได้มาตรฐาน รวมทั้งสามารถตรวจสอบย้อนกลับวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิต และแหล่งที่มาได้ตามที่มาตรฐานกำหนด จะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งผู้ผลิตรายใหญ่จะได้เปรียบผู้ผลิตรายย่อย โดยเฉพาะในเรื่องการสื่อความ และการประชาสัมพันธ์ที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค

ตลาดผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ในปี 2551 แบ่งออกเป็นดังนี้
-ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ตลาดกลางและล่าง
คาดว่าจะมีมูลค่า 4,200 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 60.0 ของตลาดผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ทั้งหมด เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาแล้วมีอัตราการขยายตัวถึงร้อยละ 7.7 สีสันของตลาดเบเกอรี่ในปี 2551 คือ กระแสการขยายตัวของการวางจำหน่ายขนมปังและผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ประเภทอื่นๆผ่านช่องทางร้านสะดวกซื้อ โดยเน้นผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ที่มีราคาประมาณชิ้นละ 5-15 บาท ซึ่งเดิมนั้นผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ประเภทนี้จัดเป็นสินค้าที่วางจำหน่ายหน้าร้านจำหน่ายเบเกอรี่เท่านั้น การนำเข้าไปวางจำหน่ายบนชั้นในร้านสะดวกซื้อนั้นนับว่าเป็นการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค เนื่องจากมีสินค้าให้เลือกหลากหลาย มีรสชาติอร่อย ใหม่ สด สะอาด ราคาไม่แพง และมีบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม นับว่าเป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ที่เคยมีวางจำหน่ายในร้านโชห่วยหรือร้านริมทาง กลยุทธ์นี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นสินค้าที่สอดรับกับภาวะศรษฐกิจซบเซาอีกด้วย จากที่ผู้ประกอบการประสบความสำเร็จในการรุกตลาดจำหน่ายเบเกอรี่ในร้านสะดวกซื้อ ปัจจุบันตลาดเบเกอรี่ในร้านสะดวกซื้อนั้นมีอัตราการขยายตลาดถึงร้อยละ 20-25 และผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ผลิตสินค้าเบเกอรี่วางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อนั้นจะรุกขยายตลาดให้มากขึ้น โดยการสร้างโรงงานเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตถึง 3-4 เท่าตัว รวมทั้งการกระจายโรงงานไปยังต่างจังหวัด เช่น พิษณุโลก ขอนแก่น สงขลา เชียงใหม่ เป็นต้น เนื่องจากสินค้าผลิตภัณฑ์เบเกอรี่นั้นต้องการความสดใหม่ จึงต้องมีการกระจายโรงงานผลิตให้ครอบคลุมและสามารถส่งให้ผู้บริโภคได้ทันกับความต้องการ กลยุทธ์นี้ยังเป็นช่องทางการขยายตลาดผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ในต่างจังหวัด ซึ่งยังเป็นช่องว่างทางการตลาดที่บรรดาผู้ผลิตสินค้าเบเกอรี่ต้องการเข้าไปเจาะขยายตลาด เนื่องจากตลาดในกรุงเทพฯนั้นค่อนข้างอิ่มตัวและการแข่งขันค่อนข้างรุนแรง

-ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ตลาดบน คาดว่ามูลค่าตลาดเบเกอรี่ระดับบนในปี 2551 เท่ากับ 2,800 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 40.0 ของตลาดผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ทั้งหมด เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาแล้วลดลงร้อยละ 3.4 อันเป็นผลมาจากผู้บริโภคเริ่มประหยัด จึงเลือกซื้อสินค้าโดยพิจารณาจากราคาเป็นสำคัญ

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ตลาดบนที่น่าจับตามองคือ ตั้งแต่ปี 2550 ต่อเนื่องถึงปี 2551 การเข้ามารุกตลาดผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ของบรรดาธุรกิจร้านอาหารหรู โดยเน้นการจำหน่ายเบเกอรี่พร้อมกับการเปิดมุมจำหน่ายกาแฟพรีเมี่ยม ซึ่งราคาต่อชิ้นอยู่ในเกณฑ์สูง แต่ลูกค้ายังยินดีจ่าย เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ทั้งในด้านรสชาติและรูปแบบการตกแต่ง นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ตลาดบนเริ่มขยายช่องทางการจำหน่าย โดยเฉพาะช่องทางจำหน่ายในซุปเปอร์มาร์เก็ตระดับบน รวมทั้งการเปิดร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ลักษณะโฮมเมดของบรรดาผู้ประกอบการรุ่นใหม่ กล่าวคือ จะสังเกตุเห็นว่าในซุปเปอร์มาร์เก็ตระดับบนจะมีเค็กและผลิตภัณฑ์เบเกอรี่แช่เย็น/แช่แข็งหลากหลายยี่ห้อมากขึ้นมาวางจำหน่าย โดยบางยี่ห้อเป็นยี่ห้อที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งเดิมการแข่งขันในตลาดเค็กและเบเกอรี่แช่แข็งนี้ไม่รุนแรงมากนัก เพราะมีคู่แข่งขันน้อยราย แต่ในปัจจุบันบรรดาผู้ประกอบการเบเกอรี่เริ่มขยายการผลิตเข้ามาในตลาด แม้ว่าจะมีราคาอยู่ในเกณฑ์สูง แต่ก็ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากรสชาติ และชื่อเสียงของตรายี่ห้อ ดังนั้นการแข่งขันในตลาดนี้เริ่มเข้มข้นขึ้น ส่วนร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ลักษณะโฮมเมดนั้นเริ่มมีจำนวนมากขึ้น โดยเป็นการขยายช่องทางการจำหน่ายเพื่อแย่งส่วนตลาดของเบเกอรี่รับสั่งทำตามบ้าน โดยอาศัยจุดเด่นคือ ผลิตภัณฑ์ที่สดใหม่ การเลือกสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง สามารถเลือกหาซื้อได้ง่าย สินค้ามีความหลากหลาย ราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพ และสินค้าที่มีรสชาติถูกปากกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย

จากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาตั้งแต่ปี 2550 ต่อเนื่องถึงปี 2551 และคาดการณ์ว่าในปี 2552 ภาวะเศรษฐกิจยังไม่มีแนวโน้มกระเตื้องขึ้น ทำให้มูลค่าตลาดของผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ระดับบนชะลอตัว เนื่องจากคาดการณ์ว่าผู้ประกอบการบางรายเลิกกิจการไป โดยผู้ประกอบการที่จะยังคงอยู่ในเบเกอรี่ระดับบนได้ต้องคงความเป็นเอกลักษณ์ทั้งด้านรสชาติและรูปแบบ รวมทั้งผู้บริโภคยังคงรับรู้ได้ว่าการจ่ายเงินซื้อนั้นคุ้มค่า ทั้งการซื้อเพื่อรับประทานเองและการซื้อเพื่อให้เป็นของขวัญพิเศษในโอกาสต่างๆ เนื่องจากผู้รับก็จะรับรู้ได้ถึงความพิเศษของผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ดังกล่าว
ส่วนผู้ประกอบการบางรายปรับตัวลงไปหาตลาดระดับกลาง ทำให้ผู้บริโภครับรู้ว่าผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ที่ซื้อนั้นไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ระดับบนอีกต่อไป แม้ว่าจะมียอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ทำให้แบรนด์ปรับลงเป็นผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ระดับกลาง โดยแนวทางการปรับตัวของผู้ประกอบการมีหลากหลายแนวทาง คือ ผู้ประกอบการบางรายหันไปผลิตผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ทั้งนี้เพื่อตอบสนองกับกระแสสุขภาพ และการเปิดให้บริการครบทั้งอาหาร เบเกอรี่และเครื่องดื่ม รวมทั้งการผลิตไอศกรีมทำเองหรือโฮมเมด โดยเฉพาะร้านจำหน่ายเบเกอรี่ขนาดเล็ก ทั้งนี้เพื่อขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น ส่วนผู้ประกอบการบางรายหันไปขยายตลาดในต่างจังหวัด โดยอิงไปกับการเปิดห้างสรรพสินค้าและร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ การรุกตลาดในต่างจังหวัด โดยการขยายแฟรนไชส์หรือหาพันธมิตรในพื้นที่ของจังหวัดนั้นๆ ซึ่งจังหวัดที่จะเป็นหัวหอกของกลยุทธ์นี้คือ จังหวัดที่เป็นศูนย์กลางของธุรกิจและแหล่งท่องเที่ยว เนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคนั้นใกล้เคียงกับคนกรุงเทพฯ ส่วนร้านเบเกอรี่ที่เป็นแฟรนไชส์ของต่างประเทศจะเริ่มรุกตลาดโดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ที่มีรสชาติของอาหารท้องถิ่น เช่น ขนมปังสอดไส้แกงเขียวหวาน มัสหมั่นไก่ แพนงไก่ เป็นต้น ซึ่งกลยุทธ์เหล่านี้จะส่งผลผลักดันยอดจำหน่ายให้เพิ่มขึ้น

ปี 2552 ต้องเร่งปรับตัว...คาดตลาดไม่ขยายตัว
ในช่วงปลายปี 2551 ต่อเนื่องไปสู่ต้นปี 2552 ผู้ประกอบการในธุรกิจเบเกอรี่ยังคงปรับ กลยุทธ์การตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นการบริโภค โดยยังใช้กลยุทธ์ในเรื่องราคาเป็นตัวชูโรงเช่นเดิม กลยุทธ์โดยรวมของผู้ประกอบการในธุรกิจเบเกอรี่ยังคงเป็นการลดราคาในรูปแบบต่างๆเพื่อดึงให้ลูกค้าเข้าร้าน รวมทั้งมีการเสนอผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ในหลายรูปแบบ และยังคงมีผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ระดับพรีเมี่ยมไว้บริการลูกค้าที่ยังมีกำลังซื้อสูง เท่ากับว่าผู้ประกอบธุรกิจนั้นยอมตัดกำไรส่วนหนึ่งเพื่อพยุงธุรกิจให้อยู่รอด เนื่องจากการขึ้นราคาจะมีผลอย่างมากต่อยอดขายในภาวะที่กำลังซื้อโดยรวมของผู้บริโภคยังเพิ่มขึ้นไม่มากนัก รวมทั้งยังพยายามหาทางเจาะตลาดให้สามารถรองรับพฤติกรรมการบริโภคของลูกค้าแต่ละกลุ่มให้เหมาะสมตรงจุดถูกใจผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น โดยจะเห็นได้จากทุกค่ายจะมีบริการส่งนอกสถานที่ด้วย และการรับสั่งผ่านทางอินเตอร์เน็ต นับว่าเป็นกลยุทธ์ในการรุกถึงตัวลูกค้ามากกว่าการรอให้ลูกค้าเข้ามาในร้านเท่านั้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าในปีนี้จะมีการแจกแผ่นพับแนะนำธุรกิจเบเกอรี่รายย่อยๆมากขึ้น โดยแต่ละรายนั้นเดิมเป็นร้านเล็กๆ หรือไม่ก็เป็นมือใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในธุรกิจ มีการจำหน่ายในลักษณะทำตามคำสั่งซื้อมากกว่าการเปิดร้านจำหน่ายเบเกอรี่เป็นหลัก ทำให้เป็นที่รู้จักในวงจำกัด แต่ในปีนี้เริ่มขยายธุรกิจมากขึ้น โดยรับคำสั่งซื้อผ่านทางโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ต อาศัยสิ่งจูงใจลูกค้าโดยใช้กลยุทธ์ส่วนลดเมื่อสั่งชิ้นต่อไป หรือให้ส่วนลดมากถึงร้อยละ 10-20 ทำให้คาดหมายได้ว่าการแข่งขันในธุรกิจเบเกอรี่นั้นจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น แต่ก็จะเป็นเฉพาะในกลุ่มของธุรกิจผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ระดับกลางลงมาเท่านั้น ส่วนธุรกิจผลิตภัณฑ์เบเกอรี่พรีเมี่ยมนั้นจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากมีลูกค้าประจำอยู่แล้ว และรสชาติ คุณภาพ รวมทั้งยี่ห้อเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคยอมรับแล้ว ส่วนคุกกี้และผลิตภัณฑ์เบเกอรี่อื่นๆนั้นก็ได้รับความนิยมในการให้เป็นของขวัญและของกำนัลในช่วงเทศกาลทั้งคริสต์มาสและปีใหม่เช่นกัน เนื่องจากในปัจจุบันคนไทยหันมานิยมรับประทานผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ต่างๆมากขึ้น รวมทั้งผู้ประกอบการมีการปรับกลยุทธ์ทั้งในด้านความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ นับว่าเป็นการเพิ่มยอดจำหน่ายในช่วงเทศกาล เนื่องจากผู้บริโภคหันมาเลือกผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ต่างๆเป็นของขวัญกันมากขึ้น

สำหรับในปี 2552 นับว่าเป็นปีที่ท้าทายอย่างมากสำหรับตลาดผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ บริษัท ศูนย์วิจ้ยกสิกรไทย จำกัด มูลค่าตลาดผลิตภัณฑ์เบเกอรี่จะใกล้เคียงกับในปี 2551 โดยมีปัจจัยหนุนเพียงการลดลงของต้นทุนการผลิต อันเป็นผลมาจากราคาข้าวสาลีและผลิตภัณฑ์นมในปี 2552 มีแนวโน้มลดลง อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้ประกอบการในธุรกิจผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ต่างต้องเร่งปรับตัว โดยเฉพาะความพยายามกระจายยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ให้มียอดจำหน่ายสม่ำเสมอตลอดปี หาช่องว่างทางการตลาดเพื่อเพิ่มยอดจำหน่าย โดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัด และตลาดผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ระดับกลางและล่าง ซึ่งเป็นตลาดที่คาดว่ายังมียอดจำหน่ายเติบโต เนื่องจากสอดรับกับพฤติกรรมรัดเข็มขัดประหยัดค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค ซึ่งตลาดทั้งสองนี้เป็นตลาดที่บรรดาผู้ประกอบการในธุรกิจเบเกอรี่ต่างให้ความสนใจที่จะมุ่งไปเจาะขยายตลาด รวมไปถึงการขยายตลาดผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งปัจจัยสำคัญของความสำเร็จคือ การศึกษาพฤติกรรมและรสนิยมของผู้บริโภคในแต่ละท้องถิ่น

บทสรุป
ในปี 2551 นับเป็นปีแรกที่ธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์เบเกอรี่มีแนวโน้มชะลอตัวอย่างชัดเจน จากที่เคยมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 5-7 บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด คาดว่ามูลค่าตลาดผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ในปี 2551 เท่ากับ 7,000 ล้านบาท หรือมีอัตราการขยายตัวเพียงร้อยละ 1-3 เท่านั้น จากที่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอัตราการขยายตัวของมูลค่าตลาดผลิตภัณฑ์เบเกอรี่อยู่ในระดับเฉลี่ยร้อยละ 5-7 ต่อปี เนื่องจากปัจจัยหลากหลายประการ โดยเฉพาะต้นทุนการผลิตที่อยู่ในเกณฑ์สูง ตามราคาวัตถุดิบโดยเฉพาะข้าวสาลีและผลิตภัณฑ์นมที่ปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่ยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เบเกอรี่มีแนวโน้มลดลงจากกำลังซื้อที่ลดลงจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา ความวิตกกังวลในเรื่องความมั่นคงในหน้าที่การงาน และรายได้ในอนาคต ทำให้ผู้บริโภคเน้นประหยัด รวมทั้งการแข่งขันที่รุนแรงจากผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ด้วยกันเอง และผลิตภัณฑ์ขนมประเภทอื่นๆ ดังนั้นผู้ประกอบการในธุรกิจผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ต้องปรับกลยุทธ์เพื่อประคองตัวให้อยู่รอดท่ามกลางหลากหลายปัญหา

ประเด็นที่น่าสนใจคือ ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ในตลาดระดับกลางและล่างยังมีแนวโน้มเติบโตดีในขณะที่ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ระดับบนชะลอตัวลงอย่างชัดเจน เนื่องจากระดับราคานับเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อในช่วงยุคเศรษฐกิจซบเซา ทำให้ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ระดับบนบางรายปรับตัวลงมาจำหน่ายในตลาดผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ระดับกลาง ส่วนผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ในระดับบนที่ยังคงประคองตัวอยู่ได้นั้นต้องยังคงเอกลักษณ์ในด้านรสชาติและการตกแต่งที่เป็นพรีเมี่ยม ผู้บริโภครับรู้และยินดีจ่ายในราคาแพงเพื่อให้ได้สินค้าพรีเมี่ยม

สำหรับในปี 2552 จะเป็นปีที่ท้าทายอย่างมากสำหรับผู้ประกอบการในธุรกิจเบเกอรี่ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด คาดการณ์ว่าตลาดผลิตภัณฑ์เบเกอรี่จะมีมูลค่าตลาดใกล้เคียงกับในปี 2551 คือ ขยายตัวประมาณร้อยละ 0 เท่านั้น โดยปัจจัยหนุนมีเพียงการลดลงของต้นทุนการผลิต จากการคาดการณ์ว่าราคาข้าวสาลีและผลิตภัณฑ์นมในตลาดโลกมีแนวโน้มลดลง ในขณะที่ผู้ประกอบการยังต้องเร่งปรับตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ถดถอยของผู้บริโภค ท่ามกลางปัจจัยลบต่างๆที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ความหวังของผู้ประกอบการคือ ช่วงครึ่งปีหลังที่มีการคาดการณ์ว่าภาวะเศรษฐกิจจะกระเตื้องขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ที่มีฤดูการจำหน่ายในช่วงปลายปีกระเตื้องขึ้นตามไปด้วย

PR Sectors: 

Digital TV & Media

มีแนวโน้มผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล 24 ช่อง อาจได้รับผ่อนผันเลื่อนการจ่ายเงินค่าใบอนุญาตที่ได้ประมูลมาใน ปีที่สอง จำนวน 8,124.20 ล้านบาท ออกไปอีก 1 ปี

หลังจาก “ดิจิทัลทีวี” ผ่านครึ่งปีแรกของการดำเนินธุรกิจ คือเริ่มออกอากาศตั้งแต่เดือนพฤษภาคม มาด้วยความทะลักทุเล

บริษัทนีลเส็น ประเทศไทย จำกัด ได้เปิดเผย 10 แบรนด์ที่ใช้งบโฆษณาสูงสุดในเดือนมีนาคม 2015 ผลปรากฎว่า โตโยต้า มาเป็นอันดับ 1 ใช้งบไป 171 ล้านบาท ตามมาด้วยเทสโก้ โลตัส ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ ใช้งบโฆษณาไป 130 ล้านบาท เครื่องดื่มโค้กใช้ไป 104 ล้านบาท เพื่อรับกับช่วงซัมเมอร์ และบรีสใช้ไป 97 ล้านบาท ตามด้วยผลิตภัณฑ์นม ดูเม็กซ์ ใช้ไป 95 ล้านบาท

Consumer Insight

คนไทย Gen X และ Gen Y ยอม “ลดเงินเดือน” เพื่อแลกกับความยืดหยุ่นในการทำงาน เผยชีวิต ติด“สมาร์ทโฟน” จำเป็นทั้งเรื่องทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัว

“ดันน์ฮัมบี้” บริษัทที่ทำการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค ได้เผยผลวิจัยว่าภาคไหนในประเทศไทยนิยมซื้อสินค้าในช่วงเทศกาลสงกรานต์มากที่สุด พบว่าคนไทยใน “ภาคใต้” มีแนวโน้มสูงที่ไปจับจ่ายใช้สอยสินค้าในช่วงสงกรานต์มากกว่าภาคอื่นๆ โดยที่ดันน์ฮัมบี้ได้ใช้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อ จากจำนวนผู้บริโภคจำนวน 8.2 ล้านคนที่ซื้อสินค้าในเทสโก้ โลตัส

จากผลสำรวจการให้ความสำคัญในการใช้จ่ายของผู้บริโภค ในปี 2557 ซึ่งจัดทำโดยมาสเตอร์การ์ด (MasterCard Consumer Purchasing Priorities 2014) พบว่าประมาณ 3 ใน 4 ของผู้บริโภคชาวไทยที่อยู่ในการสำรวจ วางแผนท่องเที่ยวพักผ่อนทั้งในประเทศและต่างประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเชียงใหม่และภูเก็ตยังครองแชมป์จุดหมายปลายทางในประเทศที่ได้รับความนิยมสูงสุด

Insight

หลังผ่านพ้นจากภาวะฝุ่นตลบมาแล้ว ได้เวลาที่ดิจิตอลทีวีต้องเร่งสปีด อัดฉีดรายการกันแบบเต็มพิกัด คราวนี้มาถึงคิวถ่ายทอดสด “กีฬา” ที่ช่องทีวีต่างๆ ใช้เป็น “ทางด่วน” กระชากเรตติ้งผู้ชมพุ่งขึ้นทันที

เจาะลึก...สงครามบริการด้านการเงิน เมื่อ 3 ค่ายโอเปอเรเตอร์มือถือ เอไอเอส ดีแทค และทรู แปลงกายเป็น “ธนาคารบนมือถือ” หรือ “โมบายแบงกิ้ง” เพื่อเป็นช่องทางหารายได้ใหม่ ในยุคที่มือถือกำลังเบ่งบานสุดขีด

“แกร็บแท็กซี่” เป็นอีกหนึ่งรายที่เข้ามาบุกตลาดแท็กซี่ในประเทศไทย ได้เข้ามาทำตลาดได้ 2 ปีแล้ว ในรูปแบบของการเรียกแท็กซี่ผ่านแอพพลิเคชั่น ท่ามกลางผู้เล่นในตลาดอีกทั้งหมด 3 ราย ด้วยกัน ได้แก่ อูเบอร์, อีซี่แท็กซี่ และน้องใหม่จากนครชัยแอร์

Strategic Move

ได้ฤกษ์ดีเดย์เปิดตัว ZenFone 2 สมาร์ทโฟนแฟล็กชิพตัวใหม่จาก Asus ตระกูล ZenFone ได้จัดงานเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในกรุงตาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เป็นการเปิดตัวครั้งแรกในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากที่มีการเปิดตัวครั้งแรกที่งาน CES 2015 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

สกาย สปอร์ต อิตาเลีย สำนักข่าวดังจากอิตาลี รายงาน บี เตชะอุบล นักธุรกิจหนุ่มชาวไทย เตรียมตัวนั่งเก้าอี้เป็นประธานคนใหม่ของสโมสร เอซี มิลาน ทีมดังแห่งศึก กัลโช เซเรีย อา อิตาลี หลังเตรียมควักเงิน 780 ล้านยูโร (ประมาณ 31,200 ล้านบาท) เทกโอเวอร์ กิจการ “ปิศาจแดง-ดำ” ช่วงสุดสัปดาห์นี้

การขายกิจการสมาร์ทโฟนให้ไมโครซอฟท์ (Microsoft) เมื่อปี 2013 นั้นมีข้อกำหนดว่า โนเกีย (Nokia) จะไม่สามารถผลิตสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ออกมาจำหน่ายได้จนกว่าจะถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2015 ล่าสุดมีข่าวลือสะพัดว่า โนเกียกำลังเตรียมแผนกลับมาเล่นในตลาดสมาร์ทโฟนอีกครั้งช่วงปีหน้า ซึ่งเหลืออีกเพียง 8 เดือนก็จะพ้นกรอบเวลาที่กำหนดไว้

Social Media Club

ใกล้จะถึง 1 พันล้านเข้าไปทุกทีสำหรับวอตซแอป (WhatsApp) แอปพลิเคชันรับส่งข้อความสนทนายอดฮิตที่ฉลองยอดผู้ใช้งานประจำทะลุหลัก 800 ล้านชื่อบัญชีต่อเดือน โดยตัวเลขผู้ใช้ของวอตซแอป 100 ล้านบัญชีล่าสุดนั้นเพิ่มจำนวนขึ้นในเวลาเพียงไม่เดือนหลังจากที่วอตซแอปเพิ่งโชว์ตัวเลขผู้ใช้ 700 ล้านบัญชี

ข่าวดีสำหรับผู้ใช้อุปกรณ์ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) เพราะนับแต่นี้หากใครพลาดทำอุปกรณ์สูญหายหรือถูกขโมย ก็จะสามารถค้นหาพิกัดที่อยู่ของอุปกรณ์นั้นได้แสนง่ายด้วยการเสิร์ชบน Google.com

หลังจากที่มีการเปิดตัว “แอปเปิล วอช” อย่างเป็นทางการแล้ว ทางด้านของ “ไลน์” ก็ได้เผยโฉมหน้าตาของตนเองในแพลตฟอร์มของแอปเปิล วอชเช่นกัน โดยที่จะสามารถเชื่อมต่อกับไอโฟนที่ได้อัปเดตไลน์เป็นเวอร์ชั่น 5.0.2 ขึ้นไป

People

นางคือเจ้าแม่แห่งวงการแต่งหน้าที่แม้แต่ดาราชื่อดังอย่าง แอฟ ทักษอร, พลอย เฌอมาลย์ ฯลฯ ก็ผ่านการเนรมิตให้ดูสวยสง่าเพราะฝีมือการผัดแป้งแต่งหน้าของเธอกันมานักต่อนัก และล่าสุด เหล่าพริตตี้หลากหลายค่ายในงานมอเตอร์โชว์ครั้งล่าสุด เธอก็เสริมความสวยบนใบหน้าให้แก่เหล่านางฟ้ามอเตอร์โชว์แทบจะหมดทั้งฮอลล์

25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาคือวันที่กูเกิลประเทศไทยประกาศต้อนรับหัวหน้าฝ่ายการตลาดคนใหม่นามว่า “ภีท นุชนาฏนนท์” สิ่งที่น่าจับตาจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าภีทเป็นใคร แต่อยู่ที่ประสบการณ์ของภีทอาจจะบอกใบ้แนวทางของกูเกิลประเทศไทยในอนาคต

พลิกปูมธุรกิจ “บี เตชะอุบล” ทายาทคนโตแห่งตระกูลเตชะอุบล เจ้าของอาณาจักรคันทรี่ กรุ๊ป ผู้หาญกล้าควักเงินหมื่นล้าน ซื้อปีศาจแดง-ดำ เอซี มิลาน สโมสรฟุตบอลระดับโลกแห่งลีกอิตาลี พบเป็นและเคยเป็นผู้บริหารบริษัทไทยอยู่ 15 บริษัท โดย 5 บริษัทดำเนินกิจการอยู่ ส่วนอีก 10 เลิกกิจการไปแล้ว

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348