ผ่าปรากฏการณ์ The Voice ดังด้วยเสียง…ออร่าไม่เกี่ยว

ท่ามกลางรายการประเภทประกวดร้องเพลงที่ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด จู่ๆ รายการชื่อสั้นๆ ง่ายๆ ที่ว่า The Voice ก็แทรกตัวขึ้นมาได้ ไม่ใช่เพียงแค่ได้รับความนิยม แต่ยังเป็นที่พูดถึงระดับ "ทอล์กทออฟเดอะทาวน์" ทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ ดังเปรี้ยงปร้างชนิดกำลังกลายเป็น Case Study ของนักการตลาดที่พลาดไม่ได้

The Voice รายการประกวดร้องเพลงที่มีต้นฉบับมาจากประเทศฮอลแลนด์ ออกอากาศครั้งแรกเมื่อปี 2010 มีประเทศต่างๆ ซื้อลิขสิทธิ์มากมายกว่า 40 ประเทศ

ในไทย The voice Thailand บริษัทแพนเทอร์ เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ ในเครือทรูวิชั่นส์ เป็นผู้ซื้อลิขสิทธิ์มาจากบริษัทเทาป้า มีเดีย กรุ๊ป ฮอนแลนด์ และให้ บริษัท “โต๊ะกลม” ในเครือเวิร์คพ้อยท์ ทำหน้าที่ผลิตรายการ ออกอากาศช่วงเย็นวันอาทิตย์ ทางช่อง 3 

เวลานี้ ได้ผ่านจากรอบ “Battle” ซึ่งโค้ชได้คัดเลือกเหลือทีมละ 6 คน เพื่อเข้าสู่รอบ Live Show ที่ผู้เข้าแข่งขันของแต่ละทีมจะต้องประชันเสียงกับสมาชิกของทีมอื่นๆ และผู้ชมทางบ้านจะลงคะแนนโหวตเพื่อเลือกผู้เข้าแข่งขันที่ชื่นชอบให้ผ่านเข้ารอบ เช่นเดียวกับโค้ชเองจะเลือกผู้ที่ผ่านเข้ารอบต่อไปเช่นกัน 

รายการเป็นที่ถูกใจคนดู ตั้งแต่รูปแบบรายการที่แตกต่างไปจากรายการประกวดอื่นๆ คือ การใช้ "โค้ช" ทำหน้าที่คัดเลือกผู้เข้าประกวดแทน "กรรมการ" แทนที่จะเป็นเพียงคนตัดสินอนาคตชี้ถูกชี้ผิดให้กับผู้แข่งขัน ซึ่งบทบาทของโค้ชนี่เอง กติกาส่วนนี้เองที่กลายเป็นหัวข้อสนทนาถกเถียงพูดคุยหลักเกี่ยวกับ The Voice ตามชุมชนออลไน์ หรือออฟฟิศต่างๆ ชนิดให้ความสำคัญไปที่โค้ชพอๆ (หรือมากกว่า) ผู้เข้าประกวดกันเลยทีเดียว อาจจะพูดได้ว่ารายการแทบจะมี "กองเชียร์" และ "กองแช่ง" ของโค้ชมากกว่าผู้เข้าประกวดด้วยซ้ำไป

ในรายการฉบับสหรัฐฯ นั้น โค้ชของรายการจะมีความหลากหลายด้านแนวเพลง มีปูมหลังเรื่องราวส่วนตัวที่น่าสนใจแตกต่างกันไป อดัม เลอวีน นักร้องนำของวง Maroon 5, ศิลปินคันทรีย์ เบลค เชลตัน, หนุ่มผิวสีร่างท้วม ซี โล กรีน ที่ทำงานหลากหลายทั้งแต่งเพลง, เป็นแร็ปเปอร์, โปรดิวเซอร์ และเป็นศิลปินที่มีผลงานดังระดับคว้าแกรมมี่มาแล้ว ส่วน คริสตินา อากีเลรา 

โค้ชของรายการฉบับไทย ทั้ง 4 คน เจนนิเฟอร์ คิ้ม-พรพรรณ ชุนหชัย, ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา, โจอี้ บอย-อภิสิทธิ์ โอภาสเอี่ยมลิขิต และ แสตมป์-อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข ก็ดูเหมือนจะเป็นไปในรูปแบบเดียวกัน แม้จะไม่ได้ถึงขั้นสามารถเทียบเคียงกันได้ตัวต่อตัว แต่ก็มีการกระจายความหลากหลายทั้งในแง่ความถนัดของแนวดนตรีต่างๆ 

The Voice จัดวางตำแหน่งของรายการให้เป็นการประกวดค้นหานักร้องที่มองปัจจัยด้าน "เสียง" เป็นสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงคัดเลือกผู้แข่งขันเข้าทีมของโค้ชแต่ละคนซึ่งเรียกกันว่า Blind Audition ที่ผู้เข้าประกวดจะถูกคัดเลือกจากเสียงร้องเพียงอย่างเดียว ถือว่าเป็นความกล้าฉีกกฎจากรายการประเภทเดียวกัน ที่ให้ความสำคัญกับรูปร่างหน้าตา เสน่ห์ความเป็น "ดารา" มากกว่าทักษะทางด้านการร้องเพลง

รายการจะคัดเลือกกลุ่มผู้เข้าแข่งขันหลากหลาย ไม่ได้จำกัดเฉพาะเด็กหนุ่มสาววัยรุ่นหน้าตาดี แต่เป็นผู้เข้าแข่งขันที่เต็มไปด้วยความแตกต่างทั้งแนวเพลง, ปูมหลัง และไม่จำกัดอายุ แต่ต้องไม่เกิน 60 ปี แม้แต่ (อดีต) นักร้องอาชีพก็สามารถเข้าร่วมประกวดได้ โดยเฉพาะคนธรรมดาสามัญ ที่ไม่ได้มี "ออร่า" แห่งความเป็นดาราใดๆ นอกจากพรสวรรค์ทางเสียงเท่านั้น บางครั้งอาจสร้างเซอร์ไพรส์ได้หากมีปูมหลังน่าสงสารกระตุ้นต่อมน้ำตาของผู้ชม แต่ก็ไม่ได้เป็นตัวละครที่สามารถสร้างกระแส ก่อให้เกิดกลุ่มแฟนคลับจำนวนมากเหมือนรายการประเภทเดียวกัน 

ตัวละครของ The Voice นอกจากไม่ได้ทำให้เกิดอารมณ์ "น่าหมั่นไส้" แต่ยังสร้างอารมณ์ร่วมให้กับคนดูได้เป็นอย่างดี กับการมองดูคนธรรมดาๆ ที่ได้โชว์ความพิเศษในตัวเองให้ทุกคนได้เห็น ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ทุกคนเชื่อกันอยู่ลึกๆ ว่าตัวเองก็อาจมีความพิเศษอะไรบางอย่างอยู่ในตัวเองเหมือนกัน 

เมื่อรายการไม่ได้ดึงดูดคนดูด้วยลูกไม้เดิมๆ อย่างเสน่ห์ความเย้ายวนใจ หรือเรื่องราวดราม่าอันเลยเถิด แต่ในทางตรงกันข้ามการวางตำแหน่งเป็นรายการที่แข่งขันด้วยเสียงร้อง "เพียงอย่างเดียว" ยังสร้างความรู้สึกภาคภูมิใจให้กับผู้ชมทั้งที่ส่งเสียเชียร์ และออกเงินโหวตทุกคนไปในตัวด้วย 

 

จุดอิ่มตัวของคนสวย หล่อ

สำหรับเมืองไทยกระแสของ The Voice อาจเกิดขึ้นเป็นกระแสตีกลับที่คนชื่นชอบกันมากขึ้นไปอีก เพราะระยะหลังรายการประกวดร้องเพลงอื่นๆ ก็ดูจะให้ความสำคัญกับเรื่อง "รูป" เหนือ "เสียง" ชนิดเลยเถิดขึ้นเรื่อยๆ

สมชาติ ลีลาไกรสร ที่ปรึกษาทางการตลาดและผู้เขียนหนังสือ “คิดออกนอกหน้า” ให้ความเห็นว่า รายการ The Voice เองก็เป็นรายการที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศมาตลอด รวมทั้งกระแสรายการเพลงก็เป็นที่นิยมในประเทศไทยอยู่แล้ว แต่ที่ทำให้ The Voice ครองใจคนในช่วงนี้ก็มาจากความอิ่มตัวของรายการประกวดร้องเพลง ที่เลือกจากหน้าตาเป็นองค์ประกอบ ที่มีหลายรายการและมีการประกวดมาหลายปีแล้ว 

ขณะที่กฎเกณฑ์ของรายการก็สร้าง Position และความแตกต่างให้รายการนี้ไม่เหมือนรายการอื่น โดยเน้นที่เสียง ที่แปลกมีเอกลักษณ์ โดยไม่จำกัดอายุ หน้าตา หรือว่าชีวิตส่วนตัวก็ไม่ต้องดราม่าเรียกน้ำตา จึงเป็นเวทีที่รวมคนมีความสามารถ แต่ตกรอบจากรายการอื่นเข้าไว้ด้วยกัน ด้านมุมของผู้ชม ก็รู้สึกว่าตัวเองมีส่วนร่วมกับรายการได้ แถมยังเอาใจช่วยผู้เข้าแข่งขัน 

“ผู้เข้าแข่งขันเป็นคนธรรมดาที่ความจริงแล้วเขาไม่ธรรมดา ทำให้คนดูรู้สึกว่าตัวเองก็เป็นแบบนั้นได้ เข้าถึงได้มากกว่า ก็เลยเชียร์ แล้วคนก็จะคิดว่าคนพวกนี้ไปอยู่ที่ไหนมา แล้วจริงๆ คนที่เป็นคนหน้าตาธรรมดามีจำนวนมากกว่าคนที่ร้องเพลงเพราะ เต้นเก่ง แถมหน้าตาดี” 

 

กรรมการ ส่วนผสมที่ลงตัว

องค์ประกอบที่สำคัญในรายการนี้อีกอย่างก็คือ คาแร็กเตอร์ที่แตกต่างกันของโค้ชทั้ง 4 คน เจนิเฟอร์ คิ้ม ตัวแทนของนักร้องที่มีเสียงคุณภาพ จับกลุ่มเป้าหมายคนที่มีอายุ, โจอี้ บอย นักร้องกลางเก่ากลางใหม่ ที่มีสไตล์ของตัวเอง, ก้อง-สหรัถ อาจไม่เด่นเรื่องเสียง แต่เรื่องของเสน่ห์ด้านภาพลักษณ์ ปิดท้ายด้วย แสตมป์-อภิวัฒน์ ตัวแทนของคนรุ่นใหม่ ที่พูดไม่เยอะแต่ว่าแต่ละประโยคโดนแล้วถูกเอาไปรีทวีตในทวิตเตอร์อยู่ตลอด  

 

แจ้งเกิดแสตมป์

กระแสที่แรงพอๆ กับรายการ คือ โค้ชสแตมป์ ที่สามารถแจ้งเกิดในรายการได้อย่างงดงาม ซึ่งสมชาติมองว่า มาจากส่วนผสมที่ลงตัวของโค้ชทั้ง 4 คน และความสดใหม่ของตัวแสตมป์ “เหตุผลที่แสตมป์แจ้งเกิดก็เพราะว่าคนยังรู้จักเขาน้อย อาจจะรู้ว่าเขาร้องเพลงเพราะ แต่งเพลงเก่ง แต่ตัวตนของเขายังไม่มีใครรู้จัก ไม่มีใครคิดว่าเขาจะทำได้ ขณะที่คนอื่นๆ เป็นที่รู้จัก เทียบกับการตลาด คนอื่นก็เหมือนสินค้าที่ถูกวาง Position ไปแล้ว ขณะที่แสตมป์คือสินค้าที่เพิ่งออกสู่ตลาดในระดับแมส”  

 

Blind Audition เสน่ห์ที่รายการอื่นเทียบไม่ได้

กติกาการแข่งขันเป็นองค์ประกอบอีกอย่างที่ทำให้รายการประสบความสำเร็จ โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่รอบแรก Blind Audition การที่ผู้ชมเห็นผู้เข้าแข่งขัน ขณะที่กรรมการนั่งหันหลังได้ฟังแต่เสียง ทำให้ผู้ชมเอาใจช่วยผู้เข้าแข่งขัน พร้อมๆ กับการทำตัวเป็นกรรมการ 

แต่หลังจากนี้เมื่อถึงรอบ Battle ซึ่งใช้โค้ชเป็นผู้ตัดสินแต่เพียงผู้เดียว เป็นรอบที่อาจก่อให้เกิดดราม่าสูง เพราะชะตากรรมของผู้เข้าแข่งขันอยู่ในมือโค้ชแต่เพียงผู้เดียว จนมาถึงรอบ Live ที่ใช้คะแนนโหวตของผู้ชมเป็นตัวตัดสิน ซึ่งไม่ต่างจากรายการแข่งขันร้องเพลงอื่นๆ 

“รายการ The Voice เอาเซอร์ไพรส์มาให้คนดูลุ้นตั้งแต่ต้น รายการจะดังหรือไม่ดังก็รู้กันตั้งแต่ต้นนี่แหละ แต่ถ้าเป็นรายการอื่น อย่าง AF จะเอาเรื่องเซอร์ไพรส์ที่คนคาดไม่ถึงไว้ช่วงท้ายๆ รายการ มีการเอาคนที่ตกรอบไปแล้วโหวตกลับเข้ามาได้ หรืออะไรที่คนดูไม่เคยเจอเปลี่ยนมุกไปเรื่อยๆ ค่อยๆ บิ้วท์ความรู้สึกคน แต่ The Voice นี่เอาเลยตั้งแต่ต้น ซึ่งคนไทยยังไม่เคยเจอแบบนี้”   

 

Social Media สุดยอดการสื่อสาร แต่ยังไม่ใช่ที่สุด 

นอกจากส่วนผสมด้านคอนเทนต์ที่ดีแล้ว การสื่อสารยังเป็นไม้เด็ดที่ทำให้ The Voice เป็นรายการที่มีเรตติ้ง 10.3 ใน กทม. และ6.5 ในต่างจังหวัด สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่นอกจากมองจอโทรทัศน์ ก็ใช้จอคอมพิวเตอร์หรือจอสมาร์ทโฟนไปพร้อมๆ กัน ทำให้ The Voice เป็นรายการที่พอรายการเริ่มต้นขึ้น Timeline ของเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ก็เต็มไปด้วยคอมเมนต์ เกี่ยวกับรายการนี้ ซึ่งประเด็นนี้คือตัวอย่างที่ดีสำหรับนักการตลาด   

“รายการนี้สื่อสารได้อย่างครบวงจร คือ สินค้าหรือว่าบริการของตัวเองเป็นรายการโทรทัศน์แต่ให้โซเชี่ยลมีเดียได้มีความเข้าใจที่ถูกต้อง เช่น รู้ว่า Youtube จะมีลักษณะของการโพสต์คลิปเอาไว้ ขณะที่ทวิตเตอร์ก็เอาคำคมมาพูด อินสตาแกรมก็เป็นรูปสวยๆ”

“จะดีกว่านี้ถ้าหากว่าโค้ชทั้ง 4 คนเล่นทวิตเตอร์ทั้งหมด และมีส่วนเอามาใช้สร้างกระแส การใช้โซเชี่ยลมีเดียสามารถสร้างกระแสได้ทั้งก่อนที่รายการจะมา แต่สิ่งที่เป็นอยู่นี้คือการเอาคอนเทนต์มาผลิตซ้ำ เอาคำพูดมาทวีตซ้ำ ซึ่งมันกระตุ้นได้แค่ช่วงระหว่างรายการ ที่คนดูเยอะอยู่แล้ว หรือเอาคลิปที่ออกอากาศไปแล้วมาโพสต์เพื่อให้คนเอาไปแชร์ต่อ”   

 

ต้นทุนผลิต-ค่าสปอนเซอร์สูงสุดในไทย 

รายการได้รับความนิยมในระดับนี้ ต้นทุนการผลิตรายการสูงไม่แพ้กัน นอกจากค่าลิขสิทธิ์ที่ต้องจ่ายให้กับ  ยังต้องค่าเช่าเวลาที่ต้องจ่ายให้กับช่อง 3 เป็นเงิน 60 ล้านบาท และค่าผลิตรายการเฉลี่ย 15 ล้านบาทต่อ  ออกอากาศทั้งหมด 15 ตอน รวมเป็นเงิน 225 ล้านบาท ตัวเลขระดับนี้ จัดเป็นรายการที่มีต้นทุนผลิตแพงที่สุดในเวลานี้  

ขณะเดียวกัน รายได้หลักมาจากขายโฆษณาให้กับสปอนเซอร์ 8 ราย มีการยืนยันว่า การตั้งราคาสปอตโฆษณาสูงที่สุดในขณะนี้ สูงกว่าละครหลังข่าวซึ่งคิดอยู่ 4.8 แสนบาทต่อนาที ซึ่งแต่ละแพ็กที่ขายให้ของสปอนเซอร์จะมีรายละเอียดต่างกันไป เฉลี่ยประมาณ 20-30 ล้านบาท 

ส่วนรายได้จากการให้ผู้ชมโหวตคัดเลือกผ่าน SMS ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือจะได้ส่วนแบ่ง 50% ที่เหลือจะแบ่งกันระหว่างสปอนเซอร์ เจ้าของลิขสิทธิ์ และทรู 

“รายได้จากการโหวตถือว่าน้อยมาก แทบไม่ได้นำมาคิดอยู่ในโครงสร้างรายได้เลย ค่าผลิตสูงมาก ทำให้ปีแรกทำกำไรได้น้อยมาก แต่สิ่งที่เราอยากได้ก่อนในปีแรก คือความสำเร็จของรายการ” แหล่งข่าวจากทรู กล่าว

 

ศิลปินจะไปต่อได้หรือไม่ ?

ผู้คว้าแชมป์จะได้รับเงินสด 1 ล้านบาท รถยนต์โตโยต้า รุ่นพรีอุส 1 คัน และยังมีรายได้ 4.5 ล้านบาท ตลอด 3  โดยซ็นสัญญาเข้าสังกัดค่ายเพลงยูนิเวอร์แซลมิวสิค ซึ่งเป็นคู่สัญญาของเทาป้าเจ้าของลิขสิทธิ์ จะนำแชมป์ อันดับ 1 และอันดับรอง ไปปั้นให้เป็นศิลปินออกอัลบั้มเพลงต่อไป 

อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วยังมีคำถามว่า The Voice จะเหมือนกับรายการประกวดเพลงส่วนใหญ่ ที่ส่วนใหญ่ผู้เข้าแข่งขันไม่ว่าจะเป็นระดับคว้าแชมป์ หรือรองๆ ลงไปน้อยรายที่จะประสบความสำเร็จเป็นศิลปินได้เต็มตัว ในต่างประเทศเอง เอลตัน จอห์น เองก็เคยออกมาแสดงความเห็นแบบค่อนข้างจะหนักหน่วงถึงรายการประกวดร้องเพลงว่า เป็นทางลัดที่ไม่มีวันสร้างศิลปินที่แท้จริงได้

 

Did you know 

 - ที่มาของจำนวนผู้ผ่านการคัดเลือก 50 คนมาให้โค้ชคัดเลือก เริ่มจากการคัดเลือกผู้สมัคร 4,000 คน จากนั้นทีมงานจะคัดเลือกเลือกจนเหลือ 50 คน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เจ้าของลิขสิทธิ์กำหนด หากต้องการให้ผู้สมัครเหลือ 50 คน จะต้องคัดเลือกผู้สมัครไม่ต่ำกว่า 3 เท่า

- ผู้สมัคร 140 คน จะต้องอเรนจ์ทำนองเพลงใหม่หมดให้เข้ากับสไตล์ของผู้สมัคร

- รายการนี้ผลิตและแสดงสดรอบ Live ที่เซ็นเตอร์พ้อยท์ สตูดิโอ สุขุมวิท 105 ซอยลาซาล  

- ใช้กล้องถึง 14 ตัว ในการถ่ายทำ

- ช่อง 7 เคยคิดที่จะซื้อลิขสิทธิ์รายการนี้มาแล้ว 

Digital TV & Media

ทีประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) มีมติ “ไม่ทบทวน” ตามที่ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอทบทวนมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดให้โครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ภายใน 15 วัน

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

3 ข้อเสนอช่อง 3 ยื้อจอดำ ข้อเสนอที่ช่อง 3 ได้ยื่นเสนอต่อประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)  เพื่อขอทบทวนมติของ บอร์ด กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท.

Consumer Insight

เมื่อยุคที่การ “รีวิวสินค้า” กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดออนไลน์ยอดนิยม ที่หลายสินค้านำมาใช้ เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ที่มักจะเชื่อคำแนะนำจากเพื่อนฝูง และการบอกต่อในโลกออนไลน์มากกว่า “โฆษณา”

อัพเดทล่าสุด ยอดผู้ใช้เฟซบุ้คในไทย 27 ล้านยูสเซอร์ เป็นประเทศที่มีการใช้มากเป็นอันดับ 3 ในกลุ่มอาเซียน รองจากฟิลิปปินส์ 36 ล้านยูสเซอร์ และอินโดนีเซีย 64 ล้านยูสเซอร์

Insight

มาดูกันว่า การมาของ “ไอโฟน 6” ในไทย ที่เผยโฉมในวันที่ 9 กันยายน จะสร้างกระแสความร้อนแรงให้กับตลาดสมาร์ทโฟน รวมทั้งการนำไปทำโปรโมชั่นให้กับสินค้าต่างๆ ได้แค่ไหน

ทำตลาดยุคนี้จะมุ่งขายสินค้าอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องสร้างแบรนด์เลิฟ มัดใจ “คู่ค้า” อย่างแคมเปญล่าสุดของ “โค้ก” มุ่งไปเจาะใจ “ร้านโชว์ห่วย” 250,000 ร้านค้า ที่มีผู้หญิงเป็นเจ้าของ 60%

สำหรับตลาดน้ำอัดลม แพ็คเกจจิ้งถือเป็นปัจจัยสำคัญอีกส่วนหนึ่ง เพราะพฤติกรรมการดื่มน้ำอัดลมของแต่ละคนค่อนข้างแตกต่างกัน ผู้ประกอบการจึงหันมาเล่นกลยุทธ์ไซส์ซิ่งกันมากขึ้น เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคทุกรูปแบบ

Strategic Move

การเข้ามาในไทยครั้งนี้ของสมาร์ทโฟน “วีโก้”จากฝรั่งเศส เป็นความร่วมมือระบริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) ผู้ค้าสินค้าไอทีรายใหญ่ของไทย ได้จับมือลงขันกับบริษัท วีโก้ ฝรั่งเศส ก่อตั้งบริษัทวีโก โมบาย (ประเทศไทย)

หลังจากเปิดตัวไอโฟน 6 มีกำหนดวางขาย 19 กันยายน ใน 9 ประเทศแรก ที่ทำเอาสาวกต้องผิดหวังกันไปแล้ว ปรากฎว่า ประเทศกลุ่มสอง ที่จะได้วางขายไอโฟน ในวันที่ 26 กันยายนนี้ แต่แล้วสาวกไอโฟนต้องผิดหวังอีกครั้ง เมื่อแอปเปิลได้เปิดเผยประเทศกลุ่ม 2 (Tier 2) ที่จะวางจำหน่ายไอโฟน 6 ใน 18 ประเทศ ในวันที่ 26 กันยายนนั้น ไม่มีประแทศไทยติดโผด้วยเช่นกัน

ค่ายทรูนั้น ถือเป็น "บิ๊กทรี" ของผู้ประกอบธุรกิจโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของไทย แต่การมาเป็นที่ 3 ในตลาดมือถือ ทำให้ทรูต้องเร่งขยายลงทุนเครือข่าย เพื่อวิ่งให้ทันคู่แข่งอีก 2 ราย ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก

Social Media Club

เมื่อ “เฟซบุ๊ค” ยังเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คครองความนิยมมาเป็นอันดับแรก บรรดาแบรนด์ต่างๆ จึงต้องมุ่งเน้นทำการสื่อสารบนเฟซบุ๊ค แต่การสื่อสารบนเฟซุบุ๊คไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย "บริษัทแอดยิ้ม ออนไลน์ เอเยนซี่" ได้นำเสนอ แนวทางการ การสร้างคอนเทนต์ที่ดีในเฟซบุ๊ค มีจุดร่วมที่ต้องให้ความใส่ใจ ควรคำนึงถึงในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทางเฟซบุ๊ค

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

Columnist

กระแสการทำตลาดย้อนยุค Retro Marketing / Retro Brand / Retro-Nova Marketing ในปัจจุบันเห็นการทำตลาดย้อนยุค ซึ่งการตลาดเรียกว่า Retro Marketing แต่อาจารย์ขอใช้คำว่า “Marketing Memory” คือการทำการตลาดกับความรู้สึก กับ ความทรงจำ

ALS ย่อมาจาก Amyotrophic Lateral Sclerosis คือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และหลายๆ คนรู้จักโรคนี้ผ่านกิจกรรม “ยอมเปียกเพื่อการกุศล” หรอ “IceBucketChallange” ซึ่งเป็นโครงการรณรงค์ทางสังคมเพื่อระดมเงินบริจาคสมทบมูลนิธิ `Amyotrophic Lateral Aclerosos’ (ALS) หรือ ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อโรค Lou Gehrig’s

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

หนึ่งในกลยุทธในการจัดแสดงเฟอร์นิเจอร์ของ IKEA คือ การจัดทำ “ป็อปอัพ สโตร์” เป็นโชว์รูปเล็กๆ ไปตามย่านการค้า แหล่งนิยมของวัยรุ่น คนทำงาน หรือแม้แต่ใน สนามบิน และโบโก้รถไฟ ทำให้ IKEA จึงขึ้นชื่อในเรื่องการบริหารจัดการพื้นที่ขนาดเล็ก ซึ่งในไทย IKEA ก็เคยเปิด ป็อปอัพ สโตร์ กลางสยามสแควร์มาแล้ว

หนึ่งในฟีเจอร์ที่เป็นไฮไลท์ของ “ไอโฟน 6 ไอโฟน 6 พลัส และ Apple Watch “คือ “Apple Pay” ระบบการชำระเงินเมื่อไปซื้อสินค้าตามร้านค้าต่างๆ โดยใช้ไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัส แตะบนเครื่องในร้านค้านที่เข้าร่วมก็สามารถ “รูดปรื้ด”ซื้อสินค้าได้อย่างง่ายดาย

ตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศจีน มีแนวโน้มในการเพิ่มขึ้นของการใช้สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ขึ้น หรือหน้าจอขนาด 5-7 นิ้ว ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 20% ของจำนวนสมาร์ทโฟนทั้งหมดในปี 2013 และคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

People

คณะกรรมการธนาคารกสิกรไทย ประกาศแต่งตั้ง ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ เป็นรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย ดูแลสายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริกา

หลังจากซีอีโอคนเดิม กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ประกาศแต่งตั้ง กนิษฐ เมืองกระจ่าง รับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร แทน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ. ศ. 2557 เป็นต้นไป

รายงานข่าวจากบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีทค ได้แจ้งว่า “จอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ”ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีผลตั้งแต่วันนี้ (2 กันยายน 2557) เป็นต้นไป

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348