ผ่าปรากฏการณ์ The Voice ดังด้วยเสียง…ออร่าไม่เกี่ยว

ท่ามกลางรายการประเภทประกวดร้องเพลงที่ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด จู่ๆ รายการชื่อสั้นๆ ง่ายๆ ที่ว่า The Voice ก็แทรกตัวขึ้นมาได้ ไม่ใช่เพียงแค่ได้รับความนิยม แต่ยังเป็นที่พูดถึงระดับ "ทอล์กทออฟเดอะทาวน์" ทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ ดังเปรี้ยงปร้างชนิดกำลังกลายเป็น Case Study ของนักการตลาดที่พลาดไม่ได้

The Voice รายการประกวดร้องเพลงที่มีต้นฉบับมาจากประเทศฮอลแลนด์ ออกอากาศครั้งแรกเมื่อปี 2010 มีประเทศต่างๆ ซื้อลิขสิทธิ์มากมายกว่า 40 ประเทศ

ในไทย The voice Thailand บริษัทแพนเทอร์ เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ ในเครือทรูวิชั่นส์ เป็นผู้ซื้อลิขสิทธิ์มาจากบริษัทเทาป้า มีเดีย กรุ๊ป ฮอนแลนด์ และให้ บริษัท “โต๊ะกลม” ในเครือเวิร์คพ้อยท์ ทำหน้าที่ผลิตรายการ ออกอากาศช่วงเย็นวันอาทิตย์ ทางช่อง 3 

เวลานี้ ได้ผ่านจากรอบ “Battle” ซึ่งโค้ชได้คัดเลือกเหลือทีมละ 6 คน เพื่อเข้าสู่รอบ Live Show ที่ผู้เข้าแข่งขันของแต่ละทีมจะต้องประชันเสียงกับสมาชิกของทีมอื่นๆ และผู้ชมทางบ้านจะลงคะแนนโหวตเพื่อเลือกผู้เข้าแข่งขันที่ชื่นชอบให้ผ่านเข้ารอบ เช่นเดียวกับโค้ชเองจะเลือกผู้ที่ผ่านเข้ารอบต่อไปเช่นกัน 

รายการเป็นที่ถูกใจคนดู ตั้งแต่รูปแบบรายการที่แตกต่างไปจากรายการประกวดอื่นๆ คือ การใช้ "โค้ช" ทำหน้าที่คัดเลือกผู้เข้าประกวดแทน "กรรมการ" แทนที่จะเป็นเพียงคนตัดสินอนาคตชี้ถูกชี้ผิดให้กับผู้แข่งขัน ซึ่งบทบาทของโค้ชนี่เอง กติกาส่วนนี้เองที่กลายเป็นหัวข้อสนทนาถกเถียงพูดคุยหลักเกี่ยวกับ The Voice ตามชุมชนออลไน์ หรือออฟฟิศต่างๆ ชนิดให้ความสำคัญไปที่โค้ชพอๆ (หรือมากกว่า) ผู้เข้าประกวดกันเลยทีเดียว อาจจะพูดได้ว่ารายการแทบจะมี "กองเชียร์" และ "กองแช่ง" ของโค้ชมากกว่าผู้เข้าประกวดด้วยซ้ำไป

ในรายการฉบับสหรัฐฯ นั้น โค้ชของรายการจะมีความหลากหลายด้านแนวเพลง มีปูมหลังเรื่องราวส่วนตัวที่น่าสนใจแตกต่างกันไป อดัม เลอวีน นักร้องนำของวง Maroon 5, ศิลปินคันทรีย์ เบลค เชลตัน, หนุ่มผิวสีร่างท้วม ซี โล กรีน ที่ทำงานหลากหลายทั้งแต่งเพลง, เป็นแร็ปเปอร์, โปรดิวเซอร์ และเป็นศิลปินที่มีผลงานดังระดับคว้าแกรมมี่มาแล้ว ส่วน คริสตินา อากีเลรา 

โค้ชของรายการฉบับไทย ทั้ง 4 คน เจนนิเฟอร์ คิ้ม-พรพรรณ ชุนหชัย, ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา, โจอี้ บอย-อภิสิทธิ์ โอภาสเอี่ยมลิขิต และ แสตมป์-อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข ก็ดูเหมือนจะเป็นไปในรูปแบบเดียวกัน แม้จะไม่ได้ถึงขั้นสามารถเทียบเคียงกันได้ตัวต่อตัว แต่ก็มีการกระจายความหลากหลายทั้งในแง่ความถนัดของแนวดนตรีต่างๆ 

The Voice จัดวางตำแหน่งของรายการให้เป็นการประกวดค้นหานักร้องที่มองปัจจัยด้าน "เสียง" เป็นสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงคัดเลือกผู้แข่งขันเข้าทีมของโค้ชแต่ละคนซึ่งเรียกกันว่า Blind Audition ที่ผู้เข้าประกวดจะถูกคัดเลือกจากเสียงร้องเพียงอย่างเดียว ถือว่าเป็นความกล้าฉีกกฎจากรายการประเภทเดียวกัน ที่ให้ความสำคัญกับรูปร่างหน้าตา เสน่ห์ความเป็น "ดารา" มากกว่าทักษะทางด้านการร้องเพลง

รายการจะคัดเลือกกลุ่มผู้เข้าแข่งขันหลากหลาย ไม่ได้จำกัดเฉพาะเด็กหนุ่มสาววัยรุ่นหน้าตาดี แต่เป็นผู้เข้าแข่งขันที่เต็มไปด้วยความแตกต่างทั้งแนวเพลง, ปูมหลัง และไม่จำกัดอายุ แต่ต้องไม่เกิน 60 ปี แม้แต่ (อดีต) นักร้องอาชีพก็สามารถเข้าร่วมประกวดได้ โดยเฉพาะคนธรรมดาสามัญ ที่ไม่ได้มี "ออร่า" แห่งความเป็นดาราใดๆ นอกจากพรสวรรค์ทางเสียงเท่านั้น บางครั้งอาจสร้างเซอร์ไพรส์ได้หากมีปูมหลังน่าสงสารกระตุ้นต่อมน้ำตาของผู้ชม แต่ก็ไม่ได้เป็นตัวละครที่สามารถสร้างกระแส ก่อให้เกิดกลุ่มแฟนคลับจำนวนมากเหมือนรายการประเภทเดียวกัน 

ตัวละครของ The Voice นอกจากไม่ได้ทำให้เกิดอารมณ์ "น่าหมั่นไส้" แต่ยังสร้างอารมณ์ร่วมให้กับคนดูได้เป็นอย่างดี กับการมองดูคนธรรมดาๆ ที่ได้โชว์ความพิเศษในตัวเองให้ทุกคนได้เห็น ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ทุกคนเชื่อกันอยู่ลึกๆ ว่าตัวเองก็อาจมีความพิเศษอะไรบางอย่างอยู่ในตัวเองเหมือนกัน 

เมื่อรายการไม่ได้ดึงดูดคนดูด้วยลูกไม้เดิมๆ อย่างเสน่ห์ความเย้ายวนใจ หรือเรื่องราวดราม่าอันเลยเถิด แต่ในทางตรงกันข้ามการวางตำแหน่งเป็นรายการที่แข่งขันด้วยเสียงร้อง "เพียงอย่างเดียว" ยังสร้างความรู้สึกภาคภูมิใจให้กับผู้ชมทั้งที่ส่งเสียเชียร์ และออกเงินโหวตทุกคนไปในตัวด้วย 

 

จุดอิ่มตัวของคนสวย หล่อ

สำหรับเมืองไทยกระแสของ The Voice อาจเกิดขึ้นเป็นกระแสตีกลับที่คนชื่นชอบกันมากขึ้นไปอีก เพราะระยะหลังรายการประกวดร้องเพลงอื่นๆ ก็ดูจะให้ความสำคัญกับเรื่อง "รูป" เหนือ "เสียง" ชนิดเลยเถิดขึ้นเรื่อยๆ

สมชาติ ลีลาไกรสร ที่ปรึกษาทางการตลาดและผู้เขียนหนังสือ “คิดออกนอกหน้า” ให้ความเห็นว่า รายการ The Voice เองก็เป็นรายการที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศมาตลอด รวมทั้งกระแสรายการเพลงก็เป็นที่นิยมในประเทศไทยอยู่แล้ว แต่ที่ทำให้ The Voice ครองใจคนในช่วงนี้ก็มาจากความอิ่มตัวของรายการประกวดร้องเพลง ที่เลือกจากหน้าตาเป็นองค์ประกอบ ที่มีหลายรายการและมีการประกวดมาหลายปีแล้ว 

ขณะที่กฎเกณฑ์ของรายการก็สร้าง Position และความแตกต่างให้รายการนี้ไม่เหมือนรายการอื่น โดยเน้นที่เสียง ที่แปลกมีเอกลักษณ์ โดยไม่จำกัดอายุ หน้าตา หรือว่าชีวิตส่วนตัวก็ไม่ต้องดราม่าเรียกน้ำตา จึงเป็นเวทีที่รวมคนมีความสามารถ แต่ตกรอบจากรายการอื่นเข้าไว้ด้วยกัน ด้านมุมของผู้ชม ก็รู้สึกว่าตัวเองมีส่วนร่วมกับรายการได้ แถมยังเอาใจช่วยผู้เข้าแข่งขัน 

“ผู้เข้าแข่งขันเป็นคนธรรมดาที่ความจริงแล้วเขาไม่ธรรมดา ทำให้คนดูรู้สึกว่าตัวเองก็เป็นแบบนั้นได้ เข้าถึงได้มากกว่า ก็เลยเชียร์ แล้วคนก็จะคิดว่าคนพวกนี้ไปอยู่ที่ไหนมา แล้วจริงๆ คนที่เป็นคนหน้าตาธรรมดามีจำนวนมากกว่าคนที่ร้องเพลงเพราะ เต้นเก่ง แถมหน้าตาดี” 

 

กรรมการ ส่วนผสมที่ลงตัว

องค์ประกอบที่สำคัญในรายการนี้อีกอย่างก็คือ คาแร็กเตอร์ที่แตกต่างกันของโค้ชทั้ง 4 คน เจนิเฟอร์ คิ้ม ตัวแทนของนักร้องที่มีเสียงคุณภาพ จับกลุ่มเป้าหมายคนที่มีอายุ, โจอี้ บอย นักร้องกลางเก่ากลางใหม่ ที่มีสไตล์ของตัวเอง, ก้อง-สหรัถ อาจไม่เด่นเรื่องเสียง แต่เรื่องของเสน่ห์ด้านภาพลักษณ์ ปิดท้ายด้วย แสตมป์-อภิวัฒน์ ตัวแทนของคนรุ่นใหม่ ที่พูดไม่เยอะแต่ว่าแต่ละประโยคโดนแล้วถูกเอาไปรีทวีตในทวิตเตอร์อยู่ตลอด  

 

แจ้งเกิดแสตมป์

กระแสที่แรงพอๆ กับรายการ คือ โค้ชสแตมป์ ที่สามารถแจ้งเกิดในรายการได้อย่างงดงาม ซึ่งสมชาติมองว่า มาจากส่วนผสมที่ลงตัวของโค้ชทั้ง 4 คน และความสดใหม่ของตัวแสตมป์ “เหตุผลที่แสตมป์แจ้งเกิดก็เพราะว่าคนยังรู้จักเขาน้อย อาจจะรู้ว่าเขาร้องเพลงเพราะ แต่งเพลงเก่ง แต่ตัวตนของเขายังไม่มีใครรู้จัก ไม่มีใครคิดว่าเขาจะทำได้ ขณะที่คนอื่นๆ เป็นที่รู้จัก เทียบกับการตลาด คนอื่นก็เหมือนสินค้าที่ถูกวาง Position ไปแล้ว ขณะที่แสตมป์คือสินค้าที่เพิ่งออกสู่ตลาดในระดับแมส”  

 

Blind Audition เสน่ห์ที่รายการอื่นเทียบไม่ได้

กติกาการแข่งขันเป็นองค์ประกอบอีกอย่างที่ทำให้รายการประสบความสำเร็จ โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่รอบแรก Blind Audition การที่ผู้ชมเห็นผู้เข้าแข่งขัน ขณะที่กรรมการนั่งหันหลังได้ฟังแต่เสียง ทำให้ผู้ชมเอาใจช่วยผู้เข้าแข่งขัน พร้อมๆ กับการทำตัวเป็นกรรมการ 

แต่หลังจากนี้เมื่อถึงรอบ Battle ซึ่งใช้โค้ชเป็นผู้ตัดสินแต่เพียงผู้เดียว เป็นรอบที่อาจก่อให้เกิดดราม่าสูง เพราะชะตากรรมของผู้เข้าแข่งขันอยู่ในมือโค้ชแต่เพียงผู้เดียว จนมาถึงรอบ Live ที่ใช้คะแนนโหวตของผู้ชมเป็นตัวตัดสิน ซึ่งไม่ต่างจากรายการแข่งขันร้องเพลงอื่นๆ 

“รายการ The Voice เอาเซอร์ไพรส์มาให้คนดูลุ้นตั้งแต่ต้น รายการจะดังหรือไม่ดังก็รู้กันตั้งแต่ต้นนี่แหละ แต่ถ้าเป็นรายการอื่น อย่าง AF จะเอาเรื่องเซอร์ไพรส์ที่คนคาดไม่ถึงไว้ช่วงท้ายๆ รายการ มีการเอาคนที่ตกรอบไปแล้วโหวตกลับเข้ามาได้ หรืออะไรที่คนดูไม่เคยเจอเปลี่ยนมุกไปเรื่อยๆ ค่อยๆ บิ้วท์ความรู้สึกคน แต่ The Voice นี่เอาเลยตั้งแต่ต้น ซึ่งคนไทยยังไม่เคยเจอแบบนี้”   

 

Social Media สุดยอดการสื่อสาร แต่ยังไม่ใช่ที่สุด 

นอกจากส่วนผสมด้านคอนเทนต์ที่ดีแล้ว การสื่อสารยังเป็นไม้เด็ดที่ทำให้ The Voice เป็นรายการที่มีเรตติ้ง 10.3 ใน กทม. และ6.5 ในต่างจังหวัด สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่นอกจากมองจอโทรทัศน์ ก็ใช้จอคอมพิวเตอร์หรือจอสมาร์ทโฟนไปพร้อมๆ กัน ทำให้ The Voice เป็นรายการที่พอรายการเริ่มต้นขึ้น Timeline ของเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ก็เต็มไปด้วยคอมเมนต์ เกี่ยวกับรายการนี้ ซึ่งประเด็นนี้คือตัวอย่างที่ดีสำหรับนักการตลาด   

“รายการนี้สื่อสารได้อย่างครบวงจร คือ สินค้าหรือว่าบริการของตัวเองเป็นรายการโทรทัศน์แต่ให้โซเชี่ยลมีเดียได้มีความเข้าใจที่ถูกต้อง เช่น รู้ว่า Youtube จะมีลักษณะของการโพสต์คลิปเอาไว้ ขณะที่ทวิตเตอร์ก็เอาคำคมมาพูด อินสตาแกรมก็เป็นรูปสวยๆ”

“จะดีกว่านี้ถ้าหากว่าโค้ชทั้ง 4 คนเล่นทวิตเตอร์ทั้งหมด และมีส่วนเอามาใช้สร้างกระแส การใช้โซเชี่ยลมีเดียสามารถสร้างกระแสได้ทั้งก่อนที่รายการจะมา แต่สิ่งที่เป็นอยู่นี้คือการเอาคอนเทนต์มาผลิตซ้ำ เอาคำพูดมาทวีตซ้ำ ซึ่งมันกระตุ้นได้แค่ช่วงระหว่างรายการ ที่คนดูเยอะอยู่แล้ว หรือเอาคลิปที่ออกอากาศไปแล้วมาโพสต์เพื่อให้คนเอาไปแชร์ต่อ”   

 

ต้นทุนผลิต-ค่าสปอนเซอร์สูงสุดในไทย 

รายการได้รับความนิยมในระดับนี้ ต้นทุนการผลิตรายการสูงไม่แพ้กัน นอกจากค่าลิขสิทธิ์ที่ต้องจ่ายให้กับ  ยังต้องค่าเช่าเวลาที่ต้องจ่ายให้กับช่อง 3 เป็นเงิน 60 ล้านบาท และค่าผลิตรายการเฉลี่ย 15 ล้านบาทต่อ  ออกอากาศทั้งหมด 15 ตอน รวมเป็นเงิน 225 ล้านบาท ตัวเลขระดับนี้ จัดเป็นรายการที่มีต้นทุนผลิตแพงที่สุดในเวลานี้  

ขณะเดียวกัน รายได้หลักมาจากขายโฆษณาให้กับสปอนเซอร์ 8 ราย มีการยืนยันว่า การตั้งราคาสปอตโฆษณาสูงที่สุดในขณะนี้ สูงกว่าละครหลังข่าวซึ่งคิดอยู่ 4.8 แสนบาทต่อนาที ซึ่งแต่ละแพ็กที่ขายให้ของสปอนเซอร์จะมีรายละเอียดต่างกันไป เฉลี่ยประมาณ 20-30 ล้านบาท 

ส่วนรายได้จากการให้ผู้ชมโหวตคัดเลือกผ่าน SMS ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือจะได้ส่วนแบ่ง 50% ที่เหลือจะแบ่งกันระหว่างสปอนเซอร์ เจ้าของลิขสิทธิ์ และทรู 

“รายได้จากการโหวตถือว่าน้อยมาก แทบไม่ได้นำมาคิดอยู่ในโครงสร้างรายได้เลย ค่าผลิตสูงมาก ทำให้ปีแรกทำกำไรได้น้อยมาก แต่สิ่งที่เราอยากได้ก่อนในปีแรก คือความสำเร็จของรายการ” แหล่งข่าวจากทรู กล่าว

 

ศิลปินจะไปต่อได้หรือไม่ ?

ผู้คว้าแชมป์จะได้รับเงินสด 1 ล้านบาท รถยนต์โตโยต้า รุ่นพรีอุส 1 คัน และยังมีรายได้ 4.5 ล้านบาท ตลอด 3  โดยซ็นสัญญาเข้าสังกัดค่ายเพลงยูนิเวอร์แซลมิวสิค ซึ่งเป็นคู่สัญญาของเทาป้าเจ้าของลิขสิทธิ์ จะนำแชมป์ อันดับ 1 และอันดับรอง ไปปั้นให้เป็นศิลปินออกอัลบั้มเพลงต่อไป 

อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วยังมีคำถามว่า The Voice จะเหมือนกับรายการประกวดเพลงส่วนใหญ่ ที่ส่วนใหญ่ผู้เข้าแข่งขันไม่ว่าจะเป็นระดับคว้าแชมป์ หรือรองๆ ลงไปน้อยรายที่จะประสบความสำเร็จเป็นศิลปินได้เต็มตัว ในต่างประเทศเอง เอลตัน จอห์น เองก็เคยออกมาแสดงความเห็นแบบค่อนข้างจะหนักหน่วงถึงรายการประกวดร้องเพลงว่า เป็นทางลัดที่ไม่มีวันสร้างศิลปินที่แท้จริงได้

 

Did you know 

 - ที่มาของจำนวนผู้ผ่านการคัดเลือก 50 คนมาให้โค้ชคัดเลือก เริ่มจากการคัดเลือกผู้สมัคร 4,000 คน จากนั้นทีมงานจะคัดเลือกเลือกจนเหลือ 50 คน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เจ้าของลิขสิทธิ์กำหนด หากต้องการให้ผู้สมัครเหลือ 50 คน จะต้องคัดเลือกผู้สมัครไม่ต่ำกว่า 3 เท่า

- ผู้สมัคร 140 คน จะต้องอเรนจ์ทำนองเพลงใหม่หมดให้เข้ากับสไตล์ของผู้สมัคร

- รายการนี้ผลิตและแสดงสดรอบ Live ที่เซ็นเตอร์พ้อยท์ สตูดิโอ สุขุมวิท 105 ซอยลาซาล  

- ใช้กล้องถึง 14 ตัว ในการถ่ายทำ

- ช่อง 7 เคยคิดที่จะซื้อลิขสิทธิ์รายการนี้มาแล้ว 

Sections: 

Digital TV & Media

หลังจาก เจ๊ติ๋ม หรือ พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย ใช้มาตรการปิดสวิทช์ทีวีดิจิตอล "ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย" โดยไม่จ่ายค่าประมูลใบอนุญาตออกอากาศทีวีดิจิตอล 2 ช่องของกลุ่มทีวีพูล คือ ช่อง ไทยทีวี และช่องโลก้า งวด 2 ให้กับทาง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ซึ่งครบกำหนดไปเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ในที่สุดกระแสข่าวที่ว่าช่อง 3 เตรียมถอดรายการ “ชิงร้อย ชิงล้าน Sunshine Day ผลิตโดย บริษัทเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด ที่เคยออกอากาศในช่วงบ่ายของวันอาทิตย์ ก็เป็นจริง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2558

PwC (PricewaterhouseCoopers) หนึ่งในเครือข่ายบริษัทผู้ให้บริการด้านการตรวจสอบบัญชี บริการให้คำปรึกษาด้านภาษี และบริการให้คำปรึกษาทางธุรกิจ เปิดเผยถึงผลสำรวจทิศทางอุตสาหกรรมสื่อ และบันเทิงทั่วโลกระหว่างปี 2558-2562คาดการณ์ค่าใช้จ่ายผ่านอุตสาหกรรมสื่อ และบันเทิงของไทยในปี 2562 จะอยู่ที่ 4.3 แสนล้านบาท

Insight

ดาราดังระดับ "ซุปตาร์" แบบมาเดี่ยว อาจไม่เพียงพอในการเรียกความสนใจจากผู้บริโภคยุคนี้ จึงทำให้บรรดาเจ้าของ "แบรนด์" ต้องอาศัยพลังจากโลกออนไลน์และคนดังในกระแส มาประกบคู่ "ฟีเจอริ่ง" ปั้นให้เป็น "พรีเซ็นเตอร์ดูโอ" ดึงความสนใจให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย

ปฏิบัติการชิงไหวชิงพริบระหว่างช่องแอนะล็อกเดิม และช่องทีวีดิจิตอลเกิดใหม่ กับการปรับผังรายการเพื่อชิงเรตติ้ง และฐานคนดู ในสงครามทีวีดิจิตอล

เอเยนซีโฆษณา เตือน ใช้พรีเซ็นเตอร์เปลือง อาจสะเทือนถึงแบรนด์ได้ เมื่อพรีเซ็นเตอร์อาจดังกว่าแบรนด์ แนะใช้ให้ถูกวิธี สตอรีและคอนเทนต์สำคัญกว่า

Consumer Insight

นีลเส็น บริษัทวิจัยด้านการตลาดและสื่อ เปิดเผยถึงผลการสำรวจ Global New Product Innovation ที่ได้เก็บผลสำรวจออนไลน์จากกลุ่มตัวอย่าง 30,000 คน ใน 60 ประเทศ เพื่อที่จะทำความเข้าใจความคิดและทัศนคติของผู้บริโภค ถึงปัจจัยที่จูงใจให้พวกเขาซื้อผลิตภัณฑ์ใหม่

สมาคมแฟรนไชส์ แนะข้อมูลเตือนใจ ก่อนเลือกซื้อแฟรนไชส์ควรพิจารณาจากสิ่งใดบ้าง ไม่ให้ผิดหวัง

ในช่วงปี 2556 - 2557 มีแบรนด์ใหม่ๆ เกิดขึ้นในแวดวงการตลาดกว่า 20,000 แบรนด์ (ที่มา: กรมทรัพย์สินทางปัญญา, 2558) ถึงแม้ว่าจำนวนแบรนด์เกิดใหม่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ผลที่ตามมาคือ ผู้บริโภคส่วนใหญ่มองเห็นการพัฒนาตื่นตัวของแบรนด์ต่างๆ ลดลง แบรนด์ที่เคยเป็นผู้นำ เริ่มเดินบนเส้นทางความสำเร็จเดิมๆ ทำให้แบรนด์มีความหลากหลายแต่ไร้ซึ่งความแปลกใหม่

Strategic Move

ผ่านพ้นครึ่งปีแรกตลาดรถยนต์ในไทยยังหัวทิ่ม ไม่ว่าจะเป็นงานมอเตอร์โชว์ หรือแคมเปญร้อนแรงแค่ไหน สถานการณ์กลับยังคงไม่ดีขึ้น แต่หลายฝ่ายยังมองในแง่ดีเชื่อตลาดครึ่งปีหลังจะกลับมาฟื้นตัวได้ ขณะเดียวกันค่ายรถยังคงเดินหน้าลุย จึงสำรวจความเคลื่อนไหวของค่ายรถล่าสุด ว่าจะมีรถใหม่รุ่นใดบ้าง? ที่เตรียมจะบุกตลาดในช่วงครึ่งหลังของปีนี้...

หลังจากที่ช่องดิจิตอลทีวี “ช่อง 8” ได้ติดลมบนด้วยเรตติ้งรวมเป็นอันดับ 4 อาร์เอสก็รีบเดินหน้าปั้นช่องทีวีดาวเทียมช่องใหม่ “เพลินทีวี” ที่วางโพซิชั่นเป็นสถานีที่เจาะกลุ่มคนรุ่นใหญ่ที่มีอายุ 55 ปี ขึ้นไป

บริษัท กันตาร์ เวิลด์พาแนล จำกัด (KWP) ได้เปิดเผยถึงสำรวจ Brand Footprint ในการสำรวจ 50 แบรนด์ที่มีการตัดสินใจซื้อสูงสุดในไทย โดยได้สำรวจ 10 แบรนด์ดาวรุ่งที่มีอัตราการบริโภคสูงในไทย พบว่า แบรนด์น้ำยาปรับผ้านุ่ม “Downy” คว้าอันดับ 1 จากการเพิ่มจำนวนการตัดสินใจของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 18% ด้วยจำนวนผู้บริโภคตัดสินใจซื้อแบรนด์ (CRP : Consumer Reach Points) Downy 59 ล้านครั้ง

Social Media Club

การออกแบบและขาย “สติ๊กเกอร์” ในแอพพลิเคชั่น “ไลน์” (Line) กลายเป็นเวทีให้นักสร้างสรรค์การ์ตูน หรือ “ครีเอเตอร์” (Creator) เกือบ 4 แสนรายทั่วโลก ทั้งหน้าเก่า หน้าใหม่ มืออาชีพและมือสมัคร แห่นำเสนอผลงาน ขายสร้างรายได้ เป็นอาชีพเสริม และบางคนเติบโตจนกลายเป็นธุรกิจหลัก ทำเงิน “ล้านบาท” ได้ในเวลาไม่ถึงปี

ทำการตลาดออนไลน์ต้องคิดให้รอบคอบ หากพลาดไปนิดเดียวก็กลายเป็น “ดราม่า” ส่งผลกระทบต่อแบรนด์ได้ในทันที เหมือนอย่างกรณีของ ไอศครีมวอลล์

ครบรอบ 1 ปี เป็นที่เรียบร้อยสำหรับโครงการ “ไลน์ ครีเอเตอร์ มาร์เก็ต” ที่ให้ศิลปิน นักวาดภาพได้ส่งผลงานสติ๊กเกอร์เข้าไปขายในไลน์ได้ โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ไลน์ ครีเอเตอร์ มาร์เก็ตได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการออแบบไม่น้อย ทำให้คาแรคเตอร์ ดีไซน์เป็นที่นิยมมากขึ้น

Columnist

การตลาด ฤดูร้อน ต้อง Speed Advantage “ใคร ไว กว่าได้ เปรียบ” ในสมรภูมิ การแข่ง กำลัง ร้อน แรง เหมือนฤดูร้อน

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Trend

 นักออกแบบชาวญี่ปุ่นเปิดตัว เสื้อยืดพิเศษที่สามารถแปรเปลี่ยนสาวอกไข่ดาวให้อวบอึ๋มขึ้นในพริบตา โดยไม่ต้องพึ่งพามีดหมอใดๆ ทั้งสิ้น

แอปเปิล (Apple) เปิดเผยวันวางจำหน่าย Apple Watch อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ผ่านหน้าเว็บไซต์ของตนเอง (www.apple.com/th) พร้อมระบุราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 13,500 บาท สำหรับรุ่น Watch Sport เริ่มต้น 20,500 บาท สำหรับ Watch และเริ่มต้น 395,000 บาท สำหรับ Watch Edition

ในแดนอาทิตย์อุทัยเต็มไปด้วยศิลปินและนักร้อง ตั้งแต่วงไอดอลวัยรุ่น จนถึงนักร้องเพลงพื้นบ้านที่ลูกคอหาใดเทียบเทียม หากแต่ยังมีนักร้องชาวต่างชาติคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในญี่ปุ่น เป็นฝรั่งที่ดังที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ที่ชื่อ“คริส ฮาร์ท”

Global Wrap

การฝึกงานกับแอปเปิล (Apple) แบรนด์อันดับหนึ่งของโลกกำลังกลายเป็นที่กล่าวขวัญในเรื่องของค่าตอบแทนที่สูงจนน่าอิจฉา หลังมีรายงานว่า กลุ่มเด็กฝึกงานของบริษัทได้รับค่าตอบแทนสูงถึง 7,000 เหรียญสหรัฐต่อเดือน (ประมาณ 236,000 บาท) หรือกว่า 80,000 เหรียญสหรัฐต่อปี (ประมาณ 2.7 ล้านบาท) 

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ - นายหลิ่ว ฉวนจื้อ ผู้ซึ่งมักได้รับการขนานนามจากสื่อแดนมังกรเป็น “พ่อทูนหัวแห่งเลอโนโว” ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่เขาก่อตั้งเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน และยังคงยืนหยัดเป็นหนึ่งในความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่สุดของจีนในปัจจุบัน ได้แบ่งปันข้อคิดที่น่าสนใจ 5 ประการฝากถึงนักธุรกิจเพื่อนร่วมชาติ ระหว่างการสัมภาษณ์กับเซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์เมื่อไม่นานนี้

เว็บไซท์ Hotels.com เปิดเผยถึง ดัชนีราคาคลับแซนวิช หรือ The Hotels.com™ Club Sandwich Index (CSI) โดยพิจารณาจากการรับประทานอาหารของโรงแรมทั่วโลก โดยในปีนี้ได้ใช้ชื่อรายงานนี้ว่า CSI 2.0 เนื่องจากได้เพิ่มรายการอาหารอีก 3 รายการ

People

คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับ “วิชัย ทองแตง” มาอย่างดี จากทนายความที่ผันตัว มาสู่การเป็น นักลงทุน จนได้ฉายา พ่อมดตลาดหุ้น หลังจากที่เขาได้ทำการเข้าไปลงทุนในหลายบริษัท และหลากหลายธุรกิจ สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ทำให้ชื่อของวิชัย ทองแตงขึ้นไปอยู่บนทำเนียบมหาเศรษฐีไทยที่ในอันดับที่ 13 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จัดอันดับโดยนิตยสารฟอบส์

ต้องยอมรับว่า ยิ่งแก่ ยิ่งเนื้อหอม สำหรับพระเอกมาดอบอุ่น “ก้อง สหรัถ สังคปรีชา” ที่ปีนี้มีอายุ 47 ปีแล้ว แต่งานพรีเซนเตอร์ยังคงแน่นเอี้ยดไม่น้อยหน้าพระเอกรุ่นใหม่ไฟแรงคนไหน เพราะด้วยลุคที่ หล่อ เท่ส์ สมาร์ท ดูอบอุ่น และชื่อเสียงไม่เสียหาย จึงทำให้ก้อง สหรัถ กลายเป็นที่ถูกตาต้องใจของแบรนด์สินค้าหลายๆแบรนด์

เปิดใจ “อีเจี๊ยบ เลียบด่วน” เจ้าของเพจมาแรงแห่งปี ผ่านการ“โฟนอิน”แบบเจาะลึก เป็นครั้งแรก ในงานสัมมนา ฝ่าวิกฤตพิชิตดราม่าในโลกโซเชียลมีเดีย ซึ่งจัดโดย Position Magazine Online ถึงที่มาของ เพจเล่าข่าว ด้วยสำนวนแสบๆ คันๆ มันๆ จนสร้างยอดไลค์ ทะลุล้านแล้ว

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
เฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348