ผ่ายุทธศาสตร์ เป๊ปซี่เทกโอเวอร์เสริมสุข

ธุรกิจน้ำดำของไทยกำลังเดินมาถึงจุดเปลี่ยนของยุทธศาสตร์ธุรกิจครั้งสำคัญ...

เมื่อเป๊ปซี่เปิดเกมเทกโอเวอร์บริษัทเสริมสุข Bottler ผู้บุกเบิกตลาดในไทยให้กับเป๊ปซี่มายาวนาน เพื่อรวบธุรกิจบรรจุขวดมาอยู่ในมือ หวังว่าการซื้อกิจการครั้งนี้จะเพิ่มความคล่องตัวในการทำงาน ให้ทันกับการแข่งขันมากขึ้น

นับเป็นการเปลี่ยนผ่านอำนาจจากที่เคยอยู่ในมือตระกูลบุลสุข สู่มือของบริษัทแม่ เป๊ปซี่โค อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
ฟากโค้ก ซุ่มจับมือ 3 พันธมิตร ไทยน้ำทิพย์ - หาดทิพย์ - โคคา-โคลา (ประเทศไทย) ที่เคยห่างหายกันมาในช่วงหนึ่ง โค้กจะเดินเกมเหมือนอย่างที่เป๊ปซี่ทำหรือไม่
เดิมพันครั้งนี้จึงต้องจับตา

เปิดบิ๊กดีล

แม้ว่าการเข้าซื้อกิจการจากบริษัทลูกที่อยู่ในท้องถิ่นแต่ละประเทศคืน กำลังเป็นแนวทางสำคัญในการเพิ่มศักยภาพและขยายการเติบโตของบริษัทที่เกิดขึ้นทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาเห็นได้จากธุรกิจรถยนต์ ที่บริษัทแม่ในต่างประเทศขอซื้อกิจการคืนจากบริษัทท้องถิ่นที่บริหารโดยเจ้าของคนไทย

แต่ในธุรกิจน้ำอัดลม ที่ความสำเร็จตลอด 50 กว่าปีที่ผ่านมาขึ้นอยู่กับการบริหารงานของเจ้าของคนไทยเป็นสำคัญ กลับกำลังเจริญรอยตามแนวทางข้างต้น

เมื่อ เป๊ปซี่โค และผู้บริหารของบริษัทย่อยของเป๊ปซี่ในประเทศไทย ร่วมทุนกันในชื่อของบริษัท สตราทีจิค เบฟเวอร์เรจเจส (ประเทศไทย) ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ฯ ทั้งหมดของบริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน)

ราคาเสนอซื้อระบุไว้ที่ 29 บาทต่อหุ้น ซึ่งราคานี้เป็นราคาที่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขบางประการในการทำคำเสนอซื้อ ซึ่งราคาดังกล่าวสูงกว่าราคาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เฉลี่ยย้อนหลัง 90 วัน อยู่ 61%

ฮิว กิลเบิร์ต ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร เป๊ปซี่โค ประจำทวีปเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ที่มาปรากฏตัวในงานแถลงข่าว แทน มร.ซาด อับดุล-ลาตีฟ ซีอีโอ เป๊ปซี่ โค ประจำทวีปเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ให้เหตุผลในการเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดของเสริมสุขว่า เป็นเพราะต้องการมุ่งสร้างการเติบโตระยะยาวของเสริมสุขในประเทศไทย

เป๊ปซี่ ในประเทศไทย เป็นเพียงไม่กี่แห่งทั่วโลกที่ประสบความสำเร็จในฐานะผู้นำตลาดน้ำอัดลม เอาชนะคู่แข่งตลอดกาลอย่าง โคคา – โคลา และนี่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของตลาดน้ำอัดลมในประเทศไทยที่มีต่อเป๊ปซี่โค จนไม่สามารถให้เป๊ปซี่ในประเทศไทยเผชิญกับความเสี่ยง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสภาพตลาดและการแข่งขันได้

ปริญญา กิจจาธนพันธ์ ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด และเป็นหุ้นส่วนคนสำคัญในสตราทีจิส เบฟเวอร์เรจเจส ร่วมกับ ดร.ทรงยศ เรืองสกุลราช ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง บอกว่า การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในตลาดน้ำอัดลมเท่านั้น แต่รวมถึงตลาดเครื่องดื่มบรรจุขวดทั้งหมด

ที่ผ่านมา ปริญญา บอกว่า สภาพตลาดเครื่องดื่มบรรจุขวดเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงให้เห็นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะประเภทเครื่องดื่มที่มีส่วนแบ่งในตลาดอันดับ 4 5 และ 6 ลงมา ที่เริ่มมีการเติบโตให้เห็นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ตามความต้องการของผู้บริโภคที่มากขึ้น เห็นได้ชัดจากสินค้าประเภท Functional Drink ทั้งหลาย โดยมีสินค้าใหม่เข้ามาในตลาดมากถึง 400 – 500 SKU ตลาดเปิดกว้างมากขึ้นและมีความหลากหลายไม่ต่างจากประเทศญี่ปุ่น
ขณะเดียวกัน การแข่งขันระหว่างเครื่องดื่มน้ำอัดลมเองได้ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลังจากปี 2549 เป็นต้นมา ที่ บิ๊กโคล่า น้ำอัดลมไร้กาเฟอีนจากประเทศเปรู ตัดสินใจเลือกประเทศไทย เป็นฐานแห่งแรกในเอเชีย ในขณะที่โคคา – โคลา ก็ได้พยายามสานความสัมพันธ์ระหว่างสามเครือข่าย ประกอบด้วย ไทยน้ำทิพย์ หาดทิพย์ และ โคคา – โคลา (ประเทศไทย) เข้าด้วยกัน

ปริญญา เผยว่า โอกาสในการเติบโตของเครื่องดื่มบรรจุขวดมาถึงแล้ว แต่เป๊ปซี่จะทำอย่างไรให้จับเทรนด์ได้ทัน และออกสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค เพราะพอร์ตสินค้าที่เป๊ปซี่ถืออยู่ในมือมีอีกเป็นจำนวนมาก และครอบคลุมในหลายตลาดเครื่องดื่มบรรจุขวด

รวมทั้งการตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลม โดยเฉพาะความแข็งแกร่งของบิ๊ก โคล่า ในตลาดต่างจังหวัด จนเกิดสภาพป่าล้อมเมืองอย่างเช่นปัจจุบัน

ทั้งหมดเป็นเหตุผลที่ทำให้เป๊ปซี่ โคตัดสินใจมุ่งสร้างการเติบโตในระยะยาวให้กับเสริมสุขในประเทศไทย ด้วยการเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดของเสริมสุข ซึ่งจะทำให้บุคลากรระหว่างเป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง กับเสริมสุข ทำงานเป็นทีมเดียวกันมากขึ้น และจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานเพื่อให้ทันกับเทรนด์ตลาดที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็วแล้ว

แต่หลังจากนั้นคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดถึงความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

สัดส่วนผู้ถือหุ้น เสริมสุข
เป๊ปซี่โค 41.56 % (ถือผ่าน เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง 24.94 % เซเว่น-อัพ เนเธอร์แลนด์ 16.6 %)
ตระกูลโอสถานุเคราะห์ 15 %
ตระกูลบุลสุข 7 %
ผู้ถือหุ้นรายย่อย 36.46 %

ทำไมเป๊ปซี่ต้องไล่ซื้อ Bottler
การเข้าเทกโอเวอร์เสริมสุขแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหรือใหม่สำหรับ PepsiCo แต่อย่างใด
ก่อนที่จะประกาศเจตนาว่าจะซื้อหุ้นจากเสริมสุข เป๊ปซี่ โคได้มีการปรับเปลี่ยนโมเดลการทำธุรกิจในอเมริกาเหนือ ด้วยการซื้อกิจการผู้ผลิต 2 กิจการ คือ เป๊ปซี่ บอทเทิลลิง กรุ๊ป และเป๊ปซี่ อเมริกา ด้วยเงินกว่า 7,800 ล้านดอลลาร์ จนสร้างความประหลาดใจให้กับตลาดไปตามๆ กัน เพราะเป็นการเปลี่ยนลักษณะการดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มน้ำอัดลมในสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผ่านมา โดยนอกจากเป๊ปซี่แล้ว โคคา-โคลา ก็ได้ประกาศซื้อกิจการของบริษัทที่รับช่วงการบรรจุขวดน้ำอัดลมชื่อโคคา-โคลา เอนเตอร์ไพรส์ ซึ่งเป็น Bottler รายใหญ่ที่สุด ดูแลพื้นที่อเมริกาเหนือด้วยเช่นเดียวกัน

โดยนักวิเคราะห์มองว่า ที่มาของการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจทั้งของเป๊ปซี่ และโคคา-โคลา เกิดจากความต้องการที่จะลดต้นทุนการผลิตลงไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อจะได้ไม่ต้องขยับราคาขาย ในภาวะที่วัสดุหรือวัตถุดิบต่างๆ ที่ใช้ในการผลิตน้ำอัดลมขยับราคาสูงขึ้นตามลำดับ แต่ผู้บริโภคไม่อยู่ในสภาวะที่จะจ่ายเงินมากขึ้นได้ ซึ่งก็อาจจะเป็นไปได้ว่า ที่เป๊ปซี่มองการเข้ามามีบทบาทในตลาดที่ตัวเองประสบความสำเร็จมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่างเมืองไทย ในลักษณะเดียวกัน

นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์ ยังเป็นหัวใจสำคัญในการทะลุทะลวงตลาดเพื่อจับกลุ่มผู้บริโภคที่มีพฤติกรรมในการดื่มแตกต่างกัน หรือแม้แต่ผู้บริโภคคนเดียวกัน ที่เลือกดื่มบรรจุภัณฑ์ที่แตกต่างในวาระและโอกาสต่างๆ กันไป

ความหลากหลายของบรรจุภัณฑ์จึงเป็น Key Point อย่างหนึ่ง ดังนั้น Bottler จึงต้องไล่กวดเทรนด์นี้อย่างไม่ลดละ ทั้งสีสัน รูปทรง ขนาด และวัตถุดิบที่ใช้ แต่บางครั้งก็ไม่อาจสนองตอบความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้มากพอ
นอกจากประโยชน์ในธุรกิจน้ำดำแล้ว ยังส่งผลต่อการแตกขยายไปยังน้ำดื่มประเภทอื่นๆ ของเป๊ปซี่ และโค้ก มีโอกาสสัมฤทธิผลได้ดียิ่งขึ้น เพราะที่ผ่านมา Bottler ของทั้ง PepsiCo และ Coca-Cola Co ล้วนแล้วแต่มีผลิตภัณฑ์และแบรนด์ของตนเองจำหน่าย เหมือนกับที่เสริมสุขมีน้ำดื่มคริสตัล คลับโซดา และไทยน้ำทิพย์มีน้ำดื่มน้ำทิพย์
เมื่อกิจการของ Bottler ตกไปอยู่ในมือของ PepsiCo และ Coca-Colac แล้ว ย่อมต้องยกเลิกการจัดจำหน่ายสินค้าเหล่านี้ และหันมาทำโฟกัสตลาดให้กับแบรนด์น้ำดื่มที่ส่งตรงมาจากบริษัทแม่

Digital TV & Media

ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ยังคงเป็นองค์กรที่ลงโฆษณาสูงสุดอันดับแรก ตามมาด้วยโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย และ ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) เจ้าของแบรนด์นีเวีย

บริษัทเอซี นีลเส็น ได้รายงานยอดซื้อสื่อโฆษณาในเดือนกันยายน 2557 พบว่า ยอดยอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 8,651 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกันยายน 2556 มียอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 9,697ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.79%

ทีประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) มีมติ “ไม่ทบทวน” ตามที่ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอทบทวนมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดให้โครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ภายใน 15 วัน

Consumer Insight

หญิงสาว อายุระหว่าง 18-25 ปี ถือว่าเป็น “กลุ่มผู้บริโภคเนื้อหอม” ของนักการตลาดที่ต้องการเจาะตลาดมากเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์สินค้าต่างๆ แล้ว ยังเป็นวัยที่มีอำนาจในการตัดสินใจซื้อสูง และมีอิมแพ็คในการแชร์ข่าวสารของแบรนด์จากการติดโซเชียลมีเดีย แต่สาวๆเหล่านี้ พฤติกรรมที่ยากจะเข้าใจ

เมื่อพฤติกรรมการใช้สื่อหลากหลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน บริษัท ทีเอ็นเอส บริษัทวิจัยการตลาดข้ามชาติ ได้สำรวจพฤติกรรมของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต Connected Life ของไทย พบว่า คนไทยใช้เวลาบนโทรศัพท์มือถือ เข้าอินเทอร์เน็ต ดูทีวี เล่นแท็บเล็ท แต่ให้เวลากับหนังสือพิมพ์ วิทยุ ไม่กี่นาทีต่อวัน

เมื่อยุคที่การ “รีวิวสินค้า” กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดออนไลน์ยอดนิยม ที่หลายสินค้านำมาใช้ เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ที่มักจะเชื่อคำแนะนำจากเพื่อนฝูง และการบอกต่อในโลกออนไลน์มากกว่า “โฆษณา”

Insight

ต้องถือเป็น “จุดเปลี่ยน” ครั้งสำคัญของบริษัทยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย กับการแต่งตั้ง “สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ ขึ้นนั่งในตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร ของบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคข้ามชาติรายใหญ่ ที่มียอดขาย 40,000 ล้านบาทต่อปี ภายใต้ผลิตภัณฑ์ 30 กว่าแบรนด์ที่ทำตลาด เข้าถึงคนไทยทุกครัวเรือน คิดเฉลี่ยแล้วจะมีคนไทยใช้สินค้าของยูนิลีเวอร์อย่างน้อย 3 ครั้งในหนึ่งวัน

แม้ที่ผ่านมาสหพัฒน์ได้เคยออกฟังก์ชั่นนอลดริ้งก์ในแบรนด์ “i-Healti” มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ดูเหมือนว่าตลาดจะไม่หวือหวา มีส่วนแบ่งการตลาดไปได้ไม่ถึง 5% เท่านั้น จากมูลค่าตลาดรวม 7,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง 10% ต่อปี

ในศึกดิจิตอลทีวีอาร์เอสได้ส่งช่อง 8 ลงสมรภูมิไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย ถึงคราวที่อาร์เอสจะต้องลุยศึกในตลาดทีวีเคเบิ้ลและแซทเทิลไลท์ ที่ปัจจุบันครองตลาดถึง 70% จากภาพรวมธุรกิจทีวีทั้งหมดในประเทศไทย โดยอาร์เอสดัน “ช่อง 2” เป็นหัวหอกหลักในการทำตลาด ยังคงใช้จุดแข็งด้านรายการวาไรตี้บันเทิงเรื่องดารา โดยใช้พิธีกรที่มีชื่อเสียงเป็นตัวชูโรงรายการ

Strategic Move

หลังจากค่ายทรูมูฟ ประกาศเปิดจองไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัส ล่วงหน้าวันที่ 24 ตุลาคม ได้ไม่นาน ถัดมาไม่กี่ชั่วโมง ค่ายเอไอเอส ตามมาด้วยดีแทค ได่ประกาศ จำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2557 นี้

หลังจากแชร์ชื่อเล่นคนไทย ในแคมเปญ Share a Coke จนประสบความสำเร็จกันไปแล้ว โค้กยังคงเดินหน้าต่อยอดแคมเปญนี้ต่อไป ด้วยการออกแพ็คเกจจิ้งออกมาต่อเนื่อง อย่างเช่น แคมเปญฟุตบอลโลก และแฟนต้าชิคกี้แพ็ค

หลังจากแอปเปิลได้ประกาศ กำหนดการวางจำหน่ายไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัส ในไทย วันที่ 31 ตุลาคม 2557 ล่าสุด ค่ายทรูมูฟ เอช ประกาศวางจำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus อย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ตุลาคม 2557

Social Media Club

เชื่อว่าหลายคนคงจำคุณลุงฝรั่งคนหนึ่งพร้อมกับเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่พบในกรุงเทพฯ กับคลิปวิดีโอ “BKK 1st Time : ตอนโดนคนไทยด่าครั้งแรก” ด้วยสำนวนที่เป็นกันเองและมีถ้อยคำทะลึ่งเล็กน้อย แต่ทำให้คนดูรู้สึกสนุกและทำให้เกิดการแชร์ต่อไปมากมายบนโลกออนไลน์

Facebook เปิดตัว FBIQ แหล่งข้อมูลแห่งใหม่ที่ช่วยให้นักการตลาดเข้าใจผู้คนที่มีความแตกต่างในแง่ของเจเนอเรชั่น สถานที่อยู่ อุปกรณ์ที่ใช้ และเวลาที่เข้าใช้ ผ่านข้อมูลเชิงลึกและบทวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ

เมื่อ “เฟซบุ๊ค” ยังเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คครองความนิยมมาเป็นอันดับแรก บรรดาแบรนด์ต่างๆ จึงต้องมุ่งเน้นทำการสื่อสารบนเฟซบุ๊ค แต่การสื่อสารบนเฟซุบุ๊คไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย "บริษัทแอดยิ้ม ออนไลน์ เอเยนซี่" ได้นำเสนอ แนวทางการ การสร้างคอนเทนต์ที่ดีในเฟซบุ๊ค มีจุดร่วมที่ต้องให้ความใส่ใจ ควรคำนึงถึงในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทางเฟซบุ๊ค

Columnist

กระแสการทำตลาดย้อนยุค Retro Marketing / Retro Brand / Retro-Nova Marketing ในปัจจุบันเห็นการทำตลาดย้อนยุค ซึ่งการตลาดเรียกว่า Retro Marketing แต่อาจารย์ขอใช้คำว่า “Marketing Memory” คือการทำการตลาดกับความรู้สึก กับ ความทรงจำ

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

7 ปีก่อน เมื่อผู้เขียนกลับจากเมืองจีน หลายคนสงสัยว่าของแปลกๆ อย่างโต๊ะคอมที่แม้นอนบนเตียงก็ยังพิมพ์งานได้ รวมถึงรองเท้าไนกี้รุ่นที่ไม่เคยเห็นในท้องตลาดนั้นข้าพเจ้าได้มาอย่างไร ผู้เขียนจึงตอบไปแค่สั้นๆ ว่า “ช้อปจากเถาเป่า”

การทำอีเว้นท์แจก Sampling สินค้าตัวอย่างคงจะธรรมดาไปแล้วเรียบร้อย ยุคนี้ต้องไฮเทคกว่านั้น ออฟไลน์ หรือออนไลน์ต้องมีครบ

People

การขึ้นนั้งเก้าอี้ใหญ่ของ “สุพัตรา” จึงไม่ธรรมดา เธอเข้าทำงานในยูนิลีเวอร์มา 21 ปี ผ่านทั้งงาน “บู๊ และบุ๋น” ทั้งในไทย และในระดับภูมิภาค

คณะกรรมการธนาคารกสิกรไทย ประกาศแต่งตั้ง ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ เป็นรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย ดูแลสายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริกา

หลังจากซีอีโอคนเดิม กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ประกาศแต่งตั้ง กนิษฐ เมืองกระจ่าง รับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร แทน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ. ศ. 2557 เป็นต้นไป

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348