ผ่ายุทธศาสตร์ เป๊ปซี่เทกโอเวอร์เสริมสุข

ธุรกิจน้ำดำของไทยกำลังเดินมาถึงจุดเปลี่ยนของยุทธศาสตร์ธุรกิจครั้งสำคัญ...

เมื่อเป๊ปซี่เปิดเกมเทกโอเวอร์บริษัทเสริมสุข Bottler ผู้บุกเบิกตลาดในไทยให้กับเป๊ปซี่มายาวนาน เพื่อรวบธุรกิจบรรจุขวดมาอยู่ในมือ หวังว่าการซื้อกิจการครั้งนี้จะเพิ่มความคล่องตัวในการทำงาน ให้ทันกับการแข่งขันมากขึ้น

นับเป็นการเปลี่ยนผ่านอำนาจจากที่เคยอยู่ในมือตระกูลบุลสุข สู่มือของบริษัทแม่ เป๊ปซี่โค อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
ฟากโค้ก ซุ่มจับมือ 3 พันธมิตร ไทยน้ำทิพย์ - หาดทิพย์ - โคคา-โคลา (ประเทศไทย) ที่เคยห่างหายกันมาในช่วงหนึ่ง โค้กจะเดินเกมเหมือนอย่างที่เป๊ปซี่ทำหรือไม่
เดิมพันครั้งนี้จึงต้องจับตา

เปิดบิ๊กดีล

แม้ว่าการเข้าซื้อกิจการจากบริษัทลูกที่อยู่ในท้องถิ่นแต่ละประเทศคืน กำลังเป็นแนวทางสำคัญในการเพิ่มศักยภาพและขยายการเติบโตของบริษัทที่เกิดขึ้นทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาเห็นได้จากธุรกิจรถยนต์ ที่บริษัทแม่ในต่างประเทศขอซื้อกิจการคืนจากบริษัทท้องถิ่นที่บริหารโดยเจ้าของคนไทย

แต่ในธุรกิจน้ำอัดลม ที่ความสำเร็จตลอด 50 กว่าปีที่ผ่านมาขึ้นอยู่กับการบริหารงานของเจ้าของคนไทยเป็นสำคัญ กลับกำลังเจริญรอยตามแนวทางข้างต้น

เมื่อ เป๊ปซี่โค และผู้บริหารของบริษัทย่อยของเป๊ปซี่ในประเทศไทย ร่วมทุนกันในชื่อของบริษัท สตราทีจิค เบฟเวอร์เรจเจส (ประเทศไทย) ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ฯ ทั้งหมดของบริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน)

ราคาเสนอซื้อระบุไว้ที่ 29 บาทต่อหุ้น ซึ่งราคานี้เป็นราคาที่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขบางประการในการทำคำเสนอซื้อ ซึ่งราคาดังกล่าวสูงกว่าราคาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เฉลี่ยย้อนหลัง 90 วัน อยู่ 61%

ฮิว กิลเบิร์ต ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร เป๊ปซี่โค ประจำทวีปเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ที่มาปรากฏตัวในงานแถลงข่าว แทน มร.ซาด อับดุล-ลาตีฟ ซีอีโอ เป๊ปซี่ โค ประจำทวีปเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ให้เหตุผลในการเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดของเสริมสุขว่า เป็นเพราะต้องการมุ่งสร้างการเติบโตระยะยาวของเสริมสุขในประเทศไทย

เป๊ปซี่ ในประเทศไทย เป็นเพียงไม่กี่แห่งทั่วโลกที่ประสบความสำเร็จในฐานะผู้นำตลาดน้ำอัดลม เอาชนะคู่แข่งตลอดกาลอย่าง โคคา – โคลา และนี่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของตลาดน้ำอัดลมในประเทศไทยที่มีต่อเป๊ปซี่โค จนไม่สามารถให้เป๊ปซี่ในประเทศไทยเผชิญกับความเสี่ยง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสภาพตลาดและการแข่งขันได้

ปริญญา กิจจาธนพันธ์ ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด และเป็นหุ้นส่วนคนสำคัญในสตราทีจิส เบฟเวอร์เรจเจส ร่วมกับ ดร.ทรงยศ เรืองสกุลราช ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง บอกว่า การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในตลาดน้ำอัดลมเท่านั้น แต่รวมถึงตลาดเครื่องดื่มบรรจุขวดทั้งหมด

ที่ผ่านมา ปริญญา บอกว่า สภาพตลาดเครื่องดื่มบรรจุขวดเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงให้เห็นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะประเภทเครื่องดื่มที่มีส่วนแบ่งในตลาดอันดับ 4 5 และ 6 ลงมา ที่เริ่มมีการเติบโตให้เห็นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ตามความต้องการของผู้บริโภคที่มากขึ้น เห็นได้ชัดจากสินค้าประเภท Functional Drink ทั้งหลาย โดยมีสินค้าใหม่เข้ามาในตลาดมากถึง 400 – 500 SKU ตลาดเปิดกว้างมากขึ้นและมีความหลากหลายไม่ต่างจากประเทศญี่ปุ่น
ขณะเดียวกัน การแข่งขันระหว่างเครื่องดื่มน้ำอัดลมเองได้ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลังจากปี 2549 เป็นต้นมา ที่ บิ๊กโคล่า น้ำอัดลมไร้กาเฟอีนจากประเทศเปรู ตัดสินใจเลือกประเทศไทย เป็นฐานแห่งแรกในเอเชีย ในขณะที่โคคา – โคลา ก็ได้พยายามสานความสัมพันธ์ระหว่างสามเครือข่าย ประกอบด้วย ไทยน้ำทิพย์ หาดทิพย์ และ โคคา – โคลา (ประเทศไทย) เข้าด้วยกัน

ปริญญา เผยว่า โอกาสในการเติบโตของเครื่องดื่มบรรจุขวดมาถึงแล้ว แต่เป๊ปซี่จะทำอย่างไรให้จับเทรนด์ได้ทัน และออกสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค เพราะพอร์ตสินค้าที่เป๊ปซี่ถืออยู่ในมือมีอีกเป็นจำนวนมาก และครอบคลุมในหลายตลาดเครื่องดื่มบรรจุขวด

รวมทั้งการตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลม โดยเฉพาะความแข็งแกร่งของบิ๊ก โคล่า ในตลาดต่างจังหวัด จนเกิดสภาพป่าล้อมเมืองอย่างเช่นปัจจุบัน

ทั้งหมดเป็นเหตุผลที่ทำให้เป๊ปซี่ โคตัดสินใจมุ่งสร้างการเติบโตในระยะยาวให้กับเสริมสุขในประเทศไทย ด้วยการเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดของเสริมสุข ซึ่งจะทำให้บุคลากรระหว่างเป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง กับเสริมสุข ทำงานเป็นทีมเดียวกันมากขึ้น และจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานเพื่อให้ทันกับเทรนด์ตลาดที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็วแล้ว

แต่หลังจากนั้นคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดถึงความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

สัดส่วนผู้ถือหุ้น เสริมสุข
เป๊ปซี่โค 41.56 % (ถือผ่าน เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง 24.94 % เซเว่น-อัพ เนเธอร์แลนด์ 16.6 %)
ตระกูลโอสถานุเคราะห์ 15 %
ตระกูลบุลสุข 7 %
ผู้ถือหุ้นรายย่อย 36.46 %

ทำไมเป๊ปซี่ต้องไล่ซื้อ Bottler
การเข้าเทกโอเวอร์เสริมสุขแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหรือใหม่สำหรับ PepsiCo แต่อย่างใด
ก่อนที่จะประกาศเจตนาว่าจะซื้อหุ้นจากเสริมสุข เป๊ปซี่ โคได้มีการปรับเปลี่ยนโมเดลการทำธุรกิจในอเมริกาเหนือ ด้วยการซื้อกิจการผู้ผลิต 2 กิจการ คือ เป๊ปซี่ บอทเทิลลิง กรุ๊ป และเป๊ปซี่ อเมริกา ด้วยเงินกว่า 7,800 ล้านดอลลาร์ จนสร้างความประหลาดใจให้กับตลาดไปตามๆ กัน เพราะเป็นการเปลี่ยนลักษณะการดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มน้ำอัดลมในสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผ่านมา โดยนอกจากเป๊ปซี่แล้ว โคคา-โคลา ก็ได้ประกาศซื้อกิจการของบริษัทที่รับช่วงการบรรจุขวดน้ำอัดลมชื่อโคคา-โคลา เอนเตอร์ไพรส์ ซึ่งเป็น Bottler รายใหญ่ที่สุด ดูแลพื้นที่อเมริกาเหนือด้วยเช่นเดียวกัน

โดยนักวิเคราะห์มองว่า ที่มาของการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจทั้งของเป๊ปซี่ และโคคา-โคลา เกิดจากความต้องการที่จะลดต้นทุนการผลิตลงไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อจะได้ไม่ต้องขยับราคาขาย ในภาวะที่วัสดุหรือวัตถุดิบต่างๆ ที่ใช้ในการผลิตน้ำอัดลมขยับราคาสูงขึ้นตามลำดับ แต่ผู้บริโภคไม่อยู่ในสภาวะที่จะจ่ายเงินมากขึ้นได้ ซึ่งก็อาจจะเป็นไปได้ว่า ที่เป๊ปซี่มองการเข้ามามีบทบาทในตลาดที่ตัวเองประสบความสำเร็จมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่างเมืองไทย ในลักษณะเดียวกัน

นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์ ยังเป็นหัวใจสำคัญในการทะลุทะลวงตลาดเพื่อจับกลุ่มผู้บริโภคที่มีพฤติกรรมในการดื่มแตกต่างกัน หรือแม้แต่ผู้บริโภคคนเดียวกัน ที่เลือกดื่มบรรจุภัณฑ์ที่แตกต่างในวาระและโอกาสต่างๆ กันไป

ความหลากหลายของบรรจุภัณฑ์จึงเป็น Key Point อย่างหนึ่ง ดังนั้น Bottler จึงต้องไล่กวดเทรนด์นี้อย่างไม่ลดละ ทั้งสีสัน รูปทรง ขนาด และวัตถุดิบที่ใช้ แต่บางครั้งก็ไม่อาจสนองตอบความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้มากพอ
นอกจากประโยชน์ในธุรกิจน้ำดำแล้ว ยังส่งผลต่อการแตกขยายไปยังน้ำดื่มประเภทอื่นๆ ของเป๊ปซี่ และโค้ก มีโอกาสสัมฤทธิผลได้ดียิ่งขึ้น เพราะที่ผ่านมา Bottler ของทั้ง PepsiCo และ Coca-Cola Co ล้วนแล้วแต่มีผลิตภัณฑ์และแบรนด์ของตนเองจำหน่าย เหมือนกับที่เสริมสุขมีน้ำดื่มคริสตัล คลับโซดา และไทยน้ำทิพย์มีน้ำดื่มน้ำทิพย์
เมื่อกิจการของ Bottler ตกไปอยู่ในมือของ PepsiCo และ Coca-Colac แล้ว ย่อมต้องยกเลิกการจัดจำหน่ายสินค้าเหล่านี้ และหันมาทำโฟกัสตลาดให้กับแบรนด์น้ำดื่มที่ส่งตรงมาจากบริษัทแม่

Consumer Insight

เทเลนอร์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นคนหนุ่มสาวในไทยและมาเลเซีย นิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยเปิดรับและใช้บริการใหม่ๆ บนโทรศัพท์มือถือเร็วกว่ากลุ่มคนรุ่นเดียวกันในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

Insight

ในที่สุด กสทช. ยอมปล่อย ช่อง 3 อนาล็อก ออกอากาศ ผ่านทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวีได้ อ้าง ประกาศ คสช. ฉบับที่ 27/2557

ยุคนี้ ขายเครื่องสำอางค์อย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ต้องให้ลูกค้ามีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ด้วย ทำให้ “ยูทิป” แบรนด์เครื่องสำอางของวัยรุ่น ของค่ายโอสถสภา ที่สามารถ Modernize brand ปรับเปลี่ยนจาก“น้ำยาอุทัยทิพย์” แบรนด์เก่าแก่ มาสู่แบรนด์เครื่องสำอางเจาะใจวัยรุ่นระดับมัธยมอย่างเห็นผลมาแล้ว

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

Strategic Move

นอกจากจะต้องเร่งมือพัฒนา“คอนเท้นท์” เพื่อดึงดูดคนดูแล้ว เรื่องของโฆษณาและประชาสัมพันธ์สำหรับดิจิตอลทีวีก็เป็นเรื่องจำเป็น ล่าสุด “นิวทีวี” ดิจิตอลทีวีของค่ายเดลินิวส์ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด จึงเปิดตัว สติกเกอร์ไลน์ New Boyz (นิวบอยซ์)

แคมเปญชวนบริจาคเงินสุดไวรัลบนโลกออนไลน์ #IceBucketChallengeTH แพร่ขยายเข้าไทยแล้ว โดย 2 ซีอีโอค่ายมือถือของไทย John Eddy Abdullah CEO dtac ตามติดๆ มาด้วยสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO AIS ก็รับคำท้าเช่นกัน

สินค้าหรือบริการยุคนี้ หากต้องการสร้างการรับรู้ให้ถึงกลุ่มคนได้รวดเร็ว การเลือกใช้ ดารา หรือ คนดังมาเป็น “แบรนด์แอมบาสเดอร์” หรือ พรีเซนเตอร์ มาเป็นตัวแทนให้กับแบรนด์ยังเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดยอดนิยมเสมอมา

Social Media Club

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ภูมิทัศน์สื่อ (media landscape) วันนี้เปลี่ยนไปมาก เพราะการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ (new media) อย่างอินเทอร์เน็ต หรือ สื่อสังคมออนไลน์ (social media) ทำให้สื่อมวลชน หรือสื่อยุคเก่าต้องปรับตัวในการทำงานและการสื่อสารเพื่อเข้าถึงมวลชนในลักษณะที่ต้องเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488