พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช สถิตในดวงใจคนไทย

ปี 2550 จะเป็นอีกปีที่มีความหมายและความสำคัญต่อประชาชนคนไทยที่ต้องจดจำไปอีกนาน เนื่องจากเป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 ที่จะถึงนี้

ถ้ายังจดจำภาพเหตุการณ์ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เมื่อประชาชนคนไทยหลายแสนคน พร้อมใจกันสวมใส่ “เสื้อเหลือง” ออกมาชุมนุมที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ถนนราชดำเนิน เพื่อรอรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม

ปรากฏการณ์ลักษณะนี้คงไม่แตกต่างไปจากพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 โดยหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ต่างพร้อมใจกันร่วมทำกิจกรรมรูปแบบต่างๆ เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีที่มีต่อในหลวง

งานเฉลิมฉลองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระชนมายุครบ 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 เชื่อแน่ว่าจะมี “ปรากฏการณ์” ความเป็น “ที่สุด” ที่จะประจักษ์สู่สายตาคนไทย และทั่วโลกอีกครั้ง

สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ การแสดงออกของประชาชนคนไทย นับตั้งแต่งานเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติครบรอบ 60 ปี จนถึงขณะนี้คนไทยส่วนใหญ่ของประเทศยังพร้อมใจกันสวมเสื้อเหลืองเพื่อต้องการแสดงถึงความจงรักภักดีที่มีต่อในหลวง ก็เป็นสิ่งที่สะท้อนให้ได้ว่า ตลอดเวลาที่ครองราชย์ พระองค์ประทับอยู่ในใจประชาชนชาวไทยเสมอมา

พระราชกรณียกิจสำคัญของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีตลอดการครองราชย์ คือความห่วงใยที่ต่อประชาชนชาวไทย ทั้งในยามที่บ้านเมืองเป็นปกติ พระองค์ทรงออกเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่ห่างไกล และพระองค์ยังทรงเป็นผู้ริเริ่ม และคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งด้านการเกษตร พลังงาน ผ่านโครงการพระราชดำริ เพื่อช่วยให้คุณภาพชีวิตของประชากรเหล่านี้ดีขึ้น

แนวคิดสำคัญของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวคือ “ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง” (Sufficiency Economy) เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยทุกระดับตั้งแต่ครอบครัว ชุมชน ตลอดจนใช้เป็นหลักในการบริหารประเทศ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก

ในยามที่ประเทศไทยต้องประสบกับวิกฤติการด้านการเมืองหลายครั้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานแนวทางแก้ปัญหาจนทำให้ไทยผ่านพ้นวิกฤตการณ์มาโดยตลอด รวมถึงกระทั่งวิกฤตทางการเมืองครั้งล่าสุดจากกรณีการตัดสิน “ยุบพรรคการเมือง” ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนความหมายนี้ได้อย่างดี

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์มาแล้ว 60 ปี ผ่านการใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับ ผ่านการปฏิวัติรัฐประหารมา 18 ครั้ง มีนายกฯ ทั้งหมด 24 คน พระองค์ท่านจึงเป็นผู้ที่เข้าใจรัฐธรรมนูญมากที่สุด” อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวในงานสัมมนา “พระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตย” จัดโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สถาบันพระปกเกล้า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม

เมื่อครั้งเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี 2535 ที่ถือเป็นวิกฤตการเมืองของไทยครั้งใหญ่ ทรงโปรดให้ พล.อ.สุจินดา คราประยูร และ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เข้าเฝ้า ส่งผลให้ปัญหาบ้านเมืองที่กำลังลุกเป็นไฟ คลี่คลายลง โดยที่ พล.อ.สุจินดายอมลาออก

“ท่านไม่ได้บอกว่า ใครผิดหรือใครถูก ท่านบอกแต่เพียงหากเป็นอย่างนี้ คนที่แพ้คือ ประชาชน หลังจากนั้น พล.อ.สุจินดา คราประยูร ก็มีสำนึกยอมลาออก” อดีตนายกฯ ย้อนอดีต

รวมทั้งเหตุการณ์ทางการเมืองในปี 2549 ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสผ่านคณะตุลาการศาลปกครองสูงสุดที่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2549 ในเรื่องของมาตรา 7 เรื่องนายกฯ พระราชทาน และให้ศาลร่วมกันคิดและร่วมกันแก้ไขอันเป็นวิกฤตชาติบ้านเมืองขณะนั้น

ล่าสุด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีกระแสพระราชดำรัสแก่คณะผู้บริหารศาลปกครอง นำโดย อักขราทร จุฬารัตน์ ประธานศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการตัดสินคดียุบพรรคการเมืองที่ตุลาการรัฐธรรมนูญ จะมีคำวินิจฉัยในวันที่ 30 พฤษภาคม ที่ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์การเมืองไทย เพราะผลการตัดสินครั้งนี้อาจนำไปสู่วิกฤตการณ์บ้านเมืองของไทยครั้งใหญ่

หากพบว่าพรรคการเมืองมีความผิดและต้องยุบพรรค และผู้บริหารของพรรคการเมือง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแกนนำของพรรค ถูกห้ามลงเล่นการเมือง 5 ปี ผลการตัดสินจะนำไปสู่ความรุนแรง จากกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคการเมือง ที่มีอยู่หลายล้านคนทั่วประเทศ และทำให้บ้านเมืองต้องประสบกับปัญหาความวุ่นวายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อคณะผู้บริหารศาลปกครอง ให้ตระหนักถึงการมีส่วนในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ให้ตัดสินคดียุบพรรคด้วยความรอบคอบ ซื่อตรง ตรงไปตรงมา สะท้อนถึงความห่วงใยที่มีต่อประชาชน จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้สถานการณ์ที่กำลังเข้าขั้นวิกฤตได้คลี่คลายลง

เหตุการณ์ครั้งนี้ ยังได้รับสนใจจากสื่อต่างประเทศ เช่น สำนักข่าว เอเอฟพี ออกรายงานข่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงช่วยแก้ปัญหาวิกฤตการเมืองไทย ระบุถึงการออกมาตอบรับกระแสรับสั่งจากผู้ที่เกี่ยวข้องจากพรรคการเมืองที่ต้องถูกตัดสิน และในฟากของรัฐบาลว่าจะไม่มีการเผชิญหน้า หรือต่อสู้กับการตัดสิน

นับเป็นอีกวิกฤตการณ์ทางการเมืองไทยที่ต้องมาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญ และสะท้อนถึงความห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อปวงชนชาวไทย ได้พระราชทานแนวทางแก้ปัญหา เพื่อให้ไทยพ้นวิกฤตการณ์ได้อีกครั้ง

ด้วยพระบารมีพระองค์บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงใยประชาชน และคลี่คลายวิกฤตการณ์บ้านเมือง พระองค์จึงเป็นที่พึ่งของคนไทยที่สถิตอยู่ในใจคนไทยตลอดกาล

พระราชประวัติโดยย่อ

- พระราชสมภพเมื่อวันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470ณ เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

- พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 ขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมพรรษา 18 พรรษาเศษ

- ทรงเสด็จขึ้นสู่พระราชพิธีอภิเษกสมรส เมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2493 กับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ธิดาของกรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ และหม่อมหลวงบัว กิติยากร ต่อมาวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นสู่พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

- พระราชพิธีบรรพชาอุปสมบทของในหลวง เมื่อวันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2499
ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และ ณ พระอุโบสถพระพุทธรัตนสถาน ในพระบรมมหาราชวัง

ตราสัญลักษณ์ 80 พรรษา

ตราสัญลักษณ์ 80 พรรษา ออกแบบโดยใช้ตราสัญลักษณ์มีพระราชลัญจกร รัชกาลที่ 9 โดยมีพระมหาพิชัยมงกุฎ พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร และพระเศวตฉัตร ที่หมายถึงเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์ ด้านล่างมีเลขไทย 80 และเพชร 80 เม็ด พร้อมแถบแพรสีชมพู หมายถึง สีอายุตามโหราศาสตร์ทักษาพยากรณ์ ตรงกับวันอังคารของพระองค์ ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้เขียนดอกพิกุลทอง 5 ดอก ดอกพิกุลเงิน 4 ดอก เพิ่มเติมที่แท่นแปดเหลี่ยมรองรับพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ ที่มีความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์

Consumer Insight

ยอดจำหน่ายพีซีในประเทศไทยในปี 2556 มีการหดตัวในระดับตัวเลขสองหลัก นับเป็นครั้งแรกในตลอดช่วงระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา โดยลดลงทั้งในส่วนของตลาดโน๊ตบุ๊คและเดสท๊อปอย่างมาก

ในยุคดิจิตอลที่สมาร์ทโฟนกำลังครอบคลุมพื้นที่การใช้งานอยู่ทั่วทุกมุมโลก แต่เชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอีกต่อไปแล้ว ภาพของพ

เด็กวัยรุ่นยุคนี้ ติดหนึบออนไลน์ ดูหนังฟังเพลงบนยูทิวบ์ แชร์และส่งคลิป เล่นโซเชียลมีเดีย หาข้อมูลสินค้า ตามเซเลบบนอินสตราแกรม มาดูกันว่า แบรนด์ จะต้องทำอย่างไรจึงจะโดนใจ

Insight

จากหนังสือการ์ตูน สู่สติกเกอร์ไลน์ การเดินทางของการ์ตูนไทยที่ผันตัวจากโลกใบเก่ามาสู่โลกดิจิตอล เป็นกรณีศึกษาให้กับคนไทยที่อยากขาย “สติกเกอร์ผ่านไลน์” ควรทำอย่างไร

ปั้นยังไงให้กลายเป็น “ฟีเวอร์” เกม “คุกกี้รัน” ที่ไลน์ยอมทุ่มงบอัดฉีดการตลาดทุกกระบวนท่า ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ออกแคมเปญชิงรถ จับมือพันธมิตรสร้างยอดขยายฐานลูกค้า ปูทางพลิกจากแชตแอปพลิเคชั่น ไปสู่การเป็นผู้สร้างแพลตฟอร์มบนมือถือ

หลายครั้งที่ อาจารย์ ได้ยิน คำว่า ปฏิรูป การศึกษา ไทยพูดกัน บ่อย พูดกันจนชิน พูดกันมานาน และไม่ ทราบ ว่า ปฏิรูปแบบไหน ที่เรียก ว่า ปฏิรูป และต้อ ปฏิรูปมากน้อยแค่ไหน

Strategic Move

เชื่อว่าการทานข้าวนอกบ้านในสมัยนี้ ไม่มีใครไม่แชร์รูปลงโซเชียลเน็ตเวิร์กอีกต่อไป อย่างน้อยต้องมีการเช็กอิน ถ่ายรูปอาหาร หรือถ่ายรูปตอนทานอาหารแล้วแชร์ลงในโซเชียลมีเดียของตนเอง การทำการตลาดผ่านช่องทางนี้จึงเป็นช่องทางใหม่ที่นักการตลาดให้ความสำคัญมากในตอนนี้ เพราะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

ท่ามกลางกระแสของดิจิตอลทีวีที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างเริ่มเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกันแล้วไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสถานี ผู้ผลิตรายการ มีเดียเอเยนซี่ ในฟากของผู้เก็บข้อมูลของผู้ชมรายการอย่างนีลเส็น ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในการวัดความนิยมในรายการหรือเรตติ้งเช่นเดียวกัน

ใกล้คลอดเต็มที่ “เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่” โครงการระดับ “ลักชัวรี่ รีเทล ของกลุ่มเซ็นทรัล มีกำหนดเปิดในวันที่ 8 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ชาติ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ โครงการเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลจิราธิวัฒน์ วัย 39 ปี ที่รับงานระดับบิ๊กโปรเจค จึงต้องนัดแถลงข่าวเล่าความคืบหน้าให้สื่อมวลชนได้ฟังกัน

Global Trend

การทำโฆษณาบนป้ายบิลบอร์ดอันแสนแพง โดยแบบที่มีแค่โปรดักส์ กับชื่อแบรนด์อย่างเดียว ดูท่าจะหมดยุคไปแล้ว สมัยนี้ต้องเน้นไอเดีย และความแตกต่างเข้าว่า ถึงจะโดนใจผู้บริโภค

Snicker เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขยันทำแคมเปญไวรัลบนโลกออนไลน์อย่างมาก ซึ่งบางแคมเปญก็ได้ผล แต่บางแคมเปญก็ได้รับผลวิพากย์วิจารณ์ในด้านลบมากเช่นกัน

เมื่อปีที่ผ่านมาคงได้เห็นแบรนด์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่าง Burger King สร้างความประหลาดใจแก่ผู้บริโภคไม่น้อย โดยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Fries King พร้อมทั้งเปลี่ยนโลโก้ รวมทั้งป้ายหน้าร้าน เพียงเพื่อจะโปรโมทโปรดักส์เฟรนช์ฟรายส์สูตรใหม่ของทางร้าน

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Social Media Club

หลังจากค่ายการ์ตูนไทย “บรรลือสาส์น ทำสติ๊กเกอร์“ขายหัวเราะ” วางขายใน “ไลน์”จนมียอดโหลดทะลุ 150,000 ไปแล้ว ล่าสุด ไลน์ได้เปิดตัว สติ๊กเกอร์การ์ตูนบ่นบ่น หรือ “Bonbonmonja’s Daaily Life

สาวกไลน์เตรียมเฮ เมื่อไลน์เปิดตัว LINE Creators Market เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปครีเอตสติ๊กเกอร์เป็นของตัวเอง แล้วนำมาขายใน LINE Store ได้แล้ว!

ชื่อของ “โต้วป้าน (Douban, 豆瓣) ”ที่แฟนประจำคอลัมน์นี้คงคุ้นหูอยู่บ้าง เพราะปีก่อนเราเคยเขียนถึงในหัวข้อ “Douban เต็งหนึ่งอาณาจักรบันเทิงไฮเทค แห่งแดนมังกร”

People

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ผ่าโมเดล 2 รายการในโลกออนไลน์ “เสือร้องไห้” กับคลิปเด็ด ประวัติศาสตร์การแดนซ์ของไทย แชร์กระจายด้วยยอด 4 แสนวิว และคลิปสไตล์ “มัน ฮา เกรียน” แบบ “เฟ็ดเฟ่” ที่กำลังฝ่าคลื่นดิจิตอล แจ้งเกิดคลิปที่โดนใจวัยรุ่นไปเต็มๆ

ดังได้ใจ “เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข” กับบทบาทคุณชายพุฒิภัทร แห่งวังจุฑาเทพ ละครดังที่ผลักดันหนุ่มน้อยคนนี้โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน จนกลายเป็นกระแส “เจมส์ จิ” ถูกนำไปเทียบกับซุปตาร์ดังอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” แถมแบรนด์ดังยังรุมตอมคว้าไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วยค่าตัวหลัก 10 ล้านอัพ

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488