พระผู้เป็นพลังของแผ่นดิน

ถอดความจากนิตยสาร TIME ฉบับประจำวันที่ 27 พฤษภาคม 2509

ในช่วงเวลาที่ประเทศเพื่อนบ้านรอบข้างของไทย (ในปี 2509) กำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากคอมมิวนิสต์ ความยากจน ความทุกข์ยาก ความไม่รู้หนังสือ การปกครองที่ล้มเหลว และการล่มสลายของความรู้สึกของการเป็นชาติ

แต่ประเทศไทยกลับโดดเด่นอยู่เหนือปัญหาทั้งปวง ที่ชาติเพื่อนบ้านที่รายล้อมไทย กำลังเผชิญอยู่

เพราะไทยมีสิ่งที่หายากและมีค่า นั่นคือ เสถียรภาพทางการเมือง แต่สิ่งที่หายากยิ่งกว่า และมีค่ายิ่งไปกว่า และไทยก็มีเช่นกัน คือ ความรู้สึกที่คนไทยรู้สึกว่าตนเป็นคนไทย และเป็นของประเทศไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดจากพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ภูมิพลอดุลยเดช

ถึงแม้ว่าอำนาจของกษัตริย์ไทยตามระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ จะสิ้นสุดลงด้วยฝีมือของทหาร จากการปฏิรูปการปกครองแผ่นปี 2475 และหลังจากนั้น ไทยก็มีผู้นำประเทศที่มาจากกองทัพหลายต่อหลายคน ซึ่งน่าจะทำให้กษัตริย์และทหารของไทย เป็นเหมือนขั้วอำนาจที่อยู่ตรงข้ามและขัดแย้งกัน

แต่พระมหากษัตริย์กษัตริย์ของไทยกลับทรงมีพระปรีชาสามารถอย่างยิ่ง ในการทรงประสานกับทหาร และสร้างความสมดุลระหว่างอำนาจทั้งสองได้ในแบบของไทยเอง ซึ่งทำให้เกิดความราบรื่นในการปกครองประเทศของรัฐบาล

ความรู้สึกของการเป็นชาติของคนไทยนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ไทยไม่เคยตกเป็นอาณานิคมของใครติดต่อกันเกือบ 7 ศตวรรษ ซึ่งต่างจากชาติเพื่อนบ้านที่รายล้อมอยู่ แต่ที่สำคัญ เป็นเพราะการที่ไทยมีสถาบันพระมหากษัตริย์ และฐานะของพระมหากษัตริย์ไทย ได้รับการตอกย้ำด้วยความเชื่อในเชิงเทววิทยาของศาสนาพุทธ ซึ่งยกย่องกษัตริย์เป็นสมมติเทพ และเชื่อว่า ทรงมีบุญญาธิการและพระบารมีเหลือล้น ที่สั่งสมมาแต่อดีตชาติ จึงทรงเป็นที่เคารพเทิดทูนและสักการะบูชาของคนไทยทั้งปวง

ในยุคที่สถาบันกษัตริย์ในโลกนี้ ดูเหมือนจะกลายเป็นสิ่งที่ล้าสมัยไปแล้ว และพระปรีชาสามารถของกษัตริย์ก็ได้ถูกลืมเลือนไป แต่ประเทศไทยกลับโชคดี และเป็นโชคดีของโลกเสรีด้วย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชของไทย ไม่ได้ทรงเพียงตั้งพระทัยที่จะทรงเป็นกษัตริย์ที่ดีเท่านั้น หากแต่ยังทรงถือเป็นพระราชภาระ ที่จะทรงหล่อหลอมประเทศไทยขึ้นใหม่ ซึ่งไทยจัดเป็นประเทศที่เพิ่งจะเกิดใหม่ในสมัยนั้น

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ซึ่งมีอายุยืนยาวมา 184 ปีแล้ว (เมื่อปี 2509) ทรงเป็นกษัตริย์พระองค์แรกในโลก ที่ประสูติในสหรัฐ ที่โรงพยาบาล Cambridge มลรัฐ Massachusettes โดยทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ 5 ธันวาคมปี 2470 ในขณะที่พระบรมราชชนก คือเจ้าฟ้ามหิดล ซึ่งเป็นพระยศในขณะนั้น ทรงศึกษาทางการแพทย์อยู่ที่มหาวิทยาลัย Harvard

ชีวิตในวัยทรงพระเยาว์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใช้ชีวิตในบรรยากาศของชานเมืองใน Brookline รัฐ Massachusetts หลังจากพระบรมราชชนกเสด็จสวรรคตในเวลา 2 ปีต่อมา สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จพระราชชนนี ได้ทรงนำพระราชโอรสธิดาทั้ง 3 พระองค์ เสด็จนิวัติประเทศไทย

แต่หลังจากเกิดการปฏิรูปการปกครองปี 2475 สมเด็จศรีนครินทราบรมราชชนนีได้ทรงอพยพพระราชโอรสและพระราชธิดา เสด็จฯ ออกห่างจากความไม่แน่นอนในประเทศไทย ไปประทับยังเมืองโลซาน สวิตเซอร์แลนด์ ที่ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเติบใหญ่และทรงศึกษาที่โรงเรียน Ecole Nouvelle de Chailly โดยทรงศึกษาทั้งภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมัน

ในปี 2488 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทรงมีพระชนมายุเพียง 20 พรรษา ได้เสด็จกลับประเทศไทย เพื่อทรงรับสถาปนาเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์จักรี หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 ทรงสละราชสมบัติ

แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเสด็จสวรรคต หลังจากทรงครองราชย์ได้เพียง 6 เดือน ดังนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งทรงเป็นพระอนุชา และขณะนั้นทรงมีพระชนมายุเพียง 18 พรรษา ทั้งยังทรงเป็นน้องเล็กของครอบครัว ที่ยังทรงโปรดปรานความสนุกสนามตามประสาวัยรุ่น จึงกลับต้องทรงขึ้นครองราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ของไทย สืบต่อจากพระเชษฐา

การที่ทรงใช้ชีวิตวัยรุ่นอยู่ในยุโรป ทำให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงโปรดปรานดนตรีแจ๊ซ ภาพยนตร์เขย่าขวัญของ Hitchcock และทรงโปรดปรานความเร็วของการขับรถ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ บนถนนสายหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์ และเกือบต้องสูญเสียพระเนตรข้างหนึ่ง

พระองค์เคยทรงศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ ก่อนที่จะเสด็จฯ ขึ้นครองราชย์ในปี 2489 หลังจากเสด็จฯ ขึ้นครองราชย์แล้ว ได้เสด็จฯ กลับไปยังสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อทรงศึกษาต่อให้จบ แต่ได้ทรงเปลี่ยนสายจากวิทยาศาสตร์ไปเป็นกฎหมาย แต่ก็ไม่ได้ทรงละทิ้งสิ่งที่ทรงโปรดปราน อย่างเช่นการถ่ายภาพ ดนตรี และรถยนต์ ทรงสามารถเล่นเครื่องดนตรีได้ทั้งกลอง เครื่องเป่าและเปียโน และยังทรงพระราชนิพนธ์เพลงเต้นรำ ทั้งในแบบเพลงสากลและเพลงไทย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพบกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เป็นครั้งแรกที่กรุงปารีส ในขณะที่หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์มีอายุเพียง 14 ปี และพระบิดาทรงเป็นเอกอัครราชทูตไทยที่กรุงปารีส หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ก็โปรดปรานดนตรีเช่นเดียวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เมื่อเสด็จฯ กลับไปยุโรปหลังจากที่ทรงขึ้นครองราชย์แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงสานต่อความสัมพันธ์กับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ผู้ทรงสิริโฉมงดงาม และทั้งสองพระองค์ทรงอภิเษกสมรสในเดือนเมษายนปี 2493 หนึ่งเดือนก่อนที่มีพระราชพิธีราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างเป็นทางการ

การครองราชย์ในช่วงต้นรัชกาล ผ่านไปอย่างเงียบสงบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ต่างทรงโปรดการเขียนภาพ และภาพเขียนฝีพระหัตถ์บางภาพถูกอัญเชิญไปประดับในพระราชวังสวนจิตรลดา

นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงใช้เวลาในช่วงต้นรัชกาลนี้ ฝึกฝนทักษะการเล่นแซ็กโซโฟน และพระปรีชาสามารถในด้านการพระราชนิพนธ์เพลง ซึ่งทรงมีพรสวรรค์อยู่แล้ว จนถึงขั้นสมบูรณ์ที่สุด และเพลงพระราชนิพนธ์ Blue Night ได้ถูกอัญเชิญไปประกอบละคร Broadway เรื่อง Peep Show ของ Mike Todd ซึ่งแสดงในปี 2493

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติตามโบราณราชประเพณี โดยทรงออกผนวชในปีที่ 10 ของรัชกาลของพระองค์ และทรงออกรับบิณฑบาตในตอนรุ่งสาง เช่นเดียวกับพระสงฆ์ทั่วไป

บททดสอบพระปรีชาสามารถในฐานะพระมหากษัตริย์ของไทยบทแรก ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเผชิญ เกิดขึ้นในปี 2500 เมื่อจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ได้เข้ายึดอำนาจการปกครอง และขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ทรงมีท่าทีสนับสนุนจอมพลสฤษดิ์ ซึ่งทำให้จอมพลสฤษดิ์ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ และท่านยังพบว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแม้จะยังทรงพระเยาว์ แต่ทรงมีพระสติปัญญาและพระปรีชาสามารถ มากเกินกว่าที่จะทรงเป็นเพียงพระประมุขในเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น

เมื่อศาลโลกตัดสินให้เขาพระวิหารตกเป็นสิทธิ์ของกัมพูชา จอมพลสฤษดิ์มีทีท่าที่จะไม่ยอมส่งมอบเขาพระวิหารให้แก่กัมพูชา แต่เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสว่า คำตัดสินของศาลโลกควรได้รับการเคารพ จอมพลสฤษดิ์ก็เชื่อฟังพระองค์แต่โดยดี

ในช่วงเวลาแห่งการปกครองประเทศไทยของจอมพลสฤษดิ์ ท่านได้ทำงานใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจของไทยให้เจริญรุ่งเรือง และมีการจัดทำโครงการพัฒนามากมายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน ซึ่งกำลังถูกภัยคอมมิวนิสต์คุกคามอย่างหนักในขณะนั้น

“ไทม์” ตั้งข้อสังเกตว่า ในขณะที่จอมพลสฤษดิ์มีภรรยามากมาย แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกลับทรงเคร่งครัดในแนวทางของการมีคู่เพียงคนเดียว และทรงมีสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น ซึ่งนอกจากจะตรงข้ามกับจอมพลสฤษดิ์แล้ว ยังอาจนับได้ว่าเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ สำหรับพระมหากษัตริย์ของไทย ซึ่งเคยทรงมีพระมเหสีและพระชายาหลายพระองค์ นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงเป็นพุทศาสนิกชนที่ทรงประพฤติปฏิบัติตามหลักพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด

ในสมัยที่จอมพลถนอม กิตติขจรเป็นนายกรัฐมนตรีต่อจากจอมพลสฤษดิ์ “ไทม์” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ ต่างทรงอุทิศพระองค์ปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ ที่ล้วนเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต ความเป็นอยู่และความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าของคนไทย และทรงใช้โอกาสทุกโอกาสที่มี ในการแสดงพระองค์ในฐานะที่ทรงเป็นพระประมุขของประเทศไทย เพื่อให้โลกได้รู้จักประเทศไทยและความก้าวหน้าในด้านต่างๆ ของไทย ไม่ว่าจะเป็นการเสด็จฯ เปิดเขื่อนใหม่หรือทางหลวงสายใหม่ การที่ทรงเข้าร่วมในพระราชพิธีแรกนาขวัญ ซึ่งเป็นพิธีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาแต่โบราณ หรือทรงรับการถวายช้างเผือก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้ทุกโอกาสเหล่านี้ ในการเน้นย้ำให้เห็นถึงมรดกทางวัฒนธรรม ที่มีอยู่อย่างล้นเหลือของไทย และเพื่อแสดงเห็นถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนไทยทั้งชาติ จึงไม่แปลกเลย ที่คนไทยทุกบ้านล้วนมีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ไว้เทิดทูนบูชา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงพระวิริยะอุตสาหะอย่างยิ่งในการสร้างชาติให้เป็นหนึ่งเดียว โดยทั้งสองพระองค์เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎรในท้องถิ่นทุรกันดารอันห่างไกลของประเทศไทยอยู่มิได้ขาด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่โปรดทรงขับรถจี๊ปส่วนพระองค์ โดยมีสมเด็จพระนางเจ้าฯ ตามเสด็จฯ โดยทรงมีห่อพระกระยาหารกลางวันของทั้งสองพระองค์ อยู่ในกระเป๋าที่ทรงสะพายอยู่บนพระปฤษฎางค์

และในการเสด็จฯ ท้องถิ่นทุรกันดารเพื่อทรงเยี่ยมราษฎรนี้ “ไทม์” รายงานว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ คงจะทรงเป็นสมเด็จพระราชินีผู้ทรงพระสิริโฉม เพียงไม่กี่พระองค์ในโลกนี้ ที่ทรงฉลองพระองค์อย่างง่ายๆ และทรงฉลองพระบาทรองเท้าผ้าใบยาง ได้อย่างสวยงามและน่ารัก โดยที่ยังทรงสามารถติดอยู่ในอันดับสตรีผู้แต่งกายดีเด่นของโลก อย่างไม่เปลี่ยนแปลง

ในการเสด็จฯ เยือนพสกนิกรในท้องถิ่นทุรกันดารครั้งหนึ่ง ทั้ง 2 พระองค์ต้องทรงพระดำเนินเป็นระยะทางหลายกิโลเมตรระหว่างหมู่บ้านต่อหมู่บ้าน เพื่อทรงนำอาหารและยาไปพระราชทานต่อชาวไทยภูเขาเผ่าต่างๆ ที่ปลูกฝิ่นเป็นอาชีพหลัก และมักตกเป็นเป้าหมายการครอบงำของคอมมิวนิสต์ แต่การเสด็จฯ เยือนราษฎรชาวไทยภูเขา ได้ทรงทำให้หัวหน้าเผ่าชาวเขาเหล่านั้น รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น และเทิดทูนเหรียญเงินพระราชทานเหรียญเล็กๆ ที่ได้รับพระราชทานจากพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ ว่าเป็นสิ่งที่สูงค่ายิ่งกว่าสิ่งอื่นใด และรู้สึกภาคภูมิใจว่า ตัวเองก็เป็นคนไทยคนหนึ่ง

ในยามว่างจากพระราชกรณียกิจที่แสนหนักหน่วงนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดงานอดิเรกที่หนักหน่วงไม่แพ้พระราชกรณียกิจ ทรงสร้างเรือใบขนาดยาว 13 ฟุต ซึ่งทรงแล่นมันไปทั่วอ่าวไทย โดยใช้เวลาถึง 16 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังทรงประดิษฐ์คิดค้นเครื่องมอเตอร์เรือด้วยพระองค์เอง รวมทั้งทรงต่อเครื่องเฮลิคอปเตอร์ด้วย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยตรัสว่า “ความแข็งแกร่งของไทยอยู่ที่ความรู้สึกรักชาติของคนไทย” และบรรดาผู้นำการเมืองของไทย (ในขณะนั้น) ก็ตระหนักแน่แก่ใจดีว่า พระมหากษัตริย์หนุ่มพระองค์นี้ เปรียบประดุจสมบัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ทั้งของคนไทยและของประเทศไทย***

Consumer Insight

บริษัท นีลเส็น ได้รายงานผลการซื้อสื่อโฆษณาระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2557 พบว่า ยอดซื้อสื่อทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ แมกกาซีน โรงภาพยนตร์ สื่อนอกบ้าน สื่อในห้างสรรพสินค้า รวมทั้งสื่ออินเทอร์เน็ต มีมูลค่ารวม 49.738 ล้านบาท โดยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2556 พบว่า ติดลบ 9.38%

บริษัท PwC Consulting (ประเทศไทย) คาดการใช้จ่ายผ่านสื่อและบันเทิงของไทยในปี 2561 จะมีสูงกว่า 4.3 แสนล้านบาท ขณะที่อุตสาหกรรมสื่อและบันเทิง 5 ปีข้างหน้าเติบโตเฉลี่ย 7.3% ต่อปี แซงหน้าตลาดสหรัฐ-ยุโรปและอัตราการเติบโตเฉลี่ยทั่วโลก ผลมาจากการขยายตัวของธุรกิจโฆษณาออนไลน์ การใช้งานเคเบิ้ลทีวี และการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตที่เพิ่มสูงขึ้น

ที่ กรุงเทพฯ วันที่ 25 มิถุนายน 2557 ไอดีซีได้เปิดเผยรายงานสถานการณ์ตลาดโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยล่าสุด ซึ่งพบว่าระดับราคาของสมาร์ทโฟนที่ลดต่ำลงประกอบกับแรงผลักจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ได้กระตุ้นความนิยมในสินค้าสมาร์ทโฟนจนมียอดจัดส่งสูงกว่าฟีเจอร์โฟนเป็นครั้งแรก

Insight

เป็นอีกหนึ่งดีลของการขายหุ้นระหว่าง เกรฮาวด์ เจ้าของแบรนด์แฟชั่น และร้านอาหารเกรฮาวด์ คาเฟ่ ได้ตัดสินใจขายหุ้นทั้งหมดของบริษัทเกรฮาวด์ จำกัด (แฟชั่น) และบริษัทเกรฮาวด์ คาเฟ่ จำกัดให้กับบริษัท ทรัพย์ศรีไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทมัดแมน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 1.853.80 ล้านบาท

นอกจาก “สติกเกอร์” ที่ถือเป็นหนึ่ง “อาวุธ” ให้กับ “ไลน์” กลายเป็นแชตแอปพลิเคชั่นที่สามารถครองความนิยมในตลาดไทยได้แล้ว “เกม” ถือเป็นอีกหนึ่งใน “เกมกลยุทธ์” ทางธุรกิจของไลน์ที่ต้องจับตา

รู้หรือไม่ว่า โลโก้ของแบรนด์ที่พบเห็นในปัจจุบันนั้น มีนัยยะอะไรซ่อนอยู่บ้าง โดยสิ่งที่ปรากฏในโลโก้นั้นเป็นได้ทั้งที่มาของแบรนด์ หรือเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ของแบรนด์เลยก็ได้ มาดู 12 โลโก้ ที่มีใจความอะไรแฝงอยู่

Strategic Move

รายงานจากตลาดหลักทรัพย์แจ้งว่า บริษัท ทรัพย์ศรีไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทมัดแมน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทได้เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทเกรฮาวด์ จำกัด (แฟชั่น) และบริษัทเกรฮาวด์ คาเฟ่ จำกัด รวมมูลค่าทั้งสิ้น 1.853.80 ล้านบาท

โฆษณาประเภทบีบคั้นอารมณ์ เรียกน้ำตาจากคนดูยังเป็นที่นิยมเสมอ คราวนี้เป็นทีวีซีล่าสุดของ แลนด์ แอนด์เฮาส์ ที่ออกทีวีซีชุดล่าสุด ใช้ชื่อว่า “ปาก…ไม่ตรงกับใจ by Land and Houses": เวอร์ชั่น "เพราะรัก"

หลังจากที่แบรนด์รังนก เลือกใช้ “แนวคู่รัก” มาเป็น “แบรนด์ เลิฟ แอมบาสเดอร์” ต่อเนื่องมาหลายปี เริ่มตั้งแต่ปี 2542 แพท-สุธาสินี พุทธินันท์ และสามี มาร์ค-แกรี่ โรดดิเกส อ้อม-พิยะดา และ จนมาถึงคู่ของ แอ๊ฟ และสงกรานต์ เตชะณรงค์

Social Media Club

เทศกาลประกวดโฆษณา Cannes Lions International Festival of Creativity 2014 ที่นอกจากคัดเลือกงานโฆษณาที่โดดเด่นในรอบปี คานส์ ไลอ้อนส์ยังเป็นเวทีที่ชี้นำเทรนด์ของงานโฆษณาและการตลาดในช่วงนั้นๆ

วาตานาเบ นาโอโตโม และ แดซอก คิม สองดีไซน์เนอร์ จากบริษัทเนเวอร์ไลน์ ประเทศญีปุ่น ให้คำแนะนำแก่นักออกแบบชาวไทย ในการออกแบบ "สติ๊กเกอร์ไลน์" "ว่า" สติ๊กเกอร์ของคนไทยพยายามทำเป็น Global มากเกินไป ทำให้ไม่มีเอกลักษณ์ เพราะในตลาดใหญ่มีคาแร็คเตอร์ดังๆ อยู่แล้ว ทำให้สู้คาแร็คเตอร์เหล่านั้นยาก

ไลน์ ประเทศไทย อัพเดทตัวเลขรายได้ และจำนวนสติกเกอร์ จากการขายบน ครีเอเตอร์มาร์เก็ต (Creators Market) แพลตฟอร์มที่ไลน์ให้ผู้ใช้สามารถขายสติกเกอร์ ที่ผ่านการคัดเลือกจากไลน์วางขายใน LINE Store (เว็บขายสติกเกอร์และไอเทมเกม) ซึ่งผู้ขายจะได้รับส่วนแบ่ง 50%

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

วันนี้เราเคยสังเกตไหมว่า รายการโทรทัศน์ที่ดังๆ และมีคนดูติดตามมาก มี 2 กลุ่ม คือ ละครไทยกับรายการโชว์ต่างประเทศ ซึ่งเป็นรายบันเทิงที่สะท้อนว่า คนสื่อไทยอาจรวบรัดตัดตอนซื้อรายการต่างประเทศเข้ามาทำเองจะดีกว่า เพราะมีความเสี่ยงต่ำ ไม่ต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องการควบคุมคุณภาพ และที่สำคัญ รับประกันได้แน่ๆ ว่ามันจะฮิต

สำหรับนักการตลาดแล้ว กระแสฟีเวอร์ของฟุตบอลโลกปีนี้ ไม่ได้อยู่ที่การรอลุ้นว่าใครจะเป็นแชมป์โลก แต่หมายถึงการ “วัดมูลค่าผลตอบแทน” ที่ได้รับจากทำการตลาดเกาะเทรนด์นี้ต่างหาก

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488