พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ลีลาสมดุล บนจังหวะ “ปฏิวัติ” ของทหารเสือราชินี

“ผมก็เป็นอย่างนี้ ใจอ่อนโมโหร้าย เป็นปุถุชนธรรมดาที่ย่อมจะลงไปที่ต่ำได้ ผมไม่ได้วิเศษวิโสอะไร และ คงไม่มี ผบ.ทบ.คนใดเลิศเลอขนาดนั้น ผมกล้าบอกว่าหากคุณเป็นเพื่อนผม คบผมได้ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมะธรรมโม เป็นคนที่ไม่แปดเปื้อนอบายมุข เป็นคนที่เที่ยวกลางคืนก็คบผมได้ ผมก็มีผสมกัน ไม่ดีสุด ไม่เลวสุด”

เป็นคำพูดของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ระหว่างตอบคำถามในงานพบปะสื่อมวลชนหลังจากที่เขาเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ท่ามกลางการคาดหวังจากหลายฝ่าย ที่อยากได้ผู้นำกองทัพนำทหารกลับเข้าสู่กรมกอง สร้างกองทัพอาชีพ ถอยห่างจากการเมือง เพื่อให้ประชาธิปไตยเดินหน้าอีกครั้ง

แต่หลากหลายคำถามจากสื่อที่พุ่งตรงเข้ามากลับเหมือน “เข็ม” ที่ทิ่มแทงเข้าไปที่หัวใจให้ได้เจ็บแปลบหลายครั้งและหลายครั้งก็ทำให้เขาเกิดอาการ “น็อตหลุด” ระหว่างให้สัมภาษณ์ประจำวัน จน “สื่อ” ในสายจะออกอาการ “แหยง” ในการตั้งคำถามแต่ละครั้ง

“สื่อชอบถามผมว่าเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารรุ่น 10 (รุ่นเดียวกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) ร่ายมายาว หากผมบอกเยสหรือโอเค เขาเหมาหมดว่าผมเป็นอย่างนั้น มาถามอะไรอย่างนั้น มาบอกขึ้นทั้งแผง โอ้ว...มันไม่ขึ้นทั้งแผงหรอก แต่เป็นของมันตามธรรมชาติ ผมบอกเลยว่าผมใช้น้องมากกว่าใช้เพื่อน คนที่ทำให้ผมเจริญได้ ซึ่งเป็นคำพูดที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เคยพูดกับผม น้องกับพี่ พี่คือผู้บังคับบัญชา น้องคือคนที่ทำงานให้กับเรา ซึ่งจะทำให้เราเจริญ เพื่อนจะคอยให้เราช่วย ผมไม่ตั้งเพื่อน คนไหนเก่งก็ตั้ง คนไหนไม่เก่งก็ใช้น้องใช้เพื่อน มาบอกเตรียมทหารรุ่น 10 ขึ้นทั้งแผง ยกแผง ตายยกแผงสิไม่ว่า โง่จริงๆ เลย” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

ไม่นับรวมคำถามในเรื่องภาคใต้ หรือโครงการจัดซื้อรถหุ้มเกราะล้อยางเพื่อเข้าประจำการในกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ที่ถูก สตง. ตั้งคำถามถึงความไม่ชอบมาพากลในการเลือกบริษัทของยูเครนให้ชนะการคัดเลือกทั้งที่ไม่ได้เข้าแข่งขันในเวลาที่กำหนด

แต่ก็ใช่ว่า พล.อ.อนุพงษ์จะตัดสายสัมพันธ์จากเครื่องมือสื่อสารทางสังคมอย่าง “สื่อมวลชน” ได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด หากแต่เขาใช้วิธีที่ “ลึก”กว่า โดยการเลือกสานสัมพันธ์และเข้าถึง “บิ๊กๆ ในโรงพิมพ์” ของนักข่าวอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ข้อมูลที่หลั่งไหลไปยังหนังสือพิมพ์ในทางลึก ได้สร้าง “อิมเมจ” ที่ดีในสายตาเหล่าบรรณาธิการหนังสือพิมพ์หลายฉบับได้อย่างง่ายได้

อันพิสูจน์ได้ว่ากลยุทธ์ดังกล่าว ได้รับการตกผลึกมาจากข้อผิดพลาดของ “บิ๊กบัง” ที่ “จ้อผ่านสื่อรายวัน” จนเกิดการพลาดพลั้งในที่สุด

ยิ่งไปกว่านั้น เขายัง “สร้างสมดุล” ที่สุดในสถานการณ์แห่งการแบ่งขั้วเลือกข้างทางการเมืองในขณะนี้!!

เพราะรู้ดีว่า เก้าอี้ ผบ.ทบ. นั้นคือหัวใจระหว่าง “ทหารกับการเมือง” ที่ทั้งสองฝ่ายต้องการ “ดึง” เขามาเป็นพวกให้ได้ ซึ่งการยืนอยู่ ณ ขั้วใดอย่างเด่นชัด ย่อมไม่เป็นผลดีต่อตัวเอง

แม้จะชัดเจนว่าในหนังสือ “ลับ ลวง พลาง” ของ วาสนา นาน่วม จะบันทึกคำสัมภาษณ์ของ “บิ๊กบัง” ว่า มีตัวเขาและ พล.อ.อนุพงษ์เท่านั้นที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการ ยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 51

หากแต่ในนิยามของ พล.อ.อนุพงษ์ต่อปฏิบัติการณ์เมื่อวันนั้น คือการ “หยุดอำนาจ” ที่มีปัญหาไว้เท่านั้น อันเป็นการปฏิเสธ การเป็นปฏิปักษ์ต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานที่กระแสการ “ปฏิวัติรัฐประหาร” ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง ย่อมสร้างความลำบากใจให้เขาไม่มากก็น้อย !!!

เพราะนั่นแสดงว่า มี “เกมอำพราง” บางอย่างที่หวังทดสอบการ “ไม่แบ่งขั้วเลือกข้าง”...

เป็นการทดสอบและ ประเมินก่อนการโยกย้ายปลายปีกำลังจะเริ่มโหมโรงใน 2 เดือนข้างหน้า ท่ามกลางการหยั่งรู้ว่า “การทดสอบ” ดังกล่าวมาจากกลุ่มใด

“ไม่ต้องห่วง ผมยังไม่ห่วงตัวเองเลย คนอื่นอย่าได้ทุกข์เลย สบายใจได้ เป็นแล้วก็ถือว่าเป็นแล้ว เป็นวันเดียวก็เป็นแล้ว ไม่เห็นมีอะไรเลย คนนี้ยอมรับด้วยความจริงใจเลย สบายมากๆ เลย ไม่ทุกข์เลย มีคนเก่งกว่า ดีกว่า ผมก็ชอบ ถ้ากลไกทุกอย่างไม่เป็นไปตามนั้น ผมถูกความไม่เที่ยงธรรม ก็ไม่ไปโวยวายกับใครหรอก จบก็จบไป ผมจะไปโวยวายกับใคร ถ้าสังคมเป็นอย่างนั้น จะให้ผมทำยังไง อย่างที่ผมบอก ถ้าเขามากดดันแล้วสื่อเห็นดีเห็นงาม ก็ขอให้ประเทศชาติเป็นอย่างนี้ไป ก็ขอให้ญาติท่านที่เป็นทหารโดนกับความไม่ยุติธรรมบ้างเถอะ ก็จบไป”

ความจำเป็นในการสร้างสมดุล ในสถานการณ์ขณะนี้จึงต้องทำอย่างระมัดระวังและ “รู้เขา- รู้เรา”...

เป็นสถานการณ์ที่ต้องเสาะหาข้อมูลอย่างรอบด้าน และลึกกว่าเดิม พร้อมๆ กับการวางบทบาทท่าทีต่อภายนอกให้เป็นธรรมชาติที่สุด

ไม่ว่าจะเป็นกับฝ่ายทหาร ฝ่ายการเมือง สื่อ หรือแม้กระทั่ง “เพื่อน”

จึงไม่แปลกถ้าเขาจะเลือกใช้เวลาว่างในการ “ซ้อมกลองชุด” เครื่องดนตรีที่เขารักและถนัดกว่าเครื่องดนตรีชนิดอื่น เพราะอย่างน้อย นี่คือช่วงเวลาในความเป็น “ตัวตน” จริงๆ ที่เหลืออยู่ในแต่ละสัปดาห์

จะเรียกว่าเป็นการ “ระบาย” ก็คงไม่ผิด...

แต่อย่าลืมว่า ทหารเสือราชินีผู้นี้ ก็มีสายเลือดทหารดุริยางค์จากผู้เป็นบิดา ซึ่งเคยเป็นเจ้ากรมดุริยางค์ทหารบกในอดีตมาแล้ว เพราะฉะนั้นการซึมซับเสียงเพลงและเสียงดนตรีจนกลายเป็นกิจกรรมด้านหนึ่งของชีวิตก็ย่อมเป็นไปได้

เพราะอย่างน้อย “การตีกลอง” ต้องใช้ทั้ง “มือขวา” ที่ถนัด และมือซ้าย “ที่ไม่ถนัด” ตีให้จังหวะสลับกันไปมา พร้อมกับขาที่ต้องเหยียบกระเดื่องขั้นจังหวะอีกข้างหนึ่ง

เป็นการสร้างสมดุลของอวัยวะ แขน ขา ในร่างกาย ทั้งที่เป็นธรรมชาติ และฝืนธรรมชาติ ให้เป็น “ธรรมชาติ” มากที่สุด!!!

เป็นการ “ฝึก” สมาธิให้ “นิ่ง” ในสถานการณ์ที่ร้อนแรงและสับสนอีกทาง !!!!

ที่สำคัญ เป็นการ “หยั่งรู้” ว่าคุณกำลังกำหนดให้ร่างกายทุกส่วนให้ทำงานไปพร้อมๆ กัน เพื่อจังหวะของกลองจะได้ออกมาสมบูรณ์ และสอดประสานกับเครื่องดนตรีประเภทอื่นได้อย่างเหมาะเจาะ จนส่งผลให้เพลงหนึ่งเพลงเริ่มต้นและ จบลงได้โดยไม่สะดุด

เปรียบเหมือนชีวิตของเขาที่เดินทางมาด้วย “เส้นทหารเหล็ก” ของทหารเสือราชินี แบบที่สวยหรูและเพอร์เฟกต์ ยากที่ทหารหลายคนจะเป็นได้ จะเหลืออีกแค่ 2 ปีเท่านั้นที่เขาจะถึงปลายทางแห่งเส้นชัยของชีวิต

เพียงแต่จะปิดฉากและจบอย่างสมบูรณ์แบบ 100% หรือไม่ในสถานการณ์ขณะนี้ ไม่มีใครบอกได้!!

เพราะอายุราชการที่จะเหลือถึงปี 2553 ของเขา กลายเป็น “ก้างขวางคอ” ชิ้นใหญ่ของคนอยากนั่ง “ เก้าอี้ ผบ.ทบ.”ที่เข้าไปพึ่ง “พลังอำนาจ” ทางการเมืองเพื่อเข้ามาโค่นล้มเขาให้หลุดออกนอก ทบ.ไปให้ได้

แล้วเขาจะบริหารจัดการเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไร ?

...บางสมมุติฐานตั้งโจทย์ว่า “ ปฏิวัติ” มักเกิดขึ้นเดือน ก.ย. อันเป็นช่วงของการจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหาร และเหตุผลจริงๆ ก็มักเป็นเช่นนั้น

เพียงแต่ใน พ.ศ. 2551 ในสถานการณ์หลังการปฏิวัติ 19 ก.ย. มาไม่นาน คนอย่างเขาจะเลือกใช้วิธีดาดๆ เช่นนี้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นหรือ ?

บางกระแสพูดถึงว่าอย่าง “ป็อก” สามารถทำในสิ่งที่เรียกว่า “ปฏิวัติ” ได้ หาใช่การรัฐประหารด้วยเงื่อนไขเบื้องหลังที่มีเรื่องประโยชน์ของตัวเองเข้ามาเกี่ยวข้อง

จึงไม่แปลกที่เขาจะ “ถอดรหัส” 19 ก.ย. 49 ไว้แค่การ “หยุดอำนาจ” ที่ไม่ใช่การปฏิวัติ?

ที่สำคัญเขาคิดด้วยพื้นฐานของ “เหตุ” และ “ผล” มาตลอด โดยตรวจสอบ “กระแส” อย่างรอบด้าน และความต้องการของ “สังคม” ในส่วนรวมอยู่ตรงไหน...

เพราะนั่นคือ “สมมุติฐาน” ที่เป็นไปได้ และ “เซฟ” ที่สุด

และวันนั้น “ป็อกก็จะเป็นตัวของป็อกเอง” มากที่สุด...

Profile

Name : พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา หรือ บิ๊กป๊อก
Born : 10 ตุลาคม 2492
Education :
- มัธยมศึกษา โรงเรียนพันธะศึกษา, โรงเรียนอำนวยศิลป์
- ปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต นิด้า
- การศึกษาด้านการทหาร โรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 10 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 21
Career Highlights
-ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์
-เสนาธิการกรมทหารราบที่ 21รักษาพระองค์
-รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์
-ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์
-เสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
-รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
-ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
-ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์
-รองแม่ทัพภาคที่ 1
-แม่ทัพภาคที่ 1
-ผู้ช่วย ผบ.ทบ.
-ผบ.ทบ.
งานอดิเรก : ชอบตีกลอง

Consumer Insight

เทเลนอร์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นคนหนุ่มสาวในไทยและมาเลเซีย นิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยเปิดรับและใช้บริการใหม่ๆ บนโทรศัพท์มือถือเร็วกว่ากลุ่มคนรุ่นเดียวกันในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

Insight

ในที่สุด กสทช. ยอมปล่อย ช่อง 3 อนาล็อก ออกอากาศ ผ่านทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวีได้ อ้าง ประกาศ คสช. ฉบับที่ 27/2557

ยุคนี้ ขายเครื่องสำอางค์อย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ต้องให้ลูกค้ามีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ด้วย ทำให้ “ยูทิป” แบรนด์เครื่องสำอางของวัยรุ่น ของค่ายโอสถสภา ที่สามารถ Modernize brand ปรับเปลี่ยนจาก“น้ำยาอุทัยทิพย์” แบรนด์เก่าแก่ มาสู่แบรนด์เครื่องสำอางเจาะใจวัยรุ่นระดับมัธยมอย่างเห็นผลมาแล้ว

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

Strategic Move

บริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม เป็นชื่อค่ายหนังน้องใหม่ ที่เกิดจากการร่วมตัวของ 4 กลุ่มธุรกิจ เพื่อผลิตภาพยนตร์ไทยป้อนทั้งตลาดไทย และต่างประเทศ ทุนจดทะเบียน 175 ล้านบาท

นอกจากจะต้องเร่งมือพัฒนา“คอนเท้นท์” เพื่อดึงดูดคนดูแล้ว เรื่องของโฆษณาและประชาสัมพันธ์สำหรับดิจิตอลทีวีก็เป็นเรื่องจำเป็น ล่าสุด “นิวทีวี” ดิจิตอลทีวีของค่ายเดลินิวส์ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด จึงเปิดตัว สติกเกอร์ไลน์ New Boyz (นิวบอยซ์)

แคมเปญชวนบริจาคเงินสุดไวรัลบนโลกออนไลน์ #IceBucketChallengeTH แพร่ขยายเข้าไทยแล้ว โดย 2 ซีอีโอค่ายมือถือของไทย John Eddy Abdullah CEO dtac ตามติดๆ มาด้วยสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO AIS ก็รับคำท้าเช่นกัน

Social Media Club

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ALS ย่อมาจาก Amyotrophic Lateral Sclerosis คือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และหลายๆ คนรู้จักโรคนี้ผ่านกิจกรรม “ยอมเปียกเพื่อการกุศล” หรอ “IceBucketChallange” ซึ่งเป็นโครงการรณรงค์ทางสังคมเพื่อระดมเงินบริจาคสมทบมูลนิธิ `Amyotrophic Lateral Aclerosos’ (ALS) หรือ ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อโรค Lou Gehrig’s

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488