พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ลีลาสมดุล บนจังหวะ “ปฏิวัติ” ของทหารเสือราชินี

“ผมก็เป็นอย่างนี้ ใจอ่อนโมโหร้าย เป็นปุถุชนธรรมดาที่ย่อมจะลงไปที่ต่ำได้ ผมไม่ได้วิเศษวิโสอะไร และ คงไม่มี ผบ.ทบ.คนใดเลิศเลอขนาดนั้น ผมกล้าบอกว่าหากคุณเป็นเพื่อนผม คบผมได้ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมะธรรมโม เป็นคนที่ไม่แปดเปื้อนอบายมุข เป็นคนที่เที่ยวกลางคืนก็คบผมได้ ผมก็มีผสมกัน ไม่ดีสุด ไม่เลวสุด”

เป็นคำพูดของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ระหว่างตอบคำถามในงานพบปะสื่อมวลชนหลังจากที่เขาเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ท่ามกลางการคาดหวังจากหลายฝ่าย ที่อยากได้ผู้นำกองทัพนำทหารกลับเข้าสู่กรมกอง สร้างกองทัพอาชีพ ถอยห่างจากการเมือง เพื่อให้ประชาธิปไตยเดินหน้าอีกครั้ง

แต่หลากหลายคำถามจากสื่อที่พุ่งตรงเข้ามากลับเหมือน “เข็ม” ที่ทิ่มแทงเข้าไปที่หัวใจให้ได้เจ็บแปลบหลายครั้งและหลายครั้งก็ทำให้เขาเกิดอาการ “น็อตหลุด” ระหว่างให้สัมภาษณ์ประจำวัน จน “สื่อ” ในสายจะออกอาการ “แหยง” ในการตั้งคำถามแต่ละครั้ง

“สื่อชอบถามผมว่าเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารรุ่น 10 (รุ่นเดียวกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) ร่ายมายาว หากผมบอกเยสหรือโอเค เขาเหมาหมดว่าผมเป็นอย่างนั้น มาถามอะไรอย่างนั้น มาบอกขึ้นทั้งแผง โอ้ว...มันไม่ขึ้นทั้งแผงหรอก แต่เป็นของมันตามธรรมชาติ ผมบอกเลยว่าผมใช้น้องมากกว่าใช้เพื่อน คนที่ทำให้ผมเจริญได้ ซึ่งเป็นคำพูดที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เคยพูดกับผม น้องกับพี่ พี่คือผู้บังคับบัญชา น้องคือคนที่ทำงานให้กับเรา ซึ่งจะทำให้เราเจริญ เพื่อนจะคอยให้เราช่วย ผมไม่ตั้งเพื่อน คนไหนเก่งก็ตั้ง คนไหนไม่เก่งก็ใช้น้องใช้เพื่อน มาบอกเตรียมทหารรุ่น 10 ขึ้นทั้งแผง ยกแผง ตายยกแผงสิไม่ว่า โง่จริงๆ เลย” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

ไม่นับรวมคำถามในเรื่องภาคใต้ หรือโครงการจัดซื้อรถหุ้มเกราะล้อยางเพื่อเข้าประจำการในกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ที่ถูก สตง. ตั้งคำถามถึงความไม่ชอบมาพากลในการเลือกบริษัทของยูเครนให้ชนะการคัดเลือกทั้งที่ไม่ได้เข้าแข่งขันในเวลาที่กำหนด

แต่ก็ใช่ว่า พล.อ.อนุพงษ์จะตัดสายสัมพันธ์จากเครื่องมือสื่อสารทางสังคมอย่าง “สื่อมวลชน” ได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด หากแต่เขาใช้วิธีที่ “ลึก”กว่า โดยการเลือกสานสัมพันธ์และเข้าถึง “บิ๊กๆ ในโรงพิมพ์” ของนักข่าวอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ข้อมูลที่หลั่งไหลไปยังหนังสือพิมพ์ในทางลึก ได้สร้าง “อิมเมจ” ที่ดีในสายตาเหล่าบรรณาธิการหนังสือพิมพ์หลายฉบับได้อย่างง่ายได้

อันพิสูจน์ได้ว่ากลยุทธ์ดังกล่าว ได้รับการตกผลึกมาจากข้อผิดพลาดของ “บิ๊กบัง” ที่ “จ้อผ่านสื่อรายวัน” จนเกิดการพลาดพลั้งในที่สุด

ยิ่งไปกว่านั้น เขายัง “สร้างสมดุล” ที่สุดในสถานการณ์แห่งการแบ่งขั้วเลือกข้างทางการเมืองในขณะนี้!!

เพราะรู้ดีว่า เก้าอี้ ผบ.ทบ. นั้นคือหัวใจระหว่าง “ทหารกับการเมือง” ที่ทั้งสองฝ่ายต้องการ “ดึง” เขามาเป็นพวกให้ได้ ซึ่งการยืนอยู่ ณ ขั้วใดอย่างเด่นชัด ย่อมไม่เป็นผลดีต่อตัวเอง

แม้จะชัดเจนว่าในหนังสือ “ลับ ลวง พลาง” ของ วาสนา นาน่วม จะบันทึกคำสัมภาษณ์ของ “บิ๊กบัง” ว่า มีตัวเขาและ พล.อ.อนุพงษ์เท่านั้นที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการ ยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 51

หากแต่ในนิยามของ พล.อ.อนุพงษ์ต่อปฏิบัติการณ์เมื่อวันนั้น คือการ “หยุดอำนาจ” ที่มีปัญหาไว้เท่านั้น อันเป็นการปฏิเสธ การเป็นปฏิปักษ์ต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานที่กระแสการ “ปฏิวัติรัฐประหาร” ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง ย่อมสร้างความลำบากใจให้เขาไม่มากก็น้อย !!!

เพราะนั่นแสดงว่า มี “เกมอำพราง” บางอย่างที่หวังทดสอบการ “ไม่แบ่งขั้วเลือกข้าง”...

เป็นการทดสอบและ ประเมินก่อนการโยกย้ายปลายปีกำลังจะเริ่มโหมโรงใน 2 เดือนข้างหน้า ท่ามกลางการหยั่งรู้ว่า “การทดสอบ” ดังกล่าวมาจากกลุ่มใด

“ไม่ต้องห่วง ผมยังไม่ห่วงตัวเองเลย คนอื่นอย่าได้ทุกข์เลย สบายใจได้ เป็นแล้วก็ถือว่าเป็นแล้ว เป็นวันเดียวก็เป็นแล้ว ไม่เห็นมีอะไรเลย คนนี้ยอมรับด้วยความจริงใจเลย สบายมากๆ เลย ไม่ทุกข์เลย มีคนเก่งกว่า ดีกว่า ผมก็ชอบ ถ้ากลไกทุกอย่างไม่เป็นไปตามนั้น ผมถูกความไม่เที่ยงธรรม ก็ไม่ไปโวยวายกับใครหรอก จบก็จบไป ผมจะไปโวยวายกับใคร ถ้าสังคมเป็นอย่างนั้น จะให้ผมทำยังไง อย่างที่ผมบอก ถ้าเขามากดดันแล้วสื่อเห็นดีเห็นงาม ก็ขอให้ประเทศชาติเป็นอย่างนี้ไป ก็ขอให้ญาติท่านที่เป็นทหารโดนกับความไม่ยุติธรรมบ้างเถอะ ก็จบไป”

ความจำเป็นในการสร้างสมดุล ในสถานการณ์ขณะนี้จึงต้องทำอย่างระมัดระวังและ “รู้เขา- รู้เรา”...

เป็นสถานการณ์ที่ต้องเสาะหาข้อมูลอย่างรอบด้าน และลึกกว่าเดิม พร้อมๆ กับการวางบทบาทท่าทีต่อภายนอกให้เป็นธรรมชาติที่สุด

ไม่ว่าจะเป็นกับฝ่ายทหาร ฝ่ายการเมือง สื่อ หรือแม้กระทั่ง “เพื่อน”

จึงไม่แปลกถ้าเขาจะเลือกใช้เวลาว่างในการ “ซ้อมกลองชุด” เครื่องดนตรีที่เขารักและถนัดกว่าเครื่องดนตรีชนิดอื่น เพราะอย่างน้อย นี่คือช่วงเวลาในความเป็น “ตัวตน” จริงๆ ที่เหลืออยู่ในแต่ละสัปดาห์

จะเรียกว่าเป็นการ “ระบาย” ก็คงไม่ผิด...

แต่อย่าลืมว่า ทหารเสือราชินีผู้นี้ ก็มีสายเลือดทหารดุริยางค์จากผู้เป็นบิดา ซึ่งเคยเป็นเจ้ากรมดุริยางค์ทหารบกในอดีตมาแล้ว เพราะฉะนั้นการซึมซับเสียงเพลงและเสียงดนตรีจนกลายเป็นกิจกรรมด้านหนึ่งของชีวิตก็ย่อมเป็นไปได้

เพราะอย่างน้อย “การตีกลอง” ต้องใช้ทั้ง “มือขวา” ที่ถนัด และมือซ้าย “ที่ไม่ถนัด” ตีให้จังหวะสลับกันไปมา พร้อมกับขาที่ต้องเหยียบกระเดื่องขั้นจังหวะอีกข้างหนึ่ง

เป็นการสร้างสมดุลของอวัยวะ แขน ขา ในร่างกาย ทั้งที่เป็นธรรมชาติ และฝืนธรรมชาติ ให้เป็น “ธรรมชาติ” มากที่สุด!!!

เป็นการ “ฝึก” สมาธิให้ “นิ่ง” ในสถานการณ์ที่ร้อนแรงและสับสนอีกทาง !!!!

ที่สำคัญ เป็นการ “หยั่งรู้” ว่าคุณกำลังกำหนดให้ร่างกายทุกส่วนให้ทำงานไปพร้อมๆ กัน เพื่อจังหวะของกลองจะได้ออกมาสมบูรณ์ และสอดประสานกับเครื่องดนตรีประเภทอื่นได้อย่างเหมาะเจาะ จนส่งผลให้เพลงหนึ่งเพลงเริ่มต้นและ จบลงได้โดยไม่สะดุด

เปรียบเหมือนชีวิตของเขาที่เดินทางมาด้วย “เส้นทหารเหล็ก” ของทหารเสือราชินี แบบที่สวยหรูและเพอร์เฟกต์ ยากที่ทหารหลายคนจะเป็นได้ จะเหลืออีกแค่ 2 ปีเท่านั้นที่เขาจะถึงปลายทางแห่งเส้นชัยของชีวิต

เพียงแต่จะปิดฉากและจบอย่างสมบูรณ์แบบ 100% หรือไม่ในสถานการณ์ขณะนี้ ไม่มีใครบอกได้!!

เพราะอายุราชการที่จะเหลือถึงปี 2553 ของเขา กลายเป็น “ก้างขวางคอ” ชิ้นใหญ่ของคนอยากนั่ง “ เก้าอี้ ผบ.ทบ.”ที่เข้าไปพึ่ง “พลังอำนาจ” ทางการเมืองเพื่อเข้ามาโค่นล้มเขาให้หลุดออกนอก ทบ.ไปให้ได้

แล้วเขาจะบริหารจัดการเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไร ?

...บางสมมุติฐานตั้งโจทย์ว่า “ ปฏิวัติ” มักเกิดขึ้นเดือน ก.ย. อันเป็นช่วงของการจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหาร และเหตุผลจริงๆ ก็มักเป็นเช่นนั้น

เพียงแต่ใน พ.ศ. 2551 ในสถานการณ์หลังการปฏิวัติ 19 ก.ย. มาไม่นาน คนอย่างเขาจะเลือกใช้วิธีดาดๆ เช่นนี้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นหรือ ?

บางกระแสพูดถึงว่าอย่าง “ป็อก” สามารถทำในสิ่งที่เรียกว่า “ปฏิวัติ” ได้ หาใช่การรัฐประหารด้วยเงื่อนไขเบื้องหลังที่มีเรื่องประโยชน์ของตัวเองเข้ามาเกี่ยวข้อง

จึงไม่แปลกที่เขาจะ “ถอดรหัส” 19 ก.ย. 49 ไว้แค่การ “หยุดอำนาจ” ที่ไม่ใช่การปฏิวัติ?

ที่สำคัญเขาคิดด้วยพื้นฐานของ “เหตุ” และ “ผล” มาตลอด โดยตรวจสอบ “กระแส” อย่างรอบด้าน และความต้องการของ “สังคม” ในส่วนรวมอยู่ตรงไหน...

เพราะนั่นคือ “สมมุติฐาน” ที่เป็นไปได้ และ “เซฟ” ที่สุด

และวันนั้น “ป็อกก็จะเป็นตัวของป็อกเอง” มากที่สุด...

Profile

Name : พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา หรือ บิ๊กป๊อก
Born : 10 ตุลาคม 2492
Education :
- มัธยมศึกษา โรงเรียนพันธะศึกษา, โรงเรียนอำนวยศิลป์
- ปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต นิด้า
- การศึกษาด้านการทหาร โรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 10 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 21
Career Highlights
-ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์
-เสนาธิการกรมทหารราบที่ 21รักษาพระองค์
-รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์
-ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์
-เสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
-รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
-ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
-ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์
-รองแม่ทัพภาคที่ 1
-แม่ทัพภาคที่ 1
-ผู้ช่วย ผบ.ทบ.
-ผบ.ทบ.
งานอดิเรก : ชอบตีกลอง

Digital TV & Media

หลังจาก “ดิจิทัลทีวี” ผ่านครึ่งปีแรกของการดำเนินธุรกิจ คือเริ่มออกอากาศตั้งแต่เดือนพฤษภาคม มาด้วยความทะลักทุเล

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

ค่ายเบียร์ช้างของไทยเบฟฯ เป็นแบรนด์ที่ซื้อสื่อโฆษณาสูงสุดของเดือนธันวาคม 2557 ใช้งบ 79 ล้านบาท ตามมาเครื่องดื่มโค้ก ใช้ไป 76 ล้านบาท อันดับสาม รถกระบะโตโยต้า ใช้งบไป 68 ล้านบาท อันดับสี่เป็นสถานบริการน้ำมัน ปตท.ใช้งบ 58 ล้านบาท

Consumer Insight

ปัทมวรรณ สถาพร กรรมการผู้จัดการ มายด์แชร์ ประเทศไทย คาดการณ์ “เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคปี 2558” มี 5 เทรนด์ที่ต้องจับตา

ผลวิจัยพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคชาวไทย ของบริษัท ดันน์ฮัมบี้ ล่าสุด พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยหันมาซื้อสินค้าโดยใช้ปัจจัยด้านความสะดวกซื้อ และซื้อในแต่ละครั้งจะซื้อสินค้าจำนวนไม่มาก

Insight

สื่อนอกตีข่าว "ลีกา-ชิง" เจ้าพ่อ Hutchison Whampoa และเจ้าของตำแหน่งบุคคลที่รวยที่สุดในเอเชีย เข้าซื้อ "O2" ธุรกิจสื่อสารในอังกฤษจากยักษ์ใหญ่ด้านการสื่อสารของโลกอย่าง "เทเลโฟนิก้า" (Telefonica) ด้วยเม็ดเงินสูงถึง 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 10,000 ล้านปอนด์แล้ว

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวเสริมว่า อัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมค้าปลีกจะมีความแปรผันและเป็นไปในทิศทางเดียวกันตามอัตราการเติบโตทาง GDP ของประเทศ เพราะขึ้นอยู่กับอัตราการบริโภคของประชาชนในประเทศเป็นหลัก

ร้าน "โฟรเซน โยเกิร์ต (Frozen Yogurt)" หรือโยเกิร์ตในรูปแบบไอศกรีม กำลังเป็นอีกหนึ่งในธุรกิจที่มีบทบาทในตลาดไทยมากขึ้น โดยใช้จุดเด่นเรื่องความอร่อยเหมือนไอศกรีม ควบคู่กับ เทรนด์การดูแลสุขภาพ

Strategic Move

หลังจากที่ "เอฟ แอนด์ เอ็น (F&N)" ได้ทำการซื้อลิขสิทธิ์ธุรกิจ "นมน้ำ" แบรนด์เนสท์เล่เมื่อปี 2550 ด้วยมูลค่าดีล 3,100 ล้านบาท ทำให้ธุรกิจนมน้ำ และนมกระป๋องของเนสท์เล่ในแบรนด์ คาร์เนชั่น ตราหมี ตราหมีโกลด์ และไมโล ถูกโอนมาให้ทางเอฟ แอนด์ เอ็น เป็นผู้ผลิต และจัดจำหน่ายในภูมิภาคอาเซียน

นับเป็นกระแสที่เกิดขึ้นกับตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก เมื่อแบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจากประเทศจีน ต่างกำลังยึดครองส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องหลังจากที่แบรนด์เหล่านั้นเริ่มแข็งแรงขึ้น และพร้อมที่ทำการตลาดระดับโลก เพื่อครองตำแหน่งผู้นำในตลาดสมาร์ทโฟนแซงหน้าแบรนด์จากเกาหลี

นีลเส็น โฮลดิ้ง (Nielsen Holdings) ได้เข้าซื้อกิจการบริษัท Brandbank ซึ่งเชี่ยวชาญในเรื่องการเก็บรวบรวมข้อมูลดิจิตอลการจัดการและการกระจายสินค้า FMCG รวมถึงการบริหารภาพลักษณ์สินค้าในร้านค้าสำหรับองค์กรค้าปลีกต่างๆ รวมทั้งการพิมพ์โปรโมชั่นและการสร้างแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ

Social Media Club

ในยุคดิจิตอลในปัจจุบันที่ใครหลายคนก็สามารถเป็นเน็ตไอดอลได้ เพียงแค่มียอดคนติดตาม หรือยอดไลค์มหาศาล แต่ต้องบอกว่า “คอนเทนต์” ของคนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นเน็ตไอดอล ไม่ได้จำกัดแค่หน้าตาสวย น่ารักเท่านั้น “ความฮา” ก็สามารถชนะใจคนดูได้ อย่าง “น้องมะเฟือง” สาวสุดฮอตจากแอป Vine ที่มีผู้ชมคลิปวิดีโอของเธอเกือบ 10 ล้านครั้ง (Loops)

นึกว่า “สงคราม” อะไร แต่เป็นสงคราม ระหว่าง อีเจี๊ยบ เลียบด่วน” เพจสุดเกรียน และเพจ KFC กวนปนฮา

แม้จะถูกวิจารณ์มากมาย แต่การสำรวจและสถิติล่าสุดกลับแสดงว่าเครือข่ายสังคมยอดฮิตอันดับ 1 ของโลกอย่างเฟซบุ๊ก (Facebook) นั้นยังเติบโตอย่างแข็งแกร่งในหลายด้าน ทั้งการเป็นเครือข่ายสังคมที่มีการใช้งานทุกวันมากที่สุด เป็นเครือข่ายสังคมที่มีผู้สูงวัยใช้งานมากที่สุด และการเป็นเครือข่ายสังคมที่มียอดโพสต์วิดีโอเพิ่มขึ้นชัดเจนที่สุด

Columnist

เมื่อถึงยุคที่ธุรกิจต้องมีการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายในประเทศ (Internal Factors) หรือ ภายนอกประเทศ (External Factors)

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Wrap

กิจกรรมปกติของห้างต่างๆ ทั่วโลกคือ จัดเทศกาลชื่อแปลกๆ เพื่อมีเป้าหมายคือ ลดราคาสินค้าและชวนคนมาเดินห้างให้เยอะขึ้น แต่ไม่ว่าจะ Midnight Sales หรือ Clearance Sales ก็แล้ว ไม่มีห้างไหนในโลกที่วันเดียวจะสร้างยอดขายได้เป็นแสนล้านบาท!

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

Global Trend

สื่ออเมริกันฟันธง กูเกิล (Google) กำลังเตรียมลุยธุรกิจสื่อสารไร้สายด้วยการเป็นพันธมิตรกับโอเปอเรเตอร์ราย

หากใครยังจำได้ถึงความฮอตของ Ice Bucket Challenge ที่ซีอีโอคนดังทั่วทั้งซิลิกอนวัลเลย์ต่างเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็น มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก, Elon Musk, บิลล์ เกตส์, เชอร์รีล แซนด์เบิร์ก, สัตยา นาเดลลา, เซอร์เกย์ บริน, ลาร์รี เพจ, ทิม คุก และอื่นๆ อีกมากมาย นาทีนี้มีเทรนด์ใหม่มาแล้วกับ “PasstheBag”

People

บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของแบรนด์ร้านอาหาร พิซซ่า ฮัท เปิดตัวแม่ทัพหญิง นางซาบีน่า ริกซ์วี่ รับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป พิซซ่า ฮัท ประจำประเทศไทย มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ด้วยจำนวนยอดกดไลค์ 165,278 คน และ Talk about this ที่มีอยู่ถึง 398,828 คือสถิติล่าสุดในบ่ายวันที่ 4 มิถุนายน ของเฟซบุ๊ก แฟนเพจ ที่ใช้ชื่อว่า “jaytherabbitofficial” เป็นสถิติที่ไม่ธรรมดาเลยสำหรับเฟซบุ๊กที่มีสัญลักษณ์ การ์ตูนกระต่าย ที่มาพร้อมกับข้อความจิกๆ กัดๆ ปนฮา เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348