พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ลีลาสมดุล บนจังหวะ “ปฏิวัติ” ของทหารเสือราชินี

“ผมก็เป็นอย่างนี้ ใจอ่อนโมโหร้าย เป็นปุถุชนธรรมดาที่ย่อมจะลงไปที่ต่ำได้ ผมไม่ได้วิเศษวิโสอะไร และ คงไม่มี ผบ.ทบ.คนใดเลิศเลอขนาดนั้น ผมกล้าบอกว่าหากคุณเป็นเพื่อนผม คบผมได้ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมะธรรมโม เป็นคนที่ไม่แปดเปื้อนอบายมุข เป็นคนที่เที่ยวกลางคืนก็คบผมได้ ผมก็มีผสมกัน ไม่ดีสุด ไม่เลวสุด”

เป็นคำพูดของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ระหว่างตอบคำถามในงานพบปะสื่อมวลชนหลังจากที่เขาเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ท่ามกลางการคาดหวังจากหลายฝ่าย ที่อยากได้ผู้นำกองทัพนำทหารกลับเข้าสู่กรมกอง สร้างกองทัพอาชีพ ถอยห่างจากการเมือง เพื่อให้ประชาธิปไตยเดินหน้าอีกครั้ง

แต่หลากหลายคำถามจากสื่อที่พุ่งตรงเข้ามากลับเหมือน “เข็ม” ที่ทิ่มแทงเข้าไปที่หัวใจให้ได้เจ็บแปลบหลายครั้งและหลายครั้งก็ทำให้เขาเกิดอาการ “น็อตหลุด” ระหว่างให้สัมภาษณ์ประจำวัน จน “สื่อ” ในสายจะออกอาการ “แหยง” ในการตั้งคำถามแต่ละครั้ง

“สื่อชอบถามผมว่าเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารรุ่น 10 (รุ่นเดียวกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) ร่ายมายาว หากผมบอกเยสหรือโอเค เขาเหมาหมดว่าผมเป็นอย่างนั้น มาถามอะไรอย่างนั้น มาบอกขึ้นทั้งแผง โอ้ว...มันไม่ขึ้นทั้งแผงหรอก แต่เป็นของมันตามธรรมชาติ ผมบอกเลยว่าผมใช้น้องมากกว่าใช้เพื่อน คนที่ทำให้ผมเจริญได้ ซึ่งเป็นคำพูดที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เคยพูดกับผม น้องกับพี่ พี่คือผู้บังคับบัญชา น้องคือคนที่ทำงานให้กับเรา ซึ่งจะทำให้เราเจริญ เพื่อนจะคอยให้เราช่วย ผมไม่ตั้งเพื่อน คนไหนเก่งก็ตั้ง คนไหนไม่เก่งก็ใช้น้องใช้เพื่อน มาบอกเตรียมทหารรุ่น 10 ขึ้นทั้งแผง ยกแผง ตายยกแผงสิไม่ว่า โง่จริงๆ เลย” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

ไม่นับรวมคำถามในเรื่องภาคใต้ หรือโครงการจัดซื้อรถหุ้มเกราะล้อยางเพื่อเข้าประจำการในกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ที่ถูก สตง. ตั้งคำถามถึงความไม่ชอบมาพากลในการเลือกบริษัทของยูเครนให้ชนะการคัดเลือกทั้งที่ไม่ได้เข้าแข่งขันในเวลาที่กำหนด

แต่ก็ใช่ว่า พล.อ.อนุพงษ์จะตัดสายสัมพันธ์จากเครื่องมือสื่อสารทางสังคมอย่าง “สื่อมวลชน” ได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด หากแต่เขาใช้วิธีที่ “ลึก”กว่า โดยการเลือกสานสัมพันธ์และเข้าถึง “บิ๊กๆ ในโรงพิมพ์” ของนักข่าวอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ข้อมูลที่หลั่งไหลไปยังหนังสือพิมพ์ในทางลึก ได้สร้าง “อิมเมจ” ที่ดีในสายตาเหล่าบรรณาธิการหนังสือพิมพ์หลายฉบับได้อย่างง่ายได้

อันพิสูจน์ได้ว่ากลยุทธ์ดังกล่าว ได้รับการตกผลึกมาจากข้อผิดพลาดของ “บิ๊กบัง” ที่ “จ้อผ่านสื่อรายวัน” จนเกิดการพลาดพลั้งในที่สุด

ยิ่งไปกว่านั้น เขายัง “สร้างสมดุล” ที่สุดในสถานการณ์แห่งการแบ่งขั้วเลือกข้างทางการเมืองในขณะนี้!!

เพราะรู้ดีว่า เก้าอี้ ผบ.ทบ. นั้นคือหัวใจระหว่าง “ทหารกับการเมือง” ที่ทั้งสองฝ่ายต้องการ “ดึง” เขามาเป็นพวกให้ได้ ซึ่งการยืนอยู่ ณ ขั้วใดอย่างเด่นชัด ย่อมไม่เป็นผลดีต่อตัวเอง

แม้จะชัดเจนว่าในหนังสือ “ลับ ลวง พลาง” ของ วาสนา นาน่วม จะบันทึกคำสัมภาษณ์ของ “บิ๊กบัง” ว่า มีตัวเขาและ พล.อ.อนุพงษ์เท่านั้นที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการ ยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 51

หากแต่ในนิยามของ พล.อ.อนุพงษ์ต่อปฏิบัติการณ์เมื่อวันนั้น คือการ “หยุดอำนาจ” ที่มีปัญหาไว้เท่านั้น อันเป็นการปฏิเสธ การเป็นปฏิปักษ์ต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานที่กระแสการ “ปฏิวัติรัฐประหาร” ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง ย่อมสร้างความลำบากใจให้เขาไม่มากก็น้อย !!!

เพราะนั่นแสดงว่า มี “เกมอำพราง” บางอย่างที่หวังทดสอบการ “ไม่แบ่งขั้วเลือกข้าง”...

เป็นการทดสอบและ ประเมินก่อนการโยกย้ายปลายปีกำลังจะเริ่มโหมโรงใน 2 เดือนข้างหน้า ท่ามกลางการหยั่งรู้ว่า “การทดสอบ” ดังกล่าวมาจากกลุ่มใด

“ไม่ต้องห่วง ผมยังไม่ห่วงตัวเองเลย คนอื่นอย่าได้ทุกข์เลย สบายใจได้ เป็นแล้วก็ถือว่าเป็นแล้ว เป็นวันเดียวก็เป็นแล้ว ไม่เห็นมีอะไรเลย คนนี้ยอมรับด้วยความจริงใจเลย สบายมากๆ เลย ไม่ทุกข์เลย มีคนเก่งกว่า ดีกว่า ผมก็ชอบ ถ้ากลไกทุกอย่างไม่เป็นไปตามนั้น ผมถูกความไม่เที่ยงธรรม ก็ไม่ไปโวยวายกับใครหรอก จบก็จบไป ผมจะไปโวยวายกับใคร ถ้าสังคมเป็นอย่างนั้น จะให้ผมทำยังไง อย่างที่ผมบอก ถ้าเขามากดดันแล้วสื่อเห็นดีเห็นงาม ก็ขอให้ประเทศชาติเป็นอย่างนี้ไป ก็ขอให้ญาติท่านที่เป็นทหารโดนกับความไม่ยุติธรรมบ้างเถอะ ก็จบไป”

ความจำเป็นในการสร้างสมดุล ในสถานการณ์ขณะนี้จึงต้องทำอย่างระมัดระวังและ “รู้เขา- รู้เรา”...

เป็นสถานการณ์ที่ต้องเสาะหาข้อมูลอย่างรอบด้าน และลึกกว่าเดิม พร้อมๆ กับการวางบทบาทท่าทีต่อภายนอกให้เป็นธรรมชาติที่สุด

ไม่ว่าจะเป็นกับฝ่ายทหาร ฝ่ายการเมือง สื่อ หรือแม้กระทั่ง “เพื่อน”

จึงไม่แปลกถ้าเขาจะเลือกใช้เวลาว่างในการ “ซ้อมกลองชุด” เครื่องดนตรีที่เขารักและถนัดกว่าเครื่องดนตรีชนิดอื่น เพราะอย่างน้อย นี่คือช่วงเวลาในความเป็น “ตัวตน” จริงๆ ที่เหลืออยู่ในแต่ละสัปดาห์

จะเรียกว่าเป็นการ “ระบาย” ก็คงไม่ผิด...

แต่อย่าลืมว่า ทหารเสือราชินีผู้นี้ ก็มีสายเลือดทหารดุริยางค์จากผู้เป็นบิดา ซึ่งเคยเป็นเจ้ากรมดุริยางค์ทหารบกในอดีตมาแล้ว เพราะฉะนั้นการซึมซับเสียงเพลงและเสียงดนตรีจนกลายเป็นกิจกรรมด้านหนึ่งของชีวิตก็ย่อมเป็นไปได้

เพราะอย่างน้อย “การตีกลอง” ต้องใช้ทั้ง “มือขวา” ที่ถนัด และมือซ้าย “ที่ไม่ถนัด” ตีให้จังหวะสลับกันไปมา พร้อมกับขาที่ต้องเหยียบกระเดื่องขั้นจังหวะอีกข้างหนึ่ง

เป็นการสร้างสมดุลของอวัยวะ แขน ขา ในร่างกาย ทั้งที่เป็นธรรมชาติ และฝืนธรรมชาติ ให้เป็น “ธรรมชาติ” มากที่สุด!!!

เป็นการ “ฝึก” สมาธิให้ “นิ่ง” ในสถานการณ์ที่ร้อนแรงและสับสนอีกทาง !!!!

ที่สำคัญ เป็นการ “หยั่งรู้” ว่าคุณกำลังกำหนดให้ร่างกายทุกส่วนให้ทำงานไปพร้อมๆ กัน เพื่อจังหวะของกลองจะได้ออกมาสมบูรณ์ และสอดประสานกับเครื่องดนตรีประเภทอื่นได้อย่างเหมาะเจาะ จนส่งผลให้เพลงหนึ่งเพลงเริ่มต้นและ จบลงได้โดยไม่สะดุด

เปรียบเหมือนชีวิตของเขาที่เดินทางมาด้วย “เส้นทหารเหล็ก” ของทหารเสือราชินี แบบที่สวยหรูและเพอร์เฟกต์ ยากที่ทหารหลายคนจะเป็นได้ จะเหลืออีกแค่ 2 ปีเท่านั้นที่เขาจะถึงปลายทางแห่งเส้นชัยของชีวิต

เพียงแต่จะปิดฉากและจบอย่างสมบูรณ์แบบ 100% หรือไม่ในสถานการณ์ขณะนี้ ไม่มีใครบอกได้!!

เพราะอายุราชการที่จะเหลือถึงปี 2553 ของเขา กลายเป็น “ก้างขวางคอ” ชิ้นใหญ่ของคนอยากนั่ง “ เก้าอี้ ผบ.ทบ.”ที่เข้าไปพึ่ง “พลังอำนาจ” ทางการเมืองเพื่อเข้ามาโค่นล้มเขาให้หลุดออกนอก ทบ.ไปให้ได้

แล้วเขาจะบริหารจัดการเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไร ?

...บางสมมุติฐานตั้งโจทย์ว่า “ ปฏิวัติ” มักเกิดขึ้นเดือน ก.ย. อันเป็นช่วงของการจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหาร และเหตุผลจริงๆ ก็มักเป็นเช่นนั้น

เพียงแต่ใน พ.ศ. 2551 ในสถานการณ์หลังการปฏิวัติ 19 ก.ย. มาไม่นาน คนอย่างเขาจะเลือกใช้วิธีดาดๆ เช่นนี้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นหรือ ?

บางกระแสพูดถึงว่าอย่าง “ป็อก” สามารถทำในสิ่งที่เรียกว่า “ปฏิวัติ” ได้ หาใช่การรัฐประหารด้วยเงื่อนไขเบื้องหลังที่มีเรื่องประโยชน์ของตัวเองเข้ามาเกี่ยวข้อง

จึงไม่แปลกที่เขาจะ “ถอดรหัส” 19 ก.ย. 49 ไว้แค่การ “หยุดอำนาจ” ที่ไม่ใช่การปฏิวัติ?

ที่สำคัญเขาคิดด้วยพื้นฐานของ “เหตุ” และ “ผล” มาตลอด โดยตรวจสอบ “กระแส” อย่างรอบด้าน และความต้องการของ “สังคม” ในส่วนรวมอยู่ตรงไหน...

เพราะนั่นคือ “สมมุติฐาน” ที่เป็นไปได้ และ “เซฟ” ที่สุด

และวันนั้น “ป็อกก็จะเป็นตัวของป็อกเอง” มากที่สุด...

Profile

Name : พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา หรือ บิ๊กป๊อก
Born : 10 ตุลาคม 2492
Education :
- มัธยมศึกษา โรงเรียนพันธะศึกษา, โรงเรียนอำนวยศิลป์
- ปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต นิด้า
- การศึกษาด้านการทหาร โรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 10 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 21
Career Highlights
-ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์
-เสนาธิการกรมทหารราบที่ 21รักษาพระองค์
-รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์
-ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์
-เสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
-รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
-ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
-ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์
-รองแม่ทัพภาคที่ 1
-แม่ทัพภาคที่ 1
-ผู้ช่วย ผบ.ทบ.
-ผบ.ทบ.
งานอดิเรก : ชอบตีกลอง

Digital TV & Media

หลังจาก “ดิจิทัลทีวี” ผ่านครึ่งปีแรกของการดำเนินธุรกิจ คือเริ่มออกอากาศตั้งแต่เดือนพฤษภาคม มาด้วยความทะลักทุเล

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) ร่วมกับ ทีเอ็นเอส เผยผลสำรวจมูลค่าเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลในปี 2557 และคาดการณ์ในปี 2558

Consumer Insight

อาจเป็นเพราะรูปแบบของสื่อทีเปลี่ยนแปลงไป จากเด็กในอดีตที่มีเพียงแค่ทีวี หนังสือ และนิตยสารอยู่รอบตัว มาสู่เด็กในวันนี้ที่มีทั้งแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน นาฬิกาอัจฉริยะ แว่นตาอัจฉริยะ เกม ยูทิวบ์ ทีวีที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ฯลฯ ส่งผลให้เด็กทุกวันนี้อยู่กับหน้าจอต่างๆ มากกว่าวันละ 6 ชั่วโมงแล้ว

ThaiCERT (ไทยเซิร์ต) ออกประกาศเตือนผู้ใช้งานระบบธนาคารออนไลน์ (Online Banking) ให้ระวังเว็บไซต์ธนาคารปลอม หลังได้รับแจ้งว่ามีลูกค้าธนาคารแห่งหนึ่ง พบหน้าเว็บไซต์หลอกหลวง หวังขโมยรหัสผู้ใช้และรหัสผ่าน

เอคเซนเชอร์ เผยเศรษฐกิจยุคใหม่กำลังจะก้าวไปสู่เศรษฐกิจแบบผนึกกำลัง หรือ We Economy เหตุดิจิตอลเข้ามามีบทบาทในทุกด้าน แนะธุรกิจต้องปรับตัว และต่อยอดสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยเฉพาะในตลาดอาเซียนที่คาดว่าในปี 2020 จะมีมูลค่าตลาดสูงถึง 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

Insight

ก้าวเข้าสู่ยกที่สองของ สมรภูมิดิจิตอลทีวี แต่กลับย้อนรอยเข้าสู่โหมด อนาล็อกแบบเดิมๆ เมื่อบรรดาเหล่าดิจิตอลทีวีต่างขน “ละคร” ออนแอร์กันแบบจัดเต็ม หวังชิงคนดู และเรตติ้งช่วงไพร์มไทม์จากช่องอนาล็อกขึ้นสู่ท็อปไฟว์ จนทำให้สภาพทีวีของไทยเวลานี้ต้องเข้าสู่ภาวะ “ละครล้นจอ”

ดีเดย์วันนี้ 12 มีนาคม เฟซบุ๊ก ล้างบาง “ไลค์ปลอม” ประกาศลบบัญชีแฟนเพจที่ไม่เคลื่อนไหวทิ้ง นักการตลาดขานรับ คาดยอดไลค์ลด 5-10% แต่ได้แฟนตัวจริง ธุรกิจปั่นไลค์กระเทือน ส่วนเฟซบุ๊กทำเงินเข้ากระเป๋าเพิ่ม

หลังจากที่ตลาดน้ำอัดลมของไทยมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเป๊ปซี่ ยุติความสัมพันธ์ที่เคยมีกับ “เสริมสุข” ผู้ผลิต บรรจุขวด และทำตลาดเป๊ปซี่มายาวนานถึง 58 ปี ต้องสิ้นสุดลง เป๊ปซี่ตั้งโรงงานผลิตและจัดจำหน่ายเอง ยกเลิกขวดแก้ว หันมาเน้นผลิตแต่ขวด PET

Strategic Move

ไมโครซอฟท์ ดีไวซ์ เห็นทิศทางบวกหลังมีความแน่นอนในการประมูล 4G ประเดิมนำสมาร์ทโฟน Lumia 640 รับ 4G ในระดับราคา 5,990 บาท เข้ามาจำหน่าย เชื่อกำลังซื้อผู้บริโภคในประเทศไทยยังเติบโตต่อเนื่องในระดับราคาต่ำกว่าหมื่นบาท

ล่าสุดศาลแพ่งพิจารณาระงับคำสั่งงดฉายหนัง Fast and furious 7 ด้านสหมงคลฯ ขอคัดค้านแต่ไม่เป็นผล ชี้กระทบสิทธิ์ผู้อื่น

เมเจอร์ปิดจองตั๋ว Fast and furious 7 ผ่านเวบไซต์ ส่วน SF ยังเปิดอยู่ เผย "จา พนม" บินไปอเมริกาเดินสายโปรโมตหนังแล้ว

Social Media Club

หลังจากซื้อกิจการในเดือนมกราคมและเปิดให้ชาวออนไลน์ทดลองใช้งานมาระยะหนึ่ง “ทวิตเตอร์ (Twitter)” เครือข่ายสังคมข้อความสั้นยอดฮิตตัดสินใจเปิดให้บริการแอปพลิเคชัน “แพริสโคป (Periscope)” อย่างเป็นทางการ ชูความสามารถถ่ายทอดสดทั้งภาพวิดีโอและเสียงสุดลื่นไหล แถมให้บริการฟรีบนความหวังเพิ่มฐานผู้ใช้งานก้าวกระโดด

เฟซบุ๊ก (Facebook) เครือข่ายสังคมยักษ์ใหญ่ประกาศให้นักพัฒนาจากภายนอกร่วมเพิ่มฟังก์ชันบนแพลตฟอร์ม “Messenger” ได้ตามใจปรารถนา พร้อมโชว์ตัวเลขผู้ใช้กว่า 600 ล้านคน เป็นสิ่งยั่วใจ ไม่เท่านั้นยังเผยแผนบริการใหม่ “Businesses on Messenger” ที่เชื่อว่าจะทำให้ธุรกิจกับผู้บริโภค “ใกล้ชิด” กันมากขึ้น

Columnist

เป็นข่าวคราวที่สร้างกระแสและสะเทือนวงการแท็กซี่ได้พอสมควร เมื่อ “แท็กซี่” นครชัยแอร์เปิดตัวและพร้อมเริ่มให้บริการ 1 พ.ค. 2558 โดยใช้ชื่อว่า “All Thai Taxi” ใช้งบประมาณเกือบ 700 ล้าน

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Wrap

คำสั่งขององค์การการบินระหว่างประเทศ (ICAO) ที่ทำให้ทางการญี่ปุ่นระงับการเพิ่มเที่ยวบินจากประเทศไทย เหมือนดั่งสายฟ้าฟาด สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่วางแผนไปเยือนแดนอาทิตย์อุทัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งหากกรมการบินพลเรือนของไทยยังไม่สามารถแก้ปัญหาเพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยได้ ก็อาจมีความเสี่ยงที่ประเทศอื่นๆจะระงับการขยายเส้นทางการบินเหมือนกับญี่ปุ่น

ปฏิเสธไม่ได้ว่า บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จำนวนมากต่างเฝ้ามองตลาดของจีนแผ่นดินใหญ่กันตาเป็นมัน และคาดหวังว่าจะได้มีส่วนแบ่งตลาดในจีนแผ่นดินใหญ่กันทั้งสิ้น แต่สำหรับบริษัทเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกา ตลาดจีนดูจะยากแก่การเข้าถึงเกินไปเสียแล้ว

เปิดเผยดรามาภายในองค์กรก้องโลก “แอปเปิล” หลังมีข้อมูลเผยว่า ทิม คุก (Tim Cook) ซีอีโอแอปเปิลคนปัจจุบันเคยเสนอตัวขอบริจาค “ตับ” ให้สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) อดีตซีอีโอเพื่อยื้อชีวิต

Global Trend

หุ่นเจ้าหน้าที่ตำรวจจำลอง หรือ “จ่าเฉย” เป็นที่รู้จักกันดีในประเทศไทย หากแต่ที่ประเทศญี่ปุ่น ก็มี “รถจ่าเฉย” ซึ่งมีวัตถุประสงค์อย่างเดียวกัน คือ เพื่อเตือนสติให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น

ไอโฟนรุ่นปัจจุบันอย่าง iPhone 6 นั้นได้รับความนิยมถล่มทลายด้วยหน้าจอขนาด 4.7 นิ้วและ 5.5 นิ้ว แต่ล่าสุดมีข่าวลือระบุว่าแอปเปิล (Apple) กำลังเตรียมพัฒนาไอโฟน 6 ขนาดเล็กลงเหลือ 4 นิ้ว นักวิเคราะห์คาดข่าวลือนี้มีทั้งโอกาสเป็นไปได้และเป็นไปได้ยาก แม้ว่าสาวกส่วนใหญ่มีแนวโน้มจะให้การต้อนรับอย่างดีก็ตาม

สายการบินและนักท่องเที่ยวต่างตกอยู่ภาวะปั่นป่วน หลังจากกรมการบินพลเรือนของญี่ปุ่นสั่งระงับการขยายเที่ยวบินจากไทยไปญี่ปุ่น โดยเฉพาะเส้นทางเปิดใหม่

People

25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาคือวันที่กูเกิลประเทศไทยประกาศต้อนรับหัวหน้าฝ่ายการตลาดคนใหม่นามว่า “ภีท นุชนาฏนนท์” สิ่งที่น่าจับตาจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าภีทเป็นใคร แต่อยู่ที่ประสบการณ์ของภีทอาจจะบอกใบ้แนวทางของกูเกิลประเทศไทยในอนาคต

พลิกปูมธุรกิจ “บี เตชะอุบล” ทายาทคนโตแห่งตระกูลเตชะอุบล เจ้าของอาณาจักรคันทรี่ กรุ๊ป ผู้หาญกล้าควักเงินหมื่นล้าน ซื้อปีศาจแดง-ดำ เอซี มิลาน สโมสรฟุตบอลระดับโลกแห่งลีกอิตาลี พบเป็นและเคยเป็นผู้บริหารบริษัทไทยอยู่ 15 บริษัท โดย 5 บริษัทดำเนินกิจการอยู่ ส่วนอีก 10 เลิกกิจการไปแล้ว

บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของแบรนด์ร้านอาหาร พิซซ่า ฮัท เปิดตัวแม่ทัพหญิง นางซาบีน่า ริกซ์วี่ รับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป พิซซ่า ฮัท ประจำประเทศไทย มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348