มองผ่านโลกเกย์ยุคใหม่จาก “ภาพยนตร์”

The Gay Movies Makers

พจน์ อานนท์ จัดอยู่ในฐานะผู้กำกับคนหนึ่งในบ้านเราที่มีผลงานมาอย่างต่อเนื่อง แม้หนังของเขาไม่ได้มีมุมมองจากนักวิจารณ์ในผลบวกซักเท่าไหร่ แต่เมื่อมองในแง่ของผู้สร้าง หนังของเขาก็ได้รับการตอบรับอย่างสม่ำเสมอ เพราะจากการที่เขาเป็นผู้กำกับหนังทำเงินคนหนึ่งของเมืองไทย

จากผลงานภาพยนตร์ที่ผ่านมา หนังของพจน์ได้รับการยอมรับว่าดูสนุกและมีพัฒนาการ รวมไปถึงประเด็นใหม่ๆที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ สติแตกสุดขั้วโลก จนเรื่องล่าสุด “เอ๋อเหรอ” เขายอมรับว่าที่ทางสำหรับหนังแนว “กะเทย” ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ เขามีความถนัด และเป็นเรื่องที่ยังทำเงินเรื่อยๆ เพราะตลาดกำลังให้ความสนใจ สำหรับหนังที่มีความสนุกสนาน ไม่จริงจัง หรือเศร้ามากนัก แต่บ้านเรา “เกย์” กับ “กะเทย” ถูกนิยามให้ต่างกันในมุมของผู้ผลิต

ประเด็น “เพศที่สาม” ได้กลายเป็นที่พูดถึงในวงการว่าเป็น “หน้าหนัง” ที่น่าสนใจ ซึ่งหมายความว่า ง่ายต่อการขอทุนจากผู้สร้าง โดยจำนวนรายได้ซึ่งเป็นผลตอบแทนกลับมาน่าจะมีโอกาสสูง ภาพยนตร์หลายๆ เรื่องในประเทศไทยเองมีหน้าหนัง ไม่ว่าจะเป็น หนังผี หนังตลก หนังสงคราม หรือหนังเซ็กซ์ ซึ่งบางครั้งภาพยนตร์บางเรื่องให้ความสำคัญกับหน้าหนังมากกว่าตัวหนังจริงๆ แต่ก็ไม่เสมอไป บางครั้งหน้าหนังไม่ดี แต่ก็เป็นหนังทำเงิน

เพศที่สาม ในแง่หนึ่งจะใช้เป็นแรงจูงใจทางเพศเพื่อประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างกระแสก่อนหนังเข้าฉายได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าประเด็นที่ดาราชายบางคนถูกโปรโมตผ่านสื่อในการแสดงบทกะเทย อย่าง วินัย ไกรบุตร หรือ ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี โดยเฉพาะจากจุดเริ่มต้นของสตรีเหล็ก ทำให้หนังที่ผลิตมาในแนวนี้มีที่ทาง และทำให้ในบ้านเรามีโอกาสออกมามากขึ้นเรื่อยๆ

- การทำหนังซักเรื่องต้องคิดก่อนไหมว่าจะจับกลุ่มไหน ทำแล้วจะมีคนดูเท่าไหร่

หนังกะเทยกับหนังเกย์ เราคิดว่ามันไม่เหมือนกัน หนังเกย์เราก็ยังไม่เคยทำ เราทำแต่หนังกะเทย คิดจะทำมาตั้งแต่ก่อนสตรีเหล็ก เรื่อง “ฉันผู้ชายนะยะ” เรื่องนี้ของอาจารย์เสรี (วงมณฑา) มันเคยเป็นหนังมาแล้วตอนที่เราเด็กๆ เราก็อยากทำ เพราะมันเป็นละครเวทีที่ดังมาก เราก็เลยติดต่อขอซื้อบทประพันธ์จากอาจารย์เสรี (วงมณฑา) แล้วมาเสนอที่บริษัทไฟว์สตาร์ แต่เขาไม่อนุมัติ เขาให้เหตุผลว่าหนังกะเทยไม่น่าจะทำเงิน เราก็เลยพับโครงการไป จนได้มาเริ่มทำหนังเรื่อง “โกซิกซ์” เป็นหนังกะเทยที่มีตัวเอกแปลงเพศแล้วมาโกหกกัน ก็เริ่มทำตั้งแต่ตอนนั้นมา แต่ที่จริงก่อนหน้านั้นเรายังเคยคิดจะทำโปรเจกต์ “ตุ๊ด ตุ๋ย ตุ้ม” ติดต่อทำสัมภาษณ์ เตรียมโปรเจกต์ไว้เรียบร้อยหมดแล้ว แต่เขาก็ไม่ซื้ออีก เราก็เลยหยุดโครงการไป

มันแล้วแต่ว่าเราจะอยากทำแนวไหน ในตอนไหน แต่ตัวเราเองเป็นคนที่ชอบทำหนังอะไรที่คนเขาไม่ทำ อย่างทำหนังเรื่องแรกในชีวิต “สติแตกฯ” เป็นหนังจีน เหาะเหินเดินอากาศ เป็นแฟนตาซี ตลก ก็ทำเพราะมันยังไม่มี และอยากทำ อย่างเรื่องล่าสุด “เอ๋อเหรอ” ก็ยังไม่มีคนเอาชีวิตจริงของคนพวกนี้มาเล่น ตอนที่ทำก็ไม่คิดว่าจะทำเงินเหมือนกัน แค่อยากลองดูว่าเราก็ทำหนังดราม่าเป็นนะ แล้วอย่าง “ว้ายบึ้ม” ก็อยากทำเรื่องเด็กที่เขาเป็นเชียร์ลีดเดอร์ แต่ถ้าใช้ผู้หญิงแสดง ผู้ชายมันก็ไม่สนุก ก็เลยเอากะเทยมาเป็นตัวเดินเรื่อง พอดีทางไฟว์สตาร์เขาก็อนุมัติ เพราะตอนนั้น “สตรีเหล็ก” ภาค 1 มันทำเงินได้ ก็เลยทำให้นายทุนเชื่อว่ามีหนังแนวนี้ที่ทำเงินได้ จึงทำออกมาอีก

จริงๆ อย่าง ”ปล้นนะยะ” เองก็เป็นโปรเจกต์ที่คิดมาก่อนจะทำว้ายบึ้ม แต่เป็นโปรเจกต์ที่ไม่ผ่านหมดเลย ก็เลยคิดไปเรื่อยๆ แต่พอว้ายบึ้มเสร็จ เขาก็อนุมัติ เลยกลายเป็นทำหนังกะเทยติดกันสองเรื่อง ทั้งที่คิดเตรียมทำมาก่อนนานแล้ว

- นายทุนเขาดูอะไร

เขาดูตลาด ว่ามันจะรับหรือเปล่า ปัจจุบันนี้ตลาดต้องการความแปลกใหม่อยู่เรื่อย เขาก็เลยเปิดกว้างมากขึ้น อย่างเขาบอกว่าถ้าทำหนังกะเทยออกมาอีกจะไม่มีคนดู เราคิดว่ามันคงไม่จริง มันอยู่ที่คนทำ ถ้าคนทำซ้ำๆ ซากๆ คนเขาก็เบื่อ อย่างหนังผีก็ออกมาตั้งเยอะ จนมีคนบอกว่าจะไม่มีคนดู แต่หนังที่ทำเงินอันดับหนึ่งปีที่แล้ว ก็เป็นหนังผี เรื่อง “ชัตเตอร์ กดวิญญาณ” อย่างหนังที่ได้เงินร้อยล้านตอนนี้ก็ “หลวงพี่เท่ง” เป็นหนังตลก ก็เคยเป็นหนังที่เขาบอกว่าจะไม่มีคนดู ไม่ได้หมายความว่า “ตัวจริง” เท่านั้นที่จะอยู่ได้ คิดว่าตลาดมันมีส่วนมากกว่า

- อย่างหนังของไทยเองก็ไปฉายมากขึ้นในตลาดโลก ทำไมเขาถึงสนใจหนังแนวนี้ของคนไทย

อย่าง ว้ายบึ้ม ก็มีคนเชิญไปเข้าสายประกวด แม้เราจะรู้ว่ามันไม่ได้รางวัลอยู่แล้ว พอเราไปเมืองนอก คนเขาจะรู้จักเราเลยว่าเป็นผู้กำกับ “Cheerleader Queens” เพราะว่ามันไปดังที่เมืองนอก ไปทั้งออสเตรเลีย ซานฟรานซิสโก ลอสแองเจลิส อัมสเตอร์ดัม ไต้หวัน ญี่ปุ่น มีเทศกาลเกย์เลสเบี้ยนก็ไป อย่างเมืองคานส์เราก็ไปฉายโชว์ เพราะเขามองว่าหนังเราเป็นหนังแปลก บ้านเขาไม่มีกะเทยเด็กๆ มัธยมแบบนี้ อย่างหนังเกย์ของต่างประเทศเขาไม่มีแบบนี้ จะไม่เหมือนกันเลย ของเขาจะเป็นหนังเกย์ ผู้ชายจะแสดงกัน มีเกย์คิง เกย์ควีน อย่างบ้านเราเป็นหนังกะเทยแต่งหญิง เกย์บ้านเราตัวเล็กก็เลยทำผู้หญิงได้ เกย์ฝรั่งทำอ้อนแอ้นแล้วดูไม่น่ารัก อย่างหนังเรื่อง “Priscilla” ที่เกย์บ้านเขามาแต่งตัวเล่นเป็นผู้หญิงก็แข็ง บ้านเราเล่นเป็นเกย์แล้วสวย มันจะเป็นเรื่องอีกเรื่องหนึ่งไปเลย ที่เขาไม่สามารถมาทำได้เหมือนเรา คิดว่าเขาเปิดกว้างขึ้น ตอนนี้หนังเทศกาลเกย์เลสเบี้ยนเกือบทุกประเทศก็มีหมด

- ทำไมถึงคิดว่าหนังเกย์กับหนังกะเทยไม่เหมือนกัน

จริงๆ มันอาจจะเป็นคำเดียวกันก็ได้ อย่างเกย์มันก็เรียกรวมๆ เป็นสากลอยู่แล้ว ในความคิดเรา หนังเกย์ คือหนังของผู้ชายธรรมดาที่ชอบผู้ชายด้วยกัน แต่หนังกะเทยที่เรียกกันในบ้านเรา ก็เป็นผู้ชายแต่งผู้หญิง หรือที่ดูสาวหน่อย ก็เรียกกะเทย สตรีเหล็กก็เป็นหนังกะเทยในบ้านเรา แต่ฝรั่งจะเรียกหนังเกย์ก็ได้ แต่ตอนนี้บ้านเราไม่มีหนังเกย์แบบที่เป็นผู้ชายทั้งแท่ง ไม่ต้องแต่งผู้หญิง เป็นผู้ชายธรรมดาแล้วมาชอบกัน

- เวลาทำแล้วมันต่างกันยังไง ทั้งจากที่เคยทำแนวนี้มาแล้ว กับแนวอื่นๆ ที่ต่างกันออกไป

เราเองก็ไม่คิดว่ามันจะต่างๆ อะไรกันมากมาย มันเป็นเรื่องราวของคนเหมือนๆ กัน มันอยู่ที่ลูกเล่น เพราะว่าถ้าเอากะเทยมาทำเศร้า คนในบ้านเราเขาก็ไม่ดู บ้านเราจะดูหนังกะเทยที่เอามาทำตลก บ้านเรากะเทยเป็นสีสันของวงการบันเทิงอันดับหนึ่งก็ได้ (ข้อสังเกตเรื่องอาชีพตลกกับการแสดงเป็นกะเทย-ผู้เขียน) มันอยู่ที่ลูกเล่น มุกและวิธีการนำเสนอของแต่ละคน ถ้ามีโอกาสที่จะทำหนังกะเทยก็จะทำอีก เพราะว่ามันไม่มีอะไรที่เสียหาย คนพวกนี้เขาน่ารัก ไม่ใช่ว่าทำหนังกะเทยแล้วให้คนดูเลียนแบบเป็นกะเทยหรือเกย์ได้ มันเป็นมาตั้งแต่เกิด ไม่ใช่ว่าเพิ่งมาเป็นจากหนัง

จริงๆ หนังมันสะท้อนสิ่งที่มีอยู่ในสังคมอยู่แล้ว เราไม่ได้สร้างอะไร เราดึงมันมาให้ดูมีสีสัน ตัวละครในหนังของเขาสามารถที่จะมีได้ในสังคมไทยทุกคน นักเรียนมัธยมที่เป็นกะเทยเด็กก็มีเยอะแยะ กะเทยที่เป็นนางโชว์ก็มีอยู่แล้ว

- มีกลุ่มเป้าหมายชัดเจนไหม

มันก็มีกลุ่มเกย์มาดูนะ แต่ก็มีอีกส่วนหนึ่งที่เป็นส่วนใหญ่ คือกลุ่มผู้หญิง เพราะว่าผู้หญิงเขาชอบกะเทย เขามีเพื่อนเป็นกะเทย คิดว่าที่สตรีเหล็กได้ 100 ล้านเพราะคนที่มาดูส่วนใหญ่ก็คือกลุ่มผู้หญิง ผู้ชายหลายคนก็ไม่ได้เกลียดกะเทย แต่อาจจะเป็นส่วนน้อย ตลาดมันเลยมีของมัน เกย์ในเมืองไทยตอนนี้เราคิดว่า น่าจะถึงหลักล้านคนแล้ว

- ยอดขั้นต่ำ

คงไม่มี แต่ตั้งแต่ทำหนังกะเทยมันก็ทำเงินตลอด ไม่เคยมีหนังกะเทยเรื่องไหนเจ๊งเลย ทำเงินหมด มันจะสนุกสนาน ไม่มีใครอยากจะดูชีวิตเกย์เศร้าๆ น่ารัก คงไม่มีคนดูถ้าจะมีคนทำหนังชีวิตหนักๆ อย่างละครเรื่องรักแปดพันเก้า ก็ต้องมีคู่รักผู้หญิงผู้ชายแซมๆ กันไป มีส่วนหนึ่งในเรื่อง มันก็ต้องมีน่ารัก แล้วเขาก็เลือกคนที่มาเล่นน่ารัก สนใจ อย่างในเมืองเกย์ กับกะเทยก็ดูเรื่องนี้เยอะ

- ตอนนี้ถือได้ว่า “เกย์หรือกะเทย” เป็นหน้าหนังที่มีความน่าสนใจอันนึง

ใช่... แต่ก็แปลกบ้านเรายังมองหนังเกย์กับหนังกะเทยไม่เหมือนกัน หนังที่เป็นเกย์แบบไม่ใช่กะเทยมันก็มีแต่บ้านเรานายทุนยังไม่สนใจ เรามีพล็อตโปรเจกต์เป็นหนังเกย์ที่คิดจะทำมาสองปีแล้ว แต่ไม่มีนายทุนยอมสร้าง เป็นเรื่องความรักของผู้ชายผู้ชาย ไปติดต่อหมดทุกที่แต่ไม่มีใครยอมให้ทำ ไม่มีใครยอมสร้าง ถ้าเกิดมีใครให้ทุนมาตอนนี้ก็คงจะทิ้งงานอื่นมาทำ เพราะอยากทำมาก แล้วบ้านเรายังไม่มี บางเรื่องคิดจนมีคนเอาไปทำก่อน แล้วกลายเป็นว่าเราไปเลียนแบบเขาอีก อย่างเรื่องกะเทย เราก็คิดได้ตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่มีใครให้ทำ แต่พอสตรีเหล็กทำแล้วได้เงิน ก็เพิ่งจะมาให้เราทำ ก็เหมือนเราไปเลียนแบบเขา จริงๆ เราเคยลงสัมภาษณ์ว่าคิดจะทำก่อนหน้านั้นมา 2 ปี ตั้งแต่ทำสติแตกฯใหม่ๆ หนังเกย์ตอนนี้คิดว่าทำยังไงก็คงไม่เจ๊ง เพราะอย่างน้อยขายเมืองนอกได้แน่นอน

- ทำหนังเกย์กับทำหนังกะเทยมันจะต่างกันยังไง

คงไม่ได้เปลี่ยนอะไรมาก มันคล้ายกัน ระหว่างแสดงออกกับไม่แสดงออก คิดว่าน่าจะเป็นโรแมนติกคอมเมดี้ ผสมดราม่านิดหน่อย

- อะไรที่เป็นจุดเริ่มของหนังแนวนี้ในไทย

ถ้าเดี๋ยวนี้ก็คงสตรีเหล็ก แต่ถ้าเมื่อก่อนก็คงเป็น “เพลงสุดท้าย” ของสมหญิง ดาวราย (ดารากะเทยแสดงนำ - ผู้เขียน) หนังกะเทยเรื่องแรกของเมืองไทย มี “ฉันผู้ชายนะยะ” แล้วที่มาดังอีกทีก็คือ “สตรีเหล็ก” เพราะมันมาในช่วงที่ไม่มีหนังกะเทยมานาน ตอนนี้ก็เลยมีออกมาเรื่อยๆ แล้วหนังพวกนี้ก็ทำเงินทั้งหมด

- เพิ่งมาคิดว่าตัวเองมีความชัดเจนกับหนังแนวนี้ตอนไหน

มันแล้วแต่เรื่องที่เราอยากทำ แต่เรื่องแบบนี้มันเป็นแนวของเราด้วยมั้ง ทำแล้วสนุก ตลกดี เราก็มีแฟนประจำของเขาชอบก็โอเคแล้ว เราทำหนังที่ทำออกมาเราก็ไม่ทำตามบท ไม่มีบท มีแต่เป็นพล็อตคิดเอาไว้ ถ้าให้วางแผนจะทำแล้วไม่สนุก พอมีบทแล้วมันไม่เป็นตัวเราด้วย เพราะฉะนั้นนี่ก็เป็นแนวที่ใครถนัดยังไงก็ถนัดอย่างนั้น คิดว่าเป็นหนังแนวนี้เป็นอะไรที่เราถนัด แล้วก็จะทำต่อไป…

Did you know?

“เพลงสุดท้าย” ผลงานกำกับของ พิศาล อัครเศรณี มีนายทุน คือ วิชัย เลิศฤทธิ์เรืองสิน เจ้าของทิฟฟานี่โชว์ พัทยา และบาร์เซคั่นทิป กรุงเทพฯ จ่ายสดให้พล็อตหนังเรื่องเพลงสุดท้าย เมื่อปี 2548 ถือเป็นหนังกะเทยเรื่องแรกของวงการหนังไทย โดยถูกเชิญให้ไปฉายในต่างประเทศหลายประเทศ หนังเรื่องนี้ได้สร้างที่ทางของกะเทยมากกว่าเกย์ในสังคมไทยในขณะนั้น แล้วปัจจุบันก็ถือว่า “เพลงสุดท้าย” เป็นเพลงชาติเกย์ (gay anthem) สำหรับคนไทยอีกเพลงหนึ่ง ที่ถูกใช้บ่อยในการแสดงคาบาเร่ต์เพลงหนึ่ง ก่อน “I will survive” ที่ร้องโดย Gloria Gaynor

รายได้ภาพยนตร์ไทยที่ตัวแสดงหลักรับบทเพศที่สามในช่วงที่ผ่านมา

1. สตรีเหล็ก - Iron Ladies
รายได้ : 98.7 (หลักล้านบาท) *
ผู้กำกับ : ยงยุทธ ทองกองทุน
วันออกฉาย : 3 มีนาคม 2543
บริษัทผู้สร้าง : ไท+หับโห้หิ้น

2. สตรีเหล็ก 2 - Iron Ladies II
รายได้ : 71.2 (หลักล้านบาท) *
ผู้กำกับ : ยงยุทธ ทองกองทุน
วันออกฉาย : 7 มีนาคม 2546
บริษัทผู้สร้าง : ไท+หับโห้หิ้น

3. พรางชมพู กะเทยประจัญบาน - Saving Private Toussie
รายได้ : 45.6 (หลักล้านบาท) *
ผู้กำกับ : กิตติกร เลียวศิริกุล
วันออกฉาย : 29 พฤศจิกายน 2545
บริษัทผู้สร้าง : ฟิล์มบางกอก

4. ปล้นนะยะ - Spicy Beauty Queen in Bangkok
รายได้ : 42.5 (หลักล้านบาท) *
ผู้กำกับ : พจน์ อานนท์
วันออกฉาย : 6 กุมภาพันธ์ 2547
บริษัทผู้สร้าง : อาร์เอสฟิล์ม+ฟิล์มกูรู

5. ว้ายบึ้ม เชียร์กระหึ่มโลก - Cheerleader Queens
รายได้ : 29.9 (หลักล้านบาท) *
ผู้กำกับ : พจน์ อานนท์
วันออกฉาย : 21 กุมภาพันธ์ 2546
บริษัทผู้สร้าง : ไฟว์สตาร์

6. บิวตี้ฟูล บ๊อกเซอร์
รายได้ : 15.0 (หลักล้านบาท) *
ผู้กำกับ : เอกชัย เอื้อครองธรรม
วันออกฉาย : 28 พฤศจิกายน 2546
บริษัทผู้สร้าง : แกรมมี่ภาพยนตร์

7. Go Six: โกหก ปลิ้นปล้อน กระล่อน ตอแหล
รายได้ : 10 (หลักล้านบาท) *
ผู้กำกับ : พจน์ อานนท์
วันออกฉาย : ปี 2542
บริษัทผู้สร้าง : -

* ยอดรายได้ที่ฉายผ่านเครือโรงภาพยนตร์

ภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ของพจน์ อานนท์

- เอ๋อเหรอ
รายได้ : 60 (หลักล้านบาท) *
ผู้กำกับ : พจน์ อานนท์
วันออกฉาย : 6 มกราคม 2548
บริษัทผู้สร้าง : สหมงคลฟิล์ม

- 18 ฝนคนอันตราย
รายได้ : 25 (หลักล้านบาท) *
ผู้กำกับ : พจน์ อานนท์
วันออกฉาย : 14 พฤศจิกายน 2540
บริษัทผู้สร้าง : ไฟว์สตาร์

- สติแตกสุดขั้วโลก
รายได้ : 48.5 (หลักล้านบาท) *
ผู้กำกับ : พจน์ อานนท์
วันออกฉาย : 30 ธันวาคม 2538
บริษัทผู้สร้าง : ไฟว์สตาร์

Digital TV & Media

ทีประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) มีมติ “ไม่ทบทวน” ตามที่ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอทบทวนมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดให้โครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ภายใน 15 วัน

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

แบรนด์ที่ใช้สื่อโฆษณาสูงสุดในเดือนตุลาคม 2557 อันดับ 1 เป็นของ วาสลีน บอดี้ สกินแคร์ ด้วยงบซื้อโฆษณา 79 ล้านบาท อันดับ 2 เป็นของ แชมพู เคลียร์ ใช้งบไป 69 ล้านบาท แซงหน้าโตโยต้า ที่หล่นมาอยู่ในอันดับ 3 โดยโตโยต้ารถยนต์นั่ง ใช้งบไป 67 ล้านบาท

Consumer Insight

ผลวิจัยพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคชาวไทย ของบริษัท ดันน์ฮัมบี้ ล่าสุด พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยหันมาซื้อสินค้าโดยใช้ปัจจัยด้านความสะดวกซื้อ และซื้อในแต่ละครั้งจะซื้อสินค้าจำนวนไม่มาก

มาดูกันว่า กลุ่มผู้บริโภครุ่นใหญ่ Generation Power ของไทย วัย 35- 59 ปี กันบ้าง และจากการศึกษาแบบเจาะลึกของ Y&R Thailand ค้นพบ 3 ค่านิยมเด่นของกลุ่มคนไทย ที่นักการตลาดต้องรู้

Insight

ท่ามกลางการแข่งขันของโลว์คอส แอร์ไลน์ในไทย สายการบิน “ไทยสมายล์” ได้วาง Positioning ตัวเองเป็นสายการบินแบบ “ไลท์ พรีเมี่ยม” ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างหว่างสายการบินแบบ Full Service และ Low Cost

จากโครงการ LINE ครีเอเทอร์มาร์เก็ต (LINE Creators Market) ที่ให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถส่งผลงานสติกเกอร์ของตนเองเพื่อขายเป็นสติกเกอร์ไลน์ โดยในช่วงเวลา 6 เดือนหลังจากเปิดตัวตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย.– 7 พ.ย. 2557 ที่ผ่านมา มีรายได้ทะลุ 1,074 ล้านบาท

กลุ่ม Generation Y (Gen Y) เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีอิทธิพลสุดๆ ต่อตลาด เพราะมีขนาดใหญ่ คนกลุ่มนี้เกิดใน ค.ศ 1981-2000 โดยมีจำนวนประมาณ 19 ล้านคน หรือเกือบ 1 ใน 3 ของประเทศ ที่สำคัญรายได้ค่อนข้างสูงแม้จะอยู่ในวัยหนุ่มสาวอายุเพียง 15-34 ปี และยังมีอัตราการใช้จ่ายต่อรายได้ที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับคนเจเนอเรชั่นอื่นๆ

Strategic Move

นับเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังจากที่ กาเกา ทอล์ค (Kakao Talk) แอพแชต จากเกาหลี เข้ามาทดลองตลาดในไทยเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา

แม้พฤติกรรมการดูภาพยนตร์ของคนไทยจะสูงขึ้นตามไลฟ์สไตล์คนเมืองก็ตาม แต่เมื่อเทียบอัตราการดูภาพยนตร์ของคนไทยต่อคนต่อปีแล้วมีเพียง 1 เรื่องเท่านั้น และโรงภาพยนตร์ในเมืองไทยยังมีอยู่แค่ 800 โรง

หลังจากประสบความสำเร็จในการ ปั้น 'เอเชียทีค ริเวอร์ฟร้อนท์' บนถนนเจริญกรุงไปแล้ว บริษัท ทีซีซี แลนด์ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ของ “เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี” มองเห็นโอกาสและช่องว่างของการสร้างแหล่งช้อปปิ้ง ที่เรียกว่า 'Community Shopping Center'

Social Media Club

2014 เป็นปีที่ “อีคอมเมิร์ซ”ของไทยเติบโตแบบก้าวกระโดด ปัจจัยที่สำคัญมาจากการที่ธุรกิจต่างๆ มองว่าเวลานี้ อีคอมเมิร์ซ เป็นช่องทางขายหลักในการเข้าถึงผู้บริโภค การมาของผู้ให้บริการจากต่างประเทศ ระบบชำระเงินออนไลน์ที่พัฒนาไปอย่างมาก (Online Payment) หรือระบบจัดการสินค้าและขนส่งถึงปลายทางพร้อมเก็บเงิน (Warehouse & Fulfillment)

 

Social Network แพลทฟอร์ม ไหนที่คนไทยนิยมมากสุด

YouTube เว็บไซต์วิดีโอออนไลน์ยอดนิยมของคนไทย ได้จัดอันดับคลิปวิดีโอที่ยอดนิยมมากที่สุดในปี 2014 โดยวัดผลจากยอดวิวสูงที่สุด โดยที่คอนเท้นต์ยอดนิยมส่วนใหญที่คนไทยคลิ๊กดูมากที่สุดยังคงเป็น “เพลง” “มิวสิควิดีโอ” มากที่สุด

Columnist

การแข่งขันในการตลาดปัจจุบัน ต้องมีระบบมาตรฐาน “คุณภาพ” “คุณธรรม” (Quality and Ethics)

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

กิจกรรมปกติของห้างต่างๆ ทั่วโลกคือ จัดเทศกาลชื่อแปลกๆ เพื่อมีเป้าหมายคือ ลดราคาสินค้าและชวนคนมาเดินห้างให้เยอะขึ้น แต่ไม่ว่าจะ Midnight Sales หรือ Clearance Sales ก็แล้ว ไม่มีห้างไหนในโลกที่วันเดียวจะสร้างยอดขายได้เป็นแสนล้านบาท!

Global Wrap

กิจกรรมปกติของห้างต่างๆ ทั่วโลกคือ จัดเทศกาลชื่อแปลกๆ เพื่อมีเป้าหมายคือ ลดราคาสินค้าและชวนคนมาเดินห้างให้เยอะขึ้น แต่ไม่ว่าจะ Midnight Sales หรือ Clearance Sales ก็แล้ว ไม่มีห้างไหนในโลกที่วันเดียวจะสร้างยอดขายได้เป็นแสนล้านบาท!

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

Global Trend

ไอดีซี เผยตลาดแท็บเล็ตในปีนี้มีอัตราการเติบโตที่ต่ำกว่าเป้าอย่างเห็นได้ชัด มีการเติบโตเพียงแค่ 7.2% เท่านั้น เมื่อเทียบการเติบโตแบบปีต่อปี ลดลงจาก 52.5% ในปี 2013 ถือเป็นตัวเลขที่เยอะพอสมควร

การจัดอันดับแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก (Best Global Brand)ในปี 2014โดยบริษัทอินเตอร์แบรนด์ บริษัทที่ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์ระดับโลก ยังพบด้วยว่า แบรนด์ที่เข้ามาติดอันดับในปีนี้เป็นครั้งแรก ประกอบไปด้วย ดีเอชแอล (อันดับ 81) แลนด์โรเวอร์ (อันดับที่ 91) เฟดเด็กซ์ (อันดับที่ 92) หัวเหว่ย (อันดับที่ 94) และฮูโก้ บอส (อันดับที่ 97)

ผู้เขียนได้อ่านบทความธุรกิจของจีนทราบว่า 1 ใน 10 ของแบรนด์ในใจพนักงานออฟฟิศ อันดับหนึ่ง คือ “วีแชต (WeChat)” แอปฯ แชตสีเขียวที่คนจีนใช้กันทั้งประเทศ (มิใช่แบรนด์เครื่องดื่มใดๆ อีกต่อไป) ส่วนแบรนด์อื่นๆ ก็หนีไม่พ้นแบรนด์ระดับโลกอย่างแอ๊ปเปิ้ล ไนกี้ ฯลฯ และก็มีแบรนด์หนึ่งที่สะดุดตาผู้เขียนคือ “ชุ่นเฟิง (顺丰)” ซึ่งที่โลโก้มีตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ว่า SF

People

บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ประกาศแต่งตั้ง “ปิย สมุทรโคจร” ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน เป็นต้นมา

หลังจาก เฟ้นหาบุคคลมานั่งเก้าอี้ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทอสมท จำกัด (มหาชน) มาแทน "เอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์" ที่ยื่นลาออกไปเมื่อ 12 มิถุนายน 2557

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348