ร.ร.กวดวิชา-ลมหายใจสยามฯ

เด็กนักเรียนในชุดเครื่องแบบทั้งแขนยาว แขนสั้น กางเกงขาสั้น จากรั้วคอนแวนต์ และโรงเรียนของรัฐ เดินกันเป็นกลุ่มๆ พูดคุยหยอกล้อ เฮฮาสนุกสนาน ภาพเหล่านี้คือภาพที่คุ้นตาในย่านสยามสแควร์ และถือเป็นลมหายใจที่หล่อเลี้ยงให้ทำเลทองแห่งนี้คึกคัก มีชีวิตชีวา ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

แสนคนติวเข้มพาช้อปคึก

สภาพของนักเรียนที่ต้องแข่งขันเข้าเรียนโรงเรียนดัง และมหาวิทยาลัยชั้นนำ กลายเป็นปัจจัยผลักดันทำให้เด็กนักเรียนจำนวนมากมาที่สยามสแควร์เพื่อนั่งเรียนในโรงเรียนกวดวิชา ที่มีอยู่กว่า 30 โรงเรียน หลายคนเรียนเพียง 1 รอบ 1 วิชา แต่หลายคนเรียนหลายวิชาจนต้องใช้เวลาอยู่ที่สยามสแควร์ทั้งวัน

“อนุสรณ์ ศิวะกุล” ประธานบริหารกลุ่มโรงเรียนกวดวิชาในเครือวรรณสรณ์ และบริษัท วรรณสรณ์ธุรกิจ จำกัด หรือที่รู้จักกันดีว่า โรงเรียนเคมี อาจารย์อุ๊ บอกว่า เฉพาะโรงเรียนเคมี อ.อุ๊ ในวันจันทร์-ศุกร์ ซึ่งนักเรียนจะมาติวตอนเย็น เปิดสอนได้รอบเดียวเช่นเดียวกับโรงเรียนอื่นรับนักเรียนได้รอบละ 700-750 คน หากรวมโรงเรียนในสยามสแควร์ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่รวมประมาณ 30 โรงเรียนในขณะนี้เฉลี่ยวันธรรมดามีนักเรียนมาติวประมาณ 10,000-20,000 คน หากเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ จะเปิดวันละ 4 รอบ นักเรียนก็เพิ่มขึ้น 4 เท่า

นับได้โดยเฉลี่ยสัปดาห์ละเกือบ 1 แสนคนที่หมุนเวียนมากวดวิชา ซึ่งจำนวนนี้มีไม่มากนักที่รีบเรียนแล้วรีบกลับบ้าน เพราะกว่า 80% ที่เลิกเรียนแล้วต้องขอเดินเล่นในสยาม ช้อปปิ้ง กินขนมก่อนกลับ

“จากความหลากหลายของโรงเรียนกวดวิชา และโรงเรียนสอนพิเศษ ทั้งร้องเล่น เต้นรำ ที่มาตั้งอยู่ในสยามสแควร์ ทำให้เด็กจำนวนมากมารวมกันอยู่ที่นี่ ก็ต้องถือว่าโรงเรียนกวดวิชาเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้สยามสแควร์คึกคัก”

นี่คือบทสรุปที่ผู้ประกอบการร้านค้าในสยามสแควร์เห็นตรงกัน

ขณะเดียวกัน ด้วยสถานที่ตั้งของสยามสแควร์ ที่สะดวกสบายในการเข้าถึง และมีรถไฟฟ้ามาถึง ก็ยิ่งทำให้โรงเรียนกวดวิชามีมากขึ้นและหลากหลายประเภท ตั้งแต่การสอนวิชาพื้นฐาน สังคม ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ไปจนถึงวิชาที่ต้องติวเข้มอย่างหนัก อย่างเคมี ฟิสิกส์

“อนุสรณ์” บอกด้วยว่าโรงเรียนกวดวิชาไม่เพียงสร้างความคึกคักให้สยามสแควร์ แต่สยามสแควร์ก็เอื้อให้เกิดติวเตอร์ หรือโรงเรียนกวดวิชาใหม่ๆ ด้วย เพราะเด็กนักเรียนบางส่วนมักมาเดินหาโรงเรียนและตัดสินใจสมัครทันที ดังนั้น เมื่อโรงเรียนอยู่ในพื้นที่เดียวกันทุกโรงเรียนจึงมีโอกาสเหมือนๆ กัน

ขณะเดียวกัน แนวโน้มของเด็กที่มากวดวิชามีอายุลดลง ซึ่ง “อนุสรณ์” บอกว่า สามารถแบ่งได้เป็น Teen คือกลุ่มมัธยมต้น และมัธยมปลายที่เตรียมสอบเข้า ม.4 และมหาวิทยาลัย และกลุ่ม Pre-teen คือเด็กที่เตรียมสอบเข้า ม.1 ซึ่งเด็กที่มาติวอายุน้อย จะต้องมีพ่อแม่ ผู้ปกครอง ญาติ พี่น้อง มาส่งด้วย

“สิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าไม่เพียงเด็กมากขึ้น แต่ก็มีผู้ปกครองมากขึ้นด้วย คือร้านค้าต่างๆ ที่เกิดขึ้นเพื่อรองรับผู้ปกครองที่มารอรับเด็กนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นร้านทำผม ร้านวดเท้า ร้านอาหาร ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ใหญ่ด้วย”

พลังของโรงเรียนกวดวิชาที่สร้างให้ร้านค้าต่างๆ ในสยามสแควร์คึกคัก ยังเห็นได้จากร้านอาหารบางแห่ง มักต้องมาถามเจ้าหน้าที่โรงเรียนว่าจะหยุดสอนช่วงไหนบ้าง เพราะจะได้เตรียมอาหารให้เพียงพอกับลูกค้า

วิกฤตต้มยำกุ้งดึงติวเตอร์ยึดสยามฯ

ย้อนหลังไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เป็นจุดเปลี่ยนที่กลุ่มโรงเรียนกวดวิชาเริ่มเข้ามาสร้างความคึกคักให้กับสยามสแควร์ ซึ่ง “อนุสรณ์” บอกว่า สยามสแควร์ก็มีความคึกคักในระดับหนึ่งอยู่แล้ว เพราะสถานที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง แต่ปี 2540 ซึ่งเศรษฐกิจไทยกำลังซบเซาอย่างหนัก

ขณะเดียวกัน บริเวณหน้าสยามสแควร์ก็รกรุงรังด้วยสิ่งก่อสร้างของโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอส ร้านค้าต่างๆ ในสยามสแควร์จึงปิดตัว เพราะธุรกิจไปไม่รอด เมื่อห้องแถวในพื้นที่ทำเลทองว่างลง ขณะที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็พร้อมลดค่าเช่าให้ผู้สนใจมาเปิดร้านค้า โดยเฉพาะในซอยที่เงียบเหงา ไม่ค่อยมีคนเดิน อย่างซอย 5-6-7 กลุ่มโรงเรียนกวดวิชาที่เดิมมักอยู่ใกล้กับห้างสรรพสินค้า ชุมชน และใกล้โรงเรียนดังๆ จึงเริ่มเข้ามามากขึ้น

แม้ “เคมี อ.อุ๊” มีสาขาแรกที่สะพานควาย และมีนักเรียนจำนวนมากอยู่แล้ว แต่ก็ตัดสินใจมาเปิดที่สยามสแควร์ในช่วงประมาณปี 2541 เพราะเห็นถึงความเหมาะสมเรื่องทำเล และระบบของโรงเรียนกวดวิชา หากอยู่ใกล้กัน จะเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับเด็กนักเรียนในการเลือกเรียนและสับหลีกเวลาลงเรียนได้ ที่สยามสแควร์ช่วงนั้นก็มีโรงเรียนบางแห่งอยู่แล้ว เช่น แอพพลาย ฟิสิกส์ ของ อ.ช่วง ทมทิตชงค์

ขึ้นค่าเช่า กวดวิชาหนีซบ อ.อุ๊

แผนการพัฒนาพื้นที่สยามสแควร์เริ่มเปลี่ยนรูปแบบ โดยจุฬาฯ เตรียมแผนเปลี่ยนแปลงหลายจุดในสยามสแควร์จากห้องแถว เป็นคอมเพล็กซ์บ้าง อาคารจอดรถบ้าง ซึ่งแม้แผนบางส่วนยังไม่แน่นอน แต่จุฬาฯ ก็ยังคงเดินหน้าขึ้นค่าเช่า และต่อสัญญาเพียงสั้นๆ ให้กับร้านค้า และโรงเรียนกวดวิชา ต่างจากการต่อสัญญาในอดีต ที่มักต่อคราวละ 10 ปี

มีกรณีของโรงเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่งที่เคยทำสัญญา 7 ปี ค่าเซ้งคูหาละประมาณ 3-4 ล้านบาท และจ่ายค่าเช่าอีกเดือนละประมาณ 2 หมื่นบาท หลังจากหมดสัญญาจุฬาฯ ให้ต่อสัญญาอีก 2-3 ปี ค่าเซ้งประมาณ 3-4 ล้านบาท แต่มีการต่อรองจนได้ลดราคามาระดับหนึ่ง ขณะที่มีโรงเรียนกวดวิชาบางแห่งที่จุฬาฯ ให้ต่อสัญญา 5 ปี แต่ให้จ่ายเงินก้อนแรกในช่วงปีแรกสูงมาก เพราะเกรงว่าหากโรงเรียนกวดวิชาออกจากพื้นที่สยามสแควร์ไปหมดจะทำให้พื้นที่แห่งนี้เงียบเหงา

จากความไม่แน่นอน และการขึ้นค่าเช่าอย่างต่อเนื่อง ทำให้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว “อนุสรณ์” ซึ่งเป็นสามีของ อ.อุไรวรรณ หรือ อ.อุ๊ ตัดสินใจประมูลซื้อที่ดินจากกรมบังคับคดี หัวมุมแยกศรีอยุธยา ใกล้สถานีรถไฟฟ้าพญาไท ขนาดประมาณ 935 ตารางวา มูลค่าประมาณ 250 ล้านบาท เพื่อสร้างศูนย์การเรียนการสอนนอกระบบ ณ อาคารวรรณสรณ์ ย่านสี่แยกพญาไท สูง 18 ชั้น มูลค่าก่อสร้าง 300 ล้านบาท

จากลักษณะการบริหารพื้นที่ของจุฬาฯ ที่ทำให้โรงเรียนกวดวิชามีอนาคตที่ไม่แน่นอน บางโรงเรียนอยู่มานานถึง 17 ปี จ่ายค่าเซ้งให้จุฬาฯ ไปแล้ว 30-40 ล้านบาท แต่ก็ยังไม่มีความแน่นอนในการอยู่ในพื้นที่ “อนุสรณ์” จึงคุยกันในกลุ่มโรงเรียนกวดวิชาว่า หากมีอาคารเป็นศูนย์ของโรงเรียนกวดวิชาโดยเฉพาะ จะสนใจมาอยู่ร่วมกันหรือไม่ ปรากฏว่าได้รับการตอบรับอย่างดี และขณะนี้มีเกือบ 20 โรงเรียน และร้านค้าปลีกบางแห่งจากสยามฯ จะมาร่วมอยู่ในอาคารแห่งนี้ด้วย

แม้ค่าเช่าที่อาคารวรรณสรณ์ จะไม่ต่างจากสยามสแควร์มากนัก แต่สิ่งที่ “อนุสรณ์” ตอกย้ำ คือความแน่นอนในอนาคตของโรงเรียนกวดวิชา เพราะไม่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงแผนการพัฒนาพื้นที่ตลอดเวลา และการขึ้นค่าเช่าอย่างไม่เป็นธรรม หรือแม้กระทั่งปัญหาไฟดับ เหมือนอย่างที่เกิดที่สยามสแควร์บ่อยครั้ง ซึ่งในทางธุรกิจแล้ว อาคารนี้ ไม่ได้หวังผลกำไร เพราะแผนธุรกิจของอาคารแห่งนี้ ได้ผลตอบแทนเพียง 6-7% และกว่าจะคืนทุนต้องใช้เวลาถึง 12-15 ปี มีกำหนดเปิดทำการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2551 ซึ่ง “อนุสรณ์” คาดว่าจะมีเด็กมาที่ศูนย์แห่งนี้วันละประมาณ 13,000 -14,000 คนในวันธรรมดา และเสาร์-อาทิตย์กว่า 40,000 คน

บทสรุปของกลุ่มโรงเรียนกวดวิชาที่กำลังย้ายฐานไปยังแยกพญาไท กำลังเป็นสิ่งท้าทายให้กับสยามสแควร์ ว่าจะแก้เกมอย่างไร เพราะหากเด็กๆ นับหมื่นคนต่อวันหายไปจากที่แห่งนี้ “สยามสแควร์” อาจค่อยๆ หมดเสน่ห์ให้น่าค้นหาอีกต่อไป

Consumer Insight

บริษัท นีลเส็น ได้รายงานผลการซื้อสื่อโฆษณาระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2557 พบว่า ยอดซื้อสื่อทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ แมกกาซีน โรงภาพยนตร์ สื่อนอกบ้าน สื่อในห้างสรรพสินค้า รวมทั้งสื่ออินเทอร์เน็ต มีมูลค่ารวม 49.738 ล้านบาท โดยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2556 พบว่า ติดลบ 9.38%

บริษัท PwC Consulting (ประเทศไทย) คาดการใช้จ่ายผ่านสื่อและบันเทิงของไทยในปี 2561 จะมีสูงกว่า 4.3 แสนล้านบาท ขณะที่อุตสาหกรรมสื่อและบันเทิง 5 ปีข้างหน้าเติบโตเฉลี่ย 7.3% ต่อปี แซงหน้าตลาดสหรัฐ-ยุโรปและอัตราการเติบโตเฉลี่ยทั่วโลก ผลมาจากการขยายตัวของธุรกิจโฆษณาออนไลน์ การใช้งานเคเบิ้ลทีวี และการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตที่เพิ่มสูงขึ้น

ที่ กรุงเทพฯ วันที่ 25 มิถุนายน 2557 ไอดีซีได้เปิดเผยรายงานสถานการณ์ตลาดโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยล่าสุด ซึ่งพบว่าระดับราคาของสมาร์ทโฟนที่ลดต่ำลงประกอบกับแรงผลักจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ได้กระตุ้นความนิยมในสินค้าสมาร์ทโฟนจนมียอดจัดส่งสูงกว่าฟีเจอร์โฟนเป็นครั้งแรก

Insight

เป็นอีกหนึ่งดีลของการขายหุ้นระหว่าง เกรฮาวด์ เจ้าของแบรนด์แฟชั่น และร้านอาหารเกรฮาวด์ คาเฟ่ ได้ตัดสินใจขายหุ้นทั้งหมดของบริษัทเกรฮาวด์ จำกัด (แฟชั่น) และบริษัทเกรฮาวด์ คาเฟ่ จำกัดให้กับบริษัท ทรัพย์ศรีไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทมัดแมน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 1.853.80 ล้านบาท

นอกจาก “สติกเกอร์” ที่ถือเป็นหนึ่ง “อาวุธ” ให้กับ “ไลน์” กลายเป็นแชตแอปพลิเคชั่นที่สามารถครองความนิยมในตลาดไทยได้แล้ว “เกม” ถือเป็นอีกหนึ่งใน “เกมกลยุทธ์” ทางธุรกิจของไลน์ที่ต้องจับตา

รู้หรือไม่ว่า โลโก้ของแบรนด์ที่พบเห็นในปัจจุบันนั้น มีนัยยะอะไรซ่อนอยู่บ้าง โดยสิ่งที่ปรากฏในโลโก้นั้นเป็นได้ทั้งที่มาของแบรนด์ หรือเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ของแบรนด์เลยก็ได้ มาดู 12 โลโก้ ที่มีใจความอะไรแฝงอยู่

Strategic Move

รายงานจากตลาดหลักทรัพย์แจ้งว่า บริษัท ทรัพย์ศรีไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทมัดแมน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทได้เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทเกรฮาวด์ จำกัด (แฟชั่น) และบริษัทเกรฮาวด์ คาเฟ่ จำกัด รวมมูลค่าทั้งสิ้น 1.853.80 ล้านบาท

โฆษณาประเภทบีบคั้นอารมณ์ เรียกน้ำตาจากคนดูยังเป็นที่นิยมเสมอ คราวนี้เป็นทีวีซีล่าสุดของ แลนด์ แอนด์เฮาส์ ที่ออกทีวีซีชุดล่าสุด ใช้ชื่อว่า “ปาก…ไม่ตรงกับใจ by Land and Houses": เวอร์ชั่น "เพราะรัก"

หลังจากที่แบรนด์รังนก เลือกใช้ “แนวคู่รัก” มาเป็น “แบรนด์ เลิฟ แอมบาสเดอร์” ต่อเนื่องมาหลายปี เริ่มตั้งแต่ปี 2542 แพท-สุธาสินี พุทธินันท์ และสามี มาร์ค-แกรี่ โรดดิเกส อ้อม-พิยะดา และ จนมาถึงคู่ของ แอ๊ฟ และสงกรานต์ เตชะณรงค์

Social Media Club

เทศกาลประกวดโฆษณา Cannes Lions International Festival of Creativity 2014 ที่นอกจากคัดเลือกงานโฆษณาที่โดดเด่นในรอบปี คานส์ ไลอ้อนส์ยังเป็นเวทีที่ชี้นำเทรนด์ของงานโฆษณาและการตลาดในช่วงนั้นๆ

วาตานาเบ นาโอโตโม และ แดซอก คิม สองดีไซน์เนอร์ จากบริษัทเนเวอร์ไลน์ ประเทศญีปุ่น ให้คำแนะนำแก่นักออกแบบชาวไทย ในการออกแบบ "สติ๊กเกอร์ไลน์" "ว่า" สติ๊กเกอร์ของคนไทยพยายามทำเป็น Global มากเกินไป ทำให้ไม่มีเอกลักษณ์ เพราะในตลาดใหญ่มีคาแร็คเตอร์ดังๆ อยู่แล้ว ทำให้สู้คาแร็คเตอร์เหล่านั้นยาก

ไลน์ ประเทศไทย อัพเดทตัวเลขรายได้ และจำนวนสติกเกอร์ จากการขายบน ครีเอเตอร์มาร์เก็ต (Creators Market) แพลตฟอร์มที่ไลน์ให้ผู้ใช้สามารถขายสติกเกอร์ ที่ผ่านการคัดเลือกจากไลน์วางขายใน LINE Store (เว็บขายสติกเกอร์และไอเทมเกม) ซึ่งผู้ขายจะได้รับส่วนแบ่ง 50%

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

วันนี้เราเคยสังเกตไหมว่า รายการโทรทัศน์ที่ดังๆ และมีคนดูติดตามมาก มี 2 กลุ่ม คือ ละครไทยกับรายการโชว์ต่างประเทศ ซึ่งเป็นรายบันเทิงที่สะท้อนว่า คนสื่อไทยอาจรวบรัดตัดตอนซื้อรายการต่างประเทศเข้ามาทำเองจะดีกว่า เพราะมีความเสี่ยงต่ำ ไม่ต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องการควบคุมคุณภาพ และที่สำคัญ รับประกันได้แน่ๆ ว่ามันจะฮิต

สำหรับนักการตลาดแล้ว กระแสฟีเวอร์ของฟุตบอลโลกปีนี้ ไม่ได้อยู่ที่การรอลุ้นว่าใครจะเป็นแชมป์โลก แต่หมายถึงการ “วัดมูลค่าผลตอบแทน” ที่ได้รับจากทำการตลาดเกาะเทรนด์นี้ต่างหาก

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488