ร.ร.กวดวิชา-ลมหายใจสยามฯ

เด็กนักเรียนในชุดเครื่องแบบทั้งแขนยาว แขนสั้น กางเกงขาสั้น จากรั้วคอนแวนต์ และโรงเรียนของรัฐ เดินกันเป็นกลุ่มๆ พูดคุยหยอกล้อ เฮฮาสนุกสนาน ภาพเหล่านี้คือภาพที่คุ้นตาในย่านสยามสแควร์ และถือเป็นลมหายใจที่หล่อเลี้ยงให้ทำเลทองแห่งนี้คึกคัก มีชีวิตชีวา ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

แสนคนติวเข้มพาช้อปคึก

สภาพของนักเรียนที่ต้องแข่งขันเข้าเรียนโรงเรียนดัง และมหาวิทยาลัยชั้นนำ กลายเป็นปัจจัยผลักดันทำให้เด็กนักเรียนจำนวนมากมาที่สยามสแควร์เพื่อนั่งเรียนในโรงเรียนกวดวิชา ที่มีอยู่กว่า 30 โรงเรียน หลายคนเรียนเพียง 1 รอบ 1 วิชา แต่หลายคนเรียนหลายวิชาจนต้องใช้เวลาอยู่ที่สยามสแควร์ทั้งวัน

“อนุสรณ์ ศิวะกุล” ประธานบริหารกลุ่มโรงเรียนกวดวิชาในเครือวรรณสรณ์ และบริษัท วรรณสรณ์ธุรกิจ จำกัด หรือที่รู้จักกันดีว่า โรงเรียนเคมี อาจารย์อุ๊ บอกว่า เฉพาะโรงเรียนเคมี อ.อุ๊ ในวันจันทร์-ศุกร์ ซึ่งนักเรียนจะมาติวตอนเย็น เปิดสอนได้รอบเดียวเช่นเดียวกับโรงเรียนอื่นรับนักเรียนได้รอบละ 700-750 คน หากรวมโรงเรียนในสยามสแควร์ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่รวมประมาณ 30 โรงเรียนในขณะนี้เฉลี่ยวันธรรมดามีนักเรียนมาติวประมาณ 10,000-20,000 คน หากเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ จะเปิดวันละ 4 รอบ นักเรียนก็เพิ่มขึ้น 4 เท่า

นับได้โดยเฉลี่ยสัปดาห์ละเกือบ 1 แสนคนที่หมุนเวียนมากวดวิชา ซึ่งจำนวนนี้มีไม่มากนักที่รีบเรียนแล้วรีบกลับบ้าน เพราะกว่า 80% ที่เลิกเรียนแล้วต้องขอเดินเล่นในสยาม ช้อปปิ้ง กินขนมก่อนกลับ

“จากความหลากหลายของโรงเรียนกวดวิชา และโรงเรียนสอนพิเศษ ทั้งร้องเล่น เต้นรำ ที่มาตั้งอยู่ในสยามสแควร์ ทำให้เด็กจำนวนมากมารวมกันอยู่ที่นี่ ก็ต้องถือว่าโรงเรียนกวดวิชาเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้สยามสแควร์คึกคัก”

นี่คือบทสรุปที่ผู้ประกอบการร้านค้าในสยามสแควร์เห็นตรงกัน

ขณะเดียวกัน ด้วยสถานที่ตั้งของสยามสแควร์ ที่สะดวกสบายในการเข้าถึง และมีรถไฟฟ้ามาถึง ก็ยิ่งทำให้โรงเรียนกวดวิชามีมากขึ้นและหลากหลายประเภท ตั้งแต่การสอนวิชาพื้นฐาน สังคม ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ไปจนถึงวิชาที่ต้องติวเข้มอย่างหนัก อย่างเคมี ฟิสิกส์

“อนุสรณ์” บอกด้วยว่าโรงเรียนกวดวิชาไม่เพียงสร้างความคึกคักให้สยามสแควร์ แต่สยามสแควร์ก็เอื้อให้เกิดติวเตอร์ หรือโรงเรียนกวดวิชาใหม่ๆ ด้วย เพราะเด็กนักเรียนบางส่วนมักมาเดินหาโรงเรียนและตัดสินใจสมัครทันที ดังนั้น เมื่อโรงเรียนอยู่ในพื้นที่เดียวกันทุกโรงเรียนจึงมีโอกาสเหมือนๆ กัน

ขณะเดียวกัน แนวโน้มของเด็กที่มากวดวิชามีอายุลดลง ซึ่ง “อนุสรณ์” บอกว่า สามารถแบ่งได้เป็น Teen คือกลุ่มมัธยมต้น และมัธยมปลายที่เตรียมสอบเข้า ม.4 และมหาวิทยาลัย และกลุ่ม Pre-teen คือเด็กที่เตรียมสอบเข้า ม.1 ซึ่งเด็กที่มาติวอายุน้อย จะต้องมีพ่อแม่ ผู้ปกครอง ญาติ พี่น้อง มาส่งด้วย

“สิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าไม่เพียงเด็กมากขึ้น แต่ก็มีผู้ปกครองมากขึ้นด้วย คือร้านค้าต่างๆ ที่เกิดขึ้นเพื่อรองรับผู้ปกครองที่มารอรับเด็กนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นร้านทำผม ร้านวดเท้า ร้านอาหาร ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ใหญ่ด้วย”

พลังของโรงเรียนกวดวิชาที่สร้างให้ร้านค้าต่างๆ ในสยามสแควร์คึกคัก ยังเห็นได้จากร้านอาหารบางแห่ง มักต้องมาถามเจ้าหน้าที่โรงเรียนว่าจะหยุดสอนช่วงไหนบ้าง เพราะจะได้เตรียมอาหารให้เพียงพอกับลูกค้า

วิกฤตต้มยำกุ้งดึงติวเตอร์ยึดสยามฯ

ย้อนหลังไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เป็นจุดเปลี่ยนที่กลุ่มโรงเรียนกวดวิชาเริ่มเข้ามาสร้างความคึกคักให้กับสยามสแควร์ ซึ่ง “อนุสรณ์” บอกว่า สยามสแควร์ก็มีความคึกคักในระดับหนึ่งอยู่แล้ว เพราะสถานที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง แต่ปี 2540 ซึ่งเศรษฐกิจไทยกำลังซบเซาอย่างหนัก

ขณะเดียวกัน บริเวณหน้าสยามสแควร์ก็รกรุงรังด้วยสิ่งก่อสร้างของโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอส ร้านค้าต่างๆ ในสยามสแควร์จึงปิดตัว เพราะธุรกิจไปไม่รอด เมื่อห้องแถวในพื้นที่ทำเลทองว่างลง ขณะที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็พร้อมลดค่าเช่าให้ผู้สนใจมาเปิดร้านค้า โดยเฉพาะในซอยที่เงียบเหงา ไม่ค่อยมีคนเดิน อย่างซอย 5-6-7 กลุ่มโรงเรียนกวดวิชาที่เดิมมักอยู่ใกล้กับห้างสรรพสินค้า ชุมชน และใกล้โรงเรียนดังๆ จึงเริ่มเข้ามามากขึ้น

แม้ “เคมี อ.อุ๊” มีสาขาแรกที่สะพานควาย และมีนักเรียนจำนวนมากอยู่แล้ว แต่ก็ตัดสินใจมาเปิดที่สยามสแควร์ในช่วงประมาณปี 2541 เพราะเห็นถึงความเหมาะสมเรื่องทำเล และระบบของโรงเรียนกวดวิชา หากอยู่ใกล้กัน จะเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับเด็กนักเรียนในการเลือกเรียนและสับหลีกเวลาลงเรียนได้ ที่สยามสแควร์ช่วงนั้นก็มีโรงเรียนบางแห่งอยู่แล้ว เช่น แอพพลาย ฟิสิกส์ ของ อ.ช่วง ทมทิตชงค์

ขึ้นค่าเช่า กวดวิชาหนีซบ อ.อุ๊

แผนการพัฒนาพื้นที่สยามสแควร์เริ่มเปลี่ยนรูปแบบ โดยจุฬาฯ เตรียมแผนเปลี่ยนแปลงหลายจุดในสยามสแควร์จากห้องแถว เป็นคอมเพล็กซ์บ้าง อาคารจอดรถบ้าง ซึ่งแม้แผนบางส่วนยังไม่แน่นอน แต่จุฬาฯ ก็ยังคงเดินหน้าขึ้นค่าเช่า และต่อสัญญาเพียงสั้นๆ ให้กับร้านค้า และโรงเรียนกวดวิชา ต่างจากการต่อสัญญาในอดีต ที่มักต่อคราวละ 10 ปี

มีกรณีของโรงเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่งที่เคยทำสัญญา 7 ปี ค่าเซ้งคูหาละประมาณ 3-4 ล้านบาท และจ่ายค่าเช่าอีกเดือนละประมาณ 2 หมื่นบาท หลังจากหมดสัญญาจุฬาฯ ให้ต่อสัญญาอีก 2-3 ปี ค่าเซ้งประมาณ 3-4 ล้านบาท แต่มีการต่อรองจนได้ลดราคามาระดับหนึ่ง ขณะที่มีโรงเรียนกวดวิชาบางแห่งที่จุฬาฯ ให้ต่อสัญญา 5 ปี แต่ให้จ่ายเงินก้อนแรกในช่วงปีแรกสูงมาก เพราะเกรงว่าหากโรงเรียนกวดวิชาออกจากพื้นที่สยามสแควร์ไปหมดจะทำให้พื้นที่แห่งนี้เงียบเหงา

จากความไม่แน่นอน และการขึ้นค่าเช่าอย่างต่อเนื่อง ทำให้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว “อนุสรณ์” ซึ่งเป็นสามีของ อ.อุไรวรรณ หรือ อ.อุ๊ ตัดสินใจประมูลซื้อที่ดินจากกรมบังคับคดี หัวมุมแยกศรีอยุธยา ใกล้สถานีรถไฟฟ้าพญาไท ขนาดประมาณ 935 ตารางวา มูลค่าประมาณ 250 ล้านบาท เพื่อสร้างศูนย์การเรียนการสอนนอกระบบ ณ อาคารวรรณสรณ์ ย่านสี่แยกพญาไท สูง 18 ชั้น มูลค่าก่อสร้าง 300 ล้านบาท

จากลักษณะการบริหารพื้นที่ของจุฬาฯ ที่ทำให้โรงเรียนกวดวิชามีอนาคตที่ไม่แน่นอน บางโรงเรียนอยู่มานานถึง 17 ปี จ่ายค่าเซ้งให้จุฬาฯ ไปแล้ว 30-40 ล้านบาท แต่ก็ยังไม่มีความแน่นอนในการอยู่ในพื้นที่ “อนุสรณ์” จึงคุยกันในกลุ่มโรงเรียนกวดวิชาว่า หากมีอาคารเป็นศูนย์ของโรงเรียนกวดวิชาโดยเฉพาะ จะสนใจมาอยู่ร่วมกันหรือไม่ ปรากฏว่าได้รับการตอบรับอย่างดี และขณะนี้มีเกือบ 20 โรงเรียน และร้านค้าปลีกบางแห่งจากสยามฯ จะมาร่วมอยู่ในอาคารแห่งนี้ด้วย

แม้ค่าเช่าที่อาคารวรรณสรณ์ จะไม่ต่างจากสยามสแควร์มากนัก แต่สิ่งที่ “อนุสรณ์” ตอกย้ำ คือความแน่นอนในอนาคตของโรงเรียนกวดวิชา เพราะไม่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงแผนการพัฒนาพื้นที่ตลอดเวลา และการขึ้นค่าเช่าอย่างไม่เป็นธรรม หรือแม้กระทั่งปัญหาไฟดับ เหมือนอย่างที่เกิดที่สยามสแควร์บ่อยครั้ง ซึ่งในทางธุรกิจแล้ว อาคารนี้ ไม่ได้หวังผลกำไร เพราะแผนธุรกิจของอาคารแห่งนี้ ได้ผลตอบแทนเพียง 6-7% และกว่าจะคืนทุนต้องใช้เวลาถึง 12-15 ปี มีกำหนดเปิดทำการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2551 ซึ่ง “อนุสรณ์” คาดว่าจะมีเด็กมาที่ศูนย์แห่งนี้วันละประมาณ 13,000 -14,000 คนในวันธรรมดา และเสาร์-อาทิตย์กว่า 40,000 คน

บทสรุปของกลุ่มโรงเรียนกวดวิชาที่กำลังย้ายฐานไปยังแยกพญาไท กำลังเป็นสิ่งท้าทายให้กับสยามสแควร์ ว่าจะแก้เกมอย่างไร เพราะหากเด็กๆ นับหมื่นคนต่อวันหายไปจากที่แห่งนี้ “สยามสแควร์” อาจค่อยๆ หมดเสน่ห์ให้น่าค้นหาอีกต่อไป

Digital TV & Media

หลังจาก “ดิจิทัลทีวี” ผ่านครึ่งปีแรกของการดำเนินธุรกิจ คือเริ่มออกอากาศตั้งแต่เดือนพฤษภาคม มาด้วยความทะลักทุเล

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

ค่ายเบียร์ช้างของไทยเบฟฯ เป็นแบรนด์ที่ซื้อสื่อโฆษณาสูงสุดของเดือนธันวาคม 2557 ใช้งบ 79 ล้านบาท ตามมาเครื่องดื่มโค้ก ใช้ไป 76 ล้านบาท อันดับสาม รถกระบะโตโยต้า ใช้งบไป 68 ล้านบาท อันดับสี่เป็นสถานบริการน้ำมัน ปตท.ใช้งบ 58 ล้านบาท

Consumer Insight

ปัทมวรรณ สถาพร กรรมการผู้จัดการ มายด์แชร์ ประเทศไทย คาดการณ์ “เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคปี 2558” มี 5 เทรนด์ที่ต้องจับตา

ผลวิจัยพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคชาวไทย ของบริษัท ดันน์ฮัมบี้ ล่าสุด พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยหันมาซื้อสินค้าโดยใช้ปัจจัยด้านความสะดวกซื้อ และซื้อในแต่ละครั้งจะซื้อสินค้าจำนวนไม่มาก

Insight

สื่อนอกตีข่าว "ลีกา-ชิง" เจ้าพ่อ Hutchison Whampoa และเจ้าของตำแหน่งบุคคลที่รวยที่สุดในเอเชีย เข้าซื้อ "O2" ธุรกิจสื่อสารในอังกฤษจากยักษ์ใหญ่ด้านการสื่อสารของโลกอย่าง "เทเลโฟนิก้า" (Telefonica) ด้วยเม็ดเงินสูงถึง 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 10,000 ล้านปอนด์แล้ว

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวเสริมว่า อัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมค้าปลีกจะมีความแปรผันและเป็นไปในทิศทางเดียวกันตามอัตราการเติบโตทาง GDP ของประเทศ เพราะขึ้นอยู่กับอัตราการบริโภคของประชาชนในประเทศเป็นหลัก

ร้าน "โฟรเซน โยเกิร์ต (Frozen Yogurt)" หรือโยเกิร์ตในรูปแบบไอศกรีม กำลังเป็นอีกหนึ่งในธุรกิจที่มีบทบาทในตลาดไทยมากขึ้น โดยใช้จุดเด่นเรื่องความอร่อยเหมือนไอศกรีม ควบคู่กับ เทรนด์การดูแลสุขภาพ

Strategic Move

หลังจากที่ "เอฟ แอนด์ เอ็น (F&N)" ได้ทำการซื้อลิขสิทธิ์ธุรกิจ "นมน้ำ" แบรนด์เนสท์เล่เมื่อปี 2550 ด้วยมูลค่าดีล 3,100 ล้านบาท ทำให้ธุรกิจนมน้ำ และนมกระป๋องของเนสท์เล่ในแบรนด์ คาร์เนชั่น ตราหมี ตราหมีโกลด์ และไมโล ถูกโอนมาให้ทางเอฟ แอนด์ เอ็น เป็นผู้ผลิต และจัดจำหน่ายในภูมิภาคอาเซียน

นับเป็นกระแสที่เกิดขึ้นกับตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก เมื่อแบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจากประเทศจีน ต่างกำลังยึดครองส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องหลังจากที่แบรนด์เหล่านั้นเริ่มแข็งแรงขึ้น และพร้อมที่ทำการตลาดระดับโลก เพื่อครองตำแหน่งผู้นำในตลาดสมาร์ทโฟนแซงหน้าแบรนด์จากเกาหลี

นีลเส็น โฮลดิ้ง (Nielsen Holdings) ได้เข้าซื้อกิจการบริษัท Brandbank ซึ่งเชี่ยวชาญในเรื่องการเก็บรวบรวมข้อมูลดิจิตอลการจัดการและการกระจายสินค้า FMCG รวมถึงการบริหารภาพลักษณ์สินค้าในร้านค้าสำหรับองค์กรค้าปลีกต่างๆ รวมทั้งการพิมพ์โปรโมชั่นและการสร้างแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ

Social Media Club

ในยุคดิจิตอลในปัจจุบันที่ใครหลายคนก็สามารถเป็นเน็ตไอดอลได้ เพียงแค่มียอดคนติดตาม หรือยอดไลค์มหาศาล แต่ต้องบอกว่า “คอนเทนต์” ของคนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นเน็ตไอดอล ไม่ได้จำกัดแค่หน้าตาสวย น่ารักเท่านั้น “ความฮา” ก็สามารถชนะใจคนดูได้ อย่าง “น้องมะเฟือง” สาวสุดฮอตจากแอป Vine ที่มีผู้ชมคลิปวิดีโอของเธอเกือบ 10 ล้านครั้ง (Loops)

นึกว่า “สงคราม” อะไร แต่เป็นสงคราม ระหว่าง อีเจี๊ยบ เลียบด่วน” เพจสุดเกรียน และเพจ KFC กวนปนฮา

แม้จะถูกวิจารณ์มากมาย แต่การสำรวจและสถิติล่าสุดกลับแสดงว่าเครือข่ายสังคมยอดฮิตอันดับ 1 ของโลกอย่างเฟซบุ๊ก (Facebook) นั้นยังเติบโตอย่างแข็งแกร่งในหลายด้าน ทั้งการเป็นเครือข่ายสังคมที่มีการใช้งานทุกวันมากที่สุด เป็นเครือข่ายสังคมที่มีผู้สูงวัยใช้งานมากที่สุด และการเป็นเครือข่ายสังคมที่มียอดโพสต์วิดีโอเพิ่มขึ้นชัดเจนที่สุด

Columnist

เมื่อถึงยุคที่ธุรกิจต้องมีการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายในประเทศ (Internal Factors) หรือ ภายนอกประเทศ (External Factors)

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Wrap

กิจกรรมปกติของห้างต่างๆ ทั่วโลกคือ จัดเทศกาลชื่อแปลกๆ เพื่อมีเป้าหมายคือ ลดราคาสินค้าและชวนคนมาเดินห้างให้เยอะขึ้น แต่ไม่ว่าจะ Midnight Sales หรือ Clearance Sales ก็แล้ว ไม่มีห้างไหนในโลกที่วันเดียวจะสร้างยอดขายได้เป็นแสนล้านบาท!

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

Global Trend

สื่ออเมริกันฟันธง กูเกิล (Google) กำลังเตรียมลุยธุรกิจสื่อสารไร้สายด้วยการเป็นพันธมิตรกับโอเปอเรเตอร์ราย

หากใครยังจำได้ถึงความฮอตของ Ice Bucket Challenge ที่ซีอีโอคนดังทั่วทั้งซิลิกอนวัลเลย์ต่างเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็น มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก, Elon Musk, บิลล์ เกตส์, เชอร์รีล แซนด์เบิร์ก, สัตยา นาเดลลา, เซอร์เกย์ บริน, ลาร์รี เพจ, ทิม คุก และอื่นๆ อีกมากมาย นาทีนี้มีเทรนด์ใหม่มาแล้วกับ “PasstheBag”

People

บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของแบรนด์ร้านอาหาร พิซซ่า ฮัท เปิดตัวแม่ทัพหญิง นางซาบีน่า ริกซ์วี่ รับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป พิซซ่า ฮัท ประจำประเทศไทย มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ด้วยจำนวนยอดกดไลค์ 165,278 คน และ Talk about this ที่มีอยู่ถึง 398,828 คือสถิติล่าสุดในบ่ายวันที่ 4 มิถุนายน ของเฟซบุ๊ก แฟนเพจ ที่ใช้ชื่อว่า “jaytherabbitofficial” เป็นสถิติที่ไม่ธรรมดาเลยสำหรับเฟซบุ๊กที่มีสัญลักษณ์ การ์ตูนกระต่าย ที่มาพร้อมกับข้อความจิกๆ กัดๆ ปนฮา เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348