รับมือวิกฤตอย่างไร...ให้ได้ใจลูกค้า

แนวทางแก้ไขปัญหาที่บริษัทต่างๆ ซึ่งเผชิญกับวิกฤตจากการตรวจพบสารปนเปื้อนเมลามีนในผลิตภัณฑ์ อย่างเช่น เอส แอนด์ พี และนมตรามะลิ ได้ลงมือทำลงไปนั้น เรียกอีกอย่างได้ว่า การบริหารจัดการในภาวะวิกฤต หรือ Crisis Management

นิยามง่ายๆ ของ Crisis Management คือ การจัดการบริหารในภาวะที่เกิดขึ้นฉุกเฉินมากกว่าภาวะปกติ และไม่ได้มีการเตรียมรับมือใดๆ มาก่อนทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม การรับมือวิกฤตไม่ใช่แค่จัดการปัญหาฉุกเฉินที่เกิดขึ้นให้คลี่คลายอย่างรวดเร็วที่สุดเท่านั้น ในขณะเดียวกัน ทุกปฏิกิริยาของบริษัทที่ตอบกลับมายังสังคมที่กำลังจับจ้องอยู่ ต้องสามารถเรียกความเชื่อมั่นจากลูกค้าให้กลับคืนมาให้ได้

ธีระพล แซ่ตั้ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที เอส ซี จำกัด และที่ปรึกษาทางด้านการตลาดให้กับบริษัทชั้นนำอื่นๆ บอกว่า วิกฤตที่เกิดขึ้นกับองค์กรนั้น หากมองถึงที่มาของปัญหาสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ วิกฤตที่เกิดขึ้นแบบฉับพลันทันด่วน และวิกฤตที่เกิดจากเหตุการณ์เล็กๆ แต่ไม่ควบคุมให้ดีจนลุกลามกลายเป็นปัญหาใหญ่ หรือที่เรียกว่า Tipping Point อย่างเช่น กรณีการทุบรถฮอนด้า ซีอาร์วี ต่อหน้าสื่อมวลชน ทั้งๆ ที่ปัญหาควรจบที่ระดับผู้จัดการศูนย์เท่านั้น

วิกฤตเมลามีนที่เกิดขึ้นทั่วโลกในครั้งนี้จัดอยู่ในประเภทที่เกิดขึ้นแบบฉับพลันทันด่วน เป็นภาวะฉุกเฉินที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน และที่สำคัญปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับอาหาร ทำให้ความรุนแรงของวิกฤตยิ่งเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

หากเรียงลำดับความรุนแรงของวิกฤตตามประเภทสินค้า ธีระพลบอกว่า วิกฤตที่เกิดขึ้นกับอาหารและยา มักถูกพิจารณาว่ารุนแรงที่สุด เนื่องจากเป็นสิ่งที่บริโภคเข้าไปในร่างกาย ตามมาด้วยเครื่องสำอาง ของใช้สำหรับเด็ก เสื้อผ้า ส่วนที่รุนแรงน้อยที่สุด คือ รถและบ้าน
สัญชาตญาณซีอีโอ ต้อง “เร็ว” และ “จริงใจ”

ไม่ว่าข้อเท็จจริงของปัญหาจะเกิดจากความผิดพลาดของบริษัทผู้ผลิตเอง หรือเป็นความเข้าใจผิดของผู้บริโภค หรือถูกกลั่นแกล้งจากใครก็ตาม แต่เมื่อปัญหาได้แปรเปลี่ยนเป็นวิกฤตแล้ว คนแรกที่ควรออกมาแล้วมีน้ำหนักต่อการให้ข่าวมากที่สุด คือ ผู้บริหารสูงสุดขององค์กร

การรอให้เรื่องเงียบ หรือรอให้ได้แผนการแก้วิกฤตที่ชัดเจนก่อนจนเวลาผ่านไปหลายวันแล้วค่อยออกมา ตอนนั้นภาพลักษณ์ของบริษัท และความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีให้ก็สูญเสียไปแล้ว

เมื่อผู้บริหารสูงสุดขององค์กรเป็นคนออกโรงเองด้วยความไวต่อสถานการณ์แล้ว สิ่งที่ควรทำลำดับถัดไป คือ การขอโทษประชาชน ถึงแม้ว่าในตอนนั้นยังไม่ทราบข้อเท็จจริงของปัญหาที่เกิดขึ้นก็ตาม

“หลังจากเก็บสินค้าแล้ว ลำดับแรกที่ต้องทำ คือ ซีอีโอต้องออกมาเร็ว และสอง ต้องขอโทษในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ขอโทษที่ทำให้ลูกค้าเกิดความสับสน จากนั้นจึงค่อยบอกว่ากระบวนการถัดไปเราจะทำอะไรต่อ โดยส่วนใหญ่ คือ การตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งการตรวจสอบนี้ไม่ควรทำเอง แต่ต้องใช้หน่วยงานกลางเข้าไปร่วมตรวจสอบ เมื่อผลการตรวจออกแล้วนำข้อมูลมาเผยแพร่ให้เร็วที่สุดในเชิงบวก หรือระหว่างที่รอข้อมูลต้องอัพเดทความคืบหน้า”

ส่วนการโฆษณาประชาสัมพันธ์เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการรับมือวิกฤต แต่ถ้าต้องการสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคยิ่งขึ้น ควรนำลูกค้าที่ใช้จริงและไม่เคยเกิดปัญหามายืนยันด้วยอีกทางหนึ่ง

การนำขั้นตอนมาเรียงลำดับเพื่อเป็นแนวทางจัดการวิกฤตทำให้ดูเหมือนง่าย แต่ในความเป็นจริงแล้วซับซ้อน และยากมากกว่านั้น ส่วนหนึ่งเพราะบริษัทมักเข้าข้างตัวเอง โดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูง

“พนักงานที่เป็นผู้บริหารระดับกลางที่ได้สัมผัสลูกค้าบ่อยๆ เขาสามารถรับรู้ถึงปัญหาไม่มากก็น้อย แต่ระดับผู้บริหารมักไม่ยอมรับปัญหาที่เกิดขึ้น ขณะที่กระบวนการกว่าจะส่งเรื่องถึงผู้บริหารต้องใช้เวลากว่าจะรายงานมาถึง เมื่อเข้าที่ประชุมแล้ว ผู้บริหารมักถามกลับว่ามีตัวเลขยืนยันกี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าจำนวนผู้ได้รับความเสียหายมีน้อย ปัญหานั้นก็จะถูกละเลย”

“มุมมองของผู้บริหาร คือ ถ้าเขาตัดสินใจมีปฏิกิริยากับเรื่องใดเรื่องหนึ่งเร็วเกินไปจะทำให้เสียชื่อแบรนด์ แต่วิธีคิดแบบนี้ผมมองว่าผิด ใช่ ไม่ใช่ ชัวร์ ไม่ชัวร์ ก็ควรออกมาเร็วที่สุด”

ตัน ภาสกรนที ประธานกรรมการกลุ่มโออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) คือผู้บริหารสูงสุดที่ธีระพลมองว่าเต็มไปด้วยสัญชาตญาณในการแก้ไขปัญหา

เมื่อเกิดปัญหากรดเกลือในชาเขียว ตันออกมารับมือกับวิกฤตด้วยตัวเองอย่างรวดเร็ว เพราะสไตล์ของเขาที่ไม่ได้จบบริหาร แต่ตันใช้สัญชาตญาณล้วนๆ ในการแก้จัดการวิกฤต ให้สังคมรับรู้ถึงความตื่นตัวขององค์กรในการแก้ปัญหา

ที่ผ่านมา องค์กรที่มีแนวทางการบริหารแบบสมัยใหม่เมื่อเกิดภาวะฉุกเฉินในองค์กรจึงสามารถคลี่คลายได้ค่อนข้างรวดเร็ว แต่สำหรับองค์กรที่บริหารแบบ Conservative ที่มีความเชื่อว่า ยิ่งช้า ยิ่งดี ยิ่งเงียบเรื่องก็จะเงียบไปเลย ท้ายที่สุดก็จะสูญเสียฐานลูกค้าไป

เพราะโลกยุคใหม่ การสื่อสารมวลชนเต็มไปด้วยความเร็วและแรง โดยเฉพาะ Viral Marketing ฉะนั้น องค์กรที่มีการบริหารแบบ Conservative จำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ การเงียบและรอให้เรื่องสงบ ไม่ใช่การแก้ปัญหา

ต้นทุนแบรนด์ ตัวช่วยกู้วิกฤต

ต้นทุนแบรนด์ คุณภาพของสินค้า และกิจกรรมเพื่อสังคม หรือซีเอสอาร์ ทั้งสามปัจจัยล้วนเป็นตัวช่วยชั้นดียามที่องค์กรเผชิญวิกฤต

“ตัวแบรนด์ที่ลงทุนสั่งสมจนกลายเป็นต้นทุน คุณภาพสินค้าที่ดี ไม่เคยเกิดปัญหาเลย และกิจกรรมเพื่อสังคมที่เคยทำมาเป็นระยะๆ ทั้งหมดมีส่วนช่วยทำให้หนักเป็นเบาได้ คนจะพร้อมให้อภัยมากกว่าเมื่อเทียบกับองค์กรที่ขาดตัวช่วยเหล่านี้ ซึ่งถ้าในมุมนี้ซีเอสอาร์จะเป็นตัวช่วยอย่างหนึ่ง ซีเอสอาร์ไม่จำเป็นต้องไปปลูกป่า หรือการบริจาค แต่เป็นการคืนอะไรสู่สังคมบ้าง อย่างน้อยคนก็จะมองว่าบริษัทนี้ไม่ขี้เหนียว”

“อย่างไรก็ตาม หากถึงแม้ในอดีตจะโหมกระหน่ำทำซีเอสอาร์มามากขนาดไหน หรือชื่อเสียงแบรนด์แต่ก่อนจะดีเพียงใด แต่หากขาดการรับมือวิกฤตที่ดี ทุกอย่างที่เคยทำมาก็สูญเปล่า”

กรณีแหม่ม คัทลียา แมคอินทอช เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด

หากมองเธอเป็นแบรนด์สินค้า แหม่ม คัทลียา เป็นแบรนด์ที่มีต้นทุนสูงมาก ตลอดที่เธออยู่ในวงการแทบไม่มีเรื่องเสื่อมเสียที่ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงเกิดขึ้น จนได้รับขนานนามว่าเป็น “เจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิง” ขณะเดียวกัน ภาพลักษณ์ของเธอที่ช่วยกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง และได้รับคัดเลือกให้เป็นทูตขององค์กรเพื่อสังคมต่างๆ ยิ่งช่วยตอกย้ำแบรนด์ของเธอให้เด่นชัดขึ้นไปอีก

แต่เมื่อเกิดวิกฤตกับตัวเธอขึ้น เธอกลับใช้วิธีการปฏิเสธ และไม่พูดความจริงกับประชาชน ซึ่งเปรียบเหมือนผู้บริโภคที่จงรักภักดีต่อแบรนด์มาตลอด ถึงแม้สุดท้ายออกมาพูดความจริงเป็นเข่นไร แต่ก็ดูเหมือนกับว่าจะสายเกินไป เพราะเมื่อเธอกลับคืนสู่วงการบันเทิงอีกครั้ง กลับไม่ได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนเช่นเดิม

“ภาพลักษณ์ยิ่งดีมากเท่าไร หากพลาดแล้วไม่ยอมรับ ความดีที่ที่เคยมีไว้ โมเมนตั้มจะสั่งสมและผลักดันให้ผู้บริโภคต่อต้านอย่างแรงเป็นสองสามเท่า”

“ฉะนั้น ย้อนกลับมาที่องค์กรที่ทำซีเอสอาร์มาตลอด ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาแล้วเงียบ หรือบอกปัด ที่ทำมาทั้งหมดคนจะมองทันทีว่าเป็นการสร้างภาพ มันเป็นดาบสองคม”

4 ขั้นตอนแก้ไขวิกฤต
1.Quick Response หรือการตอบสนองต่อสังคมอย่างรวดเร็วที่สุด โดยเฉพาะการกระทำในลักษณะกล่าวขอโทษต่อผู้ได้รับความเสียหาย ลูกค้า และประชาชนทั่วไป
2.Care Voice หรือการใส่ใจในทุกเสียงของผู้บริโภค ควรรับฟังทุกคำเสนอแนะที่มาจากผู้บริโภค
3.Control Game หรือการควบคุมสถานการณ์ให้ได้ การควบคุมสถานการณ์ไม่ใช่การควบคุมสื่อมวลชน แต่ควรมีจังหวะที่ถูกต้องในการนำเสนอข่าวสารอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อให้การสื่อสารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
4.Solution Oppose เสนอแนวทางแก้ไชวิกฤต ต้องเร่งสร้างความเข้าใจกับสื่อมวลชน และผู้บริโภค และผู้บริหารควรแสดงความรับรู้เมื่อมีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น ดังนั้น การติดตามข่าวสารทุกวันในช่วงวิกฤตจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อรับมือกับปัญหาได้อย่างเหมาะสมมากที่สุด

Digital TV & Media

ทีประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) มีมติ “ไม่ทบทวน” ตามที่ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอทบทวนมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดให้โครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ภายใน 15 วัน

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

บริษัทเอซี นีลเส็น ได้รายงานยอดซื้อสื่อโฆษณาในเดือนตุลาคม 2557 พบว่า ยอดยอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 8,931 ล้านบาท ลดลงจากเดือนตุลาคม 2556 มียอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 9,875 ล้านบาท ลดลง 944 ล้านบาท หรือคิดเป็น 9.56%

Consumer Insight

ผลวิจัยพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคชาวไทย ของบริษัท ดันน์ฮัมบี้ ล่าสุด พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยหันมาซื้อสินค้าโดยใช้ปัจจัยด้านความสะดวกซื้อ และซื้อในแต่ละครั้งจะซื้อสินค้าจำนวนไม่มาก

มาดูกันว่า กลุ่มผู้บริโภครุ่นใหญ่ Generation Power ของไทย วัย 35- 59 ปี กันบ้าง และจากการศึกษาแบบเจาะลึกของ Y&R Thailand ค้นพบ 3 ค่านิยมเด่นของกลุ่มคนไทย ที่นักการตลาดต้องรู้

Insight

จิก-ประภาส ชลศรานนท์ รองประธานบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้คร่ำหวอดในวงการครีเอทีฟ ที่เป็นทั้งนักคิด นักเขียน นักแต่งเพลง เขายังได้เป็นหนึ่งในคณะกรรการตัดสินการประกวดแต่งห้องทำงาน “BBDO YourSpace Awards 2014”

Strategic Move

โครงการสิงห์ คอมเพล็กซ์ หนึ่งในบิ๊กโปรเจกต์ของ "สิงห์ เอสเตท" ที่ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มบุญรอดฯ ด้วยมูลค่าโครงการ 10,000 ล้านบาท ในพื้นที่ 11 ไร่ ทำเลถนนอโศก-เพชรบุรี โดยที่เป็นโครงการแบบมิกซ์ยูส รวบรวมทั้งอาคารสำนักงาน คอนเวนชั่นฮอลล์ โรงแรม พื้นที่สำหรับค้าปลีก รวมไปถึงจะเป็นที่ทำงานของผู้บริหารระดับสูงของสิงห์ด้วย จะเปิดทำการในปี 2017

เป็นอีกหนึ่ง “ดีล”การรุกคืบของธุรกิจไทยที่ได้เข้ากิจการระดับโลก โดยบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน (หรือ เพซ) ได้เซ็นสัญญาซื้อกิจการทั้งหมดของ ‘ดีน แอนด์ เดลูก้า’ แบรนด์ร้านอาหารและเครื่องดื่มกูร์เมต์ชั้นนำของโลก จากบริษัท ดีน แอนด์ เดลูก้า โฮลดิ้งส์ อิงค์ ตั้งอยู่ในเป็นวงเงิน140 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

“เซ็นทรัล เอ็มบาสซี” ถือเป็นอีกหนึ่งเมกะโปรเจ็คต์ของกลุ่มเซ็นทรัลในปีนี้ ที่หมายมั่นปั้นมือให้เป็นศูนย์การค้าระดับหรูระดับ “แลนด์มาร์ก” แห่งใหม่ประจำกรุงเทพฯ แต่เมื่อได้เปิดบริการได้ 5 เดือน ปรากฎว่ายอดทราฟฟิคคนเข้าห้างกลับไม่ได้เป็นตามที่ตั้งเป้าไว้

Social Media Club

เชื่อว่าหลายคนคงจำคุณลุงฝรั่งคนหนึ่งพร้อมกับเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่พบในกรุงเทพฯ กับคลิปวิดีโอ “BKK 1st Time : ตอนโดนคนไทยด่าครั้งแรก” ด้วยสำนวนที่เป็นกันเองและมีถ้อยคำทะลึ่งเล็กน้อย แต่ทำให้คนดูรู้สึกสนุกและทำให้เกิดการแชร์ต่อไปมากมายบนโลกออนไลน์

Facebook เปิดตัว FBIQ แหล่งข้อมูลแห่งใหม่ที่ช่วยให้นักการตลาดเข้าใจผู้คนที่มีความแตกต่างในแง่ของเจเนอเรชั่น สถานที่อยู่ อุปกรณ์ที่ใช้ และเวลาที่เข้าใช้ ผ่านข้อมูลเชิงลึกและบทวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ

เมื่อ “เฟซบุ๊ค” ยังเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คครองความนิยมมาเป็นอันดับแรก บรรดาแบรนด์ต่างๆ จึงต้องมุ่งเน้นทำการสื่อสารบนเฟซบุ๊ค แต่การสื่อสารบนเฟซุบุ๊คไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย "บริษัทแอดยิ้ม ออนไลน์ เอเยนซี่" ได้นำเสนอ แนวทางการ การสร้างคอนเทนต์ที่ดีในเฟซบุ๊ค มีจุดร่วมที่ต้องให้ความใส่ใจ ควรคำนึงถึงในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทางเฟซบุ๊ค

Columnist

วันนี้ขออนุญาตพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและสิ่งที่ควรระวังในการตลาดปี 2015 ก่อนอื่นคงจะเห็นได้ว่า มีปัจจัยมากมายที่ Controls และ Un-controls ซึ่งกำลังพูดถึง ปัจจัยที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ผู้เขียนได้อ่านบทความธุรกิจของจีนทราบว่า 1 ใน 10 ของแบรนด์ในใจพนักงานออฟฟิศ อันดับหนึ่ง คือ “วีแชต (WeChat)” แอปฯ แชตสีเขียวที่คนจีนใช้กันทั้งประเทศ (มิใช่แบรนด์เครื่องดื่มใดๆ อีกต่อไป) ส่วนแบรนด์อื่นๆ ก็หนีไม่พ้นแบรนด์ระดับโลกอย่างแอ๊ปเปิ้ล ไนกี้ ฯลฯ และก็มีแบรนด์หนึ่งที่สะดุดตาผู้เขียนคือ “ชุ่นเฟิง (顺丰)” ซึ่งที่โลโก้มีตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ว่า SF

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

ผู้เขียนได้อ่านบทความธุรกิจของจีนทราบว่า 1 ใน 10 ของแบรนด์ในใจพนักงานออฟฟิศ อันดับหนึ่ง คือ “วีแชต (WeChat)” แอปฯ แชตสีเขียวที่คนจีนใช้กันทั้งประเทศ (มิใช่แบรนด์เครื่องดื่มใดๆ อีกต่อไป) ส่วนแบรนด์อื่นๆ ก็หนีไม่พ้นแบรนด์ระดับโลกอย่างแอ๊ปเปิ้ล ไนกี้ ฯลฯ และก็มีแบรนด์หนึ่งที่สะดุดตาผู้เขียนคือ “ชุ่นเฟิง (顺丰)” ซึ่งที่โลโก้มีตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ว่า SF

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

People

ธนาคารไทยพาณิชย์ได้มีการประกาศแต่งตั้งผู้บริหาระดับสูง เป็นผลมาจากการที่ กรรณิกา ชลิตอาภรณ์ จะสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ในวันที่ 2 เมษายน 2558

การขึ้นนั้งเก้าอี้ใหญ่ของ “สุพัตรา” จึงไม่ธรรมดา เธอเข้าทำงานในยูนิลีเวอร์มา 21 ปี ผ่านทั้งงาน “บู๊ และบุ๋น” ทั้งในไทย และในระดับภูมิภาค

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348