รับมือวิกฤตอย่างไร...ให้ได้ใจลูกค้า

แนวทางแก้ไขปัญหาที่บริษัทต่างๆ ซึ่งเผชิญกับวิกฤตจากการตรวจพบสารปนเปื้อนเมลามีนในผลิตภัณฑ์ อย่างเช่น เอส แอนด์ พี และนมตรามะลิ ได้ลงมือทำลงไปนั้น เรียกอีกอย่างได้ว่า การบริหารจัดการในภาวะวิกฤต หรือ Crisis Management

นิยามง่ายๆ ของ Crisis Management คือ การจัดการบริหารในภาวะที่เกิดขึ้นฉุกเฉินมากกว่าภาวะปกติ และไม่ได้มีการเตรียมรับมือใดๆ มาก่อนทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม การรับมือวิกฤตไม่ใช่แค่จัดการปัญหาฉุกเฉินที่เกิดขึ้นให้คลี่คลายอย่างรวดเร็วที่สุดเท่านั้น ในขณะเดียวกัน ทุกปฏิกิริยาของบริษัทที่ตอบกลับมายังสังคมที่กำลังจับจ้องอยู่ ต้องสามารถเรียกความเชื่อมั่นจากลูกค้าให้กลับคืนมาให้ได้

ธีระพล แซ่ตั้ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที เอส ซี จำกัด และที่ปรึกษาทางด้านการตลาดให้กับบริษัทชั้นนำอื่นๆ บอกว่า วิกฤตที่เกิดขึ้นกับองค์กรนั้น หากมองถึงที่มาของปัญหาสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ วิกฤตที่เกิดขึ้นแบบฉับพลันทันด่วน และวิกฤตที่เกิดจากเหตุการณ์เล็กๆ แต่ไม่ควบคุมให้ดีจนลุกลามกลายเป็นปัญหาใหญ่ หรือที่เรียกว่า Tipping Point อย่างเช่น กรณีการทุบรถฮอนด้า ซีอาร์วี ต่อหน้าสื่อมวลชน ทั้งๆ ที่ปัญหาควรจบที่ระดับผู้จัดการศูนย์เท่านั้น

วิกฤตเมลามีนที่เกิดขึ้นทั่วโลกในครั้งนี้จัดอยู่ในประเภทที่เกิดขึ้นแบบฉับพลันทันด่วน เป็นภาวะฉุกเฉินที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน และที่สำคัญปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับอาหาร ทำให้ความรุนแรงของวิกฤตยิ่งเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

หากเรียงลำดับความรุนแรงของวิกฤตตามประเภทสินค้า ธีระพลบอกว่า วิกฤตที่เกิดขึ้นกับอาหารและยา มักถูกพิจารณาว่ารุนแรงที่สุด เนื่องจากเป็นสิ่งที่บริโภคเข้าไปในร่างกาย ตามมาด้วยเครื่องสำอาง ของใช้สำหรับเด็ก เสื้อผ้า ส่วนที่รุนแรงน้อยที่สุด คือ รถและบ้าน
สัญชาตญาณซีอีโอ ต้อง “เร็ว” และ “จริงใจ”

ไม่ว่าข้อเท็จจริงของปัญหาจะเกิดจากความผิดพลาดของบริษัทผู้ผลิตเอง หรือเป็นความเข้าใจผิดของผู้บริโภค หรือถูกกลั่นแกล้งจากใครก็ตาม แต่เมื่อปัญหาได้แปรเปลี่ยนเป็นวิกฤตแล้ว คนแรกที่ควรออกมาแล้วมีน้ำหนักต่อการให้ข่าวมากที่สุด คือ ผู้บริหารสูงสุดขององค์กร

การรอให้เรื่องเงียบ หรือรอให้ได้แผนการแก้วิกฤตที่ชัดเจนก่อนจนเวลาผ่านไปหลายวันแล้วค่อยออกมา ตอนนั้นภาพลักษณ์ของบริษัท และความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีให้ก็สูญเสียไปแล้ว

เมื่อผู้บริหารสูงสุดขององค์กรเป็นคนออกโรงเองด้วยความไวต่อสถานการณ์แล้ว สิ่งที่ควรทำลำดับถัดไป คือ การขอโทษประชาชน ถึงแม้ว่าในตอนนั้นยังไม่ทราบข้อเท็จจริงของปัญหาที่เกิดขึ้นก็ตาม

“หลังจากเก็บสินค้าแล้ว ลำดับแรกที่ต้องทำ คือ ซีอีโอต้องออกมาเร็ว และสอง ต้องขอโทษในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ขอโทษที่ทำให้ลูกค้าเกิดความสับสน จากนั้นจึงค่อยบอกว่ากระบวนการถัดไปเราจะทำอะไรต่อ โดยส่วนใหญ่ คือ การตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งการตรวจสอบนี้ไม่ควรทำเอง แต่ต้องใช้หน่วยงานกลางเข้าไปร่วมตรวจสอบ เมื่อผลการตรวจออกแล้วนำข้อมูลมาเผยแพร่ให้เร็วที่สุดในเชิงบวก หรือระหว่างที่รอข้อมูลต้องอัพเดทความคืบหน้า”

ส่วนการโฆษณาประชาสัมพันธ์เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการรับมือวิกฤต แต่ถ้าต้องการสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคยิ่งขึ้น ควรนำลูกค้าที่ใช้จริงและไม่เคยเกิดปัญหามายืนยันด้วยอีกทางหนึ่ง

การนำขั้นตอนมาเรียงลำดับเพื่อเป็นแนวทางจัดการวิกฤตทำให้ดูเหมือนง่าย แต่ในความเป็นจริงแล้วซับซ้อน และยากมากกว่านั้น ส่วนหนึ่งเพราะบริษัทมักเข้าข้างตัวเอง โดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูง

“พนักงานที่เป็นผู้บริหารระดับกลางที่ได้สัมผัสลูกค้าบ่อยๆ เขาสามารถรับรู้ถึงปัญหาไม่มากก็น้อย แต่ระดับผู้บริหารมักไม่ยอมรับปัญหาที่เกิดขึ้น ขณะที่กระบวนการกว่าจะส่งเรื่องถึงผู้บริหารต้องใช้เวลากว่าจะรายงานมาถึง เมื่อเข้าที่ประชุมแล้ว ผู้บริหารมักถามกลับว่ามีตัวเลขยืนยันกี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าจำนวนผู้ได้รับความเสียหายมีน้อย ปัญหานั้นก็จะถูกละเลย”

“มุมมองของผู้บริหาร คือ ถ้าเขาตัดสินใจมีปฏิกิริยากับเรื่องใดเรื่องหนึ่งเร็วเกินไปจะทำให้เสียชื่อแบรนด์ แต่วิธีคิดแบบนี้ผมมองว่าผิด ใช่ ไม่ใช่ ชัวร์ ไม่ชัวร์ ก็ควรออกมาเร็วที่สุด”

ตัน ภาสกรนที ประธานกรรมการกลุ่มโออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) คือผู้บริหารสูงสุดที่ธีระพลมองว่าเต็มไปด้วยสัญชาตญาณในการแก้ไขปัญหา

เมื่อเกิดปัญหากรดเกลือในชาเขียว ตันออกมารับมือกับวิกฤตด้วยตัวเองอย่างรวดเร็ว เพราะสไตล์ของเขาที่ไม่ได้จบบริหาร แต่ตันใช้สัญชาตญาณล้วนๆ ในการแก้จัดการวิกฤต ให้สังคมรับรู้ถึงความตื่นตัวขององค์กรในการแก้ปัญหา

ที่ผ่านมา องค์กรที่มีแนวทางการบริหารแบบสมัยใหม่เมื่อเกิดภาวะฉุกเฉินในองค์กรจึงสามารถคลี่คลายได้ค่อนข้างรวดเร็ว แต่สำหรับองค์กรที่บริหารแบบ Conservative ที่มีความเชื่อว่า ยิ่งช้า ยิ่งดี ยิ่งเงียบเรื่องก็จะเงียบไปเลย ท้ายที่สุดก็จะสูญเสียฐานลูกค้าไป

เพราะโลกยุคใหม่ การสื่อสารมวลชนเต็มไปด้วยความเร็วและแรง โดยเฉพาะ Viral Marketing ฉะนั้น องค์กรที่มีการบริหารแบบ Conservative จำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ การเงียบและรอให้เรื่องสงบ ไม่ใช่การแก้ปัญหา

ต้นทุนแบรนด์ ตัวช่วยกู้วิกฤต

ต้นทุนแบรนด์ คุณภาพของสินค้า และกิจกรรมเพื่อสังคม หรือซีเอสอาร์ ทั้งสามปัจจัยล้วนเป็นตัวช่วยชั้นดียามที่องค์กรเผชิญวิกฤต

“ตัวแบรนด์ที่ลงทุนสั่งสมจนกลายเป็นต้นทุน คุณภาพสินค้าที่ดี ไม่เคยเกิดปัญหาเลย และกิจกรรมเพื่อสังคมที่เคยทำมาเป็นระยะๆ ทั้งหมดมีส่วนช่วยทำให้หนักเป็นเบาได้ คนจะพร้อมให้อภัยมากกว่าเมื่อเทียบกับองค์กรที่ขาดตัวช่วยเหล่านี้ ซึ่งถ้าในมุมนี้ซีเอสอาร์จะเป็นตัวช่วยอย่างหนึ่ง ซีเอสอาร์ไม่จำเป็นต้องไปปลูกป่า หรือการบริจาค แต่เป็นการคืนอะไรสู่สังคมบ้าง อย่างน้อยคนก็จะมองว่าบริษัทนี้ไม่ขี้เหนียว”

“อย่างไรก็ตาม หากถึงแม้ในอดีตจะโหมกระหน่ำทำซีเอสอาร์มามากขนาดไหน หรือชื่อเสียงแบรนด์แต่ก่อนจะดีเพียงใด แต่หากขาดการรับมือวิกฤตที่ดี ทุกอย่างที่เคยทำมาก็สูญเปล่า”

กรณีแหม่ม คัทลียา แมคอินทอช เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด

หากมองเธอเป็นแบรนด์สินค้า แหม่ม คัทลียา เป็นแบรนด์ที่มีต้นทุนสูงมาก ตลอดที่เธออยู่ในวงการแทบไม่มีเรื่องเสื่อมเสียที่ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงเกิดขึ้น จนได้รับขนานนามว่าเป็น “เจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิง” ขณะเดียวกัน ภาพลักษณ์ของเธอที่ช่วยกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง และได้รับคัดเลือกให้เป็นทูตขององค์กรเพื่อสังคมต่างๆ ยิ่งช่วยตอกย้ำแบรนด์ของเธอให้เด่นชัดขึ้นไปอีก

แต่เมื่อเกิดวิกฤตกับตัวเธอขึ้น เธอกลับใช้วิธีการปฏิเสธ และไม่พูดความจริงกับประชาชน ซึ่งเปรียบเหมือนผู้บริโภคที่จงรักภักดีต่อแบรนด์มาตลอด ถึงแม้สุดท้ายออกมาพูดความจริงเป็นเข่นไร แต่ก็ดูเหมือนกับว่าจะสายเกินไป เพราะเมื่อเธอกลับคืนสู่วงการบันเทิงอีกครั้ง กลับไม่ได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนเช่นเดิม

“ภาพลักษณ์ยิ่งดีมากเท่าไร หากพลาดแล้วไม่ยอมรับ ความดีที่ที่เคยมีไว้ โมเมนตั้มจะสั่งสมและผลักดันให้ผู้บริโภคต่อต้านอย่างแรงเป็นสองสามเท่า”

“ฉะนั้น ย้อนกลับมาที่องค์กรที่ทำซีเอสอาร์มาตลอด ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาแล้วเงียบ หรือบอกปัด ที่ทำมาทั้งหมดคนจะมองทันทีว่าเป็นการสร้างภาพ มันเป็นดาบสองคม”

4 ขั้นตอนแก้ไขวิกฤต
1.Quick Response หรือการตอบสนองต่อสังคมอย่างรวดเร็วที่สุด โดยเฉพาะการกระทำในลักษณะกล่าวขอโทษต่อผู้ได้รับความเสียหาย ลูกค้า และประชาชนทั่วไป
2.Care Voice หรือการใส่ใจในทุกเสียงของผู้บริโภค ควรรับฟังทุกคำเสนอแนะที่มาจากผู้บริโภค
3.Control Game หรือการควบคุมสถานการณ์ให้ได้ การควบคุมสถานการณ์ไม่ใช่การควบคุมสื่อมวลชน แต่ควรมีจังหวะที่ถูกต้องในการนำเสนอข่าวสารอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อให้การสื่อสารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
4.Solution Oppose เสนอแนวทางแก้ไชวิกฤต ต้องเร่งสร้างความเข้าใจกับสื่อมวลชน และผู้บริโภค และผู้บริหารควรแสดงความรับรู้เมื่อมีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น ดังนั้น การติดตามข่าวสารทุกวันในช่วงวิกฤตจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อรับมือกับปัญหาได้อย่างเหมาะสมมากที่สุด

Consumer Insight

เทเลนอร์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นคนหนุ่มสาวในไทยและมาเลเซีย นิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยเปิดรับและใช้บริการใหม่ๆ บนโทรศัพท์มือถือเร็วกว่ากลุ่มคนรุ่นเดียวกันในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

Insight

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

นอกจากจำนวนสาขาต้องมากแล้ว การมี “ไซส์” ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายก็เป็นเรื่องสำคัญ ด้วยเหตุนี้เอง บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด จึงได้แตกฟอร์แมตร้านค้าใหม่ “ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์” เป็นโมเดลขนาดใหญ่สุด จากที่ท็อปส์เคยเปิดมา

“เพย์ทีวี” ธุรกิจที่ได้ชื่อว่า “ผันผวน” ที่สุด เมื่อ “ซีทีเอช” ควบกิจการ “จีเอ็มเอ็ม แซท” ซ้ำรอย “ไอบีซี” และ “ยูทีวี” ในอดีต 20 ปีที่แล้ว หวังปักหลักสู้ศึก “ทรูวิชั่นส์” ในสังเวียนการแข่งขันที่กำลังพลิกโฉมหน้าไปอีกครั้ง

Strategic Move

แคมเปญชวนบริจาคเงินสุดไวรัลบนโลกออนไลน์ #IceBucketChallengeTH แพร่ขยายเข้าไทยแล้ว โดย 2 ซีอีโอค่ายมือถือของไทย John Eddy Abdullah CEO dtac ตามติดๆ มาด้วยสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO AIS ก็รับคำท้าเช่นกัน

สินค้าหรือบริการยุคนี้ หากต้องการสร้างการรับรู้ให้ถึงกลุ่มคนได้รวดเร็ว การเลือกใช้ ดารา หรือ คนดังมาเป็น “แบรนด์แอมบาสเดอร์” หรือ พรีเซนเตอร์ มาเป็นตัวแทนให้กับแบรนด์ยังเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดยอดนิยมเสมอมา

กลายเป็นประเด็นร้อนไปแล้ว หลังจากการที่ ฐากร ตันฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ให้ข้อมูลผ่าน ทวิตเตอร์ @TakornNBTC ว่า “สำนักงาน กสทช.ผ่านรับรองมาตรฐานไอโฟน 6 (iPhone 6) เพื่ออนุญาตให้จำหน่ายในไทยแล้วครับ”

Social Media Club

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

ไลน์ เป็นแชทแอพพลิเคชั่น ที่มักจะมีฟีเจอร์ และฟังก์ชั่นอะไรใหม่ๆ แก่ผู้เสมอ ๆ และไลน์เองก็ได้ทุ่มทำการตลาดอย่างหนักหน่วงเพื่อกระตุ้นยอด Usage และเพิ่มจำนวน User

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ภูมิทัศน์สื่อ (media landscape) วันนี้เปลี่ยนไปมาก เพราะการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ (new media) อย่างอินเทอร์เน็ต หรือ สื่อสังคมออนไลน์ (social media) ทำให้สื่อมวลชน หรือสื่อยุคเก่าต้องปรับตัวในการทำงานและการสื่อสารเพื่อเข้าถึงมวลชนในลักษณะที่ต้องเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488