วันเดียว...เที่ยวสุวรรณภูมิ

ตลอด 1 วัน ทีมงาน POSITIONING ได้มีโอกาสเข้าไปสำรวจ และร่วมทัวร์พิเศษ จัดโดยความร่วมมือระหว่าง ขสมก. กับการท่าอากาศยาน เพื่อทำความรู้จักสถานที่ไฮไลต์เด่นๆ ทั้งภายนอก และภายในอาคารผู้โดยสาร...

หนุ่มสาว ...สวมเสื้อยืดมีโลโก้ AOT ราว 20 คน ...พูดจาฉะฉาน...รอยยิ้มเป็นมิตร ทำหน้าที่เป็นไกด์พิเศษ ให้ข้อมูลแก่บรรดาคณะลูกทัวร์ มีทั้งนักศึกษาจากสถาบันการศึกษา ผู้สนใจทั่วไป กลุ่มละประมาณ 50 คน หลังจากที่ทุกคนลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ต้องการเข้าร่วมชมอาคารผู้โดยสาร ซึ่งเปิดให้เข้าชมเพียงเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 1-15 สิงหาคม นี้เท่านั้น เนื่องจากอยู่ระหว่างก่อสร้าง ตกแต่งอาคารโดยสารและร้านค้าภายใน

จากอาคารสถานีรถโดยสาร (Bus Terminal) ถึงอาคารผู้โดยสารรถบริการ ขสมก. คันพิเศษ ใช้เวลาราว 10 นาที บรรดาคณะทัวร์ก็มายืนอยู่บนชั้น 4 ของอาคารผู้โดยสาร ทุกคนถูกตรวจกระเป๋าอย่างละเอียด วัสดุเหล็ก ของมีคมถูกห้ามเด็ดขาด

เพราะมาตรการความปลอดภัยในอาคารผู้โดยสาร อันเป็นขั้นตอนปกติของสนามบินในช่วงนี้มีต้องมีความรอบครอบรัดกุมป้องกันไว้ก่อน

ภายในอาคารผู้โดยสารขนาดใหญ่ สูง 7 ชั้นบนพื้นดิน และอีก 2 ชั้นใต้ดิน ไฮไลต์แรก คือ ชั้น 4 เป็นส่วนบริการผู้โดยสารขาออกทั้งในประเทศและต่างประเทศอยู่ในชั้นเดียวกัน จุดแรก คือ เคาน์เตอร์ตรวจบัตรผู้โดยสาร(Check in) ที่เรียงรายอยู่กว่า 360 เคาน์เตอร์ มากกว่าสนามบินดอนเมืองหลายเท่าตัว จุดเด่น เคาน์เตอร์เช็กอินสุวรรณภูมิ คือ สามารถเช็กอินช่องใดก็ได้ ไม่ระบุสายการบิน ขณะที่กระเป๋าสัมภาระสามารถโหลดได้ทุกช่องเช่นกัน

หลังจากเคาน์เตอร์เช็กอิน ผ่านเข้าในบริเวณภายใน เป็น “จุดตรวจคนเข้าเมือง” เป็นจุดสอง อยู่บนชั้นเดียวกัน มีทั้งขาเข้า 130 เคาน์เตอร์ และขาออก 72 เคาน์เตอร์ สำหรับส่วนนี้ ไฮไลต์เด่น “ประติมากรรม พิธีกวนเกษียรสมุทร” ที่ตั้งอยู่จุดกึ่งกลางสำหรับขาออก

เจ้าหน้าที่ไกด์ทัวร์บรรยายให้คณะฟังว่า ประติมากรรมนี้ ทางคิง เพาเวอร์ได้รับพระบรมราชานุญาตจากพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าขึ้น จัดสร้างขึ้นโดยช่างสิบหมู่ งบประมาณการสร้าง 48 ล้านบาท ยาว 21 เมตร สูง 9.5 เมตร มีความหมายโดยตรงต่อท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปรียบเสมือนแผ่นดินทองและความเจริญรุ่งเรืองบนความมั่นคง มั่งคั่ง และเป็นอมตะตลอดไป

หลังผ่านการตรวจหนังสือและศุลกากร ก็เข้าสู่อาคารเทียบเครื่องบิน D ชั้น 4 ส่วนนี้มีร้านค้าต่างๆ ที่สามารถเดินชมและเลือกซื้อสินค้าระหว่างรอขึ้นเครื่องบินได้ หากไม่สนใจซื้อของก็เดินผ่านไปที่แนวทางเดินชั้น 3 มีไฮไลต์เด่น จุดนัดพบ ร้านค้า และเคาน์เตอร์บริการต่างๆ และห้อง VIP ก่อนไปที่ประตูเครื่องบิน (Gate) ของอาคารเทียบเครื่องบินต่างๆ ส่วนนี้

จุดถัดมา ผู้โดยสารขาเข้า เป็น “จุดสายพานรับกระเป๋า” (Baggage Cliam) จุดเด่นอยู่ที่การตรวจสอบสัมภาระไปพร้อมขบวนการลำเลียงกระเป๋าตามสายพานที่เรียกว่า In-line Screening ทำให้ขั้นตอนรับ-ส่งกระเป๋ารวดเร็วและแม่นยำขึ้น แตกต่างจากดอนเมือง ซึ่งเป็นระบบสายพานซึ่งมีเครื่อง X-ray ตรวจสอบก่อน Check in โดยสายพานมีทั้งหมด 23 เส้น เรียงตามลำดับ ยกเว้น เลข 13 เพราะถือว่าเป็นเลขไม่นำโชค ไฮไลต์จุดนี้ อยู่สายพานที่ 23 เพราะเป็นสายพานที่ยาวที่สุดถึง 108 เมตรใช้รองรับสายการบินขนาดใหญ่แอร์บัสรองรับผู้โดยสาร 500-800 คน

สำหรับจุดสุดท้าย มีไฮไลต์อยู่ที่ “ประติมากรรมรูปยักษ์” ตั้งอยู่ในส่วนผู้โดยสารขาเข้า ที่ไกด์สาวอธิบายอย่างตั้งอกตั้งใจ นัยการติดตั้งรูปหล่อยักษ์ 12 ตน เพื่อเป็นเคล็ด ตามความเชื่อเดิม เป็นการปกป้องรักษาวัดพระแก้ว แต่สำหรับสุวรรณภูมิ ยักษ์เหล่านี้ แสดงถึงความยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม เหมือนดั่งผู้คุมให้กับประเทศ ขณะเดียวกันยังเป็นการเชื้อเชิญ และดึงดูดสายตาผู้มาเยือนจากแดนไกลอย่างมีสีสัน สร้างความเคลิบเคลิ้มให้กับผู้มาพบเห็น ไม่เว้นคณะทัวร์ หลังจากฟังเรื่องราว ต่างกระตือรือร้น กดชัตเตอร์เก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกอย่างเต็มที่

Inside อาคารผู้โดยสาร
แต่ละชั้นประกอบด้วย :
ชั้น 1 เป็น Bus Lobby และส่วนงาน ทอท. ด้านรักษาความปลอดภัยไฟฟ้า ฝ่ายการท่าอากาศยาน
ชั้น 2 สำหรับผู้โดยสารขาเข้า
ชั้น 3 พื้นที่ในเขตการบิน (Airside) มีพื้นที่ห้องพักผู้โดยสารสายการบิน ร้านค้าบางส่วน จุดตรวจค้นอาวุธ จุดนัดพบ เคาน์เตอร์บริการ
ชั้น 4 สำหรับผู้โดยสารขาออก มีเคาน์เตอร์Check in ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ, พื้นที่ Premium ของการบินไทย, จุดตรวจหนังสือเดินทาง, จุดตรวจศุลกากร, บูธสายการบิน, เคาน์เตอร์พีอาร์ท่าอากาศยาน
ชั้น 5 สำนักงานการบินไทย และกลุ่ม Star Alliance
ชั้น 6 ภัตตาคาร
ชั้น 7 จุดชมวิว ทัศนียภาพสนามบิน
ชั้นใต้ดิน กำหนดเป็นชั้น 0 ซึ่งเป็นสถานีรถไฟ และชั้น 1 เป็นชานชาลารถไฟ และชั้นใต้ดิน ยังเป็นพื้นที่ระบบสายพานลำเลียงกระเป๋า

ไปสุวรรณภูมิต้องควักเงินเท่าไหร่

ประเภทรถ ค่าใช้จ่าย
1. รถประจำทางขสมก. จัดรถโดยสารปรับอากาศยูโร 6 เส้นทาง ตั้งแต่เวลา 05.00-21.30น.โดยประมาณ ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด แต่ละสายสังเกตป้ายระบุ
1.สายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-บางกะปิ
2.สายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-แฮปปี้แลนด์
3.สายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-อนุสาวรีย์
4.สายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-อู่แพรกษา
5.สายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-สมุทรปราการ
6.สายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-รังสิต

2. แท็กซี่สาธารณะ
3. รถลีมูซีน
4. รถเช่า
5. รถเวียนภายในท่าอากาศยาน (Shuttle Bus)
*เส้นทางปกติ ออกทุก 5 นาที : จากศูนย์ฯไปยังอาคารผู้โดยสาร มีจุดรับ-ส่ง ตามสำนักงานต่างๆ
* เส้นทางสายด่วน ออกทุก 3 นาที จากศูนย์ฯ ไปยังอาคารผู้โดยสารโดยตรง
6. รถประจำทางปรับอากาศพิเศษ (Airport Express) ไม่ประจำทาง รับ-ส่ง ระหว่างท่าอากาศยานกับโรงแรม และสถานที่สำคัญกรุงเทพฯ และปริมณฑล
** หมายเหตุ : ศูนย์บริการขนส่งสาธารณะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โทร 0-2132-9100 ตรวจสอบบริการรถต่างๆ 1. ต้นสาย-สุดสาย ราคาประมาณ 35 บาท

2. เรียกจากอนุสาวรีย์-สนามบินสุวรรณภูมิ
แบบเหมา ราคาไม่เกิน 400 บาท
ยังไม่กำหนด
ยังไม่กำหนด
ไม่คิดค่าบริการ
ยังไม่กำหนด

Digital TV & Media

ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ยังคงเป็นองค์กรที่ลงโฆษณาสูงสุดอันดับแรก ตามมาด้วยโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย และ ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) เจ้าของแบรนด์นีเวีย

บริษัทเอซี นีลเส็น ได้รายงานยอดซื้อสื่อโฆษณาในเดือนกันยายน 2557 พบว่า ยอดยอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 8,651 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกันยายน 2556 มียอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 9,697ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.79%

ทีประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) มีมติ “ไม่ทบทวน” ตามที่ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอทบทวนมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดให้โครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ภายใน 15 วัน

Consumer Insight

หญิงสาว อายุระหว่าง 18-25 ปี ถือว่าเป็น “กลุ่มผู้บริโภคเนื้อหอม” ของนักการตลาดที่ต้องการเจาะตลาดมากเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์สินค้าต่างๆ แล้ว ยังเป็นวัยที่มีอำนาจในการตัดสินใจซื้อสูง และมีอิมแพ็คในการแชร์ข่าวสารของแบรนด์จากการติดโซเชียลมีเดีย แต่สาวๆเหล่านี้ พฤติกรรมที่ยากจะเข้าใจ

เมื่อพฤติกรรมการใช้สื่อหลากหลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน บริษัท ทีเอ็นเอส บริษัทวิจัยการตลาดข้ามชาติ ได้สำรวจพฤติกรรมของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต Connected Life ของไทย พบว่า คนไทยใช้เวลาบนโทรศัพท์มือถือ เข้าอินเทอร์เน็ต ดูทีวี เล่นแท็บเล็ท แต่ให้เวลากับหนังสือพิมพ์ วิทยุ ไม่กี่นาทีต่อวัน

เมื่อยุคที่การ “รีวิวสินค้า” กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดออนไลน์ยอดนิยม ที่หลายสินค้านำมาใช้ เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ที่มักจะเชื่อคำแนะนำจากเพื่อนฝูง และการบอกต่อในโลกออนไลน์มากกว่า “โฆษณา”

Insight

ต้องถือเป็น “จุดเปลี่ยน” ครั้งสำคัญของบริษัทยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย กับการแต่งตั้ง “สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ ขึ้นนั่งในตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร ของบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคข้ามชาติรายใหญ่ ที่มียอดขาย 40,000 ล้านบาทต่อปี ภายใต้ผลิตภัณฑ์ 30 กว่าแบรนด์ที่ทำตลาด เข้าถึงคนไทยทุกครัวเรือน คิดเฉลี่ยแล้วจะมีคนไทยใช้สินค้าของยูนิลีเวอร์อย่างน้อย 3 ครั้งในหนึ่งวัน

แม้ที่ผ่านมาสหพัฒน์ได้เคยออกฟังก์ชั่นนอลดริ้งก์ในแบรนด์ “i-Healti” มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ดูเหมือนว่าตลาดจะไม่หวือหวา มีส่วนแบ่งการตลาดไปได้ไม่ถึง 5% เท่านั้น จากมูลค่าตลาดรวม 7,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง 10% ต่อปี

ในศึกดิจิตอลทีวีอาร์เอสได้ส่งช่อง 8 ลงสมรภูมิไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย ถึงคราวที่อาร์เอสจะต้องลุยศึกในตลาดทีวีเคเบิ้ลและแซทเทิลไลท์ ที่ปัจจุบันครองตลาดถึง 70% จากภาพรวมธุรกิจทีวีทั้งหมดในประเทศไทย โดยอาร์เอสดัน “ช่อง 2” เป็นหัวหอกหลักในการทำตลาด ยังคงใช้จุดแข็งด้านรายการวาไรตี้บันเทิงเรื่องดารา โดยใช้พิธีกรที่มีชื่อเสียงเป็นตัวชูโรงรายการ

Strategic Move

หลังจากค่ายทรูมูฟ ประกาศเปิดจองไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัส ล่วงหน้าวันที่ 24 ตุลาคม ได้ไม่นาน ถัดมาไม่กี่ชั่วโมง ค่ายเอไอเอส ตามมาด้วยดีแทค ได่ประกาศ จำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2557 นี้

หลังจากแชร์ชื่อเล่นคนไทย ในแคมเปญ Share a Coke จนประสบความสำเร็จกันไปแล้ว โค้กยังคงเดินหน้าต่อยอดแคมเปญนี้ต่อไป ด้วยการออกแพ็คเกจจิ้งออกมาต่อเนื่อง อย่างเช่น แคมเปญฟุตบอลโลก และแฟนต้าชิคกี้แพ็ค

หลังจากแอปเปิลได้ประกาศ กำหนดการวางจำหน่ายไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัส ในไทย วันที่ 31 ตุลาคม 2557 ล่าสุด ค่ายทรูมูฟ เอช ประกาศวางจำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus อย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ตุลาคม 2557

Social Media Club

เชื่อว่าหลายคนคงจำคุณลุงฝรั่งคนหนึ่งพร้อมกับเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่พบในกรุงเทพฯ กับคลิปวิดีโอ “BKK 1st Time : ตอนโดนคนไทยด่าครั้งแรก” ด้วยสำนวนที่เป็นกันเองและมีถ้อยคำทะลึ่งเล็กน้อย แต่ทำให้คนดูรู้สึกสนุกและทำให้เกิดการแชร์ต่อไปมากมายบนโลกออนไลน์

Facebook เปิดตัว FBIQ แหล่งข้อมูลแห่งใหม่ที่ช่วยให้นักการตลาดเข้าใจผู้คนที่มีความแตกต่างในแง่ของเจเนอเรชั่น สถานที่อยู่ อุปกรณ์ที่ใช้ และเวลาที่เข้าใช้ ผ่านข้อมูลเชิงลึกและบทวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ

เมื่อ “เฟซบุ๊ค” ยังเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คครองความนิยมมาเป็นอันดับแรก บรรดาแบรนด์ต่างๆ จึงต้องมุ่งเน้นทำการสื่อสารบนเฟซบุ๊ค แต่การสื่อสารบนเฟซุบุ๊คไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย "บริษัทแอดยิ้ม ออนไลน์ เอเยนซี่" ได้นำเสนอ แนวทางการ การสร้างคอนเทนต์ที่ดีในเฟซบุ๊ค มีจุดร่วมที่ต้องให้ความใส่ใจ ควรคำนึงถึงในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทางเฟซบุ๊ค

Columnist

กระแสการทำตลาดย้อนยุค Retro Marketing / Retro Brand / Retro-Nova Marketing ในปัจจุบันเห็นการทำตลาดย้อนยุค ซึ่งการตลาดเรียกว่า Retro Marketing แต่อาจารย์ขอใช้คำว่า “Marketing Memory” คือการทำการตลาดกับความรู้สึก กับ ความทรงจำ

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

7 ปีก่อน เมื่อผู้เขียนกลับจากเมืองจีน หลายคนสงสัยว่าของแปลกๆ อย่างโต๊ะคอมที่แม้นอนบนเตียงก็ยังพิมพ์งานได้ รวมถึงรองเท้าไนกี้รุ่นที่ไม่เคยเห็นในท้องตลาดนั้นข้าพเจ้าได้มาอย่างไร ผู้เขียนจึงตอบไปแค่สั้นๆ ว่า “ช้อปจากเถาเป่า”

การทำอีเว้นท์แจก Sampling สินค้าตัวอย่างคงจะธรรมดาไปแล้วเรียบร้อย ยุคนี้ต้องไฮเทคกว่านั้น ออฟไลน์ หรือออนไลน์ต้องมีครบ

People

การขึ้นนั้งเก้าอี้ใหญ่ของ “สุพัตรา” จึงไม่ธรรมดา เธอเข้าทำงานในยูนิลีเวอร์มา 21 ปี ผ่านทั้งงาน “บู๊ และบุ๋น” ทั้งในไทย และในระดับภูมิภาค

คณะกรรมการธนาคารกสิกรไทย ประกาศแต่งตั้ง ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ เป็นรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย ดูแลสายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริกา

หลังจากซีอีโอคนเดิม กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ประกาศแต่งตั้ง กนิษฐ เมืองกระจ่าง รับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร แทน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ. ศ. 2557 เป็นต้นไป

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348