วิกฤตสายการบิน

“ธุรกิจการบิน” ที่เคยเฟื่องฟูทั้งในแง่รายได้บริษัท และชีวิตที่เริดหรูของพนักงาน กำลังพลิกมาอยู่ในด้านของความยากลำบาก เพราะ “วิกฤตราคาน้ำมัน” เป็นตัวแปรสำคัญ หลังทำ “นิวไฮ” ทุบสถิติใหม่ทุกวัน จาก 40 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเมื่อปี 2548 ขึ้นมาเกือบ 150 เหรียญสหรัฐในเดือนกรกฎาคม 2551 พา “ธุรกิจสายการบิน” ที่มีน้ำมันเป็นต้นทุนหลักต้องซวนเซกันเป็นแถว

เป็นวิกฤตที่สายการบินต่างต้องเจอ หลายสายการบินทั้งสายการบินปกติ และสายการบินต้นทุนต่ำ (Low Cost Airline) ถ้าไม่ยกเลิกเส้นทาง ลดเที่ยวบิน และปลดพนักงาน

ภายในครึ่งปีแรก คนของธุรกิจสายการบินทั่วโลกตกงานไปแล้วนับหมื่นคน เกือบ 100 สายการบินทั่วโลกกำลังโคม่า และเฉพาะที่อเมริกาปิดตัวไปแล้วกว่า 20 สายการบิน ขณะเดียวกันผู้ถือหุ้นสายการบินที่เหลืออยู่ก็แทบอยากเทขายทิ้ง เพราะราคาดิ่งลงมาถึง 30-60%

เป็นการ “Landing” อย่างรวดเร็ว และไม่นิ่มนวลแม้แต่น้อย

ที่ประเทศไทยมีสภาพไม่ต่างจากประเทศอื่น และดูเหมือนอาการจะหนักยิ่งกว่า โดยเฉพาะ “การบินไทย” สายการบินแห่งชาติที่ก่อตั้งมาแล้ว 48 ปี

48 ปีที่ผ่านมา การบินไทยมีทั้งขาขึ้นและขาลง แต่ไม่มีสักช่วงที่รักษาเพดานบินในระดับที่ดี เพราะความ “เรื้อรัง”ในการบินไทย จาก “เหลือบ” เข้ามาคอรัปชั่น หารายได้จากทุกส่วนตั้งแต่มะนาวไปจนถึงเครื่องบิน ทำให้ ณ วันนี้ “การบินไทย” ที่เคยเป็นหน่วยงานความภูมิใจของคนไทยต้องย่ำแย่

“ความอ่อนแอ” ของการบินไทยสะท้อนให้เห็นเป็นอย่างดี จากกรณีล่าสุดคือการเปิดเส้นทางบิน “กรุงเทพ-นิวยอร์ก” เมื่อปี 2548 ทั้งที่ไม่เห็นจุดคุ้มทุน แต่เพราะรัฐบาลขณะนั้นต้องการซื้อเครื่องบินรวมเกือบ 2 หมื่นล้านบาท เวลาผ่านไป 3 ปี ขาดทุนนับหมื่นล้านบาท จนต้อง “หยุดบิน” พร้อมโละขายเครื่องบินแบบขาดทุน

การซื้อเครื่องบินเพื่อกรุงเทพ-นิวยอร์ก ไม่ใช่ครั้งแรกของประวัติศาสตร์การบินไทย แต่เป็นมาซ้ำๆ ทุกครั้งที่มีรัฐบาลใหม่ รัฐมนตรีใหม่ ประธานบอร์ด และดีดีใหม่ ที่เป็น “แก๊ง” เดียวกันมาร่วมกันจัดซื้อเครื่องบิน จนฝูงบินของการบินไทยมีเครื่องบินมากแบบ มากเครื่องยนต์ ทำให้มีต้นทุนเพิ่ม ทั้งอะไหล่ที่ต้องสำรองเพิ่ม นักบินที่ต้องมีพอๆ กับแบบเครื่องบิน และโรงซ่อมเฉพาะ คือการลงทุนถึงหลักพัน หลักหมื่นล้านบาท

ไม่เพียงแต่การ “กินเครื่องบิน” เท่านั้น แม้แต่ “โลโก้” การบินไทย ก็เอื้อประโยชน์สร้างคอมมิชชั่น อย่างโครงการ “อายตนะ” 1.4 หมื่นล้านบาท ลงทุนสีโลโก้ เปลี่ยนอุปกรณ์ในเครื่องบินตั้งแต่ช้อนส้อมไปจนถึงผ้าห่ม คือสิ่งที่การบินไทยละลายหายไปในอากาศ แคมเปญ “คุณคะ” ที่พยายามสร้างแบรนด์ขึ้นมาใหม่ในปี 2551 กลับยิ่งสะท้อนความย่ำแย่ในการบินไทย

ปัญหาการบินไทยที่ฝังตัวมานานจนไม่เหลือภูมิคุ้มกัน เมื่อเจอกับโรคแทรกที่รุนแรงอย่าง “ราคาน้ำมัน” การบินไทยจึงออกอาการโคม่าทันที จนคาดว่าในไตรมาสที่ 2 ของปี 2551 จะเห็นตัวเลขขาดทุนเกือบถึงหลักหมื่นล้านบาท หลังจาก 3 เดือนแรกของปี 2551 กำไรลดลงไปแล้ว 52% ต่างจาก “สิงคโปร์แอร์ไลน์ส” สายการบินคู่แข่งของการบินไทยมีกำไรเพิ่ม 40%

ล่าสุด การบินไทยถูกศาลอเมริกาและอียู ฟ้องเรื่องการ “ฮั้ว” ค่าธรรมเนียมแบบข้ามชาติ ที่เสี่ยงถูกปรับเป็นหมื่นล้านบาท

นี่คือความยากลำบากที่ “คน” ของการบินไทยต้องเผชิญ และ “นางฟ้า” อาชีพใฝ่ฝัน ต้องตกสวรรค์ เพราะรายได้ลดลง แถมยังต้องทำงานหนักกว่าเดิม “นักบิน” หลายคนต้องรอ Standby เพราะเที่ยวบินลดลง และคนอีกจำนวนหนึ่งเลือกยอมถูกจ้างออก

ภาวะนี้ “แจ่มศรี สุกโชติรัตน์” ที่ทำงานในการบินไทยมานานกว่า 30 ปี ยอมรับว่าความเจ็บปวดของการบินไทยวันนี้ คือพิษร้ายของระบบอุปถัมภ์ เด็กเส้น และการโกงกิน และถึงเวลาที่ต้องทบทวน และ “หยุด อวดดี”

ที่สำคัญไปกว่านั้น “เรืออากาศโทอภินันท์ สุมนะเศรณี” ดีดี ที่เติบโตมาจากนักบิน เป็นลูกหม้อที่เห็นความเป็นไปในสายการบินแห่งชาตินี้มานาน ให้สัมภาษณ์กับ POSITIONING ว่า “การปราบทุจริต” คือผลงานที่เขาคิดว่าทำได้ในช่วงที่เป็น “ดีดี” มา 3 ปี แม้ทุจริตยังไม่หมด แต่ก็คือการทำดีที่สุดแล้ว

วันนี้จากความอ่อนแอของ “การบินไทย” และวิกฤตน้ำมันที่ซ้ำเข้ามา จึงเป็นความท้าทายของคนที่ยังอยู่ในสายการบินแห่งชาตินี้ และหากยัง “ไม่เลิกโกง” ความคิดยัง “ไม่เปลี่ยน” ก็คงยากที่การบินไทยจะเทกออฟได้อีกครั้ง

ทางด้านของโลว์คอสต์แอร์ไลน์ ที่เคยเป็นดาวรุ่งของธุรกิจสายการบิน เมื่อเจอ “น้ำมันแพง” ก็กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าใครคือ “ผู้ที่จะรอด” ในธุรกิจนี้ เพราะสูตรการทำธุรกิจแบบเดิมอาจไม่เพียงพอ

“โลว์คอสต์แอร์ไลน์” เกิดได้ด้วย Positioning ที่ชัดเจน คือความเป็นสายการบินที่ราคาตั๋วถูก โดยลดต้นทุนทุกอย่าง ตั้งแต่การออกตั๋ว การจ้างพนักงานให้น้อยที่สุด ให้ลูกค้าจองทางอินเทอร์เน็ต ไม่เสิร์ฟอาหาร น้ำ และให้แย่งที่นั่งกันเอง

แต่เมื่อ “น้ำมัน” กลายเป็นค่าใช้จ่ายที่คุมไม่อยู่ เพราะตัดต้นทุนไม่ได้ “โลว์คอสต์แอร์ไลน์” จึงต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ ด้วยความพยายามที่จะลดค่าใช้จ่ายลงอีก และหารายได้เพิ่ม และอาจถึงขั้นอยู่รอดได้ยาก

กรณีของ “นกแอร์” อยู่ในสภาพปีกหักไปแล้วข้างหนึ่ง เพราะต้องหยุดบิน และลดเส้นทางไปแล้วเกือบ 50% ลดการใช้เครื่องบินจาก 9 เหลือ 3 ลำ ลดเงินเดือนตัวเองและพนักงาน เพิ่มอาชีพให้แอร์โฮสเตสไปขายประกัน แต่ยังไม่มีคำตอบว่าจะอยู่รอดได้แค่ไหน หากน้ำมันยังพุ่งสูงขึ้นไปอีก

ส่วน “วันทูโก” ของโอเรียนท์ไทยแอร์ไลน์ ที่ “แพ้ภัยตัวเอง” ด้วยการบริหารจัดการที่ซิกแซกจนถูกพักใบอนุญาตบิน เมื่อเจอวิกฤตน้ำมันจึงต้อง “เจ๊ง” และปลดพนักงานแล้วอย่างน้อย 500 คน ส่วนที่เหลืออีกกว่าครึ่ง ยังไม่รู้ชะตากรรม

ในต่างประเทศ ความสำเร็จและบินได้อย่างนุ่มนวลต้องยกให้ “เซาท์เวสต์ แอร์ไลนส์” ที่นอกจากการบริหารจัดการได้อย่างครบสูตรโลว์คอสต์แล้ว ยังสามารถวางแผนเรื่องการใช้น้ำมัน ด้วยการ “Hedge” ซื้อประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน ทั้งปริมาณการซื้อเกือบ 90% และซื้อล่วงหน้าถึง 3 ปี จึงไม่บาดเจ็บแม้แต่น้อย

ส่วนในไทย “ไทยแอร์เอเชีย” อาศัยความเป็นเครือข่าย “แอร์เอเชีย” ที่ Hedge น้ำมัน 100% แต่ไม่ได้ซื้อล่วงหน้านาน และจุดบินที่ครอบคลุมจากการขยายธุรกิจจากมาเลเซีย ไทย และอินโดนีเซีย ลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ “ไทยแอร์เอเชีย” จึงมีลุ้นมากที่สุด

ขณะที่สายการบิน “บูติก” อย่าง “บางกอกแอร์เวย์ส” สามารถวาง Positioning ตัวเองได้ชัดเจน จับลูกค้าระดับบน และนักท่องเที่ยวต่างชาติไฮเอนด์ได้อยู่หมัด ต่อยอดฐานธุรกิจเดิมที่แข็งแกร่ง คือการเป็นเจ้าของสนามบิน “สมุย” แต่กระนั้นก็ยังได้รับผลกระทบไม่น้อย จนกระทั่งประกาศปิดรูท กรุงเทพ-กระบี่ กรุงเทพ-เสิ่นเจิ้น และเตรียมปิดรูทบินที่ขาดทุนอย่าง กรุงเทพ-ฟูกูโอกะ เสียมเรียบ-ฮ่องกง สมุย-ฮ่องกง ที่แม้จะมีผู้โดยสารเต็มแทบทุกเที่ยวบิน แต่กลับไม่ Cover ต้นทุนที่มี ขณะเดียวกันรัดเข็มขัดด้วยการไม่รับพนักงานเพิ่ม

ณ ต้นเดือนสิงหาคม 2551 แม้ “ราคาน้ำมัน” มีแนวโน้มลดลง และนักคาดการณ์น้ำมันเริ่มออกมาพูดถึงระดับราคาต่ำกว่า 100 เหรียญต่อบาร์เรลบ้างแล้ว แต่ช่วงเลวร้ายกับราคาเกือบ 150 เหรียญต่อบาร์เรลในช่วงพฤษภาคม-มิถุนายนที่ผ่านมา ก็เพียงพอกระตุ้นเตือนให้ “ธุรกิจสายการบิน” รู้ว่า ต้องปรับตัว ระวัง และไม่ประมาท เพื่อให้เป็น “ตัวจริง” ที่เหลืออยู่ และไม่ต้องคอยบอกกับผู้โดยสารว่า “หยุดบินค่ะ” อีกต่อไป

Digital TV & Media

กสทช.เพิ่มเงื่อนไขคูปองทีวีดิจิตอลเอื้อแลกกล่องแบบไฮบริดดูผ่านดาวเทียมได้ หวังแก้ปัญหาสัญญาณระบบดิจิตอลไม่ครอบคลุม คาด พ.ค.เริ่มใช้คูปองได้ พร้อมเตรียมขยายวันหมดอายุคูปองออกไปอีก 2 เดือน ทุกล็อต

หลังจาก “ดิจิทัลทีวี” ผ่านครึ่งปีแรกของการดำเนินธุรกิจ คือเริ่มออกอากาศตั้งแต่เดือนพฤษภาคม มาด้วยความทะลักทุเล

สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) ร่วมกับ ทีเอ็นเอส เผยผลสำรวจมูลค่าเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลในปี 2557 และคาดการณ์ในปี 2558

Consumer Insight

“ดันน์ฮัมบี้” บริษัทที่ทำการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค ได้เผยผลวิจัยว่าภาคไหนในประเทศไทยนิยมซื้อสินค้าในช่วงเทศกาลสงกรานต์มากที่สุด พบว่าคนไทยใน “ภาคใต้” มีแนวโน้มสูงที่ไปจับจ่ายใช้สอยสินค้าในช่วงสงกรานต์มากกว่าภาคอื่นๆ โดยที่ดันน์ฮัมบี้ได้ใช้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อ จากจำนวนผู้บริโภคจำนวน 8.2 ล้านคนที่ซื้อสินค้าในเทสโก้ โลตัส

จากผลสำรวจการให้ความสำคัญในการใช้จ่ายของผู้บริโภค ในปี 2557 ซึ่งจัดทำโดยมาสเตอร์การ์ด (MasterCard Consumer Purchasing Priorities 2014) พบว่าประมาณ 3 ใน 4 ของผู้บริโภคชาวไทยที่อยู่ในการสำรวจ วางแผนท่องเที่ยวพักผ่อนทั้งในประเทศและต่างประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเชียงใหม่และภูเก็ตยังครองแชมป์จุดหมายปลายทางในประเทศที่ได้รับความนิยมสูงสุด

ReadyPlanet ผู้ให้บริการระบบเว็บไซต์สำเร็จรูปบริการด้านการตลาดดิจิตอล ได้เผยกลยุทธ์ในการทำการตลาดออนไลน์ในช่วงวันหยุดยาวเพื่อต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ที่มาถึง เพื่อไม่ให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์สูญเสียโอกาสในการกอบโกยรายได้

Insight

เจาะลึก...สงครามบริการด้านการเงิน เมื่อ 3 ค่ายโอเปอเรเตอร์มือถือ เอไอเอส ดีแทค และทรู แปลงกายเป็น “ธนาคารบนมือถือ” หรือ “โมบายแบงกิ้ง” เพื่อเป็นช่องทางหารายได้ใหม่ ในยุคที่มือถือกำลังเบ่งบานสุดขีด

“แกร็บแท็กซี่” เป็นอีกหนึ่งรายที่เข้ามาบุกตลาดแท็กซี่ในประเทศไทย ได้เข้ามาทำตลาดได้ 2 ปีแล้ว ในรูปแบบของการเรียกแท็กซี่ผ่านแอพพลิเคชั่น ท่ามกลางผู้เล่นในตลาดอีกทั้งหมด 3 ราย ด้วยกัน ได้แก่ อูเบอร์, อีซี่แท็กซี่ และน้องใหม่จากนครชัยแอร์

บริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือ WPP มุ่งเน้นงานวิจัยพฤติกรรมการจับของผู้บริโภคเชิงลึก เชี่ยวชาญเป็นพิเศษในกลุ่มสินค้า FMCG เปิดเผยถึงทิศทางเศรษฐกิจไทย และการเปลี่ยนแปลงผู้บริโภค

Strategic Move

เทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง นอกจากจะเป็นเวลาแห่งความสนุกสนานของการเล่นสาดน้ำแล้ว ยังเป็นช่วงเวลา “น้ำขึ้นให้รีบตัก” หลายๆ สินค้าจะขายดีเป็นพิเศษในช่วงนี้ หรือบางสินค้าจะขายได้เฉพาะในเทศกาลสงกรานต์เท่านั้น ทีมงานหน้า “SME ผู้จัดการ” ได้รวบรวม สินค้าที่คาดว่าจะสุดฮอต ลองดูกันว่าจะตรงใจหรือเปล่า

หลังจากที่ "อาเจกรุ๊ป” จากประเทศเปรู ได้ส่ง บิ๊กโคล่า” ออกมาสร้างความคักคักให้กับตลาดน้ำอัดลมมาแล้ว และได้ทยอยออกวางตลาดแบรนด์เครื่องดื่มชนิดต่างๆในพอร์ตสินค้า ไม่ว่า น้ำดื่มเซียโล่ เครื่องดื่มเกลือแร่สปอเรต คราวนี้มาถึงคิว ของ "น้ำอัดลมผสมน้ำผลไม้"ภายใต้แบรนด์ “บิ๊กเฟรช” ที่จะเป็นอีกหนึ่งในอาวุธสำคัญของ อาเจกรุ๊ปในปีนี้

ชัวร์ ไลฟ์ ประเดิมจำหน่าย Gold Elite นำสมาร์ทโฟนไฮเอนด์ชื่อดังไปชุบทอง สร้างความแตกต่างให้แก่ผู้ใช้ ตั้งเป้าวางจำหน่าย 200 เครื่องภายในปีนี้ ชูจุดเด่นในแง่ของบริการหลังการขายที่พร้อมรับส่งเครื่องถึงที่ ราคาเริ่มต้น 159,000 บาท

Social Media Club

สงกรานต์เมืองไทยว่าร้อนแล้ว แต่ประเด็นร้อนจากเครือข่ายสังคมยักษ์ใหญ่อย่างเฟซบุ๊ก (Facebook) กลับเพิ่มดีกรีองศาเดือดไม่แพ้กัน เพราะอนาคต 3 ทิศทางที่เฟซบุ๊กกำลังบอกโลกว่าพร้อมเติบโตในช่วง 10 ปีนับจากนี้กลับดูแหวกแนวจากบริการปัจจุบันของเฟซบุ๊ก ทั้งการมุ่งพัฒนาสินค้าเทคโนโลยีภาพเสมือนจริงหรือวีอาร์ (Virtual reality) การเตรียมลู่ทางไว้สำหรับบริการอินเทอร์เน็ตผ่านหุ่นยนต์เครื่องร่อนหรือโดรน (drone) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

หลังจากที่แอปเปิลได้ปล่อยให้มีการอัพเดตเวอร์ชั่น iOS 8.3 ได้พร้อมกันทั่วโลกเมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา นอกจากจะมีฟีเจอร์อะไรใหม่ๆ โดนในสาวกแอปเปิลแล้ว ยังสามารถเรียกเสียงฮาได้ทั่วโซเชียลเช่นกัน เมื่อ Siri อีกหนึ่งโปรแกรมตัวช่วยของแอปเปิลนั้นมาพร้อมด้วยเวอร์ชั่นภาษาไทยแล้ว

เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการสำหรับเว็บไซต์ Messenger.com บริการแชตจากเฟซบุ๊ก (Facebook) โซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ คาดเป็นการกรุยทางสู่ Messenger Business ที่บริษัทเตรียมไว้เป็นเครื่องมือสำหรับการใช้ในเชิงพาณิชย์นั่นเอง

Columnist

เป็นข่าวคราวที่สร้างกระแสและสะเทือนวงการแท็กซี่ได้พอสมควร เมื่อ “แท็กซี่” นครชัยแอร์เปิดตัวและพร้อมเริ่มให้บริการ 1 พ.ค. 2558 โดยใช้ชื่อว่า “All Thai Taxi” ใช้งบประมาณเกือบ 700 ล้าน

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Wrap

คำสั่งขององค์การการบินระหว่างประเทศ (ICAO) ที่ทำให้ทางการญี่ปุ่นระงับการเพิ่มเที่ยวบินจากประเทศไทย เหมือนดั่งสายฟ้าฟาด สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่วางแผนไปเยือนแดนอาทิตย์อุทัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งหากกรมการบินพลเรือนของไทยยังไม่สามารถแก้ปัญหาเพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยได้ ก็อาจมีความเสี่ยงที่ประเทศอื่นๆจะระงับการขยายเส้นทางการบินเหมือนกับญี่ปุ่น

ปฏิเสธไม่ได้ว่า บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จำนวนมากต่างเฝ้ามองตลาดของจีนแผ่นดินใหญ่กันตาเป็นมัน และคาดหวังว่าจะได้มีส่วนแบ่งตลาดในจีนแผ่นดินใหญ่กันทั้งสิ้น แต่สำหรับบริษัทเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกา ตลาดจีนดูจะยากแก่การเข้าถึงเกินไปเสียแล้ว

เปิดเผยดรามาภายในองค์กรก้องโลก “แอปเปิล” หลังมีข้อมูลเผยว่า ทิม คุก (Tim Cook) ซีอีโอแอปเปิลคนปัจจุบันเคยเสนอตัวขอบริจาค “ตับ” ให้สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) อดีตซีอีโอเพื่อยื้อชีวิต

Global Trend

ญี่ปุ่นได้พัฒนาอย่างรวดเร็วกลายเป็นประเทศมีความทันสมัยมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก หากแต่กาลเวลาได้ทำให้สถานที่บางแห่งกำลังจะเลือนหายไป สถานที่เหล่านี้ทรงคุณค่าทั้งในด้านประวัติศาสตร์ และสะท้อนวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นได้อย่างดี

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ - ผลการศึกษาเผย แม้เศรษฐกิจจีนอาจกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่ขรุขระ แต่ก็สามารถครองอันดับชาติ ที่มีอภิมหาเศรษฐีจำนวนมากที่สุดในโลก

หลังผ่านพ้นฤดูกาลของดอกซากุระ ผู้ผลิตอาหารและขนมในญี่ปุ่นก็เตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งส่วน

ใหญ่มีส่วนผสมของมัทฉะหรือชาเขียว

People

นางคือเจ้าแม่แห่งวงการแต่งหน้าที่แม้แต่ดาราชื่อดังอย่าง แอฟ ทักษอร, พลอย เฌอมาลย์ ฯลฯ ก็ผ่านการเนรมิตให้ดูสวยสง่าเพราะฝีมือการผัดแป้งแต่งหน้าของเธอกันมานักต่อนัก และล่าสุด เหล่าพริตตี้หลากหลายค่ายในงานมอเตอร์โชว์ครั้งล่าสุด เธอก็เสริมความสวยบนใบหน้าให้แก่เหล่านางฟ้ามอเตอร์โชว์แทบจะหมดทั้งฮอลล์

25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาคือวันที่กูเกิลประเทศไทยประกาศต้อนรับหัวหน้าฝ่ายการตลาดคนใหม่นามว่า “ภีท นุชนาฏนนท์” สิ่งที่น่าจับตาจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าภีทเป็นใคร แต่อยู่ที่ประสบการณ์ของภีทอาจจะบอกใบ้แนวทางของกูเกิลประเทศไทยในอนาคต

พลิกปูมธุรกิจ “บี เตชะอุบล” ทายาทคนโตแห่งตระกูลเตชะอุบล เจ้าของอาณาจักรคันทรี่ กรุ๊ป ผู้หาญกล้าควักเงินหมื่นล้าน ซื้อปีศาจแดง-ดำ เอซี มิลาน สโมสรฟุตบอลระดับโลกแห่งลีกอิตาลี พบเป็นและเคยเป็นผู้บริหารบริษัทไทยอยู่ 15 บริษัท โดย 5 บริษัทดำเนินกิจการอยู่ ส่วนอีก 10 เลิกกิจการไปแล้ว

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348