วิกฤตสายการบิน

“ธุรกิจการบิน” ที่เคยเฟื่องฟูทั้งในแง่รายได้บริษัท และชีวิตที่เริดหรูของพนักงาน กำลังพลิกมาอยู่ในด้านของความยากลำบาก เพราะ “วิกฤตราคาน้ำมัน” เป็นตัวแปรสำคัญ หลังทำ “นิวไฮ” ทุบสถิติใหม่ทุกวัน จาก 40 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเมื่อปี 2548 ขึ้นมาเกือบ 150 เหรียญสหรัฐในเดือนกรกฎาคม 2551 พา “ธุรกิจสายการบิน” ที่มีน้ำมันเป็นต้นทุนหลักต้องซวนเซกันเป็นแถว

เป็นวิกฤตที่สายการบินต่างต้องเจอ หลายสายการบินทั้งสายการบินปกติ และสายการบินต้นทุนต่ำ (Low Cost Airline) ถ้าไม่ยกเลิกเส้นทาง ลดเที่ยวบิน และปลดพนักงาน

ภายในครึ่งปีแรก คนของธุรกิจสายการบินทั่วโลกตกงานไปแล้วนับหมื่นคน เกือบ 100 สายการบินทั่วโลกกำลังโคม่า และเฉพาะที่อเมริกาปิดตัวไปแล้วกว่า 20 สายการบิน ขณะเดียวกันผู้ถือหุ้นสายการบินที่เหลืออยู่ก็แทบอยากเทขายทิ้ง เพราะราคาดิ่งลงมาถึง 30-60%

เป็นการ “Landing” อย่างรวดเร็ว และไม่นิ่มนวลแม้แต่น้อย

ที่ประเทศไทยมีสภาพไม่ต่างจากประเทศอื่น และดูเหมือนอาการจะหนักยิ่งกว่า โดยเฉพาะ “การบินไทย” สายการบินแห่งชาติที่ก่อตั้งมาแล้ว 48 ปี

48 ปีที่ผ่านมา การบินไทยมีทั้งขาขึ้นและขาลง แต่ไม่มีสักช่วงที่รักษาเพดานบินในระดับที่ดี เพราะความ “เรื้อรัง”ในการบินไทย จาก “เหลือบ” เข้ามาคอรัปชั่น หารายได้จากทุกส่วนตั้งแต่มะนาวไปจนถึงเครื่องบิน ทำให้ ณ วันนี้ “การบินไทย” ที่เคยเป็นหน่วยงานความภูมิใจของคนไทยต้องย่ำแย่

“ความอ่อนแอ” ของการบินไทยสะท้อนให้เห็นเป็นอย่างดี จากกรณีล่าสุดคือการเปิดเส้นทางบิน “กรุงเทพ-นิวยอร์ก” เมื่อปี 2548 ทั้งที่ไม่เห็นจุดคุ้มทุน แต่เพราะรัฐบาลขณะนั้นต้องการซื้อเครื่องบินรวมเกือบ 2 หมื่นล้านบาท เวลาผ่านไป 3 ปี ขาดทุนนับหมื่นล้านบาท จนต้อง “หยุดบิน” พร้อมโละขายเครื่องบินแบบขาดทุน

การซื้อเครื่องบินเพื่อกรุงเทพ-นิวยอร์ก ไม่ใช่ครั้งแรกของประวัติศาสตร์การบินไทย แต่เป็นมาซ้ำๆ ทุกครั้งที่มีรัฐบาลใหม่ รัฐมนตรีใหม่ ประธานบอร์ด และดีดีใหม่ ที่เป็น “แก๊ง” เดียวกันมาร่วมกันจัดซื้อเครื่องบิน จนฝูงบินของการบินไทยมีเครื่องบินมากแบบ มากเครื่องยนต์ ทำให้มีต้นทุนเพิ่ม ทั้งอะไหล่ที่ต้องสำรองเพิ่ม นักบินที่ต้องมีพอๆ กับแบบเครื่องบิน และโรงซ่อมเฉพาะ คือการลงทุนถึงหลักพัน หลักหมื่นล้านบาท

ไม่เพียงแต่การ “กินเครื่องบิน” เท่านั้น แม้แต่ “โลโก้” การบินไทย ก็เอื้อประโยชน์สร้างคอมมิชชั่น อย่างโครงการ “อายตนะ” 1.4 หมื่นล้านบาท ลงทุนสีโลโก้ เปลี่ยนอุปกรณ์ในเครื่องบินตั้งแต่ช้อนส้อมไปจนถึงผ้าห่ม คือสิ่งที่การบินไทยละลายหายไปในอากาศ แคมเปญ “คุณคะ” ที่พยายามสร้างแบรนด์ขึ้นมาใหม่ในปี 2551 กลับยิ่งสะท้อนความย่ำแย่ในการบินไทย

ปัญหาการบินไทยที่ฝังตัวมานานจนไม่เหลือภูมิคุ้มกัน เมื่อเจอกับโรคแทรกที่รุนแรงอย่าง “ราคาน้ำมัน” การบินไทยจึงออกอาการโคม่าทันที จนคาดว่าในไตรมาสที่ 2 ของปี 2551 จะเห็นตัวเลขขาดทุนเกือบถึงหลักหมื่นล้านบาท หลังจาก 3 เดือนแรกของปี 2551 กำไรลดลงไปแล้ว 52% ต่างจาก “สิงคโปร์แอร์ไลน์ส” สายการบินคู่แข่งของการบินไทยมีกำไรเพิ่ม 40%

ล่าสุด การบินไทยถูกศาลอเมริกาและอียู ฟ้องเรื่องการ “ฮั้ว” ค่าธรรมเนียมแบบข้ามชาติ ที่เสี่ยงถูกปรับเป็นหมื่นล้านบาท

นี่คือความยากลำบากที่ “คน” ของการบินไทยต้องเผชิญ และ “นางฟ้า” อาชีพใฝ่ฝัน ต้องตกสวรรค์ เพราะรายได้ลดลง แถมยังต้องทำงานหนักกว่าเดิม “นักบิน” หลายคนต้องรอ Standby เพราะเที่ยวบินลดลง และคนอีกจำนวนหนึ่งเลือกยอมถูกจ้างออก

ภาวะนี้ “แจ่มศรี สุกโชติรัตน์” ที่ทำงานในการบินไทยมานานกว่า 30 ปี ยอมรับว่าความเจ็บปวดของการบินไทยวันนี้ คือพิษร้ายของระบบอุปถัมภ์ เด็กเส้น และการโกงกิน และถึงเวลาที่ต้องทบทวน และ “หยุด อวดดี”

ที่สำคัญไปกว่านั้น “เรืออากาศโทอภินันท์ สุมนะเศรณี” ดีดี ที่เติบโตมาจากนักบิน เป็นลูกหม้อที่เห็นความเป็นไปในสายการบินแห่งชาตินี้มานาน ให้สัมภาษณ์กับ POSITIONING ว่า “การปราบทุจริต” คือผลงานที่เขาคิดว่าทำได้ในช่วงที่เป็น “ดีดี” มา 3 ปี แม้ทุจริตยังไม่หมด แต่ก็คือการทำดีที่สุดแล้ว

วันนี้จากความอ่อนแอของ “การบินไทย” และวิกฤตน้ำมันที่ซ้ำเข้ามา จึงเป็นความท้าทายของคนที่ยังอยู่ในสายการบินแห่งชาตินี้ และหากยัง “ไม่เลิกโกง” ความคิดยัง “ไม่เปลี่ยน” ก็คงยากที่การบินไทยจะเทกออฟได้อีกครั้ง

ทางด้านของโลว์คอสต์แอร์ไลน์ ที่เคยเป็นดาวรุ่งของธุรกิจสายการบิน เมื่อเจอ “น้ำมันแพง” ก็กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าใครคือ “ผู้ที่จะรอด” ในธุรกิจนี้ เพราะสูตรการทำธุรกิจแบบเดิมอาจไม่เพียงพอ

“โลว์คอสต์แอร์ไลน์” เกิดได้ด้วย Positioning ที่ชัดเจน คือความเป็นสายการบินที่ราคาตั๋วถูก โดยลดต้นทุนทุกอย่าง ตั้งแต่การออกตั๋ว การจ้างพนักงานให้น้อยที่สุด ให้ลูกค้าจองทางอินเทอร์เน็ต ไม่เสิร์ฟอาหาร น้ำ และให้แย่งที่นั่งกันเอง

แต่เมื่อ “น้ำมัน” กลายเป็นค่าใช้จ่ายที่คุมไม่อยู่ เพราะตัดต้นทุนไม่ได้ “โลว์คอสต์แอร์ไลน์” จึงต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ ด้วยความพยายามที่จะลดค่าใช้จ่ายลงอีก และหารายได้เพิ่ม และอาจถึงขั้นอยู่รอดได้ยาก

กรณีของ “นกแอร์” อยู่ในสภาพปีกหักไปแล้วข้างหนึ่ง เพราะต้องหยุดบิน และลดเส้นทางไปแล้วเกือบ 50% ลดการใช้เครื่องบินจาก 9 เหลือ 3 ลำ ลดเงินเดือนตัวเองและพนักงาน เพิ่มอาชีพให้แอร์โฮสเตสไปขายประกัน แต่ยังไม่มีคำตอบว่าจะอยู่รอดได้แค่ไหน หากน้ำมันยังพุ่งสูงขึ้นไปอีก

ส่วน “วันทูโก” ของโอเรียนท์ไทยแอร์ไลน์ ที่ “แพ้ภัยตัวเอง” ด้วยการบริหารจัดการที่ซิกแซกจนถูกพักใบอนุญาตบิน เมื่อเจอวิกฤตน้ำมันจึงต้อง “เจ๊ง” และปลดพนักงานแล้วอย่างน้อย 500 คน ส่วนที่เหลืออีกกว่าครึ่ง ยังไม่รู้ชะตากรรม

ในต่างประเทศ ความสำเร็จและบินได้อย่างนุ่มนวลต้องยกให้ “เซาท์เวสต์ แอร์ไลนส์” ที่นอกจากการบริหารจัดการได้อย่างครบสูตรโลว์คอสต์แล้ว ยังสามารถวางแผนเรื่องการใช้น้ำมัน ด้วยการ “Hedge” ซื้อประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน ทั้งปริมาณการซื้อเกือบ 90% และซื้อล่วงหน้าถึง 3 ปี จึงไม่บาดเจ็บแม้แต่น้อย

ส่วนในไทย “ไทยแอร์เอเชีย” อาศัยความเป็นเครือข่าย “แอร์เอเชีย” ที่ Hedge น้ำมัน 100% แต่ไม่ได้ซื้อล่วงหน้านาน และจุดบินที่ครอบคลุมจากการขยายธุรกิจจากมาเลเซีย ไทย และอินโดนีเซีย ลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ “ไทยแอร์เอเชีย” จึงมีลุ้นมากที่สุด

ขณะที่สายการบิน “บูติก” อย่าง “บางกอกแอร์เวย์ส” สามารถวาง Positioning ตัวเองได้ชัดเจน จับลูกค้าระดับบน และนักท่องเที่ยวต่างชาติไฮเอนด์ได้อยู่หมัด ต่อยอดฐานธุรกิจเดิมที่แข็งแกร่ง คือการเป็นเจ้าของสนามบิน “สมุย” แต่กระนั้นก็ยังได้รับผลกระทบไม่น้อย จนกระทั่งประกาศปิดรูท กรุงเทพ-กระบี่ กรุงเทพ-เสิ่นเจิ้น และเตรียมปิดรูทบินที่ขาดทุนอย่าง กรุงเทพ-ฟูกูโอกะ เสียมเรียบ-ฮ่องกง สมุย-ฮ่องกง ที่แม้จะมีผู้โดยสารเต็มแทบทุกเที่ยวบิน แต่กลับไม่ Cover ต้นทุนที่มี ขณะเดียวกันรัดเข็มขัดด้วยการไม่รับพนักงานเพิ่ม

ณ ต้นเดือนสิงหาคม 2551 แม้ “ราคาน้ำมัน” มีแนวโน้มลดลง และนักคาดการณ์น้ำมันเริ่มออกมาพูดถึงระดับราคาต่ำกว่า 100 เหรียญต่อบาร์เรลบ้างแล้ว แต่ช่วงเลวร้ายกับราคาเกือบ 150 เหรียญต่อบาร์เรลในช่วงพฤษภาคม-มิถุนายนที่ผ่านมา ก็เพียงพอกระตุ้นเตือนให้ “ธุรกิจสายการบิน” รู้ว่า ต้องปรับตัว ระวัง และไม่ประมาท เพื่อให้เป็น “ตัวจริง” ที่เหลืออยู่ และไม่ต้องคอยบอกกับผู้โดยสารว่า “หยุดบินค่ะ” อีกต่อไป

Consumer Insight

เทเลนอร์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นคนหนุ่มสาวในไทยและมาเลเซีย นิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยเปิดรับและใช้บริการใหม่ๆ บนโทรศัพท์มือถือเร็วกว่ากลุ่มคนรุ่นเดียวกันในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

Insight

ในที่สุด กสทช. ยอมปล่อย ช่อง 3 อนาล็อก ออกอากาศ ผ่านทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวีได้ อ้าง ประกาศ คสช. ฉบับที่ 27/2557

ยุคนี้ ขายเครื่องสำอางค์อย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ต้องให้ลูกค้ามีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ด้วย ทำให้ “ยูทิป” แบรนด์เครื่องสำอางของวัยรุ่น ของค่ายโอสถสภา ที่สามารถ Modernize brand ปรับเปลี่ยนจาก“น้ำยาอุทัยทิพย์” แบรนด์เก่าแก่ มาสู่แบรนด์เครื่องสำอางเจาะใจวัยรุ่นระดับมัธยมอย่างเห็นผลมาแล้ว

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

Strategic Move

นอกจากจะต้องเร่งมือพัฒนา“คอนเท้นท์” เพื่อดึงดูดคนดูแล้ว เรื่องของโฆษณาและประชาสัมพันธ์สำหรับดิจิตอลทีวีก็เป็นเรื่องจำเป็น ล่าสุด “นิวทีวี” ดิจิตอลทีวีของค่ายเดลินิวส์ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด จึงเปิดตัว สติกเกอร์ไลน์ New Boyz (นิวบอยซ์)

แคมเปญชวนบริจาคเงินสุดไวรัลบนโลกออนไลน์ #IceBucketChallengeTH แพร่ขยายเข้าไทยแล้ว โดย 2 ซีอีโอค่ายมือถือของไทย John Eddy Abdullah CEO dtac ตามติดๆ มาด้วยสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO AIS ก็รับคำท้าเช่นกัน

สินค้าหรือบริการยุคนี้ หากต้องการสร้างการรับรู้ให้ถึงกลุ่มคนได้รวดเร็ว การเลือกใช้ ดารา หรือ คนดังมาเป็น “แบรนด์แอมบาสเดอร์” หรือ พรีเซนเตอร์ มาเป็นตัวแทนให้กับแบรนด์ยังเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดยอดนิยมเสมอมา

Social Media Club

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ภูมิทัศน์สื่อ (media landscape) วันนี้เปลี่ยนไปมาก เพราะการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ (new media) อย่างอินเทอร์เน็ต หรือ สื่อสังคมออนไลน์ (social media) ทำให้สื่อมวลชน หรือสื่อยุคเก่าต้องปรับตัวในการทำงานและการสื่อสารเพื่อเข้าถึงมวลชนในลักษณะที่ต้องเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488