ศึกนี้ที่ช่อง 7

นับเป็นความพ่ายแพ้ในรอบ 30 ปีของช่อง 7 ที่มีต่อคู่แข่งอย่างช่อง 3 เมื่อส่วนแบ่งเม็ดเงินโฆษณาไตรมาสแรกของปี2552 ช่อง 3 แซงหน้าช่อง 7 ซึ่งต้องเจอศึกรอบด้าน ทั้งความขัดแย้งภายในที่ฝังลึกจนนำมาสู่การปรับผังรายการที่ไม่คล่องตัว และการการเลิกให้ส่วนลดโฆษณา จน “ยูนิลีเวอร์” บอยคอต ถอนโฆษณาออกจากช่อง 7 จนช่อง 7 ต้องพลิกเกมสู้ ใส่เกียร์เดินหน้าท้าชนแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน โยก “ชิงร้อยชิงล้าน” ประกบ“ตีสิบ” ส่งรายการข่าว “ประเด็นเด็ดเจ็ดสี ชนกับข่าว 3 มิติ” ชนิดใครดีใครอยู่

จริงๆ “อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ” ดาราสุดฮอตอันดับต้นๆ กับบทบาทร้อน “เมียน้อย” ในละครเรื่อง “เมียหลวง” ของวิก 7 สี ควรได้ออนแอร์หนังโฆษณา “ครีมนวดผมซันซิล” ของค่าย “ยูนิลีเวอร์” ที่อั้มเป็นพรีเซ็นเตอร์อยู่ ผ่านช่อง 7 เป็นหลัก แต่ปรากฏหนังโฆษณาของ “อั้ม” ไปออกที่ช่อง 3 ชนิดถี่ยิบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งในช่วงละครและข่าว และแม้ “เมียหลวง” อวสานไปแล้ว แต่ทั้งซันซิลและลักส์ที่อยู่กับช่อง 7 มานาน กลับเลือกยิงโฆษณาทางช่อง 3 แทน

สัญญาณนี้บอกชัดเจนว่าสัมพันธภาพระหว่าง “ยูนิลีเวอร์” กับช่อง 7 ได้ “เปลี่ยนไป” และถึงขั้นถอนโฆษณาออกจากช่อง 7 เมื่อปรากฏว่า ไตรมาสแรก ปี 2552 นั้นช่อง 3 กวาดรายได้โฆษณาแซงหน้าช่อง 7 เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่แข่งกันในธุรกิจทีวีมานานกว่า 30 ปี

“ยูนิลีเวอร์” เป็นเพียงแค่หนึ่งในตัวเร่ง ที่สะท้อนปัญหาภายใน กำลังรุมเร้าช่อง 7 ท่ามกลางความคุกรุ่นภายในที่เรื้อรังมานานระหว่างผู้ถือหุ้น 2 ฝ่าย คือกลุ่มของ “กฤตย์ รัตนรักษ์” กับฝ่าย “คุณแดง สุรางค์ เปรมปรีดิ์”

จุดปะทุ“ยูนิลีเวอร์” บอยคอตช่อง 7
ปี 2551 ยูนิลีเวอร์เป็นค่ายผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้งบโฆษณาสูงสุด อยู่ที่ประมาณ 4,000 ล้านบาท หรือประมาณ 8% ของงบรวมเกือบ 40,000 ล้านบาท และยูนิลีเวอร์ก็เลือกโฆษณากับช่อง 7 มากสุด เพราะผู้ชมกลุ่ม Mass คือเป้าหมายที่สินค้ายูนิลีเวอร์ส่วนใหญ่ต้องการ และที่สำคัญหลักฐานที่ชัดคือเรตติ้งผู้ชมสูงสุด จึงกล้าแบ่งงบถึง 42% ของ 4,000 ล้านบาท ลงที่ช่อง 7 ส่วนช่อง 3 ได้เพียง 28% รองลงมาคือช่อง 9 ที่ 21%

แต่ล่าสุด “ยูนิลีเวอร์” ไม่สนเรตติ้งอีกต่อไป แม้ว่าผลสำรวจของ Nielsen ยังคงพบว่าเรตติ้งผู้ชมของช่อง 7 สูงกว่าอยู่ที่ 34.7% และของช่อง 3 อยู่ที่ 29.8% ในไตรมาสแรกก็ตาม

เพราะในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคือง สินค้าต่างอยากใช้งบน้อยแต่คุ้มค่ามากที่สุด เมื่อช่อง 7 อยากสร้างรายได้มากขึ้น ด้วยการไม่ยอมใส่วนลด 15% เหมือนที่ผ่านมา ซึ่งเท่ากับเป็นการขึ้นราคากลายๆ “ยูนิลีเวอร์” จึงเลือกที่จะถอนโฆษณาออกทั้งหมด นอกจากยูนิลีเวอร์แล้ว บรรดาเอเยนซี่และเหล่าโบรกเกอร์โฆษณา ต่างก็แพ็กกันแน่น ไม่ Plan Ad ในช่อง 7 ให้กับลูกค้า เพราะเวลานี้ส่วนลด 15% ย่อมสำคัญกว่าเรตติ้ง

ส้มหล่น ช่อง 3 กวาด 30%

ที่ผ่านมา ช่อง 7 มีจุดแข็งที่ได้เปรียบช่องอื่นอยู่ 2 ประการคือ 1.เครือข่ายสัญญาณชัดที่สุดเมื่อเทียบกับช่องอื่น เพราะช่อง 7 ได้พื้นที่ตั้งเสาอากาศที่ดี โดยเฉพาะที่ของทหารในต่างจังหวัด 2.คอนเทนต์ที่เข้าถึงคนต่างจังหวัด โดยเฉพาะละครเกือบทุกครัวเรือนเลือกดูช่อง 7 เป็นสถานีหลักมานานหลายสิบปี

สำหรับช่อง 3 คู่แข่งเบอร์รองของช่อง 7 มีจุดอ่อนที่สัญญาณไม่ทั่วถึง และคมชัดเฉพาะในพื้นที่เมืองหลัก หรือแม้แต่ในบางจุดของกรุงเทพฯ ก็ยังสัญญาณบอด แต่ในระยะ 10 ปีหลังที่ช่อง 3 เริ่มปรับปรุงสัญญาณ ด้วยการนำคลื่นยูเอชเอฟมาเสริม ทำให้สัญญาณดีขึ้น

ปมขัดแย้งช่อง 7 ยิ่งลึก ยิ่งฉุด

ขณะที่ช่อง 3 กำลังปรับตัวได้ดี ช่อง 7 ต้องเจอทั้งศึกภายในและภายนอก เมื่อความขัดแย้งภายใน ซึ่งเริ่มชัดตั้งแต่ปี 2550 ที่กลุ่มของ “กฤตย์” เข้ามาบริหารช่อง 7 เต็มตัว หลังจากขายหุ้นในธนาคารกรุงศรีอยุธยาออกไปให้กับกลุ่มจีอี

ตลอด 2 ปี มีการปรับโครงสร้างภายใน และพยายามดึงอำนาจจากคุณแดงกลับคืนมา โดยเฉพาะการจัดผังรายการทั้งในและนอกไพรม์ไทม์ ซึ่งเพียง 1 ปี มีการโยกตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายผังรายการแล้ว 2-3 ครั้ง จนถึงขั้นที่มีกระแส คุณแดงจะขายหุ้นที่ถือยู่ 18% ในช่อง 7 ทิ้ง ยิ่งทำให้ปมขัดแย้งดูรุนแรงขึ้น แต่รายการละครที่คุณแดงรับผิดชอบทำรายได้ให้ช่อง 7 กว่า 70% มานาน การเขย่าบัลลังก์คุณแดงจึงไม่ง่ายนัก

ปมความขัดแย้งทำให้การดำเนินงานในช่อง 7 ไม่คล่องตัว เช่นกรณีรายการข่าว ที่คนดูนิยมมากขึ้น ช่อง 7 ต้องพ่ายแพ้ให้กับช่อง 3 ที่มีความคล่องตัวกว่า มีการปรับปรุง เพิ่มพิธีกร และขยายเวลาข่าวมากขึ้น ดึงเม็ดเงินโฆษณา และต้นทุนของทำรายการข่าวถูกกว่า ละคร ที่ต้องใช้เงินเฉลี่ยตอนละ 5 แสนบาท ขณะที่รายการข่าว ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เพียงแค่ค่าตัวพิธีกร ที่ช่อง 3 ต้องจ่างประจำ เฉลี่ย 1 แสนบาทต่อเดือน และข่าวสามารถนำมารีรัน อ่านใหม่

ในอีกมุมหนึ่งการยึดติดกับละคร อาจทำให้ช่อง 7 ยิ่งเจ็บหนัก เพราะต้นทุนละครเฉลี่ยตอนละ 5 แสน ขณะที่รายการข่าวต้นทุนถูกกว่ามาก เนื้อหาข่าวสามารถนำมารีรัน เขียนใหม่ อ่านใหม่ จะมีต้นทุนเพิ่มเพียงค่าตัวพิธีกรที่ช่อง 3 จ้างประจำเฉลี่ยคนละ 1 แสนบาทต่อเดือน นี่คือเหตุผลที่ช่อง 3 ทุ่มไม่อั้นกว้านซื้อตัวพิธีการข่าวที่ชาวบ้านคุ้นเคย และเปลี่ยนหน้าในแต่ละช่วงเวลา เพื่อไม่ให้ผู้ชมเบื่อ

กฤตย์ รัตนรักษ์ ตัดสินใจ เขย่าผังรายการครั้งใหญ่ โดยเปิดไฟเขียวให้ “ประเด็นเด็ดเจ็ดสี” ของ “มีเดีย ออฟ มีเดียส์” บริษัทลูก ที่มี “ชาลอต โทณวณิก” ดูแล เข้ามาเสียบในช่วงเวลาข่าว “สี่ทุ่มครึ่ง” เพื่อชนกับ “ข่าว 3 มิติ” โดยหวังว่า ประเด็นเด็ดเจ็ดสี ที่มีจุดขายที่ความไฮเทค วิดีโอวอลล์ และทีมข่าวเก่าไอทีวี จะท้าชนกับคนข่าวอย่าง “กิตติ สิงหาปัด” ช่วงประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง นับวันก็ยิ่งได้ใจคนดู

ส่วนวันอังคาร ช่อง 7 ตัดสินใจ “ชิงร้อยชิงล้าน” มาชนกับ “ตีสิบ” ของ “เสี่ย วีที วิทวัส สุนทรวิเนตร์” ที่อยู่ช่อง 3 มานาน และทำเรตติ้งกระฉูดมาโดยตลอด ไม่ว่าช่อง 7 จะส่งรายการใดมาชน ก็ไม่เคยสู้ตีสิบได้ แม้แต่ “คลับเซเว่น” ของ “ต๋อย ไตรภพ ลิมปพัทธ์” ก็ยังไม่โดน แถมเป็นหนี้ช่อง 7 อยู่ถึง 20 ล้านบาท

ช่อง 7 สั่งถอด “คลับเซเว่น” แบบกะทันหัน และนำรายการ “ชิงร้อย ชิงล้าน” ของค่ายเวิร์คพ้อยท์ที่มีเรตติ้งสูงสุดในบรรดาเกมโชว์ทั้งหมดมาชนตีสิบ จน “ไตรภพ” ต้องรีบวิ่งขอกลับมาซบวิก 3 พระราม 4 เหมือนเดิม

ช่อง 3 ก็ไม่นิ่งเฉย จากโฆษณา “รายการครอบครัวข่าว” ที่ล้นแล้วล้นอีก ทำให้ช่อง 3 เห็นโอกาส ปรับผังรายการใหม่ โดยให้ “ไตรภพ” ไปอยู่ช่วง 4 ทุ่มครึ่งวันจันทร์ แทนรายการ “จับเข่าคุย” ของ “สรยุทธ์ สุทัศนะจินดา” ที่ถูกยุบ แลกกับการขยายเวลาคุยข่าว “เรื่องเล่าเช้านี้” ของ “สรยุทธ์” อีกวันละ 15 นาที ได้เงินจากโฆษณาเพิ่มขึ้นนาทีละ 1.2 แสนบาท เมื่อบวกเข้าไปในเวลาข่าวที่ได้เพิ่มขึ้น ทำให้ขายได้เป็นนาทีละ 1.75 แสนบาท เท่ากับเพิ่มอัตราค่าโฆษณาในช่วงนั้นอีกทางหนึ่ง

การอ้าแขนรับไตรภพกลับคืนช่อง 3 เพราะมองว่า “ไตรภพ” จะช่วยให้ช่อง 3 มีความเป็น Mass มากขึ้นเมื่อเทียบกับรายการจับเข่าคุยของ “สรยุทธ์”

ส่วน “ตีสิบ” ต้องประกบกับ “ชิงร้อยชิงล้าน” ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก ในมุมของช่อง 3 เพราะรายการแบบเดียวกัน กลุ่มเป้าหมายเดียวกัน มาชนกัน ทำให้แย่งเม็ดเงินก้อนเดียวกัน ซึ่งไม่ส่งผลดีกับใคร

สำหรับ ช่อง 7 ต้องเลือกดับเครื่องชน เพื่อดึงเรตติ้ง ภายในวิกหมอชิตเอง ก็คุกรุ่นด้วยความเปลี่ยนแปลงและขัดแย้ง และเดิมพันครั้งใหม่ ที่ใหญ่กว่าเก่า




จับคู่ชน”บันเทิง”

ตีสิบ ช่อง 3

ผู้ผลิต

ทเวนตี้ ทเวนตี้ เอ็นเทอร์เทนเมนท์

ลักษณะรายการ
วาไรตี้บันเทิง+ทอล์คโชว์

พิธีกรหลัก
วิทวัส สุนทรวิเนตร์

จุดเด่น
-ทอล์คโชว์ที่ผู้ชมเข้าใจง่าย
-ช่วงดันดารา แข่งโชว์เพลงของผู้ชม

ช่วงเวลา อังคาร 22.30-24.00 น.

อัตราโฆษณา นาทีละ 340,000 บาท

ชิงร้อย ชิงล้าน
ช่อง 7

ผู้ผลิต เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเม้นท์

ลักษณะรายการ
วาไรตี้บันเทิง+ เกมโชว์

พิธีกรหลัก
ปัญญา นิรันดร์กุล

จุดเด่น โชว์จาก ศิลปินตลก หม่ำ เท๋ง โหน่ง

ช่วงเวลา
อังคาร 22.30-24.00 น.

อัตราโฆษณา
นาทีละ 320,000 บาท

จับคู่ชน”ข่าว”

ข่าว 3 มิติ

ผู้ผลิต ครอบครัวข่าวช่อง 3

จุดเด่น

- พิธีกร”กิตติ สิงหาปัด”
-ทีมข่าวช่อง 3

เนื้อหาที่เน้น
-สรุปข่าวเด่น และเจาะลึก
-พยายามเปิดประเด็นใหม่

ช่วงเวลา
-ทุกวันยกเว้นอังคาร 22.30-23.00 น

อัตราโฆษณา นาทีละ 260,000 บาท

ประเด็นเด็ด 7 สี

ผู้ผลิต มีเดีย ออฟ มีเดียส์

จุดเด่น

-พิธีกร “นรากร ติยายน”
-ทีมข่าวเดิมของไอทีวี
-วิดีโอวอลความละเอียดสูง ลงทุน 130 ล้านบาท

เนื้อหาที่เน้น -สรุปข่าวเด่น พร้อมวิเคราะห์ เจาะลึก

ช่วงเวลา
-จันทร์-ศุกร์ ยกเว้นอังคาร 22.30-23.00 น.

อัตราโฆษณา นาทีละ 300,000 บาท

Digital TV & Media

ทีประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) มีมติ “ไม่ทบทวน” ตามที่ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอทบทวนมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดให้โครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ภายใน 15 วัน

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

บริษัทเอซี นีลเส็น ได้รายงานยอดซื้อสื่อโฆษณาในเดือนกันยายน 2557 พบว่า ยอดยอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 8,651 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกันยายน 2556 มียอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 9,697ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.79%

Consumer Insight

หญิงสาว อายุระหว่าง 18-25 ปี ถือว่าเป็น “กลุ่มผู้บริโภคเนื้อหอม” ของนักการตลาดที่ต้องการเจาะตลาดมากเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์สินค้าต่างๆ แล้ว ยังเป็นวัยที่มีอำนาจในการตัดสินใจซื้อสูง และมีอิมแพ็คในการแชร์ข่าวสารของแบรนด์จากการติดโซเชียลมีเดีย แต่สาวๆเหล่านี้ พฤติกรรมที่ยากจะเข้าใจ

เมื่อพฤติกรรมการใช้สื่อหลากหลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน บริษัท ทีเอ็นเอส บริษัทวิจัยการตลาดข้ามชาติ ได้สำรวจพฤติกรรมของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต Connected Life ของไทย พบว่า คนไทยใช้เวลาบนโทรศัพท์มือถือ เข้าอินเทอร์เน็ต ดูทีวี เล่นแท็บเล็ท แต่ให้เวลากับหนังสือพิมพ์ วิทยุ ไม่กี่นาทีต่อวัน

เมื่อยุคที่การ “รีวิวสินค้า” กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดออนไลน์ยอดนิยม ที่หลายสินค้านำมาใช้ เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ที่มักจะเชื่อคำแนะนำจากเพื่อนฝูง และการบอกต่อในโลกออนไลน์มากกว่า “โฆษณา”

Insight

ต้องถือเป็น “จุดเปลี่ยน” ครั้งสำคัญของบริษัทยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย กับการแต่งตั้ง “สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ ขึ้นนั่งในตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร ของบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคข้ามชาติรายใหญ่ ที่มียอดขาย 40,000 ล้านบาทต่อปี ภายใต้ผลิตภัณฑ์ 30 กว่าแบรนด์ที่ทำตลาด เข้าถึงคนไทยทุกครัวเรือน คิดเฉลี่ยแล้วจะมีคนไทยใช้สินค้าของยูนิลีเวอร์อย่างน้อย 3 ครั้งในหนึ่งวัน

แม้ที่ผ่านมาสหพัฒน์ได้เคยออกฟังก์ชั่นนอลดริ้งก์ในแบรนด์ “i-Healti” มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ดูเหมือนว่าตลาดจะไม่หวือหวา มีส่วนแบ่งการตลาดไปได้ไม่ถึง 5% เท่านั้น จากมูลค่าตลาดรวม 7,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง 10% ต่อปี

ในศึกดิจิตอลทีวีอาร์เอสได้ส่งช่อง 8 ลงสมรภูมิไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย ถึงคราวที่อาร์เอสจะต้องลุยศึกในตลาดทีวีเคเบิ้ลและแซทเทิลไลท์ ที่ปัจจุบันครองตลาดถึง 70% จากภาพรวมธุรกิจทีวีทั้งหมดในประเทศไทย โดยอาร์เอสดัน “ช่อง 2” เป็นหัวหอกหลักในการทำตลาด ยังคงใช้จุดแข็งด้านรายการวาไรตี้บันเทิงเรื่องดารา โดยใช้พิธีกรที่มีชื่อเสียงเป็นตัวชูโรงรายการ

Strategic Move

หลังจากค่ายทรูมูฟ ประกาศเปิดจองไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัส ล่วงหน้าวันที่ 24 ตุลาคม ได้ไม่นาน ถัดมาไม่กี่ชั่วโมง ค่ายเอไอเอส ตามมาด้วยดีแทค ได่ประกาศ จำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2557 นี้

หลังจากแชร์ชื่อเล่นคนไทย ในแคมเปญ Share a Coke จนประสบความสำเร็จกันไปแล้ว โค้กยังคงเดินหน้าต่อยอดแคมเปญนี้ต่อไป ด้วยการออกแพ็คเกจจิ้งออกมาต่อเนื่อง อย่างเช่น แคมเปญฟุตบอลโลก และแฟนต้าชิคกี้แพ็ค

หลังจากแอปเปิลได้ประกาศ กำหนดการวางจำหน่ายไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัส ในไทย วันที่ 31 ตุลาคม 2557 ล่าสุด ค่ายทรูมูฟ เอช ประกาศวางจำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus อย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ตุลาคม 2557

Social Media Club

เชื่อว่าหลายคนคงจำคุณลุงฝรั่งคนหนึ่งพร้อมกับเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่พบในกรุงเทพฯ กับคลิปวิดีโอ “BKK 1st Time : ตอนโดนคนไทยด่าครั้งแรก” ด้วยสำนวนที่เป็นกันเองและมีถ้อยคำทะลึ่งเล็กน้อย แต่ทำให้คนดูรู้สึกสนุกและทำให้เกิดการแชร์ต่อไปมากมายบนโลกออนไลน์

Facebook เปิดตัว FBIQ แหล่งข้อมูลแห่งใหม่ที่ช่วยให้นักการตลาดเข้าใจผู้คนที่มีความแตกต่างในแง่ของเจเนอเรชั่น สถานที่อยู่ อุปกรณ์ที่ใช้ และเวลาที่เข้าใช้ ผ่านข้อมูลเชิงลึกและบทวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ

เมื่อ “เฟซบุ๊ค” ยังเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คครองความนิยมมาเป็นอันดับแรก บรรดาแบรนด์ต่างๆ จึงต้องมุ่งเน้นทำการสื่อสารบนเฟซบุ๊ค แต่การสื่อสารบนเฟซุบุ๊คไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย "บริษัทแอดยิ้ม ออนไลน์ เอเยนซี่" ได้นำเสนอ แนวทางการ การสร้างคอนเทนต์ที่ดีในเฟซบุ๊ค มีจุดร่วมที่ต้องให้ความใส่ใจ ควรคำนึงถึงในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทางเฟซบุ๊ค

Columnist

กระแสการทำตลาดย้อนยุค Retro Marketing / Retro Brand / Retro-Nova Marketing ในปัจจุบันเห็นการทำตลาดย้อนยุค ซึ่งการตลาดเรียกว่า Retro Marketing แต่อาจารย์ขอใช้คำว่า “Marketing Memory” คือการทำการตลาดกับความรู้สึก กับ ความทรงจำ

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

7 ปีก่อน เมื่อผู้เขียนกลับจากเมืองจีน หลายคนสงสัยว่าของแปลกๆ อย่างโต๊ะคอมที่แม้นอนบนเตียงก็ยังพิมพ์งานได้ รวมถึงรองเท้าไนกี้รุ่นที่ไม่เคยเห็นในท้องตลาดนั้นข้าพเจ้าได้มาอย่างไร ผู้เขียนจึงตอบไปแค่สั้นๆ ว่า “ช้อปจากเถาเป่า”

การทำอีเว้นท์แจก Sampling สินค้าตัวอย่างคงจะธรรมดาไปแล้วเรียบร้อย ยุคนี้ต้องไฮเทคกว่านั้น ออฟไลน์ หรือออนไลน์ต้องมีครบ

People

การขึ้นนั้งเก้าอี้ใหญ่ของ “สุพัตรา” จึงไม่ธรรมดา เธอเข้าทำงานในยูนิลีเวอร์มา 21 ปี ผ่านทั้งงาน “บู๊ และบุ๋น” ทั้งในไทย และในระดับภูมิภาค

คณะกรรมการธนาคารกสิกรไทย ประกาศแต่งตั้ง ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ เป็นรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย ดูแลสายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริกา

หลังจากซีอีโอคนเดิม กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ประกาศแต่งตั้ง กนิษฐ เมืองกระจ่าง รับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร แทน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ. ศ. 2557 เป็นต้นไป

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348