ศึกนี้ที่ช่อง 7

นับเป็นความพ่ายแพ้ในรอบ 30 ปีของช่อง 7 ที่มีต่อคู่แข่งอย่างช่อง 3 เมื่อส่วนแบ่งเม็ดเงินโฆษณาไตรมาสแรกของปี2552 ช่อง 3 แซงหน้าช่อง 7 ซึ่งต้องเจอศึกรอบด้าน ทั้งความขัดแย้งภายในที่ฝังลึกจนนำมาสู่การปรับผังรายการที่ไม่คล่องตัว และการการเลิกให้ส่วนลดโฆษณา จน “ยูนิลีเวอร์” บอยคอต ถอนโฆษณาออกจากช่อง 7 จนช่อง 7 ต้องพลิกเกมสู้ ใส่เกียร์เดินหน้าท้าชนแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน โยก “ชิงร้อยชิงล้าน” ประกบ“ตีสิบ” ส่งรายการข่าว “ประเด็นเด็ดเจ็ดสี ชนกับข่าว 3 มิติ” ชนิดใครดีใครอยู่

จริงๆ “อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ” ดาราสุดฮอตอันดับต้นๆ กับบทบาทร้อน “เมียน้อย” ในละครเรื่อง “เมียหลวง” ของวิก 7 สี ควรได้ออนแอร์หนังโฆษณา “ครีมนวดผมซันซิล” ของค่าย “ยูนิลีเวอร์” ที่อั้มเป็นพรีเซ็นเตอร์อยู่ ผ่านช่อง 7 เป็นหลัก แต่ปรากฏหนังโฆษณาของ “อั้ม” ไปออกที่ช่อง 3 ชนิดถี่ยิบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งในช่วงละครและข่าว และแม้ “เมียหลวง” อวสานไปแล้ว แต่ทั้งซันซิลและลักส์ที่อยู่กับช่อง 7 มานาน กลับเลือกยิงโฆษณาทางช่อง 3 แทน

สัญญาณนี้บอกชัดเจนว่าสัมพันธภาพระหว่าง “ยูนิลีเวอร์” กับช่อง 7 ได้ “เปลี่ยนไป” และถึงขั้นถอนโฆษณาออกจากช่อง 7 เมื่อปรากฏว่า ไตรมาสแรก ปี 2552 นั้นช่อง 3 กวาดรายได้โฆษณาแซงหน้าช่อง 7 เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่แข่งกันในธุรกิจทีวีมานานกว่า 30 ปี

“ยูนิลีเวอร์” เป็นเพียงแค่หนึ่งในตัวเร่ง ที่สะท้อนปัญหาภายใน กำลังรุมเร้าช่อง 7 ท่ามกลางความคุกรุ่นภายในที่เรื้อรังมานานระหว่างผู้ถือหุ้น 2 ฝ่าย คือกลุ่มของ “กฤตย์ รัตนรักษ์” กับฝ่าย “คุณแดง สุรางค์ เปรมปรีดิ์”

จุดปะทุ“ยูนิลีเวอร์” บอยคอตช่อง 7
ปี 2551 ยูนิลีเวอร์เป็นค่ายผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้งบโฆษณาสูงสุด อยู่ที่ประมาณ 4,000 ล้านบาท หรือประมาณ 8% ของงบรวมเกือบ 40,000 ล้านบาท และยูนิลีเวอร์ก็เลือกโฆษณากับช่อง 7 มากสุด เพราะผู้ชมกลุ่ม Mass คือเป้าหมายที่สินค้ายูนิลีเวอร์ส่วนใหญ่ต้องการ และที่สำคัญหลักฐานที่ชัดคือเรตติ้งผู้ชมสูงสุด จึงกล้าแบ่งงบถึง 42% ของ 4,000 ล้านบาท ลงที่ช่อง 7 ส่วนช่อง 3 ได้เพียง 28% รองลงมาคือช่อง 9 ที่ 21%

แต่ล่าสุด “ยูนิลีเวอร์” ไม่สนเรตติ้งอีกต่อไป แม้ว่าผลสำรวจของ Nielsen ยังคงพบว่าเรตติ้งผู้ชมของช่อง 7 สูงกว่าอยู่ที่ 34.7% และของช่อง 3 อยู่ที่ 29.8% ในไตรมาสแรกก็ตาม

เพราะในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคือง สินค้าต่างอยากใช้งบน้อยแต่คุ้มค่ามากที่สุด เมื่อช่อง 7 อยากสร้างรายได้มากขึ้น ด้วยการไม่ยอมใส่วนลด 15% เหมือนที่ผ่านมา ซึ่งเท่ากับเป็นการขึ้นราคากลายๆ “ยูนิลีเวอร์” จึงเลือกที่จะถอนโฆษณาออกทั้งหมด นอกจากยูนิลีเวอร์แล้ว บรรดาเอเยนซี่และเหล่าโบรกเกอร์โฆษณา ต่างก็แพ็กกันแน่น ไม่ Plan Ad ในช่อง 7 ให้กับลูกค้า เพราะเวลานี้ส่วนลด 15% ย่อมสำคัญกว่าเรตติ้ง

ส้มหล่น ช่อง 3 กวาด 30%

ที่ผ่านมา ช่อง 7 มีจุดแข็งที่ได้เปรียบช่องอื่นอยู่ 2 ประการคือ 1.เครือข่ายสัญญาณชัดที่สุดเมื่อเทียบกับช่องอื่น เพราะช่อง 7 ได้พื้นที่ตั้งเสาอากาศที่ดี โดยเฉพาะที่ของทหารในต่างจังหวัด 2.คอนเทนต์ที่เข้าถึงคนต่างจังหวัด โดยเฉพาะละครเกือบทุกครัวเรือนเลือกดูช่อง 7 เป็นสถานีหลักมานานหลายสิบปี

สำหรับช่อง 3 คู่แข่งเบอร์รองของช่อง 7 มีจุดอ่อนที่สัญญาณไม่ทั่วถึง และคมชัดเฉพาะในพื้นที่เมืองหลัก หรือแม้แต่ในบางจุดของกรุงเทพฯ ก็ยังสัญญาณบอด แต่ในระยะ 10 ปีหลังที่ช่อง 3 เริ่มปรับปรุงสัญญาณ ด้วยการนำคลื่นยูเอชเอฟมาเสริม ทำให้สัญญาณดีขึ้น

ปมขัดแย้งช่อง 7 ยิ่งลึก ยิ่งฉุด

ขณะที่ช่อง 3 กำลังปรับตัวได้ดี ช่อง 7 ต้องเจอทั้งศึกภายในและภายนอก เมื่อความขัดแย้งภายใน ซึ่งเริ่มชัดตั้งแต่ปี 2550 ที่กลุ่มของ “กฤตย์” เข้ามาบริหารช่อง 7 เต็มตัว หลังจากขายหุ้นในธนาคารกรุงศรีอยุธยาออกไปให้กับกลุ่มจีอี

ตลอด 2 ปี มีการปรับโครงสร้างภายใน และพยายามดึงอำนาจจากคุณแดงกลับคืนมา โดยเฉพาะการจัดผังรายการทั้งในและนอกไพรม์ไทม์ ซึ่งเพียง 1 ปี มีการโยกตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายผังรายการแล้ว 2-3 ครั้ง จนถึงขั้นที่มีกระแส คุณแดงจะขายหุ้นที่ถือยู่ 18% ในช่อง 7 ทิ้ง ยิ่งทำให้ปมขัดแย้งดูรุนแรงขึ้น แต่รายการละครที่คุณแดงรับผิดชอบทำรายได้ให้ช่อง 7 กว่า 70% มานาน การเขย่าบัลลังก์คุณแดงจึงไม่ง่ายนัก

ปมความขัดแย้งทำให้การดำเนินงานในช่อง 7 ไม่คล่องตัว เช่นกรณีรายการข่าว ที่คนดูนิยมมากขึ้น ช่อง 7 ต้องพ่ายแพ้ให้กับช่อง 3 ที่มีความคล่องตัวกว่า มีการปรับปรุง เพิ่มพิธีกร และขยายเวลาข่าวมากขึ้น ดึงเม็ดเงินโฆษณา และต้นทุนของทำรายการข่าวถูกกว่า ละคร ที่ต้องใช้เงินเฉลี่ยตอนละ 5 แสนบาท ขณะที่รายการข่าว ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เพียงแค่ค่าตัวพิธีกร ที่ช่อง 3 ต้องจ่างประจำ เฉลี่ย 1 แสนบาทต่อเดือน และข่าวสามารถนำมารีรัน อ่านใหม่

ในอีกมุมหนึ่งการยึดติดกับละคร อาจทำให้ช่อง 7 ยิ่งเจ็บหนัก เพราะต้นทุนละครเฉลี่ยตอนละ 5 แสน ขณะที่รายการข่าวต้นทุนถูกกว่ามาก เนื้อหาข่าวสามารถนำมารีรัน เขียนใหม่ อ่านใหม่ จะมีต้นทุนเพิ่มเพียงค่าตัวพิธีกรที่ช่อง 3 จ้างประจำเฉลี่ยคนละ 1 แสนบาทต่อเดือน นี่คือเหตุผลที่ช่อง 3 ทุ่มไม่อั้นกว้านซื้อตัวพิธีการข่าวที่ชาวบ้านคุ้นเคย และเปลี่ยนหน้าในแต่ละช่วงเวลา เพื่อไม่ให้ผู้ชมเบื่อ

กฤตย์ รัตนรักษ์ ตัดสินใจ เขย่าผังรายการครั้งใหญ่ โดยเปิดไฟเขียวให้ “ประเด็นเด็ดเจ็ดสี” ของ “มีเดีย ออฟ มีเดียส์” บริษัทลูก ที่มี “ชาลอต โทณวณิก” ดูแล เข้ามาเสียบในช่วงเวลาข่าว “สี่ทุ่มครึ่ง” เพื่อชนกับ “ข่าว 3 มิติ” โดยหวังว่า ประเด็นเด็ดเจ็ดสี ที่มีจุดขายที่ความไฮเทค วิดีโอวอลล์ และทีมข่าวเก่าไอทีวี จะท้าชนกับคนข่าวอย่าง “กิตติ สิงหาปัด” ช่วงประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง นับวันก็ยิ่งได้ใจคนดู

ส่วนวันอังคาร ช่อง 7 ตัดสินใจ “ชิงร้อยชิงล้าน” มาชนกับ “ตีสิบ” ของ “เสี่ย วีที วิทวัส สุนทรวิเนตร์” ที่อยู่ช่อง 3 มานาน และทำเรตติ้งกระฉูดมาโดยตลอด ไม่ว่าช่อง 7 จะส่งรายการใดมาชน ก็ไม่เคยสู้ตีสิบได้ แม้แต่ “คลับเซเว่น” ของ “ต๋อย ไตรภพ ลิมปพัทธ์” ก็ยังไม่โดน แถมเป็นหนี้ช่อง 7 อยู่ถึง 20 ล้านบาท

ช่อง 7 สั่งถอด “คลับเซเว่น” แบบกะทันหัน และนำรายการ “ชิงร้อย ชิงล้าน” ของค่ายเวิร์คพ้อยท์ที่มีเรตติ้งสูงสุดในบรรดาเกมโชว์ทั้งหมดมาชนตีสิบ จน “ไตรภพ” ต้องรีบวิ่งขอกลับมาซบวิก 3 พระราม 4 เหมือนเดิม

ช่อง 3 ก็ไม่นิ่งเฉย จากโฆษณา “รายการครอบครัวข่าว” ที่ล้นแล้วล้นอีก ทำให้ช่อง 3 เห็นโอกาส ปรับผังรายการใหม่ โดยให้ “ไตรภพ” ไปอยู่ช่วง 4 ทุ่มครึ่งวันจันทร์ แทนรายการ “จับเข่าคุย” ของ “สรยุทธ์ สุทัศนะจินดา” ที่ถูกยุบ แลกกับการขยายเวลาคุยข่าว “เรื่องเล่าเช้านี้” ของ “สรยุทธ์” อีกวันละ 15 นาที ได้เงินจากโฆษณาเพิ่มขึ้นนาทีละ 1.2 แสนบาท เมื่อบวกเข้าไปในเวลาข่าวที่ได้เพิ่มขึ้น ทำให้ขายได้เป็นนาทีละ 1.75 แสนบาท เท่ากับเพิ่มอัตราค่าโฆษณาในช่วงนั้นอีกทางหนึ่ง

การอ้าแขนรับไตรภพกลับคืนช่อง 3 เพราะมองว่า “ไตรภพ” จะช่วยให้ช่อง 3 มีความเป็น Mass มากขึ้นเมื่อเทียบกับรายการจับเข่าคุยของ “สรยุทธ์”

ส่วน “ตีสิบ” ต้องประกบกับ “ชิงร้อยชิงล้าน” ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก ในมุมของช่อง 3 เพราะรายการแบบเดียวกัน กลุ่มเป้าหมายเดียวกัน มาชนกัน ทำให้แย่งเม็ดเงินก้อนเดียวกัน ซึ่งไม่ส่งผลดีกับใคร

สำหรับ ช่อง 7 ต้องเลือกดับเครื่องชน เพื่อดึงเรตติ้ง ภายในวิกหมอชิตเอง ก็คุกรุ่นด้วยความเปลี่ยนแปลงและขัดแย้ง และเดิมพันครั้งใหม่ ที่ใหญ่กว่าเก่า




จับคู่ชน”บันเทิง”

ตีสิบ ช่อง 3

ผู้ผลิต

ทเวนตี้ ทเวนตี้ เอ็นเทอร์เทนเมนท์

ลักษณะรายการ
วาไรตี้บันเทิง+ทอล์คโชว์

พิธีกรหลัก
วิทวัส สุนทรวิเนตร์

จุดเด่น
-ทอล์คโชว์ที่ผู้ชมเข้าใจง่าย
-ช่วงดันดารา แข่งโชว์เพลงของผู้ชม

ช่วงเวลา อังคาร 22.30-24.00 น.

อัตราโฆษณา นาทีละ 340,000 บาท

ชิงร้อย ชิงล้าน
ช่อง 7

ผู้ผลิต เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเม้นท์

ลักษณะรายการ
วาไรตี้บันเทิง+ เกมโชว์

พิธีกรหลัก
ปัญญา นิรันดร์กุล

จุดเด่น โชว์จาก ศิลปินตลก หม่ำ เท๋ง โหน่ง

ช่วงเวลา
อังคาร 22.30-24.00 น.

อัตราโฆษณา
นาทีละ 320,000 บาท

จับคู่ชน”ข่าว”

ข่าว 3 มิติ

ผู้ผลิต ครอบครัวข่าวช่อง 3

จุดเด่น

- พิธีกร”กิตติ สิงหาปัด”
-ทีมข่าวช่อง 3

เนื้อหาที่เน้น
-สรุปข่าวเด่น และเจาะลึก
-พยายามเปิดประเด็นใหม่

ช่วงเวลา
-ทุกวันยกเว้นอังคาร 22.30-23.00 น

อัตราโฆษณา นาทีละ 260,000 บาท

ประเด็นเด็ด 7 สี

ผู้ผลิต มีเดีย ออฟ มีเดียส์

จุดเด่น

-พิธีกร “นรากร ติยายน”
-ทีมข่าวเดิมของไอทีวี
-วิดีโอวอลความละเอียดสูง ลงทุน 130 ล้านบาท

เนื้อหาที่เน้น -สรุปข่าวเด่น พร้อมวิเคราะห์ เจาะลึก

ช่วงเวลา
-จันทร์-ศุกร์ ยกเว้นอังคาร 22.30-23.00 น.

อัตราโฆษณา นาทีละ 300,000 บาท

Consumer Insight

เทเลนอร์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นคนหนุ่มสาวในไทยและมาเลเซีย นิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยเปิดรับและใช้บริการใหม่ๆ บนโทรศัพท์มือถือเร็วกว่ากลุ่มคนรุ่นเดียวกันในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

Insight

ในที่สุด กสทช. ยอมปล่อย ช่อง 3 อนาล็อก ออกอากาศ ผ่านทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวีได้ อ้าง ประกาศ คสช. ฉบับที่ 27/2557

ยุคนี้ ขายเครื่องสำอางค์อย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ต้องให้ลูกค้ามีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ด้วย ทำให้ “ยูทิป” แบรนด์เครื่องสำอางของวัยรุ่น ของค่ายโอสถสภา ที่สามารถ Modernize brand ปรับเปลี่ยนจาก“น้ำยาอุทัยทิพย์” แบรนด์เก่าแก่ มาสู่แบรนด์เครื่องสำอางเจาะใจวัยรุ่นระดับมัธยมอย่างเห็นผลมาแล้ว

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

Strategic Move

บริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม เป็นชื่อค่ายหนังน้องใหม่ ที่เกิดจากการร่วมตัวของ 4 กลุ่มธุรกิจ เพื่อผลิตภาพยนตร์ไทยป้อนทั้งตลาดไทย และต่างประเทศ ทุนจดทะเบียน 175 ล้านบาท

นอกจากจะต้องเร่งมือพัฒนา“คอนเท้นท์” เพื่อดึงดูดคนดูแล้ว เรื่องของโฆษณาและประชาสัมพันธ์สำหรับดิจิตอลทีวีก็เป็นเรื่องจำเป็น ล่าสุด “นิวทีวี” ดิจิตอลทีวีของค่ายเดลินิวส์ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด จึงเปิดตัว สติกเกอร์ไลน์ New Boyz (นิวบอยซ์)

แคมเปญชวนบริจาคเงินสุดไวรัลบนโลกออนไลน์ #IceBucketChallengeTH แพร่ขยายเข้าไทยแล้ว โดย 2 ซีอีโอค่ายมือถือของไทย John Eddy Abdullah CEO dtac ตามติดๆ มาด้วยสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO AIS ก็รับคำท้าเช่นกัน

Social Media Club

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ALS ย่อมาจาก Amyotrophic Lateral Sclerosis คือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และหลายๆ คนรู้จักโรคนี้ผ่านกิจกรรม “ยอมเปียกเพื่อการกุศล” หรอ “IceBucketChallange” ซึ่งเป็นโครงการรณรงค์ทางสังคมเพื่อระดมเงินบริจาคสมทบมูลนิธิ `Amyotrophic Lateral Aclerosos’ (ALS) หรือ ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อโรค Lou Gehrig’s

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488