ศึกสะท้านทรวง

หลังจากถูกคู่แข่ง “ซาบีน่า” ท้าทายตลาดด้วย “ดูม ดูม ซีรี่ส์” ชุดชั้นในเอาใจสาวคัพเล็ก ด้วยประโยคเด็ดในหนังโฆษณา “คับที่อยู่ได้ คัพเออยู่ยาก” จนทำให้ “ซาบีน่า” กลายเป็นแบรนด์ที่ถูกจับตา ทางด้าน “วาโก้” แบรนด์เบอร์ 1 ออกมาตอบโต้กลับด้วยแคมเปญ “บีเลิฟ” เอาใจสาวทรงโตระดับ “คัพซี” ขึ้นไป นับเป็นเกมรับของผู้นำตลาดชุดชั้นในมูลค่า 5,000 ล้านบาท ที่เปิดศึกกับแบรนด์รองอย่างซาบีน่าอย่างเข้มข้น


สาวไทยคัพไหนกันแน่ ?...หลายคนอาจสงสัย เพราะซาบีน่าได้ออกชุดชั้นในเอาใจสาวคัพเล็ก หลังจากที่ค้นพบว่าสาวไทยส่วนใหญ่ 60% ใช้คัพเอ ซาบีน่านำอินไซท์ข้อมูลมาสร้างให้ “จุดขาย” สำคัญ ผ่านคอลเลกชั่น “ดูม ดูม ซีรี่ส์” เอาใจสาวคัพเล็กที่ต้องการใช้ชุดชั้นในเสริมทรง พร้อมกับทุ่มงบโฆษณา โดยมี คริส หอวัง นางเอกสาวหน้าหมวยจากหนัง รถไฟฟ้ามาหานะเธอ ต้นตำรับหนังเอาใจสาวโสด วัย 30 อัพ มาพร้อมกับประโยคเด็ดในหนังโฆษณา “คัพที่อยู่ได้ คัพเออยู่ยาก” ทำให้ “ซาบีน่า” แบรนด์รองเป็นที่จดจำในตลาดในเวลาอันรวดเร็ว


เมื่อแบรนด์รองเปิดศึกสาวไซส์เล็ก ทางด้าน วาโก้ แบรนด์ผู้นำในตลาดชุดชั้นในอายุ 40 ปี ออกมาตอบโต้ด้วยการออกแคมเปญ “Be love” ด้วยงบ 10 ล้านบาท เอาใจสาวไซส์ใหญ่ที่ใส่ชุดชั้นในขนาดใหญ่ตั้งแต่ “คัพซี” ขึ้นไป หลังจากพบว่าสาวไทยไซส์ใหญ่มีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี   


ข้อมูลเหล่านี้ วาโก้ได้ร่วมกับหน่วยงานราชการ สำรวจสรีระสาวไทยทุกๆ 5ปี นำมาปรับปรุง “คัทติ้ง” ให้เข้ารูปทรงของสาวไทย และพบว่าช่วงหลังสาวไทยทรงโตขึ้น ความต้องการชุดชั้นในไซส์ใหญ่ขยายตัวเพิ่ม จากที่เคยมีสัดส่วนไม่ถึง 10% เวลานี้มีสัดส่วนพิ่มขึ้นมาเกือบ 20% 


“เวลานี้ผู้หญิงที่ใส่ชุดชั้นในคัพซีขึ้นไป ไม่จำกัดว่าต้องเป็นผู้ใหญ่ หรือคนสูงวัยเสมอไป สาวๆ วัยรุ่นก็ใส่คัพใหญ่แล้ว สิ่งที่วาโก้ต้องทำคือ การออกแบบให้ทันสมัย ใส่แล้วสนุก เพิ่มฟังก์ชันการใช้งานให้ดีขึ้น จากเดิมแค่ใส่ประคองหน้าอก ต้องออกแบบใส่แล้วยกกระชับ กว่าจะได้เราใช้เวลาวิจัย ทดสอบมาเกือบปี” ธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้ช่วยผู้อำนวยการ แห่งบริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เจนเนอเรชั่นที่ 3 ของค่ายสหพัฒน์ ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลวาโก้ บอกกับ POSITIONING


เมื่อเทียบกับแคมเปญที่ผ่านๆ มา ธรรมรัตน์บอกว่า การทำตลาดของบีเลิฟ ผ่านการคิดแบบครบเครื่องมากขึ้น ตัวสินค้าออกแบบให้ทันสมัยใส่ความเป็นแฟชั่น ช่องทางจำหน่ายต้องพร้อม การใช้สื่อโฆษณา ทั้งทีวีซี ถ่ายแบบในนิตยสาร รวมถึงการเลือกใช้สื่อออนไลน์ Youtube Facebook สื่อโรงหนัง รถไฟฟฟ้าบีทีเอส ประชาสัมพันธ์ ซึ่งการโปรโมตตั้งแต่ปีที่แล้ว และมาออกหนังโฆษณาในปีนี้ ใช้งบลงทุนกว่า 10 ล้านบาท 


“โฆษณาบีเลิฟ เป็นตัวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของวาโก้ เราสื่อสารถึงคุณสมบัติการใช้งานชัดเจนมากขึ้น เมื่อเทียบกับโฆษณาที่ผ่านมาของวาโก้ที่ไม่ได้บอกอะไรมากนัก และต่อจากนี้สิ่งที่จะขาดไม่ได้ในหนังโฆษณาทุกชิ้นของวาโก้ คือ ความทันสมัย” ธรรมรัตน์ บอกถึงแนวทางการสื่อสารของวาโก้


ตั้งแต่ปีที่แล้ว ธรรมรัตน์ลงมือปรับปรุงแบรนด์วาโก้ ผ่านแคมเปญการตลาดรูปแบบต่างๆ  เขาหวังว่า แคมเปญเหล่านี้จะช่วยลดอายุแบรนด์วาโก้ที่มีอายุครบ 40 ปี และดูเป็นแบรนด์ของแม่ ให้กลับมาดูสดใหม่ ทันสมัย เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ เฉพาะปีที่แล้วปีเดียว วาโก้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ คู่ขนานไปกับแคมเปญการตลาดที่เน้นเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นเป็นหลัก เริ่มจากแคมเปญ “ปิ๊ง” ออกมาเพื่อทำให้ภาพวาโก้เด็กลง ตามมาด้วยชุดชั้นในมูดกระตุ้นให้การใส่ชุดชั้นในสนุกสนานขึ้น และชุดชั้นในเกิร์ลลี่ บาย วาโก้ เพื่อเอาใจสาววันทีน 


การสื่อสารการตลาดที่วาโก้ คู่ขนานกันไป เน้นสร้างความจดจำให้กับกลุ่มวัยรุ่นเป็นหลัก เช่น การเป็นสปอนเซอร์ในหนังวัยรุ่น สุดเขตสเลดเป็ด และคอนเสิร์ตวงดนตรีเกาหลี และเร็วๆ นี้วาโก้จะถูกนำไป Tie-in ในภาพยนตร์ที่ผลิตร่วมกับโรงหนังเมเจอร์ แคมเปญทั้งหมดนี้ที่ต้องใช้งบทั้งปีกว่า 100 ล้านบาท วาโก้หวังว่าจะทำให้แบรนด์กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง พร้อมรับมือแข่งขันในตลาดชุดชั้นในที่กำลังถูกรุมเร้าจากคู่แข่ง 

“สายตาของผู้บริโภคทั่วไป วาโก้ยังคงเป็น Brand ที่คนรู้จักมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่เป็นแบรนด์ดูมีอายุ เป็นแบรนด์ของคุณแม่ ผลจากการออกแคมเปญเหล่านี้ จะช่วยลดอายุให้แบรนด์เด็กลงไปเรื่อยๆ แต่ในภาพรวมของวาโก้ก็ยังมีความเป็นแบรนด์มหาชน เพราะเรามีสินค้าคลุมได้หมด เด็ก ผู้ใหญ่” 


การเข้าถึงพฤติกรรมลูกค้าเป็นอีกกลไกสำคัญที่ต้องทำ และสิ่งที่วาโก้พบคือ พฤติกรรมการซื้อชุดชั้นในของสาวยุคนี้ เปลี่ยนจากการซื้อเพื่อความจำเป็น เป็นการซื้อตามแฟชั่น โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและคนทำงานรุ่นใหม่ จากที่เคยนานๆ ซื้อที และซื้อครั้งละ 6-10 ตัว เปลี่ยนมาซื้อน้อยครั้งละตัวหรือสองตัว แต่ซื้อถี่ขึ้นฉลี่ยทุกเดือนหรือ 2 เดือน  

พฤติกรรมเหล่านี้ มีผลต่อการแบ่งกลุ่มเป้าหมาย จากเดิมที่เคยแบ่งกลุ่มลูกค้าตามช่วงอายุ เปลี่ยนมายึดไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคเป็นแกนหลัก แต่ก็ยังไม่ทิ้งเรื่องของฟังก์ชันการใช้งาน  


แนวคิดนี้ส่งผลให้การออกแบบชุดชั้นในของวาโก้ เน้นความหลากหลาย และใส่ความเป็นแฟชั่นและดีไซน์ เพื่อตอบสนองลูกค้าเฉพาะกลุ่มได้หลากหลายมากขึ้น จากที่มีแค่ 2 กลุ่ม เวลานี้เพิ่มมาโฟกัส 8-9 กลุ่ม และเป็นที่มาของแคมเปญ “บีเลิฟ” เอาใจสาวทรงโต ที่ใส่ความเป็นแฟชั่น เพิ่มความน่าสนใจลงไป ไม่ว่าสาววัย 30 หรือ 40 ปี ก็ชื่นชอบชุดชั้นในแฟชั่นได้ไม่ต่างจากสาววัยรุ่น  


ธรรมรัตน์บอกว่า อนาคตจะมีแคมเปญออกมาเจาะตรงเข้าถึงลูกค้าแต่ละกลุ่มในลักษณะกับบีเลิฟมากขึ้น เช่น เฟิร์สบรา ชุดชั้นในสำหรับวัยทีน ที่เคยสร้างให้วาโก้เป็นที่จดจำ สำหรับเด็กสาวเพิ่งเริ่มต้นใส่ชุดชั้นใน ก็อยู่ในแผนการตลาดที่จะทำต่อไป  


“การที่วาโก้มีสินค้าครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ ทำให้เราแข่งขันได้ทุกตลาด ถ้าคู่แข่งลงเล่นในตลาด Niche เราก็มีสินค้าไปสู้ในตลาดได้ อย่างบีเลิฟนี่ก็ใช่ ขึ้นอยู่กับว่าจะออกรุ่นอะไร เราต้องศึกษาจุดอ่อน จุดแข็ง และเลือกจังหวะในการออกแคมเปญ”


ถึงแม้ว่าการแข่งขันของตลาดชุดชั้นในเข้มข้นขึ้นจนวาโก้อยู่เฉยไม่ได้ แต่ธรรมรัตน์เชื่อว่า การอยู่ในธุรกิจนี้ 40 ปี มีทั้งโรงงาน การผลิต การออกแบบ คู่ค้า ช่องทางจำหน่าย เป็นจุดแข็งของวาโก้ ที่ธรรมรัตน์เชื่อว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายที่คู่แข่งจะช่วงชิงตลาดได้เหมือนกับบางอุตสาหกรรมที่สามารถพลิกตลาดได้ชั่วข้ามคืน


“ในฐานะผู้นำตลาด ถ้าเราอยู่เฉยๆ คงต้องถูกแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดไปเรื่อยๆ วิธีตั้งรับที่ดีที่สุด คือ การรุกไปข้างหน้า” ธรรมรัตน์เชื่ออย่างนั้น 


cellpadding="2" cellspacing="2">
style="font-weight: bold;">คัพเล็กปะทะคัพใหญ่

style="vertical-align: top; text-align: center; font-weight: bold;"> ซาบีน่า  

style="vertical-align: top; text-align: center; font-weight: bold;">วาโก้
Positioning
ชุดชั้นในสำหรับวัยรุ่นและคนทำงานรุ่นใหม่  

ชุดชั้นในสำหรับคนทุกวัยตั้งแต่เด็กจนถึงคนสูงวัย

กลุ่มเป้าหมาย
เน้นทำตลาดกลุ่มเป้าหมาย
เน้นความหลากหลายของกลุ่มเป้าหมาย  

กลยุทธ์การตลาด
เลือกโฟกัสกลุ่มเป้าหมายไซส์เล็ก
จากการสำรวจพบว่าเป็นกลุ่มใหญ่ มีสัดส่วน 60%
จากนั้นตอกย้ำแบรนด์ผ่านกิจกรรมต่างๆ และสื่อสารการตลาด
รีเฟรชแบรนด์ให้เด็กลงผ่านแคมเปญการตลาดและการเลือกใช้สื่อต่างๆ
เพื่อเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่น
Product 

ออกผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย
คือสาวไซส์เล็กที่ชื่นชอบใส่ชุดชั้นในดันทรง
ออกแบบผลิตภัณฑ์เพิ่มความเป็นแฟชั่น
และความหลากหลาย ให้ตอบสนองลูกค้าได้ทุกกลุ่ม


cellpadding="2" cellspacing="2">
ส่วนแบ่งตลาดชุดชั้นใน
มูลค่าตลาด 5,000 ล้านบาท 
(จำหน่ายเฉพาะในห้างสรรพสินค้า)
วาโก้
60%
ซาบีน่า
15%
ไทรอัมพ์
15%
ที่มา :
ไทยวาโก้

Consumer Insight

เทเลนอร์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นคนหนุ่มสาวในไทยและมาเลเซีย นิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยเปิดรับและใช้บริการใหม่ๆ บนโทรศัพท์มือถือเร็วกว่ากลุ่มคนรุ่นเดียวกันในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

Insight

ยุคนี้ ขายเครื่องสำอางค์อย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ต้องให้ลูกค้ามีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ด้วย ทำให้ “ยูทิป” แบรนด์เครื่องสำอางของวัยรุ่น ของค่ายโอสถสภา ที่สามารถ Modernize brand ปรับเปลี่ยนจาก“น้ำยาอุทัยทิพย์” แบรนด์เก่าแก่ มาสู่แบรนด์เครื่องสำอางเจาะใจวัยรุ่นระดับมัธยมอย่างเห็นผลมาแล้ว

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

นอกจากจำนวนสาขาต้องมากแล้ว การมี “ไซส์” ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายก็เป็นเรื่องสำคัญ ด้วยเหตุนี้เอง บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด จึงได้แตกฟอร์แมตร้านค้าใหม่ “ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์” เป็นโมเดลขนาดใหญ่สุด จากที่ท็อปส์เคยเปิดมา

Strategic Move

นอกจากจะต้องเร่งมือพัฒนา“คอนเท้นท์” เพื่อดึงดูดคนดูแล้ว เรื่องของโฆษณาและประชาสัมพันธ์สำหรับดิจิตอลทีวีก็เป็นเรื่องจำเป็น ล่าสุด “นิวทีวี” ดิจิตอลทีวีของค่ายเดลินิวส์ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด จึงเปิดตัว สติกเกอร์ไลน์ New Boyz (นิวบอยซ์)

แคมเปญชวนบริจาคเงินสุดไวรัลบนโลกออนไลน์ #IceBucketChallengeTH แพร่ขยายเข้าไทยแล้ว โดย 2 ซีอีโอค่ายมือถือของไทย John Eddy Abdullah CEO dtac ตามติดๆ มาด้วยสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO AIS ก็รับคำท้าเช่นกัน

สินค้าหรือบริการยุคนี้ หากต้องการสร้างการรับรู้ให้ถึงกลุ่มคนได้รวดเร็ว การเลือกใช้ ดารา หรือ คนดังมาเป็น “แบรนด์แอมบาสเดอร์” หรือ พรีเซนเตอร์ มาเป็นตัวแทนให้กับแบรนด์ยังเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดยอดนิยมเสมอมา

Social Media Club

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ภูมิทัศน์สื่อ (media landscape) วันนี้เปลี่ยนไปมาก เพราะการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ (new media) อย่างอินเทอร์เน็ต หรือ สื่อสังคมออนไลน์ (social media) ทำให้สื่อมวลชน หรือสื่อยุคเก่าต้องปรับตัวในการทำงานและการสื่อสารเพื่อเข้าถึงมวลชนในลักษณะที่ต้องเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488