สงครามชิงเจ้าเวหา แอร์บัส-โบอิ้ง….ชี้ภาพอนาคตธุรกิจการบินโลก

การเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาของเครื่องบินแอร์บัสรุ่นA380 สะท้อนให้เห็นถึงการขับเคี่ยวชิงความเป็นเจ้าเวหาในอุตสาหกรรมผลิตเครื่องบินพาณิชย์ของสองบริษัทผู้ผลิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือ บริษัทแอร์บัส(Airbus)ของยุโรป และบริษัทโบอิ้ง(Boeing)ของสหรัฐ เครื่องบินแอร์บัสรุ่นA380 ซึ่งมีสมญาว่า Super Jumbo นี้ เป็นผลงานการผลิตของบริษัทแอร์บัส อินดัสตรี อันเป็นกิจการร่วมทุนระหว่าง 4 ชาติใหญ่ในยุโรป คือ ฝรั่งเศส เยอรมนี สเปน และอังกฤษ ที่ได้ใช้งบประมาณในการพัฒนาสูงถึงกว่าหนึ่งหมื่นล้านยูโรเป็นเวลาหลายปี

จุดเด่นของเครื่องบินรุ่นนี้คือความมหึมาที่สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้มากถึง 555 ที่นั่ง หรือมากกว่าโบอิ้ง 747 จัมโบเจ็ตที่จุได้ประมาณ 416 ที่นั่ง อยู่ถึงกว่าร้อยละ 30 อีกทั้งมีพิสัยบินได้ไกลถึง15,000 กม. นอกจากนี้ยังสามารถประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายต่อผู้โดยสารหนึ่งคนต่อระยะทางหนึ่งไมล์ (cost per passenger per mile) ลงได้ถึงร้อยละ 15-20 เมื่อเทียบกับโบอิ้ง 747 คาดว่า A380 จะสามารถบินให้บริการได้ในปี 2006 นี้ และขณะนี้มีสายการบินต่างๆทั่วโลกรวม 14 สายการบินได้แสดงความจำนงสั่งซื้อแล้วรวม 149 ลำ ซึ่งบริษัทแอร์บัสคาดว่าจะสามารถทำยอดขายเครื่องบินรุ่นนี้ได้กว่า 1,650 ลำในช่วง 20 ปีข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา บริษัทโบอิ้งของสหรัฐถือได้ว่าเป็นเจ้าเวหาในอุตสาหกรรมผลิตเครื่องบินพาณิชย์ของโลกและมีชัยเหนือบริษัทแอร์บัสของยุโรปมาตลอด โดยสามารถครองส่วนแบ่งตลาดเกินร้อยละ 50 เสมอมา จวบจนกระทั่งเกิดวิกฤติธุรกิจสายการบินในช่วงระหว่างปี 2001-2003 อันมีสาเหตุมาจากเหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายนที่อาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ติดตามมาด้วยสงครามอิรัก-สหรัฐและการแพร่ระบาดของโรคซาร์ส ซึ่งทั้งหมดได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจสายการบินทั่วโลกโดยเฉพาะสายการบินในสหรัฐ และกระทบต่อเนื่องมายังอุตสาหกรรมผลิตเครื่องบิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทโบอิ้งของสหรัฐ ทำให้ยอดจำหน่ายหรือยอดส่งมอบเครื่องบินของโบอิ้งที่เคยมีปริมาณสูงสุดถึง 620 ลำในปี 1999 กลับตกฮวบลง จนเหลือเพียง 281 ลำและ 285 ลำในปี 2003 และ 2004 ตามลำดับ

ในขณะที่บริษัทแอร์บัสแม้จะได้รับผลกระทบจากวิกฤติธุรกิจการบินเช่นกัน แต่ก็น้อยกว่ากรณีของบริษัทโบอิ้งที่ลูกค้าจำนวนมากเป็นสายการบินในสหรัฐซึ่งต้องเผชิญกับวิกฤติรุนแรงที่สุด ทั้งนี้ยอดส่งมอบเครื่องบินของแอร์บัสค่อนข้างทรงตัวในช่วงเวลาดังกล่าว โดยมียอดส่งมอบจำนวน 305 ลำ ในปี 2003 และ 320 ลำในปี 2004 (ดูตารางประกอบ) ซึ่งทั้งสองปีแอร์บัสสามารถแซงหน้าโบอิ้งได้สำเร็จหลังจากตกเป็นรองมาตลอด 3 ทศวรรษ และขณะนี้จากการที่ภาวะธุรกิจการบินของโลกกำลังมีการฟื้นตัวอย่างช้าๆตั้งแต่ปี 2004 ที่ผ่านมา ทำให้อุตสาหกรรมผลิตเครื่องบินพาณิชย์เริ่มกลับมาคึกคักอีก

รวมทั้งการขับเคี่ยวแข่งขันกันระหว่างบริษัทผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ทั้งสอง ทั้งนี้ในขณะที่แอร์บัสได้พัฒนาเครื่องบินขนาดยักษ์ A380 จนสำเร็จและเพิ่งจะเปิดตัวไปดังกล่าว ทว่าบริษัทโบอิ้งกลับกำลังมุ่งพัฒนาเครื่องบินขนาดกลางรุ่นใหม่ที่มีชื่อว่า 7E7 Dreamliner ซึ่งจุผู้โดยสารได้ประมาณ 250 ที่นั่ง มีรูปลักษณ์เพรียวลมล้ำสมัย มีสมรรถนะสูงสามารถทำความาเร็วได้ถึง 850 กม.ต่อชั่วโมง และที่สำคัญคือสามารถประหยัดเชื้อเพลิงได้ถึงร้อยละ20 เทียบกับเครื่องบินขนาดเดียวกันในปัจจุบัน ทำให้สามารถบินได้ระยะทางไกลๆ คาดว่าเครื่องบินรุ่นนี้จะออกมาให้บริการได้ประมาณปี 2008

เปรียบเทียบยอดส่งมอบเครื่องบินของแอร์บัสและโบอิ้ง
(จำนวนลำ)
ปี 1999
ปี 2000 ปี 2001 ปี 2002 ปี 2003 ปี 2004
แอร์บัส 300 310 325 303 305 320
โบอิ้ง 620 491 527 381 281 285
รวม 920 801 852 684 586 605
หมายเหตุ : ยอดส่งมอบของแอร์บัสเริ่มสูงกว่าของโบอิ้งตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมา
ที่มา The Boeing Company, Airbus Industrie, The Economist

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเห็นว่าการขับเคี่ยวชิงกันเป็นเจ้าเวหาในอุตสาหกรรมผลิตเครื่องบินพาณิชย์ระหว่างแอร์บัสและโบอิ้งในขณะนี้เป็นประเด็นที่น่าติดตามมาก เนื่องจากแผนการพัฒนารูปแบบอากาศยานเพื่อการพาณิชย์ที่แตกต่างกันของผู้ผลิตยักษ์ใหญ่ทั้งสอง ย่อมสะท้อนถึงมุมมองที่แตกต่างกันค่อนข้างมาก ระหว่างผู้ผลิตทั้งสองต่อภาพอนาคตธุรกิจการบินของโลก ดังนี้คือ :

ในกรณีของบริษัทแอร์บัสนั้นเชื่อว่า เนื่องจากแนวโน้มจำนวนผู้เดินทางโดยทางอากาศที่จะเติบโตอย่างมาก ดังนั้นการเดินทางโดยเครื่องบินกำลังจะกลายเป็นการขนส่งมวลชน (Mass Transit) และในอนาคตสนามบินในเมืองใหญ่ๆทั่วโลกจะทวีความแออัดมาก ทั้งนี้เราจะเห็นแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจสายการบิน ที่ควบคู่ไปกับการพัฒนาศูนย์กลางการบินหรือฮับ(Hub)ในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งรวมไปถึงการปรับปรุงขยายสนามบินในประเทศต่างๆ เพื่อรองรับจำนวนผู้ใช้บริการที่จะเพิ่มเป็นทวีคูณ ดังนั้นธุรกิจสายการบินจะมีความต้องการใช้เครื่องบินขนาดใหญ่ที่สามารถบรรทุกและขนส่งผู้โดยสารได้คราวละมากๆ

บริษัทแอร์บัสเชื่อว่าการเดินทางทางอากาศในอนาคตส่วนใหญ่จะเน้นการเดินทางจากเมืองหลักสู่เมืองหลักที่เป็นศูนย์กลางการบิน(Hub-to-Hub) โดยผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงเมืองหลักจะแยกย้ายกันเดินทางต่อไปยังเมืองระดับรองที่เป็นจุดหมายปลายทาง โดยอาจเป็นทางรถยนต์ ทางรถไฟหรือแม้แต่การใช้บริการเครื่องบินเที่ยวรอง ซึ่งรูปแบบการเดินทางเช่นนี้เรียกว่า Hub-and-Spoke Model

นอกจากนี้ในอนาคตการเดินทางติดต่อไปมาหาสู่กันโดยใช้บริการทางอากาศจะเป็นเรื่องปกติและเป็นกิจวัตรที่ผู้คนกระทำเป็นประจำ ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความแออัดของผู้ใช้บริการสายการบินตามสนามบินใหญ่ๆที่เป็นฮับการบิน ดังนั้นการมีเครื่องบินขนาดใหญ่ที่สามารถขนผู้โดยสารออกจากสนามบินได้คราวละ 500-600 คน ย่อมจะช่วยประหยัดทั้งเวลาขึ้นลงของเครื่องบินและการใช้พื้นที่บนลานบิน ตลอดจนการใช้บริการของหอบังคับการบินได้ดีกว่าการใช้เครื่องบินขนาดกลาง-เล็กจำนวน 3-4 ลำ เพราะฉะนั้นบริษัทแอร์บัสจึงเชื่อว่าเครื่องบินขนาดใหญ่อย่าง A380 จะสามารถสนองตอบแนวโน้มธุรกิจสายการบินในอนาคตได้ดีกว่า

ในทางตรงข้าม บริษัทโบอิ้งกลับมีมุมมองที่แตกต่างไปจากของบริษัทแอร์บัส กล่าวคือบริษัทโบอิ้งเห็นว่ารูปแบบการเดินทางในอนาคตจะเป็นในลักษณะรับส่งตรงถึงที่(Direct Point-to-Point)มากกว่า โดยเชื่อว่าผู้เดินทางจะต้องการบริการที่รวดเร็วและตรงสู่จุดหมายปลายทาง ดังนั้นสายการบินต่างๆจะจัดให้มีเที่ยวบินที่หลากหลายเพื่อให้บริการสนองความต้องการของผู้เดินทางไปยังจุดหมายต่างๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ซึ่งรูปแบบการให้บริการแบบ Hub-and-Spoke Model ที่ขนผู้โดยสารจำนวนมากๆไปลงในเมืองใหญ่ๆที่เป็นฮับ ก่อนที่ผู้โดยสารจะแยกย้ายกระจายกันเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทางของตนนั้น เป็นรูปแบบการเดินทางที่สิ้นเปลืองเวลา และไม่สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตของผู้คนในทศวรรษข้างหน้าที่ปัจจัยด้านเวลาและความรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ดังนั้นบริษัทโบอิ้งจึงมุ่งที่จะพัฒนาอากาศยานขนาดกลางที่มีความคล่องตัว รวดเร็ว ประหยัดเชื้อเพลิง และสามารถบินได้ระยะทางไกลๆตรงสู่จุดหมาย(Direct Long Haul)โดยไม่จำเป็นต้องแวะจอดระหว่างทาง อีกทั้งโบอิ้งเชื่อว่าในอนาคตนั้น แนวโน้มการเปิดเสรีทางการบินในประเทศต่างๆทั่วโลก จะทำให้มีการพัฒนาสนามบินในเมืองต่างๆมากขึ้น

โดยเฉพาะสนามบินในเมืองระดับรองๆที่จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นและจะกลายเป็นสนามบินนานาชาติมากขึ้น ทำให้การเดินทางด้วยเครื่องบินไปสู่เมืองต่างๆ จะกระทำได้ง่ายขึ้น สายการบินต่างๆ จะเปิดเที่ยวบินไปสู่จุดหมายปลายทางใหม่ๆที่ในอดีตไม่เคยมี ซึ่งเครื่องบินที่มีความคล่องตัว มีความเร็วสูง และประหยัดเชื้อเพลิง จึงจะตอบสนองแนวโน้มดังกล่าวได้ดี

ในขณะที่เครื่องบินขนาดมหึมาอย่าง A380 ของแอร์บัสจะใหญ่เกินกว่าที่สนามบินส่วนใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งสนามบินระดับรองๆจะรองรับได้ โดยคาดว่าในช่วง 4-5 ปีข้างหน้าจะมีจำนวนสนามบินทั่วโลกไม่เกิน 30 แห่งที่จะใหญ่พอสำหรับ A380 ดังนั้นบริษัทโบอิ้งจึงเชื่อว่าตลาดของ A380 จะมีจำกัด และจะมียอดจำหน่ายไม่เกิน 400 ลำในช่วง 20 ปีข้างหน้า ด้วยวิสัยทัศน์ในการมองภาพอนาคตของธุรกิจการบินที่แตกต่างไปจากบริษัทแอร์บัสนี่เอง บริษัทโบอิ้งจึงมุ่งพัฒนาเครื่องบิน7E7 Dreamliner โดยเชื่อว่าเครื่องบินแบบนี้จะตอบสนองผู้เดินทางส่วนใหญ่ในอนาคตที่จะต้องการเดินทางสู่จุดหมายปลายทางโดยตรง มากกว่าที่จะเดินทางไปกระจุกตัวในสนามบินที่เป็นฮับ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าขณะนี้แอร์บัสจะได้พัฒนาและผลิตเครื่องบินขนาดยักษ์ A380 ขึ้นมาแล้วสำเร็จ ในขณะที่โบอิ้งก็กำลังมุ่งพัฒนาเครื่องบินขนาดกลางสมรรถนะสูงอย่าง 7E7 Dreamliner เพราะต่างก็เชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ในธุรกิจการบินของตนดังกล่าวข้างต้น แต่ทั้งสองบริษัทก็มีแนวโน้มที่จะพัฒนาเครื่องบินแบบอื่นๆ ควบคู่ไปด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทแอร์บัสที่กำลังจะพัฒนาเครื่องบินขนาดกลางสมรรถนะสูงและมีความประหยัด เรียกว่ารุ่น A350 เพื่อจะมาแข่งขันโดยตรงกับ Dreamliner ของโบอิ้งในอนาคต

ขณะเดียวกันก็มีกระแสข่าวว่าบริษัทโบอิ้งอาจจะหันมาพัฒนาปรับปรุงเครื่องบินจัมโบเจ็ต 747 รุ่นใหม่ขึ้นมาก็ได้ หากแนวโน้มความนิยมเครื่องบินรุ่น A380 ของแอร์บัสจากสายการบินต่างๆได้รับการตอบรับมากเกินคาด ซึ่งโบอิ้งก็คงไม่ปิดโอกาสตัวเองในการกลับเข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดเครื่องบินรุ่นยักษ์ ที่โบอิ้งเองก็เคยครองเป็นเจ้าอยู่นานถึง 35 ปีนับตั้งแต่ปี 1970 ที่จัมโบเจ็ต 747 เริ่มออกมาให้บริการ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิดมากกว่ากันระหว่างแนวความคิดของบริษัทแอร์บัสและบริษัทโบอิ้ง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยก็เชื่อว่าวิสัยทัศน์ในการมองภาพธุรกิจการบินของทั้งสองบริษัทต่างก็มีส่วนถูกด้วยกันทั้งคู่ ทั้งนี้ในขณะที่จำนวนผู้ใช้บริการทางอากาศในอีก 20-30 ปีข้างหน้าจะเติบโตอย่างมากจนทำให้การเดินทางโดยเครื่องบินกลายเป็นการขนส่งมวลชน แต่ในขณะเดียวกันการเดินทางโดยเครื่องบินก็จะมีจุดหมายปลายทางที่หลากหลายมากขึ้นเช่นกัน ดังนั้นสายการบินต่างๆจำเป็นจะต้องมีอากาศยานแบบต่างๆเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการที่หลากหลายแตกต่างกันออกไป

นอกจากนั้น ในขณะที่ประเทศต่างๆจะมีการพัฒนาสนามบินหลักของตนให้เป็นฮับหรือศูนย์กลางการบินกันมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ก็จะมีการพัฒนาสนามบินระดับรองในเมืองต่างๆควบคู่กันไป อีกทั้งแนวโน้มการเปิดเสรีทางการบินที่กำลังขยายตัวไปทั่วโลกจะยิ่งทำให้ภาพของธุรกิจการบินในอนาคตมีความคึกคักมากขึ้น ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยเชื่อว่าบริษัทผู้ผลิตเครื่องบินพาณิชย์ยักษ์ใหญ่ของโลกทั้งสอง อย่างแอร์บัสและโบอิ้งต่างก็พร้อมที่จะเติบโตไปกับแนวโน้มธุรกิจการบินแห่งโลกอนาคต

นอกจากนั้น สมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association : IATA) รวมทั้งบริษัทโบอิ้งเองยังได้คาดการณ์ว่า ธุรกิจการบินพาณิชย์ของโลกจะมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ทศวรรษข้างหน้า โดยคาดว่าภายในปี 2023 ธุรกิจสายการบินโดยสารจะเติบโตในอัตราเฉลี่ยประมาณร้อยละ 5.2 ต่อปี ในขณะที่ธุรกิจสายการบินขนส่งสินค้าหรือแอร์คาร์โกจะขยายตัวเฉลี่ยประมาณร้อยละ 6.2 ต่อปี ซึ่งจะทำให้มีความต้องการเครื่องบินใหม่ๆเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 25,000 ลำในระหว่างช่วงเวลาดังกล่าว

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงเห็นว่าการขยายตัวอย่างรวดเร็วของตลาดธุรกิจการบินของโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบเอเชีย-แปซิฟิก รวมทั้งกระแสการเติบโตของสายการบินต้นทุนต่ำหรือโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ส ประกอบกับแนวโน้มการเปิดเสรีทางการบิน ล้วนเป็นปัจจัยหลักที่จะหนุนนำให้ความต้องการเครื่องบินพาณิชย์เพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งนั่นย่อมหมายถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมผลิตเครื่องบินพาณิชย์ ตลอดจนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จะต้องขยายตัวควบคู่กันไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งสนามบินในประเทศต่างๆทั่วโลกที่จะต้องมีการพัฒนาปรับปรุงหรือขยายขนาด รวมไปถึงการสร้างสนามบินใหม่ๆในเมืองต่างๆที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมากเพื่อรองรับจำนวนเครื่องบินและความต้องการใช้บริการทางอากาศที่จะเพิ่มขึ้นมหาศาล

ทั้งนี้ประเทศไทยเองก็ได้มองเห็นแนวโน้มดังกล่าว ตลอดจนตระหนักถึงความสำคัญของระบบการให้บริการทางอากาศต่อการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ จึงได้ตั้งเป้าหมายที่จะให้สนามบินสุวรรณภูมิซึ่งจะเริ่มเปิดให้บริการในปี 2548 นี้ เป็นศูนย์กลางการบินหรือฮับของภูมิภาคเอเชีย ด้วยประสิทธิภาพในการรองรับผู้เดินทางทางอากาศจำนวน 45 ล้านคนต่อปี และอาคารผู้โดยสารขนาด 563,000 ตารางเมตร ตลอดจนทางวิ่งที่มีความยาวถึง 4,000 เมตรซึ่งจะสามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่อย่างแอร์บัส A380 ได้นี้ จะทำให้ไทยเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำด้านบริการทางอากาศของภูมิภาค และเมื่อรวมไปถึงแผนการสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัส A380 จำนวนถึง 6 ลำของบริษัท การบินไทย ด้วยแล้ว ก็เป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบการให้บริการทางอากาศของไทยสู่ความเป็นเลิศเคียงคู่ไปกับแนวโน้มของโลก

Sectors: 

Digital TV & Media

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า วันนี้ (22 พ.ค. 2558) ที่ประชุม กสทช. วาระพิเศษได้มีการพิจารณาเรื่องการเลื่อนกำหนดระยะเวลาในการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล

เจ๊ ติ๋ม ฝันสลาย “ทีวีดิจิตอล” ขาดทุน 300 ล้านบาท วิ่งหาพาร์ทเนอร์ใหม่ “เอ็มวี เทเลวิชั่น” เจ้าพ่อ ช่องทีวีดาวเทียม ซีรีส์หนังจีน มาช่วยกอบกู้ธุรกิจ ได้อดีตผอ.ช่อง 5 นั่งเก้าอี้ ผู้อำนวยการช่องไทยทีวีคนใหม่

Google ประเทศไทย ได้เปิดเผย YouTube Ads Leaderboard สำหรับช่วงไตรมาสแรกของปี 2558 เป็นโฆษณาที่คนไทยรับชม และกดแชร์มากที่สุด 10 อันดับ โดยที่อันดับหนึ่งตกเป็นของ โฆษณาชุด “The Reason” จากเจ้าพ่อดราม่า “ไทยประกันชีวิต” ซึ่งเป็นหนังสั้นความยาวกว่า 4 นาที ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการสำรวจความเป็นมาของเพลงสรรเสริญพระบารมี

Consumer Insight

ช้อปออนไลน์กำลังเป็นเทรนด์มาแรงในเวลานี้  มาดูกันว่า พฤติกรรมของนักช้อปชาวไทย จากการเปิดเผยของล

รายงานจากฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี เผยผลวิจัยพฤติกรรมผู้ขับขี่ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พบว่าผู้ขับขี่จำนวนมากยังคงทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การส่งข้อความบนโทรศัพท์มือถือ รับประทานอาหาร เล่นโซเชียลมีเดีย หรือแม้แต่ถ่ายเซลฟี่ ในขณะขับรถ

มาดูกันว่า เทรนด์คนไทยยุคนี้เขามีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอย่างไรกันบ้าง ในงานสัมมนา อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) และไชย ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) มาร่วมกัน วิเคราะห์ และเจาะลึกเกี่ยวกับเทรนด์ และพฤติกรรมของคนไทยในปัจจุบัน ที่เป็นโจทย์ทางการตลาดที่สำคัญ ในการสร้างธุรกิจ และกลยุทธ์องค์กรอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน

Insight

แน่นอนว่าวัยเรียนที่ต้องการเป็นผู้ประกอบการหรือต้องการมีธุรกิจเป็นของตัวเองมักสนใจวิธีที่ทำให้ประสบความสำเร็จมากกว่าจะดึงศักยภาพและทักษะของตัวเองออกมาใช้กับธุรกิจ ดังนั้นสำหรับน้องๆ คนไหนที่อยากเริ่มต้นทำธุรกิจเป็นของตัวเองตั้งแต่ยังเรียนอยู่ ตามทีมงาน Life on Campus มาดูขั้นตอนดีๆ สู่การเป็นเศรษฐีวัยเรียนกันได้เลย..

การวิจัยจึงชี้ให้เห็นว่าค่าเฉลี่ยของการว่าจ้างตำแหน่งผู้จัดการใช้เวลาน้อยกว่าหนึ่งนาทีในการอ่านเรซูเม่เสียอีก ดังนั้นสิ่งที่เหล่า HR มองหาคืออะไร? และสิ่งที่ผู้สมัครควรหลีกเลี่ยงคืออะไร?

"รู้แล้วต้องช็อก"
"อุทาหรณ์ ที่คุณต้องซึ้งเมื่อรู้ว่า..."
"เตือนภัย xxx ที่คุณต้องทึ่งว่าทำได้ไง"
"ชายคนนี้นอกใจเมีย แต่เมื่อคุณรู้เหตุผลแล้วต้องให้อภัย"
"เมื่อรู้ว่าสามีมีชู้ นี่คือสิ่งที่ผู้หญิงคนนี้ทำ"

Strategic Move

ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน อาจค่อนข้างแน่นอนแล้วว่าจะได้ประมูลความถี่ 4G ในช่วงปลายปีนี้ และการที่โอเปอเรเตอร์มือถือ 2 ค่ายเริ่มให้บริการ 4G บนความถี่ 2100 MHz ก่อนรอคอยการประมูลความถี่ 1800 MHz เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเครือข่ายในการให้บริการในอนาคตอันใกล้

ระหว่าง Samsung Galaxy S6 edge และ Apple iPhone 6 Plusจะเลือกซื้อสมาร์ทโฟนตัวไหนดี วันนี้ผู้จัดการไซเบอร์ได้รวบรวมคำตอบมาให้โดยใช้วิธีแบ่งตามลักษณะเทรนด์การใช้งานสมาร์ทโฟนของผู้ใช้ในปัจจุบันได้เป็น 6 ข้อ

วันนี้(21 พ.ค.)ค่ายโตโยต้าเขย่าตลาดปิกอัพเปิดตัวรุ่นใหม่ครั้งแรกในโลก “Hilux REVO” ปฏิวัติใหม่ทั้งรูปลักษณ์หน้าตา โครงสร้างตัวถัง เครื่องยนต์ และระบบส่งกำลัง วางตลาด 3 แบบ 33 รุ่นย่อย เปิดราคารุ่นเริ่มต้น 5.69 แสนบาท ตัวบนจัดเต็มอุปกรณ์ต่างๆ เทคโนโลยีทันสมัย และระบบความปลอดภัย เทียบเท่ากับรถ SUV ระดับหรู ตั้งเป้ายอดขาย 14,000 คัน/เดือน

Social Media Club

ถือเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองของเว็บไซต์ “YouTube (ยูทิวบ์)” เสียจริงๆ เพราะเป็นการครบรอบ 10 ปี ของการก่อนตั้งยูทิวบ์แล้ว ที่ก่อตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2548 และสำหรับ “ยูทิวบ์ ประเทศไทย” ก็ครบรอบ 1 ปีแล้วเช่นกัน ทั้งนี้ยังมีสถิติที่น่าสนใจของยูทิวบ์ ประเทศไทยมาฝากอีกด้วย

อินสตาแกรม (Instagram) หรือ IG คือโซเชียลมีเดียที่เป็นแบ่งปันภาพของตัวเองออกไปยังเพื่อนๆ และคนอื่นๆ ซึ่งถูกจริตกับคนไทยอย่างมาก ทำให้ตอนนี้มีหลายๆ คนหันมาใช้ IG ในการขายของทางออนไลน์แทน บางคนก็ทำงานประจำแต่ก็ไปรับสินค้าจากแหล่งสินค้าต่างๆ มาขายผ่าน IG เป็นรายได้เสริม หรือบางคนก็ขายดิบขายดีจนกลายเป็นรายได้ประจำจนหันมาทำเป็นอาชีพเลย

ถ้าถามว่าตอนนี้ไลน์มีแอพพลิเคชั่นอะไรที่ยังไม่ครอบคลุมไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคบ้าง เพราะที่ผ่านมาไลน์ได้ทำการบุกตลาดอย่างหนัก เปิดบริการมากมาย ทำให้ตอนนี้ไลน์มีทั้ง ไลน์ ทีวี, ไลน์ เว็บตูน, ไลน์ ดิกส์, ไลน์ คาเมล่า (เปลี่ยนชื่อเป็น aillis แล้ว), ไลน์ช้อป, ไลน์ แอด, ไลน์ เพย์ และอีกมากมาย

Columnist

การตลาด ฤดูร้อน ต้อง Speed Advantage “ใคร ไว กว่าได้ เปรียบ” ในสมรภูมิ การแข่ง กำลัง ร้อน แรง เหมือนฤดูร้อน

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Trend

ซานฟรานซิสโกร้อนแรงอีกแล้ว หลังยักษ์ใหญ่แห่งโลกเทคโนโลยีเตรียมเปิดเวที “Google I/O 2015” งานคอนเฟอเรนซ์ประจำปีสำหรับนักพัฒนาที่จัดขึ้นโดย “กูเกิล” (Google) โดยในปีนี้อาจมีบิ๊กเซอร์ไพรส์ ทั้งในส่วนของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ และอุปกรณ์ Gadget ด้วย

ทั้งแฟนคลับคิตตี้แคท และผู้คน ต่างแห่แหนมากินอาหารสัมผัสบรรยากาศน่ารักคิกคุอาโนเนะของภัตตาคารเฮลโล คิตตี สไตล์จีน แห่งแรกในฮ่องกงเมื่อวันพฤหัสฯที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยทางภัตตาคารฯได้เปิดให้ลูกค้ามากินอาหารรอบชิมลาง โดยมีเมนูเสนอถึง 37 เมนู ก่อนที่จะเปิดภัตตาคารอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มิ.ย.นี้

เมืองสึวาโน ในจังหวัดชิมาเนะของญี่ปุ่น มอบบ้านพร้อมที่ดินฟรีสำหรับครอบครัวที่ย้ายเข้ามาอยู่เป็นเวลานาน 25 ปีขึ้นไป

Global Wrap

ประเทศญี่ปุ่นดินแดนในฝันของคนไทย และชาวต่างประเทศทั่วโลก ด้วยความประทับใจในหลายๆ ด้านทำให้ญี่ปุ่นเป็นประเทศอันดับต้นๆ ที่คนไทยอยากจะไปทำงาน เรียน หรือใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น

เซี่ยงไฮ้กำลังจะเป็นเมืองแรกในประเทศจีนที่จะมีแอปพลิเคชั่นของทางการบนโทรศัพท์มือถือเพื่อใช้เรียกรถแท็กซี่

สถานีวิทยุ NHK จัดประกวดแต่งบทสนทนาบทเรียนภาษาญี่ปุ่น โดยผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับเชิญให้เดินทางมายังประเทศญี่ปุ่น

People

เปิดใจ “อีเจี๊ยบ เลียบด่วน” เจ้าของเพจมาแรงแห่งปี ผ่านการ“โฟนอิน”แบบเจาะลึก เป็นครั้งแรก ในงานสัมมนา ฝ่าวิกฤตพิชิตดราม่าในโลกโซเชียลมีเดีย ซึ่งจัดโดย Position Magazine Online ถึงที่มาของ เพจเล่าข่าว ด้วยสำนวนแสบๆ คันๆ มันๆ จนสร้างยอดไลค์ ทะลุล้านแล้ว

จากบทบาทนักธุรกิจ “วัยรุ่นพันล้าน” เจ้าของอาณาจักร “เถ้าแก่น้อย” แบรนด์ที่ทำให้หลายคนรู้จัก “อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์” หรือ “ต๊อบ เถ้าแก่น้อย” แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเขาได้เพิ่มบทบาทของตนเองด้วยการเป็น “ผู้ลงทุน”

นางคือเจ้าแม่แห่งวงการแต่งหน้าที่แม้แต่ดาราชื่อดังอย่าง แอฟ ทักษอร, พลอย เฌอมาลย์ ฯลฯ ก็ผ่านการเนรมิตให้ดูสวยสง่าเพราะฝีมือการผัดแป้งแต่งหน้าของเธอกันมานักต่อนัก และล่าสุด เหล่าพริตตี้หลากหลายค่ายในงานมอเตอร์โชว์ครั้งล่าสุด เธอก็เสริมความสวยบนใบหน้าให้แก่เหล่านางฟ้ามอเตอร์โชว์แทบจะหมดทั้งฮอลล์

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348